เดินบนเส้นทางแห่งสวรรค์ แล้วควบคุมทุกสรรพสิ่ง
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
คาเมนไรเดอร์ คิบะ ตอนที่ 1


คาเมนไรเดอร์ คิบะ ตอนที่ 1 : Wake Up !! การต่อสู้แห่งสายเลือด หรือชะตากรรม

Photobucket

Photobucket

ณ ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในปี 1986 ขณะที่กำลังจัดงานศพให้ชายคนหนึ่ง ในระหว่างนั้นเมื่อหญิงคนหนึ่งนำดอกไม้มาวางไว้ที่โลง ชายคนนั้นก็กลับฟื้นคืนชีพมาในสภาพประหลาด และยังออกอาการประหลาดหนักกว่าเดิม เมื่อมีขาแมงมุมออกมาและเสกเขี้ยวล่องหน เข้าดูดพลังของหญิงคนนั้น ชายคนนั้นกลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดร่างแมงมุม แน่นอนคนดูๆอย่างเรารู้แน่ว่านี่คือ แฟงไกอา ปีศาจร้ายประจำเรื่องนี้

Photobucket
แฟงไกอาเมื่อฟื้นในร่างคน จะปรากฎลายที่คางเหมือนกัยภาพเขียนสีน้ำมันบนกระจกที่พบในโบสถ์

Photobucket
การดูดพลังชีวิตจะเสกเขี้ยวลอยมาเสียบที่คอ และดูเหมือนจะมีแต่เหยื่อผู้หญิง

Photobucket
เหยื่อที่ถูกดูดพลังชีวิตไป ร่างกายจะจางหายเหมือนล่องหน

Photobucket
นี่คือแฟงไกอาตัวแรกที่โผล่ในเรื่องนี้ เปิดฉากด้วยแมงมุม เหมือนเป็นการเอาฤกษ์ในไรเดอร์หลายๆเรื่อง

สไปเดอร์ แฟงไกอา ออกไล่ทำร้ายผู้คนที่มาร่วมงานศพ แต่แล้วก็ต้องเจอกับหญิงสาวลึกลับคนหนึ่งที่มาร่วมงานศพ เธอประกาศการปราบปีศาจในนามของพระเจ้า (ไว้รอคำแปลอีกทีนะครับ) และเมื่อเริ่มสู้กันก็ถอดชุด โชว์ชุดลุยของจริงแบบโชว์ขาอ่อน แต่ยังคงลีลาร้ายกาจ เผ็ด สวย ดุ จริงๆ เธอคนนี้ก็คือ อาโซ ยูริ นักล่าแฟงไกอาฟีมือฉกาจของยุคนี้ อาวุธของเธอเปลี่ยนได้ทั้งเป็นมีดและแส้ แต่ว่าเมื่อต่อสู้ไป เจ้าแมงมุมนี่กลับหายตัวไปต่อหน้าเธอ ทิ้งไว้แต่รอยกรงเล็บที่ประตูโบสถ์

Photobucket
ฮันเตอร์สาวสวยเรื่องนี้ เผ็ด สวย ดุ กันทุกคน

Photobucket
อ๊ะ แมงมุมมันหายตัวได้ด้วยรึ หรือจะเป็นความสามารถพื้นฐานของแฟงไกอา

ตัดมาที่ปี 2008
โบสถ์แห่งนั้นยังคงเหลือรอยกรงเล็บของสไปเดอร์แฟงไกอาไว้ ที่นั่นมีชายหนุ่มท่าทางพิลึก (พระเอกนั่นล่ะ) เขาชื่อว่า คุเรไน วาตารุ หมอที่พฤติกรรมแปลกๆ เพราะสวมคลุม ใส่แว่น ใส่มาสก์ปิดปาก ราวกับเป็นพวกโรคจิต หรือไม่ก็พวกที่เกลียดความสกปรกอย่างยิ่ง ไม่งั้นก็ภูมิคุ้มกันต่ำ แถมยังมีงานอดิเรกที่พิลึกพิลั่นไปใหญ่นั่นคือ เก็บสะสมก้างปลาในที่ต่างๆ แต่ว่าแม้พฤติกรรมจะสุดตรีนเช่นนี้ก็ยังมีคนคบ นั่นคือเพื่อนหญิงที่เป็นสาวน้อยน่ารักที่ชื่อ โนตมมูระ เอ้ย โนมูระ ชิสุกะ เธอยังเอาก้างปลามาฝากเจ้าวาตารุด้วย นอกจากจะทำตัวแปลกๆแล้ว เจ้าวาตารุยังไม่ค่อยชอบพูด เวลาคุยกับใครก็เอากระดาษที่เขียนคำสนทนามาเปิดให้เขาดูแทนไปซะงั้น

Photobucket
โอ ถึงกับเขียนว่าขอโทษให้คุณแมว กะเชลียร์นายกคนใหม่แน่ๆ

แน่นอนพฤติกรรมสุดตรีนเช่นนี้ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆก็ย่อมเห็นว่าแปลกเป็นธรรมดา บ้านของวาตารุเลยถูกชาวบ้านแถบนั้นร่ำลือไปต่างๆนาๆ (แต่ไม่มีคนมาขูดหาหวยแฮะ) วันนั้นเมื่อกลับบ้านชิสุกะจึงต้องไปเคลียร์กับพวกชาวบ้านให้ ท่าทางเหมือนเจ้าวาตารุมันจะรักสะอาดเกินเหตุอะไรแบบนั้น แต่แท้ที่จริงเป็นยังไงไม่ทราบ

Photobucket
ผมทนกลิ่นสส.ในสภาไม่ได้ครับ

ตัดภาพมาหน่อยกับนางเอกของเรา อาโซ เมกุมิ เธอมีอาชีพเป็นนางแบบ เห็นว่านามสกุลเดียวกับ อาโซ ยูริ ก็เป็นลูกของอาโซ ยูริ นั่นล่ะ จริงๆในหนังยังไม่ได้บอก แต่ว่าคงต้องอธิบายไปก่อน เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะงง เพราะจะมีการตัดฉากกลับไปมาระหว่างปี 1986 กับ 2008 หลายทีมากครับ

Photobucket
เรื่องนี้มีอะไรสวยๆงามๆให้ดูดีจริงๆ อย่าหายไปกลางเรื่องแบบเจ้าแม่ฮานะล่ะ งอนนะตัวเอง

กลับมาที่ปี 1986 ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ท่าทางจะเป็นขาประจำของเรื่อง เจ้าของร้าน ไคโด อากิระ ได้จ้างยูริไว้ทำงานเสิร์ฟในร้าน ตอนนี้จะเห็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งของยูริ ที่เห็นว่า เผ็ด สวย ดุ ขนาดนนั้น ที่จริงเธอกลัวหมา

Photobucket
หรือว่าเจ๊ยูริจะเรียนวิชาจากโมโมทารอสมา

ที่ร้านแห่งนี้หัวหน้าของยูริ ชิมะ มาโมรุ ก็มาเป็นแขกประจำ สนิทกับไคโดเจ้าของร้านดี และมาส่งงานให้ยูริที่นี่ งานนี้คือให้ยูริติดตามชายคนหนึ่งที่ชื่อฟุโด ท่าทางหมอนี่จะเป็นแฟงไกอาอีกรายหนึ่ง (เอ แล้วไอ้แมงมุมที่เจ๊แกพลาดไปล่ะ ปล่อยมันไปแล้วเรอะ)

Photobucket
เราได้ข่าวว่าหมอนี่เลิกเป็นคุวากะไรเจอร์ หันมาเป็นผู้ร้ายแทน

ตัดมาที่ปี 2008 ร้านของลุงไคโดก็ยังคงอยู่ยงคงกระพัน ไม่โดนไล่ที่ ที่นั่น เมกุมิกับวาตารุก็ต้องมาพบกัน เหตุเพราะก่อนหน้านี้เจ้าวาตารุไปเอาก้างปลาที่เมกุมิกินเสร็จ พฤติกรรมและการแต่งตัวพิลึกเมกุมิเลยลากมาเคลียร์ที่ร้านนี่ เมกุมิพยายามให้วาตารุถอดหน้ากากและชุดคลุมของมันออก หัดมาสูดอากาศบริสุทธิซะบ้าง แต่คุยกันได้ไม่นานเมกุมิก็มีสายด่วนเข้ามา เจ้าวาตารุเลยชิ่งหนีไปซะก่อน

Photobucket
สาวงามมาตื้อขนาดนี้ดันเล่นตัว อยากโดนถีบใช่มั้ยเจ้าวาตารุ

ตัดมาที่ปี 1986 ฟุโดที่เป็นแฟงไกอา ท่าทางจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อ ตอนนั้นมันกำลังเล็งเหยื่อที่คงจะเป็นเลขา กะพาไปงาบในที่เปลี่ยวตามแบบของโจรโฉด แต่ว่าตอนนั้นยูริก็ตามมาขวางไว้ได้ ฟุโดจึงแปลงร่างเป็น ฮอร์สแฟงไกอา ต่อสู้กับยูริ และท่าทางจะเหนือกว่ามาก แต่ฟุโดสนใจเหยื่อเลขานั่นมากกว่า ตอนนั้นพวกลูกน้องของฟุโดก็มาพอดี ฟุโด(คืนร่างแล้ว)จึงสั่งให้ลูกน้องไปตามจัดการยูริเสีย ท่าทางพวกลูกน้องก็คงไม่รู้ว่าฟุโดคือแฟงไกอา

Photobucket
จินไร ชิโนบิ เช.. เอ้ย ผิดเรื่อง

Photobucket
ข้าคือ ฮอร์ส ออลเฟนอกส์ ไม่ใช่ล่ะ ฮอร์สแฟงไกอา สิเฟ้ย

ยูริหลบพวกลูกน้องของฟุโดไปได้ โดยเจอไอ้หนุ่มที่ผ่านมาแถวนั้น เลยแกล้งปลอมเป็นคนรักกอดกันอยู่ ไอ้หนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ คุเรไน โอโตยะ พ่อของพระเอกเรานี่เอง แม้ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ยูริต้องทำ แต่เจ้าป๋าโอโตยะนี่กลับโชว์มาดที่ผิดกับลูกชายมาก เพราะเขากลับสวมวิญญาณเป็นไอ้ขี้หลี เข้ามาหลียูริทันที ก่อนที่จะโดนตบหน้าคว่ำไปซะก่อน

Photobucket
มีบทอย่างนี้บ่อยๆ ป๋าชอบครับ

ยูริตามล่าฟุโดมาจนถึงที่พักของเลขาฟุโด แต่ว่าเลขาคนนั้นถูกดูดพลังชีวิตไปซะแล้ว ยูรีเข้าต่อสู้กับฟุโดอย่างดุเดือด แต่ว่าอยู่ๆเจ้าป๋าขี้หลี โอโตยะ ก็โผล่มากอดยูริซะงั้น เลยทำให้ฟุโดหนีไปได้ และเมื่องานพลาดเพราะเรื่องเฮงซวยเช่นนี้ เจ๊ยูริเลยฝากกำปั้นตะบันหน้าเจ้าป๋าขี้หลีของเราลงไปนอนกองอีกรอบ

Photobucket
ท่าทางแค้นของตระกูลนี้มาจากเจ้าป๋าขี้หลีทำแสบไว้แน่ๆ

กลับมาที่ปี 2008 ที่บ้านเจ้าวาตารุ วาตารุกับเจ้าค้างคาว คิวัต แบท ที่ 3 ก็เหมือนจะรู้จักกันมาดี และคุยเล่นกันได้ด้วย สงสัยมันจะเป็นของประจำตระกูลรึไงเนี่ย อ้อ อาชีพของหมอนี่เป็นช่างทำไวโอลิน แล้วก็ที่สะสมก้างปลาเหมือนจะเอามาทำอะไรแปลกๆ ไม่รู้เกี่ยวกับการทำไวโอลิน หรือเป็นอาหารของมันก็ไม่รู้นะ

Photobucket
เอ.. มีแฟนเซอร์วิสพวกพลังวายด้วยเรอะ

ทางด้านเมกุมิ งานด่วนที่เธอรับก็คือพาฟุโดไปถ่ายแบบ หมอนี่มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ปี 1986 มาถึงปี 2008 โดยไม่แก่เลย แต่ว่าเมกุมิเมื่อรับงานพาฟุโดไปถ่ายแบบ ก็โดนเป็นเป้าหมายเป็นเหยือสูบพลังชัวิตของฟุโดไปเสีย แต่เมื่อเธอกำลังจะเสียท่านั้น เธอกลับตอบโต้ฟุโดด้วยปืนพกประจำตัว แน่นอน เธอคือหนึ่งในทีมนักล่าด้วย เรียกว่าเจริญรอยตามแม่ของเธอ ยูริ นั่นเอง

Photobucket
คุณแม่ว่าแสบแล้ว คุณลูกก็ซ่าไม่แพ้กัน

ในระหว่างที่เมกุมิกำลังต่อสู้นั่นเอง วาตารุที่กำลังสีไวโอลิน เขาเหมือนจะสัมผัสกับพลังของแฟงไกอาจากเสียงสะท้อนของไวโอลินได้ วาตารุจึงเดินออกไปตามเสียงนั้น และในตอนนั้นเองเขาก็ทำการแปลงร่างออกมาทันที ราวกับว่าเป็นสัญชาติญาณที่ฝังในตัวของเขาอยู่แล้ว

นี่คือการแปลงร่างของ คาเมนไรเดอร์ คิบะ

Photobucket
วาตารุจะหยิบคิวัตเอาเขี้ยวมาจิ้มมือตัวเอง เพื่อกระตุ้นสายเลือดในตัว (ของเล่นคงไม่ติดเข็มหรอกนะ)

Photobucket
เข็มขัดปรากฎมาในรูปของโซ่ (พระเอกเรื่องนี้ท่าทางชอบมาโซ เหมือน อันโดรเมด้า ชุน)

Photobucket
เฮนชิน!! (สังเกตหน้าพระเอกจะมีลายแบบแฟงไกอาด้วย แต่คนละลาย)

Photobucket
คิวัตถูกติดเข็มขัดแบบกลับหัว (ก็ค้างคาวน่ะสิ)

Photobucket
เมื่อความถี่เสียงส่งออกมาเกิดเรโซแนนซ์ได้ถูกต้อง ก็จะเกิดการเปลี่ยนร่าง

Photobucket
คุเรไน วาตารุ ก็แปลงร่างเป็น คาเมนไรเดอร์ คิบะ ทันที

คิบะเมื่อไปถึงเจ้าฮอร์สแฟงไกอา ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงเข้าลุยกับเจ้าม้านี่ทันที

Photobucket
ไอ้พวกที่เล่นงานสาวสวย มรึงตายสถานเดียว

ฉากต่อสู้ไปดูกันเองแล้วกันนะครับ แอคชั่นมันส์มาก พระเอกไม่ได้เก่งเทพแบบเทนโด ออกจะเหมือนๆกับคูก้ากับอากิโตะ คือรู้ในพลังของตัวเองบางส่วนบ้างแล้ว และที่ขาดไม่ได้คือการเผด็จศึกด้วยท่าไรเดอร์คิ๊ก ดาร์กเนส มูน เบรค

Photobucket
คิบะจะหยิบนกหวีดออกมาหนึ่งอันจากข้างเข็มขัด

Photobucket
จากนั้นก็ยัดปากเจ้าค้างคาวปากมาก แล้วมันก็จะตะโกนว่า Wake Up!! ก่อนที่จะบินออกจากเข็มขัด

Photobucket
สมชื่อดาร์กเนสมูน เบรค เพราะราวเล่นไสยศาสตร์ พอเจ้าคิวัตบินออกไป ท้องฟ้าก็กลายเป็นกลางคืน มีพระจันทร์เสี้ยวออกมาทันที

Photobucket
คิบะยกเท้าสูง เพื่อเตรียมอะไรบางอย่าง

Photobucket
คิวัตบินรอบๆเท้าขวาของเขา เพื่อปลดผนึกโซ่ออก และเท้าขวาก็กางปีกค้างคาวออกมาได้

Photobucket
คิบะกระโดดลอยตัวแบบห้อยหัวอย่างค้างคาว ท่ามกลางพระจันทร์ที่เป็นฉากหลัง

Photobucket
ไรเดอร์คิ๊ก!!

Photobucket
ถีบโดนแบบเต็มๆ สะใจ

Photobucket
ยังไม่พอ เมื่ออัดศัตรูติดกำแพง ยังประทับตราคิบะให้เห็นด้วย

ท่าไม้ตายนี้พลังทำลาย 30 ตัน ก็มาตรฐานเหมือนไรเดอร์ยุคใหม่ทั่วๆไป ไม่ได้มากมาย แต่ฉากเอฟเฟคนี่ถือว่าอลังการงานสร้างจริงๆ จะว่าไปถือว่าอลังการที่สุดเท่าที่เคยทำไรเดอร์มาก็ว่าได้

เมื่อแฟงไกอาตายไปแล้ว มันจะสลายร่างเป็นดวงวิญญาณ และแน่นอนตอนนี้บันไดไม่ปล่อยโอกาส เพราะเป็นจังหวะที่เจ้าปราการมังกร แคสเซิลดราน ซึ่งอยู่ๆก็โผล่จากตึกแถวนั้นมาเฉย และออกมางาบดวงวิญญาณของแฟงไกอากิน (แถมเรอ 1 ที) ซึ่งทันทีที่ออกมาโปรโมทของเล่น ฉากก็กลับสว่างเป็นกลางวันทันที แล้วมันก็บินหายไปเฉยๆแบบไม่มีคนสงสัย

Photobucket
ผมออกมาโปรโมทของเล่นครับ งั่มๆๆ

แต่ว่าหลังจากจบการต่อสู้ คิบะกำลังเดินจากไปอย่างเท่ห์ๆ เมกุมิที่ถูกช่วยชีวิตไว้ เธอกลับเล็งปืนของเธอไปที่คิบะ และก็ยิงไปเหมือนจะมีนัยแห่งความแค้นกันอยู่ และที่สำคัญเธอรู้ด้วยว่าเจ้าตัวนี้มันชื่อคิบะ โดยไม่ได้บอกว่าเธออ่านเทเลบิคุงมาก่อนหรือไม่ถึงรู้จักมัน

Photobucket
สงสัยพิษรักแรงหึงแน่ๆ ป๋าขี้หลีของแกทำแสบอะไรไว้นะ

ต้องติดตามตอนต่อไปกันแล้ว ปริศนาทุกอย่างยังมีอีกเพียบตามเดิมของไรเดอร์ยุคใหม่ แถมมีเรื่องดำเนินเนื้อเรื่องสองด้าน ทั้งในปี 1986 รุ่นป๋าขี้หลี กับเจ๊ยูริ และในปี 2008 กับไอ้พระเอกสุดพิลึก วาตารุ และ สาวสวยสุดเข้ม เมกุมิ ชะตากรรมความผูกพันของสองตระกูลนี้จะเป็นมายังไง คิบะทำไมถึงเป็นที่รู้จักกับเมกุมิ แล้วแฟงไกอามาจากไหน ไปมายังไง องค์การฮันเตอร์ที่ตามล่าแฟงไกอาที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 1986 โดยไม่ง้อขบวนการแฟลชแมน (อ้าว เกี่ยวเรอะ) ทุกอย่างรอการติดตามอย่างพลาดไม่ได้ครับ

Comment ส่วนตัว

ถือว่าเปิดตัวได้อลังการสมการรอคอยนะครับสำหรับไรเดอร์คิบะ ดูแววแล้วคงได้ดูซีรีย์มันส์ๆต่อเนื่อง จากที่มันส์กันใน คาบุโตะ และ เดนโอ มาแล้ว ปริศนาเรื่องนี้ไม่รู้ว่าจะผูกได้ซับซ้อนมากขนาดอากิโตะรึเปล่า ซึ่งเห็นจากการเปิดตัวแบบนี้แล้ว นับว่าโตเอะทำการบ้านมาดีมาก โดยเฉพาะเรื่องของบท และความสำคัญของตัวละคร

ส่วนชื่อไรเดอร์เขียนภาษา Eng ว่า Kiva แต่ผมชินกับเรียกว่า คิบะ ตามคำอ่านของญี่ปุ่นมากกว่านะครับ




Create Date : 28 มกราคม 2551
Last Update : 28 มกราคม 2551 0:42:55 น. 24 comments
Counter : 4142 Pageviews.

 
เคยดูแต่ ไอ้มดแดงตัวที่1 - 7

จากนั้นก็ไม่รู้จักอีดเลย อิ อิ อิ



โดย: ตาอ้วนชวนคุย วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:10:18:15 น.  

 
มดแดงรุ่นใหม่นี่ สงสัยโดดถีบมดแดงรุ่นหนึ่งทีเดียวตาย

มันเก่งเวอร์จริงๆ


โดย: เสี่ยวเหลียงจือ วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:10:57:14 น.  

 
ตอนนี้ทางทั่วบ้านทั่วเมืองเค้าเรียกว่า "คิวะ"(kiva) นะครับเนื่องจากว่ากลัวมันจะไปซ้ำกับการ์ตูนอนิเมะเรื่อง "คิบะศึกอภินิหารข้ามภพ"(kiba) ที่ฉายทางทรูวิชั่นช่องทรูสปาร์คเข้าไม่ได้โปรโมทนะครับสะกดเหมือนกันเลย


โดย: nensu IP: 58.8.86.149 วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:17:00:49 น.  

 
คาเมนไรเดอร์ คิบะ ตอนที่ 1 : Wake Up !! การต่อสู้แห่งสายเลือด หรือชะตากรรม





ณ ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในปี 1986 ขณะที่กำลังจัดงานศพให้ชายคนหนึ่ง ในระหว่างนั้นเมื่อหญิงคนหนึ่งนำดอกไม้มาวางไว้ที่โลง ชายคนนั้นก็กลับฟื้นคืนชีพมาในสภาพประหลาด และยังออกอาการประหลาดหนักกว่าเดิม เมื่อมีขาแมงมุมออกมาและเสกเขี้ยวล่องหน เข้าดูดพลังของหญิงคนนั้น ชายคนนั้นกลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดร่างแมงมุม แน่นอนคนดูๆอย่างเรารู้แน่ว่านี่คือ แฟงไกอา ปีศาจร้ายประจำเรื่องนี้


แฟงไกอาเมื่อฟื้นในร่างคน จะปรากฎลายที่คางเหมือนกัยภาพเขียนสีน้ำมันบนกระจกที่พบในโบสถ์


การดูดพลังชีวิตจะเสกเขี้ยวลอยมาเสียบที่คอ และดูเหมือนจะมีแต่เหยื่อผู้หญิง


เหยื่อที่ถูกดูดพลังชีวิตไป ร่างกายจะจางหายเหมือนล่องหน


นี่คือแฟงไกอาตัวแรกที่โผล่ในเรื่องนี้ เปิดฉากด้วยแมงมุม เหมือนเป็นการเอาฤกษ์ในไรเดอร์หลายๆเรื่อง

สไปเดอร์ แฟงไกอา ออกไล่ทำร้ายผู้คนที่มาร่วมงานศพ แต่แล้วก็ต้องเจอกับหญิงสาวลึกลับคนหนึ่งที่มาร่วมงานศพ เธอประกาศการปราบปีศาจในนามของพระเจ้า (ไว้รอคำแปลอีกทีนะครับ) และเมื่อเริ่มสู้กันก็ถอดชุด โชว์ชุดลุยของจริงแบบโชว์ขาอ่อน แต่ยังคงลีลาร้ายกาจ เผ็ด สวย ดุ จริงๆ เธอคนนี้ก็คือ อาโซ ยูริ นักล่าแฟงไกอาฟีมือฉกาจของยุคนี้ อาวุธของเธอเปลี่ยนได้ทั้งเป็นมีดและแส้ แต่ว่าเมื่อต่อสู้ไป เจ้าแมงมุมนี่กลับหายตัวไปต่อหน้าเธอ ทิ้งไว้แต่รอยกรงเล็บที่ประตูโบสถ์


ฮันเตอร์สาวสวยเรื่องนี้ เผ็ด สวย ดุ กันทุกคน


อ๊ะ แมงมุมมันหายตัวได้ด้วยรึ หรือจะเป็นความสามารถพื้นฐานของแฟงไกอา

ตัดมาที่ปี 2008
โบสถ์แห่งนั้นยังคงเหลือรอยกรงเล็บของสไปเดอร์แฟงไกอาไว้ ที่นั่นมีชายหนุ่มท่าทางพิลึก (พระเอกนั่นล่ะ) เขาชื่อว่า คุเรไน วาตารุ หมอที่พฤติกรรมแปลกๆ เพราะสวมคลุม ใส่แว่น ใส่มาสก์ปิดปาก ราวกับเป็นพวกโรคจิต หรือไม่ก็พวกที่เกลียดความสกปรกอย่างยิ่ง ไม่งั้นก็ภูมิคุ้มกันต่ำ แถมยังมีงานอดิเรกที่พิลึกพิลั่นไปใหญ่นั่นคือ เก็บสะสมก้างปลาในที่ต่างๆ แต่ว่าแม้พฤติกรรมจะสุดตรีนเช่นนี้ก็ยังมีคนคบ นั่นคือเพื่อนหญิงที่เป็นสาวน้อยน่ารักที่ชื่อ โนตมมูระ เอ้ย โนมูระ ชิสุกะ เธอยังเอาก้างปลามาฝากเจ้าวาตารุด้วย นอกจากจะทำตัวแปลกๆแล้ว เจ้าวาตารุยังไม่ค่อยชอบพูด เวลาคุยกับใครก็เอากระดาษที่เขียนคำสนทนามาเปิดให้เขาดูแทนไปซะงั้น


โอ ถึงกับเขียนว่าขอโทษให้คุณแมว กะเชลียร์นายกคนใหม่แน่ๆ

แน่นอนพฤติกรรมสุดตรีนเช่นนี้ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆก็ย่อมเห็นว่าแปลกเป็นธรรมดา บ้านของวาตารุเลยถูกชาวบ้านแถบนั้นร่ำลือไปต่างๆนาๆ (แต่ไม่มีคนมาขูดหาหวยแฮะ) วันนั้นเมื่อกลับบ้านชิสุกะจึงต้องไปเคลียร์กับพวกชาวบ้านให้ ท่าทางเหมือนเจ้าวาตารุมันจะรักสะอาดเกินเหตุอะไรแบบนั้น แต่แท้ที่จริงเป็นยังไงไม่ทราบ


ผมทนกลิ่นสส.ในสภาไม่ได้ครับ

ตัดภาพมาหน่อยกับนางเอกของเรา อาโซ เมกุมิ เธอมีอาชีพเป็นนางแบบ เห็นว่านามสกุลเดียวกับ อาโซ ยูริ ก็เป็นลูกของอาโซ ยูริ นั่นล่ะ จริงๆในหนังยังไม่ได้บอก แต่ว่าคงต้องอธิบายไปก่อน เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะงง เพราะจะมีการตัดฉากกลับไปมาระหว่างปี 1986 กับ 2008 หลายทีมากครับ


เรื่องนี้มีอะไรสวยๆงามๆให้ดูดีจริงๆ อย่าหายไปกลางเรื่องแบบเจ้าแม่ฮานะล่ะ งอนนะตัวเอง

กลับมาที่ปี 1986 ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ท่าทางจะเป็นขาประจำของเรื่อง เจ้าของร้าน ไคโด อากิระ ได้จ้างยูริไว้ทำงานเสิร์ฟในร้าน ตอนนี้จะเห็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งของยูริ ที่เห็นว่า เผ็ด สวย ดุ ขนาดนนั้น ที่จริงเธอกลัวหมา


หรือว่าเจ๊ยูริจะเรียนวิชาจากโมโมทารอสมา

ที่ร้านแห่งนี้หัวหน้าของยูริ ชิมะ มาโมรุ ก็มาเป็นแขกประจำ สนิทกับไคโดเจ้าของร้านดี และมาส่งงานให้ยูริที่นี่ งานนี้คือให้ยูริติดตามชายคนหนึ่งที่ชื่อฟุโด ท่าทางหมอนี่จะเป็นแฟงไกอาอีกรายหนึ่ง (เอ แล้วไอ้แมงมุมที่เจ๊แกพลาดไปล่ะ ปล่อยมันไปแล้วเรอะ)


เราได้ข่าวว่าหมอนี่เลิกเป็นคุวากะไรเจอร์ หันมาเป็นผู้ร้ายแทน

ตัดมาที่ปี 2008 ร้านของลุงไคโดก็ยังคงอยู่ยงคงกระพัน ไม่โดนไล่ที่ ที่นั่น เมกุมิกับวาตารุก็ต้องมาพบกัน เหตุเพราะก่อนหน้านี้เจ้าวาตารุไปเอาก้างปลาที่เมกุมิกินเสร็จ พฤติกรรมและการแต่งตัวพิลึกเมกุมิเลยลากมาเคลียร์ที่ร้านนี่ เมกุมิพยายามให้วาตารุถอดหน้ากากและชุดคลุมของมันออก หัดมาสูดอากาศบริสุทธิซะบ้าง แต่คุยกันได้ไม่นานเมกุมิก็มีสายด่วนเข้ามา เจ้าวาตารุเลยชิ่งหนีไปซะก่อน


สาวงามมาตื้อขนาดนี้ดันเล่นตัว อยากโดนถีบใช่มั้ยเจ้าวาตารุ

ตัดมาที่ปี 1986 ฟุโดที่เป็นแฟงไกอา ท่าทางจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อ ตอนนั้นมันกำลังเล็งเหยื่อที่คงจะเป็นเลขา กะพาไปงาบในที่เปลี่ยวตามแบบของโจรโฉด แต่ว่าตอนนั้นยูริก็ตามมาขวางไว้ได้ ฟุโดจึงแปลงร่างเป็น ฮอร์สแฟงไกอา ต่อสู้กับยูริ และท่าทางจะเหนือกว่ามาก แต่ฟุโดสนใจเหยื่อเลขานั่นมากกว่า ตอนนั้นพวกลูกน้องของฟุโดก็มาพอดี ฟุโด(คืนร่างแล้ว)จึงสั่งให้ลูกน้องไปตามจัดการยูริเสีย ท่าทางพวกลูกน้องก็คงไม่รู้ว่าฟุโดคือแฟงไกอา


จินไร ชิโนบิ เช.. เอ้ย ผิดเรื่อง


ข้าคือ ฮอร์ส ออลเฟนอกส์ ไม่ใช่ล่ะ ฮอร์สแฟงไกอา สิเฟ้ย

ยูริหลบพวกลูกน้องของฟุโดไปได้ โดยเจอไอ้หนุ่มที่ผ่านมาแถวนั้น เลยแกล้งปลอมเป็นคนรักกอดกันอยู่ ไอ้หนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ คุเรไน โอโตยะ พ่อของพระเอกเรานี่เอง แม้ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ยูริต้องทำ แต่เจ้าป๋าโอโตยะนี่กลับโชว์มาดที่ผิดกับลูกชายมาก เพราะเขากลับสวมวิญญาณเป็นไอ้ขี้หลี เข้ามาหลียูริทันที ก่อนที่จะโดนตบหน้าคว่ำไปซะก่อน


มีบทอย่างนี้บ่อยๆ ป๋าชอบครับ

ยูริตามล่าฟุโดมาจนถึงที่พักของเลขาฟุโด แต่ว่าเลขาคนนั้นถูกดูดพลังชีวิตไปซะแล้ว ยูรีเข้าต่อสู้กับฟุโดอย่างดุเดือด แต่ว่าอยู่ๆเจ้าป๋าขี้หลี โอโตยะ ก็โผล่มากอดยูริซะงั้น เลยทำให้ฟุโดหนีไปได้ และเมื่องานพลาดเพราะเรื่องเฮงซวยเช่นนี้ เจ๊ยูริเลยฝากกำปั้นตะบันหน้าเจ้าป๋าขี้หลีของเราลงไปนอนกองอีกรอบ


ท่าทางแค้นของตระกูลนี้มาจากเจ้าป๋าขี้หลีทำแสบไว้แน่ๆ

กลับมาที่ปี 2008 ที่บ้านเจ้าวาตารุ วาตารุกับเจ้าค้างคาว คิวัต แบท ที่ 3 ก็เหมือนจะรู้จักกันมาดี และคุยเล่นกันได้ด้วย สงสัยมันจะเป็นของประจำตระกูลรึไงเนี่ย อ้อ อาชีพของหมอนี่เป็นช่างทำไวโอลิน แล้วก็ที่สะสมก้างปลาเหมือนจะเอามาทำอะไรแปลกๆ ไม่รู้เกี่ยวกับการทำไวโอลิน หรือเป็นอาหารของมันก็ไม่รู้นะ


เอ.. มีแฟนเซอร์วิสพวกพลังวายด้วยเรอะ

ทางด้านเมกุมิ งานด่วนที่เธอรับก็คือพาฟุโดไปถ่ายแบบ หมอนี่มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ปี 1986 มาถึงปี 2008 โดยไม่แก่เลย แต่ว่าเมกุมิเมื่อรับงานพาฟุโดไปถ่ายแบบ ก็โดนเป็นเป้าหมายเป็นเหยือสูบพลังชัวิตของฟุโดไปเสีย แต่เมื่อเธอกำลังจะเสียท่านั้น เธอกลับตอบโต้ฟุโดด้วยปืนพกประจำตัว แน่นอน เธอคือหนึ่งในทีมนักล่าด้วย เรียกว่าเจริญรอยตามแม่ของเธอ ยูริ นั่นเอง


คุณแม่ว่าแสบแล้ว คุณลูกก็ซ่าไม่แพ้กัน

ในระหว่างที่เมกุมิกำลังต่อสู้นั่นเอง วาตารุที่กำลังสีไวโอลิน เขาเหมือนจะสัมผัสกับพลังของแฟงไกอาจากเสียงสะท้อนของไวโอลินได้ วาตารุจึงเดินออกไปตามเสียงนั้น และในตอนนั้นเองเขาก็ทำการแปลงร่างออกมาทันที ราวกับว่าเป็นสัญชาติญาณที่ฝังในตัวของเขาอยู่แล้ว

นี่คือการแปลงร่างของ คาเมนไรเดอร์ คิบะ


วาตารุจะหยิบคิวัตเอาเขี้ยวมาจิ้มมือตัวเอง เพื่อกระตุ้นสายเลือดในตัว (ของเล่นคงไม่ติดเข็มหรอกนะ)


เข็มขัดปรากฎมาในรูปของโซ่ (พระเอกเรื่องนี้ท่าทางชอบมาโซ เหมือน อันโดรเมด้า ชุน)


เฮนชิน!! (สังเกตหน้าพระเอกจะมีลายแบบแฟงไกอาด้วย แต่คนละลาย)


คิวัตถูกติดเข็มขัดแบบกลับหัว (ก็ค้างคาวน่ะสิ)


เมื่อความถี่เสียงส่งออกมาเกิดเรโซแนนซ์ได้ถูกต้อง ก็จะเกิดการเปลี่ยนร่าง


คุเรไน วาตารุ ก็แปลงร่างเป็น คาเมนไรเดอร์ คิบะ ทันที

คิบะเมื่อไปถึงเจ้าฮอร์สแฟงไกอา ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงเข้าลุยกับเจ้าม้านี่ทันที


ไอ้พวกที่เล่นงานสาวสวย มรึงตายสถานเดียว

ฉากต่อสู้ไปดูกันเองแล้วกันนะครับ แอคชั่นมันส์มาก พระเอกไม่ได้เก่งเทพแบบเทนโด ออกจะเหมือนๆกับคูก้ากับอากิโตะ คือรู้ในพลังของตัวเองบางส่วนบ้างแล้ว และที่ขาดไม่ได้คือการเผด็จศึกด้วยท่าไรเดอร์คิ๊ก ดาร์กเนส มูน เบรค


คิบะจะหยิบนกหวีดออกมาหนึ่งอันจากข้างเข็มขัด


จากนั้นก็ยัดปากเจ้าค้างคาวปากมาก แล้วมันก็จะตะโกนว่า Wake Up!! ก่อนที่จะบินออกจากเข็มขัด


สมชื่อดาร์กเนสมูน เบรค เพราะราวเล่นไสยศาสตร์ พอเจ้าคิวัตบินออกไป ท้องฟ้าก็กลายเป็นกลางคืน มีพระจันทร์เสี้ยวออกมาทันที


คิบะยกเท้าสูง เพื่อเตรียมอะไรบางอย่าง


คิวัตบินรอบๆเท้าขวาของเขา เพื่อปลดผนึกโซ่ออก และเท้าขวาก็กางปีกค้างคาวออกมาได้


คิบะกระโดดลอยตัวแบบห้อยหัวอย่างค้างคาว ท่ามกลางพระจันทร์ที่เป็นฉากหลัง


ไรเดอร์คิ๊ก!!


ถีบโดนแบบเต็มๆ สะใจ


ยังไม่พอ เมื่ออัดศัตรูติดกำแพง ยังประทับตราคิบะให้เห็นด้วย

ท่าไม้ตายนี้พลังทำลาย 30 ตัน ก็มาตรฐานเหมือนไรเดอร์ยุคใหม่ทั่วๆไป ไม่ได้มากมาย แต่ฉากเอฟเฟคนี่ถือว่าอลังการงานสร้างจริงๆ จะว่าไปถือว่าอลังการที่สุดเท่าที่เคยทำไรเดอร์มาก็ว่าได้

เมื่อแฟงไกอาตายไปแล้ว มันจะสลายร่างเป็นดวงวิญญาณ และแน่นอนตอนนี้บันไดไม่ปล่อยโอกาส เพราะเป็นจังหวะที่เจ้าปราการมังกร แคสเซิลดราน ซึ่งอยู่ๆก็โผล่จากตึกแถวนั้นมาเฉย และออกมางาบดวงวิญญาณของแฟงไกอากิน (แถมเรอ 1 ที) ซึ่งทันทีที่ออกมาโปรโมทของเล่น ฉากก็กลับสว่างเป็นกลางวันทันที แล้วมันก็บินหายไปเฉยๆแบบไม่มีคนสงสัย


ผมออกมาโปรโมทของเล่นครับ งั่มๆๆ

แต่ว่าหลังจากจบการต่อสู้ คิบะกำลังเดินจากไปอย่างเท่ห์ๆ เมกุมิที่ถูกช่วยชีวิตไว้ เธอกลับเล็งปืนของเธอไปที่คิบะ และก็ยิงไปเหมือนจะมีนัยแห่งความแค้นกันอยู่ และที่สำคัญเธอรู้ด้วยว่าเจ้าตัวนี้มันชื่อคิบะ โดยไม่ได้บอกว่าเธออ่านเทเลบิคุงมาก่อนหรือไม่ถึงรู้จักมัน


สงสัยพิษรักแรงหึงแน่ๆ ป๋าขี้หลีของแกทำแสบอะไรไว้นะ

ต้องติดตามตอนต่อไปกันแล้ว ปริศนาทุกอย่างยังมีอีกเพียบตามเดิมของไรเดอร์ยุคใหม่ แถมมีเรื่องดำเนินเนื้อเรื่องสองด้าน ทั้งในปี 1986 รุ่นป๋าขี้หลี กับเจ๊ยูริ และในปี 2008 กับไอ้พระเอกสุดพิลึก วาตารุ และ สาวสวยสุดเข้ม เมกุมิ ชะตากรรมความผูกพันของสองตระกูลนี้จะเป็นมายังไง คิบะทำไมถึงเป็นที่รู้จักกับเมกุมิ แล้วแฟงไกอามาจากไหน ไปมายังไง องค์การฮันเตอร์ที่ตามล่าแฟงไกอาที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 1986 โดยไม่ง้อขบวนการแฟลชแมน (อ้าว เกี่ยวเรอะ) ทุกอย่างรอการติดตามอย่างพลาดไม่ได้ครับ

Comment ส่วนตัว

ถือว่าเปิดตัวได้อลังการสมการรอคอยนะครับสำหรับไรเดอร์คิบะ ดูแววแล้วคงได้ดูซีรีย์มันส์ๆต่อเนื่อง จากที่มันส์กันใน คาบุโตะ และ เดนโอ มาแล้ว ปริศนาเรื่องนี้ไม่รู้ว่าจะผูกได้ซับซ้อนมากขนาดอากิโตะรึเปล่า ซึ่งเห็นจากการเปิดตัวแบบนี้แล้ว นับว่าโตเอะทำการบ้านมาดีมาก โดยเฉพาะเรื่องของบท และความสำคัญของตัวละคร

ส่วนชื่อไรเดอร์เขียนภาษา Eng ว่า Kiva แต่ผมชินกับเรียกว่า คิบะ ตามคำอ่านของญี่ปุ่นมากกว่านะครับ






Last Update : 28 มกราคม 2551 0:42:55 น. 3 comments
Counter : 158 Pageviews.




ผู้มาเยือนหมายเลข 1
เคยดูแต่ ไอ้มดแดงตัวที่1 - 7

จากนั้นก็ไม่รู้จักอีดเลย อิ อิ อิ





โดย: ตาอ้วนชวนคุย วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:10:18:15 น.




ผู้มาเยือนหมายเลข 2
มดแดงรุ่นใหม่นี่ สงสัยโดดถีบมดแดงรุ่นหนึ่งทีเดียวตาย

มันเก่งเวอร์จริงๆ



โดย: เสี่ยวเหลียงจือ วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:10:57:14 น.




ผู้มาเยือนหมายเลข 3
ตอนนี้ทางทั่วบ้านทั่วเมืองเค้าเรียกว่า "คิวะ"(kiva) นะครับเนื่องจากว่ากลัวมันจะไปซ้ำกับการ์ตูนอนิเมะเรื่อง "คิบะศึกอภินิหารข้ามภพ"(kiba) ที่ฉายทางทรูวิชั่นช่องทรูสปาร์คเข้าไม่ได้โปรโมทนะครับสะกดเหมือนกันเลย



โดย: nensu IP: 58.8.86.149 วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:17:00:49 น.





โดย: klf IP: 124.121.163.123 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:13:36 น.  

 
แต่งเองหรอ


โดย: สรวิชญ์ IP: 58.9.192.189 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:16:39 น.  

 
ก็มันดีนี่ครับ โดยเฉพาะฉาก RIDER KICK


โดย: สาวกไรเดออร์ IP: 210.86.207.100 วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:11:48:36 น.  

 
เกี่ยวไร กับ เฮียชุนผม


โดย: สาวกเซนต์ เซย์ย่า IP: 210.86.206.131 วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:13:09:59 น.  

 
ไรเดอร์คิก เท่ที่สุดเลยครับ
สวยงามมากๆ ผมคิดว่าไรเดอร์คนนี้ไรเดอร์คิก
สวยที่สุดแล้ว

หรือว่าใครคิดว่าคนอื่นบ้างครับ


โดย: ไรเดอร์ คาบูโตะ IP: 118.172.129.220 วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:34:26 น.  

 
มันไม่ใช่ไอ้มดแดงซะหน่อย....

มันเป็นไอ้ค้างคาวแดง ตะหาก - - โกดๆๆๆ เลย


โดย: Emsuke IP: 125.26.146.27 วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:2:25:44 น.  

 
พระเอกไม่คอยหล่อเท่าไรเลย
เอาหมายเลขให้เลย 0892719280


โดย: ศิวศิษฎ์ แจ้งเอี่ยม IP: 117.47.229.47 วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:16:08:08 น.  

 
สนุกครับเคยดูเวอร์ชั่นที่เป็นภาษาญี่ปุ่นแต่ฟังไม่รู้เรื่อง

[url=//astore.amazon.com/buy-iron-man-20]ดงของล่น[/url]Iron Man Games & Toys $[url=//astore.amazon.com/ipod.accessories.apple-20]Apple Ipod Accessories[/url]


โดย: คาเมน IP: 202.133.176.243 วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:27:28 น.  

 
หนุกดีครับ


โดย: Kaiba Seto IP: 61.91.164.183 วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:20:28:41 น.  

 
เท่จังเลยๆๆ


โดย: mark IP: 118.175.132.169 วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:11:01:47 น.  

 
ถ้าสุดยอดขี้หลีตัวพ่ออย่าง อุราทารอส กับ โอโตยะ มาเจอกันจะเป็นไงครับ


โดย: 111111111 IP: 58.9.147.141 วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:23:14:46 น.  

 
มันดีครับเวอร์ด้วยแต่ได้ดูแล้ว


โดย: ดก่เเดก IP: 125.24.189.212 วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:20:48:33 น.  

 
สุดยอดขอบคุณมากครับที่ให้อ่าน


โดย: รุ่นพี่ IP: 118.172.200.101 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:7:42:47 น.  

 
มันมาก


โดย: yeenza IP: 110.169.14.236 วันที่: 1 มิถุนายน 2553 เวลา:18:20:32 น.  

 
คิบะเก่งปะ...


โดย: มาสไรเดอร์ คิบะ IP: 180.183.84.16 วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:9:51:32 น.  

 
ไม่ค่อยชอบนะคุคุ


โดย: kururu IP: 223.205.234.177 วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:10:16:50 น.  

 
kero kero kero kero kero


โดย: keroro IP: 223.205.234.177 วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:10:18:51 น.  

 
่ทสม้งแบ



โดย: พชร IP: 223.206.78.219 วันที่: 16 เมษายน 2554 เวลา:16:19:26 น.  

 

คาเมนไรเดอร์ คิบะ ตอนที่ 1 : Wake Up !! การต่อสู้แห่งสายเลือด หรือชะตากรรม





ณ ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในปี 1986 ขณะที่กำลังจัดงานศพให้ชายคนหนึ่ง ในระหว่างนั้นเมื่อหญิงคนหนึ่งนำดอกไม้มาวางไว้ที่โลง ชายคนนั้นก็กลับฟื้นคืนชีพมาในสภาพประหลาด และยังออกอาการประหลาดหนักกว่าเดิม เมื่อมีขาแมงมุมออกมาและเสกเขี้ยวล่องหน เข้าดูดพลังของหญิงคนนั้น ชายคนนั้นกลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดร่างแมงมุม แน่นอนคนดูๆอย่างเรารู้แน่ว่านี่คือ แฟงไกอา ปีศาจร้ายประจำเรื่องนี้


แฟงไกอาเมื่อฟื้นในร่างคน จะปรากฎลายที่คางเหมือนกัยภาพเขียนสีน้ำมันบนกระจกที่พบในโบสถ์


การดูดพลังชีวิตจะเสกเขี้ยวลอยมาเสียบที่คอ และดูเหมือนจะมีแต่เหยื่อผู้หญิง


เหยื่อที่ถูกดูดพลังชีวิตไป ร่างกายจะจางหายเหมือนล่องหน


นี่คือแฟงไกอาตัวแรกที่โผล่ในเรื่องนี้ เปิดฉากด้วยแมงมุม เหมือนเป็นการเอาฤกษ์ในไรเดอร์หลายๆเรื่อง

สไป เดอร์ แฟงไกอา ออกไล่ทำร้ายผู้คนที่มาร่วมงานศพ แต่แล้วก็ต้องเจอกับหญิงสาวลึกลับคนหนึ่งที่มาร่วมงานศพ เธอประกาศการปราบปีศาจในนามของพระเจ้า (ไว้รอคำแปลอีกทีนะครับ) และเมื่อเริ่มสู้กันก็ถอดชุด โชว์ชุดลุยของจริงแบบโชว์ขาอ่อน แต่ยังคงลีลาร้ายกาจ เผ็ด สวย ดุ จริงๆ เธอคนนี้ก็คือ อาโซ ยูริ นักล่าแฟงไกอาฟีมือฉกาจของยุคนี้ อาวุธของเธอเปลี่ยนได้ทั้งเป็นมีดและแส้ แต่ว่าเมื่อต่อสู้ไป เจ้าแมงมุมนี่กลับหายตัวไปต่อหน้าเธอ ทิ้งไว้แต่รอยกรงเล็บที่ประตูโบสถ์


ฮันเตอร์สาวสวยเรื่องนี้ เผ็ด สวย ดุ กันทุกคน


อ๊ะ แมงมุมมันหายตัวได้ด้วยรึ หรือจะเป็นความสามารถพื้นฐานของแฟงไกอา

ตัดมาที่ปี 2008
โบสถ์ แห่งนั้นยังคงเหลือรอยกรงเล็บของสไปเดอร์แฟงไกอาไว้ ที่นั่นมีชายหนุ่มท่าทางพิลึก (พระเอกนั่นล่ะ) เขาชื่อว่า คุเรไน วาตารุ หมอที่พฤติกรรมแปลกๆ เพราะสวมคลุม ใส่แว่น ใส่มาสก์ปิดปาก ราวกับเป็นพวกโรคจิต หรือไม่ก็พวกที่เกลียดความสกปรกอย่างยิ่ง ไม่งั้นก็ภูมิคุ้มกันต่ำ แถมยังมีงานอดิเรกที่พิลึกพิลั่นไปใหญ่นั่นคือ เก็บสะสมก้างปลาในที่ต่างๆ แต่ว่าแม้พฤติกรรมจะสุดตรีนเช่นนี้ก็ยังมีคนคบ นั่นคือเพื่อนหญิงที่เป็นสาวน้อยน่ารักที่ชื่อ โนตมมูระ เอ้ย โนมูระ ชิสุกะ เธอยังเอาก้างปลามาฝากเจ้าวาตารุด้วย นอกจากจะทำตัวแปลกๆแล้ว เจ้าวาตารุยังไม่ค่อยชอบพูด เวลาคุยกับใครก็เอากระดาษที่เขียนคำสนทนามาเปิดให้เขาดูแทนไปซะงั้น


โอ ถึงกับเขียนว่าขอโทษให้คุณแมว กะเชลียร์นายกคนใหม่แน่ๆ

แน่ นอนพฤติกรรมสุดตรีนเช่นนี้ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆก็ย่อมเห็นว่าแปลกเป็นธรรมดา บ้านของวาตารุเลยถูกชาวบ้านแถบนั้นร่ำลือไปต่างๆนาๆ (แต่ไม่มีคนมาขูดหาหวยแฮะ) วันนั้นเมื่อกลับบ้านชิสุกะจึงต้องไปเคลียร์กับพวกชาวบ้านให้ ท่าทางเหมือนเจ้าวาตารุมันจะรักสะอาดเกินเหตุอะไรแบบนั้น แต่แท้ที่จริงเป็นยังไงไม่ทราบ


ผมทนกลิ่นสส.ในสภาไม่ได้ครับ

ตัด ภาพมาหน่อยกับนางเอกของเรา อาโซ เมกุมิ เธอมีอาชีพเป็นนางแบบ เห็นว่านามสกุลเดียวกับ อาโซ ยูริ ก็เป็นลูกของอาโซ ยูริ นั่นล่ะ จริงๆในหนังยังไม่ได้บอก แต่ว่าคงต้องอธิบายไปก่อน เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะงง เพราะจะมีการตัดฉากกลับไปมาระหว่างปี 1986 กับ 2008 หลายทีมากครับ


เรื่องนี้มีอะไรสวยๆงามๆให้ดูดีจริงๆ อย่าหายไปกลางเรื่องแบบเจ้าแม่ฮานะล่ะ งอนนะตัวเอง

กลับ มาที่ปี 1986 ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ท่าทางจะเป็นขาประจำของเรื่อง เจ้าของร้าน ไคโด อากิระ ได้จ้างยูริไว้ทำงานเสิร์ฟในร้าน ตอนนี้จะเห็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งของยูริ ที่เห็นว่า เผ็ด สวย ดุ ขนาดนนั้น ที่จริงเธอกลัวหมา


หรือว่าเจ๊ยูริจะเรียนวิชาจากโมโมทารอสมา

ที่ ร้านแห่งนี้หัวหน้าของยูริ ชิมะ มาโมรุ ก็มาเป็นแขกประจำ สนิทกับไคโดเจ้าของร้านดี และมาส่งงานให้ยูริที่นี่ งานนี้คือให้ยูริติดตามชายคนหนึ่งที่ชื่อฟุโด ท่าทางหมอนี่จะเป็นแฟงไกอาอีกรายหนึ่ง (เอ แล้วไอ้แมงมุมที่เจ๊แกพลาดไปล่ะ ปล่อยมันไปแล้วเรอะ)


เราได้ข่าวว่าหมอนี่เลิกเป็นคุวากะไรเจอร์ หันมาเป็นผู้ร้ายแทน

ตัด มาที่ปี 2008 ร้านของลุงไคโดก็ยังคงอยู่ยงคงกระพัน ไม่โดนไล่ที่ ที่นั่น เมกุมิกับวาตารุก็ต้องมาพบกัน เหตุเพราะก่อนหน้านี้เจ้าวาตารุไปเอาก้างปลาที่เมกุมิกินเสร็จ พฤติกรรมและการแต่งตัวพิลึกเมกุมิเลยลากมาเคลียร์ที่ร้านนี่ เมกุมิพยายามให้วาตารุถอดหน้ากากและชุดคลุมของมันออก หัดมาสูดอากาศบริสุทธิซะบ้าง แต่คุยกันได้ไม่นานเมกุมิก็มีสายด่วนเข้ามา เจ้าวาตารุเลยชิ่งหนีไปซะก่อน


สาวงามมาตื้อขนาดนี้ดันเล่นตัว อยากโดนถีบใช่มั้ยเจ้าวาตารุ

ตัด มาที่ปี 1986 ฟุโดที่เป็นแฟงไกอา ท่าทางจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อ ตอนนั้นมันกำลังเล็งเหยื่อที่คงจะเป็นเลขา กะพาไปงาบในที่เปลี่ยวตามแบบของโจรโฉด แต่ว่าตอนนั้นยูริก็ตามมาขวางไว้ได้ ฟุโดจึงแปลงร่างเป็น ฮอร์สแฟงไกอา ต่อสู้กับยูริ และท่าทางจะเหนือกว่ามาก แต่ฟุโดสนใจเหยื่อเลขานั่นมากกว่า ตอนนั้นพวกลูกน้องของฟุโดก็มาพอดี ฟุโด(คืนร่างแล้ว)จึงสั่งให้ลูกน้องไปตามจัดการยูริเสีย ท่าทางพวกลูกน้องก็คงไม่รู้ว่าฟุโดคือแฟงไกอา


จินไร ชิโนบิ เช.. เอ้ย ผิดเรื่อง


ข้าคือ ฮอร์ส ออลเฟนอกส์ ไม่ใช่ล่ะ ฮอร์สแฟงไกอา สิเฟ้ย

ยู ริหลบพวกลูกน้องของฟุโดไปได้ โดยเจอไอ้หนุ่มที่ผ่านมาแถวนั้น เลยแกล้งปลอมเป็นคนรักกอดกันอยู่ ไอ้หนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ คุเรไน โอโตยะ พ่อของพระเอกเรานี่เอง แม้ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ยูริต้องทำ แต่เจ้าป๋าโอโตยะนี่กลับโชว์มาดที่ผิดกับลูกชายมาก เพราะเขากลับสวมวิญญาณเป็นไอ้ขี้หลี เข้ามาหลียูริทันที ก่อนที่จะโดนตบหน้าคว่ำไปซะก่อน


มีบทอย่างนี้บ่อยๆ ป๋าชอบครับ

ยู ริตามล่าฟุโดมาจนถึงที่พักของเลขาฟุโด แต่ว่าเลขาคนนั้นถูกดูดพลังชีวิตไปซะแล้ว ยูรีเข้าต่อสู้กับฟุโดอย่างดุเดือด แต่ว่าอยู่ๆเจ้าป๋าขี้หลี โอโตยะ ก็โผล่มากอดยูริซะงั้น เลยทำให้ฟุโดหนีไปได้ และเมื่องานพลาดเพราะเรื่องเฮงซวยเช่นนี้ เจ๊ยูริเลยฝากกำปั้นตะบันหน้าเจ้าป๋าขี้หลีของเราลงไปนอนกองอีกรอบ


ท่าทางแค้นของตระกูลนี้มาจากเจ้าป๋าขี้หลีทำแสบไว้แน่ๆ

กลับ มาที่ปี 2008 ที่บ้านเจ้าวาตารุ วาตารุกับเจ้าค้างคาว คิวัต แบท ที่ 3 ก็เหมือนจะรู้จักกันมาดี และคุยเล่นกันได้ด้วย สงสัยมันจะเป็นของประจำตระกูลรึไงเนี่ย อ้อ อาชีพของหมอนี่เป็นช่างทำไวโอลิน แล้วก็ที่สะสมก้างปลาเหมือนจะเอามาทำอะไรแปลกๆ ไม่รู้เกี่ยวกับการทำไวโอลิน หรือเป็นอาหารของมันก็ไม่รู้นะ


เอ.. มีแฟนเซอร์วิสพวกพลังวายด้วยเรอะ

ทาง ด้านเมกุมิ งานด่วนที่เธอรับก็คือพาฟุโดไปถ่ายแบบ หมอนี่มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ปี 1986 มาถึงปี 2008 โดยไม่แก่เลย แต่ว่าเมกุมิเมื่อรับงานพาฟุโดไปถ่ายแบบ ก็โดนเป็นเป้าหมายเป็นเหยือสูบพลังชัวิตของฟุโดไปเสีย แต่เมื่อเธอกำลังจะเสียท่านั้น เธอกลับตอบโต้ฟุโดด้วยปืนพกประจำตัว แน่นอน เธอคือหนึ่งในทีมนักล่าด้วย เรียกว่าเจริญรอยตามแม่ของเธอ ยูริ นั่นเอง


คุณแม่ว่าแสบแล้ว คุณลูกก็ซ่าไม่แพ้กัน

ใน ระหว่างที่เมกุมิกำลังต่อสู้นั่นเอง วาตารุที่กำลังสีไวโอลิน เขาเหมือนจะสัมผัสกับพลังของแฟงไกอาจากเสียงสะท้อนของไวโอลินได้ วาตารุจึงเดินออกไปตามเสียงนั้น และในตอนนั้นเองเขาก็ทำการแปลงร่างออกมาทันที ราวกับว่าเป็นสัญชาติญาณที่ฝังในตัวของเขาอยู่แล้ว

นี่คือการแปลงร่างของ คาเมนไรเดอร์ คิบะ


วาตารุจะหยิบคิวัตเอาเขี้ยวมาจิ้มมือตัวเอง เพื่อกระตุ้นสายเลือดในตัว (ของเล่นคงไม่ติดเข็มหรอกนะ)


เข็มขัดปรากฎมาในรูปของโซ่ (พระเอกเรื่องนี้ท่าทางชอบมาโซ เหมือน อันโดรเมด้า ชุน)


เฮนชิน!! (สังเกตหน้าพระเอกจะมีลายแบบแฟงไกอาด้วย แต่คนละลาย)


คิวัตถูกติดเข็มขัดแบบกลับหัว (ก็ค้างคาวน่ะสิ)


เมื่อความถี่เสียงส่งออกมาเกิดเรโซแนนซ์ได้ถูกต้อง ก็จะเกิดการเปลี่ยนร่าง


คุเรไน วาตารุ ก็แปลงร่างเป็น คาเมนไรเดอร์ คิบะ ทันที

คิบะเมื่อไปถึงเจ้าฮอร์สแฟงไกอา ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงเข้าลุยกับเจ้าม้านี่ทันที


ไอ้พวกที่เล่นงานสาวสวย มรึงตายสถานเดียว

ฉาก ต่อสู้ไปดูกันเองแล้วกันนะครับ แอคชั่นมันส์มาก พระเอกไม่ได้เก่งเทพแบบเทนโด ออกจะเหมือนๆกับคูก้ากับอากิโตะ คือรู้ในพลังของตัวเองบางส่วนบ้างแล้ว และที่ขาดไม่ได้คือการเผด็จศึกด้วยท่าไรเดอร์คิ๊ก ดาร์กเนส มูน เบรค


คิบะจะหยิบนกหวีดออกมาหนึ่งอันจากข้างเข็มขัด


จากนั้นก็ยัดปากเจ้าค้างคาวปากมาก แล้วมันก็จะตะโกนว่า Wake Up!! ก่อนที่จะบินออกจากเข็มขัด


สมชื่อดาร์กเนสมูน เบรค เพราะราวเล่นไสยศาสตร์ พอเจ้าคิวัตบินออกไป ท้องฟ้าก็กลายเป็นกลางคืน มีพระจันทร์เสี้ยวออกมาทันที


คิบะยกเท้าสูง เพื่อเตรียมอะไรบางอย่าง


คิวัตบินรอบๆเท้าขวาของเขา เพื่อปลดผนึกโซ่ออก และเท้าขวาก็กางปีกค้างคาวออกมาได้


คิบะกระโดดลอยตัวแบบห้อยหัวอย่างค้างคาว ท่ามกลางพระจันทร์ที่เป็นฉากหลัง


ไรเดอร์คิ๊ก!!


ถีบโดนแบบเต็มๆ สะใจ


ยังไม่พอ เมื่ออัดศัตรูติดกำแพง ยังประทับตราคิบะให้เห็นด้วย

ท่า ไม้ตายนี้พลังทำลาย 30 ตัน ก็มาตรฐานเหมือนไรเดอร์ยุคใหม่ทั่วๆไป ไม่ได้มากมาย แต่ฉากเอฟเฟคนี่ถือว่าอลังการงานสร้างจริงๆ จะว่าไปถือว่าอลังการที่สุดเท่าที่เคยทำไรเดอร์มาก็ว่าได้

เมื่อแฟง ไกอาตายไปแล้ว มันจะสลายร่างเป็นดวงวิญญาณ และแน่นอนตอนนี้บันไดไม่ปล่อยโอกาส เพราะเป็นจังหวะที่เจ้าปราการมังกร แคสเซิลดราน ซึ่งอยู่ๆก็โผล่จากตึกแถวนั้นมาเฉย และออกมางาบดวงวิญญาณของแฟงไกอากิน (แถมเรอ 1 ที) ซึ่งทันทีที่ออกมาโปรโมทของเล่น ฉากก็กลับสว่างเป็นกลางวันทันที แล้วมันก็บินหายไปเฉยๆแบบไม่มีคนสงสัย


ผมออกมาโปรโมทของเล่นครับ งั่มๆๆ

แต่ ว่าหลังจากจบการต่อสู้ คิบะกำลังเดินจากไปอย่างเท่ห์ๆ เมกุมิที่ถูกช่วยชีวิตไว้ เธอกลับเล็งปืนของเธอไปที่คิบะ และก็ยิงไปเหมือนจะมีนัยแห่งความแค้นกันอยู่ และที่สำคัญเธอรู้ด้วยว่าเจ้าตัวนี้มันชื่อคิบะ โดยไม่ได้บอกว่าเธออ่านเทเลบิคุงมาก่อนหรือไม่ถึงรู้จักมัน


สงสัยพิษรักแรงหึงแน่ๆ ป๋าขี้หลีของแกทำแสบอะไรไว้นะ

ต้อง ติดตามตอนต่อไปกันแล้ว ปริศนาทุกอย่างยังมีอีกเพียบตามเดิมของไรเดอร์ยุคใหม่ แถมมีเรื่องดำเนินเนื้อเรื่องสองด้าน ทั้งในปี 1986 รุ่นป๋าขี้หลี กับเจ๊ยูริ และในปี 2008 กับไอ้พระเอกสุดพิลึก วาตารุ และ สาวสวยสุดเข้ม เมกุมิ ชะตากรรมความผูกพันของสองตระกูลนี้จะเป็นมายังไง คิบะทำไมถึงเป็นที่รู้จักกับเมกุมิ แล้วแฟงไกอามาจากไหน ไปมายังไง องค์การฮันเตอร์ที่ตามล่าแฟงไกอาที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 1986 โดยไม่ง้อขบวนการแฟลชแมน (อ้าว เกี่ยวเรอะ) ทุกอย่างรอการติดตามอย่างพลาดไม่ได้ครับ

Comment ส่วนตัว

ถือ ว่าเปิดตัวได้อลังการสมการรอคอยนะครับสำหรับไรเดอร์คิบะ ดูแววแล้วคงได้ดูซีรีย์มันส์ๆต่อเนื่อง จากที่มันส์กันใน คาบุโตะ และ เดนโอ มาแล้ว ปริศนาเรื่องนี้ไม่รู้ว่าจะผูกได้ซับซ้อนมากขนาดอากิโตะรึเปล่า ซึ่งเห็นจากการเปิดตัวแบบนี้แล้ว นับว่าโตเอะทำการบ้านมาดีมาก โดยเฉพาะเรื่องของบท และความสำคัญของตัวละคร

ส่วนชื่อไรเดอร์เขียนภาษา Eng ว่า Kiva แต่ผมชินกับเรียกว่า คิบะ ตามคำอ่านของญี่ปุ่นมากกว่านะครับ


โดย: พชร IP: 223.206.78.219 วันที่: 16 เมษายน 2554 เวลา:16:21:30 น.  

 

คาเมนไรเดอร์ คิบะ ตอนที่ 1 : Wake Up !! การต่อสู้แห่งสายเลือด หรือชะตากรรม





ณ ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในปี 1986 ขณะที่กำลังจัดงานศพให้ชายคนหนึ่ง ในระหว่างนั้นเมื่อหญิงคนหนึ่งนำดอกไม้มาวางไว้ที่โลง ชายคนนั้นก็กลับฟื้นคืนชีพมาในสภาพประหลาด และยังออกอาการประหลาดหนักกว่าเดิม เมื่อมีขาแมงมุมออกมาและเสกเขี้ยวล่องหน เข้าดูดพลังของหญิงคนนั้น ชายคนนั้นกลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดร่างแมงมุม แน่นอนคนดูๆอย่างเรารู้แน่ว่านี่คือ แฟงไกอา ปีศาจร้ายประจำเรื่องนี้


แฟงไกอาเมื่อฟื้นในร่างคน จะปรากฎลายที่คางเหมือนกัยภาพเขียนสีน้ำมันบนกระจกที่พบในโบสถ์


การดูดพลังชีวิตจะเสกเขี้ยวลอยมาเสียบที่คอ และดูเหมือนจะมีแต่เหยื่อผู้หญิง


เหยื่อที่ถูกดูดพลังชีวิตไป ร่างกายจะจางหายเหมือนล่องหน


นี่คือแฟงไกอาตัวแรกที่โผล่ในเรื่องนี้ เปิดฉากด้วยแมงมุม เหมือนเป็นการเอาฤกษ์ในไรเดอร์หลายๆเรื่อง

สไป เดอร์ แฟงไกอา ออกไล่ทำร้ายผู้คนที่มาร่วมงานศพ แต่แล้วก็ต้องเจอกับหญิงสาวลึกลับคนหนึ่งที่มาร่วมงานศพ เธอประกาศการปราบปีศาจในนามของพระเจ้า (ไว้รอคำแปลอีกทีนะครับ) และเมื่อเริ่มสู้กันก็ถอดชุด โชว์ชุดลุยของจริงแบบโชว์ขาอ่อน แต่ยังคงลีลาร้ายกาจ เผ็ด สวย ดุ จริงๆ เธอคนนี้ก็คือ อาโซ ยูริ นักล่าแฟงไกอาฟีมือฉกาจของยุคนี้ อาวุธของเธอเปลี่ยนได้ทั้งเป็นมีดและแส้ แต่ว่าเมื่อต่อสู้ไป เจ้าแมงมุมนี่กลับหายตัวไปต่อหน้าเธอ ทิ้งไว้แต่รอยกรงเล็บที่ประตูโบสถ์


ฮันเตอร์สาวสวยเรื่องนี้ เผ็ด สวย ดุ กันทุกคน


อ๊ะ แมงมุมมันหายตัวได้ด้วยรึ หรือจะเป็นความสามารถพื้นฐานของแฟงไกอา

ตัดมาที่ปี 2008
โบสถ์ แห่งนั้นยังคงเหลือรอยกรงเล็บของสไปเดอร์แฟงไกอาไว้ ที่นั่นมีชายหนุ่มท่าทางพิลึก (พระเอกนั่นล่ะ) เขาชื่อว่า คุเรไน วาตารุ หมอที่พฤติกรรมแปลกๆ เพราะสวมคลุม ใส่แว่น ใส่มาสก์ปิดปาก ราวกับเป็นพวกโรคจิต หรือไม่ก็พวกที่เกลียดความสกปรกอย่างยิ่ง ไม่งั้นก็ภูมิคุ้มกันต่ำ แถมยังมีงานอดิเรกที่พิลึกพิลั่นไปใหญ่นั่นคือ เก็บสะสมก้างปลาในที่ต่างๆ แต่ว่าแม้พฤติกรรมจะสุดตรีนเช่นนี้ก็ยังมีคนคบ นั่นคือเพื่อนหญิงที่เป็นสาวน้อยน่ารักที่ชื่อ โนตมมูระ เอ้ย โนมูระ ชิสุกะ เธอยังเอาก้างปลามาฝากเจ้าวาตารุด้วย นอกจากจะทำตัวแปลกๆแล้ว เจ้าวาตารุยังไม่ค่อยชอบพูด เวลาคุยกับใครก็เอากระดาษที่เขียนคำสนทนามาเปิดให้เขาดูแทนไปซะงั้น


โอ ถึงกับเขียนว่าขอโทษให้คุณแมว กะเชลียร์นายกคนใหม่แน่ๆ

แน่ นอนพฤติกรรมสุดตรีนเช่นนี้ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆก็ย่อมเห็นว่าแปลกเป็นธรรมดา บ้านของวาตารุเลยถูกชาวบ้านแถบนั้นร่ำลือไปต่างๆนาๆ (แต่ไม่มีคนมาขูดหาหวยแฮะ) วันนั้นเมื่อกลับบ้านชิสุกะจึงต้องไปเคลียร์กับพวกชาวบ้านให้ ท่าทางเหมือนเจ้าวาตารุมันจะรักสะอาดเกินเหตุอะไรแบบนั้น แต่แท้ที่จริงเป็นยังไงไม่ทราบ


ผมทนกลิ่นสส.ในสภาไม่ได้ครับ

ตัด ภาพมาหน่อยกับนางเอกของเรา อาโซ เมกุมิ เธอมีอาชีพเป็นนางแบบ เห็นว่านามสกุลเดียวกับ อาโซ ยูริ ก็เป็นลูกของอาโซ ยูริ นั่นล่ะ จริงๆในหนังยังไม่ได้บอก แต่ว่าคงต้องอธิบายไปก่อน เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะงง เพราะจะมีการตัดฉากกลับไปมาระหว่างปี 1986 กับ 2008 หลายทีมากครับ


เรื่องนี้มีอะไรสวยๆงามๆให้ดูดีจริงๆ อย่าหายไปกลางเรื่องแบบเจ้าแม่ฮานะล่ะ งอนนะตัวเอง

กลับ มาที่ปี 1986 ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ท่าทางจะเป็นขาประจำของเรื่อง เจ้าของร้าน ไคโด อากิระ ได้จ้างยูริไว้ทำงานเสิร์ฟในร้าน ตอนนี้จะเห็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งของยูริ ที่เห็นว่า เผ็ด สวย ดุ ขนาดนนั้น ที่จริงเธอกลัวหมา


หรือว่าเจ๊ยูริจะเรียนวิชาจากโมโมทารอสมา

ที่ ร้านแห่งนี้หัวหน้าของยูริ ชิมะ มาโมรุ ก็มาเป็นแขกประจำ สนิทกับไคโดเจ้าของร้านดี และมาส่งงานให้ยูริที่นี่ งานนี้คือให้ยูริติดตามชายคนหนึ่งที่ชื่อฟุโด ท่าทางหมอนี่จะเป็นแฟงไกอาอีกรายหนึ่ง (เอ แล้วไอ้แมงมุมที่เจ๊แกพลาดไปล่ะ ปล่อยมันไปแล้วเรอะ)


เราได้ข่าวว่าหมอนี่เลิกเป็นคุวากะไรเจอร์ หันมาเป็นผู้ร้ายแทน

ตัด มาที่ปี 2008 ร้านของลุงไคโดก็ยังคงอยู่ยงคงกระพัน ไม่โดนไล่ที่ ที่นั่น เมกุมิกับวาตารุก็ต้องมาพบกัน เหตุเพราะก่อนหน้านี้เจ้าวาตารุไปเอาก้างปลาที่เมกุมิกินเสร็จ พฤติกรรมและการแต่งตัวพิลึกเมกุมิเลยลากมาเคลียร์ที่ร้านนี่ เมกุมิพยายามให้วาตารุถอดหน้ากากและชุดคลุมของมันออก หัดมาสูดอากาศบริสุทธิซะบ้าง แต่คุยกันได้ไม่นานเมกุมิก็มีสายด่วนเข้ามา เจ้าวาตารุเลยชิ่งหนีไปซะก่อน


สาวงามมาตื้อขนาดนี้ดันเล่นตัว อยากโดนถีบใช่มั้ยเจ้าวาตารุ

ตัด มาที่ปี 1986 ฟุโดที่เป็นแฟงไกอา ท่าทางจะเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อ ตอนนั้นมันกำลังเล็งเหยื่อที่คงจะเป็นเลขา กะพาไปงาบในที่เปลี่ยวตามแบบของโจรโฉด แต่ว่าตอนนั้นยูริก็ตามมาขวางไว้ได้ ฟุโดจึงแปลงร่างเป็น ฮอร์สแฟงไกอา ต่อสู้กับยูริ และท่าทางจะเหนือกว่ามาก แต่ฟุโดสนใจเหยื่อเลขานั่นมากกว่า ตอนนั้นพวกลูกน้องของฟุโดก็มาพอดี ฟุโด(คืนร่างแล้ว)จึงสั่งให้ลูกน้องไปตามจัดการยูริเสีย ท่าทางพวกลูกน้องก็คงไม่รู้ว่าฟุโดคือแฟงไกอา


จินไร ชิโนบิ เช.. เอ้ย ผิดเรื่อง


ข้าคือ ฮอร์ส ออลเฟนอกส์ ไม่ใช่ล่ะ ฮอร์สแฟงไกอา สิเฟ้ย

ยู ริหลบพวกลูกน้องของฟุโดไปได้ โดยเจอไอ้หนุ่มที่ผ่านมาแถวนั้น เลยแกล้งปลอมเป็นคนรักกอดกันอยู่ ไอ้หนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ คุเรไน โอโตยะ พ่อของพระเอกเรานี่เอง แม้ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ยูริต้องทำ แต่เจ้าป๋าโอโตยะนี่กลับโชว์มาดที่ผิดกับลูกชายมาก เพราะเขากลับสวมวิญญาณเป็นไอ้ขี้หลี เข้ามาหลียูริทันที ก่อนที่จะโดนตบหน้าคว่ำไปซะก่อน


มีบทอย่างนี้บ่อยๆ ป๋าชอบครับ

ยู ริตามล่าฟุโดมาจนถึงที่พักของเลขาฟุโด แต่ว่าเลขาคนนั้นถูกดูดพลังชีวิตไปซะแล้ว ยูรีเข้าต่อสู้กับฟุโดอย่างดุเดือด แต่ว่าอยู่ๆเจ้าป๋าขี้หลี โอโตยะ ก็โผล่มากอดยูริซะงั้น เลยทำให้ฟุโดหนีไปได้ และเมื่องานพลาดเพราะเรื่องเฮงซวยเช่นนี้ เจ๊ยูริเลยฝากกำปั้นตะบันหน้าเจ้าป๋าขี้หลีของเราลงไปนอนกองอีกรอบ


ท่าทางแค้นของตระกูลนี้มาจากเจ้าป๋าขี้หลีทำแสบไว้แน่ๆ

กลับ มาที่ปี 2008 ที่บ้านเจ้าวาตารุ วาตารุกับเจ้าค้างคาว คิวัต แบท ที่ 3 ก็เหมือนจะรู้จักกันมาดี และคุยเล่นกันได้ด้วย สงสัยมันจะเป็นของประจำตระกูลรึไงเนี่ย อ้อ อาชีพของหมอนี่เป็นช่างทำไวโอลิน แล้วก็ที่สะสมก้างปลาเหมือนจะเอามาทำอะไรแปลกๆ ไม่รู้เกี่ยวกับการทำไวโอลิน หรือเป็นอาหารของมันก็ไม่รู้นะ


เอ.. มีแฟนเซอร์วิสพวกพลังวายด้วยเรอะ

ทาง ด้านเมกุมิ งานด่วนที่เธอรับก็คือพาฟุโดไปถ่ายแบบ หมอนี่มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ปี 1986 มาถึงปี 2008 โดยไม่แก่เลย แต่ว่าเมกุมิเมื่อรับงานพาฟุโดไปถ่ายแบบ ก็โดนเป็นเป้าหมายเป็นเหยือสูบพลังชัวิตของฟุโดไปเสีย แต่เมื่อเธอกำลังจะเสียท่านั้น เธอกลับตอบโต้ฟุโดด้วยปืนพกประจำตัว แน่นอน เธอคือหนึ่งในทีมนักล่าด้วย เรียกว่าเจริญรอยตามแม่ของเธอ ยูริ นั่นเอง


คุณแม่ว่าแสบแล้ว คุณลูกก็ซ่าไม่แพ้กัน

ใน ระหว่างที่เมกุมิกำลังต่อสู้นั่นเอง วาตารุที่กำลังสีไวโอลิน เขาเหมือนจะสัมผัสกับพลังของแฟงไกอาจากเสียงสะท้อนของไวโอลินได้ วาตารุจึงเดินออกไปตามเสียงนั้น และในตอนนั้นเองเขาก็ทำการแปลงร่างออกมาทันที ราวกับว่าเป็นสัญชาติญาณที่ฝังในตัวของเขาอยู่แล้ว

นี่คือการแปลงร่างของ คาเมนไรเดอร์ คิบะ


วาตารุจะหยิบคิวัตเอาเขี้ยวมาจิ้มมือตัวเอง เพื่อกระตุ้นสายเลือดในตัว (ของเล่นคงไม่ติดเข็มหรอกนะ)


เข็มขัดปรากฎมาในรูปของโซ่ (พระเอกเรื่องนี้ท่าทางชอบมาโซ เหมือน อันโดรเมด้า ชุน)


เฮนชิน!! (สังเกตหน้าพระเอกจะมีลายแบบแฟงไกอาด้วย แต่คนละลาย)


คิวัตถูกติดเข็มขัดแบบกลับหัว (ก็ค้างคาวน่ะสิ)


เมื่อความถี่เสียงส่งออกมาเกิดเรโซแนนซ์ได้ถูกต้อง ก็จะเกิดการเปลี่ยนร่าง


คุเรไน วาตารุ ก็แปลงร่างเป็น คาเมนไรเดอร์ คิบะ ทันที

คิบะเมื่อไปถึงเจ้าฮอร์สแฟงไกอา ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงเข้าลุยกับเจ้าม้านี่ทันที


ไอ้พวกที่เล่นงานสาวสวย มรึงตายสถานเดียว

ฉาก ต่อสู้ไปดูกันเองแล้วกันนะครับ แอคชั่นมันส์มาก พระเอกไม่ได้เก่งเทพแบบเทนโด ออกจะเหมือนๆกับคูก้ากับอากิโตะ คือรู้ในพลังของตัวเองบางส่วนบ้างแล้ว และที่ขาดไม่ได้คือการเผด็จศึกด้วยท่าไรเดอร์คิ๊ก ดาร์กเนส มูน เบรค


คิบะจะหยิบนกหวีดออกมาหนึ่งอันจากข้างเข็มขัด


จากนั้นก็ยัดปากเจ้าค้างคาวปากมาก แล้วมันก็จะตะโกนว่า Wake Up!! ก่อนที่จะบินออกจากเข็มขัด


สมชื่อดาร์กเนสมูน เบรค เพราะราวเล่นไสยศาสตร์ พอเจ้าคิวัตบินออกไป ท้องฟ้าก็กลายเป็นกลางคืน มีพระจันทร์เสี้ยวออกมาทันที


คิบะยกเท้าสูง เพื่อเตรียมอะไรบางอย่าง


คิวัตบินรอบๆเท้าขวาของเขา เพื่อปลดผนึกโซ่ออก และเท้าขวาก็กางปีกค้างคาวออกมาได้


คิบะกระโดดลอยตัวแบบห้อยหัวอย่างค้างคาว ท่ามกลางพระจันทร์ที่เป็นฉากหลัง


ไรเดอร์คิ๊ก!!


ถีบโดนแบบเต็มๆ สะใจ


ยังไม่พอ เมื่ออัดศัตรูติดกำแพง ยังประทับตราคิบะให้เห็นด้วย

ท่า ไม้ตายนี้พลังทำลาย 30 ตัน ก็มาตรฐานเหมือนไรเดอร์ยุคใหม่ทั่วๆไป ไม่ได้มากมาย แต่ฉากเอฟเฟคนี่ถือว่าอลังการงานสร้างจริงๆ จะว่าไปถือว่าอลังการที่สุดเท่าที่เคยทำไรเดอร์มาก็ว่าได้

เมื่อแฟง ไกอาตายไปแล้ว มันจะสลายร่างเป็นดวงวิญญาณ และแน่นอนตอนนี้บันไดไม่ปล่อยโอกาส เพราะเป็นจังหวะที่เจ้าปราการมังกร แคสเซิลดราน ซึ่งอยู่ๆก็โผล่จากตึกแถวนั้นมาเฉย และออกมางาบดวงวิญญาณของแฟงไกอากิน (แถมเรอ 1 ที) ซึ่งทันทีที่ออกมาโปรโมทของเล่น ฉากก็กลับสว่างเป็นกลางวันทันที แล้วมันก็บินหายไปเฉยๆแบบไม่มีคนสงสัย


ผมออกมาโปรโมทของเล่นครับ งั่มๆๆ

แต่ ว่าหลังจากจบการต่อสู้ คิบะกำลังเดินจากไปอย่างเท่ห์ๆ เมกุมิที่ถูกช่วยชีวิตไว้ เธอกลับเล็งปืนของเธอไปที่คิบะ และก็ยิงไปเหมือนจะมีนัยแห่งความแค้นกันอยู่ และที่สำคัญเธอรู้ด้วยว่าเจ้าตัวนี้มันชื่อคิบะ โดยไม่ได้บอกว่าเธออ่านเทเลบิคุงมาก่อนหรือไม่ถึงรู้จักมัน


สงสัยพิษรักแรงหึงแน่ๆ ป๋าขี้หลีของแกทำแสบอะไรไว้นะ

ต้อง ติดตามตอนต่อไปกันแล้ว ปริศนาทุกอย่างยังมีอีกเพียบตามเดิมของไรเดอร์ยุคใหม่ แถมมีเรื่องดำเนินเนื้อเรื่องสองด้าน ทั้งในปี 1986 รุ่นป๋าขี้หลี กับเจ๊ยูริ และในปี 2008 กับไอ้พระเอกสุดพิลึก วาตารุ และ สาวสวยสุดเข้ม เมกุมิ ชะตากรรมความผูกพันของสองตระกูลนี้จะเป็นมายังไง คิบะทำไมถึงเป็นที่รู้จักกับเมกุมิ แล้วแฟงไกอามาจากไหน ไปมายังไง องค์การฮันเตอร์ที่ตามล่าแฟงไกอาที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 1986 โดยไม่ง้อขบวนการแฟลชแมน (อ้าว เกี่ยวเรอะ) ทุกอย่างรอการติดตามอย่างพลาดไม่ได้ครับ

Comment ส่วนตัว

ถือ ว่าเปิดตัวได้อลังการสมการรอคอยนะครับสำหรับไรเดอร์คิบะ ดูแววแล้วคงได้ดูซีรีย์มันส์ๆต่อเนื่อง จากที่มันส์กันใน คาบุโตะ และ เดนโอ มาแล้ว ปริศนาเรื่องนี้ไม่รู้ว่าจะผูกได้ซับซ้อนมากขนาดอากิโตะรึเปล่า ซึ่งเห็นจากการเปิดตัวแบบนี้แล้ว นับว่าโตเอะทำการบ้านมาดีมาก โดยเฉพาะเรื่องของบท และความสำคัญของตัวละคร

ส่วนชื่อไรเดอร์เขียนภาษา Eng ว่า Kiva แต่ผมชินกับเรียกว่า คิบะ ตามคำอ่านของญี่ปุ่นมากกว่านะครับ
จากพชร



โดย: พชร IP: 223.206.78.219 วันที่: 16 เมษายน 2554 เวลา:16:24:02 น.  

 
ดูจนจบแล้ว มันมาก


โดย: dew147 IP: 180.214.213.249 วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:14:52:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

plamocherid
Location :
แพร่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถ้าเริ่มทำ Blog เมื่อไหร่ก็ไคลแมกซ์แล้วล่ะ
This year's KANJI
Cherid's KANJI
by Free Games FREEM!
StupidTester.com says I'm 32% Stupid! How stupid are you? Click Here!
Friends' blogs
[Add plamocherid's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.