ธันวาคม 2559

 
 
 
 
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
Germany & France "Cute Little Towns" June 2016 : Chapter 8 Gengenbach & Titisee ลาก่อน Munich (End)


กติกามารยาทของบล็อก

หลายรูปส่งขายไปแล้ว ใครใคร่อยากใช้งาน กรุณาซื้อได้ที่เว็บเอเจนซี่ทั้งหลายเหล่านี้นะคะ

ส่วนรูปอื่นๆ นั้น กรุณามาขออนุญาตกับเราก่อนค่อยนำไปใช้ (ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์) นะจ๊ะ

*For foreigners who happened to click into this blog and be impressive with my photos, please be informed that some of them are sold in these agencies (the links below) or else ask me before taken it out. Commercial use is not allowed even with credit in photos. Thank you.


=================================================

Day 9 : June 17, 2016

มาถึงช่วงสุดท้ายของทริปนี้กันแล้วค่ะ

เรายังอยู่ที่เมือง Freiburg กันอยู่ แต่เช้านี้เราจะออกไปเที่ยวเมืองเล็กนอก Freiburg กันบ้าง นั่นก็คือ Gengenbach และ Titisee แถวๆ black forest 

เนื่องจากว่า คุณพ่อและลูกสาวที่อยู่ในทริปเดียวกันกับเราจะอยู่เที่ยวต่อ แต่บ่ายนี้เราต้องกลับมิวนิคกันแล้ว เราจึงจำเป็นต้องเก็บกระเป๋าแล้วคืนห้องของเราสี่คนไป ฝากกระเป๋าไว้ที่ห้องของสองพ่อลูกแล้วค่อยไปเที่ยวค่ะ

(ห้องมี 2 ห้องชุด เราพักกัน 4 คน ส่วนพ่อลูกอยู่กันต่อเลยยกห้องให้นอน 2 คนค่ะ)

ตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่อจัดการธุระตัวเอง เก็บสัมภาระ คืนกุญแจห้อง ฝากกระเป๋าไว้แล้วรีบออกมาที่สถานีรถไฟเพื่อขึ้นรถไฟเที่ยวเจ็ดโมงเช้า

เช้านี้อากาศขมุกขมัว งานเข้าสิคะแบบนี้ หนาวจับจิตจับใจ ฝนก็ปรอยตลอดทาง ไม่เป็นหวัดจะทนไงไหว ลมพัดฟู่เดียวแทบแย่



รถไฟมาแล้ว เราชอบรถไฟเยอรมันมาก ดูใหม่และทันสมัย เสียอย่างเดียวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ในบางขบวน



ตั๋วไม่ระบุที่นั่ง แต่นั่งให้ถูก class ก็พอค่ะ เราแค่ class 2 (อย่าโผล่ใน class 1 นะ เดี๋ยวโดนพนง.ปรับ)



ต่อรถหลายต่อมาก แต่ก็สนุกดีค่ะ



ถึง Gengenbach แล้ว

เมืองนี้มีประชากรอาศัยราวๆ 11000 คน บ้านเมืองที่ก่อสร้างในยุคกลางยังมีให้เห็นอยู่เยอะ มีเมืองฝาแฝดชื่อว่า Obernai ที่ Alsace ประเทศฝรั่งเศสค่ะ

แต่วันนี้เราจะมาเที่ยวตรอกที่สวยที่สุดในเมืองนี้กัน... Engelgasse


Tower ตรงนั้นเรียกว่า Niggleturm  





มีห้องน้ำสาธารณะอยู่หน้าลานน้ำพุกลางเมืองค่ะ = =

เป็นห้องน้ำแบบหยอดเหรียญ ประมาณ 2 ยูโร แต่เข้าไปได้หลายคนค่ะ ไม่ได้มีแค่ห้องเดียวด้วยนะ แยกชายหญิงคนละประตู แต่เข้าไปทีละเยอะๆ ได้เลย ฝั่งละ 2-3 ห้องค่ะ



ถ่ายจากหน้าห้องน้ำ แหม ห้องน้ำที่นี่วิวดีนะคะ 555




ทางเข้าตรอกนางฟ้า Engelgasse 




ดูเผินๆ อาจจะไม่มีอะไร แต่บ้านทุกหลังตกแต่งบ้านให้สวยงามแข่งกันอยู่





ข้อดีของการมาเที่ยวยุโรปในช่วงหน้าร้อน ถึงจะเหนอะหนะไม่สบายตัว เจอฝนบ้างอะไรบ้าง แต่เราก็ได้เห็นดอกไม้ผลิบานอวดโฉมกันก็ตอนนี้แหล่ะค่ะ



เอ๊...คุณลุงทำอะไรอยู่น้า



เอ๋ออออ วาดรูประบายสีอยู่นี่เอง...



นางฟ้าในตรอก "นางฟ้า"




ไปแล้วนะ Gengenbach..




มารอรถไฟกับเด็กๆ กลุ่มนี้ คุณครูคงพามาทัศนศึกษากัน

เมฆครึ้มมาแล้ว ไม่อยากจะคิด...



รถไฟไม่มาสักที...



วาร์ปมานี่เลยค่ะ...

สถานี Donaueschingen 



มาถึงนี่ ฝนตกแรงมาก ทั้งลมทั้งฝน หนาวไปหมด แต่อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงจะยืนเฉยๆ รอฝนหยุดก็คงไม่ได้ เราก็ต้องไปกันต่อ...



Titisee ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในเอกสารเมื่อปี 1111 แต่ถูกใช้จริงจังเมื่อปี 1750 โดยเมืองนี้เป็นการรวมหมู่บ้านเล็กไว้ 4 หมู่บ้านคือ Altenweg, Spriegelsbach, Schildweds และ Jostal ด้วยเหตุนี้ Titisee จึงถูกเรียกว่า Vierthaler/Viertaler หรือ "เมือง 4 หมู่บ้าน" จนถึงปี 1929

นอกจากนี้ ยังมีของขึ้นชื่ออีกอย่างที่คนไทยน่าจะรู้จักกันดี เค้ก Black Forest นั่นเอง



ทะเลสาบวันฝนตก

วันปกติ ทีนี่จะดังเรื่องกีฬาทางน้ำค่ะ แม้แต่กีฬาฤดูหนาวก็ยังขึ้นชื่อ แต่วันฝนตกแบบนี้ไม่มีใครกล้าเสี่ยงแน่ๆ



ท่าเรือชมทะเลสาบ เรือเพิ่งออกไปลำนึง ต้องรอเรือกลับมาก่อนนะ



ระหว่างนี้เราก็เดินไปมา หลบหนาวบ้างอะไรบ้าง แล้วก็ไปเจอครอบครัวนึงจากอินเดีย มาขอให้เราถ่ายรูปให้ 

ผู้หญิงA : ยูๆ ยูเข้าใจภาษาอังกฤษมั้ย ถ่ายรูปให้เราหน่อยสิ 
เรา : ฉันพูดได้ มาสิเดี๋ยวถ่ายให้
นาย B : เอาตรงนี้เลยนะ ถ่ายแบบนี้ ให้เห็นป้ายด้วย (ทำท่าประกอบ)
เรา : เอาล่ะนะ... แช๊ะๆๆ
นาย B : ขอบคุณมาก
นาย C : หนีห่าว...(แล้วยกมือไหว้)
เรา : ไม่ใช่เว้ย!!! ไม่ใช่คนจีน สวัสดีต่างหากล่ะ ไทยแลนด์อ่ะ ไทยแลนด์
นาย C : ทำหน้าเหวอ...ไต้หวัน??
เรา : ไทยแลนด์ แบงค่อกอ่ะยู  
นาย C : (ทำหน้าไม่รู้จัก)

เชี่ย....พวกเอ็งอยู่ในยุคไหน เอเชียเหมือนกันแท้ๆ ดันไม่รู้จัก Southeast Asia -*-

ครอบครัวอลเวงชาวอินเดียก็พยายามถามหาเรือล่องทะเลสาบบ้างแต่คิดว่าคงสู้ราคาไม่ไหว (มากันสิบกว่าชีวิต) เลยเดินจากไป...



ไอ้ตู้นี้คืออะไรคะ อ่านไม่ออก



มืดครึ้มแบบไม่เห็นอนาคต ไม่เห็นแสงตะวัน เราคงต้องยอมแพ้สภาพอากาศซะแล้ว




แม้แต่กัปตันเรือยังหนาวสะท้าน แต่สุดท้ายเราก็ได้ขึ้นเรืออยู่ดีค่ะ ยอมขึ้นแม้ฝนจะตกก็ตาม มีนักท่องเที่ยวชาติอื่นขึ้นเรือพร้อมเราเยอะพอสมควร





แต่แล้วก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นค่ะ จู่ๆ ฝนก็หยุดตก แสงแดดกลับคืนมา...เย้!!!

ตรงที่เมฆแหว่งไป มันพัดมาหาเราพอดี สวรรค์ทรงโปรดแท้ๆ



เรารีบวิ่งไปที่ท้ายเรือ ถ่ายรูปกันอย่างบ้าคลั่ง ขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วก็รัวภาพไม่ยั้ง ทะเลสาบที่นี่สวยจริงๆ







ถ่ายผ่านกระจกก็ยังสวย




ไม่เสียแรงที่ดั้นด้นมาไกลจากเมืองไทย ได้เห็นแล้วดีใจ




ยังกับปราสาทดิสนีย์...






พอเรือเทียบท่า ฝนก็ตกเหมือนเดิมค่ะ เหมือนเวทมนต์จบลงแล้ว เราก็กางร่ม เก็บกล้องแล้วเดินต่อไป...

หาอะไรกิน!!!



ร้านอาหารที่นี่แจกสูตรเค้ก Black Forest ด้วย



สั่งอะไรมากิน จำไม่ได้เลยค่ะ 555 เป็นปลาแซลมอนอะไรสักอย่าง



ทานอาหารเสร็จ เราก็ต้องเดินกลับไปขึ้นรถไฟเพื่อให้ทันขึ้นรถบัสกลับมิวนิคค่ะ



บ๊ายบาย Titisee




ร้านนี้อยู่หน้าสถานีรถไฟเลย

ขากลับเราต้องผ่าน Black Forest หรือว่าป่าดำด้วย ป่าดำนั้นเป็นคำเรียกของป่าผืนใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี เต็มไปด้วยต้นสนหนาแน่น เมื่อมองลงมาจากท้องฟ้าจะเห็นเป็นสีดำ

หลายคนบอกว่า เวลานั่งรถผ่านจะรู้สึกมึน/เวียนหัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ 

ส่วนเรานั่งเฉยไม่รู้เรื่องเล๊ยยยยยยยย 55555



ช่วงแวะเปลี่ยนรถไฟ ได้ซื้อขนมปังไส้ช็อกโกแลตมาด้วย เค้ายัดช็อกโกแลตแท่งมาแบบนี้เลย ฮา

เมื่อเรามาถึง Freiburg ฝนหยุดตก ท้องฟ้าแจ่มใสขึ้นมาซะอย่างนั้น... เราร่ำลาสองพ่อลูกก่อนแยกทางกัน

เรา 4 คนขึ้นรถบัสกลับมิวนิค ส่วนสองพ่อลูกอยู่เที่ยวกันต่อและจะไปถึงสวิตเซอร์แลนด์



รูปจากหน้าอพาร์ตเมนต์ค่ะ ย่านนี้เงียบสงบดีมาก ห้องพักอยู่ชั้นเดียวกับถนนเลย



มารอรถบัสไปมิวนิค ตอนแรกเราก็คิดว่าเป็นคันนี้แหล่ะ Flixbus ปรากฏว่าผิดจ้า

เป็นคันแดงข้างหลังเพราะรถคันนี้มีปัญหาเลยต้องย้ายไปคันใหม่ แอบเสียดาย คันเขียวมี free wifi ให้ใช้ด้วย

สำหรับคันสีแดงนั้น มีป้าคนนึงเป็นคนขับรถ ป้าแวะ 2 รอบ แวะครั้งละครึ่งชม.เป็นอย่างต่ำ แวะสูบบุหรี่ แวะบ้าบออะไรของป้าไป แถมขับรถช้ามาก

ตอนแวะจุดพักรถครั้งแรก ป้าเกือบทิ้งผู้โดยสารนายนึงไว้ด้วยนะ ดีที่คนนั่งข้างๆ ตะโกนบอกทันไม่งั้นพี่ตกรถแน่ๆ 

คนเยอรมันเวลาขึ้นรถเจอหน้ากันครั้งแรกคุยน้ำไหลไฟดับเลยนะ สนิทกันยังกะรู้จักกันมานาน 555

สรุปว่าถึงมิวนิคเลทเกือบสี่ทุ่ม อยากจะบีบคอป้าจริงๆ ให้ตายเหอะ โดนรถรอบหลังวิ่งแซงมาได้เนี่ย -*-




คืนนั้นเรานอนที่ Jaeger's Hostel เหมือนเดิมค่ะ แต่เป็นห้อง bunk bed 4 เตียง และไม่มี wifi ให้ใช้ด้วย (โฮสเทลนี้ ถ้าซื้อเป็นเตียง ไม่ได้เหมาห้อง จะไม่มี wifi ให้ใช้ค่ะ ต้องไปใช้ที่ lobby ด้านล่างแทน) 

ถึงก็ดึก หิวก็หิว ต่อให้กินอะไรมาบ้างแล้ว แต่ป้ากับพี่อีกคนสองแม่ลูกดันซื้อเคเอฟซีมาจ้วงกันตอนเที่ยงคืน มันช่างทรมานอะไรเช่นนี้ แต่เราขี้เกียจแล้ว กินยาแก้แพ้ให้หลับไปเลยละกัน เหออออออ

========================================

Day 10 : June 18, 2016 Goodbye Munich!!

เช้านี้เราต้องกลับบ้านกันแล้ว ตื่นสายหน่อยก็ได้ เพราะทุกคนมีไฟลทบินหลังเที่ยงกันหมด

แต่กระนั้นเอง ทุกคนดันตื่นเจ็ดโมงพร้อมกันหมด 5555 เพราะเสียงลั่นของเตียงเหล็กเวลาปีนขึ้นลง หมอนเน่าๆ ก็ทำให้เรานอนลำบากเช่นกัน

ตื่นเร็วก็มีเวลาทำอะไรได้เยอะขึ้น เราก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บสัมภาระลงกระเป๋าแล้วลงไปทานอาหารเช้าของโฮสเทลดีกว่า เสีย 5 ยูโรดีกว่าต้องไปซื้อกินเอาข้างหน้า



สักสิบโมงกว่าเราก็เช็คเอ้าท์ ออกจากโฮสเทล ขึ้นรถไฟตรงไปสนามบิน

เผื่อเวลาเดินทางด้วยนะคะ ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. ทางรถไฟนี่แหล่ะ

เราทุกคนบินมาจากคนละสายการบินเลย เราบิน Turkish Airline, ป้าและพี่อีกคนบิน Emirates และพี่แป๋วบิน KLM (มั้งนะ)

ดังนั้น Terminal ของเราจึงแยกกระจัดกระจายไปหมด เราก็ต้องบินกลับคนเดียวเช่นเคยค่ะ



แถวยาวมาก สำหรับ TK ส่วนมากมาจากตุรกีทั้งนั้น

เราเด๋อมาก ไปเช็คอิน online เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้ต่อแถว check in online เข้าแถวธรรมดา ปรากฏว่านางที่เค้าเตอร์ไม่ให้เราเช็คอิน เราเลยต้องกลับเข้าแถวตามเดิม จ๋อยเลย

ปรากฏว่ามีครอบครัวนึงมาจากตุรกีเช่นกัน 3 คนพ่อแม่ลูก ลูกสาวอายุไม่น่าจะถึง 2 ขวบ พอเดินได้ นางที่เค้าเตอร์นางเดิมรักเด็ก เดินไปเล่นด้วย วี๊ดว๊ายมากทีเดียว แต่ไม่ยอมเช็คอิน แถวก็ไม่ขยับสักที

พอถึงคิวครอบครัวนี้กลับมีปัญหา เพราะเด็กไม่มีพาสปอร์ต พ่อแม่พยายามอธิบายว่าที่ตุรกี เด็กเล็กไม่ต้องใช้พาสปอร์ต มีแค่เอกสารใบเดียวแนบมากับพาสปอร์ตของแม่ก็ได้ 

นางคนนั้นถึงกับงง ออกมาถึงนี่ได้ไงไม่มีพาสปอร์ต ทำไมให้เช็คอินได้ แปลกมากๆ แต่สุดท้ายก็ได้ขึ้นเครื่องกลับประเทศตัวเองนะคะ ไม่รู้ยังไงเหมือนกัน

และพอแถวขยับ เราก็ได้เช็คอินกับนางเค้าเตอร์คนเดิมอยู่ดี 5555



สนามบินมิวนิคนั้น ดีมากตรงที่ว่า แบ่งพาร์ทของร้านช้อปปิ้งไว้ไม่มาก แต่ที่นั่งเยอะสุด



มาเช็คอินก็เกือบเที่ยง บ่ายยังไม่ได้กินอะไรเลยต้องยอมจ่ายเงิน 9 ยูโรเพื่อสิ่งนี้ ดีกว่าปล่อยหิวจนต้องไปกินบนเครื่อง อุ่นร้อนให้ด้วยนะ



ฝนตกอีกแล้ว... 

ไฟลทนี้บินไปลงอิสตันบูล ผู้ชายที่นั่งข้างๆ น่ารักมาก แกมากับแม่ หน้าตาคล้ายๆ Johnny Depp คอยช่วยเหลือตลอด เห็นเราเดินทางคนเดียวมั้ง แถมไอเสียงหายอีก



Byeeeee Munich!!! I'll be back for sure!!!!


มื้อนี้เป็นไก่กับมันฝรั่งบด รสชาติดี แต่ไอ้ขาวๆ มุมซ้ายนี่สยองมาก กินไม่เป็นค่ะ orz น่าจะเป็นโยเกิร์ตอะไรสักอย่าง



Touch down Istanbul!!!

อากาศร้อนผิดกับที่มิวนิคเลยค่ะ ต้องถอดเสื้อแทบไม่ทัน 

พี่จอห์นนี่เด็บบ์ของเราก็มองเราตาละห้อยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่ได้คุยอะไรสักคำนี่แหล่ะ เราก็ปล่อยเลยตามเลย วิ่งไปช้อปปิ้งของเราต่อ 5555

ใครอยากได้ Turkish delight ที่สนามบินมีขายเป็นกล่องนะคะ มี value pack ด้วยนะ หลายไซส์หลายขนาด มีให้ชิมฟรีก่อนตัดสินใจด้วย ฮา

เครื่องสำอาง น้ำหอม กระเป๋าลดราคาก็เยอะ ซื้อ LC ที่นี่ถูกกว่าที่สนามบินมิวนิคอีกค่ะ

ว่าแล้วก็ไปเตรียมตัวขึ้นเครื่องกลับไทยกันดีกว่า... ไฟลทนี้คนไทยเยอะซะด้วย



ความฟลุ้คคือ ไปเจอน้องที่เป็นแอร์อยู่โอมานมาขึ้นไฟลทเดียวกันพอดี หูยยยย ดีงาม

และคนที่นั่งข้างๆ เราก็เป็นผู้ชายอีกจนได้ 5555 ตอนซื้อตั๋วเลือกริมหน้าต่างเพราะอยากนั่งดูวิวแท้ๆ กะว่าไฟลทว่างแน่ๆ ที่ไหนได้....



มื้อแรก... เป็นเนื้ออะไรสักอย่าง รสชาติไม่ไหวเลย แห้งๆ ชืดๆ

อาหารที่เลือกได้มีแค่เนื้อกับปลา ลำบากคนกินอีก...



มื้อเช้าเป็นขนมปังกับออมเลต รสชาติพอได้ ไม่เลวร้าย

แน่นอนว่าต้องแจก amenity kit ด้วยเหมือนเคย ได้มาสองชุดแบบชิลๆ (ขาไป-ขากลับ) ดีมากเลยค่ะ

จบลงไปแล้วค่ะ สำหรับทริป Germany & France "Cute Little Towns" เดือนมิถุนายน 2016

เร่งทำให้เสร็จก่อนเริ่มทริปใหม่ พอมีเวลาว่างก็รีบปั่นก่อนเลย จะได้ไม่ทับกันไปมา

พอดีรีบๆ นะคะเลยมีรูปบางส่วนไม่ได้ทำเอาไว้ หิ้วมาแค่โน้ตบุ๊ค ไม่ได้เอา my book ที่เป็น external harddisk มาด้วย ภาพเลยยังไม่ครบเท่าไหร่ กลับมาจากญี่ปุ่นแล้วจะรีบอัพแล้วลงเพิ่มในตอนนี้อีกทีนะคะ

ผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้า ทักท้วงกันได้

ถ้าชอบใจ แชร์และกดโหวตบล็อกในหมวดท่องเที่ยวให้เราด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ เจอกันทริปหน้าจ้า




Create Date : 04 ธันวาคม 2559
Last Update : 4 ธันวาคม 2559 13:41:52 น.
Counter : 1618 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



อัลปาก้าจัง
Location :
ราชบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของ Piyoko-chan !!


เจ้าของบล็อกชื่อ เป้ ค่ะ

แต่งหน้าก็พอไหว แต่งตัวไม่ได้เรื่อง(ในบางที)

ตอนนี้มีหมวดท่องเที่ยวแล้ว ความฝันอีกอย่างคือได้เที่ยวทั่วโลกค่ะ จะพยายามรีวิวให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงทริคและเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ได้ชมกันค่ะ


เอาเป็นว่า นั่งอ่านขำๆ ไปแล้วกันนะคะ ^^

ถูกใจบล็อก donate สมทบทุนค่าเดินทางในทริปต่อๆ ไปได้ที่นี่เลย..
https://www.paypal.me/yanisapae

ขอบคุณล่วงหน้าค่า