ธันวาคม 2559

 
 
 
 
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
Germany & France "Cute Little Towns" June 2016 : Chapter 7 Freiburg กลับมาที่เยอรมนี




กติกามารยาทของบล็อก

หลายรูปส่งขายไปแล้ว ใครใคร่อยากใช้งาน กรุณาซื้อได้ที่เว็บเอเจนซี่ทั้งหลายเหล่านี้นะคะ

ส่วนรูปอื่นๆ นั้น กรุณามาขออนุญาตกับเราก่อนค่อยนำไปใช้ (ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์) นะจ๊ะ

*For foreigners who happened to click into this blog and be impressive with my photos, please be informed that some of them are sold in these agencies (the links below) or else ask me before taken it out. Commercial use is not allowed even with credit in photos. Thank you.


=================================================

Day 8 : June 16, 2016

วันนี้เราต้องย้ายเมืองแล้วค่ะ กลับไปเยอรมนีอีกครั้ง อย่างที่บอกไปว่าทริปนี้ เราลัดเลาะไปตามตะเข็บชายแดนเยอรมนี-ฝรั่งเศส 555 เมืองเล็กแต่น่ารัก น่าเที่ยว

วันนี้เราจะไป Freiburg ที่ฝั่งเยอรมนีกัน แต่เราได้รอบรถเกือบๆ เที่ยงเลยมีเวลาเดินเล่นใกล้ๆ โรงแรมนิดนึง 



แถวนี้เป็นย่านช้อปปิ้งกลางเมืองค่ะ เดินจากโรงแรมไม่ไกลก็ถึงแล้ว



เดินไปอีกนิดก็เจอ Galeries Lafayette แล้ว แต่เมืองเล็กๆ แบบนี้ของน้อยค่ะ ต้องทำใจนิดนึง ไม่เหมือนปารีส ห้างใหญ่โต ช้อปเยอะแยะ





เมื่อคืนฝนตกค่ะ แต่เมื่อวานมีเหตุความไม่สงบที่ Orlando เช้านี้เลยได้เห็นเทียนไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตด้วย (เนื้อหาข่าว)


จตุรัสกลางเมือง Freiburg วันนี้มีงานเกี่ยวกับการเกษตรและปศุสัตว์ค่ะ มีออกบู้ทอะไรเยอะแยะ แต่เฉอะแฉะไปหน่อย





บู้ทผลิตภัณฑ์จากนม มีเด็กมาทัศนศึกษาด้วย



ไก่งวงตัวเป็นๆ


สงสารไก่ โดนเด็กรุมล้อม น่าจะเครียดพอสมควร - - เพราะเด็กๆ ตื่นเต้นมาก กรี๊ดกร๊าดไม่หยุด


กระต่ายก็มา 

มีวัว แกะ หมู มาเต็มไปหมด แต่ไม่ได้ถ่ายมา :) เด็กๆ น่าจะได้อะไรจากงานนี้เยอะนะคะ 



มารอรถบัสข้ามเมืองแล้วค่ะ ที่เดิมกับที่เราลงรถมา 



ที่นี่เป็นออฟฟิศของ Eurolines ด้วย มีปัญหาอะไรสอบถามได้ที่นี่เลยค่ะ



ฝนตกอีกแล้ว เห็นคนขายของเร่แบบนี้ แกยืนตากแดด ตากฝนตลอดนะ ยอมใจเลย เรานี่หนาวตัวสั่น ฝนตก ลมแรงมากจริงๆ


เราถึง Freiburg แล้ว ที่นี่เป็นท่ารถบัสกับรถไฟในที่เดียวกัน แล้วก็มีร้านอาหารนิดหน่อยด้วย บ่ายกว่าแล้วเราเลยแวะกินแมคก่อนเข้าที่พักกันค่ะ


ตอนนี้เกิดอีเว้นต์ขึ้น ทำเราตกใจกันพอสมควร

มีผู้หญิงคนนึงเดินเข้าแมคโดนัลด์มา พยายามจะขอน้ำสักแก้ว แต่พนักงานปฏิเสธ เธอเลยสติแตกโวยวายเป็นภาษาอะไรสักอย่างที่เราไม่เข้าใจ ผู้จัดการกับพนักงานอีกคนเลยลากตัวนางออกไปคุยข้างนอกแทน

คุณอาผู้ชายในกลุ่มเราไปสอบถามพนักงานคนนึงได้ความว่า เธอคนนั้นมาเที่ยวกับแฟนแล้วทะเลาะจนเลิกกัน ผู้ชายหนีไปทิ้งให้เธออยู่คนเดียว แถมไม่มีเงินติดตัวสักแดง เธอเลยคลั่งแบบนี้

ก็จบไปไม่มีอะไร กินต่อ...



จากนั้นเราก็เรียกแท็กซี่ไปที่พักค่ะ คืนนี้เป็น service apartment สองห้อง อยู่ได้ 10 คน (แต่ไปกันแค่ 6 นะ)

พนักงานที่มารับเราหน้าตาน่ารักมาก และดูไม่ใช่คนเยอรมัน (ไม่ติดสำเนียงเยอรมันเลย) ตัวเล็กน่ารัก ผมทอง พาเราชมห้องและวิธีเปิดปิดประตู

เรามาอยู่แค่คืนเดียว เช้ามาตีสี่ครึ่งต้องตื่นแล้วเพราะเราจะไปเที่ยวเมืองอื่นกันแต่เช้า รอรถไฟรอบ 7 โมง แอบเสียดายเหมือนกัน ห้องดีมาก

ชื่อที่พักที่หาเจอคือ City Apartments am Bahnhof 

ในที่เดียวกัน มี 2 ห้องใหญ่ และแต่ละห้องสามารถนอนได้ 4 คน (1 double bed และ 1 sofa bed) ดังนั้นถ้าจองห้องนี้สามารถนอนได้สูงสุด 8 คนค่ะ 



ห้องแรก ของสองคนพ่อลูกค่ะ เพราะมีสัมภาระเยอะกว่าใคร (เที่ยวมาก่อนแล้วและจะไปต่อหลังเรากลับไทย)






ห้องนี้ดี มีเครื่องซักผ้าด้วย 




ส่วนรูปข้างล่างเป็นห้องของเราค่ะ อยู่กัน 4 คน





เรานอนโซฟาค่ะ ชิลๆ ไป






เสียดายที่มีห้องน้ำแค่ห้องเดียว (ทั้งสองห้องเลย) ไม่งั้นจะดีมากๆ เลยค่ะ มี free wifi ด้วย

ที่สำคัญคือใกล้ตัวเมืองด้วย ใครชอบเดินบอกเลยว่าไม่ไกล เดินไปข้างหลังนิดเดียวก็ถึงสถานีรถไฟที่เรามาถึงแล้วค่ะ (แต่เราเลือกขึ้นแท็กซี่แทนเพราะของเยอะกัน)

เก็บข้าวของเรียบร้อย เราไปเดินในเมืองกัน!!!!

เดินไปข้างหลังอพาร์ตเมนต์ตามคำบอกของพนักงานดูแล เราก็มาเจอโบสถ์แห่งนี้เข้า...



Herz-Jesu Church หรือ Heart of Jesus Church

เหมือนวัดแถวชุมชนบ้านเราเนอะ เป็นลานกิจกรรม จัดงานนั่นนี่ เป็นสวนสาธารณะให้คนมาพักผ่อน วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนจริงๆ





บู้ทแดงๆ ทางซ้ายมือ กำลังย่างไส้กรอกแล้วก็เนื้อบนเตาแขวนขนาดใหญ่ หอมฟุ้งไปหมด อยากกินมาก





สนามเด็กเล่นใกล้ๆ โบสถ์



เดินตัดสนามหน้าโบสถ์มาขึ้นสะพาน ข้างๆ เป็นรถรางด้วย อากาศดีทีเดียว



มีมุมให้ถ่ายรูปโบสถ์วิวดีๆ ด้วย



ของเล่นเยอะแยะ



เดินเข้าเมืองกัน



Rad Station คืออะไรคะ ตอนแรกนึกว่าให้เช่าจักรยาน แต่คิดว่าน่าจะให้จอดจักรยานมากกว่า





โรงละคร??



เราชอบบรรยากาศเมืองนี้มากเลย เป็นเมืองเก่าคลาสสิคเหมือนที่เราเห็นในหนังย้อนยุคเลย



นี่เป็นหินปูพื้นค่ะ เรียงเป็นรูปและชื่อบอกสถานที่นั้นๆ ตรงหน้าทางเข้าพอดี

ตรงนี้น่าจะเป็นโบสถ์ประจำมหาวิทยาลัยที่นี่นะ



มือจับประตูเท่มากๆ



เดินไปเจอรางน้ำแบบนี้ เรียกว่า The Freiburg Bachle หรือ Small Canals สมัยก่อนใช้เป็นทางระบายน้ำสำหรับวงการอุตสาหกรรมค่ะ มีมานานมากแต่เดี๋ยวนี้เอาไว้สร้างบรรยากาศในเมืองให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้เล่นกันค่ะ

พี่แป๋วเลยเล่าว่า มันมีตำนานเมืองนะ ผู้หญิงโสดคนไหนมาที่เมืองนี้แล้วบังเอิญตกลงไปในรางน้ำ (ก็ประมาณว่าเท้าหล่นลงไป) จะได้แต่งงานกับหนุ่มที่นี่ค่ะ

แต่เราคิดด้วยเหตุผลว่า อาจจะตกหลุมรักเพราะผู้ชายเอื้อเฟื้อความช่วยเหลือรึเปล่าถึงได้รักกันไรงี้

เราเลยพยายามไม่เดินตกลงไปเด็ดขาด แฟนเรารออยู่เมืองไทยแล้ว 55555 (หมั่นไส้ได้แต่อย่าด่า 555)

แต่ตำนานเมืองจริงๆ บอกแค่ว่า ถ้าบังเอิญตกลงไปในร่องน้ำเมืองนี้ จะได้กลับมาที่ Freiburg อีกครั้งค่ะ



คนกับรถไฟบนทางเดียวกัน เดินขนานกันไป



ใครว่ามีแค่ญี่ปุ่นที่ทำฝาท่อสวย ที่นี่ก็สวยนะจ๊ะ...



สี่โมงเย็น นั่งดูบอลโลกกันแล้ว ร้านไหนไม่มีทีวีกับสเตอริโอใหญ่ๆ นี่ ร้างมากขอบอก



The Martinstor หรือ Martin gate เป็นประตูเมืองเก่า เหลือแค่ 2 จุดในเมือง สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13

เสียดายที่ตึกดันให้แมคโดนัลด์เช่าไปซะงั้น



ที่นี่คือ Freiburg Minster หรือ The Cathedral of Our Lady Freiburger Munster เป็นโบสถ์ในนิกายโรมันคาทอลิค

แรกเริ่มนั้นถูกสร้างแบบ Romanesque ในปี 1200 โดยท่าน Duke องค์สุดท้ายแห่ง Zahringen จากนั้นก็เริ่มสร้างอีกครั้งในปี 1230 แบบ Gothic แต่ตัวโบสถ์นั้นสร้างมาตั้งแต่ปี 1120 แล้วมีการต่อเติมมาเรื่อยๆ






โดมทางเข้า หลังคาสูง ที่เห็นเป็นเส้นๆ ไม่ใช่กล้องเสียนะคะ แต่เป็นตาข่ายกันนก














The Last supper in reality หาได้ที่นี่ค่ะ








มากลางคืนคนเดียวก็หลอนนะคะ

จริงๆ ในโบสถ์นั้นมืดมาก มีแต่แสงสลัวๆ จากเทียนแล้วก็ไฟส่องชิ้นงานพวกนี้ล่ะค่ะ พอเอาลงคอมเลยปรับแสงให้สว่างมากขึ้นค่ะ






ตึกแดงข้างๆ โบสถ์คือ Merchants' Hall เมื่อปี 1520-32 อยู่ในส่วนของ Munsterplatz หรือ



ด้านข้างของ Freiburg Minster



หินปูทางเท้ารูปแก้วชา อยู่ตรงหน้าร้านขายแก้วชาพอดี



เห็นคลองเล็กๆ มั้ยคะ มีเรือของเล่นด้วย ตรงนั้นมีร้านขายของเล่นอยู่ค่ะ โปรโมตของเล่นได้เลย :D




จุดนี้คือจุดเริ่มต้นของถนนที่สวยที่สุดในเมืองนี้...



เจ้าต้นไม้นี่เป็นไม้เลื้อยค่ะ ดูแล้วน่าจะปลูกมานานและเลื้อยเป็นเถาขึ้นไปสวยงาม (บางบ้านก็ตัดทิ้งค่ะ) ถ้ามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีน่าจะสวยนะ





ร้านค้าในย่านนี้... น่ารักเนอะ



ทำไมเอาหินฟอสซิลรูปหอยมาติดไว้ตรงนี้ไม่รู้ - -"




Martin Gate อีกจุดของเมืองค่ะ มีรถรางลอดผ่านด้วย



ร้านขายรองเท้า



ร้านขายไรไม่รู้ ลืมมอง 555



ร้านขายเครื่องประดับ



Arm หรือสัญลักษณ์ประจำเมือง เป็นรูปโล่สีขาวคาดกากบาทสีแดงค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมในนี้เหมือนกางเกง





Virgin Mary and baby Jesus ติดอยู่หัวมุมตึกนึง สวยดีค่ะ

ต่อไปนี้เราจะขึ้นเขาไปจุดชมเมืองกัน



ทางเดินขึ้นเขา ซ้าย: เดินเอง ขวา: ขึ้นลิฟต์



ทางขึ้นลิฟต์ ลิฟต์เล็กและเก่ามาก เสียงดังมาก บนเนินเขามีร้านอาหารด้วยนะคะ



วิวจากร้านอาหารบนเนินเขาค่ะ ไปขอเค้าถ่ายรูปมา แต่ถ้ามีแขกนั่งอยู่อย่าเข้าไปรบกวนเค้านะคะ



Freiburg Minster จากบนเนินเขา มีจุดชมวิวด้วยค่ะ



ลงจากเขามาเดินในเมืองต่อ น้ำพุกลางเมือง...




อันนี้ตรงทางขึ้นรถรางพอดี :)

จบทริปวันนี้ เราตัดสินใจหาซื้ออาหารกลับไปกินที่อพาร์ตเมนต์เพราะเดินไม่ไกลแล้วก็ยังไม่ค่อยหิวกันด้วย 

เมืองนี้มี Muller แล้วก็ร้านช้อปปิ้งหลายร้านเลย สามารถเดินช้อปปิ้งได้สบายๆ เลยค่ะ (เพราะเราก็ช้อปก่อนกลับอพาร์ตเมนต์เหมือนกัน ฮา)



ซีฟู้ดเยอะแยะ ร้านนี้ขายแต่ซีฟู้ดค่ะ



สะพานสีฟ้า ขึ้นได้ทั้งคนและจักรยาน แถมเด็กวัยรุ่นชอบปีนมานั่งเล่นกันบนโครงเหล็กด้วยนะ



ทางคนเดิน

เอ้อ ทางที่เราเดินจากอพาร์ตเมนต์ไปโบสถ์ มีซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วยนะคะ ก่อนเดินทางสามารถหาของกินตุนไว้ได้เลย ดีงามมากๆ เป็นอพาร์ตเมนต์ที่อุดมสมบูรณ์มากเลยค่ะ :D


พรุ่งนี้เที่ยววันสุดท้ายแล้ว เราจะออกไปนอก Freiburg กัน รอติดตามตอนจบของทริปนี้กันนะคะ 



Create Date : 01 ธันวาคม 2559
Last Update : 1 ธันวาคม 2559 22:19:37 น.
Counter : 1520 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



อัลปาก้าจัง
Location :
ราชบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของ Piyoko-chan !!


เจ้าของบล็อกชื่อ เป้ ค่ะ

แต่งหน้าก็พอไหว แต่งตัวไม่ได้เรื่อง(ในบางที)

ตอนนี้มีหมวดท่องเที่ยวแล้ว ความฝันอีกอย่างคือได้เที่ยวทั่วโลกค่ะ จะพยายามรีวิวให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงทริคและเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ได้ชมกันค่ะ


เอาเป็นว่า นั่งอ่านขำๆ ไปแล้วกันนะคะ ^^

ถูกใจบล็อก donate สมทบทุนค่าเดินทางในทริปต่อๆ ไปได้ที่นี่เลย..
https://www.paypal.me/yanisapae

ขอบคุณล่วงหน้าค่า