ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Germany & France "Cute Little Towns" June 2016 : Chapter 6 Colmar - Riquewihr เมืองเล็กที่ควรแวะไป


กติกามารยาทของบล็อก

หลายรูปส่งขายไปแล้ว ใครใคร่อยากใช้งาน กรุณาซื้อได้ที่เว็บเอเจนซี่ทั้งหลายเหล่านี้นะคะ

ส่วนรูปอื่นๆ นั้น กรุณามาขออนุญาตกับเราก่อนค่อยนำไปใช้ (ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์) นะจ๊ะ

*For foreigners who happened to click into this blog and be impressive with my photos, please be informed that some of them are sold in these agencies (the links below) or else ask me before taken it out. Commercial use is not allowed even with credit in photos. Thank you.


=================================================

Day 7 : June 15, 2016 

เช้านี้เราตื่นมาทำอาหารเช้ากันเองในห้องค่ะ เมื่อวานตุนไว้เยอะเลยไม่ต้องทำไรมาก หาอะไรกินให้เสร็จสรรพแล้วออกเดินทางกันเลย... !!!

ฝนตกเหมือนเคยแถมต้องตื่นเช้าเพราะวันนี้เราจะไป 2 เมืองด้วยกัน คือ Colmar และ Riquewihr กัน 

จากเหตุการณ์การประท้วงของพนักงานรถราง (tram) ทำให้สถานการณ์การวิ่งรถยังไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ เรียกว่ามีรถมาจอดต่อกัน ไม่ได้ออกตามเวลาปกติเป๊ะๆ ชวนงงงวยพอควร แต่ก็ไม่ทำให้เกิดอุปสรรคแต่อย่างใดค่ะ เราก็ไปที่ Gare Centrale ได้ปกติเพื่อขึ้นรถไฟไป Colmar กัน



รถไฟเช้านี้... ว่างตรงไหนก็นั่งตรงนั้นนะคะ ไม่มีเลขที่นั่งระบุ แวะหลายสถานี มีห้องน้ำให้เข้า แต่รถไฟขบวนนี้ค่อนข้างเก่าค่ะ ห้องน้ำยังเป็นแบบเก่าอยู่เลย


เช้าและหนาวมาก






มาถึง Colmar กันแล้ว ไปลุยกันดีกว่า....แต่ฝนก็ยังไม่มีทีท่าจะหยุดตกเลย 

สรุป the show must go on มาถึงแล้วจะมานั่งรอฝนไม่ได้ เดินสิจ๊ะ...

เมือง Colmar เป็นตำบลที่ใหญ่เป็นอันดับสามของแคว้น Alsace ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศสค่ะ สมัยก่อนมีชื่อภาษาเยอรมันว่า Colmer (1871-1918) และชื่อ Kolmar (1940-1945) เรียกตัวเองว่าเป็นเมืองแห่งไวน์ของ Alsace ด้วยนะ เพราะเป็นเมืองที่อยู่บนเส้นทางสายไวน์ Alsatian ค่ะ







เดินมาไกลมาก แต่จุดหมายหลักของเราคือ Petite Venice หรือ Little Venice ค่ะ



ถึงแล้ว!!!!!



บ้านเมืองมีลักษณะแบบใช้ขอนไม้กับปูนในการก่อสร้าง พวก facade (ด้านหน้าของอาคาร/บ้าน) จะเป็นแบบนี้หมดเลย คล้ายๆ กับที่เราเห็นใน Strasbourg (Petite France) นั่นแหล่ะค่ะ





มุมมหาชนค่ะ มาวันฝนตกก็เลยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ :(





ยังมีดอกไม้ให้รู้ว่าเป็นหน้าร้อนหน่อย





มุดเข้าตรอกนี้กัน...

หันซ้ายจะเจอกับร้านอาหารนี้ค่ะ



เป็นร้านอาหารที่ได้รับ Michelin 2 ดาว ปี 2016 ด้วยค่ะ สดๆ ร้อนๆ เลย

แต่วันนี้ไม่ใช่วันของเราค่ะ ต้องปล่อยผ่านไปก่อน.. เดินต่อสิคะ



เลือกวันดีๆ ก็จะไม่มีคนแบบนี้แหล่ะค่ะ นั่นคือวันที่ฝนตกกับตอนเช้าที่เค้ายังไม่เปิดร้าน ยังไม่ทำงาน - -"





ร้านสีเหลืองตรงนี้แกก็ได้ le guide Micheline 2016 เหมือนกันนะ แต่มีพ่วงรางวัลของเชฟด้วย เมืองนี้ไม่ธรรมดาเลย ร้านอยู่ไม่ไกลกันด้วยค่ะ



ข้างๆ นี่เป็นตลาดสดค่ะ เข้าไปข้างในดีกว่า







ความจริงยังมีรูปอีกเยอะค่ะ รายละเอียดของเมืองนี้มีเยอะมาก แต่ความซวยมันมี รูปในเมมหลังจากนี้จนถึงเมือง Riquewihr ไฟล์เสียหมดเลย T_T แล้วไปรู้เอาตอนที่ออกจากเมือง Riquewihr แล้วด้วยนะ ที่เที่ยวครึ่งนึงของเมือง Colmar+Petite Venice หายไปหมดเลย แต่ Riquewihr หายทั้งเมือง ช็อคสิคะ...

เมือง Colmar ในส่วนของ Petite Venice เหมือนเมืองในเทพนิยายค่ะ บ้านเมืองสวยงาม มีตลาด มีโบสถ์กลางเมือง 




โบสถ์ที่ว่าคือ St.Martin's Church นั่นเอง




ข้างในก็สวยมากเช่นกัน ถ้าได้ไปก็อย่าลืมเข้าไปชมความงามภายในโบสถ์ St.Martin กันนะคะ

จากนั้นเราก็เดินไปเรื่อยๆ เพื่อไปหาจุดขึ้นรถบัสไปเมือง Riquewihr ค่ะ แต่ระหว่างทางก็ฝนตกอีก ตกแล้วตกอีก พอดีว่ามีคนที่จะไปเมืองเดียวกันกับเราหลายคนเหมือนกัน สุดท้ายเราก็ถึงจนได้ค่ะ

นั่งรถราวๆ 1 ชม.วิวสองข้างทางก็สวยมากทีเดียว...

ใครที่อยากไปเมือง Riquewihr ทางรถบัส อยากให้เช็คตารางเดินรถให้ดีๆ นะคะเพราะมีรถวิ่งวันละไม่กี่สาย ถ้าพลาดแล้วอาจจะตกรถได้ ป้ายรถบัสอยู่หน้าหมู่บ้าน แถมมี post office อยู่ข้างหน้าเลย อยากส่งโปสการ์ดกลับบ้านก็ทำได้ไม่ลำบากเลยค่ะ

**ยืมรูปจากพี่แป๋ว backpack lover นะคะ**

ตอนที่เรามาถึง ฝนตกตลอดเลยค่ะ ทั้งหนาว ทั้งเปียก แถมเที่ยงวันแล้วเราเลยแยกย้ายกันหาอะไรกินดีกว่า




จากทางเดินเข้าหมู่บ้าน มีร้านนึงทางขวาดูเก่าแก่ มีประวัติยาวนาน มีเพลทเหล็กเต็มไปหมด เหมือนจะบอกว่าเป็นร้านที่เก่าแก่ที่สุดของหมู่บ้านนี้ แถมมี Tarte Flambee ด้วย เอาวะ ลองดู...

ร้านนี้เราคิดว่าน่าจะดังพอสมควรค่ะ กลางวันแทบไม่มีลูกค้า แต่สั่งจองโต๊ะได้ น่าจะเปิดรอลูกค้า dinner มากกว่า แต่ก็เข้าไปกินได้ไม่มีปัญหานะ

เราสั่ง Tarte Flambee คนละถาดมากินกันค่ะ แต่กินไม่หมดหรอกนะ T_T

ระหว่างที่เรากินกัน ทีวีของร้านก็เสนอข่าวการจราจลในปารีสพอดี แต่เป็นภาษาฝรั่งเศส เราฟังไม่เข้าใจ พนักงาน(หรือเจ้าของร้านไม่ทราบ) มาถามเราว่า "เราจะไปปารีสกันรึเปล่า ไปไม่ได้นะดูสิ มีจราจลด้วย" แต่เป้าหมายของเราเป็นเมืองเล็ก ไม่ได้เข้าเมืองใหญ่เลย (นอกจาก Munich) เลยไม่มีปัญหาอะไรตรงนี้

กินเสร็จ ฝนหยุดตกแล้ว แถมมีแดดอีกต่างหาก!!! เย้!!!



ฟ้าใสสดสวย ><






ตรงนี้เป็น information center นะคะ (ตึกเหลืองๆ) คือเค้าได้รางวัลเป็น info center ดีเด่นด้วยนะ แต่เวลาทำการนี่เพลียมาก หยุดตอน 12.00-14.00 น. แล้วกิจกรรมในหมู่บ้านมีอะไรบ้างก็ไม่รู้ เราก็หวังพึ่ง info เค้าไง เรามาถึงก็เที่ยงกว่า กินข้าวเสร็จบ่ายโมง เดินรอไปอีกชม.นางถึงเปิด แล้วไง? หมดเวลาขึ้นรถบัสกลับบ้านได้

สิ่งที่ควรทำคือ นั่งรถไฟชมเมืองค่ะ เราจะได้วิวในเมืองแล้วก็ด้านนอก ถ่ายจากมุมสูงของเมืองได้ด้วย ซึ่งรถไฟก็มีรอบของมันเอง และอิ info center ก็มีเวลาทำการของมันเอง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เราดีขึ้นซะเมื่อไหร่ เพราะเราต้องซื้อตั๋วรถไฟจากที่นี่!!!! แทนที่เราจะได้เที่ยว ได้ฟังประวัติความเป็นมาของเมือง กลับต้องแกร่วอยู่เฉยๆ เพราะนางปิดพักเที่ยงสองชม. เหออออออออ เพลีย...

นางได้รางวัลมาได้ไงอยากรู้จัง...









ร้านอาหารอีกร้านที่มี Tarte Flambee ขายค่ะ




Hotel de Ville อยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านค่ะ เป็นซุ้มประตูแล้วก็โรงแรมที่มีการใช้งานจริงด้วยนะ



ตรงนี้เป็น Museum ของ Poste เค้านะคะ มีรถม้าที่ไว้ขนส่งจดหมายและพัสดุสมัยก่อนด้วย เสียค่าเข้าชมเท่าไหร่จำไม่ได้ แต่มีโปสการ์ดขายเยอะเลยค่ะ

เมือง Riquewihr ดีตรงที่ว่ามีห้องน้ำสาธารณะแยกไว้ให้นักท่องเที่ยวใช้งานด้วยนะ ไม่ต้องวิ่งเข้าร้านอาหารเสมอไป แล้วก็ไม่เสียเงินด้วยค่ะ แต่สภาพก็ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ลองมองหาดีๆ ละกันนะ



พอจะกลับบ้าน ฝนก็มารอแล้ว...

รูปรถไฟพาทัวร์รอบเมืองค่ะ มีม่านพลาสติกกันฝนด้วยนะ แล้วก็มี audio guide ตลอดทางเลย ออกตามเวลาของมัน รอบละกี่นาทีจำไม่ได้ค่ะ ต้องขอรายละเอียดที่ Tourist center / information center ตึกเหลืองๆ อีกทีนะคะ

Tourist brochure ดูจากที่นี่นะคะ //ribeauville.ingenie.fr/documents/documentation/documentation-DECRIQ-UK.pdf







ลาหมู่บ้าน Riquewihr ไปด้วยรูปนี้ค่ะ ถ่ายจากมือถือเลยเหลือติดกลับมาด้วย (ส่วนที่อยู่ในกล้อง ไฟล์เสียหมด)

จากนั้นก็ยืนรอรถบัสกลับ Colmar ค่ะ คราวนี้ไปจอดถึงหน้าสถานีรถไฟเลยทีเดียว 

ตอนแรกพี่แป๋วจะให้เราเดินกลับสถานีรถไฟเพื่อไปรอรถบัสไปเมือง Riquewihr ค่ะ แต่ถามไปถามมามีป้ายรถบัสที่ใกล้ Little Venice อยู่ด้วย เราเลยไปขึ้นรถตรงนั้นแทน ส่วนขากลับก็กลับทางเดิมแล้วไปจอดที่สถานีรถไฟที่เป็นต้นสายค่ะ



กลับ Strasbourg กัน...ทีงี้ล่ะแดดเปรี้ยง ฟ้าใสเชียว



จะบอกว่าชอบเจ้าตู้ selecta นี่มากค่ะ

ของเยอะมาก แล้วไม่ต้องจิ้มตู้แล้ว จิ้มกับจอ touch screen สีฟ้าๆ ทางซ้ายมือแทน เลือกภาษาได้ด้วย แถมเป็นตู้ที่มีโปรโมชั่นด้วยนะคะ แบบจับคู่แล้วลดราคาไรงี้ เจ๋งมาก

ชอบอันไหน เลือกแล้วจิ้มที่หน้าจอเลย ไม่ต้องจ้องรหัสให้เมื่อยตา จ่ายเงินได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต (แต่ต้องมีรหัสกดนะ) เพียงเท่านี้ก็จะได้ขนมและเครื่องดื่มแสนอร่อยออกมาจ้า เย้!

กลับมาถึง Gare Centrale Strasbourg...

ก่อนจะถึง แอบมีปัญหานิดหน่อยค่ะ ไม่ทราบเกิดจากอะไรแต่รถไฟหยุดวิ่งไปแป๊บนึง แล้วก็เดินรถต่อค่ะ



อันนี้ชอบมาก เป็น free wifi แต่ไม่ให้ใช้เฉยๆ นะ ต้องออกแรงด้วย ออกแรงปั่นๆๆๆๆ เหมือนชาร์จไฟในทีถึงจะใช้ wifi ได้ค่ะ ฮา

กลับมาถึงโรงแรมแต่ฟ้ายังสว่างอยู่เลย.. พี่แป๋วเลยชวนไปเดินเล่น ถ่ายรูปต่อค่ะ ไหนๆ ก็แดดออก ฟ้าใสขนาดนี้เนอะ








ตึกยาวๆ ข้างหน้าคือ Barrage Couverts หรือเขื่อนกั้นน้ำค่ะ เราขึ้นไปถ่ายรูปขนดาดฟ้าได้นะ ไม่เสียค่าขึ้นค่ะ



บรรยากาศดี อากาศก็ดี๊ดี



เรือนำเที่ยวพามาสุดที่ตรงนี้แล้วก็กลับค่ะ



Ponts Couverts 



Tower ครบ 3 แท่ง แถมมี Notre dame church จาก Little France ติดมาด้วย



ถ่ายจากบน Barrage Couvert ค่ะ ตึกอะไรไม่รู้ เท่ดี




ลงมาข้างล่างบ้าง อันนี้เป็นทางเดินใน barrage couvert ค่ะ แสดงผลงานศิลปะอยู่ในลูกกรงตามทางเดินนี่แหล่ะ

ในป้ายสีเหลืองบอกว่า ให้ลงจากจักรยานนะคะ ห้ามขี่ในนี้

จบงานเที่ยววันนี้แล้วค่ะ 

พรุ่งนี้เราต้องย้ายเมืองอีกแล้ววววว ไป Freiburg กัน...อย่าลืมติดตามกันนะคะ ><




Create Date : 02 ตุลาคม 2559
Last Update : 4 ตุลาคม 2559 22:16:15 น.
Counter : 1446 Pageviews.

1 comments
  
เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์และคาแรคเตอร์บ้านเรือนต่างๆดูไปด้วยกันได้หมดเลย...
แถมดีตรงที่ไม่มีตึกแปลกๆไม่สวยมาเบรคอารมณ์ด้วย... :D
โดย: SquidMan.ExE IP: 1.10.195.240 วันที่: 4 ตุลาคม 2559 เวลา:22:43:18 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



อัลปาก้าจัง
Location :
ราชบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของ Piyoko-chan !!


เจ้าของบล็อกชื่อ เป้ ค่ะ

แต่งหน้าก็พอไหว แต่งตัวไม่ได้เรื่อง(ในบางที)

ตอนนี้มีหมวดท่องเที่ยวแล้ว ความฝันอีกอย่างคือได้เที่ยวทั่วโลกค่ะ จะพยายามรีวิวให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงทริคและเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ได้ชมกันค่ะ


เอาเป็นว่า นั่งอ่านขำๆ ไปแล้วกันนะคะ ^^

ถูกใจบล็อก donate สมทบทุนค่าเดินทางในทริปต่อๆ ไปได้ที่นี่เลย..
https://www.paypal.me/yanisapae

ขอบคุณล่วงหน้าค่า