ตุลาคม 2557

 
 
 
1
2
4
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
29
30
31
 
 
All Blog
EU Trip 7-20 Sep 14 : Chapter 3 Rome (ภาคต้น)
  กลับมาพบกันอีกตอนแล้วนะคะ ทริปนี้รูปเยอะอะไรเยอะเพราะไปเที่ยวแต่เมือง landmark ทั้งนั้นเลย

คราวนี้เรานั่งรถไฟมาถึง Rome กันแล้วค่ะ

สถานีที่ลงคือ Tiburtina Station ไม่ใช่ Termini นะคะ

เป็นสถานีรถไฟที่ค่อนข้างเงียบเหงา รถไฟไม่ค่อยเยอะ แต่ก็เป็นต้นสายของเหล่ารถบัสเข้าเมืองค่ะ

กว่าเราจะมาถึงก็บ่ายโมงกว่าเข้าไปแล้ว เรากะว่าจะเช็คอินที่อพาร์ตเมนต์ก่อน เก็บของแล้วค่อยหาอะไรกิน

แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิดน่ะสิคะ...


ที่พักของเราในครั้งนี้ชื่อว่า FLATINROME (Flat in Rome) หาจาก airbnb ค่ะ

ตัวเจ้าของห้องพักแนะนำเราว่า ให้เรานั่งรถบัสสาย 492 ไป 6 stops แล้วลงที่ป้าย Marruccini นะจ้ะ แล้วเดินย้อนไปที่สี่แยกที่เรานั่งรถผ่านมา เลี้ยวขวาเข้าถนน Via de' Lollis ทางซ้ายมือเข้าซอย degli Irpini เจอบันไดขึ้นจะเจอ FLATINROME ทันที (เลขที่ 36)

แน่นอนว่าเอาเข้าจริงเราไม่เจอบันไดที่ว่าหรอกค่ะ หันซ้ายหันขวากันอยู่นานเพราะป้ายถนนไม่ได้มีติดไว้ทุกแยกนี่นะ เราเดินวนกันแถวนั้นกันอยู่เกือบชม.แหล่ะค่ะกว่าจะเจอ

เราเจอซอย degli Irpini แต่เป็นอีกทาง สรุป ทางเข้าแฟลตของแกอยู่ตรงหัวถนนเลยจ้า (ใครจะไปรู้ฟะ)

 ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ พอเราเจอทางเข้าแฟลต เราเจอกับป้าพอลล่าและสามี แกไม่ใช่คนที่จะมาทำสัญญาเช่าห้องกับเรา เราต้องรอป้าแพททรีเซียค่ะ

เราถึงราวๆ บ่ายสอง แต่เจ้แพททรีเซียมาถึงซะสามโมงกว่า ในขณะที่เรายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย!!!

ใครที่สนใจแฟลต/อพาร์ตเมนต์/ห้องเช่า แนวๆ นี้ ขอให้อ่านรายละเอียดก่อนทำการจองห้องให้ดีๆ นะคะ เพราะเงื่อนไขบางประการมันก็เยอะเกินกว่าปุถุชนทั่วไปอาจรับได้

FLATINROME เป็นห้องพักที่ทำทั้งตึกเป็นห้องเช่าทั้งหมดค่ะ มีห้องพักหลายห้องทีเดียว และพักได้ห้องละ 4 คน มีห้องครัว เครื่องครัว ตู้เย็น แอร์ ทีวี ห้องน้ำพร้อมเสร็จสรรพ แต่ไม่มีผ้าเช็ดตัวให้ ต้องเตรียมไปเองหรือขอเช่าเค้านะคะ (ในราคาแพงหูดับ)

เมื่อป้าแพททรีเซียมา เราพบว่า นางเป็นคนใส่ใจในรายละเอียดมาก สัญญาเช็คแล้วเช็คอีก อธิบายทุกสิ่งที่จำเป็น เราถาม wifi password นาง นางก็ยินดีบอกค่ะ (แต่ไม่ฟรีนะ 24 ชม. 3 ยูโร เก็บเงินตอนเซ็นสัญญาเลย -*-)

เคยได้ยินประโยคที่ว่า "อิตาลีคือเจ๊กยุโรป" มั้ยคะ? ป้าแพททรีเซียคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากในกรณีนี้ - - ข้าวของพะรุงพะรัง ยุ่งตลอดเวลา แว่นตาอันนึง ทำตัวเยอะ ฯลฯ

เซ็นสัญญาเสร็จปุ๊บ คำถามถัดมาคือ "พวกคุณมาโรมครั้งแรกรึเปล่าจ้ะ" พร้อมควักแผนที่เมืองโรม นางเริ่มเปิดเลคเชอร์สถานที่เที่ยวโรมทันทีแบบ non-stop ราวๆ หนึ่งชม.ครึ่ง 

คือนางรู้ลึกรู้จริง จำได้หมดว่าสถานที่เที่ยวนั้นอยู่ตรงไหนบ้าง เรียกว่าอะไร นางชอบตรงไหนของสถานที่นั้น เราควรไปยังไง ร้านอาหารดังอยู่ที่ไหนพร้อมนามบัตรร้านนั้น ฯลฯ

กว่านางจะพูดจบ เราก็แทบหลับอ่ะค่ะ เพราะเยอะประหนึ่งเราจะมาอยู่โรมสักเดือนนึง - -"

นั่นแหล่ะค่ะ อาหารเที่ยงจึงควบรวมกับอาหารเย็นไปโดยปริยาย จากแผนที่จะได้เที่ยวโรมสักครึ่งวันก่อนก็เป็นอันต้องพับไป

มาดูเงื่อนไขของบ้านพักที่นี่แบบคร่าวๆ ก่อนแล้วกัน...ใครรับได้ก็ไปพักได้ค่ะ ถ้าไม่โอเคก็ไม่ควรนะคะเพราะค่อนข้างไกลจาก Termini station พอควรและเปลี่ยวค่ะ ถ้าพูดจริงๆ อ่ะนะ

- เวลาสี่ทุ่มถึงตีห้า ห้ามส่งเสียงดังเพราะชาวบ้านรู้ว่าที่นี่เป็นห้องเช่า ถ้าเตือนแล้วยังไม่หยุดจะแจ้งตำรวจ ต้องรับผิดชอบเอง
- จ่ายเงินค่าเช่าห้อง ณ ตอนทำสัญญาเลย พร้อมมัดจำ 100 ยูโร และจะคืนให้หลังจากเช็คเอ้าท์แล้ว
- เวลาเช็คเอ้าท์ไม่เกิน 11 โมง แต่ถ้าเช็คอินก่อน 8 โมงต้องเสียค่า early check-out (เท่าไหร่จำไม่ได้ น่าจะ 30 ยูโร) 
- มีรหัสเข้าแฟลต และรหัสเข้าตู้เซฟของแต่ละห้อง โดยคีย์การ์ดของแต่ละห้องก็อยู่ในตู้เซฟแหล่ะค่ะ เราต้องกดรหัสเอาเอง หยิบการ์ดแล้วต้องล็อคคืนด้วย และเมื่อเราจะออกไปข้างนอกต้องเก็บการ์ดคืนในตู้เซฟเหมือนเดิมและล็อคด้วยจ้ะ
- เช็คเอ้าท์ ต้องทำความสะอาดจานชามหม้อที่ใช้งาน เก็บขยะในห้องออกมาทิ้งด้วยนะจ้ะ
- มีเครื่องซักผ้าพร้อมผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มอยู่ชั้นล่างสุด ใช้งานครั้งละ 6 ยูโร (เหรียญ 2 ยูโร 3 เหรียญ) และมีห้องเก็บกระเป๋า คิดใบละ 7 ยูโร (แต่ไม่รับรองของหาย)
- มีปัญหาอะไรโทรหาป้าได้ 24 ชม.นะจ้ะ
- อื่นๆ อ่านในคู่มือในห้องพักได้จ้ะ (หนาประมาณครึ่งแฟ้มสอดบ้านเรา มีหลายภาษาด้วย)

ดูรูปห้องพักได้ที่นี่ค่ะ FLATINROME

ห้องที่เราพักไม่มีในเว็บนะคะ แต่มีที่คล้ายๆ กันแบบนี้ (ยืมจาก agoda นะ)



หลังจากที่ป้าแพทไปแล้ว เราทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินหาซุปเปอร์เพื่อซื้อของทำอาหารเย็นกันค่ะ

เราตัดสินใจถือแผนที่แล้วเดินไปที่ Termini Station ด้วยเซ้นส์ที่สัมผัสได้ว่า สถานีรถไฟที่นี่ต้องมีร้านรวงอยู่เยอะเป็นแน่!!! แล้วเราก็คิดไม่ผิดจริงๆ หลังจากที่เดินหลงทางไปเกือบชม. - -"

//www.vidiani.com/maps/maps_of_europe/maps_of_italy/rome/large_detailed_street_map_of_rome_city_center.jpg << แผนที่ที่เราได้จากป้าแพท คล้ายๆ อันนี้เลยค่ะ แฟลตอยู่เกือบขวาสุดของแผนที่ 

แนะนำแผนที่อันนี้นะคะเพราะบอกละเอียดถึงชื่อถนน ตรอก ซอย ที่เราอาจหลงได้ หลงจริงจังได้นะในโรมเนี่ย

Termini Station เป็นสถานีรถไฟสถานีหลักของโรมค่ะ เป็นชุมทางประมาณหัวลำโพง+หมอชิตบ้านเราก็ได้ ที่เดียวมีทั้ง รถไฟ รถโค้ช รถบัส รถsightseeing รถmetro(ใต้ดิน) แท็กซี่ ขาดอย่างเดียวมอไซค์วิน!!

ดังนั้น โรงแรม ร้านอาหาร สารพัดร้านจะมาชุกชุมกันอยู่รอบๆ Termini Station ค่ะ

เราค้นพบว่า มีรถโค้ชไปสนามบินราคาไม่แพงอยู่แถวนี้ มีซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และที่ขึ้นรถ sightseeing อยู่แถวนี้ และห้องน้ำในสถานีเสียคนละ 1.50 ยูโร (ถ้าจำไม่ผิด)

คืนนั้นเราก็หอบหิ้วของกินกลับไปห้องพัก ทำอาหารค่ำทานกัน และพักผ่อนตามอัธยาศัย


เอ้อ! ยังไม่จบสินะ สี่ทุ่มกว่าได้รับโทรศัพท์สายใน ป้าแพทโทรมาจ้า นางลืมกุญแจรถไว้ที่ไหนสักแห่งหาไม่เจอ นางเลยโวยวายว่าลืมไว้ในห้องเรานี่แหล่ะ พี่เราเลยบอกว่า ไม่มีนะ ยูเก็บไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรเหลือในห้อง นางไม่เชื่อเคาะห้องมาดูอีก -*-

คืนนั้นนางต้องเช็คอิน 2 ห้องข้างๆ เราค่ะ นางก็เริ่มเลคเชอร์เหมือนเดิมแหล่ะ แต่ห้องข้างๆ ไหวตัวทันบอกนางว่า "พอแค่นี้แล้วกันนะ พวกไอเหนื่อยอยากพักผ่อน" ป้าเงียบเลยจ้า 5555 



วันที่ 13 กันยายน


ร้าน Tabacchi แถวๆ แฟลตค่ะ อยู่หัวมุมสี่แยกเลย


วันนี้เราวางแผนจะไปขึ้นรถ Sightseeing กันค่ะ ตอนแรกจะนั่งรถบัสไปที่ Termini แต่รอนานมากกว่าจะมาคันนึง เสียเวลาๆ เลยเดินไปเองดีกว่า

หลักๆ ที่เราอยากไปคือ Vatican City, Colosseum, Trevi Fountain, Spanish Step แต่จะไปเท่าที่จะไปได้แล้วกันเพราะเวลาไม่พอค่ะ

อย่างที่ว่าไป Sightseeing bus มีหลายบริษัท แนะนำให้ลองดู route ของแต่ละบริษัทและความถี่ของรถเอาค่ะว่ามีหลากหลายแค่ไหน ราคาแพงมั้ย condition คืออะไร ตั๋วใบนึงใช้ได้กี่ชม.หรือหมดเวลาอะไร เราจะได้วางแผนได้ถูกค่ะ

สำหรับเรา เราเลือกใช้บริการของ City Sightseeing ค่ะ บริษัทนี้มีสาขาทั่วโลกโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ที่มีรถ sightseeing และตั๋วรถของที่นี่สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าตั๋ว 10% ที่เมืองอื่นที่เป็นบริษัทเดียวกันได้ด้วยล่ะค่ะ (เช่น เคยขึ้นที่โรม เอาตั๋วของโรมไปลดค่าตั๋วของบริษัทเดียวกันที่ปารีสได้)

สำหรับที่นี่ route เป็นแบบนี้ค่ะ https://static.city-sightseeing.com/documents/tours/1064.pdf

https://static.city-sightseeing.com/documents/tours/1065.pdf โบรชัวร์ของที่นี่ค่ะ

จริงๆ เราจะเลือกแบบ 24 ชม.ก็ถูกกว่ากันไม่เท่าไหร่นะคะ แบบว่า validate ตั๋วตอนสายๆ ก็ใช้ได้ต่อในวันถัดไป ไรงี้ค่ะ

สุดท้ายเราเลือกแบบ 1-day 20 ยูโรไป เพราะวันถัดไปเราอาจไม่มีเวลาเที่ยวอีกก็ได้ เราต้องรีบไปสนามบิน FCO เพื่อไปปารีสต่อค่ะ ดังนั้นตอนบ่ายโมงกว่าเราก็ต้องหารถไปสนามบินกันละ

แต่อย่างว่า การเดินทางแบบนี้มีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา อะไรๆ ก็ไม่แน่นอนเสมอไปค่ะ :)




ขึ้นรถกันจ้า จุดที่เราขึ้นนี้ จะจอด 20 นาทีแล้วรถจะออกค่ะ มีรถวนมาตลอดวัน



รถ Sightseeing tour แบบนี้ เก็บราคาขนาดนี้ย่อมไม่ธรรมดาค่ะ นอกเหนือจาก Free wifi on board แล้ว ยังมี audio guide บนรถด้วย โดยครั้งแรกที่เราขึ้นรถ พนักงานจะแจกหูฟังกับแผนที่ให้คนละ 1 ชุดค่ะ เอาไว้เสียบกับไอ้เจ้านี่(ในรูป)ตอนที่นั่งบนรถ โดยมีทั้งหมด 8 ภาษา (ถ้าจำไม่ผิด) มีภาษาจีนด้วยค่ะ

ภาษาอังกฤษอยู่เบอร์ 2 ตามรูปเลยค่ะ



รูปจะเอียงๆ นิดๆ เพราะถ่ายจากบนรถนะคะ ^^"



Stop แรก จะมาจอดที่หน้า museum แห่งนี้ค่ะ 

แต่จริงๆ จอดเพื่อให้มาที่นี่ต่างหาก



S. Maria Maggiore 

เราได้แต่นั่งรถผ่านค่ะ
















ไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมา... Colosseum!! 

แต่วันนี้เราจะผ่านไปก่อนนะคะ :)





คู่กับประตูชัยใกล้ๆ กัน



ทางซ้ายมือจะเป็นจุดที่ 3 Circo Massimo 

เป็นลานโล่งเหมือนลู่วิ่ง แต่มันเคยเป็นสนามแข่งรถม้ามาก่อนค่ะ เป็นสเตเดี้ยมแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโรมันยุคแรกๆ เลยล่ะค่ะ ตอนนี้กลายเป็นสวนสาธารณะไปแล้ว

(ตอนเจอของจริงไม่รู้ว่าคืออะไรเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ 5555)












เป็นที่ที่เราชอบมาก แต่ไม่ได้ลงไปค่ะ

จุดถัดมาที่รถจอดคือที่นี่ค่ะ Piazza Venezia ชื่อคุ้นๆ ใช่มั้ยคะ Venezia เป็นชื่อภาษาอิตาลีของ Venice เดิมทีที่นี่คือสถานทูตของสาธารณรัฐเวนิสในกรุงโรมค่ะ 

ของจริงสวยงามอลังการ ยิ่งใหญ่มากๆ แค่มองก็เหนื่อยแล้วเพราะสร้างบนเนินค่ะ ชาวเราได้มาแวะลงที่นี่ในวันถัดมาค่ะ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปอยู่ดี (เพราะอะไรโปรดติดตามต่อไป)






ป้ายหน้าคือที่ที่เราจะลงกันแล้วค่ะ....




ตึกตัก ตึกตัก... ที่เราเห็นอยู่ข้างหน้าคือ...

St. Peter's Basilica แห่ง Vatican City !!!!

เราก็มัวแต่ตกตะลึง เดินหาทางเข้ากันอยู่ค่ะ เลยไม่ได้ถ่ายมุมกว้างแบบที่หลายๆ คนจะถ่ายมาได้ แต่ถึงถ่ายได้ ก็คงต้องใช้โหมด panorama เท่านั้นแหล่ะค่ะ 



สำหรับน้ำเปล่า ที่นี่ราคา 2 ยูโรค่ะ แน่นอนว่ายิ่งเข้าไปถึงตัวโบสถ์ยิ่งแพง ที่ที่ราคาถูกคือซื้อเข้ามาล่วงหน้ากับพวกแขกที่ขายตามสถานที่เที่ยวข้างนอก(ตอนรถหยุด) ขวดละ 1 ยูโร หรือดีที่สุดคือเอาขวดน้ำมาเองค่ะ ที่นี่น้ำประปาดื่มได้ ที่เสาโอเบลิคส์ก็มีก๊อกน้ำอยู่ค่ะ น้ำเย็นชื่นใจทีเดียว





เห็นแถวยาวๆ แบบนี้ แต่แถวไหลเร็วนะคะ มันช้าเพราะมีด่านสแกนประมาณ 2-3 ด่าน

ด่านแรก ตรวจระเบียบ!!! : เข้าวัดวาอาราม ใช้หลักการเดียวกันทั่วโลกคือ แต่งกายสุภาพ ห้ามสายเดี่ยว เกาะอก กางเกงขาสั้น เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้เข้าชมสถานที่ค่ะ

ด่านที่สอง สแกนวัตถุต้องสงสัย : สแกนกระเป๋า ตรวจหาวัตถุที่ไม่ควรเข้ามาในสถานที่สำคัญระดับโลก (และทุกที่บนโลกแหล่ะ - -")

เมื่อผ่านด่านไปแล้ว เราก็เข้าไปได้เลยจ้า 



เอ้ะๆ เค้าถ่ายรูปอะไรกัน... ทุกคนถ่ายรูปทหารสวิสตัวเป็นๆ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ค่ะ ว้าวววววว



ถ่ายออกมาจากหน้าประตู St.Peter's Basilica


ตัว St. Peter's Basilica เข้าชมฟรีนะคะ ส่วนที่ต้องเสียค่าเข้าชมมี 3 จุดคือ เข้าชมส่วนยอดโดมใหญ่, St. Peter's Basilica museum (Museo Tesoro) และ Sistine Chapel ค่ะ

แต่ด้วยความที่เราไม่หาข้อมูลกันมา (อีกแล้ว) เราจึงเลี้ยวขวา ต่อคิวตามประชาชนนักท่องเที่ยว นึกว่าต้องซื้อตั๋วหรืออะไรสักอย่าง แน่นอนว่าจนจ่ายเงินแล้ว เราก็ยังไม่รู้อะไรอยู่ดี 5555



ตั๋วขึ้นยอดโดมค่ะ มี 2 ราคาให้เลือก 
- เดินขึ้นบันไดเอง 5 ยูโร
- ขี้เกียจเดิน จะขึ้นลิฟต์ 7 ยูโร (Ascensore)

ถามว่าอย่างไหนคนเยอะกว่ากัน แบบไหนก็คนเยอะค่ะ คนที่เดินส่วนมากคือทัวร์จีน 55555 พวกนางแข็งแรงจริงๆ



ลิฟต์มีตัวเดียว ต้องต่อคิวรอสักพักนะคะ ข้างในมีพนักงานคอยบริการกดลิฟต์ให้ด้วย (ใส่สูทหล่อทีเดียว)



ขึ้นมาถึงแล้วค่ะ แต่เราต้องไต่บันไดไปอีกนะ



เป้าหมายของเรา...

นี่บอกตามตรงว่า มาถึงจุดนี้แล้ว เราก็ยังไม่รู้ว่าเรากำลังจะไปไหนกัน 555555

จนเราไปเจอป้ายบอกว่า "ระวังผู้ที่เป็นโรคหัวใจ เข่าเสีย ความดันโลหิต ห้ามไม่ให้ขึ้นเด็ดขาด"

เพราะอะไร... เพราะบันไดมี 300 กว่าขั้น อากาศถ่ายเทน้อย พื้นที่ค่อนข้างปิดทึบ มีหน้าต่างบานน้อยระหว่างทางบ้าง ผู้สูงอายุก็ไม่ควรขึ้นมาค่ะ

พอเราขึ้นมาแล้วก็เจอกับ....



ยอดโดมจริงๆ ด้วย!!



เราอยู่เหนือโดมที่เป็นส่วนปิดของ St. Peter's Basilica ค่ะ ด้านล่างของเราปิดเอาไว้ไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ใช้เฉพาะในพิธีสำคัญเท่านั้น ดังนั้นอยากเห็นข้างใน ต้องขึ้นมาบนนี้ค่ะ







ถ้าคุณคิดว่า นี่คือที่สุดของแจ้ กับ เงิน 7 ยูโรเพื่อสิ่งนี้ล่ะก็...

คุณคิดผิดถนัดค่ะ!!!

นรกของแท้กำลังรอคอยอยู่... ขอย้ำว่า ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิต ผู้ที่เข่าไม่ดี กลัวที่แคบ ไม่ควรเข้าไปอย่างยิ่งค่ะ

บันไดเซตต่อไปนี้ ยิ่งกว่าโหดไม่ได้ครึ่งของที่ผ่านมาเลย เพราะเป็นบันไดวนแคบๆ เดินขึ้นไปเรื่อยๆ หน้าต่างบานน้อยก็มีเป็นระยะ แต่ไม่มีที่ให้หยุดพักเลย พอพ้นจากบันไดวน(เสาเดียว) เราจะไปเจอกับทางไต่รอบโดมอีก บันไดกับเพดานจะโค้งตามความโค้งของโดม ยิ่งทำให้แคบและลำบากเวลาเดินอย่างมาก 

ทั้งหมดที่ว่ามา เราก็ผ่านมันมาได้ค่ะ ^^ และนี่คือรางวัลที่เราจะได้รับ...







วิวรอบกรุงโรมแบบ 360 องศา จากยอดโดม St.Peter's Basilica!!!

รูปหลังจากกล้องไอโฟนค่ะ

สวยงาม เลอค่า แต่บอกตรงๆ วินาทีนั้น เราเกือบเป็นลม 5555 เป็นช่วงเวลาที่น่าปลื้มปิตินะคะ หนุ่มสาวหลายคู่ก็มาจูจุ๊บกันบนนี้แหล่ะ ฮา

เราไม่อยากอยู่นาน มันบาดใจ รีบลงมาดีกว่า 555



ลงมาชั้นที่เราขึ้นลิฟต์มาตอนแรก เห็นยอดโดมมั้ยคะ มีคนอยู่บนนั้นด้วย :)





สำหรับชั้นนี้มีร้านขายของที่ระลึก(ราคามาตรฐาน) และร้านขายเครื่องดื่มด้วย(แพงมากกกกกก น้ำแก้วละ 2 ยูโร) มีห้องน้ำบริการด้วยค่ะ

ใครไม่อยากซื้อน้ำแก้วละ 2 ยูโร มีน้ำก๊อกบริการฟรีที่หน้าห้องน้ำค่ะ 5555 (สะอาดนะ ดื่มได้)

มาเดินเล่นกันค่ะ



เราอยู่ด้านหลังของรูปปั้นนักบุญทั้งหลายที่อยู่รายรอบ Vatican City ดูใกล้ๆ แบบนี้ตัวใหญ่มากกกกกกกกกกก

มีชื่อติดของนักบุญแต่ละคนอยู่ที่ฐานด้วยค่ะ





ตึกเหลืองๆ ข้างหน้าคือตึกสำหรับลงไปข้างล่างค่ะ ลงไปปุ๊บ ถึงตัวโบสถ์เลย 

เข้าไปดูกันเลยดีกว่าว่าใน St.Peter's Basilica จะสวยงาม น่าชมยังไง ตามมาเลย!!














ตรงนี้เป็นทางเข้า Museum ค่ะ 





เข้าประตูเมื่อสักครู่มา เราจะพบกับทางเข้าของ Museo Tesoro ของ St.Peter's Basilica ค่ะ แต่เราก็ไม่ได้เข้าไปอีกนั่นแหล่ะ



แอบถ่ายข้างใน St.Peter

กลับออกไปทางเดิม เข้าตัวโบสถ์กันดีกว่าค่ะ










ส่วนที่อยู่ใต้โดมที่เราขึ้นไปค่ะ กั้นไว้อย่างไกลเลย = =





กิ๋มบอกว่า เด็กน้อยสองคนนี้ จะทำให้เราลงจากคานได้ จริงรึเปล่าคะ 5555

ในอ่างเป็นน้ำมนต์นะ ชาวคริสต์ใช้น้ำมนต์มาชำระเครื่องลาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เช่ามาค่ะ (ผิดถูกขออภัยอีกทีนะคะ) เห็นนักท่องเที่ยวแวะเวียนเอาลูกประคำ ไม้กางเขนมาชำระกันเยอะเลย

ไปดูส่วนสำคัญของที่นี่ดีกว่าค่ะ เชื่อว่าใครที่ไปต้องไม่พลาดแน่ๆ




Pieta Chapel โดย Michaelangelo Buonarroti ในวัย 21 ปี

(อ่านแล้วแบบ...แม่จ้าว!!! อายุ 21 ปี ทำได้ขนาดนี้!!!!)







ห้องนี้เป็นห้องปิดค่ะ เฉพาะชาวคริสต์ที่ต้องการสวดภาวนาเท่านั้น คนนอกห้ามเข้า



แต่เราก็ไปแอบถ่ายมาจนได้ (จากหน้าต่างข้างๆ)





จบคอร์ส St.Peter's Basilica แต่เพียงเท่านี้ค่ะ

ใครยังไม่จุใจ ภาพไม่ชัด มองอะไรไม่เห็น แนะนำเว็บนี้ค่ะ //www.vatican.va/various/basiliche/san_pietro/vr_tour/index-en.html

ทัวร์ Basilica แบบคมชัด 360 องศาทั่วทุกมุมของโบสถ์ ทั้งข้างในและข้างนอก รับรองเต็มอิ่มจ้า


และอิฉันพบว่า.... Sistine Chapel รอบสุดท้ายคือ บ่ายสามโมงครึ่ง..!!!

และอิฉันอดเข้า!! T T (บ่ายสามแล้ว)

Sistine Chapel จะมีรอบเข้าในแต่ละวันค่ะ ต้องซื้อตั๋วและไปรอก่อนถึงรอบตัวเองประมาณครึ่งชม. ถ้าช้าก็อดเข้าค่ะ และทางเข้าของโบสถ์น้อยแห่งนี้ อยู่ที่ประตูทางออกของ St.Peter's Basilica นี่เอง = = 

พลาดและแป้กต่อเนื่องจริงๆ



ทหารสวิสมาปลอบใจอิฉันที T T



ถ่ายย้อนกลับไปที่ Basilica



เสาโอเบลิคส์ ณ จตุรัส St.Peter



แอบตาม Angels and Demons ค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าอันไหนนี่สิ - -"

จบจากนี้ เราคงต้องไปหาข้าวเที่ยง(ตอนบ่าย)ทานกันแล้วล่ะค่ะ แต่แถวๆ หน้า Vatican ไม่มีร้านน่าสนใจเลยนี่สิ เราเลยต้องนั่งรถ Sightseeing tour ไปต่อกันที่ Fontana di Trevi (Trevi Fountain)

จุดที่เราไปลง ไม่ใช่หน้าน้ำพุนะคะ แต่เป็นถนนสายหลักที่เราต้องเดินเข้าซอยเพื่อเข้าไปดูน้ำพุอีกทีนึงค่ะ ส่วนเราก็วิ่งเข้าเบอร์เกอร์คิง เติมพลังกันก่อน = =

ถนนเส้นที่เราอยู่ตอนนี้ เป็นถนนสายหลักที่สามารถช้อปปิ้งได้ตลอดสายเลยค่ะ แม้แต่ป้าแพทยังแนะนำให้ไปช้อปปิ้งที่นี่ ไม่ใช่แค่ริมถนนใหญ่นะคะ ในตรอกซอกซอยรอบๆ Spanish Steps ก็เป็นร้านช้อปปิ้งของแบรนด์เนมค่ะ


หลังจากเติมพลังเรียบร้อย เราก็ตามหาน้ำพุเทรวี่กันค่ะ...เพื่อพบว่า....



น้ำพุปิดปรับปรุง!!!! ปิดน้ำด้วย ปิดหมดเลย แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง



ทำอะไรไม่ได้ค่ะ เค้าต่อทางเดินให้เข้าไปดูรูปปั้นใกล้ๆ จะโยนเหรียญอะไรก็เรื่องของแก - -"







แค้นใจ T T แต่คิดในแง่ดี เราได้เข้าไปดูรูปปั้นแบบใกล้ชิดอ่ะเนอะ ถ้ามีน้ำคงไม่ได้เห็นใกล้ขนาดนี้

//กัดฟันพูดไป...

(พี่รอง*ถามว่า "แล้วแกได้โยนเหรียญรึเปล่า" เปล่าห่ะ "เดี๋ยวแกก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกหรอก" ไม่เป็นไร มีตังค์ มาเมื่อไหร่ก็ได้ "เดี๋ยวแกจะมีเรื่องขัดข้องอะไรสักอย่างขัดขวางให้แกมาที่นี่ยาก" โอ่ววววววววววว)

พอดีพี่สาม*ที่มาด้วยกัน แกโยนเหรียญไปเมื่อปีก่อน แกก็ไม่เชื่อหรอกโยนไปงั้นแหล่ะ ไม่ถึงปีได้กลับมาที่นี่อีก โห แกเชื่อเลยทีนี้ 5555

*บ้านนี้มี 4 สาวพี่น้องค่ะ เริ่มต้นทริปมีแค่พี่สาม พี่รองกับพี่ใหญ่จะไปเจอกันที่ปารีสอีกที

ต่อมา ไปที่ Spanish Steps (Scalinata della Trinita dei Monti) ด้วยความหวังว่า คุณจะไม่หลอกดาวด้วยคำว่า maintenance อีก

ก่อนที่เราจะไปถึง เราเจอร้าน Sephora เข้าไปแหวกว่ายประหนึ่งเจอ 7-11 กลางกรุงโรม (มันมีที่ไหนล่ะเฟ้ย!) ข้อดีของ Sephora คือ แต่งร้านเหมือนกันทั่วโลก ดังนั้นไปสาขาไหนก็เหมือนกลับบ้านค่ะ (เกี่ยวมั้ย?)

ออกจากร้านเราพบว่า เราไม่รู้ว่า Spanish Step มันอยู่ทางไหนนี่สิ จะวิ่งไปถามพนักงาน นางเห็นเราถือแผนที่เข้าไป นางรีบบอกว่า "Sorry Madam I don't know" 

ตูยังไม่ได้ถามอะไรเลยนะ รีบปฏิเสธไปไหน! ของจากร้านเธอฉันก็เพิ่งจะซื้อออกมา ทำไมเป็นคนแบบนี้เนี่ย -*-

สรุป เราเดินเลี้ยวขวาจากร้าน Sephora เข้าซอยไปเลยค่ะ เดินๆ ไปมันยิ่งขึ้นเนินสูงเรื่อยๆ แล้วเราก็เลี้ยวซ้ายเดินๆๆ ไปจนพบกับ...



ขอบใจ...

เราอยู่ชั้นบนสุดของ Spanish Steps ค่ะ มีเสาโอเบลิคส์อยู่บนนี้ด้วย ท่าทางจะมาจากอิยิปต์จริงๆ 

ส่วนที่อยู่ข้างหลังปิดปรับปรุงไปคือ Trinita dei Monti ที่เป็นโบสถ์ค่ะ



คาเฟ่บนดาดฟ้า เก๋ๆ



เดินลงมาอีกชั้นแล้วถ่ายย้อนขึ้นไป 



ถ่ายลงมา น้ำพุก็ปิดปรังปรุง T T ไม่เห็นอะไรเลยยยยยยยยย

น้ำพุนี้มีชื่อว่า Fontana della Barcaccia (Fountain of the Ugly Boat) อยู่ตรงกลางลาน Piazza di Spagna 

เจ็บปวดค่ะ มาที่ที่ดังๆ แต่ไม่เห็นอะไรเลย พี่ปิดปรับปรุงหมดทุกสิ่ง T T ทำไมมมมมมมมมมม

ไหนๆ เราก็มาถึงบันไดสเปนแล้ว เราก็ต้องไปนั่งชื่นชมบรรยากาศกันบ้างค่ะ ทำไมคนที่ วัยรุ่นที่ชอบมานั่งกันจัง

เรื่องตลกมันเริ่มจากนี้ค่ะ...



เรานั่งตรงกลางของบันไดสเปน เป็นจุดที่ใครๆ ก็ชอบถ่ายรูปแหล่ะนะ นั่งไปสักพัก คู่แต่งงานคู่นี้ก็เดินขึ้นมาค่ะ ป๊าดดดดดดดดดด เป็นคู่ที่ 2 แล้วของทริปนี้ บังเอิญจริงๆ

นั่นแหล่ะค่ะ เราอยู่ข้างหลังพวกเค้าพอดี พอเค้าถ่ายรูป เราก็ยกสองนิ้วขึ้นมาบ้าง ทำตัวเป็นโฟโต้บอม 55555

สักแป๊บ คู่นี้ลงไป กลุ่มต่อมาคือกลุ่มนี้ค่ะ...



พี่มาจากไหนไม่รู้แหล่ะ แต่แบกจักรยานขึ้นบันไดสเปนเฉยเลย คณะใหญ่ประมาณ 10 กว่าคน มีเด็กเล็กด้วยนะ

ไม่รู้เป็นกลุ่มเดียวกับที่เจอที่ Vatican City รึเปล่า

นั่นแหล่ะค่ะ เราก็ยังคงทำหน้าที่เดิม ชูสองนิ้วโฟโต้บอมต่อ แต่ไม่ใช่แค่เราที่คิดแบบนี้สิคะ 55555



พี่คนนี้กับแฟนแกก็ทำเหมือนเราเป๊ะ! แถมแอคท่าเอามันอีกต่างหาก 555555

หันไปเจอแกทำท่างี้ เราก็ฮาลั่นบันไดสเปนสิคะ 5555555 ใจตรงกันเกินไปละนะ

ฮาจนพี่แกรู้ตัวแล้วหันมาหัวเราะกับเราด้วย 555555 เป็นเรื่องฮาประจำวันเลยล่ะค่ะ



จากนั้นเราก็คลำทางออกมาเพื่อหารถกลับ Termini ค่ะ ก็รถ Sightseeing เจ้าเดิมนั่นแหล่ะ

แต่ก่อนอื่นขอแวะ mac ซื้อกาแฟก่อนนะ



จะกินกาแฟ แกพามาดูเจลาโต้ทำไม = = 

แมคที่นี่ขายเจลาโต้ด้วย น่าทานเนอะ แต่ไม่ได้ซื้อมาชิมสักอัน (เอ้อ ชิมไปก่อนหน้าที่เวนิสแล้ว)


รถ Sightseeing tour ที่นี่ห้ามนำเครืองดื่มที่เปิดดื่มแล้วขึ้นรถนะคะ ถ้ามีฝาปิดยังพออนุโลม แต่ถ้าเป็นกาแฟเป็นแก้ว โค้กกระป๋อง ห้ามเด็ดขาดค่ะ พนักงานบอก "ยูรอคันหน้าละกัน อีกสิบนาที" แป่ว

คืนนั้น เราลงที่ Termini Station เพื่อหาที่ฝากกระเป๋าค่ะ เราเจอป้ายนะ แต่หาไม่เจอ เดินวนแล้ววนอีกจนท้อใจ สุดท้าย เราไปเจอตรงชานชาลาในสุดที่เป็นรถไฟขบวนที่จะไปสนามบิน FCO ค่ะ 

ค่าฝากกระเป๋าเริ่มต้นใบละ 7 ยูโร เก็บไว้ในตู้เซฟอย่างดี ถ้าฝากนานกว่านั้นก็จะเสียเงินเพิ่มตามลำดับค่ะ

พบเป้าหมายแล้ว เรากลับบ้านไปทำอาหารทาน พักผ่อนจ้า...




พบกันใหม่ตอนหน้า Rome (ตอนจบ) นะคะ สวัสดีค่ะ





Create Date : 05 ตุลาคม 2557
Last Update : 8 ตุลาคม 2557 1:34:59 น.
Counter : 1894 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



อัลปาก้าจัง
Location :
ราชบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของ Piyoko-chan !!


เจ้าของบล็อกชื่อ เป้ ค่ะ

แต่งหน้าก็พอไหว แต่งตัวไม่ได้เรื่อง(ในบางที)

ตอนนี้มีหมวดท่องเที่ยวแล้ว ความฝันอีกอย่างคือได้เที่ยวทั่วโลกค่ะ จะพยายามรีวิวให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงทริคและเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ได้ชมกันค่ะ


เอาเป็นว่า นั่งอ่านขำๆ ไปแล้วกันนะคะ ^^

ถูกใจบล็อก donate สมทบทุนค่าเดินทางในทริปต่อๆ ไปได้ที่นี่เลย..
https://www.paypal.me/yanisapae

ขอบคุณล่วงหน้าค่า