กันยายน 2559

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog
Germany & France "Cute Little Towns" June 2016 : Chapter 5 Strasbourg จู่ๆ ก็มาฝรั่งเศส!!




กติกามารยาทของบล็อก

หลายรูปส่งขายไปแล้ว ใครใคร่อยากใช้งาน กรุณาซื้อได้ที่เว็บเอเจนซี่ทั้งหลายเหล่านี้นะคะ

ส่วนรูปอื่นๆ นั้น กรุณามาขออนุญาตกับเราก่อนค่อยนำไปใช้ (ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์) นะจ๊ะ

*For foreigners who happened to click into this blog and be impressive with my photos, please be informed that some of them are sold in these agencies (the links below) or else ask me before taken it out. Commercial use is not allowed even with credit in photos. Thank you.


=================================================

Day 6 : June 14, 2016 

วันนี้เราต้องเช็คเอ้าท์จากโรงแรมเพื่อไปเมือง Strasbourg กันค่ะ การเดินทางหลักๆ ของเราก็คือรถบัสนั่นเอง

แต่ว่าพี่แป๋วจองรถรอบสายเอาไว้ เราเลยมีเวลาเดินเล่นกันก่อนค่ะ เช้านี้ฝนตกอีกแล้วววววว

เติมพลังก่อนเดินทางได้ที่ร้าน Mantel cafe ข้างๆ โฮสเทลจ้า



วันนี้เป็น Laugen ครัวซองกับคัพเค้กช็อกโกแลต (ชอบ butter ครัวซองมากกว่าค่ะ แบบนี้มันเค็มไป)



Hot Chocolate

เสร็จสรรพ เราก็เรียกแท็กซี่ให้มารับไปที่ป้ายรถบัสกันค่ะ มีความขลุกขลักนิดหน่อยเพราะพนักงานโฮสเทลเรียกแท็กซี่ให้เราคันเดียวแต่เป็นคันใหญ่ ในขณะที่เรามีกัน 6 คนแต่กระเป๋าประมาณ 10 ใบ คนขับแท็กซี่ไม่ยอมไปค่ะ เลยต้องเรียกแท็กซี่คันเล็กมาอีกคันแล้วทยอยตามกันมา



ป้ายรถบัสเองก็อยู่ใกล้ๆ กับ Heidelberg station แหล่ะค่ะ แต่ป้ายนี้จะใช้กันหลายเจ้าหน่อยนะ ต้องดูป้ายหน้ารถกับชื่อบริษัทดีๆ ค่ะ



เราก็จอง Flixbus ไปนะ แต่ไม่ใช่คันนี้... ดูท้ายรถเค้าสิคะ คือถ้าเราอยากเที่ยวด้วยจักรยาน เราก็เอาจักรยานเราไปด้วยได้นะ มันเป็นที่ตั้งจักรยานแหล่ะค่ะ คันนึงตั้งจักรยานได้ 4 คัน เจ๋งใช่มั้ยล่ะ!!!



คันนี้ก็มา แต่ไม่ใช่ของเราอยู่ดี



Another bus but not for us...this is Meinfernbus!!



Not again...but seems high class.



สรุปว่ามาค่ะ แต่เลทเหลือใจ รถมันเก๋ตรงที่ว่ามีเพดานโปร่งใสด้วยค่ะ ไม่เปลืองไฟรถเวลากลางวัน หน้าต่างก็กว้างมาก เรียกว่าชมวิวได้เต็มที่เลยล่ะค่ะ

บนรถมี Free wifi แล้วก็ห้องน้ำให้ใช้ด้วย แต่ถ้าวิ่งระยะยาว 6 ชม.เป็นต้นไป ต้องระวังนิดนึงนะคะเพราะรถบัสพวกนี้จะไม่แวะทำความสะอาดหรือเติมน้ำในห้องน้ำเลย ส้วมเต็มก็คือเต็ม น้ำหมดก็จบกัน แวะพักรถแต่ไม่แวะทำความสะอาดค่ะ



ในที่สุดเราก็มาถึง Strasbourg ประเทศฝรั่งเศสสักที แต่เอ๊ะ...ลืมอะไรหว่า...

เราลืมของเล่นหลานไว้บนรถบัสค่ะ T_T ดีที่รถยังไม่ออกจากป้ายเลยวิ่งไปทัน แต่ก็ฝ่าฝนไปนั่นแหล่ะ

ตลอดการเดินทาง ฝนตกตลอดไม่มีทีท่าจะหยุดเลย





จุดที่ลงรถมีห้องน้ำกว้างมาก ห้องเยอะมาก แล้วก็มี tram ใกล้ๆ ด้วย สามารถนั่งรถไฟต่อเข้าเมืองได้เลยค่ะ

ที่พักของเราคือ... Odalys Appart'Hotel คือเป็นโรงแรมกึ่งอพาร์ตเมนต์นั่นเอง...

ความดีงามของโรงแรมแห่งนี้คือ 

1. ใกล้ tram เข้าเมือง สถานี Ancienne Synagogue/Les Halles
2. ใกล้ Gare Centrale หรือ สถานีรถไฟ Strasbourg มากๆ 1 สถานีถึง
3. เยื้องๆ กับโรงแรมมี Centre Commercial des Halles หรือห้าง shopping mall ที่มีซุปเปอร์ขายของสดอยู่ด้วย
4. อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองค่ะ เดินไปเที่ยว Ponts Couverts / Little France หรือจะเข้าไปช้อปปิ้งตัวเมืองก็ได้เลย ใกล้มากๆ
5. ห้องพักมีครัว ตู้เย็น และ Free wifi แถมสระว่ายน้ำในร่ม ดี๊ดี!!!  





ห้องที่เราพักเป็นห้องสำหรับ 4 คนค่ะ มีห้องนอนแยกสำหรับ 2 คน ส่วนอีก 2 เตียงเป็นโซฟาเบดและเตียงสปริงเสริมในห้องรับแขก แยกกันเป็นสัดส่วนค่ะ



ห้องนอนข้างใน



sofa bed ที่นอนเราเอง นอนได้สบายดีไม่ปวดหลัง หลับสนิททุกคืน (เพราะเหนื่อย 555)



มีชา กาแฟให้ดื่มด้วย



เครื่องครัวมาพร้อม มีไมโครเวฟ ข้างล่างเป็นเครื่องล้างจานนะคะ คนไทยอย่างเราไม่ถนัดใช้เครื่องนี้ก็มีฟองน้ำกับน้ำยาล้างจานเตรียมให้ด้วย

ถ้าใครไม่สะดวกทำอาหารเองก็จ่ายเงิน 7 ยูโรเป็นมื้อเช้าได้ค่ะ (เห็นว่ามี lunch กับ dinner ด้วยในห้องเดียวกัน) แต่มีแค่ชา กาแฟ ขนมปัง อะไรพวกนี้นะคะ

ฝนยังไม่หยุดตก จะทำยังไงได้ ก็ต้องเตรียมพร้อมฝ่าฝนกันไป เสื้อกันฝน หมวก ร่ม เตรียมให้พร้อมค่ะ ทริปนี้เจอฝนแทบทุกวัน เราต้องสู้!!!

พี่แป๋วพาเรานั่ง tram เข้าเมืองไปที่ Strasbourg Cathedral หรือ Cathedrale Notre-Dame de Strasbourg 





ชื่อสถานีค่ะ สาย A กับ D วิ่งผ่าน 



ตู้ขายตั๋ว พอได้ตั๋วแล้วต้องเอาไป validate ที่ตู้ผอมๆ มีป้ายเขียวข้างๆ นะคะ ที่เขียนว่า Validez นั่นแหล่ะค่ะ ไม่งั้นโดนปรับนะ



ถึงแล้วววว ลงสถานีไหนจำไม่ได้ แต่ใกล้มากแล้วค่ะ




ลักษณะอาคารเก่าแก่ของเมืองนี้ค่ะ มีแกะสลักที่เสาด้วย 

Strasbourg Cathedral หรือ Cathedrale Notre-Dame de Strasbourg 



โบสถ์ Strasbourg เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิคค่ะ อยู่ในเมือง Strasbourg แคว้น Alsace ประเทศฝรั่งเศส ตัวโบสถ์นั้นมีบางส่วนมีสถาปัตยกรรมแบบ Romanesque แล้วก็เป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยมทางสถาปัตยกรรมชั้นสูงหรือปลายยุค Gothic (ถ้าแปลผิดขออภัยนะคะ) โบสถ์สูง 142 เมตร เคยได้รับตำแหน่งอาคารที่สูงที่สุดในโลกเมื่อปี 1647-1874 ราวๆ 227 ปี ก่อนจะโดน St. Nikolai's Church แห่ง Hamburg ล้มแชมป์ไป ปัจจุบันเป็นอันดับที่ 6 ของสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกในยุคกลางค่ะ





เก็บไม่หมดค่ะ เลนส์ไม่ wide พอ














อันต่อไปพีคมากค่ะคุณผู้ชม 5555

มันคือการจำลองเหตุการณ์ตอนที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน มันพีคตรงที่ว่าเราต้องหยอดเงิน 2 ยูโรเพื่อเปิดไฟ เปิดได้ 5 นาทีหรือยังไงเนี่ย จำไม่ได้ แต่โคดแพง 5555

ตอนแรกไปยืนส่องกับคนอื่นแล้วเค้าก็ถ่ายรูปอย่างเมามันไม่ยอมเดินหนี พอเค้าเดินออกปุ๊บ ไฟดับค่ะ เกทเลยทีนี้ 



คิดซะว่าทำบุญให้โบสถ์เนอะ



สีหน้าและอารมณ์ดีมากทีเดียว ดูแล้วประทับใจค่ะ





อีกสิ่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของโบสถ์แห่งนี้คือ Strasbourg Astronomical clock ที่ตั้งอยู่ภายในโบสถ์นั่นเอง



Strasbourg Astromonical Clock เรือนนี้เป็นนาฬิกาเรือนที่ 3 นับตั้งแต่ฝรั่งเศสได้อิสรภาพจากจักรวรรดิโรมันศักดิ์สิทธิ์เมื่อช่วงปี 1681-1870 

เรือนแรกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เรือนที่สองศตวรรษที่ 16 เรือนที่สามซึ่งก็คือเรือนนี้สร้างในปี 1843 

เห็นแบบนี้นะคะ เจ้านี่เป็นนาฬิการะบบออโต้ เป็น perpetual calendar หรือเป็นปฏิทินแบบที่ไม่มีวันสิ้นสุดค่ะ เป็น planetary dial เป็นจานคำนวณการหมุนของโลก แสดงตำแหน่งของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ถูกต้องรวมถึงสุริยุปราคาและจันทรุปราคาด้วยค่ะ แต่จุดที่น่าสนใจที่สุดของนาฬิกาเรือนนี้คือนาฬิกาจะตีตอน 12.30 เวลากลางวัน จะมีพระเยซูและสาวกเดินออกมาสามรอบค่ะ (ถ้าแปลผิดขออภัยค่ะ มึนๆ นิดหน่อย ขอบคุณข้อมูลจาก wikipedia ค่ะ)

แต่ในอีกส่วนหนึ่งอธิบายไว้ละเอียดกว่านั้นมาก เค้าบอกว่า เจ้านาฬิกาเรือนนี้คำนวณเวลาไว้แม่นยำมากจนน่าทึ่ง โดยบอกปี leap year (ปีที่มี 366 วัน) วันที่มีกลางวันและกลางคืนเท่ากัน (equinoxes) แล้วก็ข้อมูลทางดาราศาสตร์เยอะมาก ซึ่งเจ้านี่น่าจะเป็นเครื่องคำนวณที่ซับซ้อนมากกว่าเป็นนาฬิกาด้วยซ้ำ ฟังก์ชั่นอันแสนซับซ้อนของมันทำให้เกิดความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ที่พิเศษมากๆ ด้วย มันคำนวณวันอีสเตอร์ในปฏิทินคริสเตียนได้ตั้งแต่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นบนโลกเลยนะ (แต่มันพิเศษยังไงลองหาอ่านในนี้แทนนะคะ wikipedia)

รายละเอียดเยอะมากๆ ยังไงไปตามอ่านกันต่อในวิกิพีเดียนะคะ


เฟืองของนาฬิกา





ตรงรถม้าข้างล่างคือไฮไลท์ค่ะ













ตรงนี้แอบตกใจนิดนึงค่ะ เพราะมองจากข้างนอกไม่เห็น ตอนเข้ามาจุดนี้เราเลี้ยวซ้ายไปดูอย่างอื่นก่อนค่ะ พอหันหลังมาเห็น stained glass รูปพระเยซูที่ใหญ่มากๆ เหมือนพระองค์แอบมองเข้ามาในโบสถ์เลยค่ะ ขนลุกเลย






รูปสุดท้ายก่อนออกจากโบสถ์แห่งนี้กัน...



เห็นว่าบ้านสีเหลืองตรงนั้นเป็นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในแถบนี้ด้วยล่ะค่ะ ไม่รู้ฟังผิดรึเปล่า





ด้านข้างของโบสถ์ ขนาดมาถ่ายมุมนี้ยังเก็บไม่หมดเลย :)

ออกมาจากโบสถ์แล้วเลี้ยวซ้ายค่ะ เข้าสู่แถบร้านค้าขายของที่ระลึกกัน 








พอถึงตรงนี้แล้ว เราก็ตัดสินใจว่าจะหาอะไรกินเป็นมื้อเที่ยงกันค่ะ พี่แป๋วแนะนำว่าที่นี่มีเมนูขึ้นชื่ออยู่อย่างนึงที่มาแถวนี้ต้องกินให้ได้คือเจ้า Tarte Flambees หน้าตาเป็นยังไม่รู้ แต่ต้องลองดูค่ะ

หันซ้ายหันขวาเราเลยเลือกมาร้านนึงแถวนี้แหล่ะ (ร้านที่มีร่มเหลืองๆ ทางซ้าย)

ฝนก็ตก หนาวก็หนาว ข้าวก็ยังไม่ได้กิน ขอร้านที่มี Tarte Flambees แถม Free wifi ด้วยนะ แจ๋วเลย!!! 

เราเลือกร้าน Cafe de L'Ill ค่ะ มีฮีตเตอร์อุ่นๆ ให้นั่งแถม free wifi ด้วย สบายยยยยยยย



เจ้านี่คือ Tarte Flambees ค่ะ หน้าตาเหมือนพิซซ่าแป้งบางกรอบบ้านเรา แต่ใส่เห็ดไม่เหมือนกัน ใช่ทรัฟเฟิลรึเปล่าคะ มันหอมเห็ดมากเลย



สั่งสลัดด้วยนะ



แอ่นแอ๊นนนนนนนน กินหมดด้วย แชร์กันสองคนกับพี่แป๋วค่ะ จริงๆ ถาดนี้มันสำหรับหนึ่งคนนะ แต่คนไทยไม่ได้กินเยอะขนาดนั้นอาจจะจุกได้

เสร็จจากตรงนี้แล้ว เราก็เดินเที่ยวกันต่อค่ะ ไปเจอกับทัวร์ผู้สูงอายุมาเที่ยวกันด้วย ใครเดินไม่ไหวก็นั่งรถเข็นกัน พี่แป๋วเล่าว่ามันมี volunteer มาอาสาช่วยสว.เหล่านี้ด้วยนะ เราช่วยเค้าแถมได้เที่ยวไปกับเค้าด้วย ก็น่าจะสนุกไปอีกแบบเนอะ



ตรงนี้เป็นจุดขึ้นเรือท่องเที่ยวค่ะ เราชอบเรือเค้านะ น่าจะนั่งสบายแถมเป็นกระจกเปิดโล่งแถมกันแดดอีกต่างหาก



เดินไปทางซ้ายยยยยย



ตรงนี้เป็นจุดซื้อตั๋วขึ้นเรือท่องเที่ยวค่ะ เค้าจะมีราคาบอกนะ นั่งรอบเมืองเลย แต่เราไม่ขึ้นเรือนะ 5555 ราคาใช้ได้เลย

เดินชมวิวดีกว่าค่ะ



เรือไปแล้ว...








ไปเที่ยวกันต่อค่ะ








ชอบรูปนี้ค่ะ คุณยายทำให้รูปน่ารักขึ้น :)



เราก็เดินๆๆๆ มาจนมาถึง Les ponts couverts de Strasbourg หรือเขื่อนกั้นน้ำแห่งเมือง Strasbourg นั่นเอง 

เจ้าทาวเวอร์ทั้ง 3 นี้โด่งดังมากค่ะ เชื่อมสะพาน 4 สะพาน รับน้ำจาก River III มารวมเข้าด้วยกัน แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพามาอีกทีนะ วันนี้ฝนตกหนักมาก มีกองถ่ายมาตั้งอยู่ตรงปลายสะพานฝั่งนู้นด้วยแต่คิดว่าคงต้องเลิกกองไปเพราะฝนตกหนักมากกกกกกก เราเดินๆ กันยังเปียกเลยค่ะ (ขนาดมีเสื้อกันฝนกับร่มคนละคันละนะ) ส่วนพวกเราก็รีบเดินออกมา ถ่ายรูปอะไรไม่ได้มากเพราะกลัวกล้องเปียก เลยกลับโรงแรมกันเลยค่ะ

ปิดท้ายด้วยรูปนี้ละกัน :)



ด้วยรักและเปียกโชก

พรุ่งนี้ไปเที่ยว Colmar และ Riquewirh กันจ้า


====================================================
เอ้อๆๆๆ

ตรงข้ามโรงแรมมีซุปเปอร์ด้วย หิวๆ ก็หาเนื้อกินกันนะ :D



ขนมเยอะ อาหารอร่อย มีเนื้อสเต็กให้ทอดด้วย แถมมียีราฟโซฟี่ ของเล่นเด็กน้อยสุดฮิตของคุณแม่ๆ ขายด้วยนะเออ!!! 

ลองดูนะคะ ที่ Les Halles เฮ้!!

ปล. ลืมเล่าให้ฟังค่ะ ฝรั่งเศสมีเหตุประท้วงหยุดงานกันบ่อยค่ะ มีคู่คุณพ่อกับน้องผู้หญิงเดินเที่ยวกันตอนเย็น (หลังจากแยกกัน) กลับมาราวๆ สี่ห้าทุ่มได้ค่ะเพราะตอนที่กำลังจะกลับ tram หยุดวิ่ง พนักงานประท้วงขึ้นค่าแรงหรืออะไรสักอย่าง ทำให้คุณพ่อกับน้องต้องเดินข้ามเมืองกลับมา คืนนั้น tram หยุดวิ่งและไม่รู้ว่าจะเริ่มวิ่งอีกครั้งเมื่อไหร่ แต่สุดท้ายก็วิ่งตามตารางปกติค่ะ



Create Date : 27 กันยายน 2559
Last Update : 30 กันยายน 2559 0:24:20 น.
Counter : 1397 Pageviews.

1 comments
  
มาเที่ยวด้วยคนนะคะ สวยมากค่ะ
โดย: auau_py วันที่: 30 กันยายน 2559 เวลา:7:26:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

อัลปาก้าจัง
Location :
ราชบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของ Piyoko-chan !!


เจ้าของบล็อกชื่อ เป้ ค่ะ

แต่งหน้าก็พอไหว แต่งตัวไม่ได้เรื่อง(ในบางที)

ตอนนี้มีหมวดท่องเที่ยวแล้ว ความฝันอีกอย่างคือได้เที่ยวทั่วโลกค่ะ จะพยายามรีวิวให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงทริคและเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ได้ชมกันค่ะ


เอาเป็นว่า นั่งอ่านขำๆ ไปแล้วกันนะคะ ^^

ถูกใจบล็อก donate สมทบทุนค่าเดินทางในทริปต่อๆ ไปได้ที่นี่เลย..
https://www.paypal.me/yanisapae

ขอบคุณล่วงหน้าค่า