สิงหาคม 2557

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ขอวีซ่าเชงเก้นไปสวีเดนครั้งแรก
  สวัสดีค่ะ ^^"

ไม่ได้เขียนบล็อกนานมากตั้งแต่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกลับมา และเราก็ได้เอาไปแปะลงกระทู้ในห้อง BP ด้วย

ใครที่กดติดตามมาจากกระทู้ก็ขอขอบคุณมากค่ะ ผิดถูกยังไงขออภัยด้วยนะคะ


อีกครั้งกับการรีวิวการขอวีซ่า ซึ่งคราวนี้เป็นการขอเชงเก้นไปสวีเดน

**Note : จะตอบและรีวิวเฉพาะสิ่งที่รู้และเป็นประสบการณ์นะคะ คำถามที่ไม่เกี่ยวข้อง ขอไม่ตอบนะคะ เพราะถ้าตอบผิดไปคุณจะเสียหายได้ค่ะ**


การขอวีซ่าไปสวีเดนนั้น ต้องขอผ่าน VFS Thailand ซึ่งสำนักงานตั้งอยู่ที่ตึก Alma Link building ชั้น 12 ที่อยู่หลังเซนทรัลชิดลมค่ะ สามารถลง BTS ที่สถานีชิดลมได้เลย แล้วเดินอ้อมไปด้านหลังเซนทรัล ก็จะเจอทันทีค่ะ

ประเทศสวีเดน เป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มเชงเก้น (Schengen) ซึ่งมีทั้งหมด 25 ประเทศ 
Austria, Belgium, Czech Republic, Denmark (ไม่รวมเขต Greenland และ Faroe Islands), Estonia, Finland, France (ไม่รวมเขต overseas departments and territories), Germany, Greece, Hungary, Iceland, Italy, Latvia, Lithuania, Luxembourg, Malta, Netherlands (ไม่รวมเขต Aruba, Curaçao, Sint Maarten and the Caribbean Netherlands), Norway (ไม่รวมเขต Svalbard), Poland, Portugal, Slovakia, Slovenia, Spain, Sweden, Switzerland

เราขอแบบ single visa เข้าออกครั้งเดียว โดยได้ invitation letter (จดหมายเชิญ) จากพี่สาวที่อยู่ที่สวีเดนค่ะ ซึ่งเอกสารบางส่วนจำเป็นต้องได้สำเนาพร้อมลายเซนต์ตัวจริงจากผู้เชิญด้วย
เดี๋ยวจะมาบอกอีกทีค่ะว่าต้องใช้อะไรบ้าง 

อ้างอิงจากเว็บไซต์ VFS Thailand นะคะ //www.vfsglobal.com/sweden/thailand/

วีซ่าแบ่งแบบง่ายๆ เป็น 4 ประเภทค่ะ

1. วีซ่าท่องเที่ยว
2. วีซ่าเยี่ยมเพื่อน/แฟน
3. วีซ่าเยี่ยมญาติ
4. วีซ่าแบบ Business/conference 

สำหรับเรา ขอแบบที่ 2 คือวีซ่าเยี่ยมเพื่อนค่ะ (ถึงจะเป็นญาติกัน แต่ก็ไม่ได้ติดต่อนานมาก แล้วต้องมีเอกสารยืนยันความเป็นญาติด้วย เลยขอแบบเยี่ยมเพื่อนง่ายกว่าค่ะ)

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า 2700 บาท (เด็กอายุ 6-12 ปี จ่าย 1600 บาท)
ค่าบริการ 762 บาท 
ค่า tracking ผ่าน sms 60 บาท
ทั้งหมดที่เราจ่ายไปคือ 3522 บาท

ใครที่ไม่สะดวกไปรับเอง ก็จ่ายอีก 200 บาท ค่าจัดส่งพาสปอร์ตนะคะ แจ้งได้ที่เค้าเตอร์เจ้าหน้าที่เลย


เอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้
ดาวโหลดได้ที่นี่ค่ะ //www.vfsglobal.com/sweden/thailand/visiting_application.html

- Schengen Visa Application form 
- รูปถ่ายสีขนาด 45มม.x 35มม. พื้นหลังสีขาว (เวลาถ่ายให้บอกขนาดนี้ไป หรือบอกว่าจะไปขอวีซ่าเชงเก้นนะคะ อย่าบอกว่ารูป 2 นิ้ว ขนาดจะไม่ได้ค่ะ) ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและห้ามโฟโต้ช้อปจนหน้าเพี้ยนนะคะ
ใครไม่แน่ใจว่ารูปใช้ได้แค่ไหน ให้ดูหน้านี้ค่ะ //www.vfsglobal.com/sweden/thailand/visiting_photospecs.html

- พาสปอร์ตตัวจริง  ต้องมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า พร้อมสำเนา 2 ใบ
- พาสปอร์ตเล่มเก่าที่เคยได้วีซ่าเชงเก้นมาก่อน ถ่ายสำเนาหน้าพาสปอร์ตพร้อมกับหน้าที่ประทับลงตราแนบมากับใบสมัครด้วย (ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องค่ะ)
- เงินค่าธรรมเนียม
- หนังสือรับรองการทำงาน ระบุวันที่เริ่มทำงาน ตำแหน่ง เงินเดือน วันลา จากผู้ว่าจ้าง(เจ้านาย)ของคุณ (ตัวจริง)
- ถ้าเป็นเจ้าของกิจการหรือฟรีแลนซ์ ต้องมีใบจดทะเบียนการค้าหรือเอกสารอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงรายได้ของเรา
- ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษา จดหมายยืนยันความเป็นนักเรียนนักศึกษาจากสถานศึกษา
- หลักฐานทางการเงิน ใช้สำเนาสมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนหรือจดหมายรับรองสถานะทางการเงินจากธนาคารของตัวเอง หรือผู้ที่เป็นสปอนเซอร์ให้เรา (เช่น พ่อแม่ เป็นต้น) กะๆ เอาว่าค่าใช้จ่ายต่อวันในสวีเดน ใช้ประมาณ 450 SEK ต่อวันต่อคน
- สำเนาใบหย่า (ถ้ามี)
- สำเนาเอกสารประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในวงเงิน 1.5 ล้านบาท (มีหลายบริษัทค่ะ เชงเก้นบังคับทำทุกคน)
- Questionnaire สำหรับผู้ที่ไปเยี่ยมเพื่อน/แฟน

- ใบจองตั๋วเครื่องบิน (ออกแค่ใบจอง อย่าเพิ่งจ่ายเงินนะ)**สำคัญค่ะ

*เพิ่มเติมสำหรับคนที่เคยเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล ให้เอาสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลไปด้วยค่ะ ต้องมีฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษและมีการรับรองคำแปลจากกรมการกงสุลด้วยนะคะแล้วก็ฉบับภาษาไทยด้วยค่ะ (เราเคยทำมาก่อนเพราะเคยจะเอาไปใช้สมัครแอร์ เลยมีเตรียมไว้อยู่แล้ว ส่วนการแปล เราแปลเองค่ะ)

ตรงนี้เป็นเอกสารของผู้ที่เป็น Reference ของเรา จาก เพื่อน/แฟนของเราค่ะ
**เอกสารต้องมีลายเซ็นรับรองสำเนาตัวจริงที่ไม่ใช่ก๊อปปี้นะคะ ของเราต้องให้พี่ส่งมาจากสวีเดนเลย**
- เอกสารตัว Appendix E (form 241011) ตัวจริงพร้อมลายเซ็น (คือทางนั้นเป็นคนกรอกแล้วเซ็นให้เราค่ะ)
- ก๊อบปี้เอกสารการเสียภาษีที่ออกโดย Swedish Tax Agency
- สำเนาหน้าพาสปอร์ตและหน้าแสตมป์เข้าออกประเทศไทย
- สำเนาหลักฐานที่อยู่ในสวีเดนของ Reference ของเขา (ถ้ามี)
- สำเนาหลักฐานการเงิน (ในกรณีที่เขาเป็นสปอนเซอร์ให้เรา)
- สำเนาหลักฐานการติดต่อกัน (เราส่งให้ก็ได้ค่ะหรือให้เพื่อนทำให้ก็ได้ ต้องมีนะ เราโดนเรียกเพิ่มเติม)

ส่วนของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จะไม่พูดถึงนะคะ ขอข้ามเลย


ส่วนตัวแล้ว ของเรามีเพิ่มขึ้นมาคือ จดหมายเชิญจากพี่สาว หรือ Invitation Letter เป็นภาษาสวีดิชแนบไปด้วยค่ะ

เอกสารหลายตัว มีข้อมูลซ้ำๆ กัน เวลากรอกก็กรอกให้ตรงกันหมดนะคะ 5555 เดี๋ยวเราตอบอย่าง เพื่อนตอบอีกอย่างจะงงกันได้

ทั้งหมดนี้ จะมีใบ Checklist มาให้เราดาวโหลดด้วยค่ะ โดยโหลดจากที่นี่เลย //www.vfsglobal.com/sweden/thailand/visiting_checklist.html

ติ๊กเอกสารที่เรามีแล้วก็เซ็นชื่อรับรองค่ะ เจ้าหน้าที่จะเช็คจากใบนี้อีกทีว่าตรงกันมั้ย แล้วส่งพร้อมใบสมัครและเอกสารทั้งหมดค่ะ

เอกสารบางอย่าง สามารถกรอกได้ในคอมพิวเตอร์ได้เลย ไม่ต้องพริ้นท์ออกมากรอกใหม่ เราแค่พิมพ์แล้วก็พริ้นท์มาเซ็นชื่อก็พอ



สามารถไปยื่นเอกสารทั้งหมดได้วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-12.00 และ 13.00-15.00 น. ยกเว้นวันหยุดค่ะ

เวลาไปรับพาสปอร์ตคืนจะเป็นช่วงบ่ายเท่านั้นค่ะ ถึง 4 โมงเย็น




วันที่เราไปยื่นเอกสารคือวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งไปแบบรีบร้อนและร้อนรน เพราะเราจะเดินทางวันที่ 29 สิงหาแล้ว มัวแต่รอเอกสารจากสวีเดน แถมติดวันหยุดยาวอีก รนมากค่ะบอกตรงๆ

เรา tracking เอกสารว่ามาถึงไปรษณีย์ใกล้บ้านเราแล้วแต่ยังไม่นำส่ง เราก็เลยไปรับด้วยตัวเองที่ไปรษณีย์เลยจ้า แล้วสายๆ ก็รีบขับรถเข้ากรุงเทพทันที

แต่ลางสังหรณ์มันมาค่ะ รู้สึกไม่สบายใจบอกไม่ถูก แล้วเป็นแบบนี้ตลอดทาง

เราเลือกที่จะจอดรถที่ Central World แล้วเดินไปตึก Alma Link เองห่างกันราวๆ ครึ่งกิโล - -" คิดซะว่าฝึกตัวเองละกัน ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่ เดินหอบเหมือนกัน

พอไปถึงปุ๊บ....พนักงานหน้าสำนักงานบอกเลยว่า "วันนี้ระบบทำวีซ่าสวีเดนเสียตั้งแต่เช้านะคะ ทำได้แค่ตรวจเอกสารเท่านั้น เดี๋ยวบ่ายสามก็จะปิดทำการแล้ว ไว้พรุ่งนี้มายื่นใหม่นะคะ"

เราก็แบบ เอาล่ะสิ ลางสังหรณ์ฉันแม่นมากเฟ่ออออออออ ฉันต้องมาใหม่พรุ่งนี้เหรอเนี่ย เหนื่อยแล้วนะ

สุดท้ายก็ลงชื่อ กดบัตรคิว แล้วเข้าไปนั่งรอเพื่อตรวจเอกสารค่ะ

นั่งรอไม่นานก็ได้ตรวจทันที เราก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ นะ เราว่าเอกสารเราครบแหละ แต่ก็ยังอดหวาดเสียวไม่ได้อยู่ดี

อันนี้ใช้ อันนี้ไม่ใช้ มีขอเพิ่มเติมนิดหน่อย แล้วก็จ่ายเงินค่ะ ทางเจ้าหน้าที่ก็กำชับว่า "ระบบยังใช้ไม่ได้นะ นั่งรอก่อนก็ได้เผื่อมันจะใช้การได้ แต่ถ้าบ่ายสามยังใช้ไม่ได้ พี่ก็ต้องมาใหม่พรุ่งนี้นะ"

เราก็ยอมนั่งรอค่ะ ลุ้นไปลุ้นมา ปรากฎว่าห้องหมายเลข 15 ที่เป็นห้องของวีซ่าสวีเดนมีการเรียกคิวเกิดขึ้น...

คนแรกที่เข้าไป เป็นสาวนางนึงที่ต้องการจะแต่งงานกับหนุ่มสวีเดน ส่วนเราก็เป็นคิวถัดไป

พอเข้าไปแล้ว จะได้ถ่ายรูป แล้วก็พิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว 

เจ้าหน้าที่บอกว่า "ระบบเพิ่งจะใช้การได้ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะส่งไฟล์ไปทางสถานทูตได้มั้ย ถ้ายังไงจะโทรบอกอีกครั้งนะคะ ถ้าไม่โทรไปแสดงว่าใช้ได้ แต่ถ้าไม่ได้พรุ่งนี้ต้องมาใหม่นะคะ"

เสร็จปุ๊บ พนักงานจะให้ใบเสร็จชำระเงินพร้อมกับสำเนาพาสปอร์ตของเรา ใช้เอาไว้รับพาสปอร์ตของเรา (ถ้าทำหายต้องแจ้งความ แล้วเอาใบแจ้งความแนบไปแทน) พร้อมทวนข้อมูลของเรา ถ้ามีจุดไหนผิดพลาดให้รีบแจ้งทันทีนะคะ ถ้าพลาดแล้วเราจะลำบากเวลาเดินทางทันที

แนะนำให้เก็บใบเสร็จให้ดีนะคะ เพราะเราจะเอาตัวเลขที่อยู่ในใบเสร็จนั้นมาติดตามผลการยื่นวีซ่าได้ค่ะ ตรวจในหน้านี้ได้ //www.vfsglobal.com/sweden/thailand/track.html




ตัวที่เอาไว้ Tracking คือ App Ref. นะคะ จะเป็นตัวอักษร XXXX / 123456 / 7890

ส่วนเลขสองตัวท้ายไม่เกี่ยวค่ะ

เวลาเข้าหน้าเว็บจะใช้ App Ref. กลุ่มนี้กับวันเดือนปีเกิดของเราในการดูผลนะคะ

สำหรับ sms ติดตามผล จะส่งเข้าเบอร์มือถือที่เราให้ไว้แบบอัตโนมัติค่ะ และ...

สำคัญมาก!!! มีทั้ง sms และ tracking ผ่านหน้าเว็บแล้ว ไม่ต้องส่งเมลหรือโทรเข้าไปถามที่ VFS นะคะ พวกนางเป็นแค่ตัวแทนในการยื่นเอกสารทำวีซ่าเท่านั้น ทางสถานทูตเป็นฝ่ายพิจารณาออกวีซ่าให้เราค่ะ

ใช้เวลาพิจารณาราวๆ 7-9 วัน ไม่นับวันหยุดเสาร์อาทิตย์ค่ะ

เร็วหรือช้าอยู่ที่จำนวนคนยื่นเอกสารค่ะ ตามคิว มาก่อนได้ก่อน ห้ามลำไย



ส่วนของเรา ออกมาจาก VFS ตอนบ่ายสองโมงครึ่ง เดินกลับ Central World เรียบร้อย

ราวๆ บ่ายสามโมงครึ่ง มีเจ้าหน้าที่โทรมาบอกว่า ระบบยังใช้ไม่ได้ ให้ไปรับเอกสารคืนแล้วไปยื่นอีกทีวันพรุ่งนี้นะคะ บลาๆ (สติหลุด) แล้วยังบอกอีกว่า จะขอดูระบบพรุ่งนี้อีกทีว่าระบบใช้ได้รึเปล่า จะโทรแจ้งอีกครั้งภายใน 9 โมงเช้านะคะ

เราเลยบอกว่า งั้นทิ้งเอกสารเอาไว้ก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้จะเข้าไปอีกทีนะ

แล้วเราก็ขับรถกลับบ้านด้วยอาการนอยค่ะ เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง ทำไมฉันต้องนั่งรถไปกลับวันละ 4 ชม.แบบเสียเที่ยวเปล่าๆ แบบนี้ด้วย



เช้าวันนี้ ราวๆ 8 โมงกว่า เจ้าหน้าที่จาก VFS โทรมาอีกครั้งพร้อมกับบอกข่าวดีค่ะ

ระบบใช้การได้แล้ว ทาง VFS ได้ส่งข้อมูลและเอกสารให้ทางสถานทูตสวีเดน ดังนั้นไม่ต้องเข้าไปที่ สำนักงานแล้วค่ะ 

//แทบจะจุดพลุฉลอง 55555555555555555

สรุป วันนี้กะแต่งหน้าสวยๆ ไปถ่ายรูปใหม่ เพราะเมื่อวานไม่ได้แต่งหน้าเลย รีบจัด แต่ไม่ต้องเข้าแล้ว ดีใจมากกว่านะ ไม่ต้องเหนื่อยเสียเงินเข้าบางกอกอีกรอบแล้ว เย้ๆๆๆๆ

คิดถูกจริงๆ ที่ไม่เดินกลับไปเอาเอกสารอีกรอบ (เหนื่อย เดินอีกรอบไม่ไหว) ไม่งั้นคงต้องเข้าบางกอกจริงๆ เซ็งตายเลย


สุดท้าย รอผลวีซ่าค่ะ ได้ผลอะไรยังไงจะมาบอกกันในเอนทรี่หน้าค่ะ

สวัสดีจ้า :D




ใครต้องการถามคำถามที่นอกเหนือจาก entry นี้ แนะนำให้ส่งเมล หรือโทรสอบถามเอากับทาง VFS แทนเพื่อความถูกต้องค่ะ

//www.vfsglobal.com/sweden/thailand/contactus.html



Create Date : 14 สิงหาคม 2557
Last Update : 16 พฤษภาคม 2558 10:57:27 น.
Counter : 10141 Pageviews.

2 comments
  
พี่คะ กำลังจะไปสวีเดน
อยากถามพี่เพิ่มเรื่องเอกสารอะค่ะ เตรียมเยอะมาก กลัวผิดพลาด
พี่มี line คุยไม๊คะ หรือ เมลล์ก็ได้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ
น้ำค่ะ

ID LINE: aguasin_mi
โดย: น้ำ IP: 125.27.69.99 วันที่: 28 เมษายน 2558 เวลา:16:28:56 น.
  
คุณน้ำ

สอบถามทาง vfs น่าจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องแน่นอนกว่านะคะ
โดย: อัลปาก้าจัง วันที่: 16 พฤษภาคม 2558 เวลา:10:56:37 น.

BlogGang Popular Award#13



อัลปาก้าจัง
Location :
ราชบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของ Piyoko-chan !!


เจ้าของบล็อกชื่อ เป้ ค่ะ

แต่งหน้าก็พอไหว แต่งตัวไม่ได้เรื่อง(ในบางที)

ตอนนี้มีหมวดท่องเที่ยวแล้ว ความฝันอีกอย่างคือได้เที่ยวทั่วโลกค่ะ จะพยายามรีวิวให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงทริคและเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ได้ชมกันค่ะ


เอาเป็นว่า นั่งอ่านขำๆ ไปแล้วกันนะคะ ^^

ถูกใจบล็อก donate สมทบทุนค่าเดินทางในทริปต่อๆ ไปได้ที่นี่เลย..
https://www.paypal.me/yanisapae

ขอบคุณล่วงหน้าค่า