สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
25
26
27
28
29
30
 
All Blog
[CR] ทริปดูไบ 7-11 สิงหาคม 2556 :: กิน เที่ยว เปรี้ยว ช้อปปิ้ง!! EP.1
  กว่าจะบิ้วด์ให้ตัวเองมาเขียนบล็อกได้ มันก็ใช้เวลานานเหมือนกันนะคะ T T

เชื่อว่าเที่ยวแค่ไม่กี่วัน เนื้อหาคงไม่เยอะมาก แต่ก็ไม่แน่ใจตัวเองเพราะพิมพ์สด อาจจะมีอะไรๆ งอกมาได้ตลอดเวลา

ดังนั้น อ่านกันนะคะ!! เผื่อจะมีประโยชน์กับคุณ ๆ ที่หลงเข้ามาหรืออยากหาข้อมูลการเที่ยวดูไบกันบ้าง

(ไม่บังคับ แต่อ่านกันเถอะค่ะ ได้โปรดดดดดดดดดดดด T T)



ทริปนี้ เป็นทริปที่เราเสี้ยนเองค่ะ ฉันอยากเที่ยวเอง อะไรประมาณนั้น

พอดีว่าเรามีเพื่อนคนนึงสมัยเรียนเอแบค ได้ไปทำงานที่ดูไบแบบถูกกฎหมาย

นางก็ทำไปทำมาจน 4 ปีแล้วล่ะ จนใกล้จะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว :D

ในวันเกิดของนาง เราได้บอกว่า "อยากไปเที่ยวกะแกอ่ะ"

แน่นอนว่า นางรับคำชวนและคุยกันคร่าวๆ เรียบร้อย แล้วมาคุยกันว่าจะระบุวันเมื่อไหร่ดี

เพื่อนแนะนำให้บินกับ Emirates Airlines จะได้ไม่เป็นปัญหาเวลาขอวีซ่า


ตั๋วก็แพ๊งแพง แต่บินตรง แถมได้ทำวีซ่าอีก เออ ยอมก็ด่ะ - -

นางให้ไปพักกับนางค่ะ แลกกับการที่เรารับฝากของจากที่บ้านนาง (พวกของกิน ของใช้) หิ้วไปให้ถึงดูไบ 

ซึ่งเราก็ไม่เป็นปัญหาเนอะ EK ให้นน.กระเป๋า 30 กก. กระเป๋าเราก็ออกจะใหญ่ ใส่ได้อยู่แล้ว

เอาเข้าจริงก็ไม่พอนะ ต้องเอา carry on bag ไปอีกใบ ก็หิ้วกันไป บ่หยั่น

สุดท้าย เราลงตัวกับวันที่ 7-11 สิงหาคม เพราะนางให้ไปช่วงเทศกาล EID (ประมาณปีใหม่/ตรุษจีนบ้านเรา)

นางจะได้ลาหยุดแล้วพาเราเที่ยวให้เต็มๆ แล้วก็จองที่เที่ยวให้เรียบร้อยเลยด้วย


เมื่อถึงเวลา เราก็เดินทางด้วยใจระทึกค่ะ ไปตะวันออกกลางครั้งแรก นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าอะไรเป็นยังไง :D

วันที่เราไปกำลังมีกิจกรรมทางการเมืองกันค่ะ ด้วยการปิดถนน 17 สายกลางเมือง เราก็ระทึกว่าจะไปสนามบินทันไหมหนอ...

พ่อบอกว่าให้ไปตั้งแต่ 8 โมงเช้า (ไฟลทบ่าย 3 ครึ่ง) ซึ่งก็รถติดมากจริงๆ แถวๆ พระประแดง ติดตรงด่านทางด่วน - -"

สรุป เราไปถึงสนามบินตอน 11 โมงค่ะ มาเร็วดีกว่ามาช้าอ่ะน้า

เราเดินไปดูเค้าเตอร์เช็คอิน EK และไปหาอะไรกินแล้วค่อยมาเช็คอินทีหลังค่ะ เช็คอินราวๆ เที่ยงเศษ กรอกใบ ตม. รับเอกสารเรียบร้อย

ตอนเช็คอิน สำคัญมากคือ เราต้องมีวีซ่า (ไอ้ใบกระดาษที่เราได้มานั่นแหล่ะ) มิฉะนั้นจะเช็คอินไม่ได้ค่ะ 

พอเค้าคีย์ข้อมูลของเราแล้ว ไฟลทขาไป-ขากลับจะโชว์ขึ้นมาเลย แต่ถ้าใครไม่มีไฟลทขากลับ เค้าอาจจะโน้ตเอาไว้เล็กๆ เป็น notice ค่ะ

ส่วนเราไม่มีปัญหานะ เช็คอินนานนิดนึง แต่พอจบแล้วก็สบายค่ะ 

เราก็ลาพ่อที่ตรงนั้น แล้วก็เข้าไปลั่นล๊าข้างในต่อไป :)



เข้าไปนั่งเล่นใน King Power Lounge ค่ะ

ยาจกอย่างเราไม่มีปัญญาเข้าเล้าน์ดังๆ ได้ ก็ต้องใช้ตัวช่วยแบบนี้ไป :3

(เผื่อใครไม่ทราบ สมาชิกคิงพาวเวอร์สามารถเข้าไปใช้บริการได้ทุกคนนะคะ โดยเล้าจ์อยู่ที่ Concouse A สุดทางสุดซอย)

นั่งจนบ่ายสองกว่า ก็ใกล้ได้เวลา Boarding ค่ะ ซึ่ง...เกทของเราอยู่ที่... E3

(เอ็งว่างมากเลย เดินจาก A ไป E เนี่ย คนละฝั่งเลยแกเอ้ยยยยยย)



เห็นแล้ว เครื่องบิน A330 ที่จะพาเราไปดูไบ...




เกท E3 จ้า (มันว่างมากจริงๆ จาก A ไป E อีกฝั่งได้เนี่ย)

ดูที่หน้าเกทจะมีผู้หญิงคลุมผ้าสีดำนะคะ คนนั้นจะเป็นคนเช็คพาสปอร์ต boarding pass เราอีกครั้งค่ะ

เข้าไปนั่งรอขึ้นเครื่อง บอกตรงๆ ว่าเรางงค่ะ นึกว่าจะมีแต่แขกเยอะๆ กลับกลายเป็นว่า มีแต่ฝรั่งผมทองเต็มไปหมด และเครื่องก็ไม่เต็มด้วย

ทราบมาว่า ช่วงนี้แขกอาหรับหนีเที่ยวค่ะ เป็นช่วง EID พอดี แถมไม่มีใครไปทะเลทรายช่วงนี้ด้วย เพราะมันร้อนพีคมากจริงๆ 40 กว่าองศา 

(บอกแล้วว่าเสี้ยน - -)



ข้างๆ เป็น Egypt Air จะไปไหนน้อ...



นั่งสักพัก แอร์เดินมาแจกเมนูอาหาร

ที่บอกว่า Instant cup noodles นั่นน่ะ มีจริงๆ นะ คือบิน 6 ชม. เสิร์ฟอาหารมื้อเดียว ถ้าหิว ขอบะหมี่ถ้วยได้ค่ะ เป็นฮาลาลด้วยนะ รสผักหรืออะไรสักอย่าง (ไม่ทันขอ มาหิวอีกทีตอนเครื่องจะแลนดิ้งละ - -)



เครื่องดีเลย์โดยไม่ทราบสาเหตุ (จริงๆ คือฟังไม่ทัน กัปตันพูดรัวมาก)

แอร์และสจ๊วตเอาน้ำมาเสิร์ฟค่ะ แหม แก้วสวยเนอะ ชอบๆ

รอสักพัก เครื่องก็ taxi แล้วก็ take-off ค่ะ ตัดมาที่มื้ออาหารดีกว่า

บอกตรงๆ ว่าอร่อยไม่แพ้ที่เค้าคุยไว้เลย :)



เราสั่ง chicken with herb sauce ค่ะ 

เป็นชิ้นไก่สะโพก (คิดว่า) อร่อยดีค่ะ กินกับมันฝรั่ง+แครอทนึ่ง มันเลิศนะ

ด้านบนจากซ้ายไปขวา เป็ดอบน้ำผึ้ง(ไม่อร่อย) panna cotta กลิ่นตะไคร้ (อะไรวะ เอาตะไคร้มาทำขนม มันไม่ใช่อ่ะเธอ...) น้ำเปล่า 

ในถาดทางซ้ายมือ เป็นแครกเกอร์ เนย ชีส (สามเหลี่ยม) แล้วก็ช็อกโกแลต ค่ะ

ไฮไลท์สำหรับเรา นอกจากไก่ที่เป็น main dish แล้ว 

แครกเกอร์บ้านเรา กับ Matterhorn Greek Cheese มันสุดยอดจริงๆ เป็นครั้งแรกที่กินชีสกับแครกเกอร์แบบนี้

ใครไม่กิน เอามาให้ข้อยเด้.....ชอบมากเลย <3

***ใครขึ้น EK ห้ามสั่งน้ำส้มนะคะ มันเป็นน้ำส้มสังเคราะห์ที่ขมเอามากๆ น้ำส้มการบินไทย/น้ำส้มกล่องบ้านเรากลายเป็นสวรรค์ไปเลย***


ระหว่างนี้พยายามหาหนังดู แต่มันไม่เวิร์คค่ะ จอเก่า ระบบเก่าจริงจัง - -"

ทนไม่ไหว ต้องเอา iphone มาเปิดเพลงฟังแทน 



วิวสวยนะคะ หลังปีก เห็นสัญลักษณ์ของสายการบินพอดีเลย :)

พอเข้าเขตตะวันออกกลาง วิวเริ่มเปลี่ยนค่ะ กลายเป็นสีน้ำตาลขุ่นๆ





แวะเซิ้งแถวโอมานสักนิดก่อน landing ที่สนามบินดูไบ

เราว่าคนที่นี่ค่อนข้างชิลค่ะ ชิลจนเรางง (หรือเราใจร้อนไป??)

ตอน landing อย่างว่าค่ะ เลทไป 45 นาที ถ้าเป็นสายการบินอื่นเค้าคงพยายามเร่งความเร็วเพื่อให้ไปถึงตรงตามเวลานะ

แต่ที่นี่ เลทแล้วเลทเลยจ้า - -" เราต้องไปถึงตามกำหนด 6.30 pm

ก็ไปถึง 7.15 pm นะ เลทแค่นี้จิ๊บๆ จ้า เพราะพอไปถึงหลุมจอด แกกลับมีปัญหากับบันไดเทียบเครื่อง!!! แกบอกว่าสื่อสารผิดพลาด เลยทำให้ช้า ให้รอแป๊บนุงนะ (ทุกคนกลับไปนั่งที่ตัวเอง)

จนเพื่อนโทรมาตาม บอกว่าจะมาเลทหน่อย (ไม่เป็นไร ฉันก็เลททททท T T ยังไม่ได้ลงจากเครื่องเลย)

สักแป๊บพอได้ลง ขึ้นรถบัสไปอีก เราได้ขึ้นคันหลัง รออยู่ราวๆ 10 นาทีกว่าแกจะออกตัว

สนามบินที่นี่ก็ทั้งใหญ่ทั้งกว้าง ขับรถตั้งนานไม่ถึงสักที อะไรวะ - -"

มาถึงด่าน ตม. แถวยาวมากค่ะคุณ...ยาวทุกแถว แต่ถึงแถวจะยาว ก็ไม่ช้าค่ะ เพราะเค้าเรียกเป็นกรุ๊ปเข้าไปเช็คพาสปอร์ต

อย่างครอบครัวก็เข้าไปทั้งกลุ่ม เพื่อนก็ไปด้วยกันหมด 

ส่วนเรารึ... มาคนเดียวจ้า โดนพี่แขกถามนู่นนี่ด้วย แกหน้านิ่งมากนะ แต่ชวนคุยเล่น - -"

(ยูมาจากไหน bangkok เหรอ/ใช่ บางกอกๆ/ยูมาครั้งแรกเหรอ/ใช่จ้า/มองกล้องตรงนี้นะ(ชี้ไปข้างหลัง)/โอเค แต๊งกิ้ว บายๆ)

มารู้ทีหลังว่าคนที่นี่ชอบคนไทยมาก ไปเที่ยวเมืองไทยกันบ่อยเชียว แต่ไม่ยิ้มเล่นหัวก็เท่านั้นเอง

กะว่าจะรับกระเป๋า ก็ต้องสแกนกระเป๋าสัมภารกอีกกกกกกกกกกก orz

วิบากกรรมยังไม่จบนะจ้ะ ต้องเดินไปรับกระเป๋าที่ belt อีกกกกกกกกกกกกกก ไกลไปไหนคะเพ่น้องงงงงงง

กว่าจะได้กระเป๋า กว่าจะออกมา T T มองหาเพื่อน เพื่อนอยู่ร้าน Tacos ดีใจนะ

เพื่อนพาขึ้น Lady Taxi ค่ะ นางว่ามีที่เดียวในโลก เป็นแท็กซี่คาดสีชมพูที่มีเฉพาะจุด เน้นสนามบินเป็นหลัก

เพื่อนบอกว่า คนที่นี่จะให้เกียรติผู้หญิงที่คลุมอาบาย่าเป็นพิเศษ เรียกว่าเน้นเป็นพิเศษจริงๆ

(อิฉันไป ไม่มีใครมองเลยค่ะ กะเหรี่ยงมาก พนักงานต้อนรับแทบไม่สนใจ)

คืนแรก หลังเก็บข้าวของแล้ว เราลงมากินข้าวกันที่ร้านอาหารจีนแถวๆ อพาร์ตเม้นต์ค่ะ (Al Nahda)

รสชาติพอถูไถ แต่ข้าวเม็ดเล็กๆ ฟีบๆ เหมือนข้าวขาดน้ำ เพื่อนบอกเป็นข้าวอินเดีย (หรอวะ)

จบคืนแรกไป 



เช้าวันที่ 8 สิงหาคม EID วันแรกค่ะ

เราตื่นตอนหกโมงเช้าเพราะเสียงสวดมนต์จาก mosque แถวๆ อพาร์ตเมนต์ (มองไปที่ไหนก็มีแต่ mosque) เสียงดังมากกกกกกกกกกก 

เฮียเล่นสวดออกลำโพงขนาดนี้ ใครจะทนนอนไหวคะเพ่!!!

เพื่อนอิฉันก็ต้องยอมตื่นมาตอนหกโมงครึ่ง พอนางลุก เสียงสวดหยุดพอดี - -"

เราออกจากบ้านตอนสิบโมงกว่าค่ะ วันนี้เราจะไปที่.....

Souk Madinat Jumeirah ตลาดโบราณที่ใกล้กับตึกเรือใบ Burj Al Arab 

ในความเป็นจริงเราอยากขึ้นตึกนี้นะ แต่เพื่อนจองไม่ทันค่ะ โต๊ะเต็มซะก่อน มีแต่โต๊ะว่างในมุมที่ไม่เห็นวิว เลยไม่ขึ้นดีกว่า น่าเสียดายเหมือนกัน

เลยไปใกล้ๆ แล้วถ่ายรูปตึกมาก็พอ เป็นมุมที่ดีที่สามารถถ่ายรูปตึกนี้ได้โดยไม่มีอะไรมาบังค่ะ

วิธีการเดินทางของเราก็คือ....

ออกจากบ้าน > Taxi > Metro >ลงที่ Mall of Emirates > Taxi > Souk Madinat Jemeirah

เพื่อนเราทำงานกับทาง Dubai Metro ค่ะ นางก็จะโปรเรื่องรถไฟฟ้าเป็นพิเศษ

ในวันนี้ เราคิดว่า เราอาจจะได้นั่งรถ Metro ทั้งวัน นางอยากให้เราลองนั่งที่หัวรถไฟค่ะ เราจึงซื้อตั๋ว Gold class 1 day ราคา 30 ดีแรม

Gold Class มันดียังไง ทำไมถึงต้องแบ่งแยกคลาสด้วย??

1. เก้าอี้อย่างดีค่ะ สะอาดสะอ้าน 
2. นั่งโบกี้หัวขบวน (รถที่นี่ไม่มีคนขับที่หัวขบวนนะ แต่อยู่กลางขบวน)
3. นั่งชมวิวสบาย ไม่มีใครมาเบียดหรือต้องแย่งกันชมวิว

มาดูกันค่ะ บรรยากาศในสถานี Metro 



จากรูป สังเกตดูค่ะว่าจะมีป้ายเล็กๆ ติดบอกตรงประตูทางเข้า เป็นคำว่า Gold Class / รูปผู้หญิงและเด็ก

ประเทศมุสลิมค่อนข้างให้เกียรติผู้หญิงค่ะ อย่างที่บอกไป ผู้หญิงก็เลยมีโบกี้เฉพาะของตัวเอง 

ถ้าคุณเป็นผู้ชาย คุณต้องไปขึ้นโบกี้ข้างหลังค่ะ แออัดกันสักหน่อยเพราะเหล่า expats จะเยอะมาก (อินเดีย ปากี ฟิลิปปินส์ ไทย จีน ฯลฯ) 

หรือถ้าคุณมีเงินสักหน่อย อยากนั่งเป็นครอบครัว แนะนำ Gold Class ค่ะ

สิ่งที่คุณควรปฎิบัติคือ Gold Class ก็ต้องซื้อตั๋วสำหรับ Gold Class นะคะ จะมาลักไก่ซื้อตั๋วธรรมดาแล้วเดินมาขึ้น Gold Class ไม่ได้นะ

ณ ตรงนี้เราสงสัยค่ะ เพื่อนก็พูดแบบนี้แหล่ะ แต่ยังไม่เห็นภาพ นั่งผ่านไป 3 สถานีได้ เจอครอบครัวคนจีนมากัน 4 คน นั่งกันมา

ผ่านไปสักพัก เจอเจ้าหน้าที่สาวคลุมผ้าดำมาเลย นางมาตรวจตั๋วค่ะ ปรากฏว่าครอบครัวจีนขึ้นผิดโบกี้

ความผิดครั้งนี้ เพื่อนบอกว่า นอกจากจะเชิญลงสถานีถัดไปแล้ว จะต้องเสียค่าปรับคนละ 200 ดีแรม และถ้าหากไม่มีเงินจ่ายตรงนี้ จะโดนยึดพาสปอร์ตไม่ให้กลับประเทศจนกว่าจะหาเงินค่าปรับมาจ่ายนะจ้ะ

นางเอาจริง!!! เพราะที่นี่คนหน้ามึนเยอะ กฎหมายเลยต้องแรงตามค่ะ 

เอาเป็นว่า ถ้าคุณเป็นมือใหม่อยากไปเที่ยวดูไบ ต้องอาศัย Metro ก็ต้องสังเกตกันสักนิดนะคะ 






ถ่ายจากในโบกี้ Gold Class ค่ะ นั่งหน้าสุดเลย ชมวิวตลอดทาง :D

เราพยายามถ่ายตึกโรงแรม Dusit Thani ค่ะ โรงแรมไทยโรงแรมแรกที่มาตั้งในดูไบ เท่ค่อดๆๆๆ

ณ ตรงนี้ เรานั่งรถไฟไปเกือบชม.ได้มั้ง กว่าจะไปถึง MoE (ที่นี่อ่านโมอี ไม่ใช่โมเอะนะตัว - -)

แล้วก็เดินหาแท็กซี่ไปกันต่อค่ะ เพื่อไปที่นี่...



เพื่อดูวิวนี้.....



เพื่อนบอกว่า เป็นจุดที่ถ่ายรูป Burj Al Arab ได้สวยที่สุดแล้วล่ะ (ถ่ายจากสะพานหน้า Souk Madinat)

เข้ามาด้านใน Souk กันดีกว่า



แจกรถจ้า!! 555555 ทำไงจะได้สักคันน้าาาา

เข้าไปข้างในดีกว่า ข้างนอกมันร้อน 



Souk = ตลาด ในภาษาอารบิกค่ะ

ที่นี่เลยเป็นตลาดโบราณ อารมณ์เจเจบ้านเรามั้ง? 

ช่วงที่เราไป เป็นเทศกาล EID พอดี เลยมีการประดับ Souk เป็นรูปดาว/พระจันทร์ค่ะ



ขายของมากมาย เสื้อผ้า พรม บารากุ สารพัด แต่ไม่ค่อยได้ซื้ออะไรหรอกค่ะ



แผนที่ค่ะ ดูข้างนอกไม่ค่อยใหญ่ แต่เดินแล้วหลงนะ 55555



ใครกลัวหลง มีแผนที่แจกค่ะ :D

หรือถ้ามันเล็กไป ก็มีแบบเล่มใหญ่ พิมพ์ 4 สีแจกด้วยนะ!!! (บ้านกูรวย ทำได้ว้อย)

เดินไปค่ะ ไปรอบๆ Souk ที่นี่ ไปสระน้ำกันดีกว่า...







เห็นตึก Burj Al Arab ด้วยยยย

เห็นน้ำเขียวๆ แบบนี้ มันคือน้ำทะเลนะคะ ได้ยินมาว่าแกเอาไว้เพาะพันธุ์เต่าด้วยนะ แต่ตอนเราไปเต่าไม่ออกมา - -" สงสัยจะร้อนกัน

ตอนแรก เพื่อนจะพาไปกินข้าวที่ The noodle house แต่ร้านยังไม่เปิด แถมเราจองเวลาขึ้นตึก Burj Kahlifa ตอนบ่ายโมง

เราเลยต้องหาอะไรกินด่วนๆ ค่ะ เลยไปลงเอยที่ร้าน Brewster ใกล้ๆ กัน

เป็นร้านสเต็กแบบกึ่งอาราบิก กึ่งอเมริกัน แน่นอนว่าไม่มีหมูให้คุณกินแน่นอนค่ะ

เราสั่ง Lamb Chops ไป 



เนื้ออร่อย ติดมันนิดๆ แต่เราชอบ Mashed Potato มากค่ะ อร่อยจริงๆ

ซอสเขียวๆ นั่น บอกไม่ถูกว่าเอาอะไรปั่นไปบ้าง แต่ต้องมีใบสาระแหน่แน่นอนกับเลม่อน

จากนี้น่าจะ 95-98 ดีแรมค่ะ ไม่แน่ใจ แต่โอเคเลย

เป๊ปซี่ที่นี่มีเลมอนฝานใส่มาด้วย แต่น้ำแข็งให้มาน้อยมาก - -" 

(บ้านแกก็ร้อนนะ ให้น้ำแข็งแค่นี้เรอะ?? หาได้มีความเย็นไม่!)




ขอจบ EP 1 ไว้แต่เพียงเท่านี้ดีกว่าค่ะ ท่าทางจะยาวกว่าที่คิด

ตอนนี้ เราไป Burj Khalifa กัน!! Dubai Fountain ด้วย รอติดตามชมกันนะคะ :D



Create Date : 23 สิงหาคม 2556
Last Update : 24 สิงหาคม 2556 0:25:44 น.
Counter : 1018 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



อัลปาก้าจัง
Location :
ราชบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]



สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของ Piyoko-chan !!


เจ้าของบล็อกชื่อ เป้ ค่ะ

แต่งหน้าก็พอไหว แต่งตัวไม่ได้เรื่อง(ในบางที)

ตอนนี้มีหมวดท่องเที่ยวแล้ว ความฝันอีกอย่างคือได้เที่ยวทั่วโลกค่ะ จะพยายามรีวิวให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงทริคและเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ได้ชมกันค่ะ


เอาเป็นว่า นั่งอ่านขำๆ ไปแล้วกันนะคะ ^^

ถูกใจบล็อก donate สมทบทุนค่าเดินทางในทริปต่อๆ ไปได้ที่นี่เลย..
https://www.paypal.me/yanisapae

ขอบคุณล่วงหน้าค่า