Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
3 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
โอชิน 4















Dec 03 2008





เมื่อฟูยีเสียชีวิตแล้ว
โอชินพยามข่มใจตัดใจจากบ้านเกิดของตน
เหลือไว้แต่ความทรงจำ
และกลับอิเซ่ด้วยใจหดหู่

เศรษฐกิจย่ำแย่หนัก
ลูกค้าติดเงินซื้อปลา แต่ก็พออยู่ได้
โอชินปราถนาให้ชีวิตลูกทั้งสองไม่ต้องลำบากแร้นแค้นเหมือนเธอ

{ช่วงที่โอชินอยู่เฝ้าปรนนิบัติแม่
น้าริกิเล่าว่าการค้าที่เมืองซาคาตะกำลังลำบาก
โอชินภาวนาว่าขออย่าให้เป็นร้านของคุณหนูคาโยเลย}

คุณหนูคาโยเองก็มีลูกชายชื่อ...โงโซมิ...........
ยิ่วเองเมื่อจบชั้นประถม 1 ด้วยผลการเรียนดีเยี่ยม

จดหมายที่โอชินส่งไปถึงคุณหนูคาโยถูกตีกลับ
พอดีกับที่น้าริกิส่งข่าวว่าสามีคุณหนูคาโยฆ่าตัวตาย
โอชินหวั่นว่าจะเกิดเหตุที่ไม่ดีกับทางร้านคานาย่า

โอชินพยามติดต่อทุกวิถีทางไม่ว่าจะเป็นจดหมาย
หรือโทรศัพท์ แต่ก็ไร้ผล...
ริวโซจึงอนุญาติให้โอชินเดินทาง
ขณะเดียวกันกับที่น้าริสะโทรด่วนหาโอชินให้ไปพบ

โคตะนั่นเองที่ต้องการเจอโอชิน
และแปลกใจที่ไม่เจอคุณหนูคาโย่ที่นี่
เพราะโคตะทราบมาว่ากิจการร้านคาโนยาเจ๊ง
ถูกเจ้าหนี้ตามทวงหนี้สิน
ร้านค้าล้มละลายและบ้านถูกยึด
เนื่องจากสามีคุณหนูคาโยทำอะไรที่เกินตัว

โอชินเสียใจและโทษตัวเอง
กับเรื่องราวที่โอชินไม่ได้บอกกล่าวว่าโคตะย้อนกลับมาหาคาโย่
เนื่องจากตกลงกันว่าไม่อยากให้ทุกฝ่าย
ทั้งคุณนายใหญ่ คุณผู้หญิงคุณผู้ชายผู้มีพระคุณ
ต้องเสียใจเรื่องคุณหนูคาโยหนีออกจากบ้าน
และเป็นความหวังในการสานกิจการต่อของร้านคานาย่า

โคตะส่งข่าวและสืบเรื่องราวที่อยู่คุณหนูคาโยที่โตเกียว
จึงไหว้วานโอชินให้ช่วยไปเยี่ยมเยียนแทน
พร้อมกับเงินจำนวนหนึ่ง
โอชินจึงเดินทางไปหา
ก่อนไปริวโซได้เห็นที่อยู่ของคุณหนู
และเกริ่นว่าสถานที่นั้นเป็นแหล่งผู้หญิงขายตัว
และภาวนาว่าอย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย

โอชินแวะไปหาอาจารย์ทากะที่ร้านตัดผมเป็นแห่งแรก
(15 ปีผ่านไปนับจากวันแรกที่โอชินมาอยู่กับอาจารย์ทำผม)
เมื่ออาจารย์รู้เรื่องราวและเห็นที่อยู่บนแผ่นกระดาษก็ตกใจ
ไม่อยากให้โอชินเฉียดเข้าไปใกล้
แต่โอชินดื้อดึง

ขณะที่เคนมาพบโอชิน(6 ปี ที่ไม่ได้เจอกัน)ตามคำไหว้วานของอาจารย์
ก่อนจะไป เคนบอกให้โอชินทำใจกับสภาพที่จะต้องประสบ

ที่ร้านเเห่งหนึ่งสภาพทรุดโทรม
นักเลงหัวไม้ไม่ยอมให้พบ
โอชินได้ยินเสียงร้องทารกชาย





----------------------------------------------------




Dec 04 2008




ขณะที่โต้เถียงกัน
คุณหนูคาโยลงมา พอเห็นโอชินรีบวิ่งขึ้นบันไดไป
เคนต้องจ่ายเงินค่าชั่วโมงให้นักเลงที่เฝ้าซ่อง

หลังจากสูญสิ้นทุกอย่าง
ครอบครัวคานาย่าจึงหนีมาที่โตเกียว
คุณผู้ชายเส้นเลือดในสมองแตก
คุณผู้หญิงป่วยตาย
คุณหนูคาโยหมดหนทางจึงต้องมาขายตัวแลกกับเศษเงินประทังชีวิต

ค่าไถ่ 1 พันเยนเป็นเงินจำนวนมากมหาศาล
ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงทุกหย่อมหญ้า
ทุกคนแทบหมดหนทาง


โอชินไม่สามารถทิ้งคุณหนูคาโย
จึงทำอาหารดีๆไปให้
ไปถึงก็พบว่าคุณหนูคาโยสิ้นชีวิตไปแล้วด้วยกระเพาะอาหารทะลุ

โอชินจึงพาคุณหนูโงโซมิและเถ้ากระดูกคุณผู้หญิงคุณผู้ชายกลับไปฝัง
และพบจดหมายสั่งเสีย

ปีต่อมาเกิดสงครามระหว่างญี่ปุ่นและแมนจูเลีย






------------------------------------------




Dec 05 2008


จากเหตุการณ์คาดว่าญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ
ทำให้เรื่องราวในแต่ละวันจึงมีการพูดคุยแต่เรื่องสงคราม
เช่นเดียวกับยิ่ว... ที่สนใจไม่น้อย
โดยมีริวโซคอยให้ความรู้พูดคุยแม้แตการเล่นซนกัน
ตามประสาเด็กๆ ก็จะไม่พ้นเรื่องการต่อสู้
โอชินรู้สึกใจคอไม่ดีเพราะมีผู้พระคุณคนหนึ่งที่เคย
ช่วยชีวิตโอชินไว้ต้องเสียชีวิตเนื่องจากผลพวงสงคราม..

สงครามเริ่มจางๆ
กิจการค้าของครอบครัวทาโนะคุระขายดีขึ้นเป็นลำดับ
ทั้งสองจึงตัดสินใจซื้อจักรยานและตู้ไว้แช่ปลา

น้าริสะขอให้โอชินคุยกับโคตะให้เพลาๆเรื่องการเคลื่อนไหว
สมาคมช่วยเหลือชาวนา
เพราะจากสุขภาพและการหลบๆซ่อนๆ ยิ่งบั่นทอนสุขภาพมากยิ่งขึ้น

โอชินพาลูกๆ ไปดักรอพบโคตะที่หลุมศพคุณหนูคาโย
ขณะเดียวกันโคตะก็ถูกสันติบาลจับ

4 ปีผ่านไป
การค้าเริ่มฟื้นฟู
เคนแวะผ่านมาพร้อมเด็กหญิงคนหนึ่ง(มาจากยางามาตะ
พ่อแม่นำมาขายตัวเนื่องจากความแร้นแค้น)
ซึ่งมีนิสัยขยันขันแข็งเช่นเดียวกับโอชินสมัยเด็กเปี๊ยบ
โดยตั้งใจพาเด็กสาวไปโอซากา
โอชินครุ่นคิดหนัก...

โอชินตื่นมาก็พบกับฮาจิโกะได้ทำกับข้าวหุงหาอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว





---------------------------------------




Dec 08 2008


{คืนนี้ขอนอกใจ แล้วค่อยดูโอชินรีรันพรุ่งนี้
ขออนุญาติดู สำลี สังวาล นักมายากลเด็กหลายสิบปีก่อน
ไม่เคยเห็น แต่เคยได้ยินได้อ่านผู้คนเค้าคุยกัน
จนได้เห็นตัวอย่างในรายการ VIP
ชีวิตเรื่องราวลำบากไม่ว่าจะเป็นตอนเด็กเล็กๆ
หรือกระทั่งมีครอบครัวแล้วลำบากไม่ต่างจากโอชินเท่าไหร่

ตอนจบแสดงมายากลร่วมกับพ่อบุญธรรมที่ไม่ได้เล่นร่วมกันมาหลายปี
วันนี้เห็นดวงตาที่ฉายแววความสุขที่เล่นโชว์}

โชคดีนะ สำลี


โอชินและริวโซตกลงใจอุปการะเลี้ยงดูฮาจิโกะเฉกเช่นเดียวกับลูก
พร้อมส่งเสียให้เข้าเรียนทัดเทียมกับลูกทุกๆคน

ลูกๆทุกคนต่างยินดีที่มีฮาจิโกะมาอยู่ร่วมด้วย
ฮาจิโกะเอาน้ำราดหัวทั้งที่อากาศหนาวเย็น
เพราะบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ยิ่วสอบเข้าโรงเรียนมัธยม
สร้างความประทับใจยิ่วยิ่งนัก

จนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องบอกความจริงแก่โงโซมิเรื่องพ่อแม่ที่แท้จริง
เนื่องจากสถานการณ์บังคับเพราะถึงวัยเข้าเรียน
ที่จะต้องแจ้งชื่อ-สกุล ซึ่งริวโซให้ปิดเป็นความลับ
แต่โอชินไม่เห็นด้วยเพราะวันหนึ่งข้างหน้า โงโซมิจะต้อง
เป็นผู้กอบกู้กิจการค้าข้าวตระกูลคานายาให้รุ่งเรืองอีกครั้ง
โงโซมิเข้าใจและรับรู้

แต่เมื่อไปโรงเรียน โงโซมิถูกเพื่อนๆล้อเลียน
ฮิโตชิช่วยปกป้องและชกต่อยและถูกครูลงโทษ
โงโซมิเจ็บใจจึงหนีกลับบ้านและ
หนีหายไปจากบ้าน
ทุกคนวิ่งตามหาแต่ไม่พบแม้แต่เงา...




------------------------------------------------------


Dec 09 2008




โอชินไปที่หลุมฝังศพคุณหนูคาโย
โงโซมิปรากฏตัว โอชินตบหน้าสั่งสอน
พร้อมบอกให้ฆ่าตัวตายพร้อมๆกันกับตัวเธอ
โงโซมิสำนึก รับปากจะตั้งใจเรียนหนังสือ
ทุกคนที่บ้านดีใจที่เห็นโงโซมิกลับบ้าน

จากเหตุการณ์นี้เอง
นิสัยของฮิโตชิกับโงซามิที่โตมาพร้อมๆกัน
และนิสัยคล้ายๆกันกลับค่อยๆเริ่มต่างกัน
ฮิโตชิเอาแต่ใจตัวเอง โงโซมิเองก็เจียมตัวมากขึ้นและเป็นเด็กมีน้ำใจ
ขณะเดียวกัน โอชินก็ตั้งท้องขึ้นมาอีกคน
โอชินให้กำเนิดลูกสาว...เทอิ
(ท่ามกลางการเมืองที่วิกฤติระส่ำระสาย)

ฮิโตชิมักรังแกโงโซมิเสมอ

1 ปีต่อมา เกิดสงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่น
โอชินและริวโซไม่รู้เรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองเพราะมัวแต่ทำมาหากิน

ครบสัญญา 3 ปีฮาจิโกะจบชั้นประถม 6
ยิ่วไม่ยอมให้ฮาจิโกะจากไป
ฮิโตชิเองก็เช่นกันถึงกับบอกว่าต่อไปจะเชื่อฟังในสิ่งที่ฮาจิโกะพูด

ทั้งความวุ่นวายทางการเมืองและสงครามก็ยืดเยื้อออกไป
มีข่าวลือว่าโคตะกลับมาแล้ว แต่ก็ไม่มีใครยืนยัน
จนกระทั่งโอชินมาพบกับโคตะเข้า(ขากะเผลก)จึงรีบเดินหนี

โอชินมาหาน้าริสะที่บ้าน
และยอมรับว่าโคตะอยู่ที่นี่จริงแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
เพราะถูกกักขังทรมานอยู่ 6 ปีจนขาพิการและบังคับให้ละทิ้งอุดมการณ์
จึงไม่อาจสู้หน้าโอชินได้

ปลายปีนั้นเองที่ญี่ปุ่นเข้ายึดเมืองนานกิง
มีการแห่โคมไฟฉลองชัยชนะไปทั่วเมือง

วันหนึ่ง มีทหารยศนายพันมาที่บ้าน
แท้จริงเป็นพี่ชายคนรองของริวโซนั่นเอง
การมาเยี่ยมครั้งนี้พร้อมเครื่องแบบนายทหารที่น่าเกรงขาม
ทำให้โอชินรู้สึกสังหรณ์ใจ
(ทั้งที่จริงทั้งโอชินและพี่ชายคนรองของริวโซต่างต้องอัธยาศัยกัน
เป็นอย่างดี....หรือเป็นเพราะเครื่องแบบทหาร....)






--------------------------------




Dec 10 2008 (วันรัฐธรรมนูญ Wed.)



7 กค 1937
ยิ่วกลับถึงบ้าน ลุงชวนยิ่วให้เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร
โอชินได้ยินรู้สึกกระอักกระอ่วน...ไม่อยากให้ยิ่วข้องแวะเกี่ยวกับการสู้รบ
จึงพยามกันให้ยิ่วออกมาช่วยตนขายปลาที่หน้าร้าน
ลุงไม่อยากให้ครอบครัวนี้ขายปลาได้กำไรทีละ เซนต์ สองเซนต์
และไม่อยากให้ยิ่วจมปลักขายแต่ปลา
จึงโน้มน้าวให้ริวโซทำมาค้าขายกับกองทัพจะมีอนาคตดีกว่า


ริวโซครุ่นคิดในสิ่งที่พี่ชาย(นายพันทหาร)เปรยไว้
คือการขายปลาส่งให้ทางราชการ
แต่โอชินไม่อยากข้องเกี่ยวอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับกองทัพ
เพราะอีกไม่ช้านาน ญี่ปุ่นก็จะเข้าร่วมสงคราม
ที่สุดแล้ว ...ริวโซใช้ความเป็นหัวหน้าครอบครัวตัดสิน

โอชินทั้งหวั่น ทั้งเสียใจ ทั้งสับสน....กับสิ่งที่จะต้องเผชิญ
ยิ่งคิดเรื่องอดีตหนหลังกับพี่ผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิต...ก็ยิ่งสะท้านใจ
ส่วนริวโซได้แต่อิ่มอกอิ่มใจกับคำพูดของพี่ชาย
จึงมองข้ามกับการค้าขายเล็กๆน้อยๆ ถึงกับหยุดงานดื้อๆ

โอชินต้องออกไปซื้อปลาที่โป๊ะด้วยตัวเอง
น้าริสะดีใจที่ได้เจอโอชิน แต่เธอเลี่ยงที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นแก่น้าริสะ
และตัวน้าริสะเองก็ต้องออกเรือไปจับปลาด้วยตนเองเหมือนกัน
เพราะคนงานต่างถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร

ยิ่วเป็นกำลังหลักช่วยโอชินขนปลา ไปรับออเดอร์จากลูกค้า
ทุกคนที่บ้านต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือช่วยงาน
ยกเว้นฮิโตชิที่เอาแต่เล่นสนุกกับเพื่อนๆ


ริวโซเมากลับบ้าน
และเอ็ดโอชินใหญ่โตหาว่าโอชินใช้ลูกชายทำงาน
โอชินได้แต่พยามเข้าใจสามี

นับวันริวโซได้แต่วางอำนาจและเอ็ดโอชินอย่างไร้เหตุผล
โอชินได้แต่พยามชักเหตุผลต่างๆนาๆ เพื่อปลอบตนเองว่า
อย่างน้อยก็เพื่ออนาคตลูกๆ จึงพอคลายความเครียดความกังวลไปบ้าง
ริวโซห้ามไม่ให้โอชินวิจารณ์ทหาร
เพื่อครอบครัว สำหรับโอชินแล้ว อะไรก็ได้.....

ริวโซสามารถประมูลส่งปลาให้กับทางการทหารได้
โดยมีแหล่งไปรับปลาจำนวนมากจากที่อื่น
เห็นริวโซดีใจ โอชินได้แต่รู้สึกเห็นใจและสงสารน้าริสะผู้มีอุปการคุณ
(ต่อไปจะไม่ได้ค้าขายซึ่งกันและกันแล้ว)



---------------------------------------------




Dec 11 2008





การค้าขายกับทหารเป็นไปด้วยดี
โอชินยังคงต้องการขายปลาหน้าร้านเช่นเดิม
ขณะที่ทางการประกาศให้ประชาชนรัดเข็มขัดมากขึ้น

ยิ่วมีจุดประสงค์สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร
ลึกๆแล้วโอชินต่อต้านสงครามมาแต่ไหนแต่ไร
ถึงเช่นนั้นแล้วเธอก็ไม่สามารถหยุดยั้งลูกยิ่วได้

โอชินอึดอัดใจและทุกข์ใจอย่างยิ่ง
อาจิโกะจึงไปเตือนสติยิ่วถึงความรักของแม่ที่มีต่อยิ่ว
และไม่เคยให้ยิ่วต้องห่างกาย
ยิ่วเลิกล้มความตั้งใจที่จะเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร

ปี 1939
ยิ่วสอบผ่านเข้าเตรียมอุดมและต้องจากบ้านไกลไปศึกษาที่เกียวโต
โอชินเข้าใจว่าตัวเธอเองได้ทำหน้าที่ปกป้องให้ยิ่ว
ออกห่างจากสงครามได้
วันเดินทาง อาจิโกะมอบเครื่องรางสำคัญของเธอให้ยิ่ว

ชีวิตชาวบ้านนับวันยิ่งแร้นแค้น
น้าริสะเลิกกิจการจับปลาและจะย้ายไปอยู่กับลูกชาย
โคตะจะเข้าพิธีแต่งงานกับเคียวโกะ

การพบกันครั้งนี้ระหว่างโคตะกับโอชิน
ทุกอย่างเปลี่ยนไป โคตะบอกว่าโคตะคนเดิมได้ตายจากไปแล้ว
เหลือแต่ขาพิการนี้เท่านั้นที่ติดตัวไป
(แต่ลึกๆแล้วก็ยังมีโอชินอยู่ในใจเสมอ)

นอกจากการส่งปลาไปให้ทางกองทัพแล้ว
บัดนี้ ริวโซยังได้โควตาจัดหาขนม อาหาร และอย่างอื่นๆอีก

โอ้ สงคราม
ทำให้หลายคนหมดเนื้อหมดตัว
และทำให้บางคนตั้งเนื้อตั้งตัวได้ด้วยเช่นกัน





--------------------------------------






Dec 12 2008




สงครามทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง
บัดนี้ลูกๆโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว
ยิ่วกลับมาเยี่ยมบ้าน
ริวโซเปิดโรงงานทำลูกชิ้นปลา
ส่วนโอชินยังคงเปิดหน้าร้านขายปลาเพียง
เพราะเห็นใจลูกค้าเก่าๆ โดยขายแบบไม่มีกำรี้กำไร
ยิ่วเองทั้งรักและสนิทสนมกับโอชินเพราะลำบากลำบนมาด้วยกัน


สงครามยังไม่จบสิ้น
เจียงไคเช็คยังคงเปิดสงครามกับญี่ปุ่น
ถึงเวลาที่ฮาจิโกะต้องกลับไปยางามาตะ
ยิ่วไม่ยอมและต้องการให้เธออยู่ที่นี่ เป็นคนครอบครัวทาโนะคุระ
นั่นเอง...ทำให้โอชินรู้ว่ายิ่วตกหลุมรักฮาจิโกะแล้ว

เพราะรักลูก ริวโซไม่พึงปรารถนาที่จะได้ฮาจิโกะเป็นลูกสะไภ้
เพราะความยากจน....
แต่สำหรับโอชินแล้วไม่ เธอกลับรู้สึกเห็นใจความรักคนทั้งสองยิ่งนัก


วันนี้ที่บ้านทาโนะคุระหุงข้าวแดง
เนื่องในวาระที่ฮาจิโกะเติบโตเป็นหญิงสาวเต็มตัว
ส่วนริวโซก็มีท่าทีหมางเมินกับเด็กสาวอย่างเห็นได้ชัด

ข้าวของเริ่มขาดแคลนเพราะภาวะสงคราม
ริวโซบอกโอชินให้ปิดร้านเพราะปลามีไม่เพียงพอ
และถูกบัตรสนเท่ห์โจมตี
กล่าวหาว่าทางร้านของโอชินยักย้ายถ่ายเทมาขายส่วนตัว
ระบบจัดสรรปันส่วน กำหนดของ กำหนดราคา
ทำให้โอชินไม่สะบายใจ ตราบใดที่คนรวย ก็มีของกินไม่ขัดสน
ส่วนคนจนก็อดหยากเพราะไม่มีเงิน

ริวโซได้รับโควตาจากทหารให้จัดส่งเสื้อผ้า
จึงต้องเปิดโรงงานเย็บผ้า โอชินจึงต้องไปคุมโรงงาน
ริวโซอนุญาติให้ฮาจิโกะอยู่ต่อ เพื่อคอยช่วยเหลืองานบ้านต่อไป

ยิ่วกลับมาทัน ที่ทุกคนจะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่
โอชินรู้สึกงุนงง ไม่รู้ว่าริวโซเอาเงินที่ไหนมากมายซื้อบ้าน




























Create Date : 03 ธันวาคม 2551
Last Update : 12 ธันวาคม 2551 21:57:54 น. 0 comments
Counter : 820 Pageviews.

pitcha_mae
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add pitcha_mae's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.