กันยายน 2557

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
เรื่อง เมื่อยายแม่มดพบมหาปื๊ด โดย ธีระวัฒน์ อนันตวรสกุล

“ลูกจะไปติดต่อลูกค้าที่ระยองเหรอ แม่อยากไปด้วยจัง ไปเที่ยวสวนผลไม้ที่ระยอง ไปดูทะเลระยอง อยากไปวัดเขาชีจันทร์ที่สัตหีบ แล้วก็อยากกินหอยจ๊อที่บางแสน” คุณแม่ของเปรมมิกาเอ่ยปากขึ้น หลังจากที่ลูกบอกว่าวันนี้จะไปติดต่องานของบริษัทที่จังหวัดระยอง
“หนูไปทำงานนะคะแม่ ไม่ได้ไปเที่ยว ” เปรมมิกาตอบด้วยน้ำเสียงเจือความรำคาญ

“ขับรถทางไกล ขับดีๆ อย่าใจร้อนขับรถเร็วนะลูก” แม่เตือนด้วยความห่วงใยเหมือนกับทุกวัน

“พนักงานขับรถขับไปส่งค่ะ แม่ไม่ต้องห่วง หนูไปทำงานก่อนนะคะ”

เปรมมิกา ผู้หญิงที่ทั้งสวยและเก่งตอบแม่ก่อนออกไปทำงาน ปีนี้เธออายุ ๓๓ ปีแล้ว ยังโสด จึงอยู่กับแม่ในหมู่บ้านย่านชานเมือง ส่วนพ่อนั้นเสียไปเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว เธอเป็นพี่สาวคนโตในบรรดาพี่น้องหญิงล้วน ๔ คน สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเครียดก็คือ น้องสาวของเธออีก ๓ คนแต่งงานไปหมดแล้ว วันอาทิตย์ที่ผ่านมา น้องสาวคนถัดจากเธอพาลูกน้อยมาเยี่ยมแม่และเธอที่บ้าน คำพูดบาดลึกของน้องสาวทำให้เธอรู้สึกเครียดที่ยังไม่แต่งงาน

“สวัสดีคุณป้าเร็วลูก ไหว้สวยๆ”

น้องสาวบอกให้หลานทักทายเธอ อะไรกัน หลานฉันโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ตอนน้องคนรองแต่งงานเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว เธอเริ่มรู้สึกเครียดเป็นครั้งแรก ในวัยของเธอตอนนั้นอายุ ๒๘ ปี แต่ยังไม่มีแฟนกับเขาเลย ทั้งๆ ที่อายุในตอนนั้นควรจะมีแฟนได้แล้ว แต่เธอก็ยินดีกับน้องสาว แต่แล้วความยินดีก็เปลี่ยนเป็นความอิจฉา เมื่อน้องสาวคนที่สองแต่งงานเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ตอนนั้นเธออายุ ๓๑ ปี แล้วก็ต้องเครียดอีกครั้งเมื่อปีที่แล้วนี้เอง เมื่อน้องสาวคนเล็กแต่งงานออกเรือนไปเป็นที่เรียบร้อย

รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณของเธอก็จัดว่าสะดุดตาและดูอ่อนกว่าวัย และดูดีกว่าบรรดาน้องๆ ของเธอด้วยซ้ำ แต่กลับหาแฟนที่ถูกใจไม่ได้สักที เธอเป็นคนเรื่องมาก เอาแต่ใจ ขี้วีน โวยวาย สุดท้ายเลยขายไม่ออก ไม่สิยังไม่เจอใครที่คู่ควรมากกว่า

ขับรถออกจากหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมือง ขึ้นทางด่วนไปทำงานที่โรงงาน ณ ชานเมืองอีกด้านหนึ่ง เวลายังไม่ถึง ๗ นาฬิกา วิทยุบางช่องเลยมีเพลงรักหวานซึ้ง ทำนองอ่อนหวานเข้าหู เธอถึงกับออกอาการเซ็ง รีบปิดทันที เช้านี้ไม่มีอารมณ์อยากฟังเพลงรัก แล้วเธอก็ถอนหายใจยาว คิดอะไรเรื่อยเปื่อยระหว่างขับรถ เช้านี้ทำไมตัวเองกลับมาคิดเรื่องความโสด อยู่ในหัวก็ไม่รู้ทั้งๆ ที่ยุ่งๆ กับงานจนไม่ได้คิดเรื่องความโสดของตนเองมาสักระยะแล้ว

ลงจากทางด่วนจวนถึงโรงงาน เช้าๆ แบบนี้ในช่วงเปิดเทอมเป็นเวลาที่รถติด เหลียวมองไปยังรถคันข้างๆ ขณะรถติดเป็นการฆ่าเวลา สายตาเธอก็พบกับสายตาของเด็กน้อยคนหนึ่งในชุดนักเรียน ที่มองมายังเธอพอดีและยิ้มให้ เปรมมิกายิ้มตอบเด็ก รถคันนั้นมีเด็กสองคนในชุดนักเรียน นั่งอยู่ในรถกับพ่อแม่ มองไปอีกทางที่ป้ายรถเมล์ก็เห็นพ่อแม่กำลังจูงลูกไปโรงเรียน ภาพเหล่านั้นทำให้เธอคิดอีกว่า อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากมีลูกกับเขาบ้างจัง

เมื่อถึงที่ทำงานก็พบสมภพเป็นคนแรกที่ลานจอดรถ สมภพเป็นคนที่เคยจีบเธอในสมัยเรียน แต่เธอรู้สึกว่าสมภพดูเซื่องๆ ไม่มีแววของความฉลาด เธอจึงไม่ยอมเป็นแฟนด้วย

“สวัสดีครับ เปรม” สมภพเอ่ยขึ้น

“เปิดเทอมแล้ว รถติดมากเลยครับ ผมไปส่งลูกที่โรงเรียนมาครับ”

สมภพแต่งงานมีลูกเรียบร้อยแล้ว หลังจากจีบเปรมมิกาไม่สำเร็จ

“ลูกค้าเจ้าใหม่ของเราชาติไหนเหรอครับ” สมภพถาม

“ฝรั่งเศสค่ะ เขาสั่งเตาอบอุตสาหกรรมหลายตัวเลย บ่ายนี้เปรมคงต้องไปคุยรายละเอียดงานที่ระยอง”

เปรมมิกาเป็นวิศวกรเครื่องกล เธอจัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง แถมยังเก่งได้ทุนมหาวิทยาลัยไปเรียนด้านการถ่ายเทความร้อนในต่างประเทศ ทำงานในมหาวิทยาลัยได้สักพัก ก็ลาออกมาเป็นพนักงานบริษัท เธอได้เงินเดือนสูงกว่าเดิมมาก และเพียงพอที่จะใช้ชำระข้อผูกพันกับทางมหาวิทยาลัย ใช่ว่าเธอเป็นคนเห็นแก่เงิน แต่เธอเบื่อระบบภายในมหาวิทยาลัยอยู่พอดี ด้วยนิสัยไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเองสูง เลยลาออกมาตามคำชวนของสมภพ บ่ายนี้เธอจะไปเจอลูกค้าสัญชาติฝรั่งเศส

-ชาติไหนเหรอครับ ชาติไหนเหรอครับ ชาติไหนเหรอครับ-

คิดในใจว่าไม่ว่าจะชาติไหนๆ เธอก็ไม่กลัว แต่เนื้อคู่ฉันล่ะ ขอชาตินี้ได้ไหม อย่าให้รอถึงชาติหน้าเลย

เช้านี้ เธอต้องติดตามงานกับวิศวกรใหม่ลูกน้องของเธอ ด้วยความเป็นคนเรื่องมาก มาตรฐานสูงของเธอ วิศวกรใหม่ๆ สมัยนี้จึงดูความสามารถด้อยกว่าสมัยเธอมาก เมื่อเธอย่างกรายเข้ามาในแผนก เสียงจอแจคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ของบรรดาลูกน้องเงียบลงสนิทในทันที เหลือแต่เสียงเครื่องปรับอากาศครางหึ่งๆ เด่นขึ้นมาในความเงียบกริบของเสียงอื่นในห้อง เปรมมิกาเดินไปที่โต๊ะของวิศวกรคนหนึ่ง แล้วเอ่ยถามว่า

“เชี่ยวชาญ งานของน้องไปถึงไหนแล้ว”

“ผม เลือกไม่ได้ครับ พี่เปรม คิดว่าผมควรใช้ระบบไหนดี” เชี่ยวชาญตอบตะกุกตะกัก

“นี่! พี่เบื่อจริงๆ กับคำว่าเลือกไม่ได้ น้องลองไปสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม แล้วแจกแจงข้อดี ข้อเสีย แล้วลองพิจารณาดูอีกทีดีกว่า โปรเจกนี้ยังพอมีเวลาไม่ต้องรีบสรุป บริษัทจ้างน้องมาเป็นวิศวกรนะ จำไว้ด้วย”

-เลือกไม่ได้ เลือกไม่ได้ เลือกไม่ได้-

จะว่าไปแล้ว เธอก็จัดได้ว่าเป็นคนสวยมากคนหนึ่ง เคยมีหนุ่มๆ มารุมล้อมจีบ แต่เธอเป็นคนที่เรื่องมาก เลือกมาก ช่างเลือก จนในที่สุดก็เลือกไม่ได้สักที แล้วเธอก็กลับไปตรวจรายงานการทดสอบวัสดุของลูกน้องอีกคน

“น้อง รู้ไหมว่าน้องใช้วิธีการทางสถิติที่ผิดในการสรุปข้อมูล ข้อมูลแบบนี้ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนไม่ได้ ไปหาวิธีทำมาใหม่ดีกว่า หนังสือสถิติยังอยู่ไหม ไปลองเปิดดูข้อตกลงเบื้องต้นของการวิเคราะห์ความแปรปรวน แล้วน้องจะเข้าใจ”

นี่ขนาดเธอจบวิศวกรรมเครื่องกล แต่ก็เคยงัดวิศวกรอุตสาหการที่เรียนสถิติมามากกว่าเธอ จนเถียงไม่ออกมาแล้ว

“หนูยกตำราให้น้องรหัสไปหมดแล้วค่ะพี่” ลูกน้องตอบ

สายตาของเปรมมิกามองมาอย่างไม่พอใจ จนทำให้ผู้ให้คำตอบถึงกับก้มหน้านิ่ง

“นั่นเป็นเรื่องของน้องนะ” เธอเริ่มหงุดหงิด เบื่อกับระบบเรียนแล้วลืม ยกตำราให้รุ่นน้องเสียหมดเมื่อเรียนจบวิชา เรียนมาไม่คิดจะเอามาใช้ เรียนกันเอาแต่ปริญญา

“น้อง! พี่ว่าหนังสือมันไม่แพงหรอก ถ้าอ่านแล้วฉลาดขึ้น ราคาตำราที่น้อยกว่าค่าเครื่องสำอางของน้องนี่ พี่ว่าคุ้มค่านะ” เธอกล่าวในขณะที่ลูกน้องก้มหน้านิ่ง ลูกน้องแต่ละคนไม่ได้ดังใจสักคน

โทรศัพท์มือถือดังขึ้น ลูกน้องที่เธอจะพาไประยองด้วยวันนี้นี่เอง

“พี่เปรมครับ ผมขอลาป่วยนะครับ ปวดหัวมาทำงานไม่ไหว”

“อีกแล้วเหรอน้อง ปวดหัวเพราะกินเหล้าจนแฮ้งค์หรือเปล่า” เปรมมิกาตอบอย่างรู้ทัน

“คราวนี้ป่วยจริงครับพี่”

“น้อง คราวที่แล้วเรื่องใบรับรองแพทย์ปลอม พี่ยังไม่สะสางเลยนะ พี่ตรวจสอบกับเว็บไซต์ของแพทยสภา หมอที่ลงนามรับรองการป่วยของน้องไม่มีชื่ออยู่ในระบบ”

“ถ้าป่วยบ่อยแบบนี้ น้องลาออกไปนอนอยู่บ้านเลยดีกว่าไหม อย่ามาทำงานเลย มันลำบาก มันเหนื่อย”

พูดกับลูกน้องแบบนี้ ลูกน้องเลยพากันขนานฉายาให้เธอว่า “ยายแม่มด”

เธออยากให้ลูกน้องพัฒนาตัวเอง จึงเคี่ยวเข็ญลูกน้อง แม้ว่าเธอจะดูเรื่องมากพูดจาตรงไปตรงมา แต่เธอก็เป็นที่ประทับใจของผู้บริหารบริษัท เพราะความรู้ความสามารถรอบตัวของเธอ ทำให้วิศวกรผู้ชายยังต้องทึ่ง ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายงานใด เธอก็ทำได้ดีเสมอ

เธอเป็นคนจุกจิก สนใจในทุกรายละเอียด รู้ลึกรู้จริง จนยากที่จะมีใครมาทำงานมั่วๆ ส่งเธอได้ ถ้าส่งงานมั่วมา อาจจะเจอเธอต้อนจนกระทั่งจนมุม รวมถึงเรื่องการเลือกแฟน เหตุผลที่เธอปฏิเสธหนุ่มๆ ที่มาจีบเธอ เช่น ท่าทางไม่ฉลาดแบบนี้ ลูกออกมาคงโง่แย่ คงต้องมาสอนการบ้านเองแน่เลย ท่าทางขี้โรคแบบนี้ เป็นภูมิแพ้ด้วย ยีนไม่ดีอาจส่งผลถึงลูกเกิดมาขี้โรค นายนี่ก็ดื่มเหล้า นายนั่นก็สูบบุหรี่ นายโน่นก็เที่ยวกลางคืน ผู้ชายในอุดมคติของเธอ ต้องเก่งและฉลาดกว่าเธอเป็นอันดับแรก และต้องนิสัยดี มีศีลธรรม ไม่ข้องแวะอบายมุข หน้าตาต้องดี และเธอไม่เคยลดมาตรฐานใดๆ มาตั้งแต่แตกเนื้อสาว แต่ว่าแค่ฉลาดกว่าเธอก็หายากแล้ว สุดท้ายเธอจึงอยู่เป็นโสดแบบไม่ธรรมดา เพราะไม่เคยมีแฟนเลยสักคนเดียว เธอเคยเอาแบบทดสอบ IQ เกี่ยวกับการมองมิติสัมพันธ์ให้ผู้ชายคนหนึ่งที่จะมาจีบเธอทำ ปรากฏว่าเขาทำได้น้อยมาก และผู้ชายคนนั้นก็หายไป เพราะไม่แน่ใจว่านี่เป็นการจีบผู้หญิง หรือขอทุนเรียนปริญญาเอก

เธอนั่งสรุปงานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว เตรียมตัวไปคุยงานกับลูกค้ารายใหม่ จนเวลา ๑๑ นาฬิกา ทานอาหารกลางวันที่เตรียมมา แม่เธอนั่นเองที่เตรียมอาหารกลางวันใส่กล่องมาให้ เพราะเธอบ่นวิจารณ์ความสะอาดของร้านค้าทั้งในโรงอาหารของบริษัทและนอกบริษัทว่าสกปรก ใส่แต่ชูรสกันทุกร้าน จานชามก็ไม่สะอาด เมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วจึงเดินไปลานจอดรถ ทางบริษัทจัดเตรียมรถให้เธอพร้อมคนขับชื่อนายปื๊ด

นายปื๊ดเป็นพนักงานขับรถมือหนึ่งของบริษัท ฝ่ายสรรหาบุคลากรไปได้ตัวมาจากพนักงานขับรถเมล์เล็ก มินิบัสสายหนึ่ง เขาขับรถดีมาก สุภาพ เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ เสื้อผ้าดูเก่าแต่สะอาด เธอเคยได้ยินเรื่องราวของนายปื๊ด และพูดคุยทักทายกันบ้าง ฉายาในบริษัทของนายปื๊ด คือ มหาปื๊ด เขาเป็นคนธรรมะธัมโมมาก อาศัยอยู่กับพระน้องชายที่วัดไม่ไกลจากบริษัทมากนัก ไม่สนใจผู้หญิง เปรมมิกาอยากจะรู้นักว่า รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ที่ยังสวยสะดุดตาของเธอ จะทำให้มหาปื๊ดหวั่นไหวได้บ้างไหม เธอคงจะภูมิใจมากถ้าสามารถทำให้นายปื๊ดตบะแตกได้ด้วยความงามของเธอ

นายปื๊ดแม้จะเป็นคนขับรถ แต่ก็ไม่ใช่คนขับรถธรรมดาๆ ครั้งแรกที่เธอสะดุดใจนั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ สติปัญญาที่เหนือธรรมดา

ครั้งนั้นเธอส่งแววปราชญ์ ลูกน้องมือหนึ่งของเธอไปสระบุรี เพื่อติดต่องานกับลูกค้ารายหนึ่ง ลูกน้องของเธอคนนี้ เธอสัมภาษณ์มาเอง เป็นคนที่ฉลาดใช้ได้ ผิดกับลูกน้องคนอื่นที่เธอรับมรดกมาจากผู้จัดการคนเก่า แววปราชญ์ถูกคัดเลือกมาอย่างดีจากผู้สมัครจำนวนหลายสิบคน แต่เธอเรียกสัมภาษณ์แค่ ๗ คน และผ่านมาตรฐานของเธอเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ในวันนั้นแววปราชญ์พกหนังสือปริศนาอักษรตัวเลข SUDOKU (เกมส์ใส่ตัวเลข ลงในตารางขนาด ๙x๙ ช่อง ที่ต้องใส่ตัวเลขตามเงื่อนไขของตัวเลขในโจทย์) ไปทำระหว่างนั่งรถที่นายปื๊ดขับไปส่ง แววปราชญ์เล่าให้เปรมมิกาฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า

“ผมพูดจริงๆ นะพี่ ผมเหลือปริศนาระดับยากสุดๆ อยู่ ๑๑ แผ่น พี่มหาปื๊ดขอไปดู ระหว่างรอที่ลานจอดรถ ๒ ชั่วโมง พี่ปื๊ดสามารถแก้ได้หมด จนผมช็อคไปเลยครับพี่เปรม” ลูกน้องเล่าต่อไปว่า

“แล้วเขายังทำเสร็จก่อนตั้งนานด้วยนะพี่ ตอนผมลงมาพี่มหาปื๊ดไปเก็บดอกไม้แห้งใส่ถุงพลาสติก บอกว่าจะเอากลับมาปลูกที่โรงงานเรา ได้ตั้งถุงเบ้อเร่อแล้วก็นั่งรอผมอยู่”

เธอเลยลองให้แววปราชญ์นำเอาแบบทดสอบ IQ มาตรฐานชุดหนึ่ง ที่เป็นการหมุนรูป ดูสี หาความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตต่างๆ ซึ่งเธอดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต พิมพ์หมึกสีอย่างดี ไปให้มหาปื๊ดลองทำ ปรากฏว่ามหาปื๊ดทำเสร็จก่อนเวลาที่กำหนด และผลสรุปคือสติปัญญาของมหาปื๊ดอยู่ในขั้นอัจฉริยะ อย่างไม่ต้องสงสัย ข่าวนี้ทำให้เปรมมิกาประหลาดใจมาก

เปรมมิกาจึงศึกษาข้อมูลของนายปื๊ด จากรายละเอียดในใบสมัครงาน จากเจ้าหน้าที่สรรหาบุคคล ด้วยความที่หัวหน้าฝ่ายบุคคลเกรงใจเธอมาก เธอจึงได้ข้อมูลมาไม่ยาก และพบว่านายปื๊ดอายุมากกว่าเธอ ๔ ปี จบเพียงชั้นประถมปีที่ ๖ จากโรงเรียนบ้านนอกแห่งหนึ่ง ด้วยเกรดเฉลี่ย ๔.๐๐ได้ ๔ ทุกวิชา แถมคะแนนสอบไล่วิชาคณิตศาสตร์ยังได้ ๑๐๐% เต็ม วิชาอื่นๆ ๙๐-๙๕% นายปื๊ดไม่ได้เรียนต่อเพราะมีน้องถึง ๘ คน โดยนายปื๊ดเป็นลูกคนโต และพ่อเสียตั้งแต่เขายังเด็ก น้องคนเล็กสุดยังอยู่ในท้องแม่

เขาจึงไม่เรียนต่อชั้นมัธยม ออกมาทำงานส่งน้องๆ เรียน ตัว ด.ช.ปื๊ด ทำงานสารพัด เคยเป็นกระเป๋ารถสองแถว คนขับรถสองแถว ขายของตามงานวัด จนเกณฑ์ทหาร พอปลดจากราชการทหาร ก็ไปทำงานอยู่โรงงานแห่งหนึ่ง นายปื๊ดส่งเงินให้น้องทั้งหมด ๘ คน เรียนจนจบหมดทุกคน นายปื๊ดบอกเหตุผลของการลาออกจากงานโรงงานในใบสมัครงานตามตรงว่า ขัดแย้งกับหัวหน้างานระดับสูงกว่า จากนั้นจึงออกมาทำกิจการขายเครื่องมือช่างที่ต่างจังหวัด แต่ก็ล้มละลายในที่สุด จึงมาขับรถเมล์เล็กหาเงินใช้ไปวันๆ จนฝ่ายสรรหาบุคลากรของบริษัทไปพบเข้า และชักชวนมาทำงานที่นี่

นายปื๊ดยังโสด อาศัยอยู่กับพระน้องชายที่วัดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากบริษัท และส่งรายได้ไปให้แม่ที่บวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดต่างจังหวัดไม่ไกลจากกรุงเทพ และยังไปหาแม่ทุกวันหยุด

คนที่รู้จักพระน้องชายของนายปื๊ด เล่าให้เปรมมิกาฟังเพิ่มเติมว่า กิจการขายเครื่องมือช่างของนายปื๊ดไม่ใช่เล็กๆ มียอดขายปีหนึ่งเป็นสิบล้าน เพราะเป็นร้านขายส่งใหญ่ในจังหวัด นอกจากนี้นายปื๊ดยังลงทุนซื้อที่ดินในละแวกบ้านเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายถูกน้องชายและน้องสะใภ้โกงหมดตัว เพราะความเชื่อใจ ถ้าไม่ได้พระน้องชายเตือนไว้ นายปื๊ดอาจไปฆ่าน้องชายและน้องสะใภ้ตาย และอยู่ในคุกไปแล้ว นายปื๊ดไม่อยากเห็นภาพเก่าของความรุ่งเรืองในอดีตของตน จึงมาเริ่มชีวิตใหม่ในกรุงเทพ ใครจะรู้ว่า เขาคือคนที่ เฉลียวฉลาด เป็นพี่ชายที่แสนดีของน้องๆ เสียสละเพื่อน้อง เป็นอดีตเจ้าของกิจการใหญ่โต และ เป็นชายที่ถูกน้องโกงจนหมดเนื้อหมดตัว ข้อมูลในใบสมัครเป็นลายมือที่สวยจนน่าประทับใจ ในนั้นยังระบุอีกว่าน้องๆ นายปื๊ดจบปริญญาตรีอย่างน้อยทุกคน มีหน้าที่การงานอันมีเกียรติและมั่นคง เว้นเสียแต่น้องคนรองจากเขาที่บวชเป็นพระ

เปรมมิกาเคยเห็นนายปื๊ดเดินถือถังเหลืองติดตามพระในวัดที่ออกบิณฑบาตในตอนเช้า เธอไม่ได้ตักบาตรมานานแล้ว เพราะไม่ศรัทธาในพฤติกรรมของพระบางรูป แต่นายปื๊ดทำให้เปรมมิกาจอดรถ ลงไปเดินในตลาดที่เธอไม่ชอบนักในความสกปรก และเดินไปใส่บาตรเพื่อดูหน้านายปื๊ดให้ชัดๆ นายปื๊ดร่างกายกำยำล่ำสัน จัดว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง นายปื๊ดยังเป็นขวัญใจของบรรดาแม่ค้าหน้าบริษัทอีกด้วย

“สวัสดีครับ คุณเปรมมิกา” ภาพนายปื๊ดถือถังเหลือง และถุงพลาสติกใบใหญ่ และสะพายย่าม ยิ้มเห็นฟันขาว ดูอารมณ์ดี ก่อนที่จะเดินตามพระจากไป

เปรมมิกาไม่คลายความสงสัยว่า ทำไมคนที่มีสติปัญญาเหนือมนุษย์เช่นเขา ทำตัวจมปลักติดอยู่ในความยากลำบาก ไม่คิดที่จะกอบกู้ฐานะอีกสักครั้ง ทั้งๆ ที่วัยก็ยังไม่ถึง ๔๐ เธออยากจะดึงศักยภาพของนายมหาปื๊ดออกมาใช้ทำประโยชน์ มากกว่าที่จะใช้ชีวิตอย่างซอมซ่อ อาศัยวัดอยู่ ทำงานที่ได้เงินน้อยๆ ไปวันๆ แบบนี้

อีกกครั้งที่ทำให้เปรมมิกาประทับใจนายปื๊ด ก็คือ เรื่องราวในงานฉลองปีใหม่ของบริษัท

(จบตอนที่ ๑)

---------------------------------------------------------



Create Date : 26 กันยายน 2557
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2557 15:45:17 น.
Counter : 332 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แมวส้มตาหวาน
Location :
พระนครศรีอยุธยา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สนใจเรื่องการพ้นทุกข์ เพ้อๆ ไร้สาระไปวันๆ ติดละครซีรีย์บ้าคู่จิ้นเป็นพักๆ ชอบอ่านนิยาย คำคม ธรรมะ พยายามจะมองโลกในแง่ดี:-)