เมษายน 2556

 
1
2
3
4
5
6
7
8
12
13
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
14 เมษายน 2556
All Blog
Super Show5 @Korea Part4

2013.03.25

วันที่ 3 โซล




หลังจากใช้พลังงานทั้งหมดแหกปากกรี๊ดในคอนเสิร์ตเมื่อวานจนตื่นเช้ามารู้สึกร่างหนักมาก แทบจะไม่อยากลุกจากเตียง แต่ก็นะ...มาถึงเกาหลีแล้ว จะให้นอนทั้งวันก็ทำไม่ได้ ล้างหน้าแปรงฟังเสร็จก็จัดกระเป๋าให้เรียบร้อย เพราะวันนี้ต้องย้ายจากห้องเดี่ยวไปนอนรวม 1 คืน ตอนแรกก็แอบหวังลึกๆว่าห้องเดี่ยวจะว่างเผื่อคนที่จองไว้ไม่มา เลียบๆเคียงๆถามเจ้าของที่พักแล้วก็อกหักเพราะคำตอบสั้นๆ "ไม่มี" เอาเถอะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการนอนห้องรวมครั้งแรกในชีวิต


พอกินข้าวเช้าเสร็จเจ้าของที่พักก็บอกว่าเดี๋ยวจะย้ายของลงมาให้ตอนบ่ายโมง ก็โอเค นุ้ยก็เลยออกไปตระเวนซื้อของ ตอนเปิดประตูออกมาน้ำตาจะไหล ลมเย็นๆตีเข้าหน้า กลับสู่วังวนเดิมๆคือหนาวจนหน้าชา เลยคิดว่ายังไงก็ต้องหาซื้อเสื้อหนาวให้ได้!!!



จริงๆวันนี้นัดกับพี่กอล์ฟไว้ตอนเย็นไปกินซัมคยอบซัล (หมูสามชั้นย่าง) เลยแวะไปซื้อซีดีที่ควังฮวามุนก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะไปไหนต่อ ซึ่งเมื่อวานเปิดเว็บของ Forever 21 เห็นว่ายังมีเสื้อโค้ทขายอยู่บ้าง แต่พอไปถึงที่เมียงดง ปรากฎว่าร้านปิดปรับปรุงจนถึงเดือน 6 โหยยยย โคตรทำร้ายจิตใจอ่ะ เลยลองเซิร์ทหาสาขาอื่นดูว่ามีที่ไหนอีกบ้าง เจอสาขาที่ชองดัมดง แต่….ไม่มีแผนที่ ชีวิตมืดแปดด้าน หนาวก็หนาว ยืนตัวสั่นไม่รู้จะทำไงดี เลยตั้งมั่นในใจว่า เอาวะ!! ยังไงก็ต้องหา Forever 21 ให้เจอ เลยเซิร์ทใน Naver เจอคนบอกทางแต่......มันเป็นภาษาเกาหลีล้วนๆ รูปก็ไม่มีให้ดู เอาเถอะ งมๆไปเดี๋ยวก็คงเจอ



และในที่สุดก็เจอจนได้ *ปรบมือรัวๆๆ* ร้านอยู่ปากซอยทางเข้าถนนคาโรซูกิลเลย เดินจากสถานีรถไฟใต้ดินอัปกูจองประตู 5 ก็ไกลพอตัว



แต่!!!!! วิบากกรรมมันยังไม่จบแค่นี้แน่ๆ..... Forever 21 สาขานี้มีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ละชั้นก็จะแบ่งเป็นโซนว่าชั้นนี้เสื้อผ้าผู้หญิง ชั้นนี้เสื้อผ้าผู้ชาย ชั้นนี้เสื้อผ้าเด็ก ชั้นนี้มีแต่เครื่องประดับ.....แต่มันไม่มีขายเสื้อโค้ท!!! คอเลคชั่นทั้งหมดเป็นฤดูใบไม้ผลิหมดแล้ว!! ลมจะจับ



เดินออกจากร้านมาด้วยสายตาละห้อย ข้ามถนนมาพักร่างที่สตาร์บัคก่อน แน่นอนว่าต้องสั่งกรีนทีลาเต้ ระหว่างนั้นพี่กอล์ฟก็โทรมาบอกว่าเลิกเรียนแล้ว ก็เลยนัดกันที่จงกักทาวเวอร์ แถวนั้นมีร้านซัมคยอบซัลหลายร้าน ดีที่สั่งลาเต้ร้อนเลยยังช่วยแก้หนาวตอนเดินออกจากร้านก็ถือออกมาด้วย กว่าจะถึงจงกักก็เกือบบ่าย 4 โมง พี่กอล์ฟพาไปกินซัมคยอบซัลออกจากร้านมาอีกทีก็ 6 โมงกว่า อิ่มพุงแทบแตก 



หลังจากนั้นก็แยกย้ายกลับบ้าน นุ้ยกลับไปถึงที่พักประมาณ 1 ทุ่มก็นึกขึ้นได้ว่าที่สถานีรถไฟคังนัมมี Underground Shopping Center ก็เลยลองเสี่ยงดูและแล้วก็ Misson Complete ค่ะ!!!!



ในที่สุดนุ้ยก็ได้ซื้อโค้ทมาสมใจอยากสักที ต่อไปนี้จะไม่ต้องหนาวจนปากสั่นอีกแล้ว~~ เย้!!






2013.03.26


วันที่ 4 ตระเวณกินลาเต้ของคุณผู้ชาย~~ 



อยู่เกาหลีวันที่ 4 พอคิดว่าพรุ่งนี้จะต้องกลับแล้วก็ใจหาย แต่ใจหายได้แป๊บเดียวก็คันหัวค่ะ 55555 ไม่ได้สระผมมา 3 วัน ปกติถ้าอยู่บ้านนุ้ยต้องสระวันเว้นวัน ถ้ามากกว่านั้นจะรู้สึกว่าหนักหัวจนหงุดหงิด หลังจากจัดกระเป๋า(อีกละ)เสร็จ ก็ยกออกมาไว้หน้าห้อง แจ้งกับเค้าท์เตอร์ว่าวันนี้นุ้ยต้องย้ายไปห้องเดี่ยวคืนสุดท้าย คนดูแลเกสต์เฮ้าท์ก็บอกว่าเดี๋ยวจะจัดการให้เหมือนเดิม ก็เลยลงไปกินข้าวแล้วก็กะว่าจะลองเข้าร้านทำผมดูสักหน่อย เซิร์ทหาในอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ตามรีวิวก็ไม่ได้บอกว่าทำร้านไหน เลยไลน์ไปถามพี่กอล์ฟ ซึ่งก็ได้คำแนะนำว่าร้าน Juno Hair สาขาเยอะ และที่ใกล้นุ้ยที่สุดก็คือสาขาเมียงดง ประเด็นคือ....ที่เมียงดงมี 3 สาขา เยอะไปมั้ยคะ? = =


เปิดแผนที่เดินหาอยู่นานสุดท้ายก็เจอ Juno Hair สาขา 3 อยู่ชั้น 3 ทางเข้าเป็นลิฟท์อยู่ในหลืบ ถ้าไม่แหงนหน้าดูป้ายก็ไม่รู้ว่าร้านอยู่ที่นี่ พอกดลิฟท์ขึ้นไปเสร็จก็จะมีพนักงานออกมาต้อนรับ ที่สำคัญคือ คนเปิดประตูให้เป็นผู้ชายหน้าตาดี!!! นุ้ยก็เลยเดินเข้าไปแบบลอยๆ



ภาพบรรยากาศในร้านจากเว็บของ Juno Hair ค่ะ


ไปถึงเค้าท์เตอร์ก็บอกไปว่ามาสระผมค่ะ สาวสวยที่ดูเหมือนเป็นผจก.ก็ถามว่าจะตัดผมด้วยเลยมั้ย หรือจะทำอะไรเพิ่มรึเปล่า แต่ก่อนมาเกาหลีนุ้ยเพิ่งตัดแล้วก็ทำสีใหม่ เลยบอกไปว่าแค่สระ-ไดร์ก็พอ ระหว่างนั้นก็จะมีพนักงานมาถอดโค้ทกับเอากระเป๋าไปเก็บที่ล็อกเกอร์ให้ แล้วเขาก็จะเอากุญแจล็อกเกอร์มาให้เราถือ หลังจากนั้นก็จะเอาเสื้อคลุมมาให้ใส่ ไม่นานก็มีสไตลิสต์มานั่งคุยด้วย ซึ่งคนที่มาดูแลนุ้ยชื่อว่ายูนจีโอค่ะ เขาก็มาชวนคุยว่ามาจากประเทศไหน? มาเที่ยวเหรอ? มาครั้งแรกเลยรึเปล่า? เสร็จแล้วเขาก็ให้นามบัตรมา และบอกว่าถ้ามาครั้งหน้าจะให้เขาดูแลให้เหมือนเดิมก็ได้ ซึ่งนุ้ยมารู้ทีหลังว่าที่ร้านมีระบบเมมเบอร์ด้วย แต่เขาไม่ได้แนะนำให้ เพราะเห็นว่าเป็นคนต่างชาติ



ปล.ร้านปิดวันจันทร์นะคะ 


คุยกันเสร็จนุ้ยก็โดนอุ้มไปที่เตียงสระผม เป็นการสระผมที่ปวดคอมาก เพราะว่าเป็นเก้าอี้แบบนั่ง ปกติถ้าสระผมในร้านทำผมที่ไทยอย่างน้อยๆลงแชมพูต้องมี 2-3 ครั้งแล้วค่อยลงครีมนวด แต่ที่เกาหลี....แชมพู 1 ครีมนวด 1 เป็นอันเสร็จละ ยังไม่ทันจะหายคันเลย = =



จากนั้นก็เป็นการเป่าผมให้หมาดๆ ซึ่งขั้นตอนนี้นุ้ยปริ่มมากค่ะ เพราะมีผู้ชายมารุมทึ้งหัวถึง 3 คน และแล้วก็ถึงขั้นตอนการจ่ายเงิน เคยสระไดร์แพงสุดแค่ 200 มาทำที่เกาหลีโดนไป 25000 วอน คิดเป็นเงินไทย 690 บาทถ้วน น้ำตาจะไหล ที่สำคัญ ราคาสระ-ไดร์ เท่ากับราคา ตัด-สระ-ไดร์ เลย


เอาเถอะ คิดซะว่าเป็นค่าผู้ชายรุมทึ้งหัว ㅠ_____________ㅠ





พอออกมาจากร้านก็เดินหาข้าวกลางวันกิน แต่ไม่ว่าร้านไหนก็ที่นั่งเต็มเพราะเป็นเวลาเที่ยงพอดี เลยแวะเข้าแมคโดนัลด์ สั่งแมคชิกเก้นราคา 4400 วอน แต่ลืมถ่ายรูปมาเพราะหิวจัด



ไหนๆก็มีเมียงดงอีกรอบ ไม่รู้จะไปไหนเลยตามหาร้านกาแฟ A Twosome Place ของซีวอน แอบสารภาพว่าวันแรกที่มาถึงเกาหลีตอนเดินตามหาเสื้อโค้ทก็เจอร้านแล้วแหละ แต่ไม่ได้ขึ้นไปเพราะหาทางขึ้นไม่เจอ = = แต่ครั้งนี้หาทางขึ้นเจอแล้วค่ะ 5555555


พ่อขราบอกว่าเชิญชั้น 2 ฮับ~~



ร้านกาแฟ A Twosome Place By Siwon เป็นการเซ็นสัญญากับซีวอนเพียง 3 เดือนเท่านั้นหลังหมดสัญญาร้านกาแฟก็จะยังอยู่ที่เดิม เพียงแต่เอารูปซีวอนในร้านออกไปเท่านั้น ด้านหลังร้านกาแฟก็เป็นร้าน OliveOYoung คล้ายๆซุปเปอร์มาร์เก็ตอะไรแบบนี้ ในนั้นมีทุกอย่าง อ่อ เหมือนจะมีร้านขายซีดีอยู่ด้วย



แน่นอนว่านุ้ยต้องสั่งกรีนทีลาเต้ ราคา 5300 วอน 147 บาท 

แต่ลืมบอกว่าไม่ใส่ไซรัป ซดไปคำแรกหวานทะลุเพดานเหงือกเลยอ่ะ



นอกจากนี้ยังมีเค้กรูปร่างหน้าตาน่ากินด้วย




ที่สำคัญมีชีสเค้กสูตรพ่อขราคิดเองด้วยนะ ราคา 8500 วอน 235 บาท

เป็นชีสเค้กที่เนื้อแน่นมาก แค่สามคำก็อิ่มละ โบกมือลา~~



นั่งๆกินก็จะรู้สึกเหมือนว่าโดนจับจ้องโดยซีวอนตลอดเวลา 55555



ในร้านมี Wi-Fi ฟรีให้ด้วย แต่ต้องไปขอพาสเวิร์ดกับพนักงาน ซึ่งพอนุ้ยขอพาสเวิร์ด คุณบาริสต้าหน้าหล่อก็เอาพาสเวิร์ดของร้านชินนารามาให้

คืออันนี้ให้ใช้อยู่แล้วป่ะคะ? หรือว่าขโมยเค้ามาเหมือนกัน = =



นั่งอยู่ในร้านสักพักก็ออกมา แต่ไม่รู้จะไปไหนต่อ เลยเปิดแผนที่ไป Mouse Rabbit ของเยซองก็ได้..........ร้านกาแฟอีกละ......

บางทีก็สงสัยนะ ว่าไม่คิดจะเปิดร้านแบบอื่นบ้างหรือไง เช่นร้านไอติม ร้านเสื้อผ้าอะไรแบบนี้

อ่อ แต่ก็ว่าไม่ได้ เพราะเยซองเองก็เปิดร้านแว่น Y Style ให้พ่อดูแลอยู่เหมือนกัน



ร้าน Mouse Rabbit ของเยซองอยู่แถวๆมหาวิทยาลัยคอนกุก หรือที่คนเกาหลีรู้จักกันในชื่อ คอนแด



วิธีไปก็ง่ายมาก นั่งรถไฟสายสีเขียวขี้ม้าหรือเขียวอี๋ก็ได้ค่ะ ไปลงที่สถานีคอนแดอิบกูแล้วออกประตู 2 จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายที่หัวมุมถนน เดินตรงไปเรื่อยๆ เจอร้านขายโทรศัพท์ซัมซุมเมื่อไรก็เลี้ยวเข้าตรอกนั้นเลยค่ะ เป็นตรอกเล็กๆ



เห็นป้าย Mouse Rabbit มั้ยเอ่ย?? แถวนี้ร้านเนื้อย่างอะไรพวกนี้เยอะมาก แล้วก็ราคาไม่แพงด้วย เพราะว่าตั้งอยู่ในย่านมหาวิทยาลัย คอนเฟิร์ม!!



ถึงแล้วจ้า~~~~




เดินเข้าไปสั่งกรีนทีลาเต้กับออมม่า ราคา 4800 วอน หรือคิดเป็นเงินไทย 133 บาท



ร้านมาบิทมีทั้งหมด 3ชั้นคือชั้น 1 เป็นเค้าเตอร์สั่งกาแฟ มีที่นั่งนิดหน่อย ชั้น 2 แล้วก็ชั้นใต้ดินเป็นแบบนั่งกับพื้น แน่นอนค่ะ ที่เต็มทุกชั้น


สุดท้ายก็เลยออกมานั่งตรงโซนสำหรับคนสูบบุหรี่ นั่งตั้งแต่บ่าย 3กว่าๆยัน 6โมงเย็นก็ยังไม่มีท่าทีว่าเยซองจะเข้าร้าน ไม่นานก็เห็นพ่อคุณอัพทวิตว่าอากาศหนาว แล้วก็เพิ่งแยกกับจงจิน สักพักก็เห็นจงจินเดินเข้าร้านมากับเพื่อน แล้วก็เดินออกไป แต่วันนี้อัปปากับออมม่าอยุ่ที่ร้านทั้งคู่เลย 



พอเริ่มเย็นอากาศก็เริ่มหนาว เพราะโซนที่นั่งมันไม่มีฮีตเตอร์ เลยรับรู้ถึงอุณภูมิข้างนอกเต็มๆ ทนไม่ไหวก็เลยกลับ



ขากลับแวะเมียงดง(อีกละ) ว่าจะซื้อซีดี B.A.P. กับนกหวีดเป็นของขวัญวันเกิดให้ส้ม แล้วก็จะได้ซื้อ Ceci เดือนเมษา ปกซูจีด้วย เพราะมีสกู๊ปยองอุนข้างใน แต่ยังไม่ทันจะเดินไปซื้อ พี่ฝนก็โทรผ่านไลน์ว่า "ยองอุนไปมาบิท" สติแตกเลยทีนี้ ทำอะไรไม่ถูก กางแผนที่ก็หาสถานีคอนแดไม่เจอทั้งๆที่เพิ่งออกมาได้ไม่ถึงชั่วโมง


แทบจะเหาะไปร้านเลยแหละ ระหว่างทางเจอคนไทยสองคน คาดว่ากำลังมุ่งหน้าไปมาบิทเหมือนกัน ก็เลยหันไปถามว่าไปมาบิทใช่มั้ย เขาก็พนักหน้า เราก็เลยไปด้วยกัน แต่ออกประตูผิดเลยต้องกลับเข้าไปใหม่ พอถึงร้านแล้วตกใจมาก คนเยอะแบบไม่สามารถจะยัดตัวเองเข้าไปได้ แต่ที่ตกใจกว่านั้นคือ ไหนอ่ะยองอุน? ยองอุน คังอินอยู่ไหนอ่ะ มีแต่เยซอง แล้วก็คิดได้ทีหลังว่าคนที่รีทวิตขึ้นมาคงสับสนระหว่างชื่อคิมยองอุน(คังอิน) กับคุมจงอุน(เยซอง) 


แอบถ่ายรูปมาได้นิดเดียวไอโฟนก็พลีชีพ ตายในหน้าที่ซะงั้น



คนต่อแถวซื้อยาวขึ้นไปถึงชั้นสอง คนรุมกันเยอะมากจนไม่รู้ว่าแถวไหนเป็นแถวไหน จงจินก็เลยออกมาช่วยจัดแถว ออมม่าก็ขอร้องว่าอย่าถ่ายรูป แต่ห้ามไปเถอะไม่มีคนฟัง คนจีนถือกล้องเลนส์เป็นบ้องข้าวหลามเลย = = โชคดีสองคนที่นุ้ยเจอเขามีพี่อีกคนมาต่อแถวไว้แล้วก็เลยเรียกเข้าไปต่อแถวด้วยเลย ตอนที่ยืนรอคิวอยู่คนจีนข้างหลังก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเหมือนเช็คทวิตหรืออะไรนี่แหละ แต่เยซองเข้าใจผิด คิดว่าจะถ่ายรูปก็เลยเงยขึ้นมาชี้หน้าเลยจ้ะ.... เสียวสันหลังวาบ!



พอถึงคิวนุ้ย เยซองกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บตังค์อยู่ก็เลยไม่กล้าสั่ง พอเงยหน้าขึ้นมาก็พูดว่า "โดโซะ" เออะ....คนไทยค่ะ จริงๆหลายทีละนะ เท่าที่สังเกต คือถ้าหน้าเอเชียแล้วย้อมผมทองไรงี้ คนเกาหลีจะเหมารวมว่าเป็นคนญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่ นุ้ยก็เลยตอบกลับไปเป็นภาษาเกาหลีว่า "นกชาลาเต้จูเซโย" พี่ท่านมองหน้าแล้วพูดว่า "ฮันกุกมัล?" นุ้ยก็เลยตอบกลับไปว่า "ไทจินเดส" เออ คือคิดๆแล้วก็งงตัวเองเหมือนกัน สั่งกรีนทีลาเต้เป็นภาษาเกาหลี แล้วบอกผู้ชายเกาหลีว่าเป็นคนไทยด้วยภาษาญี่ปุ่นเนี่ย = = จริงๆออมม่าก็ถามเหมือนกันตอนที่สั่งลาเต้เมื่อตอนกลางวันว่า "ฮ็อตโตะ?"



เคยอ่านแฟนแอคฯที่เยซองมารับออเดอร์แล้วไม่เคยได้อย่างที่สั่งไปเลย เป็นร้านกาแฟที่อินดี้มาก ได้กินตามใจเจ้าของร้านจะทำ แต่นุ้ยคงโชคดีเพราะว่าได้กรีนทีลาเต้ตามที่สั่งเด๊ะๆ ตอนรับเงินทอนกับใบเสร็จก็เลยขอจับมือ มือพี่เย่เล็กนิดเดียวเองอ่ะ



พอได้ลาเต้ตามที่สั่งก็ออกมาจากร้านตรงกลับที่พักทันที กลับไปแบบงงๆ ว่านี่ชั้นยืนใกล้กับผู้ชายคนที่อยู่บนเวทีคอนเสิร์ตเมื่อสองวันก่อนขนาดนี้เลยเหรอ?.......สมองโล่งไปเรียบร้อยละ ระหว่างทางที่ขึ้นรถไฟมาก็ไม่ได้แตะลาเต้ไปสักอึก กลับถึงที่พักก็ต่อสายหาพี่ฝนทันที เม้าท์จนลืม จากลาเต้ร้อนกลายเป็นลาเต้เย็นเจี๊ยบ = = กว่าจะได้นอนก็เกือบตี 2



เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่อยู่ในโซล ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะเก็บตกสถานที่ที่ยังไม่ได้ไป......แต่อยู่ดีๆก็งานเข้า เนื่องจากพี่ฝนไลน์มาบอกว่าพรุ่งนี้อีทึกจะรับรางวัลเป็นทูตอะไรสักอย่างทางทหาร ซึ่งนุ้ยก็ไม่รู้ว่ามันเป็นงานปิดหรืองานเปิด รู้แค่เพียงว่างานจะจัดขึ้นที่เขตยองดึงโพ.....แล้วยองดึงโพนี่มันที่ไหนวะ????



นั่งงมจนพี่ฝนเจอแผนที่ แต่ดูแล้วเหมือนจะเป็นตึกสำนักงานอะไรสักอย่าง ก็เอาวะ ลองไปดูก่อนก็ได้ ถ้าเป็นงานเปิดก็โอเค แต่ถ้างานปิดก็ไม่เป็นไร พอเซฟแผนที่อะไรเรียบร้อยก็ปิดไฟนอนเอาแรงละ





หวังว่าจะส่งท้ายทริปนี้ด้วยความสุขและรอยยิ้ม~~ ^^




Create Date : 14 เมษายน 2556
Last Update : 14 เมษายน 2556 1:24:40 น.
Counter : 4340 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



หมีน้อยพุงพลุ้ย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]