มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
2
3
4
6
7
8
9
11
12
13
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Hello HongKong ตอนที่ 6 : ตามหาตึกมีรู
ตามหาตึกมีรู



วันสุดท้ายของทริปฮ่องกงแล้ว ตื่นเช้ามาด้วยอากาศแจ่มใสไร้ฝน เลยตัดสินใจว่าจะไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่หาด Repluse bay หลังจากที่เมื่อวานไปไม่ได้เพราะฝนตก แต่ก่อนอื่นต้องไปเช็คเอ้าท์ตอนลงไปที่ฟร้อน เจ้าหน้าที่ขอใบเสร็จที่รับไปตอนเช็คอินเพื่อทำเรื่องคืนเงินมัดจำ ปัญหาก็มาเลยค่ะ เนื่องจากเมื่อคืนต้องพยายามยัดเสื้อโค้ท 3 ตัวลงกระเป๋าเดินทางที่มีพื้นที่เหลือเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น และก็ไม่รู้ว่าอีใบเสร็จที่ว่ามันอยู่ตรงส่วนไหน จะให้แหวกกระเป๋าออกมารื้อก็เกรงใจแขกคนอื่นๆที่รอเช็คเอ้าท์ต่อ เลยบอกพนักงานไปว่าขอเวลาแป๊บนึง และแล้วก็เริ่มปฏิบัติการล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อควานหา เพื่อไม่ให้ข้าวของที่เซ็ทตัวอย่างพอดีกับพื้นที่ในกระเป๋าเดินทางกระทบกระเทือน ในที่สุดกระดาษคาร์บอนสีเหลืองสภาพยับเยินก็อยู่ในมือจนได้ ซึ่งพนักงานที่รอเช็คเอ้าท์ให้นางก็ทำหน้าเห็นอกเห็นใจเหลือเกิน จัดการเรียบร้อยแล้วก็ฝากกระเป๋าไว้ เพราะไฟล์ทที่จะกลับตั้งสามทุ่ม




ออกจากโรงแรมก็เลี้ยวลงรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าสถานี Central จากนั้นใช้ทางออก A แล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อนข้ามฝั่งไปตึก Exchange Square แล้วเดินลงไปใต้ตึกจะเห็นท่ารถบัสมากมาย สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้คือเดินหารถสาย 6 ไม่ว่าจะเป็น 6, 6A หรือ 6X ก็ไปได้หมดเลย ตรงนี้จะมีทริกเล็กๆ ซึ่งขอยกไปพูดขากลับแล้วกัน




ความจริงแล้วนุ้ยค่อนข้างจะกลัวการนั่งรถบัสในต่างแดนมาก เพราะถ้ามัวแต่เพลินกับวิวนอกหน้าต่างเกินไปก็อาจจะหลงทางได้ง่ายๆ แต่การนั่งรถบัสในฮ่องกงเป็นอะไรที่สนุกมาก อาจจะเป็นเพราะรถบัสส่วนใหญ่เป็นรถสองชั้น และที่หน้าหน้าสุดของชั้นบนเป็นสิ่งที่ต้องตบตีแย่งชิงกันมาก นอกจากจะเห็นวิวได้กว้างแล้ว มันยังเหมาะแก่การหาจุดเด่นของสถานที่จะไปได้อย่างชัดเจนด้วย นุ้ยเดินไปไม่นานก็เห็นรถสาย 6X จอดอยู่พอดีเลยโดดขึ้น แต่ไม่สามรถจะแย่งชิงที่นั่งชั้นสองด้านหน้าได้จริงๆ เพราะถูกครอบครัวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ยึดครองไปแล้ว ก็โอเค หาที่นั่งติดกระจกฝั่งซ้ายก็ได้ จะได้มองหาตึกมีรูชัดๆ




รถบัสออกตัวผ่านย่าน Central ได้ไม่นานก็เข้าสู่ถนนเลียบเขา ซึ่งคนฮ่องกงที่มีฐานะก็จะนิยมสร้างบ้านไว้บนเขาเพราะเรื่องของฮวงจุ้ย 





แต่แป๊บเดียวก็รู้สึกถึงสารพัดโค้ง คือจะโค้งเยอะไปไหน ถนนมีอยู่สองเลน จะเลี้ยวทีก็ลุ้นเหงื่อเล็ดตอนที่มีรถบัสอีกเลนตีโค้งจะเลี้ยวสวนมาเหมือนกัน ตอนขึ้นรถก็ใจชื้นเพราะมีแต่คนต่างชาติทั้งนั้น อุตส่าห์ดีใจว่าคงไม่ต้องพะวงกับป้ายที่จะลงแล้ว เพราะคิดว่าส่วนใหญ่น่าจะไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมกัน แต่นุ้ยคิดผิด!! พอถึงตึกมีรู ปรากฏว่ามีนุ้ยลงคนเดียว.... เหยยยย แล้วที่เหลือเขาไปไหนกัน




พูดถึงตึกมีรูก็เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญสำหรับคนที่จะเดินทางไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม นุ้ยเคยอ่านผ่านๆเกี่ยวกับตึกนี้มาว่า ความจริงแล้วตึกนี้เป็นคอนโด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีรู แต่ปรากฏว่ากิจการไม่ค่อยดี และมีปัญหา เลยเชิญซินแสมาดูฮวงจุ้ย ซึ่งซินแสก็ทักว่าตึกนี้สร้างขวางทางมังกร เจ้าของตึกเลยจัดการเจาะรูทำทางให้มันกรลอดผ่านได้สะดวกซะ หลังจากนั้นกิจการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ


ลงรถเสร็จก็ต้องข้ามถนนแล้วเดินลงบันได จากนั้นก็เดินเลียบหาด Repluse bay ไปเรื่อยๆ ประมาณ 5 นาทีก็จะเห็นประตูวัด 




ตอนที่แรกอ่านรีวิวคนที่ไปส่วนใหญ่จะแนะนำให้ไปเช้าๆ เพราะวัด Tin Hua หรือวัดเจ้าแม่ทับทิม เป็นสถานที่หนึ่งที่อยู่ในโปรแกรมทัวร์ของหลายๆประเทศ ชายหาดระหว่างทางไปวัดก็เป็นอีกสถานที่พักผ่อนของคนฮ่องกงเหมือนกัน แต่ตอนที่ปหาดเงียบมาก อาจจะเป็นเพราะไม่ใช่วันหยุดก็เลยไม่ค่อยมีคน




ถึงแล้วค่าาาาาา....


ก่อนไปนุ้ยก็หาข้อมูลไว้แล้วว่าตรงไหนไหว้อะไรบ้าง แต่พอมาถึงจริงๆก็ไม่ได้อ่านที่จดไปหรอก ยืนมองไปเรื่อยๆว่าใครทำอะไรตรงไหน ก็ทำตามเขา ใครลูบรูปปั้นอะไร ไหว้ตรงไหนก็ทำตามหมด ไม่เกี่ยงค่ะ


ที่เซอร์ไพรส์คือตรงที่ไหว้เจ้าแม่กวนอิมมีบทสวดเป็นภาษาไทยด้วยนะ สบายเลย






ไหว้เจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทับทิมเสร็จก็เดินลงไปข้ามสะพานแดง เชื่อกันว่าข้ามสะพานนี้แล้วจะอายุยืน 3 ปี แต่ข้ามไปแล้วห้ามข้ามกลับมา เพราะอายุจะสั้นลง 3 ปี




ถัดไปอีกนิดนึงจะเห็นคนรุมชู๊ตเหรียญเข้าปากปลา เชื่อกันว่าถ้าโยนเข้าปากปลาแล้ว พรที่ขอไว้จะสมหวัง แต่ได้ยินคนไทยแถวนั้นบอกว่าถ้าโยน 6 ครั้งแล้วไม่เข้าก็พอเถอะ นุ้ยยืนดูสักพักก็ลองโยนดูบ้าง และแล้วนุ้ยก็โยนเข้าปากปลาในครั้งที่ 3 พร้อมกับเสียงปรบมือจากทัวร์นักศึกษาจีน อยากจะถอนสายบัวเพื่อเป็นการขอบคุณงามๆ




จะว่าไปแล้วหลายๆสถานที่ในฮ่องกงมักจะมีเรื่องฮวงจุ้ยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยกันทั้งสิ้น ก็เลยรู้สึกว่าฮ่องกงนี่ก็ดูขลังๆเหมือนกันนะ





โชคดีที่มีทัวร์ไทยมาลงเหมือนกัน นุ้ยก็เลยอาศัยเดินฟังไกด์ไปเนียนๆ เขาพาไปไหว้ในศาลาแปดเหลี่ยมสีแดง จำได้ว่าขอโชคขอลาภอะไรสักอย่างนี่แหละ


เดินเล่นอีกสักพักก็จะเดินกลับแล้ว แต่แอบได้ยินไกด์ทัวร์เกาหลียืนเลคเชอร์ให้กับลูกทัวร์ เขาอธิบายว่าฮ่องกงเขาซื้อทรายจากไทยมาถมแต่เท่าที่ดูแล้วไม่น่าจะใช่ เพราะเนื้อทรายหยาบมาก




และแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อ ตอนแรกนุ้ยตั้งใจจะไปขึ้น The Peak ต่อ โดยนั่งรถตระกูล 6 กลับไปที่ Exchange Square แล้วนั่งสาย 15 ขึ้น The Peak ไปดูวิวมุมสูงของฮ่องกง ยืนรอรถบัสฝั่งตรงข้ามกับตอนแรกที่มาไม่นาน รถบัสสาย 6 ก็วิ่งเทียบป้าย... ซึ่งความปลวกมันอยู่ตรงนี้ค่ะ!!! ขามานุ้ยชิลมาก เพราะรถสาย 6X มันวิ่งเลียบหาด แต่อีขากลับเนี่ย สาย 6 มันวิ่งขึ้นเขาค่ะ!! ค่ะ มันวิ่งขึ้นเขา ซึ่งทางขึ้นเขามันไม่มีทางตรง มันโค้งซ้าย โค้งขวาตลอดทาง นั่งๆอยู่นุ้ยเริ่มเหงื่อแตกละ ในหัวเริ่มมึนๆ ตึ๊บๆ พยายามหยิบไอพอตขึ้นมาเปิดเพลง ไม่สนใจโค้ง แต่ก็ยังไม่หาย สักพักรถขับผ่านทางขึ้น The Peak เลยแบบ เออ ช่างมัน ไม่ไปแล้ว แค่นี้ก็จะตายแล้ว โชคดีที่รถวิ่งไม่นานก็ลงมาพื้นล่าง ไม่งั้นนุ้ยมีอ้วกแน่




ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้ตัวว่าเมารถเลยจนกระทั่งไปเชียงใหม่แล้วนั่งรถขึ้นดอยอินทนนท์ พอขาแตะพื้นก็วิ่งหาห้องน้ำอ้วกเลยค่ะ ตั้งแต่นั้นมานุ้ยเลยขยาดกับการนั่งรถขึ้นเขามาก




เพราะฉะนั้นใครที่รู้ตัวว่าเมารถ ไม่สามารถทนโค้งบนเขาได้จริงๆแนะนำให้รอสาย 6X นะคะ จะไม่ได้ต้องทนพะอืดพะอมไปตลอดทางเหมือนนุ้ย




To be continued...




Create Date : 10 มีนาคม 2557
Last Update : 10 มีนาคม 2557 14:18:53 น.
Counter : 730 Pageviews.

3 comments
  
ขอตามไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมด้วยคนนะคะ
โดย: VioLentBlackMay วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:15:25:06 น.
  
ตามไปเที่ยวด้วยค่ะ เก็บข้อมูลจะไปเดือนพฤษภาแล้ว
โดย: จิตหลอน วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:22:46:10 น.
  
เห็นแล้วคิดถึงฮ่องกงเลย แต่เสียดายไม่ได้ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม
โดย: SunnY_NAT วันที่: 11 มีนาคม 2557 เวลา:23:10:10 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมีน้อยพุงพลุ้ย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]