กุมภาพันธ์ 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
22
23
24
25
27
28
 
 
All Blog
Hello HongKong ตอนที่ 3 : Let's go back to childhood
Let's go back to childhood



แยกย้ายกับพี่ก้อยพี่เกดหลังจากไหว้พระที่นองปิงแล้ว เป้าหมายต่อไปของนุ้ยคือดิสนีย์แลนด์!!




พูดถึงดิสนีย์แลนด์แล้วเป็นอะไรที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ จริงๆคืออยากไปโตเกียวดิสนีย์แลนด์มากๆ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสสักที ไหนๆมาฮ่องกงแล้วก็ถือโอกาสเก็บเลเวลเลยแล้วกัน ก่อนไปอ่านรีวิวแล้วหลายๆคนบอกว่ามันเล็ก ซึ่งพอไปถึงแล้วนุ้ยก็ซึ้งว่ามันไม่ได้เล็กนะ... มันเล็กมากกกก แต่ก็เอาน่ะ แก้ขัดไปก่อน ถือเป็นการเรียกน้ำย่อย กระตุ้นต่อมอยากไปญี่ปุ่นให้เร็วขึ้น




นุ้ยนั่งรถไฟจากสถานี Tung Chung ย้อนกลับมา 1 สถานี คือ Sunny Bay แล้วข้ามทางเชื่อมไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ ซึ่งก็ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ขบวนรถไฟวิ่งเข้าเทียบชานชลา หน้าต่างรถไฟเป็นรูปหัวมิกกี้ด้วยยยยยยยยย อยากจะพับโบกี้ใส่กระเป๋ากลับบ้าน โชคดีที่พอไปถึงดิสนีย์แลนด์แล้วไม่มีฝน แต่เวลาที่มีลมพัดก็ยังหนาวมากอยู่ดี อากาศก็ตุ่นๆ ไม่มีแดดเลย 




การสร้างดิสนีย์แลนด์ในหุบเขาช่างเป็นสิ่งที่ทรมานกาย ไหนจะลม ไหนจะฝน เวลาหนาวก็หนาวจนม้ามหด ระหว่างสถานีรถไฟกับประตูทางเข้าค่อนข้างจะไกลกันนิดนึง เดินประมาณหนึ่งเหนื่อยเล็กๆ ถือซะว่าอุ่นเครื่องก่อนจะเดินกันตีนแตกข้างใน






สิ่งแรกที่ออกมาต้อนรับคือลมเย็นๆถึงขั้นหนาว ตีเข้าหน้าจนชา ณ จุดนั้นต่อให้คนมารุมตบหน้าก็ไม่รู้สึกอ่ะ พอผ่านประตูเข้ามาก็วิ่งเข้าไปหยิบพวกแผนที่กับตารางโชว์ต่างๆ อันนี้สำคัญมาก เราจะได้รู้ว่าจุดไหนมีโชว์อะไร ตัวอะไรมาถ่ายรูปที่ไหน 




สิ่งที่ต้อนรับนุ้ยอีกอย่างคือกลุ่มต่อกำลังต่อแถวรอถ่ายรูปกับมิกกี้มินนี่ที่ลานด้านหน้าก่อน Main Street USA แน่นอนว่านุ้ยก็พุ่งตรงเข้าไปต่อแถวด้วย แต่ที่พลาดคือ ไม่ได้มองเลยว่าแถวมันยาวขนาดไหน เห็นแค่กลุ่มคนเป็นกระจุกก็วิ่งเข้าไปต่อท้ายแถว แต่พอแถวเริ่มขยับถึงเพิ่งรู้ว่ามันวนไม่รู้กี่ขดอยู่ในนั้น 




ยืนรออยู่ประมาณ 40 นาทีก็ถึงคิวสักที แอบประหม่าเล็กๆเพราะส่วนใหญ่มากันเป็นคู่ บางคนก็มาเป็นหมู่คณะ คือวันนั้นนุ้ยน่าจะเป็นคนเดียวในดิสนีย์แลนด์แหละที่มาคนเดียว แต่ไม่ค่ะ...ไอโด๊นแคร์~~




ตอนถ่ายรูปจะมีเจ้าหน้าที่มาถ่ายให้ พอถ่ายเสร็จก็จะให้บัตรสีฟ้าพร้อมรหัส และสามารถไปรับรูปที่ระลึกได้ที่ร้านด้านขวา และแน่นอนว่าเสียเงินนะ แต่เราก็สามารถเอากล้องตัวเองฝากเจ้าหน้าที่อีกคนถ่ายให้ได้ แต่เขาก็จะถ่ายส่งๆไปงั้นแหละ รูปที่ออกมาคือกรูยังไม่ลืมตาเลยค่ะ จะรีบกดชัตเตอร์ไปไหน อยากได้รูปสวยๆก็ต้องเสียเงินนะคะ... ตอนแรกก็กะว่าจะซื้ออยู่หรอกนะ แต่พอไปดูราคาแล้วแบบ... เดินไปต่อแถวถ่ายรูปอีกรอบทันที ซึ่งรอบนี้ส่งกล้อง Compact ให้ถ่ายเลยค่ะ ปรับชัตเตอร์ให้ไวที่สุด!! ตอนนุ้ยไปเป็นช่วงวาเลนไทน์ก็จริง แต่ธีมในนั้นยังเป็นตรุษจีนอยู่เลย


หลังจากถ่ายรูปคู่มิกกี้มินนี่เสร็จก็รีบค่ะ อยากเสียเงินจนตัวสั่น เดินเลี้ยวเข้าร้านขายของที่ระลึกที่ดักตั้งแต่ทางเข้าทันที ร้านขายของที่ระลึกที่ Main Street USA ใหญ่ที่สุดในดิสนีย์แลนด์ และของเยอะที่สุดละ คนรุมอย่างกับแจกฟรี มีทั้งพวกกุญแจ ที่ตัดเล็บ ช้อน ส้อม จาน ชาม หม้อ กะละมัง ไห เสื้อผ้า หมวก โอ๊ยยยยย มีทุกอย่าง ราคาส่วนใหญ่ พวงกุญแจจะเริ่มต้นที่ 68 HKD แต่พวงกุญแจที่เป็นตุ๊กตามิกกี้ มินนี่ใช่ชุดแปลกๆราคาจะขยับขึ้นเป็น 78 HKD แต่สิ่งที่ขายดีที่สุดน่าจะเป็นผ้าห่มสีเหลืองลายมิกกี้กับมินนี่ เห็นมีคลุมตัวกันเกือบทุกคน หนาวสินะ... แต่นุ้ยชาไปทั้งตัวละค่ะ เดินสะดุดขาหลุดจากตัวก็ไม่รู้สึก



















จริงๆก็อยากจะบอกว่าอย่าเพิ่งรีบร้อนเสียเงินที่นี่ เดินดูๆไปก่อนดีกว่า เพราะข้างในยังมีที่ให้เสียเงินอีกเยอะ เครื่องเล่นทุกอย่างจะมีร้านขายของที่ระลึกดักอยู่ที่ทางออก ยังไงก็ต้องเดินผ่าน เล่นทุกอันก็ต้องผ่านทุกร้าน ของส่วนใหญ่จะเหมือนๆกัน แต่บางอย่างก็มีขายเฉพาะโซน มันต้องมีสักร้านแหละที่ดูดเงินออกจากกระเป๋าได้ แต่เนื่องจากนุ้ยโดนดูดตั้งแต่ร้านที่ทางเข้าแล้ว พอถึงทางออกแต่ละเครื่องเล่นนุ้ยก็จะเดินออกไปให้เร็วที่สุด ท่องไว้ว่ายังต้องใช้ชีวิตอยู่ฮ่องกงอีก 3 วัน แต่ก็ได้มาเป็นของที่ระลึกให้ตัวเองชิ้นนึง ส่วนสารพัดอย่างที่ซื้อมาเป็นของฝากให้คนอื่นทั้งนั้นเลย




เครื่องเล่นส่วนใหญ่ในดิสนีย์แลนด์จะเป็นระดับอนุบาล ไม่ได้น่าตื่นเต้นหวาดเสียวอะไร ส่วนใหญ่จะเป็นแนวนั่งชิลๆ นั่งไปเรื่อยๆดูนั่น ดูนี่ แต่ในโซน Tomorrow Land จะมีแบบที่น่าตื่นเต้นบ้าง อย่าง Space Mountain คล้ายๆรถไฟเหาะตีลังกา ด้วยความที่ผ่านเครื่องเล่นโหดๆมาหลายที่ทั้งสวนสยาม ดรีมเวิลด์ ล็อตเต้เวิลด์ ตอนเล่นอันนี้เลยรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ เดี๋ยวมันต้องตีลังกาแน่ๆ แต่สุดท้ายมันก็ทำแค่หมุนวนๆ อาศัยความเร็วเข้าข่ม ออกมาแล้วก็รู้สึกว่า อ้าว จบละเหรอ.. จบนะ เชิญซื้อของที่ระทึกที่ทางออกได้..












กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องฉันใด เรื่องอาหารเป็นเรื่องใหญ่สำหรับนุ้ยเสมอ!! พอเดินเข้าโซน Tomorrow Land แล้วท้องก็ร้อง เลยจะหาอะไรใส่ท้องหน่อยแล้วกัน หันไปเจอโซนอาหารพอดี เอาก็เอาแต่อาหารในดิสนีย์แลนด์ค่อนข้างแพง ราคา 80 HKD+ ทั้งนั้น 




ด้วยความที่อยากกินข้าว เลยสั่งชุดข้าวอกไก่ราดซอสมะเขือเทศกับโค้ก ราคา 88 HKD แต่รสชาติแบบ....เอี้ยยยยยยยมาก บอกตามตรงว่าโคตรเกลียดมะเขือเทศเปรี้ยวๆเละๆ ไก่ก็งั้นๆ ข้าวก็ค่อนข้างแข็ง แต่คือราคาชุดละเกือบ 400 บาท………… มีดีแค่ข้าวเป็นรูปหัวมิกกี้เม้าส์ ซึ่งมันก็เล็กป่ะ นิดเดียวป่ะ เป็นการกินที่ทรมานมาก จะทิ้งก็เสียดาย จะกินก็กินไม่ลง นั่งละเลียดอยู่เกือบชั่วโมง อยู่ดีๆก็เอะใจว่าขบวนพาเหรดที่นี่มีกี่โมงนะ...?




เปิดตารางดูแล้วช็อกค่ะ พาเหรดเริ่ม 4 โมงเย็น ยกนาฬิกาดู 4โมง 20………… ยัดข้าวในจานกับไก่แทบจะไม่กลืนแล้ววิ่งไปหน้าปราสาท ซึ่งมีคนยืนรุมอยู่ประมาณ สามล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นสี่พันห้าสิบสามจุมสามห้าคน ไปถึงก็เศร้า เพราะเหลือแค่ 3 ขบวนสุดท้ายคือทิงเกอร์เบล, ลิโล่แอนด์สติชท์ และทอยสตอรี่ คือเจ็บใจมาก ทำไมต้องมานั่งกล้ำกลืนกับอิมะเขือเทศแล้วอดดูมิกกี้กับมินนี่ด้วยยยยยยย โลกนี้โหดร้ายยยยยยยยยย ณ จุดนั้นอยากจะถลาไปซบอกแข็งๆของบัสไลท์เยียร์มาก คือที่ยอมเสียเงินเกือบสองพันก็เพื่อมาดูมิกกี้มินนี่เดินพาเหรดเลยนะ แล้วไง.. ดราม่า……









หลังจากนั้นก็ทำใจเดินเล่น ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอกับทางเข้าโชว์ Golden Mickey เห็นคนต่อแถวรอเยอะมาก แต่ไม่ต้องตกใจ ข้างในจุได้หลายร้อยคน เพียงแต่ถ้ามาเร็วจะได้นั่งโซนตรงกลางด้านหน้า ใครมาช้าก็ได้อยู่โซนข้างๆ แน่นอนค่ะ นุ้ยไปตอนเริ่มปล่อยแถวเข้าไปนั่งข้างในแล้ว ตำแหน่งที่ได้คือโซนหน้าริมขวาของเวทีแทน




หน้าทางเข้าโชว์มีตารางเวลาแสดงบอกไว้ ใช้เวลาโชว์ละประมาณ 45 นาที นุ้ยได้ดูรอบ 5 โมงเย็นพอดี หลังจากรอบ 5 โมงเย็นรู้สึกว่าจะมีอีกสองรอบนะ ถ้าจำไม่ผิด แนะนำอย่างยิ่งเลยนะ สำหรับคนที่พลาดขบวนพาเหรดแบบนุ้ย หรือไม่พลาดก็ควรมาดู เพราะในโชว์นี้จะได้เจอกับตัวละครครบเกือบหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น มิกกี้ มินนี่ โดนัลด์ดั๊ก กูฟฟี่ พลูโต สติชท์ วู้ดดี้ เจสซี่ บัสไลท์เยียร์ คนค่อมแห่งนอเทอร์ดัม ทาซาน มูหลาน เงือกน้อย โฉมงามกับเจ้าชายอสูร โชว์จะเป็นการแจกรางวัลให้กับตัวละครต่างๆของดิสนีย์ ถือว่าทดแทนการพลาดขบวนพาเหรดได้นิดนึง ซึ่งสุดท้ายก็คิดว่ารอบหน้าจะไม่พลาดแล้วววววว จะไปนั่งรอหน้าปราสาทเลยคอยดู!!!



















ณ จุดนี้อยากบอกว่าทาร์ซานกล้ามแน่นมากค่ะ!! 






ออกมาจาก Golden Mickey ฟ้าก็เริ่มมืด คิดว่าพลุจะเริ่มสักทุ่มนึงอะไรแบบนี้ เห็นแว็บๆในตาราง จุดที่แสดงพลุคือหน้าปราสาทดิสนีย์ เลยลองเดินวนๆแถวนั้นดู แต่ก็ไม่เห็นมีคนมารอเลย ในใจก็คิดว่าที่นี่มันมีปราสาทกี่หลังนะ แต่พอพางตารางโชว์ดูอีกทีก็นะ... พลุเริ่มตอนสามทุ่ม ทุกวันอาทิตย์-ศุกร์ มีแค่วันเสาร์ที่พลุเริ่ม 2 ทุ่ม




ตอนนั้นเริ่มท้อแล้วเพราะปวดขามาก นานึกได้ว่าตั้งแต่เข้ามานี่นอกจากกินข้าวกับเล่นเครื่องเล่นก็ไม่ได้นั่งอีกเลย เดินตลอดเวลา สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับ ไม่รอดูพลุแล้วเพราะฝนเริ่มตกด้วย ไว้คราวหน้าแล้วกัน ยังไงก็ต้องมาอีกอยู่ดี... แหละมั้ง






แล้วเจอกันใหม่นะ ดิสนีย์แลนด์... แต่ที่ไหนไม่รู้นะ ^^ 




ปิดท้ายวันด้วยการปรี่หาอาหารเย็นที่ร้าน Yoshinoya แถว Yau Ma Tei แต่คือปวดหัวกับภาษาอังกฤษสำเนียงจีนของพนักงานรับออเดอร์ที่เค้าเตอร์สั่งอาหารมาก กว่าจะรู้เรื่องก็เมื่อยมือ เห็นมีเมนูมาใหม่คือข้าวกับซอสข้าวโพดและชีส เลยสั่งมาลอง ผลคือ.....โคตรเลี่ยน กินได้ไม่กี่คำ เพราะทนไม่ไหวจริงๆ เสียดายเงินอีกแล้ว นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าควรสำรวจก่อนว่าคนในร้านสั่งอะไรกัน 




เหลือบมองโต๊ะอื่นๆเขามีหม้อเป็นของตัวเองอ๊ะ!!!! แล้วคือน่ากินเวอร์ จะเดินไปสั่งอีกก็ไม่ไหว ยังไงก็หมายมั่นปั้นมือว่าพรุ่งนี้จะกลับมาแก้แค้น!!!





To be continued...




Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2557 1:23:34 น.
Counter : 1073 Pageviews.

1 comments
  
น่าไปนะ
โดย: boonbright (boonbright ) วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:8:44:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



หมีน้อยพุงพลุ้ย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]