กุมภาพันธ์ 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
22
23
24
25
27
28
 
 
All Blog
Hello HongKong ตอนที่ 1 : สวัสดีฮ่องกง

เพิ่งจะกลับมาจากฮ่องกงได้ไม่กี่วัน ทริปนี้ไปคนเดียวอีกแล้ว ด้วยความที่รู้สึกเบื่อๆชีวิตการทำงาน เลยคิดว่าคงจะถึงเวลาพักชาร์ตแบตอีกสักที ซ่ึงตอนแรกก็วางแพลนเอาไว้ว่าจะไปฮ่องกงกับพี่ฝน ไปสักช่วงกรกฏาคม เพราะเป็นฤดูเซล น่าจะช็อปปิ้งสนุก แต่พี่ฝนก็หนีไปออแพร์ที่อเมริกาตั้งแต่ต้นปี ผลคือนุ้ยกดจองตั๋วเครื่องบินแบบงงๆ จ่ายเงินแบบงงๆ เมื่อเจอตั๋วโปรฯจาก EK




ทริปนี้เดินทางด้วย Emirates Airline เพราะราคาโปรโมชั่น 5700 บาทถ้วน แต่ด้วยความเสร่อส่วนตัว มือถือแบตหมดเลยไม่สามารถตัดบัตรเครดิตได้เพราะต้องใส่รหัส OTP พอกดเข้าไปจองอีกครั้ง ราคาตั๋วเลยขยับขึ้นมาเป็น 6185 บาท เออ ก็ยังพอรับได้ แถมได้นั่ง A380 ด้วย แม้ว่าเวลาบินไปจะไม่ค่อยดีเท่าไร ไปถึงที่ฮ่องกงก็เย็น คงเที่ยวอะไรไม่ได้มาก แต่ราคานี้โอเค ดีกว่าบินแอร์เอเชียล่ะวะ จองตั๋วเครื่องบินเสร็จก็จองโรงแรมต่อค่ะ อีตอนจองโรงแรมนี่แหละปัญหาเยอะมาก คือที่บอกว่าปัญหาเยอะนี่ไม่ใช่เพราะขั้นตอนยุ่งยากอะไรนะ คือนุ้ยนี่แหละที่เยอะเอง นั่งเปิดดูโรงแรมใน Agoda ไปเรื่อยๆ ลิสต์รายชื่อโรงแรมเอาไว้โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องนั่งบัส A21จากสนามบินมาลงได้ และไม่ไกลจากรถไฟใต้ดิน ต้องมีร้านอาหารรอบๆโรงแรมเยอะ มีร้านสะดวกซื้อและที่สำคัญราคาไม่แพง มีหลายโรงแรมผ่านเกณฑ์ความเรื่องมากของนุ้ย แต่พอนั่งดูคอมเม้นต์ไปเรื่อยๆก็เลยตัดสินใจจองโรงแรม Benito ย่าน Tsim Sha Tsui แต่จองผ่านเว็บ Booking.com โดยไปจ่ายค่าที่พักที่โรงแรมเลย และสามารถยกเลิกการจองโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมก่อนเข้าพัก 3 วัน ได้ราคาคืนละ 650 HKD ตีเป็นเงินไทยตกคืนละ 2,700 บาท นุ้ยจองไปทั้งหมด 3 คืน แต่คืนสุดท้ายเป็นวันวาเลนไทน์ ราคาขยับขึ้นเป็น 750 HKD (3,100 บาท) รวมทั้งหมด 2050 HKD (8,700 บาท) แต่ราคานี้ ไม่รวมเซอร์วิสชาร์จอีก 10% สรุปรวมแล้วตั้งจ่ายทั้งหมด 2255 HKD (ประมาณ 10,000 บาท) แต่พอมานั่งคิดว่ามันแพงเกินไปรึเปล่า ชั่งใจอยู่หลายวันเลยตัดสินใจยกเลิก เปลี่ยนมาจองที่ CASA Hotel ย่าน Yau Ma Tei ราคาทั้งหมด 1,490 HKD (6,300 บาท) โอเคคคคคค รับได้ รวมค่าตั๋วเครื่องบินแล้วหมื่นนิดๆ ตั้งใจว่าทริปนี้จะเสียเงินทั้งหมดไม่เกิน 25,000 บาท จัดการทุกอย่างเรียบร้อยที่เหลือก็นั่งรอวันละ ระหว่างนี้นุ้ยนั่งเช็คราคาโรงแรมเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าคิดถูกแล้วที่จองโรงแรมไว้แต่เนิ่นๆ เพราะหลังจากนั้นราคาก็ขึ้นเอาๆ ทะลุไปจนไม่รู้กี่เท่า อย่างโรงแรม Best Western ที่เคยดูราคาสองพันต้นๆต่อคืน พอเข้าเดือนมกราคมเท่านั้นแหละ ทะลุเป็นหมื่น บ้าไปแล้ว...



ปกติเวลานุ้ยจะบินแต่ละครั้งก็จองตั๋วเครื่องบินไม่เกิน 20 วันก่อนบิน พอให้ได้ตื่นเต้น แต่รอบนี้.... จองล่วงหน้าก่อนบิน 3 เดือน จองตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว กว่าจะได้บินก็กุมภาพันธ์ ตื่นเต้นจนลืมไปเลยว่าต้องไปเที่ยว



พอถึงวันบินก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นอีกแล้วจ้า ทุกทีนุ้ยจะบินไฟล์ทกลางคืน ไปถึงเช้า หรือไม่ก็ไฟล์ทเช้ามากกกกกกก แต่รอบนี้บิน 13.45 น. เลยแพลนไว้ว่าออกจากบ้านสัก 10 โมงน่าจะทัน แต่เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มเวลาในการเดินช็อปปิ้งที่ดิวตี้ฟรีสนามบิน ก็ออกจากบ้าน 9 โมงไปเลย เช็คอินไม่เกินเที่ยง ยังไงก็ทัน!! แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ โบกแท็กซี่ไปแอร์พอร์ตลิ้งค์รถติดมากกกกกกกกกกกกกก 11 โมงยังติดไฟแดงอยู่แยกพระราม 4 นั่งเหงื่อแตกอยู่ในรถ ลุงแท็กซี่ก็เหมือนจะรู้ว่าเราเริ่มนั่งไม่ติดก็พยายามชวนคุย แต่คือสมองไม่รับรู้อะไรละ ณ จุดนั้น ใจนี่เดินแรดอยู่ในดิวตี้ฟรีแล้ว สุดท้ายเลยต้องบอกให้ลุงแท็กซี่จอดที่สถานีรถไฟใต้ดินลุมพินีแทน 




สุดท้ายก็ไปถึงสนามบินได้ก่อนเที่ยง เช็คอินอะไรเสร็จสรรพก็ผ่านตม. เข้าเกทมาว่าจะไปหาอะไรรองท้องที่เล้าจ์คิงพาวเวอร์ เพราะไหนๆมีบัตรแล้วก็ต้องใช้สิทธิ์ให้คุ้ม แต่เห็นระยะทางระหว่างเล้าจ์กับเกทขึ้นเครื่องแล้วก็คิดว่า เออ.. ไปกินบนเครื่อแล้วกันเนอะ ไกลเหลือเกิน ขี้เกียจเดิน เก็บแรงไว้เดินที่ฮ่องกงดีกว่า





A380 เป็นรุ่นที่หลายๆคนใฝ่ฝันอยากจะนั่ง เพราะความใหม่ ใหญ่ และสบาย มีจอส่วนตัว จะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ก็แล้วแต่เลย และด้วยเพราะความใหญ่ของเครื่องสายการบินส่วนใหญ่ก็จะเอาไปบินรูทไกลๆ หรือไม่ก็รูทที่คนนิยมไปอย่าง BKK-HKG หรือ BKK-NRT อะไรแบบนี้ ซึ่งตอนแรกนุ้ยก็โทรไปจองการบินไทยแล้วแหละ กำลังจะออกไปจ่ายเงิน พอเจอโปรฯของ Emirates Airline ก็กดแบบไม่คิดเลย และที่ตลกคือพอใกล้ถึงวันบินเพิ่งจะรู้ว่าการบินไทยถอดไฟล์ทที่ใช้ A380 บิน แล้วเอา Boeing 777 หรือ 747 มาบินแทนเนี่ยแหละ ดีนะที่ไม่ได้จ่ายตังค์ไป ไม่งั้นคงแหกปากร้องคางวงช้างตอนขึ้นเครื่องแน่ๆ




เนื่องด้วยเป็นไฟล์ทแรกที่บินกับ Emirates Airline นุ้ยก็เลยอยากทำตัวเยอะๆด้วยการเลือกอาหารบนเครื่องเป็นอาหารทะเล ในใจก็คิดว่าคงจะได้กินกุ้ง หอย ปู ปลา แต่ก็แอบไปอ่านรีวิวมาว่ามีคนนึงขออาหารทะเลไปตอนจอง แต่พอขึ้นเครื่องได้แซนวิชทูน่าจ้าาาาา อันนี้ก็ฮาหงายเงิบ ปรากฏว่าอาหารทะเลบนเครื่องของนุ้ยคือ..... ผัดไทเศษเส้นจันใส่กุ้งที่มีกลิ่นแปลกๆ กินไปได้สองคำก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่อ่ะ ไม่ไหวจริงๆ ชะโงกดูอาหารของที่นั่งข้างๆน่ากินมากอ่ะ ไก่กับซอสอะไรสักอย่าง 




อีกอย่างความเยอะของนุ้ยคืออยากจะเอนหลังได้โดนไม่ต้องกังวลว่าจะไปหนีบขา โดนเข่าคนที่นั่งข้างหลัง นุ้ยก็เลยเลือกที่นั่งในเว็บแถวหลังสุดของโซนเลย กะเอนนอนให้ตีลังกาได้สมใจอยาก แต่ก็ต้องคิดผิด พอเข้าไปในที่นั่งแล้วก็แบบ..... มันติดที่กั้นโซนนนนนนนน มีร่องให้พอเอนหลังได้นิดนึง ณ จุดนั้นอยากวิ่งออกไปกรี๊ดที่งวงช้างก่อนแล้วค่อยเข้ามาใหม่ คืออยากจะบอกจริงๆว่าอิผังที่นั่งในเว็บอ่ะ ช่วยบอกด้วยว่ามันมีที่กั้นค่ะ จะได้ไม่เลือก กลายเป็นว่าแถวกลางไม่มีอะไรกั้นเลย แต่เอาเข้าจริงๆมันก็เอนได้เยอะอยู่นะ นั่งสบาย ลืมไปเลยว่าสายการบินโลวคอสคืออะไร 





นั่งกดๆดูหนังจบเรื่องนึงกัปตันก็ประกาศว่ากำลังจะแลนดิ้งนะจ๊ะ เตรียมตัวให้ดี จากนั้นแอร์ก็จะเดินเก็บหูฟังคืน และแล้วก็มาถึงสนามบิน Chek Lab Kok ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน!!




การเดินทางเข้าเมืองตามที่อ่านรีวิวมาคือมีให้เลือกหลายทางทั้งแท็กซี่ รถไฟ บัส และแน่นอนนุ้ยเลือกบัส ราคา 33 HKD ถูกที่สุดในตัวเลือกทั้งหมด และที่สำคัญลงบัสข้ามถนนไปนิดนึงก็ถึงโรงแรม ตอนแรกตั้งใจว่าลงเครื่อง 5โมงครึ่ง ผ่านตม.รอกระเป๋าก็สัก 6โมงครึ่ง นั่งบัสเข้าโรงแรมเก็บกระเป๋าบลาๆแล้ววิ่งไปอ่าววิกตอเรียดู SOL ตอนสองทุ่มน่าจะทัน แต่เอาเข้าจริงๆ รอกระเป๋านานมากกกกกกกก อยากจะลาก ก.ไก่ให้ยาวหมดแถบ รออยู่เกือบ 45 นาที กว่ากระเป๋าจะมา แล้วกว่าจะงมทางไปซื้อบัตร Octopus ได้เดินวนอยู่ในสนามบินหลายรอบมาก สุดท้ายได้ออกจากสนามบินมาขึ้นบัสตอนเกือบสองทุ่ม.... จบนะคะ แผนที่วางเอาไว้ลบออกให้หมด




อีกอย่างนึงคือก่อนไปก็อุตส่าห์เช็คอุณหภูมิแล้วนะ แอบดีใจว่าสัก 10 กว่าองศา อากาศน่าจะกำลังดี ไม่หนาวไป ไม่ร้อนไป ตอนจัดกระเป๋าก็ยัดไปแต่เสื้อบางๆ แต่ก็แอบติดเสื้อโค้ทไหมพรมไปตัวนึงเผื่อเอาไว้ แต่พอออกจากสนามบินมารอรถบัสเท่านั้นแหละ อื้อหืออออออออ ลมตีหน้าชาเลยจ้า จริงๆตอนออกมารถมันก็จอดรออยู่แล้วแหละ แต่ว่าที่นั่งชั้นสองแถวหน้าสุดมีคนนั่งไปแล้ว นุ้ยก็เลยยืนรอคันใหม่ ยังไงก็จะต้องนั่งแถวหน้าชั้น 2 ให้ได้!! ไหนๆก็พลาด SOL ไปละ




ไปถึงโรงแรมก็ 2 ทุ่มพอดี ตอนเช็คอินก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นเหมือนเดิม คือตอนแรกยื่นพาสปอร์ตกับใบจองโรงแรมให้ พนักงานที่ฟร้อนวันนี้มี 2 คน เป็นผู้หญิงเสียงสูง 1 คน กับผู้ชายตี๋ๆสไตล์ฮ่องกง 1 คน และนุ้ยก็เลือกเช็คอินที่พนักงานชายค่ะ หญิงไทยใจงามมมมมมม ตอนเช็คอินพนักงานก็จะแจ้งรายละเอียดต่างๆ ให้คีย์การ์ด พาสเวิร์ด Wi-Fi จ่ายค่าห้อง รวมถึงค่ามัดจำด้วย 300 HKD แต่จะได้คืนตอนเช็คเอ้าท์ แต่คือนุ้ยจ่ายค่าห้องเป็นเงินสด แต่เงินมัดจำเขากันวงเงินจากบัตรเครดิตให้ จัดการทุกอย่างเสร็จกำลังจะเดินมากดลิฟท์ พนักงานฟร้อนก็วิ่งหน้าตื่นมาหาบอกว่าลืมให้ใบ Cash Hotel เลยเดินตามกลับไปเอาที่เค้าเตอร์ เสร็จแล้วก็เดินกลับมากดลิฟท์อีกครั้ง


สักพักพนักงานคนเดิมก็วิ่งตามมาที่ลิฟท์อีก บอกว่าลืมให้ให้เซ็นสลิปบัตรเครดิตที่รูดกันวงเงินเอาไว้ โอเค…เดินกลับไปเอาที่เค้าเตอร์อีกครั้ง เสร็จแล้วก็เดินกลับมาที่ลิฟท์ กดลิฟท์ ยืนรอ


สักพักพนักงานคนเดิมก็วิ่งตามมาที่ลิฟท์อีก บอกว่าลืมให้เซ็นใบเสร็จ โอเค… เดินกลับไปเอาที่เค้าเตอร์ใหม่อีกรอบ... ซึ่งก็ฉีกผิดฉีกถูก


คือนี่กะว่าถ้าเดินไปรอลิฟท์แล้ววิ่งมาเรียกอีกครั้งจะขอเบอร์ละนะ เสียดาย รอบนี้เขาจัดการเสร็จจริงๆ ไม่ได้วิ่งมาเรียกอีกเลยอดขอเบอร์นะคะ



จัดการวางข้าวของเสร็จไม่รู้จะไปที่ไหน SOL ก็คงจบไปแล้ว แพลนที่วางไว้ก็ล่ม เปิดหนังสือจิ้มๆเอาก็เออ ไปมงก๊กก็ได้ หนาวขนาดนี้ยังไงก็ต้องหาซื้อเสื้อโค้ทอยู่แล้ว ที่พกไปใช้ไม่ได้สักตัว (เอ๊ะ! เหตุการณ์คุ้นๆ วนลูปเหมือนทริปที่แล้วเลย) ตัดสินใจนั่งรถไฟใต้ดินไป H&M ที่มงก๊ก ก่อนมาฮ่องกงก็เปิดเว็บดูทุกวัน นั่งลิสต์ว่าจะซื้อตัวไหนบ้าง แต่พอมาถึงที่.... พักก่อนนะ ตัวที่ดูๆ เล็งๆไว้ไม่มีสักอย่าง แล้วคือยังไงคะ?....​แห้วสิคะ เดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ ได้มาแค่ถุงเท้าคู่เดียว ตอนนั่งรถไฟใต้ดินมาก็ไม่รู้ว่ามันแค่สถานีเดียว ในใจก็คิดว่าอากาศแบบนี้เดินได้สบายมาก ขากลับเลยกะว่าเดินกลับแล้วกันจะได้ดูนั่นดูนี่ หาของกินไปด้วย แต่บังเอิญลืมปรึกษาส้น(ตื๊ดดด)ตัวเอง คือมาเที่ยวฮ่องกงต่อมกระแดะกำเริบค่ะ ใส่ส้นสูงมา ขากลับก็ยังจะกระแดะเดินกลับอีกค่ะ พอเดินมาได้ครึ่งทางก็ร้าวเลยค่ะ เดินๆหยุดๆ ทำเป็นดูของข้างทาง แต่จริงๆคือกรูปวดทีนไม่ไหวแล้วค่าาาาาาาา อยากจะตัดใจโบกแท็กซี่กลับโรงแรมให้ไวที่สุด สุดท้ายก็กัดฟันเดินกลับมาถึงโรงแรมจนได้ ก่อนถึงโรงแรมก็แวะกินแมคฯก่อน คิดอะไรไม่ออกเดินเข้าแมคฯอย่างเดียวค่ะ จบแล้ววันแรก 




เดินกลับโรงแรมผ่านร้าน Sushi Take Out เลยแวะสักหน่อยด้วยความกระสันอยากกินแซลมอนก็จัดมา 1 แพ็คเล็กๆ 45 HKD กับซูชิชิ้นละ 3 HKD อยากกินแค่ไหนหยิบๆใส่กล่องแล้วไปจ่ายเงิน ข้างโรงแรมมี 7-11 เล็กๆ เลยเข้าไปหมุนตัวดู 1 รอบ ขอย้ำว่าหมุนตัวจริงๆ เพราะร้านเล็กมากกกกก เดินแทบจะไม่ได้ ต้องเข้าแถวเรียง 1 ทุกครั้ง สายตาเหลือบเห็นนมกล้วยของเกาหลีก็ไม่คิดอะไรทั้งนั้น ณ จุดนี้ หยิบๆๆ จ่ายเงิน และเทของที่ซื้อทั้งหมดลงถุงซูชิ เพราะ 7-11 ไม่ให้ถุงนะคะ เป็นอีกข้อหนึ่งที่ควรรู้ว่าถ้ามาฮ่องกงกรุณายืดอกพกถุงผ้า ถุงพลาสติกส่วนตัวมาโกยของที่ซื้อในร้านสะดวกซื้อเอาเอง


พอเดินขึ้นห้องเสร็จ สิ่งแรกที่ทำคือทิ้งตัวลงบนที่นอนตามแรงโน้มถ่วงโลก


แต่เดี๋ยวก่อน!!! ถ้าคิดว่าจะจบแค่นี้ผิดค่ะ นอนดูเพดาน ฟังเสียงคนในทีวีคุยกันได้สักแป๊บเลยลุกขึ้นจะไปล้างหน้าแล้วก็ตกใจแทบช็อก....คือห้องน้ำมันเล็กมากกกกกกกกกกกกกก เล็กแบบ เล๊กกกกกกกกกก เล็ก!!! เล็กไม่ไหวแล้ว มีที่แค่ยืนหมุนตัวได้เท่านั้นแหละ เอาจริงๆขนาดห้องน้ำแบบนี้มันน่าจะอาบได้ไม่มีปัญหาถ้ามีแค่ฝักบัว แต่นี่คือเขายัดชักโครกเข้ามาด้วย แล้วคือชักโครกเข่าชนกำแพงพอดีเลยค่าาาาา ที่นั่งบนเครื่องบินยังมีที่ว่างระหว่างเข่ากับพนักข้างหน้ามากกว่านี้เลย คือรอบหน้าถ้ามาอีกจะเพิ่มข้อแม้เข้าไปในการจองโรงแรมว่าห้องน้ำต้องไม่เล็กเข้าไปด้วย!!!



นี่คือรีวิวห้องเดี่ยวของโรงแรม CASA Hotel ที่นุ้ยอยู่ ถ่ายวันกลับพอดี ห้องอาจจะไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไร







To be continued...




Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 10 มีนาคม 2557 14:19:34 น.
Counter : 1427 Pageviews.

2 comments
  
ไว้ตามเที่ยวนะคะ
โดย: mariabamboo วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:11:04:38 น.
  
Thank a bunch for a truely nice review !
โดย: lin IP: 115.87.183.84 วันที่: 13 กรกฎาคม 2558 เวลา:1:57:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมีน้อยพุงพลุ้ย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]