เมื่อคิดจะเป็นผู้ให้ ก็จงอย่าคาดหวังว่าจะได้อะไรตอบแทนกลับมา แค่ตัวเรามีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ก็เพียงพอแล้ว.....มิใช่หรือ ???
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

ความริษยา









ลูกรัก....



มีอารมณ์อย่างหนึ่งที่เมื่อเกิดแก่ผู้ใดแล้ว จะทำให้ผู้นั้นร้อนรุ่มใจ เกิดความหงุดหงิด งุ่นง่าน ไม่สบอารมณ์

อารมณ์ที่ว่านั้นคือ ความริษยา

เป็นอาการของจิตที่เกิดจากการที่เห็นคนอื่นได้ดีหรือมีดีกว่าตนแล้วทนไม่ได้

ยิ่งผู้ที่ดีกว่าตัวนั้นเป็นศัตรูหรือเป็นคู่แข่งกันด้วยแล้ว ความริษยายิ่งจะมีพลังสูงขึ้นหลายเท่าตัว

คนที่มีความริษยาจะหมดความสุขไปโดยไม่รู้ตัว

เห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด หงุดหงิดงุ่นง่านง่าย พาลดะไปหมดไม่ว่าสามีหรือภรรยา ลูกเต้าก็ไม่เว้น

อารมณ์ริษยานี้ร้ายแรงและร้อนแรงมากลูกเอ๋ย ถึงกับฆ่ากันได้ก็มี


เขาจึงบอกว่า มันเป็นไฟ เรียกว่า ไฟริษยา

เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเผาลนจิตใจคนให้ร้อนรุ่มหงุดหงิดตลอดเวลา

แต่ไฟกองนี้ใช่ว่าจะเกิดง่ายนักดอก จะเกิดต่อเมื่อเห็นศัตรูหรือคู่แข่งได้ดีเท่านั้น

หากคนที่ได้ดีนั้นเป็นคนที่ตัวรักชอบพอ อารมณ์ริษยาจะไม่เกิดขึ้น

เมื่อลูกรู้อย่างนี้แล้ว ลูกต้องระวังอารมณ์ชนิดนี้ให้ดี อย่าให้เกิดขึ้นได้

เรื่องอย่างนี้ลูกต้องฝึกเป็นคนใจกว้างไว้

คนอื่นไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู จะเป็นคนที่เราชอบหรือชังก็ตาม

เขามีสิทธิ์ได้รับความสำเร็จในเรื่องต่างๆเช่นเดียวกับคนทั่วไป

ถ้าเรายินดีชื่นชมเขาไม่ได้ ก็ทำใจวางเฉย ทำเป็นไม่รู้ไม่สนใจเสีย

จะทำให้สบายใจกว่าที่จะไปริษยาเขาหรือไปกระแนะกระแหนเขา

ถ้าเราริษยาเขา คนที่จะเดือดร้อนจริงๆคือตัวเรา ไม่ใช่เขา

แล้วเรื่องอะไรลูกจะมาเก็บไฟไว้ในอกให้ร้อนรุ่ม หงุดหงิดโดยไม่ใช่เรื่อง ดูจะไม่ฉลาดเลย....





ขอบคุณบทความจากหนังสือ คำพ่อ คำแม่ ของพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)





 

Create Date : 19 สิงหาคม 2552
6 comments
Last Update : 19 สิงหาคม 2552 6:48:31 น.
Counter : 1730 Pageviews.

 

เที่ยวนี้ฝุ่นไม่ค่อยเยอะแล้วแฮะ 555

ปุยน่ะนิสัยเสียนะคะชอบริษยาเพื่อนๆ อ่ะ ทำไงดี

 

โดย: ลูกไหม 19 สิงหาคม 2552 8:14:59 น.  

 

เข้ามารับฟังธรรมค่ะ
สาธุ ๆ

 

โดย: คนสวยเมืองนนท์ 19 สิงหาคม 2552 8:40:26 น.  

 





คิดถึงพี่หมีคะ

 

โดย: a lovely rainbow 19 สิงหาคม 2552 9:43:35 น.  

 

หนูอ่ะ ทั้งอิจฉา ทั้งริษยาเลยค่ะพี่หมี

ทำไงดีคะ

 

โดย: พจมารร้าย 19 สิงหาคม 2552 10:30:53 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่หมี คิดถึงกันอ่ะป่าวค่ะ
ปานคิดถึงมากมาย
ไม่ค่อยได้เเวะมา ก็ยุ่งๆมีอะไรอีกมากที่ยังไม่ได้ทำ เเต่จะพยายามมาบ่อยๆค่ะ
มีความสุขมากๆคร้าemo

 

โดย: pranfun 19 สิงหาคม 2552 18:13:15 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ
แวะมาคิดถึ๊ง...คิดถึงพี่หมีค่ะ
หลับฝันดีนะคะ

 

โดย: อุ้มสี 19 สิงหาคม 2552 22:10:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


หมีสีชมพู
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




สวัสดีค่ะ พี่หมีนะคะ...

สาว(วัยเหลือ)น้อย ที่เพิ่งลดน้ำหนักได้สำเร็จ เมื่อ 2551 หลังจากอ้วนมาตั้งแต่จำความได้

ฮึดสู้กะคุณความอ้วนตอนอายุ 49 ปี หนัก 79.8 กิโลกรัม จนลงมาเหลือเท่าในปัจจุบันนี้ 58-59 กิโลกรัม
และมุ่งมั่นที่จะรักษาน้ำหนักไว้แค่นี้


โดยมี โครงการ ลดอ้วนลดโรคของโรงพยาบาลเลิดสิน เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่

อยากแชร์และแบ่งปันประสบการณ์ในการลดน้ำหนักกับเพื่อนๆ น้องๆ

อยากบอกว่าวิธีการลดและคุมน้ำหนักได้อย่างยั่งยืน อยู่ที่ใจและสติ ของตัวเองค่ะ อย่างอื่นน่ะแค่ส่วนประกอบ

การลดน้ำหนักที่ดี ต้องไม่อดอาหาร ต้องทานให้ครบมิ้อ แต่ลดปริมาณจากที่เคยทาน
ทานแป้ง น้ำตาล ของมัน ของทอด ให้น้อยลง
ออกกำลังกายให้มากขึ้น
และอย่าลืมชั่งน้ำหนักทุกวันด้วยนะคะ


ตั้งใจไว้ว่า จะไม่กลับไปอ้วนอีกแล้วค่ะ



" คุณอ้วนจ๋า เดี๊ยนนนลาก่อน...บ๊ายบายค่ะ^^ "



จะพิชิตไขมัน ใจต้องมุ่งมั่น อดทนและมีวินัย สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องลงมือทำเอง สู้ และก็ สู้
Friends' blogs
[Add หมีสีชมพู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.