กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
2 กรกฏาคม 2554
WWOOF Japan : Day 12 วันสุข
Day 12

.

มิ้งกับน้องดาวเหลือเวลาอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกเพียง 3 วันเท่านั้นค่ะ

บางทีก็คิดว่าคุณเวลาเค้าทำหน้าที่ได้ดีเกินไปนิดนะ

คิดๆแล้วก็ใจหายเหมือนกันนะคะ  ไม่รู้ว่าโฮสบ้านต่อไปจะอบอุ่นขนาดนี้รึเปล่าเนอะ Smiley

.

เข้าเรื่องค่ะ Smiley

เช้านี้มิ้งกับน้องดาวปิ้งขนมปังกินกันคนละ 3 แผ่น ไม่กล้าโชว์ฝีมือทำอย่างอื่นกินแล้วจริงๆ แค่ข้าวต้มกับโจ๊กเมื่อวันก่อนก็เกินทนแล้ว

.

งานในวันนี้ดูจะยิ่งใหญ่ขึ้นมาอีกนิดค่ะ

เริ่มจาก Koji สั่งให้พวกเราคนใดคนหนึ่งส่งตัวแทนขึ้นรถไปกับเขาเพื่อไปขนถาดพลาสติกสำหรับเพาะเมล็ดข้าวที่โกดังเก็บของของหมู่บ้าน

ซึ่งน้องดาวก็ใจดีเสียสละให้มิ้งเป็นคนไปอีกตามเคย ((ใช่ซิ!!)) Smiley

.

โกดังเก็บของของหมู่บ้านนี้สร้างเป็นเพิงเล็กๆแต่ดูค่อนข้างแข็งแรงดีค่ะ มีประตูเหล็กหนึ่งชั้นซึ่งไม่มีกุญแจล็อค และไม่มีคนคุมหรือคนเฝ้าโกดังด้วย ท่าทางจะไม่กลัวของหายกันเลยจริงๆ Smiley เอ๊ะ หรือว่าที่ญี่ปุ่นเค้าไม่มีขโมยเยอะเหมือนบ้านเรารึเปล่านะ??

ภายในโกดังก็จะมีพวกอุปกรณ์การเกษตรกองอยู่เต็มไปหมดค่ะ

เมื่อขับรถไปถึงโกดัง Koji ก็เข้าไปยกถาดพลาสติกที่มัดรวมกันไว้เป็นกองๆมาส่งต่อให้มิ้งยกขึ้นรถไปเรียงให้ระเบียบอีกที

ดูเหมือนจะราบรื่นดีค่ะ ถ้าไม่ติดเรื่องอาการก่งก๊งของ Koji ในตอนขากลับ

คือในระหว่างที่ขับรถกลับนั้น จู่ๆเฮียแกก็เหยียบเบรคเอี๊ยดจนหน้ามิ้งแทบทิ่มกระจก

มิ้งก็สงสัยว่ามีหมาวิ่งตัดหน้ารถรึเปล่า ก็เลยลองชะโงกหน้าไปดู แต่ปรากฏว่าไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆบนถนนเส้นนั้นเลย

ด้วยความงง ก็เลยหันไปถาม Koji ว่าเกิดอะไรขึ้น

เฮียแกก็พ่นภาษาอังกฤษกะเหรี่ยงใส่มิ้งว่า "Door close"

อะไรวะ ดอร์โครส??

เมื่อ Koji เห็นว่าแค่สองคำไม่ช่วยให้มิ้งเข้าใจอะไรได้ ก็เลยบอกใบ้คำที่สามมาว่า "question"

อ๋อออออ เฮียจะถามว่า เค้าปิดประตูโกดังหรือยัง!! Smiley

พอมิ้งตอบไปว่า "ไอด๊อนไนว์" Koji ก็รีบขับกลับไปที่โกดังทันที แล้วก็พบว่าเค้าลืมปิดประตูจริงๆนั่นแหละค่ะ

.

พอกลับมาถึงบ้าน Koji ก็สั่งให้พวกเราขนถาดที่เพาะเมล็ดข้าวไว้เมื่อหลายวันก่อนขึ้นไปเรียงบนรถ((จำกันได้มั้ยเอ่ย ไอถาดข้าวที่โดนนกคุ้ยนั่นแหละค่ะ))

.

เมื่อขับรถไปถึงฟาร์ม พวกเราก็ต้องทำการเคลื่อนย้ายไอถาดพวกนั้นลงไปวางไว้ตรงแปลงผัก แต่ปัญหาก็คือว่า ถนนทางเข้าแปลงผักมันแคบมากค่ะ ไม่สามารถขับรถเข้าไปได้จริงๆ ต้องจอดเอาไว้ตรงบริเวณทางเข้าแล้วใช้กำลังคนลำเลียงของเข้าไปแทน Smiley

ด้วยระยะทางที่มันไกลพอสมควร เดินยกถาดไปกลับคนละ 5 รอบ รอบละ 2 ถาด

เล่นเอาขาแทบขวิด แขนนี่ล้าไปหมดเลยค่ะ ((ไม่ได้สำออยจริงๆนะ))

และหลังจากที่วางถาดข้าวทั้งหมดไว้อย่างเป็นระเบียบแล้ว  งานต่อไปก็คือจัดการกับถาดเปล่าที่เพิ่งไปเอามาจากโกดังนั่นเองค่ะ ซึ่งก็ทำแบบเดิมเหมือนที่เคยๆทำ

นั่นคือขุดดินขึ้นมาและใช้มือขยี้ดินให้แตก  จากนั้นก็ใส่ดินลงไปในถาดประมาณครึ่งชั้นและโปรยเมล็ดข้าวลงไปจนทั่ว สุดท้ายก็เอาดินกลบอีกครึ่งชั้นจนเต็มถาด  นำถาดไปวางจัดเรียงให้เป็นระเบียบและเอาฟางแห้งคลุมกันนกค่ะ


.








งานนี้ง่ายๆสบายๆค่ะ  ทำงานไปพลาง พร้อมกับเปิดเพลงในมือถือฟังไปพลาง

สุนทรีย์ขนาดที่ Koji ถึงกับยิ้มออกมาเลย  บางทีเฮียแกก็พยายามร้องมั่วๆตามเพลงไทยไปด้วย 

เฮียแกเมพขิงๆค่ะ Smiley

.

ครึ่งวันผ่านไป พวกเราทำสำเร็จไปได้ทั้งหมด 20 ถาด ซึ่ง Koji บอกว่าไม่เลวเลยทีเดียว (^_____^)//ยิ้มหน้าบาน//

จากนั้นก็กลับบ้านไปนั่งรอข้าวเที่ยงฝีมือ Koji ค่ะ ((ยังไม่ได้บอกเลยว่า Koji เป็นพ่อครัวที่เก่งมากๆค่ะ ทำอร่อยทุกอย่าง ขนาดของที่มิ้งไม่ชอบ เค้ายังทำออกมาได้อร่อยสุดๆ มิ้งไม่เคยกินอาหารฝีมือ Koji เหลือเลยซักอย่างค่ะ))

.

งานในช่วงบ่ายก็เหมือนเดิมค่ะ แต่คราวนี้ Koji ไม่ได้อยู่ช่วยงานเราเหมือนตอนเช้า แค่ขับรถไปทิ้งพวกเราไว้ที่ฟาร์มและปล่อยให้เราทำงานกันเอง

พอตกเย็น ได้เวลาเลิกงานก็ขับรถมารับพวกเรากลับบ้าน

.

เมื่อกลับมาถึงบ้าน Koji ก็บอกว่าเย็นนี้เขาและ Mari จะออกไปทำธุระข้างนอก และจะกลับมาทำอาหารเย็นให้พวกเราตอนประมาณ 1 ทุ่ม ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเค้าจะฝากบ้านไว้กับเรานั่นเอง

แต่อย่าคิดว่าพวกเราจะได้นอนตีพุงเฝ้าบ้านสบายใจเฉิบนะคะ เพราะก่อนไป Koji ยังสั่งงานโอทีล่วงเวลาให้พวกเราทำแก้เซ้งด้วยค่ะ Smiley


โอทีที่ว่าก็คือ ให้พวกเราทำกาแฟข้าว 1 หม้อ และ แกะไม้กลัดชิ้นเล็กๆเพื่อใช้กลัดผ้าห่อตะเกียบ ซึ่งพวกเราก็เพิ่งจะรู้ว่าโฮสของเราทำผ้าห่อตะเกียบขายด้วย ((ทำมันทุกอย่างเลยจริงๆ)) Smiley



((ผ้าห่อตะเกียบสองอันนั้น Mari เอามาให้มิ้งกับน้องดาวคนละอันค่ะ)) 



.

และในขณะที่พวกเขากำลังจะออกจากบ้าน จู่ๆก็มีเสียงช้งเช้งอะไรซักอย่างลอยมาจากหน้าบ้านค่ะ

ด้วยความตกใจ ทุกคนก็เลยพร้อมใจกันวิ่งกรูไปดู และก็พบกับคนกลุ่มหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวเดินเรียงแถวกันอยู่บริเวณหน้าบ้าน ในมือของทุกคนมีกล้องถ่ายรูปคนละตัว และเท่าที่ดูจากลักษณะการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นพวกที่อยู่ในเมืองแน่นอน ทุกคนต่างก็ชักชวนกันชี้นกชี้ไม้พร้อมทั้งทำเสียงฮือฮาประหนึ่งว่าชีวิตนี้ไม่เคยมาเยือนบ้านนอกมาก่อน Smiley

ซึ่งพอ Koji และ Mari ออกไปคุยกับคนกลุ่มนั้น ก็เกิดอาการถูกปากถูกคอ จนสุดท้ายก็ชวนคนเหล่านั้นเข้ามาชมบ้านซะเลย!!

แล้วก็ไม่เป็นที่ผิดหวังค่ะ เพราะดูพวกเขาจะอึ้งและทึ่งกับบ้านหลังนี้มากๆ รวมทั้งการทำกาแฟข้าวที่มิ้งกับน้องดาวกำลังทำอยู่ด้วย เห็นพวกเขาถ่ายรูปพวกเรากลับไปคนละแชะสองแชะ((สงสัยจะไม่เคยเห็นต่างด้าวสัญชาติไทยกันสินะ)) Smiley

อ่อ ลืมไปค่ะ มีอยู่ช็อตหนึ่งที่มิ้งเห็นบางคนในกลุ่มนั้นแอบเปิดประตูและชะโงกหน้าเข้าไปดูภายในห้องนอนของมิ้งกับดาว ซึ่งวินาทีนั้นมิ้งตกใจมาก เพราะว่าเมื่อเช้าตากไส้ในเอาไว้ในห้อง ที่สำคัญคือ ตากแขวนเอาไว้แบบไม่เกรงใจสายตาใคร เค้าจะเห็นคัพครึ่งเอของชั้นมั้ยเนี่ย!! Smiley

และเหมือนดาวจะสังเกตุอาการนี้ของมิ้งออก มันเลยแอบพูดเบาๆว่า "กูเก็บให้แล้วเมื่อตอนบ่าย"

โล่งงงงงงง~ Smiley

.

เมื่อนกกระจอกแตกรังกลุ่มนั้นกลับออกไปแล้ว และ Koji กับ Mari ก็ออกจากบ้านไปเป็นที่เรียบร้อย

ความเงียบสงบของบ้านหลังนี้จึงตกเป็นของเราค่ะ

เรื่องทำงานเราก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่องนะคะ แค่แอบจิ๊กขนมปังมาปิ้งกินพร้อมกับแอบเล่นคอมด้วยเท่านั้นเอง ไม่ได้แชตกับเพื่อนหลายวัน รู้สึกคิดถึงไงไม่รู้ Smiley

.

Koji และ Mari กลับบ้านมาตรวจงานพร้อมทั้งทำอาหารเย็นตอนประมาน 1 ทุ่มกว่าๆค่ะ

มื้อเย็นของวันนี้เป็นมื้อที่ครึกครื้นที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะทุกคนพูดคุยกันมากกว่าปกติ เล่นมุขกันไปเรื่อยเปื่อย เข้าใจบ้าง งงบ้าง ปนๆกันไป

คุยไปจนกระทั่ง Mari นึกสนุกให้เราสอนภาษาไทยให้พวกเขา เช่นคำง่ายๆอย่าง สวัสดี  ขอบคุณ เป็นต้น

และ Koji ยังถามเราว่า คำว่า "Happy" ในภาษาไทยพูดว่าอย่างไร  พร้อมทั้งให้น้องดาวเขียนคำศัพท์ทุกคำที่เค้าถามเป็นภาษาไทยลงในสมุดโน๊ตของเค้าด้วย

ความสนุกของค่ำคืนนี้ยังไม่จบค่ะ เพราะต่อจากนั้น Mari ก็เซอร์ไพรส์พวกเราด้วย "มองบลัง" ที่อุตส่าห์ซื้อมาฝากเพราะรู้ว่าพวกเราอยากกิน Smiley

คือมิ้งกับน้องดาวเคยเห็นรูปเจ้ามองบลังในนิตยสารที่บ้านของ Mari และเคยชี้ให้ดูพร้อมบอกว่ามันน่ากินดีจัง

เป็นอีกครั้งที่ Mari ใส่ใจกับคำพูดเล็กๆน้อยๆของพวกเรา


ขอบคุณค่ะ Mari Smiley





.

และเซอร์ไพรส์สุดท้ายก็คือ Mari และ Koji บอกว่าในคืนวันพรุ่งนี้จะพาเราไปกินซูชิในเมืองด้วยค่ะ

ว้าวๆๆๆ Smiley

.

ณ เวลานี้ มิ้งรู้สึกว่าต่อให้เจองานหนักขนาดไหน ความเหนื่อย ความล้า มันก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดหรอกค่ะ

เวลาของความสุขหลังเลิกงานมันจะช่วยซ่อมแซมทดแทนไอความเหนื่อยเหล่านั้นให้หมดไปเอง

อย่างน้อย ถ้าแลกกับการได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่น่ารักสองคนนี้แล้ว เหนื่อยแค่นี้นับว่าเกินคุ้มค่ะ

.


Free TextEditor



Create Date : 02 กรกฎาคม 2554
Last Update : 2 กรกฎาคม 2554 13:47:51 น.
Counter : 568 Pageviews.

3 comments
  
เห็นด้วยค่ะ ถึงจะเหนื่อย แต่มันเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับมิตรภาพที่ได้รับจากเจ้าของบ้าน มีความสุขจริงๆเนอะ



โดย: harumi วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:17:20:58 น.
  
เก่งจังเลยคะ

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

แล้วจะแวะมาติดตามบล็อกเรื่อยๆนะคะ
โดย: นู๋ฟุ้ง วันที่: 4 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:19:22 น.
  
กะลังจะไปตุลานี้ค่ะ ขอโค้ดของโฮสได้มั้ยคะ น่าไปจังเลยถ้าสะดวกตอบทางเมล รบกวนด้วยนะคะ
pattraporn_r@hotmail.com
โดย: patty IP: 115.87.57.226 วันที่: 29 สิงหาคม 2554 เวลา:16:55:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Newbie Traveller
Location :
นครปฐม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Yoroshikune~