เรียนต่อโท ตอนที่1
ครั้งนี้จะมาแบ่งปันประสบการณ์ ในเส้นทางของการเป็นนักเรียนทุนครับ โดยผมนั่นได้รับทุนเรียนต่อ ปริญญาโทที่ ฝรั่งเศสในสาขา วิศวะ เรียนประมาณ2ปีครับที่สำคัญทุนนี้ไม่มีข้อผูกมัดด้วย (เป็นทุนของรัฐบาลฝรั่งเศสครับผม )หลังจากที่ทุกๆอย่าง เริ่มเข้าที่เข้าทาง(ก็พวกเอกสารที่ต้องส่งไปที่ฝรั่งเศส เพื่อเข้าสมัครเรียน ปริญญาโท ที่ ฝรั่งเศส)

ผมเองก็มีเวลาว่างมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ว่างมากจนไปเที่ยวไหนต่อไหนได้อย่างสบายใจนัก เพราะก่อนไปเรียนต่อ ปริญญาโท ที่ฝรั่งเศสนั้น ผมต้องไปแข่งขันหุ่นยนต์ที่อมริกาอีกครั้งหนึ่งก่อน และสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้ผมไม่ค่อยว่างมาก เราจะไปอเมริกาประมาณ28มิถุนายน2007 (ไปในฐานะตัวแทนทีมหุ่นยนต์ กู้ภัยของประเทศไทยครับ) หลังจากกลับจากการแข่งขันที่อเมริกา ก็จะถึงคิวของการเก็บของและเตรียมตัวไปเรียนที่ ฝรั่งเศสครับ ไม่ว่าการแข่งขันที่อเมริกาจะเป็นอย่างไร ผมและทีมงาน จะทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยให้ดีที่สุด ซึ่งครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของผมสำหรับการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัย ในนามนักศึกษา (เพราะอนาคต ผมจะไม่ใช่นักศึกษาอีกต่อไปแล้ว) เข้าเรื่องในหัวข้อนี้กันเลยดีกว่าครับ
ถ้าถามว่าผมเริ่มมีความคิดว่าจะเรียนต่อ ปริญญาโทตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมก็คงตอบว่าตั้งแต่ที่เข้าใจคำว่า ปริญญาตรี,โท และ เอก คืออะไร(น่าจะประมาณ ชั้นประถม หรือ อนุบาล ครับ) แต่ถ้าถามว่าผมเริ่มจริงจังและตัดสินใจเรียนต่อ ปริญญาโท เมื่อไหร่ ก็น่าจะเป็นช่วงที่ผมศึกษาระดับปริญญาตรี ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ครับ ส่วนสิ่งที่เป็นแรงจูงใจให้ผมเลือกทางเดินนี้ โดยที่ยังไม่ยอมออกไปสู่ตลาดแรงงานในฐานะ วิศวะ ป้ายแดง เหมือนคนอื่นๆ นั้นผมไม่ขอพูดถึง เพราะถ้าเอามาเขียนด้วยคงจะยาวมากๆ(มีหลายปัจจัยมากๆครับ) ผมขอเริ่มจากเรื่องประสบการณ์และอุปสรรค ที่ผมเจอมาเลยดีกว่าครับ
มีรุ่นพี่และอาจารย์หลายๆคนที่ผมได้เข้าไปเก็บข้อมูลมาว่า แต่ละท่านใช้เวลาในการเก็บข้อมูลและเตรียมตัวทั้งเรื่องภาษา และเรื่องเรียนต่อกันมากน้อยเท่าไหร่ ผมก็ได้คำตอบครับ บางคนใช้เวลาแค่ 3เดือน (อันนี้เร็วที่สุดเท่าที่เคยถามมา) บางคนใช้เวลาถึง 3ปี แต่ส่วนมากจะอยู่ที่ 6เดือนถึง 1ปีครึ่งครับ (ส่วนผมเตรียมตัวตั้งแต่อยู่ ปี 3ที่KMITNBครับ) ก็ขอแนะนำก่อนเลยว่าต้องเตรียม หาอะไรบ้างสำหรับคนที่สนใจเรียนต่อ
1.ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าตัวเองชอบอะไร, อยากเรียนอะไร และที่สำคัญ ต้องถามตัวเองว่า จำเป็นไหมสำหรับเราที่ต้องเรียนต่อ 2.ต้องรู้ว่าตัวเองมีความสามารถ และความรู้ อะไรบ้างที่เกี่ยวกับสิ่งที่จะไปเรียน 3.ต้องการไปเรียนที่ประเทศไหน และมหาลัยแบบไหน (Top-ten รึป่าว ) 4.จบมาแล้วจะทำอะไรต่อ และคิดว่าจะมีอะไรให้เราทำในอนาคต 5.สุดท้ายมีงบมากพอไหม หรือ ต้องไปหาทุนเรียนจากที่ไหน
ขอยกตัวอย่างตัวผมเองละกัน ตั้งแต่เด็กมีหลายคนบอกว่าผมเป็นเด็กที่ซน ชอบแงะวิทยุเก่าๆ,กล้อง รวมทั้งพวกโทรศัพท์ ชอบประดิษฐ์ของเล่น(ตอนนั้น เริ่มจากทำรถบังคับวิทยุด้วยกระดาษ) และฝันว่าอยากจะเป็นนักประดิษฐ์ ในเรื่องของความสนใจผมสนใจพิเศษในเรื่อง Electronics และ Technology ส่วนความสามารถคงหนีไม่พ้นเรื่อง Electronics อีกนั่นแหละที่สะสมมาเองตั้งแต่เด็กโดยไม่ตั้งใจ จนถึงปัจจุบันก็ยังคิดว่าตัวเองยังมีความรู้น้อยมากๆ และมีสิ่งที่อยากจะเรียนรู้บนโลกใบนี้มากเหลือเกิน ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหน
มีหลายคนถามว่าทำไมไม่ไปเรียนต่อที่อเมริกา (จริงๆแล้วอยากไป อเมริกามากๆ)
ผมก็ตอบว่า มันต้องใช้เงินมากกว่าที่อื่นๆเพราะฉะนั้นถ้าลูกคนจนๆแบบผมจะเรียนที่อเมริกาต้องได้ทุนสถานเดียวเท่านั่นซึ่งมันมีโอกาสน้อยมาก ถึงแม้ผลการเรียนของผมจะอยู่ที่3.XXแต่ว่าคนที่ขอทุนต้องมีคุณสมบัตินี้เป็นพื้นฐานแล้วทั้งนั้น ส่วนมากที่ผมทราบคนที่จะได้ทุนที่อเมริกาต้องมีความสามารถโดดเด่นกว่าคนอื่น เช่น มีผลงานโดดเด่นในระหว่างเรียน มีผลGMAT แบบว่าขั้นเทพเรียกพี่ และมีผลการสอบทางภาษาแบบสุดๆ ซึ่งคนที่สมัครก็มีมากขึ้นทุกปี ผมก็เลยมองมาที่ยุโรปครับ เพราะที่นี่มีโอกาสได้ทุนมากกว่าและที่สำคัญโอกาสได้เรียนรู้ภาษาอื่นมีมากกว่า เพราะที่ยุโรปมีภาษาที่ใช้มากกว่าภาษาอังกฤษ เช่น ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลี่ ฯลฯ ที่ยุโรปค่าเรียนไม่แพงเหมือนอเมริกาแต่มีมาตราฐาน การศึกษาในระดับที่สูงใกล้เคียงกัน เรียกได้ว่าจ่ายเงินถูกกว่าแต่ได้ของคุณภาพดีใกล้เคียงกันและบางประเทศเช่นใน เยอรมัน หรือ ฝรั่งเศส ค่าเทอมเก็บน้อยมาก บางสาขาถูกกว่าเรียนโทที่เมืองไทยอีกครับ แต่ที่สำคัญผมคิดว่าจะไปเรียนเมืองนอกทั้งที น่าจะไปเรียนสภาบันที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ น่าจะคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป ถ้าไปเรียนสถาบันแบบปลายแถวผมว่ามาเรียนที่บ้านเราดีกว่าครับ
และก็มีบางคนถามว่าทำไมไม่ขอทุนของ กพ. อันนี้น่าจะได้เพราะจากผลการเรียน และผลงานของผมก็พอมีบ้าง
ผมก็ตอบว่าผมต้องการมองหาทุนให้เปล่าแบบไม่ผูกมัดครับ(หวังสูงจริงๆเลย) คือผมคิดว่าความรู้ที่ได้เรียนมา ผมน่าจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้มากกว่าการเป็นอาจารย์ครับ ข้อนี้แล้วแต่เป้าหมายของบางคน น่ะครับ
แล้วจบมาอยากจะทำอะไร
ผมอยากจะทำงานวิจัยครับ(อยากเป็นนักวิจัย) เพราะผมสนุกกับงานที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆและงานที่ให้อิสระทางความคิดและการตัดสินใจสูงครับ(อันนี้ผมได้เรียนรู้ว่าตัวเองชอบแนวนี้จากการประดิษฐ์หุ่นยนต์ครับ) ส่วนเรื่อง งบ ที่ใช้เรียน ผมไม่ได้กังวลมากนักเพราะได้ทุนเรียนครับ แล้วถ้าถามถึงประวัติเรื่องการได้มาของทุนนี้ผมต้องบอกว่าล้มลุกคลุกคลานมาหลายขั้นครับ
เมื่อปี2005 ตอนผมเรียนอยู่ปี3 ที่KMITNB แต่ก่อนที่ผมจะได้ทุนเรียนของรัฐบาลฝรั่งเศสนี้ผมได้สมัครขอทุนในโครงการของN+i

ซึ่งเป็นโครงการเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์และวิศวะ(www.nplusi.com) ซึ่งตอนนั้นผมได้รับการตอบรับจากสถาบันการศึกษาทั้งหมด4สถาบันคือที่ 1.ENSEA. ในสาขา Electronice 2.SUPÉLEC.ในสาขา Electronice 3.INSA-Toulouse ในสาขา Electronice 4.ISTASE ในสาขา Robotice และผมได้ทำการเลือกที่ENSEA ครับเพราะที่ENSEA เค้าตอบกลับมาว่าที่ENSEAจะส่งชื่อเพื่อขอทุนไอเฟลให้ ส่วนสถาบันที่อื่นไม่ได้เลือกเพราะไม่มีที่ไหน offer เรื่องเงินทุนเรียนต่อโทให้เลย นอกจากที่ENSEA และเมื่อมาถึงวันประกาศทุน ผมดันไม่ได้ทุนซะงั้น (อุตส่าห์ตั้งความหวังไว้สูงแต่ก็ อดได้ทุนเรียนฟรี) แต่ยังดีที่ENSEAจะช่วยเหลือเรื่องค่าเรียนให้บ้างก็คือจ่ายน้อยกว่าคนปกติอ่ะครับ ก็เลยตัดสินใจเดินเรื่องสมัครเรียนโทที่ENSEAตอนนั้นยังไม่จบปี4ที่KMITNBเลยครับแต่ได้ที่เรียนเรียบร้อยแล้ว(ทราบผลที่เรียนFranceตอนต้นปี2006) ผมเองก็คุยกับที่บ้านเรียบร้อยแล้วว่าจะไปเรียนที่ฝรั่งเศสที่ENSEAครับซึ่งมีกำหนดการเดินทางไปเรียนประมาณกลางเดือน กรกฎาคม 2006 แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับผมอีกครั้ง
เดือนมิถุนายน ปี 2006 ก่อนผมจะเดินทางไปเรียนต่อที่ENSEAผมก็มี บ่วงคล้องคออยู่ครับ คือต้องไปแข่งขันหุ่นยนต์ที่ประเทศGermany ที่เมืองBremen และครั้งนั้นเองผมก็ได้มีรางวัลกลับมาให้คนไทยชื่นชมกัน คือได้รางวัลชนะเลิศอันดับ 1ของWorld Robocup Rescue Robot 2006 ในรายการหุ่นยนต์กู้ภัยครับ(ติดตามอ่านในหัวข้อ Experience ในตอนครั้งหนึ่งในยุโรป ตอน บรรยากาศที่ Germany ) และการได้มาของรางวัลนี้นี่เองที่เป็นสาเหตุและที่มาของทุน รัฐบาลฝรั่งเศส ที่ผมได้รับมา หลังจากที่ผมทราบว่าตัวผมเองมีโอกาสได้ทุนรัฐบาลฝรั่งเศส(แบบไม่ผูกมัด)โดยมีEdufrance de Bangkok,Thailand เป็นหน่วยงานที่ติดต่อและดูแลทุนให้(ตอนนี้Edufranceเปลี่ยนชื่อเป็นCAMPUS-FRANCEไปแล้วครับ )

ผมก็เลยต้อง ทำการยกเลิกแผนเดิมที่ต้องไปเรียนที่ENSEAทิ้ง ก็ทำเรื่องเขียนEmail ไปที่ENSEAบอกถึงสาเหตุและที่มาของการยกเลิก เดินเรื่องยากและนานพอสมควร ซึ่งทุนที่ผมได้รับนี้เป็นทุนที่เรียนต่อ ปริญญาโท ในสาขา Electronics Micro&Nanotechnologies ที่สถาบัน SUPÉLEC

เมืองParis เป็นระยะเวลาประมาณ2ปี โดยทุนนี้รวมค่าเรียนภาษาฝรั่งเศสให้ด้วยครับ ตั้งแต่ที่ผมทราบทุนจึงเข้าเรียนภาษาฝรั่งเศสที่Alliance Francaiseที่แถวๆสาทรเพื่อเตรียมตัวไว้ก่อนด้วย กำหนดจะออกเดินทางไปเรียนก่อน กันยายน 2007นี้ แต่ก่อนไปนั้นผมก็ยังมีบ่วงคล้องคออีกเช่นเคยครับ คือต้องไปแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยที่ Atlanta ,USA ก่อน (ไปแข่งประมาณเดือนมิถุนายน 2007) ถึงแม้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรผมก็คงต้องไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสอยู่ดีครับ ไม่รู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับผมอีกรึป่าว
| Create Date : 21 เมษายน 2550 |
| Last Update : 21 เมษายน 2550 18:26:15 น. |
|
6 comments
|
| Counter : 1549 Pageviews. |
 |
|