ต้นสนชะเงอมองเงาจันทร์ส่องลงมากระทบยังหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนขอบหน้าต่างในฤดูฝน
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
26 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 

IB @ NTU ชีวิตเด็กป.โท ในรั้วมหาลัยไต้หวัน (ด้วยมุมมองแบบไม่วิชาการเท่าไรนัก)

และแล้วก็สอบปลายภาคเสร็จ
เราใช้ชีวิตที่ไทเปมาได้เกือบปีล่ะ นับแต่ย้ายมาจากเกาสงด้วยใจตุ้มๆต่อมๆว่าจะอยู่รอดมั้ยเนี้ย...ไหนจะต้องหาเพื่อนใหม่ ไหนจะฝนตก ไหนจะต้องรับศึกสองด้านทั้งภาษาจีน และ คำนวน ฯลฯ
เออ...แต่เอาเป็นว่าก็มาแล้วแหละ (ถึงได้มาเล่าให้ฟังนี่ไง)

อารัมบท นิสนึง เรื่องเรียน ไหนๆพูดถึงเรื่องมหาลัยต้องเกริ่นกันซักนิส
คิดจะเรียน International Business ภาคภาษาจีน ... ยากมั้ย เป็นไงบ้าง
คำถามกว้างๆแบบนี้ตอบง่ายๆแค่สามข้อ



หนึ่ง มีพื้นบริหาร การบัญชี ไฟแนนซ์ เศรษฐฯ หรือเปล่า
(ถ้ามีสบายไปหนึ่งเรื่อง -- ถ้าไม่มีก็เตรียมตัวเตรียมใจ อ่านหนังสือไปกินข้าวไปได้เรย ..ตอนเราดูหนังเรื่องไฟอมตะ เราก็นั่งคิดว่าเว่อร์เปล่าวะ กินไปอ่านหนังสือไป มันเป็นเรืองแบ่งเวลาไม่เป็นมากกว่า -- แต่พอเข้ามาแล้วเราถึงรู้ว่า เมื่อใกล้สอบอะไรอะไรมันก็เกิดขึ้นได้)

สอง จีนต้องได้
(เอกจีน ลูกครึ่งจีนทั้งหลายสบายใจได้ - เด็กนิเทศ เสี้ยวจีนอย่างเรา คำตอบคือเอาว่ะ Google Translate ช่วยท่านได้) โชคยังดีที่เอกสารด้านนี้มีเป็นภาษาอังกฤษด้วยเลยรอดมาได้ แต่พออยู่อยู่ไปถ้ารอดเทอมหนึ่งมาได้ทักษะการฟังพูด มันเพิ่มขึ้นเองโดยอัตโนมัติ (จริงๆนะนึกภาพอัตราความเร็วในการเล็คเชอร์ของอาจารย์ในคาบสุดท้ายก่อนสอบแต่ยังสอนไม่จบออกใช่ป่ะ)

สาม ก็อย่างที่บอก "ภาษาอังกฤษต้องรอด" เน้นว่าพูดไม่ดี เขียนไม่สวย ไม่เป็นไร แต่ "อ่านต้องเร็ว" หนทางเดียวเท่านั้นที่ท่านจะอยู่รอด ถ้าอ่านภาษาจีนได้ไม่เร็วเท่าเด็กไต้หวัน

(สี่) อันนี้ดวงใครดวงมัน หาเพื่อนกลุ่มที่ดีๆ โอเคๆ และในขณะเดียวกันก็ต้องทุ่มเททำงานกลุ่มถึงเราอาจจะพิมพ์รายงานไม่ได้แต่ก็ช่วยกันได้ในด้านอื่น หาข้อมูล ฯลฯ คณะนี้งานกลุ่มเยอออออออออออออะมาก ถ้าไม่คิดจะทำงานกลุ่มไม่ต้องมา (จริงๆนะตัวเอง)

เออทำไม่เขียนไปแล้วมันดูอิมๆๆ หว่า ...เออ มาเรื่องที่ บ.จัดหาที่เรียนเอเยนต์ต่างๆไม่น่าจะพูดถึงล่ะกัน ...

ไทเปกับฝนสี่ฤดู -- คือโอกาศฝนตกมากมายเช้าสว่างโร เย็นมาเอาล่ะฝนตกแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เราเท้าแตะฟองน้ำคีบๆ เรยเป็นที่ยอมรับทั่วไปในห้องเรียน ไม่เหมือนกับบ้านเฮาซึ่งถ้าใส่เข้าไปอาจเจอกระแสสายตาคุกคาม

จักรยานกับกายกรรมกวางเจา -- สืบเนี่องจากฝนตก แต่ก็ต้องขี่จักรยานไปเรียน ทำไง คำตอบที่ง่ายสุดคือ ขี่จักรยานไปกางร่มไป (มาอยู่ซักเทอมเดี๋ยวก็ได้เองอ่ะ)

วันว่าง ถ้าว่างและเสาร์อาทิตย์ไม่โดนตารางประชุมงานกลุ่มถล่มทับ ไทเปเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าเที่ยวการคมนาคมสะดวก ที่ไปใกล้ๆก็มี ตานสุ่ย จีหลง - จิ่วเฟิ่น เยว่หลิว (ข้อมูลพวกนี้ไปถามอากู๋ต่อล่ะกัน) แต่ถ้าให้เที่ยบกับเกาสงเราว่าสะดวกกว่าทั้งเรื่องรถเมล และ รถไฟฟ้า (สิ่งที่ไทเปแพ้เกาสงคงเป็น ค่าครองชีพที่แพงกว่า กะ อาหารที่เรารู้สึกว่ามันไม่ค่อยอร่อยเท่าทางตอนใต้มั้ง) --- ส่วนถ้าว่างแล้วออกไปกับเด็กไต้หวันล่ะก็ส่วนมากจะเป็นชือต้าวเป่า...


(เยว่หลิว)

ชือต้าวเป่า คิดอยากชวนเด็กไต้หวันไปเดินกู่กง ก็คงเหมือนอยากลากเด็กไทยไปเดินเกาะรัตนโกสินทร์มั้ง..เพราะงั้นการเกร่จะออกมาเป็นรูปของ บุฟเฟ่ ต่างๆมากกว่า ตั้งแต่ หม่าล่ากัว (เผ็ดชาหม้อร้อน) สุกี้เนื้อแพะตอนฤดูหนาว หรือยากินิคุ เนื้อย่างกระทะร้อนต่างๆ

แว่น ถ้าบอกว่าร้านค้าแถวมหาลัยจะเป็นตัวบ่งบอกถึงบุคลิก ลักษณะของนักเรียนได้ดี (ข้อสันนิษฐานประมาณว่า ถ้าไปแถวศิลปากร ก็จะเป็นฟิวร้านขายเครื่องเขียน อะไรอาร์ตๆๆ ดูมีศิลป์ไรงั้น) แต่ถ้ามาไถต้า คำตอบเป็น "ร้านแว่น" ที่ครองทำเลทั้ง ประตูหน้า ประตูใหญ่ และประตูหลังไว้โดยสิ้นเชิง ...อืมมีวันนึงนั่งอยู่ในห้องภาค หันไปมองเพื่อนๆทุกคน แล้วเราก็คิดอยู่ในใจว่าถ้าเรียนจบได้โดยที่ยังไม่ต้องไปอุดหนุนร้านเหล่านั้น จะขอไชโยดังๆสามที

นอกลู่นอกทาง บางทีเรียนเยอะไปก็ไม่ดี มันต้องมีโดดกันมั่งจริงป่ะ ... บางที่แทนที่จะไปนั่งฟังการเที่ยบอัตราค่าเงิน (ที่ฟังไปก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไร) เราก็อาจจะแวบออกไป เดินพิพิธภัณฑ์ ชมภาพเขียนของโมเน่ต์ แล้วก็จิบคาปูชิโนหอมๆ วาดรูปไปพลางๆไรงี้

เอาเป็นว่าเรื่องๆราวแหม่งๆ ทั้งหลายนั้นขอจบแต่เพียงเท่านี้ก่อน วันหน้าวันหลังมาเล่าใหม่ ใครสนใจอะไรหลังไมค์ได้

สุดท้ายคือความคิดของเรา ก็ตอนก่อนเข้ามาเรียนที่นี่ ตอนนั้นเรามัวแต่กลัวนู่น นั่น นี่ โน้น ทั้งภาษาจีน เลข และก็ ฯลฯ ใจตอนนั้นคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นที่ๆดีที่สุด แต่ก็ยังกลัวอยู่ดีจนเกือบจะไม่มาเรียน ...เพราะมัวแต่กลัวว่าจะทำไม่ได้ แต่ อย่าลืมชีวิตเรามีแค่ครั้งเดียว โอกาส และ ช่วงเวลาบางช่วงก็มีแค่ครั้งเดียว....คิดให้รอบครอบ แล้วก็กล้าทำในสิ่งที่อยากทำเหอะ แล้วเราก็จะเจอหนทางและไม่ต้องมาเสียดายภายหลังว่า "ทำไม่ตอนนั้นเราไม่ทำฟร่ะ" สำหรับเราการเลือกมาเรียนที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่ที่สุด แต่ก็เป็นอะไรที่ไม่เคยทำให้เรานึกเสียดาย

บางทีการตั้งความหวังไว้ให้สูงจนเกินเอื่อมนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะมันทำให้เราพยายามเอื่อมไปให้ไกลขึ้น ส่วนผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรนั้นไม่ต้องไปสนใจ รู้แค่ว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็น่าจะพอล่ะมั้งงงง ...


(จิ่วเฟิน)




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2554
0 comments
Last Update : 30 มิถุนายน 2554 9:49:48 น.
Counter : 3918 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


IAmATallPineTree
Location :
Kaohsiung Taiwan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เออ อะแอ่ม ....ยินดีทีได้รู้จักขอรับ
ว่างๆช่วยแวะมาทักทาย รดน้ำ ใส่ปุ่ย
ต้นสนต้นนี้ด้วยนะ เออ ..เอาสูตร 24-34 -35 อ่ะ
Friends' blogs
[Add IAmATallPineTree's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.