เด็กคลินิก 4 - แสงดาวในเงามืด






แสงดาวในเงามืด

เหมือนฟ้ามองหาดาว...ไม่ต่างจากนักมวยที่หันมองเข้ามุมหาพี่เลี้ยงขณะกำลังถูกลุกไล่อยู่บนเวที เจอเช่นนี้...ใครก็แกว่งข้าพเจ้าเชื่อว่าเพื่อนร่วมห้องทุกคนคงรู้สึกไม่ต่างกันเฝ้ามองหาพี่เลี้ยงเพียงหวังเอากำลังใจเพื่อเอาตัวให้รอดจากสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้า และพี่เลี้ยงเหล่านั้นก็ทำงานได้เป็นอย่างดีครับเราจะเห็นรุ่นพี่ของเราเฝ้าคอยเดินมาชะเง้อคอมองพวกเราอยู่เสมอส่งสายตาและรอยยิ้มบาง ๆ ที่พอจะสื่อความหมายกันได้
ช่วงรอยต่อชั่วโมงเรียนและช่วงพักเรามักจะเห็นรุ่นน้องรุ่นพี่มานั่งพูดคุยกันหน้าห้องเรียงเสียงระงม ไม่เขาเดินมาหา...เราก็เดินไปหาห้องเรียนที่ติดกันมันทำให้เราสร้างความสนิทสนมกันได้อย่างง่ายดายแม้นหลังเลิกเรียนพวกเราต้องไปนั่งร่วมกันรับน้องที่ห้องปีสองแต่นั้นไม่ได้ทำให้พวกเรารู้สึกประหวาดหวั่นแต่ประการใดตรงกันข้าม...กลับสร้างความอบอุ่น เหมือนนักมวยที่ได้น้ำก่อนออกจากมุมไปตะลุมบอนกับอุปสรรคข้างหน้าต่อไป
ในห้องปีสองที่ขนาดเท่ากันแต่หลังเลิกเรียนมันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวมันเหมือนกับสโมสร...เหมือนห้องทำกิจกรรม มีไม้แขวนตากผ้าเกี่ยวไว้ที่ลูกกรงหน้าต่าง กระทะไฟฟ้า จาน ช้อนคว่ำไว้ที่อ่างล้างมือและเสบียงต่างๆ ที่เก็บไว้ในล็อคเกอร์ประหนึ่งมีใครบางคนหรือหลายคนทั้งเรียนทั้งนอนอยู่ที่นี่ซึ่งมันเป็นบรรยากาศที่เราคุ้นเคยและดื่มด่ำกันมาก่อนตั้งแต่สมัยเรียนศิลปะมันยิ่งทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกไม่ได้อยู่ห่างจากคนรู้จักซึ่งก็คงเหมือนกับเพื่อนร่วมเรียนอีกหลาย ๆ คน ใครใคร่ทำงานก็ทำไป...ใครใคร่เล่นใคร่ร้องก็จัดกันไปหิว...ก็ทำอาหาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่ใข่ ใส่ปลากระป๋องนั่นก็แล้วแต่ความพร้อมของเสบียงและปัจจัยที่มีพูดคุยกันอย่างครื้นเครงประสาคนคอเดียวกันสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังเลิกเรียนแล้วเท่านั้น เพราะเมื่อถึงเวลาปกติ ทุกอย่างจะถูกทำให้หายไปเหมือนสิ่งที่เห็นหลังเลิกเรียนนั้นเป็นเพียงความฝัน
รุ่นพี่ปีสองของเราในช่วงเวลานั้นมักจะอยู่ที่โรงเรียนกันจนค่ำกว่าจะแยกย้ายกันกลับ สำหรับใครที่ไม่คิดกลับก็จะมีกุญแจลับสำหรับเปิด-ปิดประตูตึก ซึ่งไม่รู้ว่าตกทอดมาจากรุ่นไหน เพื่อใช้ดอดเข้ามานอนตอนออกไปทำธุระจนดึกดื่น
หน่วยงานที่อยู่จนดึกดื่นเช่นกันนั่นคือหน่วยโมเดล ห้องสุดท้ายปลายตึก OPD เก่าชั้น 2 เจ้าของบรรยากาศสุดฟินกับโต๊ะนั่งกินดื่มริมหน้าต่างทรงสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกวันในเวลาค่ำ...เราจะเห็นแสงสว่างจากตรงนั้น
สำหรับกิจกรรมรับน้องภายในหลังเลิกเรียนนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ครื้นเครงและผ่อนคลาย มันเป็นบรรยากาศเพื่อความบันเทิงโดยแท้นักศึกษาใหม่จะนั่งกันอยู่ที่พื้นในห้องปีสองชมการสันทนาการของรุ่นพี่ที่โยนและตบมุขฮากันอย่างสนุก นำโดย พี่หนุ่ย (วีระชัยคงวัน), พี่ทรี (อินทรี ปรีดาพิพิธ) และเจ็คมิต (สุมิต ประเสริฐ ) ผสมโรงด้วยรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ในศิริราชที่มักเข้ามาเยี่ยมเยือนพวกเราประหนึ่งร้านของชำที่ต้องแวะก่อนเข้าบ้านอย่างพี่เอด (อนุพันธ์ บุญชื่น ปัจจุบันเปลี่ยนนามสกุลไปเรียบร้อย)ที่มักแวะมาเป็นหัวหน้าคณะตลกให้เสมอ รวมถึงรุ่นพี่ที่แวะมาเยี่ยมเยือนอยู่ตลอดอย่างพี่นิคม จากโรงพยาบาลตากสิน, พี่นิมิตร คุ้มทองและพี่จ่อย (เศรษฐศาสตร์ อุปมายันต์ ปัจจุบันทำงานอยู่อุบลฯ)
กิจกรรมเช่นนี้มักเกิดขึ้นทุกวันหลังเลิกเรียนส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกิจกรรมรับน้องที่จะออกไปต่างจังหวัดกำลังใกล้เข้ามาทำให้รุ่นน้องที่หลงกรุ่นไอกลิ่นบรรยากาศอุ่น ๆ อย่างข้าพเจ้าได้มีโอกาสทำความรู้จักกับรุ่นพี่หลาย ๆท่านที่มักใช้โรงเรียนเป็นที่นัดหมายหรือไม่ก็บรรเลงความบันเทิงกันที่นี่ซะเลย.


https://sites.google.com/site/amit50thailand/home/khwam-pen-ma-brackground




Create Date : 19 มิถุนายน 2559
Last Update : 19 มิถุนายน 2559 22:23:39 น.
Counter : 104 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pine studio
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]



First link Second link Third link
New Comments
มิถุนายน 2559

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog