pinestand = stand of pine
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
7 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
เช่ามอ'ไซด์เที่ยวเชียงใหม่กันเถอะ 8 (ช่วงลงจากดอยอ่างขาง-ไชยปราการ-พร้าว)

เอาหละครับ เคลียร์งานที่ยุ่งๆ เสร็จแล้วก็พอจะมีเวลามาลงข้อมูลเพิ่มซะหน่อย ยังไงสำหรับใครที่ต้องการจะขึ้นจากดอยอ่างข่างก็ลองดูรูปที่ผมถ่ายมาก็แล้วกันครับ

ถ่ายเท่าที่ถ่ายได้นะครับเพราะผมไม่อยากจอดถ่ายตรงหัวโค้งเท่าไหร่มันอันตรายหนะครับ)

เอาหละ เริ่มต้นจากเป้าหมายที่ผมวางไว้ก็คือ ดอยอ่างขาง-ทางลงฝาง-ไชยปราการ-พร้าว-ม่อนล้าน

หลังจาก have lunch หรือว่า รับประทานอาหารเช้าแล้ว เอ๊ยไม่ใช่ๆ เที่ยงต่างหาก ()

ก็เริ่มเดินทางกันต่อครับ อ๋อมีนิสนึง มื้อเที่ยงที่อ่างขาง เป็นข้าวขาหมูสูตร ยูนนานซะด้วย



(มันต่างจากสูตรอื่นตรงไหนฟะเนี่ย)

เอาเถอะๆ เอาใส่ท้องให้มันไม่ร้องก็พอแล้ว เอาอะไรมากมาย หนทางยังอีกยาวไกล ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน(ว่าเข้าไปโน่น)

เสร็จแล้วผมก็ขึ้นคร่อมฮอนด้าดรีมสีแดงคันเก่งของผม สตาร์ทแล้วก็่ขับย้อนกลับไปทางเก่าครับ ผ่าน รีสอทร์ธรรมชาติอ่างขาง ผ่านลานกางเตนท์ของโครงการหลวง ย้อนกลับไปทางที่ผ่านมา

เมื่อมถึง 3 แยก มีป้ายจุดชมวิว เลยเข้าไปดูหน่อย (อยู่ด้านหลังป้อมพี่ทหาร)เดินเข้าไปดูสภาพเส้นทางลงดอยอ่างขางทางด้าน อ.ฝาง



ที่เห็นนั่นแหละครับ ทางลงดอยอ่างขางด้าน อ.ฝาง (เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ผมเลยไม่จอดถ่ายรูปแถวๆทางโค้งครับ เกรงว่าจะไม่ได้มีโอกาสมาเขียนบล๊อกครับ)

ส่วนนี่ก็คือเส้นทางที่ผมเดินทางมาครับ(เส้นทางที่มาจากทางบ้านอรุโณทัยครับ)



สำหรับใครที่จะขับรถขึ้นดอยอ่างขางในช่วงปีใหม่ นะครับ

ข้อแนะนำข้อที่ 1 ซึ่งสำคัญมากๆก็คือต้องรู้จักการใช้เกียร์ของรถให้ดีครับไม่ว่าจะเกียร์ธรรมดาหรืออัตโนมัติ เพื่อช่วยในการชลอความเร็วของรถ โดยเฉพาะในการขับลงทางด้านอ.ฝาง

ข้อที่ 2 ก็คือทำตามป้ายเตือนต่างๆที่มีอยู่ตลอดเส้นทางครับ

ข้อที่ 3 สำหรับการเลี้ยวในโค้งแคบๆ ขอให้บีบแตรให้สัญญาณครับ ว่าขณะนี้มีรถกำลังวิ่งเข้าโค้ง เพราะว่าโค้งบนเส้นทางนี้เป็นโค้งหักสอกซึ่งมักจะมีรถตีวงเลี้ยวแคบๆซึ่งจะตัดข้ามเส้นแบ่งเลนของถนน อันอาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้

หากปฏิบัติตามก็เพิ่มความปลอดภัยในการใช้เส้นทางนี้ครับผม

เอาหละครับ จากข้อปฏิบัติที่แนะนำ สำหรับฮอนด้าดรีมสีแดงของผมก็ไม่ได้ละเว้นครับ ตอนลงมาผมใส่เกียร์ 1 ลงมา แล้วยังพยายามใช้เบรกด้วย ซึ่งใช้ตลอดเส้นทางลงเลยหละครับ จนกระทั่งลงมาถึงจุดแรกที่สามารถจอดรถได้อย่างปลอดภัย

ดูเอาก็แล้วกันครับ ว่าลงมาได้ยังไง จุดที่เห็นอยู่ไกลๆในภาพนั่นแหละครับที่เราลงมา



จุดที่ถ่ายรูปนี้ก็ไม่ใช่จุดที่ลงถึงพื้นราบนะครับ ยังต้องมีลงอีกช่วงนึงแต่ไม่ลาดชันขนาดนั้นครับ

จุดนี้เป็นจุดที่สองครับที่ผมจอดเพื่อถ่ายรูปให้เห็นว่าสภาพเป็นยังไง



ครับในที่สุดก็ลงมาถึงพื้นราบแล้วครับ ผมลงมาถึงทางแยกบริเวณทางหลวงหมายเลย 107


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

เส้นสีแดงก็คือจากอ่างขาง-ปากทาง 107 ส่วนสีน้ำเงินก็คือช่วง บ้านอรุโณทัย-อ่างขางครับ

แฮะๆ ก่อนที่จะลงผมลืมบอกไปว่าเติมน้ำมันไปอีก 30 บาทครับ กลัวน้ำมันหมดกลางทางเหมือนกัน แต่เติมแค่พอลงไปถึงข้างล่างครับ

ผมลงมาถึงปากทางประมาณเกือบๆบ่ายโมงพร้อมกับเจออากาศที่ร้อนสุดๆในตอนเที่ยงๆบ่ายๆ ผมพยายามขับรถหาร้านเติมน้ำมันครับ เพราะว่าลงมาถึงข้างล่างแล้วน้ำมันเหลือไม่เยอะเท่าไหร่ครับ ผมขับรถจากปากทางดอยอ่างขางเลี้ยวขวาไปทางอำเภอไชยปราการสายตาก็มองหาปั๊มน้ำมันสำหรับเติม ล้างหน้าล้างตา หาอะไรเย็นๆกินให้ชื่อใจซะหน่อยแล้วก็ ไม่ไหวครับแดดแรงจริงๆ แล้วก็ร้อนอบอ้าวมากๆ )

ผมขับรถผ่านที่ว่าการอำเภอไชปราการ ตัวตลาด ไปจนเจอะกับปั๊มน้ำมัน Caltex ซึ่งอยู่อีกด้านของถนน ก็เลยกลับรถขับกลับไปครับ

เข้าไปเสร็จก็เติมน้ำมันเต็มถุง เอ๊ย ถัง จ่ายตังค์ไป 90 บาท ครับแล้วเดินไปล้างหน้าล้างตา หาอะไรใน minimart กินซะหน่อย

ออกมานั่งพักที่ด้านหลังของปั๊มซึ่งมีมุมขายกาแฟสดครับ(แต่แฮะ..........วันที่ผมไปไม่ขายซะงั้น อดได้ตังค์ผมเลย)

นั่งซักพัก ก็มีพี่ผู้ชายคนนึงเดินมาพร้อมกับรถเก็บของเก่าเดินเข้ามาคุ้ยๆถังขยะที่อยู่ข้างๆผมครับ ผมก็ยิ้มให้เค้าไป เค้าตอบกลับมาเป็นเสียงที่ไม่เป็นคำพูดครับ ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรก็เลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ

พี่เค้าส่งเสียงมาอีก 2-3 ครั้ง ผมก็ไม่เข้าใจพี่เค้าอยู่ดี ก็ได้แต่ยิ้มๆไปครับ



ซักพักภาพของพี่เค้าก็ค่อยๆจางหายไปจากสายตาผม



แต่จริงๆแล้วที่หายไปคือภาพที่ผมเห็นครับ แต่ในใจผมยังมีภาพของพี่เค้าที่ค้นคุ้ยถังขยะติดอยู่ตลอดเวลาจนผมไม่อาจจะข่มตานอนพักลงไปได้ครับ

ภาพต่างๆที่เคยดูในรายการต่างๆทางทีวีที่เกี่ยวกับการถูกทอดทิ้ง การต่อสู้ของผู้คนในสังคมมันผุดขึ้นมาอย่างไม่ได้นัดหมายครับ มันก็คงจะเป็นปกติของชีวิตนะครับ

มีขึ้นมีลง มีลำบากมีสบาย มีดีใจมีเสียใจปะปนกันไปเป็นปกติ ผลของการที่ผมเจอกับพี่คนนี้มันดึงผมกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งครับ

ไม่ติดคิดสนุกเที่ยวอย่างเดียว

เอาหละครับ หลังจากนั่งพักหลบร้อนพร้อมๆกับความรู้สึกนึกคิดในหัวถูกกระตุกไปทีนึงก็กลับมาเดินทางไปตามแผนที่วางไว้ต่อครับ เส้นทางต่อไปก็คือ

ทางหลวงหมายเลข 107 - แยกทางหลวงหมายเลข 1346 - อำเภอพร้าวครับ (เส้นสีเขียวครับ)


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ซึ่งเป็นเส้นทางที่แบบว่าเอ่อ จะมีคนรู้มั้ยเนี่ยว่ามันมีเส้นทางนี้มันมีนะครับ เอาหละครับ ไปกันต่อครับ

นี่คือสองข้างทางจากไชยปราการไปจนถึงทางแยก 1346 ครับ



เป็นไร่ถั่วครับ



นี่ก็คือทางแยกครับ ข้างหน้าไม่รู้จะเป็นอะไรยังไงบ้าง ลองดูครับ เหมือนอย่างที่บอกไว้ก่อนหน้า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ใจคนครับ(อันนี้ผมแต่งเอง อิอิอิอิ)

สภาพเส้นทางครับ ค่อนข้างแคบครับ ไหล่ทางก็แคบ สองข้างทางเป็นสวนลำไยซะเป็นส่วนใหญ่ครับ



ห่างออกไปเป็นที่ลุ่มๆก็เป็นนาครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นนาข้าวเหนียวหรือนาข้าวเจ้า



เมื่อผ่านจากที่ลุ่มในหุบก็เริ่มขึ้นที่สูงครับ สองข้างทางก็เป็นภูเขาครับ



เอาหละครับ ขับรถมาเรื่อยๆก็ขอพักรถนิดนึงแล้วก็ล้างหน้าล้างตาหน่อยครับ "ล้างที่ไหนเหรอ" ก็ล้างกับลำห้วยข้างทางหละครับ ดูเอาก็แล้วกันครับว่าจะสดชื่นขนาดไหน ห้วยนี้อยู่ในเขตอำเภอพร้าวแล้วครับ (สบายใจจริงๆ เข้าเขตพร้าวแล้ววุ๊ยเดี๋ยวก็คงถึงที่พักแล้วซิเนี่ย อิอิอิอิ)





เอาหละครับเดินทางกันต่อ จุดหมายก็คือสถานีเกษตรที่สูงม่อนล้านครับ

ผมขับรถผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนาไปเรื่อยๆ 2 ข้างทางเป็นป่าเขียวครึ้มทีเดียวครับ แดดที่ร้อนๆกลับมาหนาวซะอย่างงั้นได้



หลังจากผ่านออกมาจากดงป่าก็มาถึงที่ราบครับ สองข้างทางก็เป็นนาข้าวสุดลูกหูลูกตาครับ รวงข้าวกำลังเหลืองได้ที่รอการเก็บเกี่ยวจากชาวนา



เอาหละครับถึงแอ่งพร้าวแล้วครับ สำหรับผมก็ถือว่าเดินทางมาได้ครึ่งทางแล้วครับ จากอำเภอพร้าวไปสถานีเกษตรม่อนล้านแค่ 24 กิโลเมตรเองครับ สบายๆ

ผมขับรถผ่านทุ่งนาเข้าสู่ตัวอำเภอพร้าวครับแล้วก็แวะ 7-11 ซะหน่อย หาอะไรเย็นๆกินเพื่อความเพิ่มความสดชื่นแล้วก็เตรียมเล็งของที่จะต้องเอาขึ้นไปกินบนม่อนล้านด้วยเผื่อข้างบนไม่มีอะไรขายก็จะได้ไม่อดมื้อเย็น

ผมเริ่มเดินทางออกจากพร้าวเพื่อไปม่อนล้านครับ จริงๆทางขึ้นก็ไม่ได้มีอะไรมากมายครับ ขับรถออกจากพร้าว มุ่งหน้า เวียงป่าเป้าประมาณ 2 กิโลเมตรครับ ก็จะถึงทางไปสถานีเกษตรที่สูงม่อนล้านจะอยู่ทางด้านซ้ายมือยแยกจากทางหลัก(เส้นสีดำๆครับแต่ไปยังไม่สุดนะครับ)

นี่หละครับทางแยกจากทางที่ไปเวียงป่าเป้า เข้าไปเลยครับใจผมสั่งไป ลุยเข้าไปไม่ต้องกลัวลูกผู้ชาย



แต่พอขับเข้าไปเรื่อยๆ เอาหละครับ เริ่มและ เริ่มใจแกว่งๆ ซะงั้น ทางเข้ากลายเป็นทางดินซะงั้น



เหลือบดูเวลา เอ่อ 4 โมงเย็นเอง แต่ใจผมแป้วซะงั้นเอ่อ นู่นหละครับ วิ่งขึ้นไปเลยครับ ที่เห็นลิบๆนั่นแหละครับทางขึ้นม่อนล้าน



ณ วินาทีนั้นเองครับ ใจผมบอกเฮ้ยไม่เอาๆ ไม่ไปๆ ซะงั้น ไม่รู้อะไรทำให้ผมกลัวขึ้นมาเฉยๆ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทั้งที่จริงๆแล้วบนม่อนล้านนั้นวิวสวยมากๆ

เนี่ยครับภาพตัวอย่าง



ขอบคุณ คุณ Supermob จากห้อง blueplanet ครับ

//www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5982658/E5982658.html

เอาหละครับ ใจมันไม่สู้ซะงั้นเอาไงหละ จะไปไหนกันต่อ มืดแปดด้านไปซะงั้น เอ่อนึกขึ้นได้ ตอนผ่านตัวอำเภอพร้าวมีป้ายบอกไปน้ำตกม่อนหินไหล 24 กิโลเมตรเอง เอ่อ อย่างงี้น่าจะไปนอนได้นิ เอาหละครับ คิดได้อย่างงั้นก็เหมือนจะเป็นทางออกที่ดี น่าจะเป็นทางออกที่ดี (หุหุ) จริงๆมีอะไรมากกว่านั้นครับ

ผมขับฮอนด้าดรีมย้อนกลับไปที่ตัวอำเภอพร้าวอีกครั้งนึงครับ ทำเวลาหน่อยๆเพื่อที่จะไม่ต้องไปถึงน้ำตกมืดๆ คราวนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาขับหละครับ ซ้ายขวาไม่มองหละครับ เอาให้ถึงน้ำตกม่อนหินไหลเพื่อที่จะได้ไปติดต่อพี่เจ้าหน้าที่ ขอเช่าเตนท์นอน

เมื่อผมไปถึงจุดที่เป็นทางเข้าซึ่งแยกจากถนนใหญ่เข้าไปหลายกิโลเหมือนกันครับ ขับผ่านทุ่งนา น้ำแม่งั้น ผ่านคลองชลประทานจนกระทั่งมาถึงจุดเอ่อ เอาหละซิครับทำไงดี



นี่หละครับทางเข้า ใจที่ฝ่อเมื่อกี้ตอนจะขึ้นม่อนล้านมันก็กลับมาหลอกผมอีกแล้วครับ โอ๊ย เอาไงดีหละ ??????????????? ไม่ได้นอนที่นี่จะไปไหนหละเนี่ย เอาหละซิ

เอ่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เห็นแว๊บๆ มันอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนานี่หว่า ผมขับรถย้อนกลับออกไปที่ถนนอีกครั้งนึงโดยยังไม่รู้ว่าจะไปนอนที่ไหนดี รู้แต่ว่าที่ม่อนหินไหลไปนอนไม่ได้แล้ว

เอาหละครับ ลูกผู้ชายตัดสินใจแล้ว ขับไปเรื่อยๆก่อนเผื่อจะคิดอะไรขึ้นมาได้ ถ้ามันไม่ไหวจริงๆก็กลับเชียงใหม่หาโรงแรมนอนซักคืน ถือว่าลำบากมาสองวันของสบายซํกวันจะเป็นไรไป

ผมขับรถไปเรื่อยๆมุ่งหน้าเข้าเชียงใหม่ โดยที่ไม่ได้หวังอะไรแล้วครับ กะหาที่นอนสบายๆซักคืนแล้วรุ่งขึ้นค่อยไปหาดูหนังที่เชียงใหม่ซักเรื่องสองเรื่องก่อนกลับกทม.

ผมขับรถไปได้ประมาณ 20 นาทีก็ผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติศรีลานนาหน่วยที่ 7(จำชื่อไม่ได้ว่าอะไร)เอาหละมันเหมือนมีอะไรตะหงิดตะหงิด ในใจบอกไม่ถูกไม่รู้อะไรยังไงเวลาก็ผ่านไป อากาศก็เริ่มเย็นลงๆแล้ว ขับไปได้ซักพักมีป้ายบอกด้านหน้าบอกว่า ที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีลานนา(จุดที่ผมไปกางเตนท์คืนแรกไงครับ)อีก 15 กิโลเมตร

ผมคิดในใจ "คืนนี้กูมีที่นอนแล้วโว๊ย" เอาหละครับ ใจผมมันไปถึงเขื่อนแม่งัดแล้วเหลือแต่ตัวเท่านั้นหละครับที่ยังอยู่บนถนน ว่าแล้วก็ขีบรถไปให้ถึงเขื่อนแม่งัด การเดินทางวันนี้ก็คงจะจบลงแบบ Happy Ending หละครับ

ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงเวลาที่ไม่มีทางออกว่าจะไปทางไหน ทำอะไรยังไงกับชีวิตดี ก็มีช่องทางออกสำหรับสถาณการณ์นั้นๆขึ้นมาได้ครับ



เส้นสีดำครับ พร้าว - ม่อนล้าน

เส้นสีม่วงแหละครับคือเส้นทางที่พาผมกลับไปนอนที่ที่ผมนอนเมื่อคืนแรกครับ (ไม่น่าเชื่อว่าผมจะได้กลับไปนอนที่นั่นอีกครั้งนึง ไม่รู้ว่าบุญทำหรือกำแต่งก็ไม่รู้เนอะ)

เอาหละครับ วันนี้ผมเดินทางได้ทรหดสุดๆจริงๆ เริ่มตั้งแต่บ้านนาหวายเมื่อเวลาประมาณ 7 โมง 50 ไปถึงดอยอ่างขางเกือบเที่ยง แล้วก็ต่อจากอ่างขาง - ไชยปราการ - พร้าว - เชื่อนแม่งัด รวมเวลาเดินทาง 10 ชั่วโมงซะงั้น (ทำไปได้)ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตรครับ (ทำไปได้คนเรา)

เอาเถอะครับในที่สุดผมก็หาที่นอนจนได้ สงสัยผมคงทำบุญหรือว่าไปทำอะไรเอาไว้ที่เขื่อนแม่งัดแน่ๆเลยถึงต้องได้กลับไปนอนที่นี่อีกครั้งนึง เอาหละครับ วันนี้เป็นการผจญภัยมากที่สุดของ Trip นี้แล้วหละครับ แต่ก็นะในความโชคร้ายก็มีความโชคดีแทรกๆอยู่หละครับ ผมได้มีโอกาศถ่ายรูปในแบบที่ไม่ได้มีโอกาศถ่ายที่ไหนครับ ไว้ตอนต่อไปจะไปเรื่องของการถ่ายรูปบ้าๆบ่อๆที่เขื่อนแม่งัดครับ(ภาคตากล้องโรคจิตร อิอิอิอิอิ)





Create Date : 07 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2550 9:16:51 น. 6 comments
Counter : 5017 Pageviews.

 


ขอตามมาเที่ยวด้วยคนครับ

และมาชวนไปเที่ยว Perfume Pagoda in Hanoi ด้วยกันครับ

เที่ยว Perfume Pagoda in Hanoi

คลิกที่รูปเพื่อเข้า Blog ได้เลยครับ



โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:07:12 น.  

 
พี่แหลมสุดยอดเลย ไม่มีใครเค้าเข้าไปเที่ยวกันหรอกนะเนี่ย แต่ละที่น่ะ

แต่ก็ดีนะ ทำให้เห็น unseen

คราวหน้าหนูแนะนำให้หาเพื่อนร่วมทริปไปด้วยนะพี่ เผื่อรถเป็นไร

ปล.ส่ง scrip ไปให้ละนะ


โดย: varissaporn327 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:10:58 น.  

 
ตามอ่านมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ตอนที่ 1-ถึงตอนนี้ บอกได้คำเดียวว่า

สุดยอดเลยค่ะ



โดย: nam_sila วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:06:19 น.  

 
สมบรูณ์แบบจริงๆครับ

อยากจะหาเวลาทำแบบนี้บ้างครับ

ขอทำลิงค์ที่บล๊อคผมให้เพื่อนมาชมกันนะครับ

...........................................................................

กำลังทะยอยอ่านอยู่ครับ


โดย: aeann วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:21:19 น.  

 
สุดยอดค่ะ..


โดย: kanok_noi วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:53:46 น.  

 
สุดยอดค่ะ อ่านบล็อคเช้ามอไซด์ขี่แบบนี้แล้วนึกถึงสมัยเรียน (น้านนานแว๊ว) ที่เช่าขี่แบบนี้เหมือนกัน แต่ตอนนั้นไปคนเดียวน่ะค่ะ ขี่จากเชียงใหม่ ไปปาย แม่ฮ่องสอน สะบักสะบอมเลยค่ะ จนขากลับแทบจะขี่กลับไม่ไหว แต่จนแล้วจนรอดก็ขี่กลับจนได้ แต่ค้างแม่สะเรียงคืนนึงน่ะค่ะ ไม่งั้นไม่ไหว... อิอิ


โดย: มาเรีย ณ ไกลบ้าน วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:59:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pinestand
Location :
กาญจนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




pinestand = stand of pine
แปลว่า ดงสนครับ
หลายคนที่เคยไปเที่ยวภูกระดึงหรือว่้าน้ำหนาว หรือป่าสนวัดจันทร์คงจะเคยเห็นต้้นสน(สนสองใบหรือสามใบ)ที่ขึ้นเป็นป่าโดยไม่มี ไม้ใหญ่ชนิดอื่นขึ้นเลย
> ข้อมูลส่วนตัว Facebook ของ Lam Merison
Friends' blogs
[Add pinestand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.