pinestand = stand of pine
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
27 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
เช่ามอ'ไซด์เที่ยวเชียงใหม่กันเถอะ 3

ต่อจากเมื่อวานนะครับ

การเดินทางเริ่มต้น

ผมเริ่มออกเดินทางจาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีลานนาเมื่อเวลา 07:46 น.ครับ

ขับย้อนกลับไปเส้นทางขามาเมื่อคืนก่อน แต่ที่ต่างก็คือ สองข้างทางที่ผมสามารถเห็นได้ว่ามีสภาพเป็นอย่างไร

ป้อมที่ยามที่ตอนกลางคืนเข้าไปถามเรื่องการพักนอนครับ

ตอนเช้าออกมาแล้วครับ ชักภาพก่อนจากครับ(เข้ามาตอนกลางคืน)





เอาหละครับเดินทางกันเลย

ผมขับฮอนด้าดรีมสีแดงคู่ใจออกเดินทางจาก เขื่อนแม่งัดมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 107 อีกครั้งหลังจากเมื่อคืนเพิ่งแยกออกมา

ถนนที่พาไปสู่ทางหลวงหมายเลข 107 ผ่านพื้นที่นาของท้องที่เทศบาลเมืองแกนพัฒนา สองข้างทางก็เป็นนาข้าวสุดลูกหูลูกตาครับ

สองข้างทางที่ตอนขับเข้ามาเมื่อคืนมืดตื๋อมองไม่เห็นอะไรเลย พอสว่างมาก็เป็นอย่างที่เห็นครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเค้าปลูกต้นไม้ไว้ตลอดสองข้างทางเลย เวลาที่มันออกดอกคงจะสวยแน่ๆเลย




ส่วนที่ห่างออกไปก็เป็นทุ่งนาครับ สุดลูกหูลูกตาเลยครับ ข้าวออกรวงแล้วกำลังตั้งท้อง รอการเก็บเกี่ยวเลยครับ และมีหมอกบางๆตอน แปดโมงเช้าเป็นฉากหลัง เสียดายถ้าผมออกมาเร็วกว่านี้คงจะได้บรรยากาศอีกแบบนึง แล้วก็คงจะได้รูปถ่ายอีกแบบ แต่เอาเป็นว่า มีอะไรเป็น subject ให้ถ่ายผมก็ถ่ายหมดหละครับ



เส้นเลขาคณิตสองข้างทางครับ









รูปผมไม่ได้แต่งอะไรนะครับ จะ crop เอาซะมากกว่าเพราะว่าไม่สามารถ เดินเข้าไปจัดองค์ประกอบภาพได้ตามปกติ เพราะว่า ถ่ายจากบนสะพานครับ

เอาหละครับเดินทางกันต่อหลังจากแวะข้างทางได้ซักพักก็ต้องเดินทางกันต่อแล้วครับ มัวแต่ถ่ายรูปก็พอดีหละครับ ไปถึงปลายทางเอาค่ำแหงๆ ท้องก็เริ่มร้องแล้ว เมื่อมาถึงทางหลวงสาย 107 ผมก็เลี้ยวขวาครับเพื่อมุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่อำเภอเชียงดาวครับ ระหว่างทางมีอะไรน่าถ่ายก็แวะเข้าไปหน่อย

ครับสถานที่แรกที่ผ่านก็คือ สถานีวนวัฒนวิจัย อินทขิล ครับ ที่นี่มีต้นไม้หลายชนิดครับ แต่ที่มองเห็นจากข้างทางก็มีสนหลายประเภท ผมเองก็ชอบต้นสนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว(pinestand = ดงสน)ก็เลยเดินเข้าไปหามุมสวยๆสำหรับถ่ายรูปต้นสนหน่อยดีกว่า

แสงแดดตอนเช้าก็กำลังดี ไม่แข็งเกินไป เสียอย่างเดียว ถ้าผมออกมาเร็วกว่านี้คงจะได้ถ่ายรูปต้นสนพร้อมๆกับสายหมอกที่ปกคลุมเต็นสวนป่าที่นี่ แล้วก็อำๆไปเลยครับว่าเนี่ยถ่ายมาจากน้ำหนาวมั่ง/วัดจันทร์มั่ง/หรือไม่ก็ภูกระดึง ซะ อิอิอิอิอิ



เสียดายผมไม่กล้าเดินลึกเข้าไปอีกเพื่อหามุมสวยๆ ถ่ายรูป แค่นี้ก็สายแล้วครับ แล้วยังไม่ได้กินข้าวเช้าอีก ก็เลยพยายามทำเวลาหน่อย รูปที่เห็นนี่ก็ คิดว่าทำได้สุดฝีมือเท่าที่โอกาสและเวลาจะอำนวย

นี่หละครับ สวนที่ว่า ใครผ่านไปผ่านมา หาเวลาเหมาะลองเข้าไปถ่ายรูปดูนะครับ (ช่วงที่หมอกหนาๆน่าจะดีมาก ไว้งวดหน้าผมวางแผนดีๆ เวลาดีๆ คงจะได้รูปสวยๆจากเชียงใหม่เยอะกว่าเดิม)



เอาหละ เมื่อมาถึง สภาพเส้นทางก็ ดีมากครับเป็น 4 เลนไปตลอด (ในใจก็คิดหละ สบายเลยอากาศดีๆ ถนนดี สองข้างทางวิวสวย สบายใจจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

แต่ เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง มาได้ไม่เท่าไหร่ก็กลายเป็นเอ่อ



ขับกินฝุ่นไปได้ซัก 5 กิโลเมตร ก็กลายเป็นทางดีแต่ 2 เลนซะงั้น




ด้านขวามือของเส้นทางที่ผมขับผ่านเป็นแม่น้ำปิงที่ไหลมาจากทางอ อ.เชียงดาวครับ ซึ่งผมจะต้องขับรถผ่านอยู่(เหมือนผมขับรถย้อยแม่น้ำปิงขึ้นไปครับ)



ผมมุ่งหน้าอ.เชียงดาวเพื่อกินข้าวเช้าที่ร้านขาหมูเชียงดาวซึ่งเป็นที่ขึ้นชื่อของเค้า(จริงๆผมเคยมากินที่นี่เมื่อนานมาแล้วครับตั้งกะสมัยทำงานเมื่อประมาณ ปี 40-41 ซึ่งขึ้นล่องเชียงใหม่เป็นว่าเล่น)

สังเกตดูคุณยายที่แกเคยตักข้าวขาหมูขาย ไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าแกเสียหรือยัง ผมก็ไม่กล้าถามด้วย แต่ที่แน่ๆก็คือ รสชาติของขาหมูยังอร่อยลิ้นถูกปากผมเหมือนเดิม ทั้งน้ำขาหมูที่ออกหวานนิดๆน้ำจิ้มหวานหน่อยๆ

BEFORE



AFTER



นี่หละครับ ขาหมูเสวยแห่งอำเภอเชียงดาว ที่ผมผ่านมาแถวนี้เมื่อไหร่ก็ต้องไปอุดหนุน



ยังไงผ่านไปแถวนั้นอย่าลืมแวะนะครับ

อ้อ นอกจากขาหมูแล้วที่ร้านยังมีอาหารอีกหลายอย่างครับทั้งแกงคั่วหมูแล้วก็ ต้มมะระที่ต้มจะเปื่อยพอดีๆ (ผมกินมะระยาก มาลองกินที่ร้านนี้ดูแล้วยังลื่นคอเลยครับ)แล้วก็มีอีกหลายอย่างครับ

เอาหละครับ เสร็จจากอาหารมื้อเช้า(สิบโมงกว่าน่าจะเรียกมื้อสายมากกว่า) ก็เริ่มเดินทางต่อครับ

ลืมๆ แถมหน่อยนึงเป็นภาพเม็ดข้าวที่กำลังจะสุกรอการเก็บเกี่ยวครับ



ภาพนี้ถ่ายจากนาที่อยู่ข้างๆทางของทางหลวงสาย 107 ครับ ถ้าเป็นช่วงเช้าแถวนี้คงจะสวยมาก แต่ว่าตอนผมมาถึง แดดค่อนข้างแรงแล้วครับ ก็เลยถ่ายเจาะมาเป็นจุดๆ ไม่ได้ถ่ายมุมกว้างมาครับผม

ผมเดินทางต่อขึ้นไปทางเหนือตามเส้นทางหมายเลข 107(ถนนโชตนา)เพื่อไปยังแยกไปบ้านเมืองงายครับ ขับรถไปได้ประมาณซัก 15 กิโลเมตรก็จะเจอสามแยกครับ ผมก็แยกซ้ายไปทางบ้านเมืองงานตามทางหลวงหมายเลข 1178 ครับ ส่วนเส้นทาง 107 นั้นก็จะมุ่งหน้าสู่ อำเภอ ไชยปราการแล้วอำเภอฝางครับ

เมื่อมาถึงแยกแล้วเลี้ยวซ้ายมาได้ซักหน่อยก็เจอครับ ป้ายบอกระยะทาง ที่ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมากเรื่องที่พักและที่เที่ยว สบายใจกว่าคืนแรกมากๆ



จากระยะทางที่บอก ผมต้องขับมอเตอร์ไซด์ไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงที่พักค้างคืนคืนที่ 2ของ trip นี้ครับ

ระหว่างทางจากเมืองงายไปถึงน้ำตกศรีสังวาลย์(อุทยานแห่งชาติผาแดง) ก็จะต้องผ่านท้องทุ่งของเมืองงายครับ แล้วที่มองเห็นไกลๆอยู่เป็นฉากหลังทางด้านซ้ายมือก็คือดอยหลวงเชียงดาวที่ใครหลายๆคนคงได้มีโอกาศขึ้นไปเยี่ยมเยียนมาแล้ว สำหรับผม ผมก็อยากจะทำอย่างนั้นเหมือนกันครับ แต่ว่าคงไม่ใช่ trip นี้

ผมก็เลยขับรถจากทางหลวงสาย 1178 แวะออกไปหามุมถ่ายดอยหลวงเชียงดาวสวยๆซักมุมเป็นที่ระลึกซะหน่อย(ถึงแม้ว่า timming กับแสงจะไม่ค่อยเอื้อเท่าไหร่)

เนี่ยหละครับ ดอยหลวงเชียงดาวเวลา 10 โมงกว่า ในช่วงปลายฝนต้นหนาว



หลังจากเก็บภาพดอยหลวงกับเข้าไปอยู่ใน Mem ของกล้องแล้วผมก็มุ่งหน้าต่อครับ ที่หมายที่เดิมคือน้ำตกศรีสีงวาลย์ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลแล้ว(จริงๆวันแรกถ้าไม่มีปัญหาเรื่องรถผมคงมานอนที่นี่ตั้งแต่คืนแรก แล้ววันรุ่งขึ้นก็คงได้ไปเที่ยวเมืองคอง เวียงแหง หรือไม่ก็บ้านเปียงหลวงแล้วหละครับ)

สำหรับใครๆที่ไม่ค่อยคุ้นกับเมืองคอง ผมหาข้อมูลมาได้ว่าเป็นเมืองกลางหุบเขาที่อยู่ตีนดอยหลวงเชียงดาวครับ แล้วมีน้ำแม่แตงไหลผ่าน ความตั้งใจเดินผมก็จะไปที่นั่นด้วยแต่เมื่อเกิดปัญหาแล้วก็คงต้องเปลี่ยนแผนไป

สำหรับใครที่สนใจเรื่องเมืองคองลองตาม link นี้ดูนะครับ

//www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=76617&st=541

แล้วก็

//www.pantip.com/cafe/gallery/topic/G3201661/G3201661.html

ตามแผนเดิมผมตั้งใจจะเดินทางทางอย่างงี้ครับ

ห้วยน้ำดัง-เมืองคอง-เชียงดาว-น้ำตกศรีสังวาลย์(นอนคืนที่ 1)-เวียงแหง-เปียงหลวง-น้ำตกศรีสังวาลย์(นอนคืนที่ 2)-อ่างขาง-หน่วยป้องกันของอุทยานศรีลานนา(นอนคืนที่ 3)-กลับเชียงใหม่(ดูหนัง/ฟังเพลง/เดินห้าง/ซื้อของ)-กลับกทม.

เมื่อแผนมันไม่เป็นอย่างงั้นก็ต้องแก้ไขกันไปหละครับ

เอาหละครับ เดินทางกันต่อไปที่น้ำตกศรีสังวาลย์

ผมไปถึงบ่อน้ำร้อนโป่งอ่างเวลาประมาณ 11 โมง(ทำเวลาดีมาก) แล้วก็ได้แวะเข้าไปด้วยครับ

ที่โป่งน้ำร้อนไม่มีนักท่องเที่ยวเลยซักคน มีเจ้าหน้าที่คอยเก็บค่าธรรมเนียมค่าเข้า(ผมจ่ายไปครับ 40 บาท)แล้วก็เดินเข้าไปเยี่ยมซะหน่อยครับ

ที่นี่บ่อน้ำร้อนเ 2 บ่อครับ แล้วก็ทำเป็นรางรับน้ำไหลมาเข้าบ่อให้นักท่องเที่ยวได้แช่ รวมทั้งห้องอาบน้ำแร่ด้วยครับ(วันที่ผมไปเค้าปิดปรับปรุงครับให้บริการเฉพาะบ่อสำหรับแช่ครับ)

นี่ครับจุดที่น้ำร้อนไหลออกมา ทั้ง 2 จุด ซึ่งน้ำทั้งสองบ่ออุณหภูมิ



อีกบ่อครับ



ส่วนนี่ก็คือบ่อสำหรับลงไปแช่ครับ(ผมแช่เฉพาะเท้าแต่จริงๆแล้วสามารถลงไปแช่ทั้งตัวได้ครับ)

บ่อ 1



บ่อ 2



นี่คือสภาพทั่วๆไปครับ นักท่องเที่ยวสามารถมากางเตนท์พักแรมที่นี่ได้ครับ แต่ต้องเตรียมอาหารมาเองเพราะไม่มีขายครับ ส่วนเรื่องเตนท์สามารถเช่าที่นี่ได้ครับ(แต่ช่วงเทศกาลไม่แนะนำครับ)



เอาหละครับ หลังจากเอาน้ำแช่เท้า เอ๊ย เอาเท้าแช่น้ำเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า ผมก็เดินทางกลับออกไปเพื่อมุ่งหน้าสู่น้ำตกศรีสังวาลย์เหมือนเดิมครับ

ปล.ทางเข้าบ่อน้ำร้อนโป่งอางเป็นทางลาดยางอย่างดีครับ รถเก๋งสามารถเข้าถึงลานจอดหน้าโป่งเลย แล้วที่นี้ก็จัดสถานที่ได้สะอาดเรียบร้อยดีครับ



ผมเดินงทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯ(บริเวณน้ำตกศรีสังวาลย์นั่นแหละครับ)เมื่อเวลาประมาณเที่ยงๆครับ

นี่ครับ ที่ทำการอุทยานฯที่ผมจะไปนอนค้าง



--------------------------จบช่วงการเดินทางตอนเช้าครับ------------------------

ยังไงช่วงบ่ายของวันผมจะพาไปเที่ยวน้ำตกทุ่งแก้วกับ ขุนน้ำรูนะครับ




Create Date : 27 ตุลาคม 2550
Last Update : 27 ตุลาคม 2550 16:54:35 น. 3 comments
Counter : 2871 Pageviews.

 
lดยอดไปได้ไงเนี้ย
อยากไปด้วยจังเลย
อิจฉาจังเลย


โดย: mazzo (MaZZO ) วันที่: 27 ตุลาคม 2550 เวลา:21:24:36 น.  

 
ขอตามไปเที่ยวด้วยน้า


โดย: Kurt Narris วันที่: 28 ตุลาคม 2550 เวลา:0:05:51 น.  

 
ชอบร้านขาหมูร้านนี้เหมือนกันนนน

โอยยย หิวเลยพี่


โดย: varissaporn327 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:44:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pinestand
Location :
กาญจนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




pinestand = stand of pine
แปลว่า ดงสนครับ
หลายคนที่เคยไปเที่ยวภูกระดึงหรือว่้าน้ำหนาว หรือป่าสนวัดจันทร์คงจะเคยเห็นต้้นสน(สนสองใบหรือสามใบ)ที่ขึ้นเป็นป่าโดยไม่มี ไม้ใหญ่ชนิดอื่นขึ้นเลย
> ข้อมูลส่วนตัว Facebook ของ Lam Merison
Friends' blogs
[Add pinestand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.