pinestand = stand of pine
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
16 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
มนุษย์ IQ มากกว่า 200 มีจริงหรือเปล่าครับ

วันนี้ว่างๆ ครับ หลังจากการงานที่หน้างานมันเพลาๆลงก็เลยแอบกลับมานั่งโต๊ะทำงาน แวะเข้า pantip.com ซะหน่อย บังเอิญแวะไปห้องว้ากอมา มีกระืทู้น่าสนในกระทู้นึง เกี่ยวกับ IQ ของมนุษย์
ทุกคนก็รู้ๆทราบๆกันอยู่แล้วนะครับว่า ยิ่งสูงยิ่งดี ผมอ่านแล้วได้อะไรมาเยอะ ก็เลยเอามาให้อ่านกันดูครับ

เริ่มด้วย

คนตั้งกระทู้ถามว่า

มนุษย์ IQ มากกว่า 200 มีจริงหรือเปล่าครับ

ได้ยินจากเพื่อนอะครับว่า ณ ปัจจุบันนี้มี 5 คน จริงหรือเปล่าครับ

จากคุณ : Valkyrie Randgris - [ 16 ก.พ. 51 00:41:19 ]



ความคิดเห็นที่ 1
ทั้ง 5 คนคือผู้ออกแบบชุดทดสอบ IQ จากคุณ : ILoveBP - [ 16 ก.พ. 51 00:59:55 ]

ความคิดเห็นที่ 2

ขอชื่อพร้อมประวัติด้วยครับ

จากคุณ : 1812Overtureyoot - [ 16 ก.พ. 51 01:01:07 ]

ความคิดเห็นที่ 3

#1

จากคุณ : RyanUtd - [ 16 ก.พ. 51 01:30:44 ]


ความคิดเห็นที่ 4

#1


จากคุณ : amited - [ 16 ก.พ. 51 01:56:44 ]


ความคิดเห็นที่ 5

ต้องดูว่าเป็นข้อสอบที่ต้องการวัดผลในด้านไหน เช่น ความรู้ ความจำ การให้เหตุผล

ความขยันมั่นฝึกฝนบำเพ็ญตน หรือวัดสุนทรีรส หวานซึ้ง ถึง ขมเขือน และตามที่คิดไว้ ระดับ 200

นี้น่าจะมีอยู่จริง ถึงแม้ไม่เคยเห็นกับตัว แต่ก็เคยเห็นผลงานเชิงวิชาการที่มีความซับซ้อน ทั้งที่เป็นหนังสือ

บทความ และชิ้นงาน ผมคิดว่าคนที่คิดอินเตอร์เน็ตนี่ ก็เป็นยอดอัจริยะบุคคลเลยทีเดียวละ


จากคุณ : kongp (kongp) - [ 16 ก.พ. 51 02:09:22 ]

ความคิดเห็นที่ 6

เมื่อก่อนอะมีครับ ดาวินชี ถ้าจำไม่ผิด 210

จากคุณ : ข้าวผัดไข่ดาว - [ 16 ก.พ. 51 09:57:47 ]


ความคิดเห็นที่ 7

ตามสถิติกินเนสบุ๊คส์ ผู้ที่มีไอคิวสูงที่สุดในโลกถึง 228

คือ marilyn vos savant ครับ

แต่ผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่ได้สร้างทฤษฎีอะไรขึ้นมาหรือค้นพบอะไรใหม่ๆ

แล้วจะถือได้ไหมว่า ผู้หญิงคนนี้ ฉลาดที่สุดในโลก

มันเป็นคำถามที่ครอบจักรวาลมากเกินไปครับ พูดง่ายๆ ตามภาษาคณิตศาสตร์ "ไม่มีคำตอบ"

จากคุณ : LAST VODKA - [ 16 ก.พ. 51 10:03:13 ]



ความเห็นที่ 8

จาก //www.oknation.net/blog/print.php?id=30973

IQ228
เคยสงสัยไหม? ผู้หญิงกับผู้ชายใครฉลาดกว่ากัน?

ไม่รู้ซิครับ!! แต่ที่แน่ๆ คนที่ฉลาดที่สุดบนโลกกลมๆใบนี้เป็น...ผู้หญิง ครับ

มารู้จักกับคนที่ “ฉลาดที่สุดในโลก” ตั้งแต่มีการบันทึกมา กันดีกว่า


“เธอคือผู้ที่มีไอคิว”สูงสุดในโลก ถึง 228” ตามที่ได้บันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ก”

“แหวนแต่งงานของเธอทำจาก คาร์บอนไพโรไลติก วัสดุสุดไฮเทคที่ใช้ทำหัวใจเทียม

รุ่นล่าสุด ที่ประดิษฐ์โดยสามีของเธอ”

"เธอคือนางมารร้าย สำหรับนักคณิตศาสตร์ทุกผู้ทุกนาม"


ผู้ชายทั้งหลาย โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง..!!!

มนุษย์ที่ฉลาดที่สุดในโลก ตั้งแต่มีมนุษย์มา...เป็นผู้หญิงครับ


เธอเชื่อ “มาริลิน วอส ซาวองท์” (Marilyn vos Savant )


ประวัติของ“มาริลิน วอส ซาวองท์”....

Born: 11-Aug-1946
Birthplace: St. Louis, MO
Gender: Female
Race or Ethnicity: White
Sexual orientation: Straight
Occupation: Columnist
Nationality: United States
Executive summary: IQ 228, still dumb
Father: Joseph Mach
Mother: Mary vos Savant
Husband: (10 years, div., 2 children)
Husband: (10 years, div.)
Husband: Robert Jarvik (m. Aug-1987)

ตอนอายุ 10 ขวบ มาริลิน ไปทดสอบ IQ Stanford-Benet test ก็ทำลายสถิติ

สูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา จากนันเธอทำการทดสอบ MEGA test อีกครั้งเมื่อ

อายุ 22 ปี 10 เดือน ก็ทำลายสถิติ สูงสุดเท่าที่เคยมีมนุษย์มาอีก และทำลายสถิติอีก

หลายรายการที่ทำการทดสอบ...

“vos Savant's Stanford-Binet ratio IQ of 228 corresponds to a deviation IQ of 188, and her Mega Test deviation IQ of 186 corresponds to a ratio IQ of 224”

ไม่ต้องพูดกันถึงเรื่องพวก คิดเลขคูณเลข ในใจ 256 คูณ 3 หาร 12=?

หรือประเภทเลขยกกำลัง ถอดรู๊ท... ในใจ

อะไรง่ายๆพวกนั้น เด็กคุม๊อง เด็กอัจฉริยธรรมดาๆ ก็ทำได้แล้วครับ

ขึ้นชื่อว่าระดับ IQ 228 ต้องไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาจนเธอได้รับสมยานามว่า...


"the smartest person in the world."


แต่ ชื่อเสียง มาริลิน ในวงการคณิตศาตร์ของเธอไม่ดีเอาเลย เป็นไม้เบื่อไม้เมา..

กับนักคณิตศาสตร์เสมอมา เธอคอยตั้งข้อสังเกตุ บทพิสูจน์ ทฤษฎีต่างๆ รวมทั้ง

ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์แมต์ และ ทฤษฎีสัมพันธภาพของไอน์สไตน์..

จะด้วยความอิจฉาที่ คอลัมน์ "Ark Marilyn" ของเธอ มีผู้อ่านเป็นล้านทุกสัปดาห์

หนังสือที่เธอเขียนและการถูกเชิญไปบรรยายตามที่ต่างๆ ของเธอ สามารถทำให้เธอ

ใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุขสบาย ในขณะที่นักคณิตศาสตร์หลายคนไม่ได้เงินแม้แต่

สตางค์แดงเดียวจากหนังสือพวกเค้า

และเรื่องๆหนึ่งที่เธอทุบวงการคณิตศาสตร์ และโด่งดังมากที่สุด

โด่งดังจนได้รับการกล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ....


“3 Doors” หรือ “Goat”


ในคอลัมน์ "Ark Marilyn" เมื่อวันที่ 9 กันยายน 1990 เธอได้ตอบจดหมายผู้อ่านคนหนึ่งที่ถามว่า...

ในเกมส์โชว์ “Let Make a Deal” ที่ผู้เล่นจะมีประตูสามประตูให้เลือก

ข้างหลังประตูหนึ่งมี”รถยนต์”หนึ่งคัน ขณะที่อีกสองประตูที่เหลือมี”แพะ”

สมมุติว่าผู้เล่นเลือกประตูหนึ่ง และพิธีกรผู้รู้ว่ารถอยู่หลังประตูไหน?

ได้เปิดอีกประตูที่มีแพะ....จากนั้นให้เลือกว่าคุณยืนยันจะเลือกประตูแรก หรือต้องการเลี่ยนอีกประตู?


เราควรเลือกอะไรดี?


นี่คือปัญหาที่เรียกว่า มอนตี้ ฮอลล์ ที่แขกของรายการโทรทัศน์ยอดนิยม “Let Make a Deal”

จะต้องถูกถามทุกครั้ง!!

"มิริลิน" แนะนำให้ผู้อ่านของเธอเปลี่ยนประตู!!!!

การยืนยันจะเลือกประตูแรกจะทำให้ผู่เล่นมีโอกาส “หนึ่ง ใน สาม” เท่านั้นที่จะชนะ

แต่ถ้าเปลี่ยน โอกาสจะเพิ่มขึ้นเป็น “สอง ใน สาม”!!! (โอกาสชนะถึง 66.66%)

เพื่ออธิบายให้ผู้อ่านมั่นใจยิ่งขึ้น เธอบอกให้พวกเค้าจินตนาการว่า

มีประตูหนึ่งล้านประตู และ”คุณเลือกประตูที่หนึ่ง” เธอกล่าว

แน่นอนแน่นอนพิธีกรซึ่งรู้ว่ามีอะไรอยู่หลังประตู จะต้องเลี่ยงที่จะไม่เปิดรางวัลใหญ่

และถ้าคุณเห็นพิธีกรเปิดทุกประตู (แล้วมีแพะ) ยกเว้นประตูที่ 777,777

คุณจะรีบเปลี่ยนประตูทันทีจริงไหม!!


ทันทีที่คำตอบของเธอปรากฎในนิตยสาร จดหมายจากแฟนๆ รวมถึงเหล่านักคณิตศาสตร์

ได้ทะลักเข้ามาหาเธอ พวกเขา และใครๆก็ โจมตีว่าเธอผิด!!!! ผู้เล่นที่เปลี่ยนประตูโอกาสชนะ

ยังเป็นแค่ ห้าสิบ-ห้าสิบ อยู่


อย่างเช่น..


“ในฐานะนักคณิตศาสตร์ ผมรู้สึกกังวลต่อความอ่อน หัดทางคณิตศาสตร์ของคนสมัยนี้มาก

และผมอยากให้คุณ กรุณาช่วย(แก้ปัญหานี้) ด้วยการยอมรับผิด”

จาก : ดร.โรเบิร์ต แชคส์, มหาวิทยาลัยจอร์จ เมสัน


หรือ...

“คุณพลาดไปแล้ว พลาดอย่างมหันต์! ผมจะอธิบาย ให้ฟังว่าไม่ว่า หลังจากที่พิธีกร เปิดแพะออกมาตัวหนึ่ง

เราจะมีโอกาส ห้าสิบ-ห้า-สิบ ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนประตูหรือไม่ โอกาสยังเท่าเดิม!!

ประเทศเรามีสถิติคนไม่รู้คณิตศาสตร์มากพอแล้ว ขออย่าให้มีคนไอคิวสูงมาเพิ่มสถิติอีกเลย น่าอายจริงๆ”

จาก : ดร.สก๊อตต์ สมิท มหาวิทยาลัยฟอริด้า



จดหมายทำนองนี้อีกมากมายก่ายกอง แถมเธอยังถูกสำนักงานสถิติแห่งชาติ

และศุนย์ข้อมูลเพื่อความปลอดภัยของประเทศ “บริภาษ”

จดหมายบางฉบับว่าเธอแรงๆอย่างเช่น “หล่อนนี้แหละ นางแพะโง่ตัวจริง ”


หรือ

“ถ้าคุณยอมรับข้อผิดพลาดของคุณ เท่ากับคุณมีส่วนแก้ไขสถานการณ์นี้

จะต้องมีนักคณิตศาสตร์ขี้หงุดหงิดอีกกี่คน ถึงจะทำให้คุณยอมรับความผิดพลาดได้”

ดังเป็นพลุ เลยครับ ได้ที ”ขี่แพะไล่” จริงๆ บรรดา นักคณิตศาสตร์ชั้นหัวกระทิและผู้รู้ทั้งหลาย

ไล่ถล่มเธอแบบไม่เลี้ยงเลย ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

เพราะตามแนวคิด ตามหลักคณิตศาสตร์

ตามหลักสถิติแล้ว เหลืออีก 2 ประตู "โอกาสชนะก็ต้อง 50-50" จริงไหมครับ


เช่นเดียวกับ "การโยนเหรียญ" โอกาสออกหัว ออกก้อยแต่ละครั้งก็ 50-50


“มิริลิน” นิ่ง...และโต้กลับในคอลัมน์ของเธอว่า

“เมื่อความจริงกับสันชาตญานประทะกันอย่างแรง ทุกคนต่างรู้สึกถึงแรงสะเทือน”

ครานี้เธอพยามอธิบายใหม่ บอกว่า...

สมมุติว่าพอพิธีกรเปิดประตูที่มีแพะออกมา ยานลำหนึ่งก็ลงมาจอดบนเวที

และมนุษย์ต่างดาวตัวเขียวตัวหนึ่งก็ออกมา..พิธีกรขอให้มนุษย์ต่างดาวเลือกเปิด

ประตูหนึ่งในสองประตู โดยที่มันไม่รู้มาก่อนว่า ผู้เล่นคนเดิมได้เลือกประตูใด

ประตูหนึ่งไว้แล้ว..โอกาสที่มนุษย์ต่างดาวจะได้รถเป็น ห้าสิบ-ห้าสิบ

แต่นั่นเป็นเพราะว่า มนุษย์ต่างดาวมันไม่มีข้อได้เปรียบอย่างที่ผู้เล่นคนเดิมได้

นั่นคือ..การช่วยเหลือจากพิธีกร...!!

ความจริงก็คือ...

"ถ้ารถอยู่หลังประตู 2 พิธีกรจะเลือกเปิดประตู 3 และ ถ้ารถอยู่หลังประตู 3

พิธีกรจะเลือกเปิดประตู 2 เพราะฉะนั้นถ้าคุณขอเปลี่ยนคุณจึงชนะ ไม่ว่ารถนั้นอยู่หลัง

ประตู 2 หรือ 3 คุณจะชนะทั้ง 2 ประตู!!


แต่ถ้าคุณไม่เปลี่ยน คุณจะชนะถ้ารถอยู่หลังประตูที่ 1 เท่านั้น”


มาริลีน ถูกต้องแล้ว!!!!!


นักคณิตศาสตร์ ทั้งหลาย...ต้องหน้าแตกและก้มหน้ายอมรับ!!

เท่านั้นยังไม่พอ

ยังมีผู้ทดลองทำการ random ด้วยคอมพิวเตอร์ กว่า 10,000 ครั้ง

ผลออกมา...


ถูกต้อง แล้วคร๊าบ!!!!


“สองในสาม” ตรงตาม ที่"มาริลิน"ทำนายไว้แป๊ะ...!!!!!


แก้ไขเมื่อ 16 ก.พ. 51 10:06:03


จากคุณ : LAST VODKA - [ 16 ก.พ. 51 10:04:57 ]



ความคิดเห็นที่ 9

ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ^^' ขอบคุณที่หามาให้อ่านครับ

จากคุณ : TnT4 - [ 16 ก.พ. 51 10:49:15 ]



ความคิดเห็นที่ 10

แล้วไม่ใช้ แมนซ่าเหรอ 250 แหนะ

จากคุณ : soniqer - [ 16 ก.พ. 51 10:59:51 ]



ความคิดเห็นที่ 11

140 ก็แมนซ่าแล้วมั้ง

จากคุณ : จาจาบิงแปงร่างเป็นไอ้มดเขียว - [ 16 ก.พ. 51 11:35:08 ]


ความคิดเห็นที่ 12

อันนั้นเท่าที่กินเนสบุ๊คสำรวจไว้เท่านั้น ที่สูงกว่าแล้วตกสำรวจยังมี ถ้ามาสำรวจผมรับรอง ต้องเกิดสถิติใหม่แน่นอน


ปล.
กรณี "มาริลิน" น่าจะจัดในกลุ่ม นักคณิตศาสตร์ที่เก่งที่สุดในโลก( ใช่หรือเปล่าไม่ทราบ )

ไม่ใช่ " มนุษย์ที่ฉลาดที่สุดในโลก " เพราะเก่งเฉพาะคณิตศาสตร์

เห็นไหมตามประวัติขณะที่บันทึก ต้องเลือกสามีตั้ง 3 ครั้ง

จากคุณ : สุดยอด - [ 16 ก.พ. 51 12:07:06 A:203.113.60.75 X: TicketID:150751 ]



ความคิดเห็นที่ 13

มาริลินไม่ได้เก่งแต่คณิตศาสตร์นะครับ เรื่องประวัติศาสตร์อะไรทำนองนี้ เธอแม่นมากๆๆครับ

ถามไรรู้หมด

จากคุณ : LAST VODKA - [ 16 ก.พ. 51 12:56:49 ]

ความคิดเห็นที่ 14


มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่ง ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เคยถูกถามว่า 1 ไมล์มีกี่ฟุต

ไอน์สไตน์ตอบว่า "ผมไม่ทราบ ทำไมจะต้องจำข้อมูลเหล่านี้ให้รกสมอง

ในเมื่อผมสามารถค้นหาคำตอบได้ภายใน
2 นาทีจากหนังสืออ้างอิง".......................................


ครั้งหนึ่ง เฮนรี่ ฟอร์ด ฟ้องคดีหมิ่นประมาทหนังสือพิมพ์ชิคาโกตรีบูน เพราะตรีบูนเรียกฟอร์ดว่า

เป็นคนโง่เขลา และฟอร์ดซึ่งเป็นคนที่มีผู้เคารพนับถือมากได้ฟ้องเพื่อที่จะให้ชิคาโกตรีบูน "พิสูจน์มาสิว่า

ผมโง่จริง" ชิคาโกตรีบูนถามฟอร์ดด้วยคำถามง่ายๆ เป็นชุด

เช่น "ใครคือเบเนดิก อาร์โนลด์?" " สงครามปฏิวัติยุติลงเมื่อไร?" และอื่นๆ

ฟอร์ดซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนมาน้อย จึงไม่ สามารถตอบได้เป็นส่วนใหญ่

ในที่สุดเขาก็เริ่มหัวเสีย และพูดว่า “ผมไม่รู้คำตอบของคำถามพวกนี้หรอก

แต่ผมสามารถหาคนที่รู้มาได้ภายใน 5 นาที"

เฮนรี่ ฟอร์ด ไม่เคยสนใจที่จะทำให้สมองวุ่นวายไปกับข้อมูลต่างๆ เขารู้ว่าความสามารถที่รู้

วิธีการหาข้อมูลย่อมสำคัญกว่าการที่จะใช้สมองเป็นโรงเก็บข้อมูล

......................................

เพื่อนซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

บังเอิญขณะนั้นมีรายการเกมทายปัญหายอดนิยมรายการหนึ่งทางโทรทัศน์

คนที่ตอบปัญหาอยู่นั้นครองแชมป์ในรายการมาหลายสัปดาห์ แล้วเขาสามารถตอบคำถามได้ทุกเรื่อง ทั้งๆ

ที่คำถามหลายข้อ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีเหตุผลก็ตาม

แต่ หลังจากที่เขาตอบคำถามที่ค่อนข้างจะประหลาด

ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับภูเขาลูกหนึ่งในประเทศอาเจนตินา เพื่อนผมมองมาที่ผมและพูดว่า

"คุณคิดว่าผมจะจ่ายเงินเดือนเท่าไรให้กับหมอนั่นเพื่อมาทำงานกับผม?" "เท่าไร?"

ผมถาม "ไม่เกิน 4,500 เหรียญ แต่ไม่ใช่ต่อสัปดาห์ หรือต่อเดือน แต่ตลอดชีวิต

ผมพิจารณาดูแล้ว เจ้าเซียนคนนี้ คิดไม่เป็น เขาเป็นแต่จำ เขาเป็นเพียงเอ็นไซโคลพิเดีย

หรือสารานุกรมเคลื่อนที่ได้ เท่านั้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าด้วยเงินจำนวน 4,500 เหรียญ

ผมสามารถซื้อเอ็นไซโคลพิเดียดีๆ ได้ชุดหนึ่ง"


"สิ่งที่ผมต้องการก็คือ คนที่สามารถแก้ปัญหาได้ คนที่มีไอเดียดีๆ คนที่สามารถฝันและก็พัฒนา

ความฝันให้เป็นความจริงได้ในทางปฏิบัติ เป็นคนที่มีไอเดียที่สามารถทำเงินได้ แต่คนที่จำได้เฉพาะตัว

เลขเพียงอย่างเดียวทำเงินไม่ได้
......................................

ฟิล เป็นเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของบริษัทโฆษณาใหญ่แห่งหนึ่ง เขาเป็นคนที่ทำงานได้ดีเยี่ยม

ในฐานะของผู้จัดการฝ่ายวิจัยตลาด แต่ฟิลไม่มี "หัว" นอกจากนั้นเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับสถิติ

เขาไม่ได้จบปริญญา (ถึงแม้ว่าลูกน้องทุกคนจะผ่านมหาวิทยาลัยทั้งนั้น)

และฟิลก็ไม่ได้แกล้งทำเป็นรู้เรื่องเทคนิคในการทำวิจัยแต่อย่างใด

แต่อะไรทำให้เขาได้รับเงินเดือนๆ ละ 15,000 เหรียญ ????

ในขณะที่ไม่มีลูกน้องคนไหนได้รับเงินเดือนเกิน 6,000 เหรียญ

คำตอบก็คือ ฟิลเป็นวิศวกรมนุษย์ เขาเป็นคนที่คิดในทางบวกร้อยเปอร์เซนต์

เขาสามารถให้ กำลังใจแก่คนที่ท้อแท้ เขาเป็นคนที่กระตือรือร้น

และสามารถสร้างความกระตือรือร้นขึ้นในที่ทำงาน เขาเข้าใจทุกคน

เขารู้ว่าอะไรทำให้ทุกคนอยากทำงาน และเขารักลูกน้องทุกคน

ไม่ใช่เป็นเพราะสมองของฟิล แต่เป็นเพราะวิธีการที่เขาจัดการกับสมองของคนอื่น

ทำให้เขามีค่าต่อบริษัทมากกว่าสามเท่าของคนอื่นที่มีไอคิวสูงกว่าเขา

จากคุณ : นางสเตนเลส - [ 16 ก.พ. 51 13:15:39 ]




ความคิดเห็นที่ 15

^
^
^
บทความข้างบน ดีมากๆเลยครับ ทำให้ผมมองอะไรได้ ในหลายๆมุมเลย

จากคุณ : Momonster - [ 16 ก.พ. 51 14:17:58 ]






ความคิดเห็นที่ 16

ยอมรับว่าบางครั้งก็ตัดสินคนที่ไอคิวเหมือนกัน

แต่ที่สำคัญกว่าไอคิวคือใจสูง ความคิดสูง.....

(แต่หัวสูงไม่เอานะ เหอๆๆ)

เห็นด้วยกับบทความที่ คห.14 ยกมามากๆ

ถ้ามีของดีถ้าไม่ใช้ให้ดีมันก็ไม่มีค่า ...เหมือนอย่างกับ ไก่ได้พลอย

จากคุณ : *-* (อสิตา) - [ 16 ก.พ. 51 14:23:38 ]



ความคิดเห็นที่ 17

ยอดมาก

จากคุณ : ปรมมือให้ - [ 16 ก.พ. 51 14:23:45 A:203.113.60.75 X: TicketID:150751 ]


ความคิดเห็นที่ 18

ผมก็คิดเหมือนบทความ คห.14 นะ

เพราะในชีวิตจริง เราไม่จำเป็นต้องจำอะไรทุกอย่างซะขนาดนั้น

เราสามารถหาข้อมูลต่างๆได้จากแหล่งข้อมูลตั้งมากมายในเวลาสั้นๆ

แต่ถึงอย่างไร ผมก็ยังต้องจำสิ่งเหล่านั้นอยู่ดี

ทำไงได้ล่ะ ในห้องสอบไม่มีข้อมูลพวกนั้นให้นี่นะ

จากคุณ : ImaJin - [ 16 ก.พ. 51 14:44:46 ]


สำหรับผมเองเจ้าของกระทู้แฮะๆ อ่านจบแล้วก็ นะ สมองคนเรานี่สุดยอดจริงๆ



ปล. เอา Link ของกระทู้นี่ไปตามเพิ่มเติมนะครับ

//www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6337270/X6337270.html

ปล.ผมอ่านแล้วก็อมยิ้มไปครับ อิอิอิอิอิ


Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2551 16:20:41 น. 0 comments
Counter : 3148 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pinestand
Location :
กาญจนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




pinestand = stand of pine
แปลว่า ดงสนครับ
หลายคนที่เคยไปเที่ยวภูกระดึงหรือว่้าน้ำหนาว หรือป่าสนวัดจันทร์คงจะเคยเห็นต้้นสน(สนสองใบหรือสามใบ)ที่ขึ้นเป็นป่าโดยไม่มี ไม้ใหญ่ชนิดอื่นขึ้นเลย
> ข้อมูลส่วนตัว Facebook ของ Lam Merison
Friends' blogs
[Add pinestand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.