pinestand = stand of pine
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
3 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
inside ชีวิต: ทีมงานที่มีความสุข

ช่วงนี้ ว้าวุ่นใจครับ หาอะไรอ่านไปเรื่อยๆ งานก็ยุ่งๆ เบื่อๆ
ก็เลยหาเรื่องเพื่อทำความเข้าใจกับตัวเอง สถาณะการณ์ที่มันเป็นอยู่ พยายามจะทำความเข้าใจกับตัวเองให้มากๆ อ่านหลายที่แล้วก็ยังทำใจไ่ม่ได้
ยังไงใครจะลองอ่าน ทำความเข้าใจ ลองเอาไปใช้ประโยชน์ดูนะครับ (ผมยังทำไม่ค่อยได้ ได้แต่แนะนำคนอื่นซะงั้น )

วันนี้ได้บทความมาจากผู้จัดการรายสัปดาห์ครับ เป็นของวันที่ 7/1/2008
ลองตามไปอ่านดูนะครับ

ขอขอบคุณ ผู้จัดการรายสัปดาห์ด้วยครับผม


link ครับ

//www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9510000002241

inside ชีวิต: ทีมงานที่มีความสุข

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 7 มกราคม 2551 20:22 น.


เคยมีคนมาเชิญให้ผมบรรยายในเรื่องการทำงานเป็นทีม ผมบอกว่าพูดได้ แต่ไม่พูดแล้ว

เพราะไม่ค่อยเกิดประโยชน์มากนัก มีแต่ความเครียดและความขัดแย้ง

แต่พอ บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด ผู้ผลิตกระเบื้อง “คอตโต้”

มาเชิญไปทำสัมมนาอบรมพนักงานในหัวข้อ “ทีมแห่งความสุข” ผมก็ตอบตกลงเพราะชอบคำว่า

“ความสุข” นี่เอง

การทำงานเป็นทีมที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเพราะทีมงานไม่มีความสุข ขาดศรัทธากัน มีความขัดแย้ง

เครียด และมีความรู้สึก “สุดโต่ง” มากไป เช่น เกลียดมาก รักมาก เลยแบ่งพวกย่อยๆ ได้ง่ายที่เรียกว่า

“การเมืองในทีมงาน”

เรื่องอื่นๆก็พูดไปมากแล้ว วันนี้อยากพูดถึงเรื่องวิธีแก้ความคิดสุดโต่งที่ทำให้ไม่เกิดความไม่เป็นสุขในตัวเอง และก่อความขัดแย้งในการทำงานเป็นทีมมาก

มนุษย์เรามีความรู้สึกต่อคนอื่น สิ่งอื่นๆเป็น 3 แบบ คือ

1.พอใจ ทำให้เกิดความชอบ อยากได้ อยากผูกพันต่อไป เกิดความกระวนกระวายใจและไม่เป็นสุข


2.ไม่พอใจ ทำให้เกิดความเกลียด รังเกียจตามมา เกิดความไม่เป็นสุข


3.วางเฉย ทำให้เกิดความเฉื่อยชา โง่เขลา ไม่สนใจ ไม่รู้เรื่อง อยากเลี่ยง ทำให้ไม่เป็นสุขเช่นเดียวกัน

(ความวางเฉยกับปล่อยวางนี่คนละอย่างกันนะครับ)

ในแง่จิตวิทยาแล้ว การที่เรา “พอใจ” อะไรสักอย่างมากๆ เรามักจะให้ค่าหรือประเมินราคาของสิ่งนั้นเกินความเป็นจริงเสมอ


และการที่เรา “ไม่พอใจ” อะไรมากๆ สักอย่าง เรามักจะให้ค่าหรือประเมินค่าของสิ่งนั้นน้อยกว่าความเป็นจริงเสมอ


และเมื่อเราวางเฉยไม่สนใจ ก็แสดงว่าเราไม่อยากเห็นสภาพความเป็นจริงขณะนั้น อยากเลี่ยงหนี


ความรู้สึกทั้ง 3 อย่างนี้เกิดขึ้นเสมอๆ


ความทุกข์ ความสุขทั้งหลายอยู่ที่ “จิตใจ” หรือความคิดของเราที่จะพอใจ ไม่พอใจ หรือวางเฉยมากน้อยแค่ไหนนี่เอง

ถ้าอยากมีความสุข ลดความทุกข์ ลดความความเซ็งก็ต้องบริหารจิตใจหรือความคิดให้ดี

ในทางพุทธศาสนาแนะให้มีการฝึกจิตโดยการทำสมาธิ (Meditation) เพื่อให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น ไม่อ่อนแอ ไม่โทษผู้อื่น และสามารถควบคุมได้ด้วยตนเองเพื่อการดำเนินชีวิตอย่างมีสมดุลเหมาะสมต่อไป

เป้าหมายของการฝึกสมาธินั้น ไม่ใช่อยู่ที่ให้เราหลับตาภาวนานึกถึงลมหายใจเข้าออกหรือท้องยุบ-ท้องพอง หรือเห็นสิ่งบางอย่างอยู่เสมอเพื่อให้เกิดสติอยู่กับปัจจุบันเท่านั้นหรอก


แต่จากการฝึกต่อไปจะทำให้เรามีสติเข้มแข็ง มีจิตสำนึกที่มีสมดุลมากขึ้น จะรู้ทันในทุกอิริยาบถของความคิด ความรู้สึก อารมณ์ และการกระทำ ไม่ว่าจะพอใจ ไม่พอใจ หรือวางเฉย


รวมทั้งเราจะรู้ทันความคิดสุดโต่งดังกล่าวมาแล้วด้วย

ปัญญา (Wisdom) ที่เกิดขึ้นต่อจากสติที่ตั้งมั่นได้นานๆแล้ว จะทำให้เรารู้จักลดความคิดสุดโต่งเหล่านั้นลง โดยความรู้เท่าทันถึงความไม่แน่นอนและการยึดถือครอบครองไม่ได้ของสิ่งเหล่านั้น

จิตใจเราจะเข้มแข็ง เป็นสุข-สงบขึ้น ทนต่อความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาได้ดีขึ้น ไม่แสวงหาความพอใจหรือความสุขแบบสุดโต่งอีกต่อไป

เราจะรับผิดชอบต่อความคิดความรู้สึก (ทุกข์-สุข) ของเราได้มากขึ้น ไม่โทษสิ่งอื่น-คนอื่นอีกต่อไป เพราะทุกอย่างอยู่ที่จิตหรือความคิดของเรานี่เอง

เราจะรู้สึกสุดโต่งทั้งพอใจ-ไม่พอใจ – วางเฉยก็จะหายไป เหลือแต่ความสุขชนิดนิ่งๆแบบมีสติ-ปัญญา


อย่างที่เรียกว่าเกิดสมาธิสุข (สุขที่อยู่กับปัจจุบันที่มีสติ) และวิมุตสุข (สุขที่เกิดจากการปล่อยวาง) ได้มากน้อยต่างกันตามวิธีคิดและการฝึกปฏิบัติของแต่ละคน

ในการทำงานเป็นทีมนั้นถ้าสมาชิกของกลุ่มได้รับการฝึกสมาธิแบบดังกล่าวแล้วบ้าง เขาจะเริ่มเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่นและมีความสุขกับสภาพที่เป็นอยู่ เป็นอยู่ได้มากขึ้น ไม่รู้สึกสุดโต่งดังกล่าวแล้ว

จากนั้นจึงสอนถึงวิธีการทำงานเป็นทีมแบบทั่วไปให้ฟัง


จากนั้นเขาก็จะทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ง่าย เกิดศรัทธา ลดข้อขัดแย้ง แก่งแย่งและมี “พลัง” ในการทำงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามกำลังความสามารถ เพราะเขาลดความรู้สึก “สุดโต่ง”ในตัวเขาได้แล้ว


ทุกคนก็มีความสุข องค์กรมีความสุข เพราะมีทีมงานที่มีความสุขนี่เอง



ฝากไว้ให้คิดในการจะทำงานเป็นทีมอีกต่อไปครับ


Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2551 18:00:34 น. 1 comments
Counter : 497 Pageviews.

 
แวะมาอ่านเนื้อหาดีๆค่ะ


โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:48:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pinestand
Location :
กาญจนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




pinestand = stand of pine
แปลว่า ดงสนครับ
หลายคนที่เคยไปเที่ยวภูกระดึงหรือว่้าน้ำหนาว หรือป่าสนวัดจันทร์คงจะเคยเห็นต้้นสน(สนสองใบหรือสามใบ)ที่ขึ้นเป็นป่าโดยไม่มี ไม้ใหญ่ชนิดอื่นขึ้นเลย
> ข้อมูลส่วนตัว Facebook ของ Lam Merison
Friends' blogs
[Add pinestand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.