ทางเตียนเวียนลงนรก ทางรกวกขึ้นสวรรค์



ทางเตียนเวียนลงนรก ทางรกวกขึ้นสวรรค์

ฉันกำลังขี่รถจักรยานยนต์ลงจากวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ซึ่งอาไปบวชชีพราหมณ์หรือที่ทางนี้เรียกกันว่า “ผ้าขาว” อยู่ที่นั่น


วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ตั้งอยู่บนเขาหิน พื้นเป็นลานหินกว้าง เนื้อหินเป็นคลื่นเป็นชั้นสูงบ้างต่ำบ้าง แรกเห็นรู้สึกว่าเดินลำบาก ยิ่งถ้าหน้าฝนเพิ่มตะไคร่น้ำมาอีกยิ่งลื่นชวนถลำ แต่มาคิดอีกที นั่นเป็นการฝึกสติอย่างดีในทุกจังหวะย่างก้าว


รถแล่นลงเขาไปตามถนนดินลูกรังสีแดง เสาไฟฟ้าข้างทางเป็นเสาไม้ทำเองต่อโยงสายไฟไปจนถึงตัววัด ฉันเข้าเกียร์สี่ ปล่อยให้รถจักรยานยนต์แล่นลงไปโดยแทบไม่ต้องบิดคันเร่ง สายตาคอยสังเกตหลุมร่องบนผิวถนน เผื่อจะได้เบี่ยงเบนเอนหลบได้ทัน นึกสงสัยว่าตนเองประมาทเกินไปหรือเปล่า ที่ไม่ยอมใช้เกียร์ต่ำตามคำแนะนำในการขับขี่ยวดยานยามขึ้นหรือลงจากที่สูง


ก็แหม... รถแล่นฉิวออกอย่างนั้น จะเปลี่ยนเกียร์ให้กระตุกเสียอารมณ์ไปทำไม


ช่างแตกต่างจากตอนขาขึ้น ความสูงที่เพิ่มขึ้นทีละน้อยทำให้ฉันไม่ทันรู้สึกตัว แต่ไม่ใช่เจ้าเฮร่าเพื่อนยาก คุณเธอเริ่มส่งเสียงครวญ และวิ่งอืดขึ้นทีละน้อย ฉันจึงนึกขึ้นได้ ขยับเท้าปลดเกียร์ถอยลงหนึ่งระดับ เร่งเครื่องอีกนิดก็ปีนต่อไปอย่างไม่มีปัญหา


ฉันหวนคิดถึงสำนวนคุ้นใจ


“ทางเตียนเวียนลงนรก ทางรกวกขึ้นสวรรค์”


ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยระหว่างการทำดีและทำชั่ว


การขี่รถลงเขาของฉัน ช่างไม่ต่างอะไรกับสำนวนที่ว่า ปล่อยรถแล่นเรื่อยตามสบาย ไม่เหนื่อยแรง แต่ถ้าพลั้งเผลอไถลออกข้างทาง คงได้หัวร้างข้างแตก เพราะแรงส่งลงเบื้องล่างมีมากกว่าแรงต้านทาน


เช่นเดียวกับการทำชั่ว ช่างแสนง่ายดาย ทำไปตามความอยาก ปล่อยตัวตามกิเลส ไม่ต้องคิดไม่ต้องระวัง ขอเพียงให้เราสบายไว้ก่อน กว่าจะได้คิดก็ตอนผลบาปตามล้างตามเช็ด หรือลงไปอยู่อบายภูมิโน่นแล้ว รู้ตัวตอนนั้นก็เกินแก้ไข ต้องก้มหน้า ต้องก้มหน้ารับผลการกระทำของตน


การขี่รถขึ้นเขา ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย ต้องประมาณความชันของเส้นทาง รู้กำลังเครื่องยนต์ รู้ว่าจังหวะไหนควรเปลี่ยนเกียร์ จังหวะไหนควรเร่งเครื่อง แถมต้องระวังไม่ให้ถอยหลังตีลังกาลงมา


การทำความดีก็ช่างแสนยากเย็น นับแต่ต้องหักห้ามฝืนใจตนเอง ไม่ให้ดิ้นรนไปตามความอยาก ไม่ว่าจะเป็นอยากมี อยากได้ อยากเป็น หรือตรงข้าม ต้องทำในสิ่งที่ต่างจากที่คนส่วนใหญ่ยอมรับกันไปแล้วว่าเป็นเรื่องธรรมดา และใครฝืนยึดการทำดีแบบนั้นก็กลายเป็นคนงี่เง่าไม่ทันโลกทันเหตุการณ์กับใครเขา หากพลาดท่าเสียทีต่อการดื้อรั้นมุ่งมั่นทำอะไรต่างจากผู้อื่น ก็มีหลายคนเตรียมพร้อมที่จะเหยียบย่ำซ้ำเติม เอาแบบให้จมธรณีไปเดี๋ยวนั้น


คงเพราะมันยากอย่างนี้ คนเราจึงกอดคอกวักไม้กวักมือชักชวนกันลงนรกไปนักต่อนัก


ใครจะไปทางไหนก็แล้วแต่ใจของใคร



เพรางาย มณีโชติ
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑



Create Date : 31 มีนาคม 2551
Last Update : 31 มีนาคม 2551 16:25:01 น.
Counter : 1042 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15



เพรางาย
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



คนที่กำลังไล่ตามความฝัน ท่ามกลางความผกผันของวันเวลา
มีนาคม 2551

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog