ณ เส้นรอบวงที่คาบเกี่ยวกัน

ภูติ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




.......

....



ภายใต้ผิวน้ำที่เรียบนิ่ง

มีปลาทองขี้เกียจอยู่หนึ่งตัว


...


...


...........
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
28 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ภูติ's blog to your web]
Links
 

 
a drink , a day




Same old cup


August 30, 2008



เช้าตรู่วันเสาร์

ผมลุกขึ้นมาเพราะภารกิจหน้าที่

ผมเติมน้ำ เติมเม็ดกาแฟบดลงเครื่อง และเปิดสวิทช์ให้มันทำงาน

เสียงเครื่องทำกาแฟทำงาน คละไปกับเสียงฟ้าร้องครืนคราง

หากมันเป็นวันเสาร์อื่นๆ อากาศแบบนี้ผมจะรู้สึกมีความสุขไม่น้อยเลย



ท้องฟ้าข้างนอกสีเทาจางๆ อีกไม่นานฝนคงตก



ผมเติมครีม และน้ำตาลลงกาแฟแก้วเล็ก

ผมเรียนรู้ที่จะดื่มกาแฟแก้วเล็กลง เพื่อไม่ให้มันเหลือ

ในเมื่อไม่มีคนมาเเชร์กาแฟแก้วเดียวกัน ผมก็ไม่จำเป็นต้องชงแก้วใหญ่อีกต่อไป



กาแฟกลิ่นหอมกรุ่นอย่างที่มันควรจะเป็น

รสเปรี้ยวนิดๆ ปนมากับความขมที่คุ้นเคย



ผมค่อยๆดื่มมัน ปล่อยให้ของเหลวอุ่นๆผ่านเข้าไปในร่างกาย

คงเป็นความเคยชิน ที่ทุกเช้าผมจะดื่มมัน

คงเป็นความเคยชิน ที่ทุกเช้า ผมจะได้กลิ่นหอมๆอย่างนั้น



และคงเป็นความเคยชิน ที่ทุกเช้า ผมจะคิดถึงคุณ













Create Date : 28 มิถุนายน 2552
Last Update : 18 กรกฎาคม 2552 21:06:54 น. 19 comments
Counter : 315 Pageviews.

 

afternoon coffee


Sept 1st, 2008




เสียงน้ำร้อนเดือด

เสียงเครื่องปรับอากาศดัง

เสียงเคาะแป้นพิมพ์

เสียงถอนหายใจ



เทน้ำร้อนใส่แก้ว

ฉีกซองกาแฟ ทรี อิน วัน

เทผงของผสมลงแก้ว

คนให้ละลาย

ดมกลิ่น .. ลองดื่ม

หยิบซองกาแฟเปล่าขึ้นมาดูอีกครั้ง

ผงกาแฟที่ติดอยู่ที่ซองร่วงกราว



อืมม .. จืดชืดจริงๆ



เสียงเคาะประตู

เสียงใสๆเข้ามาก่อนใบหน้า

เสียงคุยของเธอ

เสียงหัวเราะของผม



เธอขอกาแฟหนึ่งแก้ว ผมบอกว่าอย่าเลย

เธอหัวเราะอย่างเข้าใจ เมื่อลองจิบกาแฟของผม



เสียงเธอคุยต่อไป

คล้ายๆว่า ผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรง






โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:26:11 น.  

 

Bitter

Sept 2nd, 2008




ขม ..



กาแฟแก้วที่สองของวัน ขมปาก



กาแฟแก้วแรกของวัน ผมชงมันในวงกาแฟเดิมๆ



ผู้คนจับกลุ่มพูดคุย บางเสียงแตกต่าง หลายเสียงเห็นพ้อง



บางคนเรียกชื่อผม พร้อมคำถาม



“มันจะเป็นอย่างไร วันนี้ พรุ่งนี้ เราจะได้มาทำงานไหม ? “



ผมกดน้ำร้อนใส่แก้วกาแฟแบบเงียบๆ



ส่ายหัวเบาๆ ตอบคำถามนั้น



ไม่ใช่จะตอบคำถามว่า .. ไม่ได้มา .. แต่ตอบมันว่า .. ผมไม่รู้เลย ..



ผมยืนกินกาแฟเงียบๆ เสียงพูดคุยยังคงดำเนินต่อไป แต่แผ่วเบาลงในความรู้สึกผม



มองฟ้าด้านนอก แม้เม็ดฝนตอนเช้าจะหายไป แต่บรรยากาศไม่ได้ดีขึ้นเลย



ทั้งที่แสงแดดจ้า .. ผมก็ยังมองไม่เห็นแม้แสงสว่างสำหรับบ้านหลังนี้ของผมเลย





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:27:19 น.  

 


ชา.. กลิ่นมิ้นท์

Sept 9th, 2008



ค่ำหลังฝนตกหนัก

ผมเดินกลับที่พัก ความคิดหมุนวนในหัว ไม่มีทางออก ไม่มีจุดจบ

ช่างเหมือนกับประเทศของผมตอนนี้เลยทีเดียว .. หึ หึ



มีหลายอย่างผ่านเข้ามาหาผมในเวลาเดียวกัน

เธอ งาน และสิ่งอื่นๆ

บางคนอาจสงสัยว่า ผมใช้ชีวิตอย่างไร ทำไมบางครั้งผมก็ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจอะไรเอาซะเลย

บางครั้ง บางคนก็ดูเหมือนจะหายไปจากความคิดผมซะดื้อๆ

และบางคน ผมก็เลือกที่เงียบ และรอโดยไม่ก้าวล้ำเส้นใดๆ



อืมม .. หากจะลองเข้าใจใคร โดยลองใส่รองเท้าของเขา

ผมว่า .. รองเท้าคู่นี้ของผม คงไม่มีใครอยากใส่นัก



ผมสบัดหัว เอาละอองฝนที่ติดผมออกไป

รู้สึกถึงความเย็นและชื้นบนผม

ค่ำแบบนี้ ผมอยากถอดหัวออกมาล้าง ชะอะไรๆในหัวออกไปบ้าง

แต่ผมทำได้แค่ อาบน้ำให้สดชื่นและชงชาให้ตัวเองดื่มเท่านั้นเอง

เผื่อความอุ่นมันจะช่วยทำให้รู้สึกดี



ผมเปิดตู้ หยิบถุงฟลอยสีเงิน ไม่มีฉลากติดใดๆ ออกมา

มันยังใหม่อยู่ แต่ผมคงเอากล่องมันไปทำอะไรแล้วแน่ๆ

ภายในถุง มีใบชาแห้งอยู่

ผมจรดจมูกลงดม ได้กลิ่นมิ้นท์เย็นๆ

อืมม .. อันนี้ก็คงไม่เลว

หากคืนนี้ ผมอยากจะปลอบประโลมตัวเองบ้าง กลิ่นมิ้นท์ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดี



ผมคงไม่ชวนคุณดื่ม

ชาของผม อาจจะขมไปสำหรับคุณ

อารมณ์ยิ่งฝาดเฝื่อนเข้าไปใหญ่



ดังนั้น .. ระหว่างที่ผมดื่มชากลิ่นมิ้นท์ที่ออกขมแก้วนี้

คุณก็ฟังเพลงไปพลางๆละกันนะฮะ





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:28:30 น.  

 


Black coffee..

Sept 12th, 2008




เปิดขวด

ฝืดมือ แต่ก็เปิดจนออก

ไม่ได้กินผงกาแฟสำเร็จรูปซะนาน



ดมกลิ่น

หอมดี กาแฟฟรีมักหอมดีเสมอ



กาแฟหนึ่งช้อน ตามด้วยน้ำร้อน

ก้มๆเงยๆ ..อ้าว ไม่มีครีม

ไม่ควรเติมน้ำร้อนก่อนเช็คว่ามีครีมหรือไม่

เพราะกว่าจะได้ครีมมาใส่ กาแฟก็หายร้อนแล้ว



ฉีกน้ำตาลใส่หนึ่งซอง

กลายเป็นกาแฟดำ

ไม่ชอบ แต่ก็ดื่ม

ผมไม่ใช่คนเรื่องมากมาแต่ไหนแต่ไร



กาแฟอุ่น

ตัวคนก็อุ่น

หน้าฝนทั้งที หากไม่เป็นหวัดสักครั้ง คงจะตกเทรนด์

ดังนั้น ควรจะเป็นหวัด จะได้อินเทรนด์





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:29:16 น.  

 


Arabica..

Sept 13th, 2008




100% organic

shade-grown arabica

กาแฟอราบิก้าปลอดสารพิษ 100%

ด้วยวิธีการปลูกใต้ร่มเงา

ผมพึมพำอ่านข้างซอง ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมต้องอ่านออกเสียงด้วย ก็อยู่คนเดียวแท้ๆ



อืมม .. เป็นอย่างนั้นหรอกรึ

ผมมองกาแฟที่เพิ่งชงเสร็จ พลางจิบและสัมผัสรสของมัน

ผมชอบรสขมแบบไม่เปรี้ยวของกาแฟซองนี้ กลิ่นก็พอหอมเย็นไม่จัดจ้าน บาดจมูก



ผมดื่มมันในบางเช้า แต่แทบไม่เคยใส่ใจที่มาของมัน

มันคงมาจากต้นกาแฟที่มีความสุขสินะ

ไม่ต้องเจอสารเคมี แถมยังไม่ร้อนอีกด้วย

แต่ตอนหน้าฝนจะได้น้ำพอหรือเปล่านะ

“อืมม .. คงอยู่กันอย่างสบายล่ะ ไม่งั้นจะได้เป็นผลิตผลที่ผมกำลังดื่มอยู่นี่รึ” ผมสรุปเอาเองแบบมั่วๆ



เช้านี้ กาแฟแก้วนี้ ทำให้ผมอยากฟังเสียงของ John Mayer

แหบ นุ่ม ลึก

แบบนั้นแหละ ที่จะเหมาะกับกาแฟของผม



หากคุณกำลังกินกาแฟอยู่ กินไปพร้อมกับผมนะฮะ

เสพกลิ่น รส และเสียง ไปพร้อมๆกัน




โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:29:53 น.  

 


Mocha Gelato

Oct 28th, 2008




หลายครั้ง ..ผมมองหา ผู้คนที่ผมไม่เคยพบตัวจริง
แต่พวกเขากลับชัดเจนในความคิดผม ตัวตนพวกเขาชัดเจนผ่านตัวหนังสือ

หลายครั้ง ..

ผมหันหลังกลับมามอง คนที่ผมคิดว่าเป็นคนเหล่านั้น

หลายครั้ง ..

หัวใจผม.. เต้นแรง





ที่ศูนย์อาหาร ในห้างใหม่ใจกลางเมือง

ผมรีๆรอๆ หน้าบู๊ทกาแฟเล็กๆ มันเป็นร้านที่ผมไม่คุ้นเคย ผมจึงไม่รู้ว่าควรจะสั่งอะไร

ผมกวาดสายตาไปตามรายการ เหลือบดูราคาไปพร้อมกัน

เธอคงลุ้นว่าผมจะสั่งหรือไม่ จะสั่งอะไร ลูกค้าที่หน้าตาไม่คุ้นคนนี้ของเธอ



“มอคค่า เจลาโต แก้วหนึ่งฮะ” ในที่สุดผมก็ตัดสินใจได้

เธอดูเหมือนจะแอบถอนหายใจไปพร้อมกับผม

ไม่รู้ว่าคุณเป็นเหมือนกันรึเปล่า แต่สำหรับผม การสั่งกาแฟแต่ละครั้งมันกินเวลานานพอสมควร

เธอทวนออเดอร์ แล้วก็เริ่มชงกาแฟแบบที่ผมไม่คุ้นเคย

เธอตักไอติมช็อคโกแล็ตหนึ่งสกู๊พ มาละลายๆในกาแฟที่ได้จากผงเม็ดกาแฟบด

จากนั้นก็เติมนมตามสูตรของร้าน ก่อนจะเทใส่แก้วที่บรรจุน้ำเเข็งอยู่เต็ม

เพื่อนอีกคนของเธอ รับแก้วกาแฟไปแล้วก็เริ่มเติมวิปครีม

“เอ่อ…” ผมยื่นมือไปจะห้าม แต่ดูหน้าตามุ่งมั่นในการทำงานของเธอแล้ว ผมก็ต้องค่อยๆหดมือลง

เธอค่อยๆเติมมันอย่างบรรจง ช้าๆ ดูเหมือนเป็นดอกไม้สีนมที่มีกลีบดอกที่หยักสวยงาม



ผมมองกาแฟในมือ รอบแรกในกี่ปีนะ ที่ผมไม่ได้กินกาแฟเย็นแบบมีวิปครีม

“หากคุณมาด้วยกันก็ดีสินะ” ผมบ่นพึมพำถึงหญิงสาวคนหนึ่งเบาๆ ที่ชื่นชอบวิปครีมบนกาแฟมาก

ผมว่า วิปครีม กาแฟ และ เธอ มันเข้ากันได้ดี



ผมเดินผ่านร้านกาแฟร้านหนึ่ง สายตามองเห็นหลังของคนๆหนึ่งที่นั่งดื่มอยู่

ผมรู้สึกถึงตัวเองที่หัวใจเต้นแรง

จากด้านหลัง คนๆนั้นเหมือนใครคนหนึ่งที่ผมเคยเห็นแต่รูป และได้อ่านแต่ตัวหนังสือ

ผมเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว รับรู้ในระยะใกล้ว่าคงไม่ใช่เธอ

แล้วทำไมผมไม่ชะลอฝีเท้าแล้วมองให้ชัดว่า เธอคนนั้นใช่คนที่ผมคิดหรือไม่ ?

อืมม .. ผมก็เป็นอย่างนี้ละฮะ



หากคุณคือคนที่ทำให้ผมใจเต้นแรงได้ ผมจะเบือนสายตาจากคุณอย่างรวดเร็ว และจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว เหมือนน้ำฝนกลางแดดจัดจ้า

และผม ก็มักจะพลาดอะไรดีๆในวินาทีที่ผมเดินผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอๆ



แล้วถ้าเป็นเธอจริงๆ .. ผมจะทำอย่างไร ?

อา .. ไม่รู้ดิ

ผมตอบตัวเองแบบชุ่ยๆ เดินดูดกาแฟรสชาติหวานมันต่อไป



คนแบบผม ก็คงเหมาะกับการอยู่คนเดียวแล้วละนะ





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:30:33 น.  

 

poison cup..

Jan 20th, 2009



columbia classic



ลายมือหวัดๆของพี่ เขียนไว้บนกระดาษสีชมพูที่แปะไว้ข้างขวดอย่างนั้น



ผมกลับมาจากต่างจังหวัด มาเจอของขวัญของพี่ในเมล์บ็อกซ์ของผม



ขวดบรรจุผงกาแฟที่พี่แบ่งมาให้ผม



ผมชงมันเมื่อเช้า



ผมดื่มมันจนหมดแก้ว







พี่ครับ .. คราวหน้าพี่อย่าแบ่งมาให้ผมอีกเลย



เพราะมันเหมือนยาพิษเลยครับพี่



พอผมดื่มแล้ว .. ผมก็อยากจะดื่มมันอีกเรื่อยๆ





แล้วอย่างนี้ พี่จะคอยส่งกาแฟมาให้ผมไหวได้ยังไงครับ





บ่ายนี้ ผมแวะเอาขวดแก้วที่ผมใส่ผงกาแฟไปให้พี่เหมือนกัน



แอบหวังไว้ว่า พี่จะดื่มมันแล้วรู้สึกเหมือนกับที่ผมดื่มกาแฟจากผงกาแฟของพี่





อา … เพี้ยง






โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:31:16 น.  

 



..ก็พอ..

April 11th, 2009




ฝนด้านนอกกำลังตกหนัก

ผมยังคงอยู่ที่ห้องทำงาน

นึกถึงเสื้อผ้าที่เพิ่งซักตากไว้เมื่อเช้า

อืมม .. ตอนผมกลับมาเก็บมันอีกที มันคงมีกลิ่นอับนิดหน่อย

นานๆที ผมจะได้ใส่เสื้อกลิ่นอับน้ำฝนสักที ก็ดีเหมือนกัน



ผมเปิดหน้าต่างห้องทำงานจนกว้างสุด

ปล่อยให้ลมที่ชื้นด้วยน้ำฝนพัดเข้ามาในห้อง

นานๆที ผมจะได้มีโอกาสนั่งฟังเสียงฝนสักที ก็ดีเหมือนกัน



อากาศแบบนี้ หลายคนคงอยากนอน

แต่ผมอยากดื่มกาแฟร้อนๆ

ผมเริ่มคุ้ยเขี่ยหาซองเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

เจอกาแฟ ทรี อิน วัน อยู่หลายซอง

ผมไม่ได้รังเกียจกาแฟเหล่านี้ กาแฟมักง่ายก็เหมาะกับผมดีในบางวัน

กาแฟ ก็คือ กาแฟ .. ผมมักจะดื่มมัน อย่างที่มันเป็น



วันอย่างวันนี้ ผมไม่ได้ต้องการรสชาติชั้นเลิศ

ผมแค่ต้องการกลิ่นหอมอ่อนๆ กับความร้อนพออุ่นๆของมัน ก็พอแล้ว





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:32:16 น.  

 





April 15th, 2009




“มีกาแฟไหม ?” พี่สาวชะโงกหน้ามาถามผมที่นั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าบ้าน

ฮ่า ๆ พลาดซะแล้ว ผมหัวเราะพี่สาวที่ถามคำถามนั้น

ก็บ้านหลังที่เรามา พี่อีกคนที่อยู่ประจำจะดื่มชา พวกคอกาแฟ เอ๊ยพวกติดกาแฟอย่างพวกผมก็มักจะต้องหาของประทังท้องมากันเอง

แม้จะเป็นพวกมาก แต่พวกเราไม่สามารถขัดพี่สาวเจ้าของบ้านได้ ก็พี่เค้าน่ะเกิดก่อน ลูกคนที่สองทีเดียว ไอ้คนที่กินนี่มันก็คนที่สี่ ห้า และผมก็คนที่หก พวกเราจะไปมีปากเสียงอะไรด้าย



ผมเองมักจะแวะที่ร้านสะดวกซื้อก่อนเข้าบ้านเสมอ เพื่อซื้อคาเฟอีนมาไว้ในสต็อกไม่ให้หมด

เพราะเมื่อมีอาการอยาก แล้วไม่ได้เสพ มันก็จะลำบากต้องปั่นจักรยานฝ่าแดดลมไปซื้อ

ดังนั้นที่บ้านพี่สาว จึงมีตั้งแต่กาแฟทรีอินวัน ยี่ห้อที่ผมอยากลอง ผงกาแฟยี่ห้อธรรมดาที่พี่คนใดคนหนึ่งหาซื้อมาได้

หากไม่ลืมผมก็จะซื้อครีมเทียมมาด้วย เพราะผมเป็นคนเดียวในบ้านที่กินกาแฟแบบใส่ครีมเทียม

คนอื่นนี่ บางทีน้ำตาลยังไม่ใส่ด้วยซ้ำ

ภาวะที่แย่หน่อยคือ ผมมีผงกาแฟ แต่ไม่มีครีมเทียม ก็กินกาแฟดำแบบเติมน้ำตาล

ภาวะที่แย่ที่สุดคือ ไม่มีทั้งครีมและน้ำตาล ลำบากต้องปั่นออกมาเหมือนเคย

ภาวะที่ยิ่งกว่าแย่ก็คือ ไม่มีกาแฟกิน

พวกพี่ๆและผมไม่ค่อยชอบภาวะนี้เท่าไร ยิ่งผมด้วยแล้วยิ่งไม่ชอบ นั่นหมายความว่า … “ฟ้า ไปซื้อผงกาแฟให้หน่อย”

นั่นไง มันก็มาตกที่ผมอยู่ดี๊



ส่วนวันหยุดยาวที่ผ่านมาน่ะเหรอฮะ

มันเป็นภาวะแบบพอดีตัว ก็คือพอมีกาแฟกิน แต่เลือกไม่ได้

กาแฟตามมีตามเกิดว่างั้น

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา พวกเราก็ตั้งวงกาแฟขึ้นมาได้เหมือนเคย

ปัญหาก็คือ “ฟ้า ชงกาแฟให้หน่อยดิ เข้มๆนะ” นั่นไง มันก็มาตกที่ผมอีกน่ะแหละ พี่ชายผมน่ะชอบเห็นผมเป็นคนใช้ ใช้ได้ใช้เอา

เห็นอย่างนี้ หากน้องมีปัญหาอะไรละก็ เขาคือคนที่จะวิ่งมาปกป้องผมเป็นคนแรกๆเลยทีเดียว



ผมเดินไปหาผงกาแฟตามมีตามเกิดในครัว

ปกติตอนบ่าย หากมีใครตั้งน้ำร้อนแล้วละก็ วงกาแฟก็จะถูกตั้งขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะมีขนมแกล้มหรือไม่ก็ตาม

พี่ชายจะดื่มกาแฟดำแบบเข้มๆ ใส่กาแฟนิดหน่อย พี่สาวคนที่สี่จะดื่มกาแฟดำ แบบไม่ใส่อะไรเลย ผมดื่มกาแฟที่เติมมันทุกอย่างที่มี



ผมฉีกซองผงกาแฟยี่ห้อหนึ่งลงไปสองซอง นี่แน่ะ อยากได้เข้มๆช่ายม้าย จัดให้

กดน้ำร้อนใส่แค่ครึ่งแก้ว เติมน้ำตาลให้หนึ่งช้อน และโรยเกลือให้นิดหน่อยดับความเปรี้ยวของกาแฟ

ผมฉีกผงกาแฟใส่แก้วของตัวเอง เติมครีมไปสองช้อน เติมน้ำตาลไปหนึ่ง เกลือไม่เอา



แล้วพวกเราก็นั่งคุยกันไป กินกาแฟกันไป ดูทีวีกันไป

หากเหตุการณ์บ้านเมืองไม่คลี่คลาย พวกเราก็คงไม่มีอารมณ์ตั้งวงกาแฟได้อย่างนี้

พ่อเองก็แอบมองอยู่ห่างๆ คงระอาใจกับผมที่พ่อมักจะบอกเสมอว่า ดื่มกาแฟมากไปไม่ดีนะ

ส่วนแม่ก็นอนหลับอยู่ไม่ไกล หากฟังดีๆ จะได้ยินเสียงกรนเบาๆของเธอแทรกมาในเสียงสนทนาของพวกเราด้วย



หากคุณผ่านบ้านผมตอนบ่ายวันหยุดยาว คุณจะได้กลิ่นกาแฟแน่นอน

นั่นคือกลิ่นประจำของบ้านของผมเลยทีเดียว นอกเหนือจากกลิ่นดอกไม้ไทยหลากชนิดริมรั้ว และกลิ่นดอกปีบของบ้านตรงกันข้าม



ผมเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า กลิ่นของบ้าน



หากจากไปนานๆ ก็ได้คิดถึงทุกทีไป







โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:34:13 น.  

 


.. แก้วกาแฟที่ไม่ได้ใช้ ..

April 19th, 2009




ผมกดอีเมล์ ส่งงานไปหนึ่งชิ้น

งานที่เลยเวลามาแล้วหนึ่งอาทิตย์

ผมหวังว่า มันจะได้ใช้และเป็นประโยชน์บ้าง

มันเป็นงานฟรี ที่ผมก็รับทำให้ทุกทีที่มีการร้องขอมา

มันเป็นการให้ service ของคนในวงการเดียวกัน



ผมมองแก้วเปล่าที่วางไว้ข้างๆคอม แล้วก็หัวเราะออกมา

ผมนึกอยากกินกาแฟเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว

แต่พอเริ่มทำงาน ผมก็ลืมที่จะต้มน้ำ ลืมทุกอย่างจนหมด



ห้าโมงเย็นแล้ว ผมไม่มีเวลาพอที่จะชงกาแฟอีกแล้ว

มีคนรอผมอยู่ ในตารางที่แน่นเอี๊ยดของผม ผมยังคงหาเวลาไปเตร็ดเตร่กับคนที่ผมรักอยู่ได้บ้าง

งานน่ะรอได้ แต่ผมไม่อยากให้คนที่ผมรักรอ

โตมากขึ้น ผมเรียนรู้ที่จะรักตัวเองให้น้อยลง แต่รักคนอื่นให้มากขึ้น



ผมมองคำตอบตามหน้าเวปต่างๆที่ผมเดินไปประจำ

ตัวหนังสือของผม บางทีมันคงทำให้หลายๆคนเป็นห่วง

ผมอยากให้ผู้คนเหล่านั้นได้รู้จักผมจริงๆ

ผมมองตัวเองว่า ผมไม่ใช่คนที่น่าเป็นห่วงขนาดนั้นเลย

อย่างน้อยผมก็เป็นคนที่มีความสุขพอประมาณเลยทีเดียว



ผมเก็บแก้วกาแฟใส่ตู้รกๆ

ผมคงไม่ได้ใช้มันวันนี้ และผมก็คงไม่ได้ใช้มันในอีกหลายอาทิตย์ข้างหน้า

หากมันมีความรู้สึก มันก็คงคิดถึงผม และผมเอง ก็จะคิดถึงมันเวลาที่ผมไปดื่มกาแฟที่ไหนแน่ๆ

เหมือนเด็กๆที่ติดผ้าห่ม ผมเองก็ติดแก้วกาแฟ ผมชอบที่จะใช้แก้วประจำ

ไม่ใช่ว่า ผมขาดมันไม่ได้ ผมใช้แก้วกาแฟแก้วอื่นได้

แต่ผมก็รู้สึกชอบมากกว่าที่ได้ใช้แก้วกาแฟแก้วนี้



ก็เหมือน .. ไม่ใช่ว่าผมขาดคุณไม่ได้

ผมขาดคุณได้ ผมก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

และคุณก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แม้จะไม่มีผม

แต่ผมจะมีความสุขกว่า หากผมมีคุณอยู่ด้วยกัน

และผมก็ภาวนาให้คุณรู้สึกเหมือนกัน :)





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:35:03 น.  

 


.. sweet taste of you ..

April 29th, 2009




เสียงเพลงเก่า ดังกังวานในความเงียบคลอไปกับเสียงเครื่องยนต์

เส้นทางข้างหน้ามืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากหน้ารถคันของเรา

ลมด้านนอกผ่านเข้ามาทางรูฟท็อป

ผมของผมปลิวไปตามลมที่ค่อนข้างอุ่น

ผมของเขาก็ปลิวไปตามลมเช่นกัน

ผู้ร่วมทางอีกสองคนหลับไหลอยู่ที่นั่งด้านหลัง

มีเพียงเขากับผม ที่มองเส้นทางตรงหน้าไปพร้อมกัน



เส้นทางในที่แปลกถิ่น

แนวต้นไม้สีดำทะมึนที่แปลกตา วิ่งไปตามแนวเส้นทาง

พระจันทร์เสี้ยว แขวนอยู่บนท้องฟ้าสีดำด้านบน

มันดูเหมือนรอยยิ้มบางๆ และผมก็ยิ้มตอบไป

ผมนั่งเท้าคาง ฟังเพลงไปเรื่อย

เพลงแบบที่เขาชอบ เพลงแบบที่ผมชอบ



“กาแฟไหม ?” เขาถาม ตอนที่เราแวะพักรถ ณ จุดพักรถ

ผมส่ายหัว คนที่ขับรถคือเขาไม่ใช่ผม

กาแฟที่หาได้ทั่วทุกมุมถนนที่นี่ ถูกขายในราคาแพงลิบลิ่วที่บ้านผม

แม้กระทั่งที่นี่เอง ราคาก็ไม่ได้จะลดลงนัก

ผมเองไม่ถึงกับประทับใจกับรสชาติของมันนัก

ผมคิดถึงกาแฟง่ายๆ แต่รสชาติดีๆ ราคาสามสิบห้าบาทแถวที่ทำงานผมมากกว่า



เขาเลือก coffee flappe มา มันคือกาแฟปั่นธรรมดา ที่มีรสน้ำหวานมากกว่ากาแฟ

เขาส่งให้ผมชิม ผมบอกว่าหวาน เขาบอกว่าอร่อยดี

เขาดื่มกาแฟแก้วนั้นเหมือนเด็กๆ ได้ขนม

ผมยังคงยืนมองพระจันทร์เสี้ยวด้านบน นึกถึงใครหลายๆคน



“ไปกันเถอะ” เขาเรียกตาม

ที่นี่ ไม่มีใครจะสนใจว่าเขาจะเรียกใคร เราสื่อสารกันคนละภาษา

กาแฟแก้วเดิมยังคงอยู่ในมือของเขา

ผมหยิบมาชิมอีกครั้ง ลิ้มรสหวานที่ยังคงไม่จางไป

หลาย ๆ อย่าง ยังคงไม่จางไปเช่นกัน



เขาสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง

เสียงเพลงเดิมที่ค้างไว้ดังขึ้นอีกครั้ง

One of these nights
In between the dark and the light
Coming right behind you
Swear Im gonna find you

รสหวานค้างอยู่ในปากผม

ผมลิ้มรสที่ค้างคาไว้อย่างช้าๆ ซึมซาบมัน

เพราะเวลาแบบนี้ .. ใช่ว่าผมจะรู้สึกถึงความสุขของมันได้ทุกวัน





…………………………………………

A stop on Interstate 95, way back to Washington DC

song - One of these nights - Eagles




โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:36:15 น.  

 


กาแฟที่มีรสหวานของคาราเมล

May 5th, 2009




“ดื่มอะไรดีครับ” เขาหันมาถามผมที่ยืนคิ้วขมวดกับป้ายบอกชื่อเครื่องดื่ม

ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของผม มันจึงเหมือนทุกครั้งที่ผมเข้าร้านกาแฟร้านใหม่แล้วไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรดี

ชื่อกาแฟที่นี่ไม่คุ้นหู ไม่ใช่แบบที่เห็นทั่วๆไป ผมจึงคาดเดาไม่ออกว่ามันจะออกมาหน้าตาอย่างไร

“แล้วคุณละดื่มอะไร” ผมหันไปถามเขา

“Iced Caramel Macchiato ครับ”

อืมม นั่นสินะ ชื่อนี้ละที่ได้ยินเขาพูดทุกครั้งที่เขาสั่งกาแฟดื่ม

เขาก็เหมือนเพื่อนของผม เธอคนนั้นก็สั่งกาแฟแบบที่เธอดื่มประจำ ในขณะที่ผมเองจะยืนคิดสักสามสี่นาทีกับลิสต์รายชื่อที่บางทีก็คุ้นตาอยู่ทุกวัน

ฮะ ผมเปลี่ยนเครื่องดื่มไปเรื่อย หรือแม้จะเป็นเครื่องดื่มเดิม บางวันผมก็เลือกที่จะกินในรสที่ไม่เหมือนเดิม

อืมม ก็นะ อารมณ์ของผมมันเปลี่ยนไปทุกวัน ผมก็เลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มที่เหมาะกับผมวันนั้นๆ

ผมเลือกที่ดื่มเหมือนเขา ผมอยากลองดื่มเครื่องดื่มที่เขาชอบ



“(ชื่อผม) กาแฟครับ” เขายื่นกาแฟมาให้

อืมม Caramel Macchiato รึ

มันเป็นกาแฟเย็นที่มีคาราเมลราดด้านบนและกองอยู่ที่ก้นแก้ว

ผมดื่มอึกแรก แล้วรู้ได้ทันทีว่านี่คือรสชาติแบบของเขา

ผมหันไปมองเขาที่ดูมีความสุขกับการดื่มกาแฟแก้วนั้นของเขา

ผมชอบเวลาเขามีความสุข เพราะผมก็จะมีความสุขไปพร้อมกัน



กาแฟแก้วนี้ มีรสชาติกาแฟน้อยมาก

มันคือกาแฟตามแบบฉบับลาเต้ทั่วไป ที่มีกาแฟอยู่แบบเจือจางและมีนมมาเจือแทน

ต่างกันตรงที่ว่า กาแฟแก้วนี้มีรสหวานนุ่มๆของคาราเมลมาแทน

หากใครได้เคยลองรสคาราเมล คงรู้ว่ามันหวานแบบนุ่มๆ หากไม่ได้ใส่จนมากเกินไป

กาแฟแก้วนี้ก็เหมือนกัน มีรสหวานแบบนุ่มๆ ของคาราเมล และหากถ้าผมสั่งแบบร้อน คงมีกลิ่นหอมหวานๆของคาราเมลมาด้วยเช่นกัน



ผมเดินไปสมทบกับเขาและเพื่อน

พวกเรามีกาแฟคนละแก้วในมือ นั่งมองรถที่วิ่งผ่านไปผ่านมาบน interstate สาย 95 รอให้คาเฟอีนเข้าเส้นเลือดและทำหน้าที่ของมัน

แดดยามเย็นอุ่นกำลังดี ลมก็อุ่นกำลังดี เสียงหัวเราะในกลุ่มเราก็น่าฟังดี

ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าด้านบน พระจันทร์สว่างเกือบครึ่งดวงแล้ว วันก่อนผมเพิ่งเห็นมันเป็นเพียงจันทร์เสี้ยวเอง

นี่ผมเดินทางมาหลายวันแล้วรึเนี่ย



อืมม .. หลายวัน ?

ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหลายคน หลายสิ่ง หลายความคิด ผ่านเข้ามาในหัว

ผมไม่ได้เดินทางไกลขนาดนี้ เพื่อหนีหายจากอะไร ทุกอย่างยังคงดำเนินไปพร้อมกับลมหายใจของผม

ทุกคนก็หายใจไปพร้อมผม คิดถึงกันและกันเหมือนเดิม



“ไปกันเถอะครับ” เขาปลุกผมจากภวังค์ความคิด



อืมม .. ไปกัน



เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล



…………………………………………

2nd stop, Interstate 95, heading to NYC





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:37:13 น.  

 


ความหวานแบบปั่น

May 9th, 2009




ห้าโมงเย็นครึ่ง แดดสีส้มยังคงจัดจ้า

เราเดินกันมาตั้งแต่เช้า ท่ามกลางแดดที่ร้อนจนทำให้แสบผิวและจ้าจนแสบตา แต่อย่างน้อยอากาศก็ไม่ได้ร้อนจนเกินไป

พวกเราเหนื่อยล้า ปวดเมื่อยขา จนอยากได้อะไรเย็นๆ หวานๆ มาดื่ม

โดยไม่ได้นัดหมาย เขาหันหน้ามามองผม พร้อมๆกับที่ผมหันหน้าไปมองเขา เมื่อเราเห็นร้านกาแฟสีเขียวในระยะไม่ไกล

เขายิ้ม เชิญชวนทางสายตา

ผมยิ้ม ตอบรับทางสายตา

ร้านนี้ห่างจากจุดที่เราจะไปเพียงแค่หนึ่งบล็อค และเราก็มีเวลาเหลือเฟือที่จะใช้ในเย็นนี้

เราเปิดประตูร้านเข้าไป ร้านนี้แคบมากด้านหน้า แต่ลึกเข้าไปด้านในมีโต๊ะให้นั่งอยู่หลายตัว

อากาศข้างนอกดีเกินกว่าจะทำให้เราอยู่ติดภายในร้านได้



เขายังคงสั่งเครื่องดื่มที่เขาชอบ Iced caramel macchiato

เขาหันมาถามผมว่าจะดื่มอะไร เขาติดค้างกาแฟผมอยู่หนึ่งแก้ว

ผมหันไปอ่านรายการที่ไม่คุ้นเคยอีกครั้ง วันนี้ผมไม่ได้อยากดื่มกาแฟ

จะว่าไป ตอนที่มาอยู่ที่นี่ ผมดื่มกาแฟน้อยลงมากกว่าปกติเยอะ และผมก็ไม่ได้ถึงกับร้องหามัน

อืมม .. ผมไม่ได้ติดกาแฟสินะ



“Double Chocolaty Chips” ผมเลือกอันนี้ไป

นึกสงสัยเหมือนกันว่ามันจะออกมาอย่างไร ชื่อมันสื่อแค่ว่ามันเป็นช็อคโกแล็ต

รายการของมันอยู่ในช่องที่เป็นส่วน ฟลาเป้ ซึ่งก็คือเครื่องดื่มแบบปั่น

คงจะเป็นช็อคโกแล็ตปั่น ผมคิดในใจแบบนั้น



เสียงเรียกชื่อเครื่องดื่มที่ผมสั่งที่เค้าท์เตอร์ หลังจากชื่อเครื่องดื่มของเขา

ผมรับแก้วนั้นมา มันบรรจุเครื่องดื่มสีช็อคโกแล็ตสีเข้มและมีวิปครีมสีครีมด้านบน

มองมันแบบทึ่งๆ หน้าตามันน่าสนใจทีเดียว

ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ วิปครีมนั้นจะเข้ากับเครื่องดื่มด้านล่างหรือเปล่า

ปกติแล้ว ผมไม่ค่อยกินวิปครีมกับกาแฟเย็น มันทำให้กาแฟมีรสเปลี่ยนไป มีรสมัน ๆ มากขึ้น มันน่าจะเหมาะกับกาแฟรสออกขมๆหน่อย ในความรู้สึกผม



ผมค่อยๆดูดช็อคโกแล็ตปั่นขึ้นมา

อืมม .. อร่อยมาก

รสมันออกจะขมหน่อยๆ ปนกับความหวานที่ไม่ได้จัดจ้านเกินไป มันเป็นรสที่ผมชอบ ผมไม่ชอบช็อคโกแล็ตหวานจัด

อะไรที่มากเกินไป มักจะบาดคอเสมอ

เกล็ดของคุ๊กกี้ช็อคโกแล็ตชิปขมๆ ที่ปั่นมาด้วยกัน ทำให้รสชาติโดยรวมดีขึ้นอีก

ผมลองดื่มมันพร้อมวิปครีมด้านบน มันเข้ากันได้ดีมาก



อืมม .. ชอบ



“อร่อยไหมครับ” เขาถาม

ผมพยักหน้า เขายิ้ม ผมยิ้มตาม

เขาคงสังเกตเหมือนกันว่า ผมเลือกดื่มเครื่องดื่มที่ไม่เหมือนกันเลยสักครั้งที่เราดื่มกาแฟจากร้านนี้ด้วยกัน



เราเดินช้าๆไปด้วยกัน เขาดื่มกาแฟเย็นรสคาราเมลของเขา ผมดื่มช็อคโกแล็ตปั่นของผม

มันเป็นรางวัลชั้นดี หลังจากผ่านวันที่ใช้แรงไปอย่างมากมายอย่างวันนี้



“ไง มาแล้วเหรอ” รุ่นพี่ทักพวกเราที่เดินทอดน่องกันมา

เขานั่งสูบบุหรี่อยู่หน้าที่ทำงาน ดูรีแล็กซ์ในเวลาเลิกงาน

แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอก ไทด์ถูกดึงหย่อนให้หลวม และรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลาย

“ดื่มไรน่ะ” เขาหันมาหาผม ก้มหน้ามาถามใกล้ๆ

“ช็อคโกแล็ตปั่น เอามั้ย?” ผมยื่นแก้วไปให้เขา เขาเบ้หน้า

อืมม นั่นสิ เขามักจะดื่มแต่กาแฟปั่น

ลองหน่อยน่า อร่อยนา ผมคะยั้นคะยอ

เขารับแก้วไป ผมหันไปคุยกับคนที่เดินมาด้วยกันถึงแผนเย็นนี้



“เฮ้ย ..” ผมร้องเมื่อเห็นแก้วเครื่องดื่มของตัวเองอีกครั้ง

มันพร่องไปจนเกือบหมด ผมเงยหน้ามองเขา เขายิ้มกรุ้มกริ่ม

ผมหัวเราะเขา เย้าไปว่า ไหนว่าไม่ดื่มไง

ท้ายสุด ผมก็ปล่อยให้เขาจัดการแก้วนั้นจนหมด

จะกาแฟหรือช็อคโกแล็ต มันอร่อยขึ้นเสมอเมื่อได้แบ่งปัน



ผมได้เสพรสหวาน มัน และขม ของมัน และผมได้เสพความสุขจากใบหน้าของรุ่นพี่เพิ่มเติม



นับว่าช็อคโกแล็ตปั่นแก้วนี้ รสชาติดีทีเดียว





……………………….

Georgetown, Washington DC




โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:38:04 น.  

 

.. ลาเต้ราคาสามสิบห้าบาท ..

May 11th, 2009




“กลับมาแล้วเหรอ หายไปนานเลยนะพี่”

เธอทักผมด้วยภาษาไทยสำเนียงคนมอญ

รอยยิ้มของเธอกว้าง โชว์ฟันสีขาวเป็นระเบียบ บนใบหน้าผิวสีน้ำผึ้ง

ผมที่งัวเงียอยู่ถึงกับตาสว่างขึ้นอีกนิด ใครเจอรอยยิ้มแบบนี้ของเธอแล้วไม่รู้สึกอะไรนี่ก็คงจะเเปลกๆ แน่ๆ

“อืมม” ผมตอบเธอพร้อมส่งรอยยิ้มคืนให้ไป

เธอกำลังวุ่นกับการชงเครื่องดื่มให้กับคนอื่นๆ ที่หันมามองผมเป็นทางเดียวกันเมื่อเธอร้องทักออกมา



ผมเงยหน้ามองรายชื่อเครื่องดื่ม มันเป็นกระดานดำอันเก่า รายชื่อเหมือนเก่าทุกรายการ แต่ผมก็มองมันขึ้นลงอยู่อย่างนั้น

วันงัวเงียแบบนี้ หัวสมองผมทำงานช้ากว่าปกติ

“หายไปนานจนลืมเลยเหรอพี่ว่าจะสั่งอะไร” เธอว่างพอที่จะหันมาแซวผม

ผมพยักหน้าตอบ ส่งยิ้มคืนไปให้อีกหนึ่งที

“ตกลงดื่มอะไรดีพี่วันนี้” เธอว่างแล้วและหันมาถามผม

“ล้าเต้ละกัน” ผมบอกเธอ

“ง่วงละสิพี่ถึงได้สั่งกาแฟวันนี้” เธอเจื้อยแจ้วต่อตามประสาคนอารมณ์ดี

เป็นเธอที่ตั้งชื่อผมว่า พี่โกโก้ เพราะผมดื่มโกโก้ประจำ วันไหนผมสั่งกาแฟ เธอจะมีข้อสังเกตเสมอ

ผมหัวเราะเบาๆ และตอบ อือ ไปแบบในคอ

กาแฟที่นี่ขายพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ



ผมจ่ายเงินไปสามสิบห้าบาท ได้กาแฟแก้วโตมาหนึ่งแก้ว

รสชาติแบบที่ชอบ เพราะคนขายใส่ใจ

มันไม่ได้รสชาติดีเลิศ เหมือนกาแฟที่ต้องจ่ายราคาหลายสิบ แต่มันให้อารมณ์อย่างอื่นปนมาด้วยทุกครั้ง

คงเป็นสเน่ห์แบบนี้นั่นเอง ที่ทำให้พวกผมกลับไปร้านของเธออย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าจะห่างไปไกล ผมก็ยังคิดถึงรสชาติและอารมณ์ดีๆของร้านเธอทุกครั้งที่จะดื่มกาแฟเย็น



ผมดูดกาแฟ เดินลากเท้าไปเรื่อย

วันนี้อากาศก็น่าง่วงนอนเกินกว่าที่จะรีบกลับไปทำงาน



“กลับมาแล้วเหรอ” อาจารย์ท่านหนึ่งทักผม พร้อมรอยยิ้ม

“กลับมาแล้วฮะ” ผมตอบกลับไป พร้อมกับยิ้มกว้างๆให้ท่าน

ท่านถามไถ่เรื่องราวต่าง ๆ ก่อนขอตัวไปทานข้าว



ผมเดินกลับออฟฟิศต่อ

มันเป็นความรู้สึกที่ดี ที่รู้ว่ามีคนคอยเฝ้ามองและห่วงใย



อืมม … วันนี้ดีจัง

ผมรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที สงสัยคาเฟอีนในกาแฟคงจะออกฤทธิ์

บวกกับความรู้สึกดีๆที่ได้รับ ที่แสดงผลของมันด้วยเช่นกัน





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:38:58 น.  

 


กาแฟ .. อ้ำอึ้ง

May 13th, 2009




“Decaffeinated”

ผมอ่านสะกดคำบนหน้าซองกาแฟที่มีชื่อโรงแรมแห่งหนึ่ง

ที่นั่น ในแต่ละห้องพักจะมีเครื่องทำกาแฟขนาดเล็กวางไว้ พร้อมซองกาแฟที่ข้างในบรรจุผงเม็ดกาแฟบด

แต่ละที่ ๆ ผมไปพัก มักจะมีกาแฟอยู่สองประเภทที่จัดเตรียมไว้ให้

กาแฟแบบปกติ กับกาแฟแบบไร้คาเฟอีน

กาแฟแบบแรก ผมจัดการมันหมดไปตั้งแต่พักอยู่ที่นั่น ส่วนแบบที่สองจะถูกหยิบติดกระเป๋ากลับมาด้วยความอยากรู้แต่ยังไม่อยากลองในทันที



ผมไม่เคยกินกาแฟแบบไม่มีคาเฟอีนที่ชงตรงจากผงเม็ดกาแฟบดมาก่อน

“ลองดูละกัน” ผมบอกตัวเอง

ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดออกเสียงด้วย อยู่คนเดียวแท้ๆ

ที่นี่ คนที่ติดค้างกาแฟผม ไม่ได้อยู่ใกล้กันขนาดที่จะดื่มกาแฟด้วยกันได้ตลอดเวลาที่อยากดื่ม

และผมก็ดื่มกาแฟคนเดียวจนเคยชิน



ผมมองของเหลวสีน้ำตาลไม่เข้มนักอย่างไม่วางใจ

ผมมักจะมีความคิดติดในหัวว่ากาแฟแบบดีแคฟคือ กาแฟที่รสไม่เข้มข้น

ทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คาเฟอีนกับรสชาติกาแฟมันส่วนเดียวกันรึเปล่า

ผมดมกลิ่นมัน กลิ่นมันหอมเหมือนกาแฟทั่วไป

ผมลองจิบมัน .. แล้วก็อึ้ง

ผมลองจิบอีกครั้ง .. แล้วก็ .. อืมมม …

นี่ผมโง่อยู่ตั้งนานรึเนี่ย ผมด่าตัวเอง

กาแฟดีแคฟแก้วที่ผมดื่มนี่ รสชาติดีทีเดียว



กาแฟหมดไปครึ่งแก้วตอนที่มีเสียงเคาะประตูห้องทำงาน

เขาค่อยๆโผล่หน้าเข้ามา

ผู้ชายตัวโตคนนี้ เขาทำเหมือนพยายามจะห่อตัวและหดตัวให้เล็กลงที่สุดเมื่อเจอหน้าผม

ผมอดหัวเราะไม่ได้สักครั้งที่เจอเขา หากเขาหายตัวหรือทำให้ผมมองไม่เห็นเขาได้ เขาคงทำมัน

ก็หากเจอกันแล้ว รู้จักกันแล้ว ไม่มีใครไม่อยู่ในสายตาผม



ผมมองหน้าเขา พยายามกลั้นยิ้มไว้เต็มที่

แค่ผมทักเขาธรรมดา เขาก็แทบจะม้วนหายไปไหนแล้ว แต่ครั้งนี้เขาเข้ามาคุยงาน และดูท่าต้องคุยกันยาว เขาจะทำอย่างไรนะ ผมนึกสงสัยในใจ

“ว่าไงฮะ มีอะไร?” ผมเปิดฉากบทสนทนาก่อน รู้สึกถึงกล้ามเนื้อบนใบหน้าที่เริ่มตึงปวดนิดๆเพราะว่ากลั้นรอยยิ้มเอาไว้



เขากล้อมแกล้ม อ้อมแอ้ม และอ้ำอึ้ง

ผมฟังเขาและคุยงานกับเขาไปเรื่อยๆ บางทีผมก็เสียงดังขึ้นบ้างเหมือนกัน ยิ่งผมไม่เข้าใจที่เขาสื่อสาร เขาก็อ้ำอึ้งมากขึ้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเข้ามาคุยงานกับผม ผมจึงเข้าใจธรรมชาติของเขา

“ดื่มกาแฟสักแก้วไหมฮะ” ผมชี้ไปที่แก้วกาแฟของผม เสนอว่าผมจะชงให้หากเขาต้องการ

เขาเงยหน้ามามองผมแบบงง ๆ และค่อยๆยิ้มแบบเขินๆ

ผมไม่แน่ใจว่ารอยยิ้มของเขานั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่มันทำให้ผมเขินตามที่ดันไปเสนอเขาเรื่องกาแฟ



เขาเอ่ยขอบคุณ และบอกว่าเขาไม่ดื่มกาแฟ

อืมม จริงสิ ผมก็ไม่เคยเห็นเขาดื่มกาแฟเลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นน้ำ ไม่ก็น้ำอัดลมมากกว่า

“ไว้คราวหน้าจะเตรียมน้ำหวานไว้นะ” ผมแซวเขา เขายิ้มเขินๆอีก น่ารักดีจังแฮะ



เราคุยงานต่อกันอีกยาว เขายังคงอ้ำอึ้งเป็นระยะ แต่น้อยลงเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป

ท้ายสุด เราก็ยังแก้ปัญหาในส่วนของงานไม่ตกอยู่ดี คงต้องลองกันไปหลายๆทาง หลายๆวิธี

แต่ผมรู้อย่างหนึ่งว่า หากเราไม่ท้อใจ หากเรายังคงคิดหาหนทางต่อไป สักวันเราจะผ่านมันไปได้

และผมก็รู้สึกขอบคุณที่เขาตั้งใจทำงาน

ท้ายสุด เขาก็ยังอ้ำอึ้งอยู่ทุกทีที่เราเจอกัน

แต่ผมรู้ว่า หากผมลองคุยนานๆ หากเราคุ้นเคยกันมากขึ้นเรื่อยๆ เขาจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อคุยกับผม

และผมก็รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้คุยกับเขา



เขาออกไปแล้ว กาแฟดีแคฟในแก้วของผมเย็นลงแล้ว

ผมหยิบมันขึ้นมาดื่มต่อ



กาแฟดีแคฟที่ผมคิดว่ามันไม่ดีพร้อมเหมือนกาแฟอื่นๆ กับความอ้ำอึ้งของเขาที่อาจจะมีคนมองว่ามันเป็นข้อด้อยของคนทำงาน

แท้จริงแล้ว ทั้งกาแฟ ทั้งเขา มีข้อดีอยู่มากเลยทีเดียว

เพียงแค่ลองสัมผัส และไม่ตัดสินใดๆไปจากสิ่งภายนอกที่มองเห็นไปซะก่อน



“อืมม เป็นกาแฟที่ดีจริงๆนาเนี่ย” ผมพูดกับตัวเอง

ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องพูดออกเสียง





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:39:53 น.  

 

กาแฟ .. กับความคาดหวัง

May 23rd, 2009




สองโมงเช้า ผมเพิ่งลืมตาตื่น

ผมนอนตื่นสายไม่บ่อยนัก แต่หากวันไหนร่างกายน็อค ก็จะนอนยาว

นับนิ้วแล้ว เมื่อคืนผมนอนไปนับสิบชั่วโมง



ผมล้างหน้า ปล่อยให้น้ำเย็นๆ ผ่านเปลือกตาที่ยังล้าอยู่

เดินออกมาชงกาแฟ แก้วแรกของวัน

เม็ดกาแฟที่ค้างอยู่ในขวดเล็กๆ คือ เฟรนช์ เบลนด์

มันเป็นเม็ดกาแฟที่คั่วแบบปานกลาง รสไม่ได้เข้มมาก แต่นุ่ม นั่นคือคำที่ผมจำมาจากสรรพคุณที่บรรยายใต้โถแก้วที่บรรจุเม็ดกาแฟก่อนบด

ผมไม่ดื่มกาแฟเข้มอยู่แล้วโดยปกติ ดังนั้นพวกกาแฟระดับ dark roast จึงไม่เคยเข้ามาอยู่ในตู้เย็นของผม

แม่มักหัวเราะกับของที่บรรจุในตู้เย็นของผม เพราะมันมักจะมีแค่ นม น้ำ ขนมปัง กับ เม็ดกาแฟบด ที่บางทีซื้อมาไว้รอการเปิด บ้างก็มีคนส่งมาให้บ้าง รุ่นพี่แบ่งให้บ้าง



ผมเปิดสวิทช์ ปล่อยให้เครื่องกลั่นเอาไอน้ำที่รวมเป็นหยดน้ำร้อน หยดลงผ่านผงเม็ดกาแฟบด

ผมมองมัน นึกสงสัยว่า แต่ละแก้วที่ผมชง ผมมีความคาดหวังอะไรกับมันไหม

คำตอบคือ ใช่

หลายเช้า ผมก็นึกและคิดว่าเช้านี้ผมอยากดื่มกาแฟแบบไหน

ผมใส่ผงกาแฟเยอะ ผมก็หวังว่า มันจะมีรสเข้ม หากผมใส่ผงกาแฟน้อยหน่อย ผมก็หวังว่า มันจะออกมาแบบจางๆ



แล้วผมก็พบว่า แต่ละครั้งที่ผมจิบกาแฟ ในแต่ละเช้า

สิ่งที่ได้ น้อยครั้งจะเป็นอย่างที่หวัง แก้วที่ได้รสชาติแบบที่นึกไว้ มันก็ อื้มม .. นี่ล่ะ ใช่

ส่วนใหญ่ มักไม่เป็นอย่างที่หวัง ผิดไปจากที่หวัง

บางทีเป็นความผิดหวังที่น่าสนใจ ผมได้ดื่มรสชาติใหม่

บางทีเป็นความผิดหวังที่คาดเดาได้

นั่นคือความแน่นอนที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และผมก็ยอมรับมัน และดื่มมันจนหมดทุกเเก้ว

กาแฟก็คือกาแฟ หากผมชอบที่จะดื่มมัน หากเป็นผมเองที่เลือกที่จะชงมันเอง

สิ่งเหล่านี้ คงเกิดขึ้นได้เสมอ รสที่ชอบ รสที่ขมเกิน รสที่เปรี้ยวเกิน รสที่จางเกิน

รสที่ตรงกับความหวังและความรู้สึกอยากได้ หรือรสที่ผิดไปจากความรู้สึกอยากได้ มันคือสิ่งที่ผมจะต้องเจอ

และผมก็เจอมันทุกวัน



อืมม .. ขนาดผมเอง กับแก้วเล็กๆ แก้วนี้ ผมยังตั้งความหวังไว้เลยนี่นะ



งั้นก็คงไม่เเปลกอะไร หากใครคนอื่นจะตั้งความหวังอะไรไว้กับผม

งั้นก็คงไม่แปลก หากใครจะวาดภาพผมไว้อย่างดีในตอนแรก



ผมไม่ชอบให้ใครผิดหวัง

แต่ผมก็เหมือนกาแฟหนึ่งแก้ว ที่บางวัน คุณอาจจะได้รับรสชาติ อย่างที่คุณรู้สึกอยาก แต่บางวันก็ไม่ใช่

ผมไม่ใช่คุณ คุณก็ไม่ใช่ผม

เราต่างก็มีรสชาติที่ตัวเองที่ชื่นชอบ มีธรรมชาติของตัวเอง



หากแค่ส่วนหนึ่ง ผมทำให้คุณรู้สึกดี ผมก็ดีใจ

หากส่วนใหญ่ ผมทำให้คุณรู้สึกผิดไปจากที่หวัง ผมก็อยากบอกว่า นั่นเป็นเรื่องปกติของคนที่ไม่เหมือนกันสองคน



ผมดื่มกาแฟในแก้วสีแดงจนหมด

กาแฟเช้านี้ มันใกล้เคียงกับกาแฟที่ผมอยากได้ แม้จะผิดไปจากที่คาดหวังไว้ตอนแรกไปบ้าง

กาแฟแบบจางๆ เหมาะกับวันที่ร่างกายยังคงล้าอยู่

และวันนี้ ก็ยังอีกยาว







โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:40:38 น.  

 


กาแฟที่ดื่มพร้อมความรัก

May 31st, 2009



“(ชื่อผม) เป็นอย่างไรบ้าง”

เสียงเรียกเข้าดังในลำโพง

ผมละจากแก้วกาแฟที่ยังชงไม่เสร็จ มาเปิดดูคำทักทายผ่านทางโปรแกรมคุยในอินเทอร์เนตที่กระพริบขึ้นมา

พี่ตื่นเช้าเสมอ น้องตื่นสายประจำ



สบายดีฮะ ผมพิมพ์ตอบไป

ผมดื่มกาแฟ พร้อมกับคุยกับพี่สาว

เราคุยกันไม่ยาวมากนัก พี่จบพร้อมกับคำว่า ดูแลตัวเองด้วยนะ

ผมพิมพ์ขอบคุณไป รับรู้ถึงความรักของพี่ที่ส่งมาอย่างสม่ำเสมอ



ผมดื่มกาแฟอึกสุดท้าย

มื้อแรกยามสายวันนี้ของผม ก็คือกาแฟแก้วนี้

ผมเปิดถุงมันมาได้สักสองอาทิตย์แล้ว

แม้ว่าราคาที่ร้านของมันเอง มันจะแพงเกินไปสำหรับผม แต่ผมพบว่า ผงกาแฟบดที่ผมหิ้วติดมา ไม่ได้แพงเกินควร

Sumatra extra bold ของ Starbucks จากร้านซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้านเพื่อนที่นู่น

ผมอยากแบ่งไปให้เพื่อนคนหนึ่งได้ชิมบ้าง แต่มันเปิดมานานแล้ว

เอาไว้ถุงใหม่ ผมจะรีบจัดส่งไปให้คุณละกันนะ



กาแฟเช้านี้ ไม่ถึงกับรสเข้ม

แต่ผมก็มีความสุขที่ดื่มมัน พร้อมกับความรักของพี่

มันเป็นการเริ่มวันที่ดี













…………………………..





ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์

สายวันอาทิตย์ อย่างวันนี้ พี่ก็เข้ามาทักทายผมเหมือนเช่นเดิม



ผมชอบจัง เวลาพี่ถามว่า ทำอะไรอยู่







โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:41:23 น.  

 


Someone left his heart at the coffee shop

June 28th, 2009



บ่ายวันอาทิตย์

ผมจัดการมื้อเที่ยงอย่างง่ายใส่ท้องไป

พี่บอกว่าให้ผมพักมากๆ ช่วงวีคเอนด์นี้ เพื่อว่าอาการไข้ของผมจะได้โบกมือลาไปอย่างถาวรสักที

ผมไม่ได้บอกเธอว่า ผมลุยฝนกลับหอมาเมื่อคืนแบบเปียกชุ่มทั้งตัว



ผมชงชาหนึ่งแก้วให้กับตัวเอง กลิ่นส้มหอมฟุ้งกระจายไปทั้งห้อง

ชาอังกฤษกล่องนี้ ผมได้มานานแล้ว

เพื่อนสนิทของผมที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีคาเฟอีนโยนมันเข้ามาในห้องผม ทุกอย่างที่เขาได้มา

ชาอังกฤษ ชาศรีลังกา ชาจีน ชาอะไรก็ตาม ผมรับมันมาทุกอย่างยกเว้นชาเขียว

ในที่สุด ห้องผมกลายเป็นสต็อกชาไปโดยปริยาย

ใครนึกอยากดื่มชาสักแก้ว บอกผมมา เดี๋ยวผมจัดให้

บางทีผมก็เบื่อที่จะดื่มชาคนเดียวเหมือนกัน โดยเฉพาะบ่ายวันอาทิตย์อย่างนี้ ครึ้มฟ้าครึ้มฝนอย่างนี้ การดื่มชาคนเดียวมันสุดจะบรรยายจริงๆ

แต่ผมก็ดื่มมัน จะหวาน จะขมอย่างไร ผมก็จะดื่มมัน



ผมเปิดถุงขนมปังกรอบที่ซื้อติดมือมาเมื่อวาน

ผมชอบกินขนมจนมีคนค่อนขอด เพื่อนสาวคนสนิทบอกว่าติดนิสัยเสียนี้ไปจากผม

เอ .. มันติดกันได้ซะที่ไหนล่ะอาการแบบนี้น่ะ ผมยังสงสัยอยู่เหมือนกัน



อืมม .. หัวใจใครล่ะเนี่ย

ผมหยิบขนมชิ้นนั้นขึ้นมาดู

แม้จะบิดเบี้ยว แต่มันก็คือรูปหัวใจในสายตาผม



หากผมเป็นคนทำขนม รูปหัวใจคงเป็นรูปฟอร์มที่ผมโปรดปราน

พี่สาวที่ทำงานผมอยากเปิดร้านกาแฟ ผมบอกเธอว่าผมก็อยากหุ้นร่วมความฝันนั้นของเธอ

ณ ร้านนั้น ผมอยากให้มีขนมเค๊กขาย

เค๊กรูปหัวใจ ใส่สตรอเบอรี่สีแดง บนครีมนุ่มๆ

แบบนั้นล่ะ ที่ผมอยากจะให้ใครสักคนได้กินพร้อมกาแฟของเขาหรือของเธอ



หลายร้านกาแฟ ผมทำหัวใจผมตกหล่นไว้แถวนั้น

หลายร้าน ผมหลงรักบรรยากาศ หลายร้านผมหลงรักคนที่ผมไปด้วย โดยไม่มีทางได้กลับไปในบรรยากาศแบบนั้นได้อีก

ผมอยากให้ร้านของพี่ผม เป็นที่ๆ ใครสามารถหลงรักมัน



หัวใจกรอบชิ้นนั้นผ่านลงสู่กระเพาะผม ทิ้งรสหวานไว้ในปาก

เมฆสีเทาด้านนอกกำลังลอยต่ำ ฝนคงจะตกภายในเย็นนี้แน่ๆ



อืมม .. จะว่าไป มันเป็นวันที่ไม่เลวเลย





โดย: ภูติ วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:20:42:12 น.  

 
อืมม ดีจัง

ได้ดื่มกาแฟหลายรสชาด หลากอารมณ์

ในช่วงเวลาเดียวกัน

วิธีตากฝน เป็นการเยียวยาให้หายป่วยเร็วขึ้นหรือฮะ

หวังว่า คุณคงสบายดี



โดย: U can.. IP: 119.31.73.69 วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:22:27:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.