• ° o . O ขอต้อนรับสู่โลกขำๆ ของคนชอบฝันเฟื่อง O . o ° •
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
19 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
หัวใจรสกาแฟ 15



“ไม่ไปด้วยกันแน่นะ” หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก่อนออกจากห้องนลินีก้มหน้าถามไถ่รูมเมตอีกครั้ง เผื่อจะเปลี่ยนใจแต่ฝ่ายที่นั่งเจ่าจุกกอดตุ๊กตาหมูอยู่บนเตียงส่ายหน้า

“ถ้าปวดหัวก็กินยาพารานะเราวางไว้ให้บนโต๊ะ ถ้าหิวก็มีพายข้าวโพดเราซื้อมาฝากตั้งแต่เมื่อวานแล้ว หรือไม่ก็โทรไปบอกไอ้เปิ้ลให้มันไปซื้อข้าวให้ เราสั่งมันไว้แล้วล่ะว่าวันนี้ห้ามมากวนอั้ม บอกไปว่าอั้มไม่ค่อยสบาย” คนนั่งบนเตียงพยักหน้าหงึกๆ รับคำสั่งเสียของเพื่อนที่ชอบลืมตัวเป็นนางพยาบาลซะเรื่อย

“เฮ้อ…เป็นอะไรก็ไม่บอก ชวนไปเที่ยวด้วยก็ไม่ไป” นลินีอ่อนใจกับพฤติกรรมแปลกๆของเพื่อนสาว เมื่อคืนไปไหนมาก็ไม่รู้กลับซะเกือบสามทุ่ม กลับมาก็เอาแต่ร้องไห้จนน้ำตาเกือบท่วมห้อง ขนาดหลับๆตีสองตีสามยังแว่วเสียงเหมือนคนมีปัญหานอนร้องไห้อีกรอบ ถ้าไม่ติดว่านัดกับเป็นหนึ่งไว้ก่อนหน้าและมีเรื่องสำคัญจะต้องคุยวันนี้นลินีจะยอมพลีตัวเป็นพี่เลี้ยงเด็กขี้แยสักวัน

ตากลมบ้องแบ๊วของเพื่อนที่นลินีชอบหนักหนาตอนนี้บวมแดงกล่ำ เห็นเส้นเลือดเล็กๆข้างในชัดเจนจนนลินีกลัวว่าถ้าเพื่อนร้องไห้ต่อไม่นานเส้นเลือดฝอยเหล่านั้นต้องแตกแน่ๆ ที่นี้แหละจะได้เห็นว่าน้ำตามันเป็นสายเลือดได้ยังไง แพขนตาดำงอนนั่นอีกเปียกชื้นตลอดเวลา จมูกรั้นๆถูกหลังมือป้ายไปป้ายมาจนแดงช้ำไม่น้อยหน้ากัน

สงสารเพื่อนแต่ไม่รู้หนทางช่วยลินีทำได้แค่เดินไปเอาสองมือกุมแก้มช้ำๆที่ก่อนหน้านี้มันเคยเนียนใสระรื่อสีชมพูบางๆ หากตอนนี้สีเหมือนลูกตำลึงที่สุกจมงอม แดงจนช้ำเกินกว่าจะสดใส พร้อมสั่งเสียอีกรอบ

“อั้มดูแลตัวเองดีๆนะ เดี๋ยวเราจะรีบกลับ แล้วจะซื้อซาลาเปาหมูแดงร้านที่อั้มชอบกินมาฝาก” คนจะไปเที่ยวสรรหาของกินมาหลอกล่อหวังให้คนเฝ้าห้องดีขึ้นบ้างแต่เหมือนทุกคำพูดของนลินีจะเป็นเพียงลมพัดผ่านหูเท่านั้น

หญิงสาวเปิดประตูเตรียมจะออกนึกขึ้นมาได้ ‘ใช้ไม้นี้ดีกว่า อย่างน้อยให้อั้มมันลุกขึ้นมาเต้นผึงร้องกรี๊ดๆ ก็ยังดี’
“เดี๋ยวเราไปแวะสั่งขนมกับกาแฟร้านไออุ่น ให้เขาเดลิเวอร์รี่มาให้อั้มที่นี่นะ” พูดเสร็จนลินีก็ต้องกระโดดหายไปข้างนอกปิดประตูปั้งกลัวไอ้ลูกหมูมันจะลอยมาหา

แต่นลินีไม่รู้หรอกว่าผลการพูดของตัวเองไม่ได้ทำให้เจ้าลูกหมูเคลื่อนที่ไปไหนหากมันถูกเจ้าของรัดแน่นเข้าไปอีกซ้ำยังซบหน้าลงมาพร้อมกับน้ำตาแตกอีกรอบ เจ้าลูกหมูที่เคยถูกใช้เป็นกระสอบทรายหลายครั้งหลายคราว มาวันนี้มันมีหน้าที่ใหม่ ‘ลูกหมูซับน้ำตา’

พอลงมาข้างล่างหอพักยังไม่ทันจะก้าวพ้นประตูรั้วไปหาคนที่จอดรถรออยู่ด้านหน้า นลินีก็ถูกใครคนหนึ่งเข้ามาขวาง ในมือคนคนนั้นมีช่อลิลลี่ขาวผูกริบบิ้นสีชมพูห่อด้วยกระดาษสาสีครีมดูหรูหราจนเกินความน่ารัก แค่เห็นก็เดาออกคงเอามาให้สาวในหอนี้ แล้วที่มาดักเธอไว้เนี่ยจะวานให้ไปเรียกล่ะซิ

“ขอโทษครับ คุณรู้จักผู้หญิงชื่ออัมราไหมครับ” เจ้าของสถานที่ส่ายหน้า “ไม่ค่ะ”
“อัมราปีสี่ที่อยู่คณะมนุษย์ฯน่ะครับ คือผมถามกับหลายคนแล้วไม่มีใครรู้จักสักคน”

นลินีสังเกตหน้าตาคนพูดเห็นแสดงความเหน็ดเหนื่อยจริงๆนั่นแหละ อุตส่าห์แต่งตัวซะโก๋อย่างกับหลุดมาจากเวทีคอนเสิร์ตไหงหน้ามันแผลบ คงเพราะชุดและก็มัว ‘ตามล่าหาอัมรา’ แม่สาวคนนั้นก็ดายไม่ลงมาดูดีพ่อเทพบุตรแม็กกาซีนคนนี้เล้ย เอ…เราก็อยู่ปีสี่คณะมนุษย์ไม่มีคนชื่ออัมรานี่นาที่ฟังใกล้เคียงหน่อยก็มี อมรวดี อัญชลิกา อัมพวัน แล้วก็ยัยขี้มูกโป่งในห้อง สงสัยหมอนี่จะจำผิด’ สงสารอ่ะ….บอกให้เอาบุญ

“ปีสี่คณะมนุษย์ฯน่ะไม่มีคนชื่ออัมราหรอกค่ะ เพราะฉันก็อยู่ปีสี่คณะนี้แหละ แต่ปีอื่นๆไม่รู้นะ”

“แล้วที่หอนี้ไม่มีคนชื่ออัมราเลยเหรอครับ ก็เมื่อวานผมยังมาส่งเขาอยู่เลย”

เทพบุตรแม็กกาซีนทำเสียงอ่อยเรียกคะแนนสงสาร ในเมื่อยังไม่เจอคนที่ตั้งใจจะมาหาก็ขอหาเศษหาเลยรายทางพลางๆแก้เหงา สาวที่เขากำลังสนทนาอยู่ก็ไม่เลวนักหรอก ผิวเนื้อออกขาวเหลืองหน้าเรียวยาวปากนิดจมูกหน่อยสวยเรียบร้อยคล้ายภาพวาดนางในวรรณคดีทางเหนืออยู่เหมือนกัน

“คนอยู่ตั้งเยอะรู้จักไม่หมดหรอกค่ะ คงช่วยคุณได้แค่นี้แหละ ขอตัวก่อนนะคะ”
“เอ่อ…เดี๋ยวซิครับ ผมชื่อรามฤทธิ์ คุณชื่ออะไรครับเผื่อวันหลังเจอะเจอกันจะได้ทักทายถูก”

ระหว่างที่นลินีกำลังอ้ำอึ้งที่อยู่ๆก็ถูกคนแปลกหน้ามาทำความรู้จักก็ทีแรกนึกว่าจะแค่ถามแล้วก็แยกย้ายกันไป ผู้ที่มารอรับหญิงสาวด้านหน้าหอเห็นนานผิดสังเกตเลยเดินเข้ามาดูแล้วก็ต้องรี่เข้ามาสมทบ

“ทำอะไรอยู่นีทำไมไม่ออกไปซะที ผมคอยนานแล้วนะ” เป็นหนึ่งหันไปถามแฟนสาวเสียงเข้มแล้วก็มองดูคนที่นลินีคุยติดพันอยู่ด้วยสายตาที่บอกชัดว่า ‘อย่านึกนะว่าข้าไม่รู้ เอ็งกำลังคิดจะทำอะไร’

“อ้าว! ราม มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ”

“มาหาเพื่อน แล้วนายล่ะหนึ่งมาทำอะไร”

“มารับนี เอ่อ…นีจ๊ะนี่รามฤทธิ์เพื่อนที่คณะผม รามนี่นลินีแฟนเราเอง”

ในที่สุดรามฤทธิ์ก็ได้รู้ชื่อสาวเครือฟ้าของเขาแถมยังมีคำแสดงความเป็นเจ้าของพ่วงท้าย ‘อ๋อ…คนนี้นี่เอง นลินีแฟนเป็นหนึ่งเคยได้ยินแต่ชื่อ’

“ขอให้หา นางสีดา เอ๊ย อัมรา เจอเร็วๆนะราม เรากับนีไปก่อนล่ะ” หลังจากได้รับคำอธิบายจากนลินีว่าเรื่องที่คุยกับรามฤทธิ์คืออะไร เป็นหนึ่งกล่าวอำลาเพื่อนร่วมคณะหรือที่จริงคือคู่ปรับกรายๆ ‘รอดตัวไปนายราม ถ้ารู้ว่ามายุ่งกับแฟนตูนะมึ้งน่าดู’

“หนึ่งเดี๋ยว…แวะร้านไออุ่นให้นีหน่อยนะ” พอได้เข้ามานั่งในรถกับแฟนหนุ่มนลินีก็ยังไม่ลืมธุระที่ว่าจะทำก่อนไปเที่ยว

“ไปทำอะไรน่ะนี ไหนว่าวันนี้จะยอมให้ผมพาไปกินอาหารญี่ปุ่นไง ยังไม่ทันไร อุดหนุนกาแฟไอ้รุตต์ล่ะ”

“น่า…จอดแป๊บเดียว ไม่ได้ไปซื้ออะไรหรอก”

เพราะเป็นเวลาเพียง 10.00 น. ร้านเพิ่งเปิดปกติจะยังไม่มีลูกค้าเข้า แต่วันนี้ตรีโกณผู้กำลังเช็ดถูเคาน์เตอร์ต้องแปลกใจอยู่ก็มีลูกค้าสาวเดินเดี่ยวเข้ามา ชายหนุ่มละมือจากงานที่ทำอยู่สวมวิญญาณคนให้บริการต้อนรับขับสู้อย่างขันแข็ง

“สวัสดีครับคุณลูกค้ารายแรกของวันนี้”
“คือจะมาสั่งให้เอากาแฟกับขนมไปส่งที่หอน่ะคะ”

“ขอโทษนะครับร้านเราไม่มีบริการส่งนอกสถานที่ ถ้าไงเอาใส่ห่อไหมครับเดี๋ยวผมจะรีบเตรียมให้รับรองไม่นาน”
“งั้นรุตต์อยู่ไหมคะ”

“ยังไม่มาน่ะครับ โทรมาขอเข้าสายหน่อย เห็นว่าไม่ค่อยสบาย”
“งั้นถ้าเขามาฝากบอกด้วยนะคะว่าให้เอากาแฟกับขนมไปส่งที่หอหน่อยมีคนป่วยนอนหิว เอ่อชื่ออัมพิกานะคะ”

“อัมพิกา ชื่อน้องเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ หนูชื่อนลินี อัมพิกาน่ะชื่อคนป่วยที่รอกินกาแฟ รบกวนพี่บอกรุตต์แค่นี่แหละค่ะ ขอบคุณมาก”

ปฏิบัติภาระกิจเสร็จนลินีก็หันกลับมาขึ้นรถอย่างทำเวลาปล่อยให้ผู้รับฝากข้อความเกาหัวแกรก
‘ทำไมหมู่นี้มีแต่คนไม่สบาย แล้วเพื่อนน้องคนนี้ที่ว่าป่วยจะใช่แม่สาวตากลมคนเมื่อวานที่พี่บุ๋นคาดว่าหักอกไอ้รุตต์รึเปล่าว่ะ’







แม้นลินีกับเป็นหนึ่งจะจากไปได้สักพัก แต่หนุ่มลิลลี่ขาวก็ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่หน้าหอ ก็วันนี้วันเสาร์อยากชวนอัมราไปเที่ยวน่ะซิ แต่ทำไมเวลาตามหาอัมรา เขารู้สึกเหมือนกับว่าเธอไม่มีตัวตนทุกที เท่าที่ถามเอากับสาวๆหน้าใส แน่ล่ะว่าคนที่เขาเลือกขอข้อมูลต้องเป็นสาวหน้าใสสวยมากถึงพอจะสวย ก็ไม่เห็นจะมีใครรู้จักอัมราปีสี่แห่งคณะมนุษย์ฯสักคน

‘อัมรา หรือคุณจะกลายร่างเป็นตุ๊กตาไปอีก แล้วเมื่อวานที่คุณนั่งรถผม นั่งกินกาแฟกับผม แล้วเห็นหายขึ้นตึกไปที่นี่ล่ะจะเรียกว่าอะไร เฮ้อ!…เมื่อไหร่หนอผมจะได้คุณจริงๆ จะกอดแน่นๆแนบอกทั้งคืนทั้งวันไม่ให้หายตัวไปอีกเลย’

‘แม่ตุ๊กตาน้อยของผม ไม่ต้องกลัวนะผมไม่ทำกับคุณเหมือนผู้หญิงอื่นๆหรอก คุณจะเป็นคนสำคัญหมายเลขหนึ่ง ผมคงไม่เบื่อคุณง่ายๆ ผู้หญิงอะไรโกรธยังน่ารัก ยิ่งตอนคุณทำเสียงอ้อนให้ผมกินคุ๊กกี้กับเอาทิชชูมาเช็ดหน้าให้ผมนะ โอ้โหเหมือนได้ขึ้นสวรรค์จริงๆ แม้มันจะเป็นเวลาแป๊บเดียวก็เถอะ’

‘รู้ไหม…ตั้งแต่นายรามคนนี้จีบผู้หญิงมาก็มีคุณนี่แหละที่ทำให้ผมแทบบ้า เหมือนเป็นผู้ชายโง่ๆให้คุณปั่นหัวเล่น ให้เบอร์โทรกับชื่อคณะปลอมมีผู้หญิงที่ไหนทำกับผมแบบนี้บ้างล่ะ แต่แปลกที่ผมโกรธคุณไม่ลง รึว่า…ผมกำลังหลงรักคุณจริงๆ’

รามฤทธิ์ยังคงไม่ล่ะความพยายามในการตามล่าหาอัมรา ช่วงสิบโมงกว่าเป็นเวลาที่คนหน้าหอซาลงเพราะส่วนมากจะกลับบ้านหรือไม่ก็ออกไปตั้งแต่เช้า เหลือสมาชิกเพียงบางส่วนที่อยู่ในห้อง แต่เหมือนสวรรค์จะเข้าข้างเพราะเห็นมีสาวผิวสีน้ำผึ้งเดินออกมาพอดี

“ขอโทษครับ รู้จักอัมราไหมครับ คิดว่าอยู่ปีสี่คณะมนุษย์ฯน่ะครับ”

แรกทีเดียวพิริยาพรอยากจะเดินหลบคนที่ถือช่อลิลลี่ไปให้ไกลๆ เพราะรู้ตัวว่าต้องถูกขอให้ไปตามคนแน่ๆ ยิ่งจะรีบไปซื้อข้าวมาให้ตัวเองกับคนป่วย แต่พอเห็นหน้าตากับการแต่งตัวเท่ห์ๆของคนนั้น เธอก็นึกขึ้นมาได้ ‘นี่มันรามฤทธิ์หลานรัฐมนตรีนี่หว่า’ แล้วก็บังเกิดความคิดว่าโอกาสที่จะได้พูดคุยให้ความช่วยเหลือคนระดับนี้มีไม่มาก แล้วทำไมคนอย่างพิริยาพรจะพลาดล่ะ เพื่อนน่ะคงยังไม่หิวตายง่ายๆหรอก

“ไม่มีหรอกค่ะ อัมราปีสี่คณะมนุษย์น่ะ มีแต่อัมอื่น” หญิงสาวบอกเสียงหวานแหลม ส่งสายตาปิ๊งปั๊ง เผื่อเขาจะเปลี่ยนความสนใจเอาลิลลี่มาให้เธอ ‘ที่นี้แหละไอ้เปิ้ลเอ๊ย….ยัยนี ยัยยุ้ย ยัยอั้มได้ตาร้อนผ่าวๆ แน่’

“อัม อื่นอัมไหนล่ะครับ เอางี้ดีกว่าคนที่อยู่ปีสี่คณะมนุษย์ฯแล้วอยู่หอนี้มีชื่ออะไรบ้าง หวังว่าคุณคงยินดีช่วยผมนะครับ” รามฤทธิ์ซักต่อด้วยวาจาอาบน้ำผึ้ง เมื่อนึกว่าถ้าเธอคนนั้นสามารถให้เบอร์กับคณะปลอมได้ จะเป็นไปได้ไหมล่ะว่า ชื่อ ก็จะของปลอมเหมือนกัน

“ถ้าเฉพาะปีสี่คณะมนุษย์ฯหอนี้มี 4 คนค่ะ ก็มีเปิ้ล เอ่อ พิริยาพร คนนี้ล่ะค่ะ” พิริยาพรได้โอกาสแนะนำตัวเองด้วยชื่อเล่นหวังสร้างความหนิทหนม

“ผมรามฤทธิ์ ยินดีที่ได้รู้จักเปิ้ลนะครับ” รามฤทธิ์ตอบกลับอย่างอัตโนมัติด้วยมารยาทสุภาพบุรุษที่ถูกฝึกอย่างช่ำชอง “แล้ว เอ่อ…คนอื่นๆล่ะครับชื่ออะไรกันบ้าง”

“นลินีค่ะ รายนั้นมีแฟนแล้วคงไม่ใช่คนที่คุณจะเอาดอกไม้มาให้แน่เลย”
“อ๋อ ไม่ใช่หรอกครับ”

“แล้วก็อีกสองอัม อัมพิกานี่คงไม่ใช่แน่เพราะถ้าเขารู้จักคุณเปิ้ลต้องรู้ด้วย เหลืออีกหนึ่งอัม อัมพวันค่ะ ถ้าเป็นคนนี้เขาไม่อยู่หรอกค่ะ กลับบ้านที่อัมพวาไปตั้งแต่บ่ายเมื่อวาน”

“แต่เมื่อวาน ผมยังมาส่งอัมราที่หอนี้ตอนสองทุ่มครึ่งอยู่เลยนะครับ เขาหอบหนังสือกองโตเชียว พวกวรรณกรรม การแปล ผมเลยคิดว่าเขาน่าจะเรียนมนุษย์”

“งั้นก็เหลืออัมเดียวที่พอจะเข้าข่าย ยัยอั้ม อัมพิกาน่ะค่ะ นอนไม่สบายอยู่ในห้อง อยากพบไหมล่ะคะเดี๋ยวจะไปตามมาให้ แต่ไม่แน่ใจว่ายัยนั่นจะยอมลงมาหาคุณรึเปล่า เพราะเปิ้ลแน่ใจว่าเขาไม่รู้จักคุณแน่นอน”

รามฤทธิ์สะดุดกับคำว่าป่วย เมื่อวานอัมราของเราก็ท่าทางไม่ดีเลยนี่นารึว่า “เดี๋ยวครับเปิ้ล อัมพิกาเพื่อนคุณเนี่ย ผิวขาวหน่อยตาโตๆ แก้มป่องๆ หน้าตาน่ารักๆ ผมยาวประมาณนี้ ตัวสูงประมาณนี้ รึเปล่าครับ”

พิริยาพรตกใจกับคำอธิบายที่ตรงเผง แต่เพื่อความแน่นอน เพราะยังไงเจ้าตัวยังไม่อยากเชื่อน่ะซิว่าคนต๊องๆอย่างอัมพิกาจะมีหนุ่มไฮโซมาจีบ หญิงสาวเปิดกระเป๋าเงินที่มีรูปถ่ายสติ๊กเกอร์รวมสี่สาวซี้แปะอยู่

“เปิ้ลว่ายัยอั้มหน้าเหมือนปลานีโม่มากกว่าจะน่ารัก คงไม่ใช่คนที่รามตามหาหรอก ใช่ไหมคะ” หลังคาดการณ์ด้วยเสียงหวาน หญิงสาวแอบอธิษฐาน ‘บอกว่าไม่ใช่นะคะรามฤทธิ์เพี้ยง’ แต่สงสัยฟ้าดินจะไม่เป็นใจเพราะนอกจากสิ่งที่รามฤทธิ์บอกจะสวนทางกับที่อธิษฐาน ซ้ำเธอยังถูกขอร้องให้เป็นเด็กส่งดอกไม้และข้อความ

“รบกวนเปิ้ลเอาดอกไม้ช่อนี้ไปให้ ‘อัมพิกา’ หน่อยนะครับ แล้วไม่ต้องบอกว่าใครให้ ผมอยากเซอร์ไพรส์เขา บอกแค่ว่าคนให้ดอกไม้จะยืนคอยเขาตรงนี้ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม”



ปั้ง ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงรัวเคาะประตูปลุกคนที่เพิ่งร้องไห้เสร็จและกำลังฟุบลงไปกับเจ้าลูกหมูให้ผงกศรีษะขึ้น แล้วก็ทนรำคาญไม่ไหวต้องเดินไปเปิดประตู ‘ใครกันนะมาถล่มห้องเรา’

“เอ๊า รับๆไปซะ มีคนเขาฝากมาให้ บอกว่าจะรออยู่ข้างล่างไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม” พิริยาพรเสือกเจ้าดอกลิลลี่ใส่มือเพื่อนที่ทำหน้างงๆในตอนแรก

“อี๊ย์หมันไส้ ไหนนีว่าไม่สบาย แหม! มีคนเอาดอกๆไม้มาเยี่ยมไข้หน่อยตาหวานขึ้นมาทันทีเชียวนะแม่คู๊ณ” พูดเสร็จคนส่งดอกไม้ก็สะบัดหน้าพรืด “ชั้นไปกินข้าวแล้วเลยไปร้านเน๊ตดีกว่าไม่อยากอยู่เป็น กขค. ไม่ซื้ออะไรมาฝากหรอกนะรู้ว่าเดี๋ยวคงอิ่มอกอิ่มใจ” พิริยาพรไม่ได้เป็นห่วงเพื่อนที่ถูกบอกว่าป่วยอีกแล้ว มีอะไรน่าห่วงเดี๋ยวก็คงหายวันหายคืน

ขี้เกียจอยู่ดูฉากรักโรแมนติกมันก็คงเหมือนในหนังหลายๆเรื่อง พระเอกเอาดอกไม้มาให้นางเอก แล้วก็สารภาพรักจากนั้นอะไรอีกล่ะ อ้อ…ทั้งคู่ก็จะนั่งพร่ำพรอดกันหนุงหนิงจนพระอาทิตย์ลับตา โอ๊ย..เลี่ยน ถ้าไม่ใช่ยัยอั้มเป็นเพื่อนนะ ชั้นจะลงสนามเปิดศึกชิงนายดูสักที เห็นว่าเป็นเพื่อนหร๊อกเลยไม่อยากยุ่ง และที่สำคัญรามฤทธิ์ก็ดูดีกว่านายรุตต์ตัวกวนนั่นเป็นไหนๆ เผื่อไอ้อั้มมันจะมีวาสนาสูงได้แฟนเป็นหลานรัฐมนตรีโก้กว่ามีแฟนเป็นเด็กขายกาแฟโขเลย

หลังจากปิดประตูห้อง อัมพิกาก็ไม่สามารถเคลื่อนตัวไปไหนได้ หญิงสาวยืนพิงบานประตูอยู่อย่างนั้น ด้วยอำนาจความสวยสดใสของสิ่งที่ได้รับ ทำให้หัวใจที่แห้งโหยมาทั้งคืนเต้นระบำลิงโลดราวจะกระเด็นออกมา นัยน์ตาวาววับเป็นประกายหวานระยิบจริงๆเหมือนที่เพื่อนกระแนะกระแหน ความสดใสมีชีวิตชีวากลับมาหาอีกครั้งหลังจากจมกองน้ำตามานานหญิงสาวยิ้มใสอย่างผู้ชนะและสมหวัง

“ในที่สุดนายก็มาง้อฉันก่อน คงรู้ตัวว่าผิดมาก ว่าจะโกรธก็คงโกรธไม่ลงแล้วล่ะ เอาเป็นว่าจะหายโกรธแล้วกัน ถือว่ามาง้อภายใน 24 ชั่วโมง แต่จะให้ยอมดีด้วยง่ายๆก็ไม่ใช่อัมพิกาน่ะซิ นายทำให้ฉันร้องไห้ทั้งคืนเลยนะ” นึกถึงตรงนี้สมองส่วนเจ้าเล่ห์ก็ทำงานไม่นานนัยน์ตาหวานก็พราวไปด้วยเหลี่ยมกล

“นานเท่าไหร่ก็รอใช่ไหม ดี! สักสามชั่วโมงเป็นไง หรือจะเอาให้ถึงเย็นดีล่ะ โหดไปไหมนะ” คนเจ้าเล่ห์เอานิ้วเรียวไล้ไปตามกลีบดอกลิลลี่แผ่วเบานุ่มนวลกลัวมันจะบอบช้ำ

“ลงทุนใช่เล่นเหมือนกันแฮะ ความจริงไม่ต้องเอาดอกไม้แพงๆแบบนี้มาให้ก็ได้ เอาแค่ที่แผงรถเข็นขายก็พอ แค่รู้ตัวว่าผิดและยอมมาง้อก็พอแล้ว แล้วเนี่ยต้องทำงานกี่สิบชั่วโมงถึงจะมีเงินซื้อ เดี๋ยวต้องเทศน์ซะหน่อยฐานใช้เงินฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ”

พอนึกถึงตรงนี้หญิงสาวก็ทะลึ่งพรวดวางช่อดอกไม้วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน “ให้เขารอนานไม่ได้นะยัยอั้ม เสียเวลาทำงานตายเลย เขาได้ค่าจ้างเป็นชั่วโมงไม่ใช่เหรอ”

ทั้งๆที่รีบใจแทบขาดแต่ในที่สุดกว่าอัมพิกาจะจัดการตัวเองเสร็จก็ปาไปครึ่งชั่วโมงกว่า ไอ้เรื่องอาบน้ำน่ะไม่เท่าไหร่หรอกเพราะไม่ได้ขัดสีฉวีวรรณยุ่งยาก แต่ขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดคือเลือกเสื้อผ้า กว่าจะเลือกว่าใส่อะไรดีที่เหมือนคนอยู่บ้านแต่ก็สามารถออกไปไหนได้เลยเผื่อคนที่รอจะชวนไปไหนต่อจะได้ไม่เสียเวลามาเปลี่ยน แต่ไอ้จะแต่งแบบพร้อมเที่ยวเต็มยศมันก็ดูเว่อร์ไป เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราอยากแต่งตัวสวยไปโชว์ แม้ว่าจะแอบอยากจริงๆก็เถอะ

ท้ายสุดอัมพิกาก็พบตัวเองอยู่ในชุดกระโปรงสั้นประมาณเข่า พื้นเป็นสีขาวครีมมีลวดลายเป็นดอกไม้สีชมพูจุ๋มจิ๋มอยู่ทั่ว แขนตุ๊กตาสั้นที่ผ่าเป็นแนวยาวจากหัวไหล่จรดปลายมีริบบิ้นโบว์เล็กๆประดับที่หัวไหล่ทั้งสองข้างทิ้งหางยาวห้อยมาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

หน้าตาตัดปัญหาเพราะแค่เอาแป้งเด็กมาผัดให้ดูเนียนเท่านั้น ผมก็เช่นกันปกติอัมพิกาจะชอบปล่อยแต่ด้วยว่ายังไม่ได้สระมาตั้งแต่เมื่อวานเลยไม่กล้า หญิงสาวรวบผมปักด้วยปิ่นไม้ที่มีอุบะเป็นแผ่นเงินฉะลุห้อยระย้าซึ่งนลินีซื้อมาฝากจากบ้านทางเหนือ ปล่อยไรผมด้านหน้าให้ระหน้าผากและแก้มประปรายพอไม่ให้ดูเรียบร้อยเกินไปเป็นอันเสร็จพิธี ก่อนออกจากห้องยังไม่ลืมคว้าช่อลิลลี่ไปด้วย หญิงสาวอมยิ้มละไมพร้อมแผนการณ์ในใจ

“มันน่าแกล้งเอาไปโยนทิ้งพื้นต่อหน้าแล้วก็กระทืบซ้ำทำเราไว้เจ็บแสบนี่”

“แต่อย่าดีกว่าเดี๋ยวลิลลี่ช้ำหมด เอาเป็นว่าแกล้งเสือกคืนใส่มือแล้วบอกว่า ‘เอาของนายคืนไป’ นายนั่นคงจ๋อยแล้วล่ะ จากนั้นค่อยสั่งสอนเรื่องหลอกให้รอเก้อแล้วก็ซื้อของแพงๆมาให้”






“มาแล้วเหรอว่ะไอ้เสือ ประมาณครึ่งชั่วโมงได้มีเพื่อนมาหาแน่ะ” ตรีโกณทักทายผู้ร่วมงานที่เดินทำหน้าเซ็งๆ เข้ามาในร้าน สงสัยไอ้ที่ว่าไม่ค่อยสบายน่าจะเป็นใจมากกว่ากาย

“ใครพี่ตี๋ แล้วเขามาทำไม”
“มาสั่งให้แกเอากาแฟไปส่งที่หอ”

“ทำไมพี่ไม่บอกไปล่ะว่าร้านเราไม่มีบริการส่งนอกสถานที่”
“บอกแล้ว แต่เขาว่าเขาเป็นเพื่อนแก” เมื่อเห็นหน้าตาคนที่เขาเรียกว่าไอ้เสือยังไม่ดีขึ้น ตรีโกณตัดสิ้นใจเอ่ยชื่อที่เป็นปริศนาคาใจมานานตบท้าย “อัมพิกา”

“อั้มมาเหรอพี่” นิติรุตต์พลั้งปากเอ่ยชื่อเล่นของเธอคนนั้น แทบจะถลาเข้าไปบีบคอบริกรหน้าตี๋แห่งร้านไออุ่นเค้นเรื่องออกมา

ตรีโกณอมยิ้มได้ผลแหะหูตั้งขึ้นมาเชียวเจ้ารุตต์เอ๊ย “อั้มไหน พี่ไม่รู้จัก”
“ก็ อัมพิกาที่พี่เอ่ยชื่อเขาเมื่อกี้”

“อ๋อ…” นายหน้าตี๋แกล้งลากเสียงยาว ให้มันเต้นเป็นเจ้าเข้าซะมั่งก็ดีจะได้หายบ้า เอ..รึมันจะบ้าขึ้นหว่า

“อั้มของแกเนี่ย ใช่แม่สาวตากลม ที่เมื่อวานเข้าร้านมากับไอ้หนุ่มมาดสำอางค์รึเปล่าว่ะ”
“ก็คนนั้นแหละแล้ววันนี้เขามาพูดอะไรบ้าง โธ่!….พี่ตี๋ รีบๆบอกซิโอ้เอ้อยู่ได้”

ทั้งขบขันทั้งสมเพศ ถึงนิติรุตต์ไม่บอกแต่ตรีโกณก็สามารเดาได้ไม่ยากกับท่าทางร้อนรนของอีกฝ่ายว่าผู้หญิงที่ชื่ออัมพิกามีความสำคัญกับนายจอมกวนขนาดไหน “คนที่มาหาแกเขาชื่อนลินี บอกว่าให้แกเอากาแฟกับขนมไปเยี่ยมไข้แม่หนูอัมพิกาหน่อย เขาไม่สบายนอนหิวรอกาแฟแกอยู่ที่หอ”

เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากรุ่นพี่ทั้งหมดแทนที่นิติรุตต์จะดีขึ้น แต่ตรงข้ามจากหน้าตาเซ็งๆเลยยิ่งพาลเหี่ยวเฉาลงอีก ก็เพราะความเป็นห่วงคนป่วยน่ะซิ เมื่อวานยังเห็นสดชื่นกับนายรามฤทธิ์อยู่เลย ทำไมวันนี้ไม่สบายไปได้ล่ะ แปลกใจตัวเองเหมือนกันทั้งๆที่ยังน้อยใจกับสิ่งที่เธอคนนั้นทำให้เห็นตำตาแต่พอรู้ว่าเขาไม่สบายเท่านั้นแหละ ก็แทบอยากบินไปหา

‘อั้มนะอั้ม ทำไมถึงทำให้ผมเป็นบ้าไปได้ขนาดนี้ ทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ ทั้งห่วงใยสารพัด ที่สำคัญว่าจะไม่ยุ่งด้วยแล้วแต่มันก็อดไม่ได้น่ะซิ แต่จะโทษอั้มคนเดียวก็ไม่ถูกหรอก หัวใจเรามันหาเรื่องเองตะหาก ใช่! เรามันบ้าไปเองจริงๆ เขาไม่เคยมีท่าทีสักนิดว่าจะคิดตรงกัน’

นึกไปถึงเมื่อครั้งที่เธอคนนั้นเป็นลมล้มพับก็ยิ่งเป็นห่วง จะมีใครพาไปหาหมอรึยังนะ แล้วไอ้ที่ว่าไม่สบายจะหนักแค่ไหน จำได้ดีว่าเมื่อเธอเข้าโรงพยาบาลครั้งโน้นก็กำลังมีเรื่องผิดใจกัน จะไปเยี่ยมแบบออกหน้าออกตาก็กลัวคนป่วยอารมณ์เสีย เลยฝากของเยี่ยมไข้ไปกับนลินีทุกวัน ทั้งที่ใจจริงอยากไปป้อนข้าวป้อนน้ำให้ด้วยตัวเองถ้าคนป่วยจะยอมนะ

ในเมื่อรู้ว่าห้ามใจตัวเองไม่ได้นิติรุตต์เข้าประจำที่หน้าเคาน์เตอร์โดยไม่ต้องมีใครบอก อั้มชอบม็อคค่าเพราะมันมีช็อคโกแล็ตผสมกาแฟ แต่ตอนนี้อั้มไม่ค่อยสบาย อย่ากินกาแฟเลยนะกินช็อคโกแล็ตร้อนแทนล่ะกัน

ชายหนุ่มจัดการอุ่นนมสดผสมช็อคโกแล็ตเหยาะน้ำตาลเติมกลิ่นอบเชยนิดหน่อยพอให้ออกหวานและหอมชื่นใจ เทใส่แก้วกระดาษไข ปิดทับส่วนบนด้วยวิปครีมโรยผงช็อกโกแล็ตสีน้ำตาลเข้มลงไปตัดกับสีขาวข้นของวิปครีมอีกที ปิดฝาเตรียมออกเดินทาง

ช็อคโกแล็ตร้อนกลิ่นอบเชยจะเรียกมันว่าอะไรดีหนอ กลิ่นมันคล้ายแก้มอั้มหอมเหมือนแก้มเด็กทารกที่มีกลิ่นนม ความจริงอั้มก็ดูเหมือนเด็ก ตัวเล็กๆ เจ้าแง่แสนงอน เอาแต่ใจ ชอบเอาชนะ เวลาอั้มตาเขียวตวาดแว๊ดๆก็ทำให้คนถูกโกรธสนุกรู้สึกชีวิตมีรสชาติทั้งมันส์ทั้งขมเหมือนช็อคโกแล็ต แต่โดยรวมแล้วเมื่ออยู่ใกล้ๆอั้มกลับหวานที่หัวใจได้ไงไม่รู้

งั้นเจ้าแก้วนี้ให้มันชื่อ “chocolate cutey “ สาวน้อยร้อยเสน่ห์รสช็อคโกแล็ตกลิ่นอบเชยของผม ก็คนเดียวกับยัยแม่มดที่ทำเอาผมหัวใจสลายเมื่อวานนั่นแหละ

“เฮ้ยทำอะไรกันอยู่ นี่ๆมุ้ยฝากให้เอาขนมกลีบลำดวนมาให้ลูกค้าชิมฟรี ถ้าเข้าท่าจะได้ทำขาย เขาว่ากินกับกาแฟน่าจะเข้ากัน จะได้เอาขนมไทยๆมากินแทนพวกคุ๊กกี้ฝรั่งซะมั่ง” ท่าน ผจก. เดินเข้าร้านพร้อมทั้งหอบขนมกลีบลำดวนถุงยักษ์

“โอ้โห พี่มุ้ยใจดีอีกแล้ว น่าเสียดายคนทำขนมเก่งๆอย่างพี่มุ้ยน่าจะได้สามีที่ดีกว่านี้….” ตรีโกณเอ่ยแซวทันที ความจริงนอกจากขนมที่ร้านเบเกอร์รี่ต่างๆฝากวางขายโดยแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ ร้านไออุ่นยังรับขนมหลายอย่างจากฝีมือของศรีภรรยาท่าน ผจก. อย่างเจ้า sweet heart ก็ฝีมือพี่มุ้ยนี่แหละ นับว่าเป็นโชคดีของทางร้านที่ท่าน ผจก. หรือแท้จริงคือหลานชายเจ้าของร้านและทายาทสืบต่อกิจการในอนาคตได้ภรรยามีเสน่ห์ปลายจวัก ก็ไม่แปลกหรอกถ้าท่าน ผจก. จะอ้วนเอาๆ

“ไอ้ตี๋ ข้ามันเป็นยังไง โธ่…ไม่อยากจะคุยเห็นข้าอย่างงี้เถ๊อะ ตอนแต่งงานสาวๆร้องไห้กันตรึม“

“ไอ้ที่ว่าสาวร้องไห้เนี่ย เขาคงปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลที่ไม่ได้แต่งกับพี่บุ๋น หรือไม่เขาก็คงเสียใจแทนพี่มุ้ย” เป็นอีกเสียงของคนที่กำลังเตรียมถุงมาแบ่งเจ้า chocolate cutey

“อ้าวหายบ้าแล้วเร๊อะไอ้รุตต์ถึงมาเสนอหน้าที่เคาน์เตอร์ แหม! พอหายบ้าก็ปากเปราะเลยนะเอ็ง” ต่อว่าว่าปากเปราะยังไม่พอท่าน ผจก. ยังแสร้งฮัมเพลงซ้ำเติมระหว่างเอาขนมเรียงใส่ตู้

“ว่าข้าเข้าไป ยังไงข้าก็มีกึ๋นกว่าเอ็ง หุๆๆ ดั่งแก้วบางเขาทุบทิ้งแตก ใจฉันแหลกเพราะน้ำมือเธอ เจ็บปวดช้ำคร่ำครวญพร่ำเพ้อ เคยไหมเธอจะเหลือบเหลียวมา”

“ผมยอมรับว่าไม่มีกึ๋น เพราะไม่ชอบกินกึ๋นไก่ย่างจนอ้วนกลมเหมือนคนบางคนแล้วจะมีกึ๋นได้ไง” คนกำลังหยิบขนมกลีบลำดวนใส่ห่อยอกย้อน

“ข้าไม่ได้หมายถึงกึ๋นไก่โว้ย ข้าหมายถึงความสามารถในการหลีหญิงต่างหากล่ะ ฮี่โธ่….จีบเขามาตั้งนานไม่เห็นสำเร็จ ซ้ำพอเขาพาคนมาเย้ยก็เป็นบ้าเป็นบอ จะบอกให้นะว่าไอ้หนุ่มที่เขาควงมาน่ะท่าทางเขาไม่ได้ชอบอกชอบใจอะไรนักหร๊อก เห็นทำหน้าเบื่อๆเซ็งๆด้วยซ้ำ ไม่เห็นเหมือนเวลาเขามองเอ็ง”

“เขามองผมยังไง” เหมือนนิติรุตต์จะลืมไปว่า สมบูรณ์ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย และ ‘เขา’ ของสมบูรณ์ จะใช่ ‘เขา’ ที่ชายหนุ่มคิดถึงรึไม่ เพราะข้อความที่สมบูรณ์พูดมันดูดความสนใจไปหมด

แต่ท่าน ผจก. ก็ไม่ได้บอกดีๆกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ร้องเพลงยุคโบราณต่อไป “หากฉันเพ่งมองตาเธอให้ลึกหน่อย อย่างน้อยอาจทำให้ต้องเฉลียวใจ ว่ามีความหมายใดซ่อนในดวงฤทัย บ่งบอกความในใจที่ดวงตา”

“พี่บุ๋นว่าเขามองผมยังไงบอกมาซะทีซิ”

แม้จะถูกซักท่านผจก. ยังยักท่าฮัมเพลงต่อไป “หากรู้ว่ารักเจ้ายังหลีกเร้นหลบ ถ้าพบจะพาดวงใจเปี่ยมรักมา ........”

คนรอคำตอบทนไม่ไหวกลัวเครื่องดื่มที่เตรียมไว้จะเย็นหมด และขี้เกียจฟังเสียงหมูละเมอร้องเพลงอะไรไม่รู้ เก๊า เก่า ยิ่งกว่านั้นหัวใจมันลอยไปหาคนป่วยนานแล้ว

“เอาของไปให้เพื่อนก่อนนะพี่ กลับมาก่อนเที่ยงแน่รับรอง อ้อ…ค่าช็อคโกแล็ตร้อนแก้วนี้หักเงินค่าจ้างวันนี้ของผมไปล่ะกัน พี่บุ๋นนะพี่บุ๋นอุตส่าห์ถามดีๆเล่นตัวอยู่ได้”







นางสีดาตัวจริง จะเป็นอย่างไรสวยงามน่ารักขนาดไหนพระรามคนนี้คงยินดียกให้ทศกัณฐ์ ก็ในเมื่อหญิงสาวที่กำลังเดินลงบันไดหอออกมาสวนด้านหน้าสำหรับเขาแล้ว ความน่ารัก สดใส ของเธอทำเอาเจ้าลิลลี่ขาวในมือกลายเป็นสิ่งประกอบ ผิวสีน้ำตาลอ่อนนวลเนียนอยู่แล้วยิ่งได้ชุดกระโปรงสีครีมหวานพร้อมลายดอกไม้สีชมพูช่วยขับให้ดูละมุนละไมขึ้นไปอีก ผมรวบเก๋ไก๋ทิ้งไรผมประปรายอวดลำคอระหง ทำให้ดูเหมือนเธอคนนี้เป็นตุ๊กตาเจ้าหญิงที่มีชีวิต

รามฤทธิ์ลุกยืนให้การต้อนรับด้วยมาดของเจ้าชายที่รอรับเจ้าหญิงไปงานเลี้ยงเต้นรำ หรือดูอีกทีก็เหมือนเจ้าบ่าวที่ยืนรอเจ้าสาวผู้ถือช่อดอกไม้กำลังก้าวเดินช้าๆเข้ามาในโบสถ์ตามจังหวะวี๊ดดิ้งมาร์ช ชายหนุ่มไม่เสียดายเวลาสองชั่วโมงที่มาตามหาเธอคนนี้ที่หน้าหอเลย ไม่โกรธแม้จะรู้ว่านอกจากเบอร์โทรและคณะแล้ว ชื่อที่เธอบอกไว้ก็เป็นของปลอมเช่นกัน

‘ไม่ว่าคุณจะเป็น อัมรา หรือ อัมพิกา คุณก็คือแม่ตุ๊กตาน้อยของผมอยู่ดี และตอนนี้คุณกลายร่างมาเป็นมนุษย์อีกแล้วไม่มีทางซะล่ะที่ผมจะปล่อยให้คุณหนีหายไปอีก’ รามฤทธิ์ยิ้มกว้างพร้อมทักทาย
“สวัสดีครับ อัมพิกา”

คนถูกทักสะดุ้ง ด้วยว่าไม่ได้สนใจผู้ชายในชุดพร้อมลุยเมืองหนาวที่ไม่ได้เข้ากับฤดูหนาวที่หนาวไม่จริงของประเทศไทยมาก่อน ทั้งที่เขาคนนั้นนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนตัวที่ใกล้หน้าตึกและเด่นที่สุด เพราะอัมพิกามั่วส่ายตาไปยังม้าหินอ่อนอีกตัวที่อยู่ลึกและไกลออกไปจนเกือบชิดรั้วซ้ำยังมีต้นไม้บังใบเพียบ จนคนเคยนั่งคุยกันที่ตรงนั้นยังออกปาก ‘ทำไมอั้มพาผมมานั่งซะเปลี่ยวเลย จะฆ่าหมกป่ากันหรือไง’

“หวังว่าอัมคงชอบดอกลิลลี่ขาวนะครับ ผมว่ามันดูน่ารักสดใสบริสุทธิ์……..เหมือนอัม”

อัมพิกาไม่ได้ยิ้มหวานตอบแทน เพราะสมองเพิ่งคิดได้ ‘นี่คนที่เอาดอกไม้มาให้เราเป็นรามฤทธิ์เองเหรอ โอ้ย…รู้งี้ไม่ลงมาหรอกปล่อยให้คอยสักพักพอเบื่อก็กลับไปเองแหละ’ อยากวิ่งกลับขึ้นห้องใจแทบขาดแต่มันคงเสียมารยาทเกินไป เอาเป็นว่ากล่าวขอบคุณแล้วอ้างว่าไม่สบายจะขึ้นไปนอนดีกว่า

“ขอบคุณนะราม แต่ที่หลังไม่ต้องก็ได้ ดอกไม้แพงๆแบบนี้ไม่นานมันก็เหี่ยว”
“ถ้าเหี่ยว วันหลังผมก็ซื้อให้อัมใหม่ได้ครับ” ชายหนุ่มตีความคำว่า เหี่ยว แค่พัฒนาการของดอกไม้ที่ถูกเด็ดจากต้น ดอกนี้เหี่ยวก็ซื้อดอกใหม่มาแทน ซึ่งต่างจากอัมพิกาเพราะจริงๆแล้วเธออยากต่อด้วยว่า ‘เสียดายเงิน’

“ความจริงผมรู้แล้วล่ะว่าอัมชื่ออัมพิกา เปิ้ลบอกผมน่ะครับ”
“อ๋อ..ยัยเปิ้ล” อัมพิการับคำเงียบๆ นึกแค้นเพื่อนในใจ ทำไมไม่บอกเราก่อนนะ เห็นทำท่าสะบัดสะบิ้งเลยนึกว่าเพิ่งปะทะคารมกับรุตต์มาน่ะซิ จะว่าเปิ้ลก็ไม่ถูก เรามันคิดไปเองแหละ จะไปหวังอะไรให้คนใจดำมาง้อ เลิกคิดได้แล้วยัยอั้ม

“เห็นเปิ้ลเรียกอัมว่าอั้ม แต่ผมขอเรียกอัมนะครับ อัมจะได้เป็นอัมราของผมคนเดียว แต่มันก็มาจากพยางค์แรกของชื่อจริงอัมเหมือนกัน แล้วอัมไม่ต้องกลัวนะครับว่าผมจะโกรธเรื่องชื่อปลอม ผมเข้าใจว่าอัมคงไม่ไว้ใจผม แต่อัมจะให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเองได้ไหมล่ะครับว่า ผมพอจะเป็นที่ไว้วางใจและพึ่งพิงได้เหมือนกัน”

ชักรู้สึกคลื่นเหียนกับคำพูดเลี่ยนๆเต็มแก่ อัมพิกาเริ่มเข้าแผน ก็เรื่องอะไรจะต้องมานั่งให้นายนี่แทะโลม
“พอดีไม่ค่อยสบายน่ะ จะขอตัวขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะ”

“ไม่สบายเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ ผมว่าให้ผมพาอัมไปโรงพยาบาลดีกว่านะครับ อย่าขึ้นไปกินยานอนเองเลย นะครับอัมไปให้หมอเขาดูหน่อย ไม่งั้นผมเป็นห่วงแย่เลยรู้ไหม”

ระหว่างที่อัมพิกากำลังหาช่องทางปฏิเสธคำเชิญชวนของคนที่อ้างว่ามีอาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน เขาสามารถพาเธอไปรับการรักษาได้อย่างสะดวกรวดเร็วและไม่ต้องเสียเงิน โฆษณาสรรพคุณเสียจนหญิงสาวคิดว่าเขาเป็นประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลมากกว่าเป็นเพื่อนที่กำลังจะพาเพื่อนที่ป่วยไปหาหมอ ถ้ายอมไปกับรามฤทธิ์จริงๆก็คงสลบเพราะเวียนหัวกับสิ่งที่เขาพูดนั่นแหละ แต่จะปฏิเสธหมอนี่ก็เซ้าซี้อยู่ได้

พนักงานส่งกาแฟมาถึงประตูรั้วหน้าหอพักก็เห็นหนุ่มสาวสองคนนั่งเด่นกลางที่โล่งหน้าตึกพอดี จากที่น้อยอกน้อยใจเป็นทุนเดิม เริ่มจะมีเรี่ยวแรงมาหน่อยเพราะอยากมาดูแลคนป่วย คราวนี้หมดแล้วความอดทนทั้งหลายที่อุตส่าห์เก็บกดไว้ ตั้งแต่เมื่อวานที่เห็นควงกันไปเย้ยถึงร้าน อุตส่าห์ไม่พูดไม่จาไม่หักคอใคร

‘ยังไม่สะใจพอใช่ไหมอั้ม วันนี้ถึงบอกให้นีไปตามผมมาถึงนี่ จงใจทำให้เห็น ตอกย้ำกันอีกรอบ จะทำร้ายจิตใจกันไปถึงไหน ผมทำอะไรให้อั้มโกรธนักหนาถึงต้องแกล้งกันขนาดนี้ แต่งตัวสวยลงมารับหน้านายรามนี่นะเหรอคนไม่สบาย คนไม่สบายเขาไม่หน้าตาสดใสขนาดนี้หรอก’

นิติรุตต์กำหูถุงที่ใส่เจ้า chocolate cutey แน่น นับว่าโชคดีที่ไม่ถือแก้วโดยตรงไม่งั้นมันก็คงบุบบี้ตามแรงมือ แล้วของเหลวที่อยู่ข้างในก็คงเสียหาย เหลือบเห็นช่อลิลลี่สุดหรูก็อดนึกถึงขนมกลีบลำดวนที่หอบหิ้วมาด้วยหวังให้คนป่วยกินแกล้มช็อคโกแล็ตร้อนไม่ได้ แล้วก็สมเพศตัวเอง

‘ไม่เจียมตัวเลยไอ้รุตต์เอ๊ย…เขามีดอกไม้ฝรั่งขับรถสปอร์ตมาส่งถึงที่ แล้วเรามันก็แค่ช็อคโกแล็ตร้อนจากร้านกาแฟเล็กๆ กับขนมไทยห่อน้อยเชยๆ เดินต๊อกต๋อยมาหา จะเอาอะไรไปสู้กับเขา’

คนเจียมตัวหันหลังกลับ แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ทำไมจะต้องหนี เดินหนีเขาแล้วเราก็ไปทรมานคนเดียว ปล่อยให้สองคนนั่นสบายอกสบายใจกันต่อหรือ ไม่ เรื่องอะไรเราจะยอมให้ความรู้สึกของเรากลายเป็นของเล่นสนุกๆของเขา

‘ถ้าอั้มจะไปหวานชื่นกับใคร ผมนี่แหละจะคอยเป็นกระดูกชิ้นโตขวางลำ ให้อั้มกลืนไม่เข้าคายไม่ออกซะมั่ง แล้วถ้าอั้มยังมีความสามารถสับกระดูกชิ้นนี้ให้แหลกละเอียดคามือ เมื่อถึงเวลานั้นหัวใจผมมันก็คงตายด้านมองไม่เห็นความน่ารักของอั้มอีกต่อไป ดีเหมือนกันจะได้ตัดใจง่ายขึ้น ในเมื่ออั้มไม่น่ารักผมก็ไม่จำเป็นจะต้องรักต้องหวงต้องห่วงอีกแล้ว’

พนักงานส่งกาแฟปรับสีหน้าและท่าทางให้เหมือนเวลาบริการลูกค้าในร้านกาแฟตามปกติ เดินตัวตรงเข้าไปหาลูกค้าสาว ยิ้มกว้างอย่างคนให้บริการแสนกระตือรือร้นก่อนจะเปล่งน้ำเสียงสุภาพออกไป
“ร้านไออุ่นสวัสดีครับ มาส่งของที่สั่งไว้ครับ”






สวัสดีค่ะ ลูกค้าร้านไออุ่น หมู่นี้เนตเต่าๆยังไงก็ไม่รู้ ทำให้โหลดนานมาก เล่นเอาข้าน้อยถอดใจหายไปหลายวันเลย

ยังไงจะชดเชยเอาตอนต่อไปมาลงให้ไวๆนะคะ ไว้มาลุ้นฝีมือสร้างความร้าวฉานให้ชาวบ้านของนายรุตต์ในคราวหน้าค่ะ




Create Date : 19 กรกฎาคม 2552
Last Update : 19 กรกฎาคม 2552 0:16:49 น. 6 comments
Counter : 418 Pageviews.

 
เป็นกำลังใจให้นายรุตต์เต็มที่ค่ะ สู้สู้


โดย: เมย์ IP: 78.69.65.82 วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:42:11 น.  

 
:)


โดย: Natee IP: 70.183.186.42 วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:22:39 น.  

 
เฮ้อออออ นึกว่านายรุตต์จะถอยซะละ

อัพตอนใหม่เร็วๆนะคะ
คนอ่านจะลงแดงตายแล้ว

ปล.เพลงของพี่บุ๋นเก่าได้ใจมากค่ะ


โดย: ... IP: 58.8.184.136 วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:20:26 น.  

 
นายรุตต์ ทำไมเพิ่งฉลาดเอาตอนนี้เนี่ย

ลุยเลยค่า
แอบคลื่นเหียนไปกับคำพูดของนายรามด้วยคน
ถ้ามีคนมาจีบด้วยสำนวนแบบนี้นะ
วิ่งฝุ่นตลบแน่เลย ฮ่าๆ แต่พอดีไม่มีใครมาจีบอย่างยัยอั้มอ่ะพี่ก๋


โดย: ต้นอ้อสีม่วง IP: 125.26.173.212 วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:33:59 น.  

 
รุตต์สู้เขานะ

คนเชียร์เยอะ


โดย: pantee IP: 124.121.209.75 วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:43:08 น.  

 
หุหุ

สู้เค้านะนายรุตต์


โดย: pimmy IP: 125.27.235.124 วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:17:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พินทุอิ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สระอะไรเอ่ย...ยิ้มได้? ก็ สระ "อิ" ไงจ๊ะ นี่แหละค่ะที่มาของชื่อ "พินทุอิ" สระที่มีหน้าตาเหมือนรอยยิ้ม (จริงๆนะ)
มาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขกันนะคะ

หมายเหตุ
งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
Friends' blogs
[Add พินทุอิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.