• ° o . O ขอต้อนรับสู่โลกขำๆ ของคนชอบฝันเฟื่อง O . o ° •
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
12 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
หัวใจรสกาแฟ 13



นลินีเฝ้ามองดูเพื่อนซี้ด้วยความแปลกใจมาตลอด ตั้งแต่เวลาบ่ายสามโมงที่เข้าเรียนวิชาสุดท้ายจนถึงห้าโมงซึ่งเป็นเวลาเลิก ปกติแก้มอัมพิกาเป็นสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่เมื่อกลางวันไม่รู้เพื่อนแอบไปไหนและทำอะไรมา เจอหน้ากันอีกทีแก้มอัมพิกาถึงได้แดงแจ๋อย่างกับถูกขยี้ แม้หน้าตาจะบอกบุญไม่รับแต่ก็สังเกตได้ว่าเวลาเรียนเพื่อนมักจะเผลอใจลอยบ่อยๆ ไม่รู้มีอะไรให้คิดนักหนา

หากนลินีจะมีญาณวิเศษ เธอก็จะรู้ว่านอกจากเรื่องส่วนตัวที่อัมพิกากำลังสับสนเต็มทีก็เป็นเรื่องของเธอนั่นแหละที่อัมพิกากำลังคิดมาก ที่คิดเพราะไม่แน่ใจว่าจะไปยุ่งเรื่องของเพื่อนดีไหม ถ้าบอกเรื่องที่ตัวเองเพิ่งไปสืบมาเพื่อนจะเสียใจขนาดไหน หรือนลินีอาจจะรู้แล้วก็ได้

แต่ถ้าไม่บอกแล้วนลินียังไม่รู้ อัมพิกาจะทนให้เพื่อนถูกสวมเขาต่อได้อย่างไร แต่ผลดีของมันก็คือ ถ้าเป็นหนึ่งยังมีจิตสำนึกบ้างเขาอาจจัดการเรื่องกับน้องคนนั้นได้เรียบร้อย แล้วกลับมาหานลินีเหมือนเดิม แล้วพอมีโอกาสเธอค่อยไปขู่กับ นายตัวแสบ ว่าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกเป็นอันขาด แต่ถ้าปล่อยให้คบกันต่อไป นลินีก็อาจจะช้ำใจได้หลายๆหน ยิ่งคิดสายสืบจำเป็นก็ยิ่งปวดหัว

เมื่อเลิกเรียนเพื่อนในห้องพากันเดินออกจากอาคารเป็นปกติ นลินี อัมพิกาและพิริยาพรเดินรั้งท้ายออกมาพร้อมกัน กะว่าจะกลับหอด้วยกันเลยด้วยว่าไม่เห็นใครจะมีธุระแวะไปไหน แล้วจู่ๆ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านลินี ด้วยสายตาหวาดๆของเจ้าของร่าง พร้อมกับสายตาจับผิดของอัมพิกา เพราะเจ้าของร่างเป็นคนเดียวกับที่เธอตามหาซะแทบตายเมื่อเที่ยงวันนี้เอง

“พี่นลินีใช่ไหมคะ? หนูมีเรื่องอยากรบกวนคุยกับพี่สักครู่ค่ะ” เสียงของคนถามออกสั่นๆ แสดงว่าต้องรวบรวมความกล้าอย่างหนัก

“อ้าวน้องคนเมื่อวาน ได้มือถือคืนรึยังล่ะ” พิริยาพรถามด้วยด้วยบริสุทธิ์ใจ คิดว่าน้องคนนี้จะมาถามเรื่องโทรศัพท์

“ได้แล้วค่ะ ขอบคุณพวกพี่มาก” เสียงผู้มาเยือนยังคงสั่นพลิ้ว เธอไม่ได้มองพิริยาพร แต่กลับมองเพียงนลินีด้วยแววตาหวั่นหวาด

“ได้แล้วมาทำไมที่นี่” คราวนี้เป็นอัมพิกาที่ถามไถ่ ด้วยสำเนียงที่ฟังดูกระด้างพิกล เพราะคนถามเริ่มหวาดระแวง ‘ยัยนี้จะมาทำอะไรเพื่อนเรารึเปล่า โธ่ รู้งี้บอกนีไปซะก็ดีหรอก’

“หนูมีเรื่องอยากคุยกับพี่นลินีค่ะ” เด็กสาวส่งสายตาอ่อนวอนเว้าไปยังคนที่เธอเอ่ยชื่อ อีกฝ่ายจะคิดอย่างไรไม่มีใครคาดเดาได้เพราะวางหน้าเฉยได้แนบเนียน

“ได้ซิ งั้นไปหาที่นั่งคุยกัน” นลินีตอบด้วยน้ำเสียงปกติ หากใครที่ไม่รู้เรื่องคงคิดว่าไม่มีอะไร แต่กลับคนที่รู้อยู่เต็มอกว่าอะไรเป็นอะไรมีหรือจะนิ่ง

“อั้มจะไปกับนีด้วยนะ” อัมพิกาเข้าเกาะแขนเพื่อนสาวแน่นประกาศชัดไม่ว่าเพื่อนจะไปไหนเธอก็จะไปด้วย

“น้องเขาคงอยากคุยกับเราตามลำพังมากกว่า อั้มกับเปิ้ลกลับหอไปก่อนนะเดี๋ยวเสร็จธุระแล้วจะตามไป”
อัมพิกาส่ายหน้า ยืนยันจะไปด้วยหนักแน่น “เชื่อสิ ไม่มีอะไรหรอกน่า…กลับกันไปก่อนเถอะ เดี๋ยวเราตามไป” นลินีพอจะอ่านความคิดออกเลยตัดบทโชคเข้าข้างบ้างที่พิริยาพรบ่นเหนื่อยๆอยากลับไปนอน ไวๆ

“กลับเถอะอั้ม เดี๋ยวนีมันก็ตามไปเองแหละทำตัวติดกันไปได้ ชั้นง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว ตอนเที่ยงว่าจะไปนอนก็ไม่ได้นอนเอาแต่เผารายงาน….” พิริยาพรพูดพร่ำอะไรอีกยืดยาวพลางลากแขนอัมพิกากลับหอไปด้วย นลินีโล่งอกคิดในใจ ‘วันนี้ไอ้เปิ้ลมันน่ารัก’

หลังจากสองสาวเดินห่างออกไปแล้ว นลินีก็หันกลับมาให้ความสนใจกับหญิงสาวรุ่นน้องเห็นยังยืนหน้าซีดนลินีจึงจูงมือไปหาที่นั่งซึ่งเป็นม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้หน้าคณะ

“เอาล่ะ ไม่มี ก.ข.ค. แล้ว น้องมีอะไรล่ะจ๊ะ” คนถามวางท่าเหมือนรุ่นพี่ทั่วๆไปเวลามีน้องๆมาปรึกษาปัญหาเรื่องเรียน ต่างจากคนถูกถามลิบลับเพราะเธอทำท่าราวกับกำลังรอลงอาญา

“เม อยากคุยกับพี่นี เรื่องพี่หนึ่งค่ะ”







“แกเป็นอะไร ยัยอั้ม ท่าทางแปลกๆ ตั้งแต่บ่ายแล้วมั้ง ตะกี้ก็อีก” พิริยาพรชักเริ่มผิดสังเกต หญิงสาวจึงตามอัมพิกาเข้ามายังห้องของอีกฝ่าย ไอ้เรื่องนอนเอาไว้ก่อน

“เป็นห่วงนี”
“จะไปห่วงมันเรื่องอาร๊าย เอ๊ะ…รึพวกแกมีอะไรกันแล้วชั้นไม่รู้ บอกมาเดี๋ยวนี้นะ” คราวนี้พิริยาพรขึ้นเสียงสูงคั้นคอให้อัมพิกาคายเรื่องราวที่อมไว้ออกมา ‘ก็หน้ายัยอั้มน่ะ ถ้ามีอะไรในใจอ่านง่ายจะตาย ไม่เหมือนยัยนี ขานั้นเก็บเก่งชะมัด’

ในเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องของนลินีถ้าได้คู่คิดเพิ่มอีกก็คงจะดีกว่า อัมพิกาจึงได้เล่าเรื่องที่เธอไปสืบมาให้พิริยาพรฟัง ซึ่งรายนั้นเมื่อได้รู้เรื่องราวทั้งหมดก็เต้นเป็นจ้าวเข้า
“ต๊ายยยยย นังเด็กนั่นร้ายชะมัด บุกมาหานีถึงที่ ทำไมแกไม่บอกชั้นก่อนหน้านี้ แม่จะตบซะให้หน้าหัน ไปยัยอั้ม ไปหานีกัน”

“ใจเย็นๆ ซิเปิ้ล เรารอนีกลับมาก่อนไม่ดีกว่าหรือ ก็เจ้าตัวเขาบอกเองว่าจะคุยกับเมขลาตัวต่อตัว” นึกว่าจะได้เพื่อนช่วยคิด ที่ไหนได้อัมพิกากลับเพิ่มปัญหาปวดหัวให้ตัวเอง ไหนจะเป็นห่วงนี ไหนจะต้องห้ามพายุสลาตัน ที่ตั้งท่าจะบึ่งกลับคณะอีกรอบ ‘ไม่น่าบอกยัยเปิ้ลเล้ย’

“โอ้ย! ปล่อยให้นีอยู่กับแม่นั่นน่ะเหรอ แกไม่เคยเห็นตามละครรึไงอั้ม ที่นังอิจฉาเวลามันจะแย่งพระเอกน่ะ มันจะเข้ามาทำร้ายนางเอกทุกทีแหละ ข่มขู่ไม่ให้ไปยุ่งกับพระเอกไง ป่านนี้ไอ้นีไม่เสียโฉมไปแล้วเหรอ”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกเปิ้ล ท่าทางน้องเขาไม่ได้ร้ายเลย ดูกลัวๆยังไงไม่รู้”
“มันก็ทำสำออยให้ดูน่าสงสารไงล่ะ พระเอกจะได้เห็นใจ”

แม้อัมพิกาจะพยายามห้ามปรามด้วยคำพูดหลายหนแต่ก็ไม่มีอะไรมาหยุด พิริยาพรในสภาพที่พร้อมล้างผลาญ หญิงสาวเร่งรุดลงมาจากตึกหอพักโดยมีอัมพิกายื้อยุดมาตลอด สภาพของทั้งสองคนจึงเหมือนเล่นชักกะเย่อไม่มีผิด สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือ เป็นห่วงนลินีเต็มร้อย แต่ที่แตกต่างกันออกไป

อัมพิกาคิดถึงหน้าเป็นหนึ่ง แล้วพาลคิดถึงหน้า หนุ่มรัฐศาสตร์ อีกสองคนที่เธอเจอเมื่อเที่ยง เกลียดขี้หน้านัก พวกผู้ชายเห็นแก่ตัว เพราะผู้ชายแบบนี้ใช่ไหมที่ทำให้ผู้หญิงหลายๆคนต้องเจ็บ ทั้งนลินี และเมขลาต่างก็ตกเป็นเหยื่อทั้งนั้น คนที่ควรถูกประชาทัณฑ์น่าจะเป็น นายหนึ่ง นั่นแหละเหมาะสมที่สุด

ส่วนพิริยาพร กลับเห็นบรรดานางอิจฉาทั้งหลายเดินเรียงแถวออกมาจากนวนิยายบ้าง ละครโทรทัศน์บ้าง มีตั้งแต่ร้ายน้อยๆ ไปถึงร้ายมากๆ แน่ละว่าต้องมี มาหยารัศมี แห่ง ดาวพระศุกร์อยู่ในนั้น ที่สำคัญพิริยาพรกำลังวาดภาพ ฉากฟาดฟัน ระหว่างนางเอกกับนางอิจฉา ที่ดูละครกี่ทีไม่เคยเข้าใจเลยว่า ทำไมนางเอกถึงได้ปล่อยให้ตัวเองถูก ตบเอ๊า ตบเอา สงสัยคนที่เป็นนางเอกจะไม่ค่อยมีแรง ถึงได้ถูกเขาแกล้งง่ายดาย

เวลาถูกพระเอกข่มขืนก็อีกดูจะอ่อนปวกเปียก แต่เอาเถอะไอ้เรื่องพระเอกปล้ำนางเอกเนี่ยอโหสิ แต่เวลานางเอกถูกตบนี่ซิที่เธอยอมไม่ได้ แล้วตอนนี้นลินีก็กลายเป็นแม่ดาวพระศุกร์คนนั้น ที่พิริยาพรต้องสวมบทเพื่อนผู้แสนดีเข้าช่วยเหลือก่อนที่นังมาหยามันจะตบไม่เลี้ยง จะไปรอคุณภาคย์ เอ๊ย เป็นหนึ่งน่ะเหรอ ไม่ได้การหรอก พระเอกละครไทยไอคิวสูงไม่เท่าไหร่ ถึงจะการศึกษาดีมีฐานะก็เถอะ

ในที่สุดทั้งสองก็กลับมาหน้าคณะอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ปรากฏเงาของบุคคลที่เป็นห่วงแม้จะเดินหาจนทั่วบริเวณ ทั้งคณะ เลยไปถึงห้องสมุดที่นลินีชอบเข้าไปนั่งก็ไม่พบ กดมือถือหานลินีก็ปิดเครื่องซะนี่ พิริยาพรเริ่มโวยวาย

“บ๊ะ ป่านนี้ไอ้นีมันไม่หนีเตลิดไปร้องไห้กระซิกๆทำมิวสิคที่ไหนแล้วเหรอ” เพราะตามละครต่างๆ เวลานางเอกถูกทำร้ายก็มักจะหนีหายไปด้วยความเสียใจ

“กลับไปรอนีที่หอเถอะ คงไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก” อัมพิกาชวนเสียงอ่อน ได้ผลพิริยาพรยอมกลับง่ายดายบ่นอุบว่าเมื่อยเสียเวลาเดินไปมา ซึ่งอัมพิกาได้ทีย้อนไปว่า “บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าอย่ามาก็ไม่เชื่อ”

“แกมีเบอร์หนึ่งไหมอั้ม ชั้นไม่ได้เมมไว้ด้วยซิ” เมื่อมาถึงหออีกรอบพิริยาพรก็ตัดสินใจจะโทรไปหาเป็นหนึ่ง แล้วก็ต้องโมโหหนักขึ้นเมื่ออัมพิกาส่ายหน้า

“โธ่! โว้ย ทำไมไม่รู้จักขอนีไว้มั่ง เป็นเมตกันยังไงนะ”
“ก็ ไม่คิดนี่ว่าจะมีเรื่องอะไรโทรไปหาหนึ่ง แล้วหนึ่งเขาเปลี่ยนมือถือเปลี่ยนเบอร์บ่อยจะตาย”

อัมพิกาแก้ต่างให้ตัวเอง ก็เพราะเธอกับเป็นหนึ่งไม่เคยมีอะไรคุยกันเลย จะว่าไปก็ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ด้วยซ้ำ แต่ถ้าจำเป็นจะหาเบอร์หนึ่งจริงๆ หญิงสาวก็คิดว่าพอจะมีทาง แต่ต้องจำเป็นจริงๆเท่านั้นนะ “แล้วเปิ้ลจะเอาเบอร์หนึ่งไปทำไม”

“แรกเลย ชั้นก็จะด่า ด่าให้สะใจ มาทำกับเพื่อนชั้นยังงี้ได้ไง หรือแกไม่เจ็บใจหาอั้ม?” อัมพิกาอมยิ้ม ‘นึกว่าเปิ้ลจะด่าแต่ เมขลา คนเดียวซะอีก’

“แล้วก็จะบอกให้นายหนึ่งตามหานีเอง หกโมงเข้าไปแล้วหน้าหนาวน่ะมืดเร็วจะตาย ไปไหนคนเดียวได้ไงอันตรายออก หมู่นี้ใกล้ๆมอ.เรามีพวกโรคจิตเดินกันชุมเชียวล่ะ เมื่อวานยุ้ยเล่าว่าเด็กวิดยาก็เจอไปคน”

แม้จะเป็นห่วงเพื่อนแต่พิริยาพรก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่พวกเธอจะออกตามหาเอง แค่เดินไปมาหอกับคณะสองรอบก็เมื่อยจะตาย ที่สำคัญในละครไทยน่ะคนเป็นโขยงออกตามนางเอกไม่เจอหร๊อก นอกจากพระเอกเท่านั้นที่จะตามเจอ ไม่รู้ผีพรายตัวไหนกระซิบบอก

อัมพิกาถอนใจหยิบมือถือตัวเองขึ้นมา กดไปยังเบอร์ที่เคยรับปากตัวเองไว้ว่าจะไม่มีวันกดไปหาเป็นครั้งที่สอง เอาเถอะมันจำเป็นนี่แต่จะไม่มีครั้งที่สามแน่นอน พอต่อเบอร์ได้ปุ๊บหญิงสาวก็ยัดมือถือใส่มือพิริยาพรทันที
“ต่อให้แล้ว ถามเบอร์หนึ่งเองก็แล้วกัน”

พิริยาพรรับโทรศัพท์ไปแนบหูฟังอยู่ตั้งนานไม่มีวี่แววว่าใครจะรับสายจนมันตัดไปเอง หญิงสาวกดต่อใหม่
“เอ๊ะ..ทำไมไม่รับสายล่ะ … อ้าว คราวนี้ปิดมือถือทิ้งเลย” พิริยาพรบ่นงึมงำเสร็จก็หันมามองหน้าเจ้าของมือถือที่เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดก่อนจะเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเป็นคนพูดก่อนคิดอยู่แล้วเธอจึงต่อไปด้วยว่า

“ทำไมไม่รับสายแก ป้อสาวที่ไหนอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าไม่ว่างคุยก็รับสายแล้วบอกกล่าวกันดีๆก็ได้ แค่จะถามเบอร์หนึ่งแป๊บเดียว นี่เล่นปิดมือถือทิ้ง สงสัยนอกจากจะขายกาแฟนายนี่คงชอบขายขนมจีบเหมือนหนึ่งอีกคน”

แล้วเพื่อนนางเอกก็เพิ่มจำนวนขึ้นเมื่อยุวดีเข้ามาสมทบด้วย สามสาวเฝ้ากดมือถือหานลินีอีกหลายรอบก็ไม่ปรากฏจะ ‘มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก’ จนเวลาล่วงเลยมาถึงสองทุ่มนลินีก็ยังไม่กลับมาความเป็นห่วงเพื่อนเริ่มทวีคูณ แล้วก่อนที่ใครจะทันคิดหรือพูดอะไรต่อไปประตูห้องก็ถูกผู้อยู่ข้างนอกเปิดออกอีกครั้ง นางเอกนั่นเองที่กลับมา

“นี ไปไหนมา เป็นไงมั่ง นังเด็กนั่นมันว่าไง แล้วทำไมไม่เปิดมือถือ” นลินีมึนงงกับสารพัดคำถามที่จู่โจมจนคนถูกถามไม่รู้ละตอบอันไหนก่อนดี

“ไหนดูซิถูกทำร้ายตรงไหน เจ็บไหมนี จะไปลุยเมื่อไหร่บอกชั้นนะ ชั้นพร้อมเข้าข้างแกเสมอ” พิริยาพรพูดพลางหมุนร่างนางเอกหาชิ้นส่วนบอบช้ำหรือแตกหัก ซึ่งปรากฏว่าร่างกายของนลินียังอยู่ครบ

“พอๆ อะไรกัน เรางงไปหมดแล้วนะ”
“พวกเรารู้เรื่องนายหนึ่งกับเมขลาหมดแล้ว เล่ามาเดี๋ยวนี้นะว่าน้องคนนั้นมาพูดอะไรกับนีตั้งสามชั่วโมง” หนึ่งในผู้ช่วยนางเอกคาดคั้น

“ก็ไม่มีอะไรมาก นั่งคุยกับน้องเขาพักหนึ่งออกจะหิวๆ เลยชวนกันไปหาขนมกินที่ร้านไออุ่น พอดีลูกค้าเขาเยอะกว่าจะได้ของกินครบ แล้วเรากับน้องเมก็คุยกันถูกคอเลยนั่งนาน เพิ่งแยกกันตะกี้เอง น้องเขาให้รถที่บ้านมารับ เราก็เดินกลับหอ อ๊ะนี่อุตส่าห์ซื้อขนมปังปิ้งกับนมร้อนมาฝาก ตอนแรกว่าจะเอา Snowy Christmas มาแล้ว แต่เห็นอากาศเย็นๆ กินนมร้อนล่ะดี”

“คุยกันถูกคอ” คราวนี้สามสาวเพื่อนนางเอกประสานเสียงโดยไม่ได้นัดหมาย นลินีอมยิ้มพยักหน้าเป็นการตอบรับ

“กินนมกับขนมปังปิ้งสงบสติอารมณ์ก่อนนะ แล้วจะเล่าให้ฟัง แหม! แต่ละคนทำท่าอย่างกับเราถูกจับไปเรียกค่าไถ่”

เมื่อเห็นนางเอกยังร่าเริงได้แสดงว่าคงไม่มีอะไรมาก บางทีน้องคนนั้นอาจไม่ได้ร้ายเหมือนหลุดออกมาจากนวนิยาย พิริยาพรกับยุวดีเลยก้มหน้าจัดการเทนมกับขนมปัง เพราะมั่วเป็นห่วงนางเอกนั่นแหละบรรดาเพื่อนนางเอกเลยไม่มีอะไรตกถึงท้องสักคน ทั้งสองจัดการในส่วนของตัวเองเรียบร้อย ส่วนอัมพิกากลับไม่ยักแตะต้อง

“อ้าว ไม่กินเหรออั้ม ไม่กินเดี๋ยวชั้นจัดการนะ” พิริยาพรร้องถามเมื่อเห็นอัมพิกานั่งหน้าบึ้ง
“กินให้หมดเลยนะเปิ้ล อั้มยกให้”

อัมพิกาไม่อยากจะบอกว่าที่กินไม่ลงเพราะเกลียดขี้หน้าคนทำ เดี๋ยวเขาจะหาว่า ‘เกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง’ ตั้งแต่มีเรื่องกันเมื่อเที่ยง ไหนจะปิดมือถือหนีเราอีก ป่านนี้คงเอาเราไปนั่งหัวเราะหาว่าเราโทรไปง้อ อีตาบ้า ชาตินี้ชาติหน้าอย่าหวังจะได้พูดกันอีกเลย

หลังจากเพื่อนๆอารมณ์ดีขึ้นนลินีจึงเล่าเรื่องให้ฟัง นับว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดเพราะพิริยาพรยังไม่เคยเห็นนวนิยายที่เธออ่านแล้ว นางเอกกับนางร้ายจะปรองดองกันขนาดนี้

“น้องเขามาขอให้เรายกโทษให้หนึ่งน่ะ เขาบอกว่าเขาเลิกกับหนึ่งแล้ว ก่อนหน้าที่พวกเราจะเก็บมือถือน้องเขาได้ เขาว่าหนึ่งกลัวเราเสียใจเลยขอเลิก”
24 ธ.ค. 46
“กลัวนีเสียใจ แล้วไปแอบมีน้องเขาทำไม” คนที่ไม่ยอมกินของฝากร้องถาม

“น้องเมบอกว่า หนึ่งเป็นคนอัธยาศัยดีก็มีสาวหลายคนมารุมชอบ น้องเขาเป็นน้องสายเทคหนึ่งก็หลงไปด้วย แต่หนึ่งก็บอกกับทุกคนนะว่าเขามีเราอยู่แล้ว กับคนอื่นเขาก็แค่เลี้ยงข้าวเลี้ยงหนัง ก็มีน้องเมนี่แหละที่สนิทกันหน่อยเพราะหนึ่งเขาสงสาร น้องเมเขามีปัญหากับที่บ้านน่ะ แบบพวกลูกสาวเศรษฐีที่พ่อแม่ทำแต่งานไม่มีเวลาให้ลูกนั่นแหละ”

“เชอะ เชื่อได้รึเปล่า พูดให้ตัวเองน่าสงสาร แกเลยใจอ่อนงั้นซิ”
“เขาบอกว่าไม่สบายใจถ้าจะทำให้เรากับหนึ่งมีเรื่องกัน น้องเขารับประกันว่าหนึ่งแคร์เรามาก หนึ่งพูดกับน้องเขาว่าต่อไปจะไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเรา”

“นายหนึ่งสั่งให้มาพูดรึเปล่า” อัมพิกาตั้งข้อสังเกต
“ไม่หรอก เพราะน้องเมเขาขอร้องเราไม่ให้เล่าให้หนึ่งฟัง เขายังไปขอร้องรุตต์เลย เมบอกว่าตั้งแต่คบกันหนึ่งก็สั่งห้ามน้องเขาไว้ว่าไม่ให้เจอเราเด็ดขาด วันที่น้องเขาชนกับอั้มน่ะพอเห็นเราก็เลยตกใจวิ่งหนีไปไง เลยไม่รู้ตัวว่าทำมือถือหล่น”

“แล้ววันนี้ที่ทำใจกล้าหน้าด้านมาหาแก ก็เพราะจะมาขอร้องไม่ให้แกโกรธหนึ่งเนี่ยนะ มันจะดีไปหน่อยรึเปล่าแม่คู้น” พิริยาพรยังไม่วายกระแนะกระแหน ก็มีที่ไหนนางอิจฉามาขอร้องให้นางเอกคืนดีกับพระเอก

“อื้อ ก็ประมาณนั้นแหละ แล้วที่คุยกันนานหน่อยก็เรื่องปัญหาน้องเขาน่ะ น้องเขาเป็นลูกคนเดียว คงเหงาๆมั้ง แล้วเพิ่งเข้าเรียนปีแรกยังปรับตัวไม่ค่อยได้ พอมีหนึ่งเข้ามาเลยยึดไว้ก่อนไง น่าสงสารเหมือนกันนะ นี่รู้ไหมคุยไปคุยมาเขาขอสมัครเป็นน้องสาวเราซะเลย บอกว่าคุยกับเราแล้วรู้สึกดี เราก็รู้สึกถูกชะตากับน้องเมเหมือนกัน แกก็เป็นเด็กน่ารักดีนะ”

“จะบ้าไปใหญ่นี ไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้ เสแสร้งแน่ๆ พอสมัครเป็นน้องสาวแกก็เลยขอแฟนพี่สาวไปเป็นของตัวเองเลยไง มาแผนนี้ชัวร์ ไม่เชื่อคอยดูต่อไปซิ” หลังจากเตือนเพื่อนพิริยาพรก็คิดในใจ ‘ยัยนีนี่นางเอ๊กนางเอกจริงๆ นางเอกที่ไม่เคยตามแผนนางร้ายทันสักที’

“ไปไป๊ เปิ้ลยุ้ยกลับห้องได้แล้ว อย่าว่าไล่เลยนะ เราอยากอาบน้ำนอนน่ะ” อยู่ๆเจ้าของเรื่องก็ปิดฉากละครหลังข่าวซะดื้อๆ

หลังจากเหลือกันอยู่ในห้องสองคน อัมพิกาพยายามซักถามอะไรอีกหลายครั้ง
“นี แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรอีก”
“นีแล้ว โกรธหนึ่งรึเปล่า”
“นีแล้วจะเอายังไงต่อไป จะให้เรื่องมันจบแค่นี้เหรอ” คำตอบที่ได้รับก็คือรอยยิ้มแกมหัวเราะของเพื่อน

อัมพิกาอยากจะถามว่าแล้วพ่อตัวดีล่ะจะไม่ได้รับการลงโทษอะไรเลยหรือ มันจะง่ายดายอะไรอย่างนั้น หมอนั่นน่าจะถูกสั่งสอนให้สาสมกับความเจ้าชู้ แต่ถ้าถามจะกลายเป็นว่าเธอยุให้เพื่อนมีเรื่องกับแฟนรึเปล่านะ เป็นอันว่าคงต้องเฝ้าติดตามตอนต่อไป ว่าเมขลาจะมาแผนที่พิริยาพรพูดเอาไว้รึเปล่า






สวัสดีค่ะลูกค้าร้านไออุ่น


คุณpantee ------- ช่ายแล้วค่ะ ให้นายรุตต์มีคู่แข่งซะมั่ง เพื่อจะกวนน้องอั้มน้อยลงหน่อย

น้องอ้อ ------ เย้ๆกลับมาแล้ว เห็นหายไปเป็นห่วงค่ะ กลัวไปติดหวัดเข้าน่ะค่ะ อย่างตอนนี้พี่อยากดู transformer มากเลย แต่ไม่กล้าเข้าโรงหนัง พี่เป็นคนเป็นหวัดง่ายอ่ะ นอกเรื่องซะงั้น แบบว่าอยากบ่น (งึม งำ)

คุณpimmy ------ เคยมีคนรู้จักเรียกแมลงสาปว่า ปีเตอร์ น่ะค่ะ ตอนแรกก็งงเหมือนกัน (อะไรของมันฟ่ะ) แต่เขาบอกว่าถ้าเรียกแมลงสาปมันจะรู้ตัวเดี๋ยวแห่กันมา ว่าไปนั่น อิอิ

คุณji -------- ไว้รอดูผลลัพท์ของนายหนึ่งดีกว่า นะคะ

คุณ...(ไม่ประสงค์ออกนาม) ------- วันนี้เบิ้ลให้ 2 ตอนเลยค่ะ อีกตอนเป็นเรื่องของพี่โคมสุดหล่อ

คุณฟ้าเคียงเดือน -------- 555 กว่านายรุตต์จะเป็นบารีสต้ามือฉมังก็ต้องผ่านกว่าฝึกฝนและระยะเวลา เช่นกันถ้าจะชนะใจหนูอั้มก็ต้องลุ้นต่อไป แวะมาเรื่อยๆนะคะ


ปล. อย่าลืมไปอ่านเรื่องพี่โคมด้วยนะคะ (ดวงไฟในสายฝน)





Create Date : 12 กรกฎาคม 2552
Last Update : 12 กรกฎาคม 2552 2:52:49 น. 5 comments
Counter : 170 Pageviews.

 
555

หนูนีนี่นางเอ๊กนางเอกจิงๆเล๊ย


โดย: pimmy IP: 125.27.235.36 วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:23:03 น.  

 
พี่เก๋ อ้อก้แอบไปเอาหวัดมาจากไหนไม่รู้ แต่คิดว่า
คงไม่ใช่เรามั้ง ก็เลยยังไม่เป็นไร อิอิ

ไม่หนีไปไหนหรอกพี่เก๋ ถ้าจะหนีนะ หนีตามนายรุตต์ดีกว่าอิอิ


ถ้าพี่เก๋กลัวแต่อยากดู ก็ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูกเอาแบบ N95 เลย พกเจลล้างมือตลอดเวลา รับรองว่า ปลอดภัย(ขึ้นมาอีกนิด)


โดย: ต้นอ้อสีม่วง IP: 125.26.166.112 วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:10:27 น.  

 
ดูจากชื่อแล้วก็ต้องเป็นนักเขียนอย่างไม่้ต้องสงสัย อิอิ....


โดย: อัสติสะ วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:16:42 น.  

 
ไม่มีเรื่องอั้มกับรุตต์เลย รีบมาลงอีกเร็วๆนะคะ


โดย: ฟ้าเคียงเดือน IP: 58.9.103.212 วันที่: 13 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:35:22 น.  

 
นางเอกจริงๆนะน้องนี

น้องเปิ้ลกับน้องอั้มเป็นอะไรล่ะ


โดย: pantee IP: 124.120.243.166 วันที่: 13 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:26:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พินทุอิ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สระอะไรเอ่ย...ยิ้มได้? ก็ สระ "อิ" ไงจ๊ะ นี่แหละค่ะที่มาของชื่อ "พินทุอิ" สระที่มีหน้าตาเหมือนรอยยิ้ม (จริงๆนะ)
มาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขกันนะคะ

หมายเหตุ
งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
Friends' blogs
[Add พินทุอิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.