• ° o . O ขอต้อนรับสู่โลกขำๆ ของคนชอบฝันเฟื่อง O . o ° •
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
21 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
ดวงไฟในสายฝน 3



ซึ้งใจแม่ยอดรัก….พี่ปลื้มใจนักได้น้องมาเคียงครอง งามน้องงามใช่งามแต่เพียงรูปทอง น้องงามทั้งจิตใจ

เสียงใหญ่ๆจากลำคอจุกไขมันของคนร่างอวบคลอลั่นไปกลับเสียงเพลงจากคลื่นวิทยุ คนร้องพยายามใส่ลูกคอจนคางสามชั้นกระเพื่อมผ่ามๆ ซ้ำยังทำหน้าเคลิบเคลิ้มจนคนที่กำลังมองค่อนในใจ ‘เหมือนหมูละเมอ’

“พี่บุ๋นฟังเพลงอะไรเนี่ย เปลี่ยนคลื่นเถ๊อะ กลัวเขาไม่รู้เหรอว่าพี่ แก่… ” ว่าแล้วนายหน้าตี๋ประจำร้านไออุ่นก็เอ่ยปากแซว ลากเสียงยาวเน้นคำสุดท้าย แก่...

“เรื่องของข้าไอ้ตี๋เอ็งอย่าเสือก ว่างนักใช่ไหม จัดโต๊ะไปเลยแก เดี๊ยะ ตัดเงิน” สองสามวันที่ผ่านมาไม่รู้ทำไมลูกค้าเข้าร้านเยอะแยะ แทบไม่มีเวลาหายใจหายคอ โชคดีจริงๆ ที่เย็นวันนี้ลูกค้าขาดระยะไม่มีในร้านสักคนทำให้ท่านผจก.สมบูรณ์ พอจะมีโอกาสทอดอารมณ์ฟังคลื่นโปรดเคล้ากลิ่นกาแฟหอมๆในร้าน ไอ้ลูกน้องเวรก็แซวอยู่ได้

พี่เคยอกหักมาแล้ว ต้องคลาดต้องแคล้วสิ่งหวังลางเลือนไป ทำเขาทำเสียที่สุดจะทนไหว คล้ายดังไม่ใช่คน

“พี่บุ๋น… ผมไหว้ล่ะ ฟังเพลงก็ได้แต่พี่อย่าร้องตามเลยนะ ขี้หูผมจะสลบแล้ว” นี่ก็ไอ้รุตต์ปากมอมประจำร้านอีกคน มันเป็นอะไรกันว่ะไอ้เด็กพวกนี้ ไม่มีล่ะที่จะเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ เอ…หรือเราทำตัวไม่น่านับถือ เหอะถึงมันจะกวนไปบ้างแต่มันก็มีข้อดีอยู่ไม่งั้นไม่อยู่ด้วยกันมาจนป่านนี้หรอก

ไอ้ตี๋ทำพาร์ทไทม์มาตั้งแต่เปิดร้านตอนนั้นมันเรียนปีสี่พอเรียนจบหางานทำไม่ได้ ก็กลับมาเป็นพนักงานประจำซะเลย โธ่!ก็ม้าน…เรียนจบจิตรกรรมใฝ่ฝันจะเป็นนักวาดภาพยิ่งใหญ่อย่าง ดาร์วินชี่ แวนโก๊ะห์หรือ ปิกัสโซ่ ท้ายสุดก็ได้แค่เอาภาพมาแขวนโชว์ในร้าน ขายได้มั่งไม่ได้มั่ง ไอ้ความรู้ศิลปะที่ร่ำเรียนมาตั้งสี่ปีก็เอามาออกแบบตกแต่งไอศครีม กาแฟ กับขนมซะเลย

ไอ้รุตต์จอมกวนน่ะเข้ามาทำพาร์ทไทม์ตอนมันเรียนปีสองตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านเหมือนกัน จนปัจจุบันมันอยู่ปีสี่ฝีมือการชงกาแฟพัฒนาไปไกลโพ้น ซ้ำยังขยันคิดสูตรกาแฟใหม่ๆ มาสร้างความแปลกใจให้ลูกค้าเสมอ จนสมบูรณ์ยังกลุ้มๆถ้ามันเรียนจบจะหาใครมาแทนได้ล่ะทีนี้ “เอ็งเช็ดเค๊าเตอร์ไปไอ้รุตต์ ไม่ต้องพูดมาก” ด่ามันเสร็จแล้วก็ฮัมเพลงต่อดีกว่า

น้องเอ๋ย พี่เจ็บคราวนั้นแทบปลิดชีวันขั้นคิดทำลายตน บุญยังมีเหมือนตายรอดใหม่อีกหน มาพบหน้ามนเจ้า เมตตะ อะ อะ อะ อา….. เอ่อ! มีลูกค้าเข้าร้านมาจนได้ หน้าคุ้นๆ ขาประจำนี่หว่า

“รุตต์ seasons change แก้ว ” หลังจากไปรับออร์เดอร์ ตรีโกณ หรือบริกรหน้าตี๋ก็ตรงเข้ามาบอกบารีสต้าประจำร้าน

แม้ท่าน ผจก. จะหยุดฮัมเพลงแล้ว แต่เสียงเพลงจากวิทยุก็ยังทำหน้าที่ขับกล่อมต่อไป

แผลรักในอกประสาน เจ้าไม่เดียดฉันท์ใกล้ชิดคอยเยียวยา งามน้ำใจหาใครไม่เกินแก้วตา จะรักบูชาจนชีพวาย

พงศ์ประภาอมยิ้มกับเพลงที่ได้ยิน เอ…ร้านนี้นึกยังไงเปิดเพลงเก่าทั้งๆที่อยู่ย่านมหาวิทยาลัย แปลกดีเหมือนกัน พลิกดูนาฬิกาข้อมือ สี่โมงครึ่งแล้วไม่รู้ว่าเธอคนนั้นกับน้องดาวจะเข้ามาเมื่อไหร่น้า มีเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง จากกระดิ่งที่ประตู ชายหนุ่มหันไปดูนึกว่าจะเป็นคนที่รอ แต่…….

“คาปูชิโน่ปั่นเหมือนเดิมนะครับพี่”

ช่วงที่ท่าน ผจก. เผลอ ตรีโกณก็ถือโอกาสแอบเปลี่ยนคลื่นวิทยุซะเลย ก็แหม! น่าอายลูกค้าจะตาย เพลงอะไรของพี่บุ๋นแกว่ะ เออ…คลื่นนี้ค่อยสดชื่นหน่อย

หากว่าวันนี้โชคดีได้พบกับเธอ คงจะไม่พร่ำเพ้อคิดถึงเธอคนเดียวเรื่อยไป ขอแค่เพียงเธอผ่านมา ขอให้เธอนั้นอย่าเพิ่งไป ขอฉันขอเพียงแค่พบเธอได้เจอก็พอ

กรุ๊ง กริ๊ง เสียงกระดิ่งดังอีกครั้ง……คราวนี้ ผู้มาใหม่เป็นหญิงสาวร่างเล็กในเสื้อมิดชิดพื้นขาวมีลายดอกไม้จุ๋มจิ๋มสีชมพูกับกระโปรงยาวถึงครึ่งน่องสีน้ำตาลอ่อน มือข้างหนึ่งของเธอจูงเด็กหญิงหน้าตาน่ารักมาด้วย

วันนี้มีที่ว่างเยอะดีจังมุฑิตาคิดในใจ นั่งตรงใกล้ๆประตูนี่แหละจะได้ออกสะดวก เห็นชายหนุ่มที่เคยนั่งร่วมโต๊ะเมื่อคราวก่อนกำลังมองมาหญิงสาวเพียงแค่ยิ้มให้นิดๆเป็นการทักทายคนเคยรู้จักตามมารยาทเท่านั้น จะให้เดินไปนั่งกับเขานะเหรอ…ได้ไงล่ะน่าเกลียดตายเลย

“น้องดาวทานอะไรดีคะ?” ครูสาวหันไปถามลูกศิษย์ตัวน้อยที่นั่งข้างๆ

“น้องดาวจากินกาแฟ”

“เอาเป็นนมเย็นล่ะกันนะคะ เด็กกินกาแฟไม่ได้”

“ม่ายอาว น้องดาวจากินกาแฟ คุณพ่อยังกินได้เลย” เด็กหญิงจอมแก่นเริ่มแผลงฤทธิ์หนูน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่มาร้านหอมๆ คุณพ่อก็สั่งแต่นมบ้าง โกโก้บ้าง ให้เธอกินทุกที ส่วนตัวคุณพ่อกลับกินกาแฟ หนูน้อยก็อยากรู้บ้างน่ะซิว่ากาแฟเนี่ยมันรสชาติยังไง

ครูสาวปลอบก็แล้ว ดุก็แล้ว แต่เด็กหญิงก็ยังงอแงร่ำร้องจะกินกาแฟให้ได้ จนตัวเธอเริ่มอ่อนใจเนี่ยล่ะหนา...พวกผู้ใหญ่ห้ามเด็กทำโน้นทำนี่สารพัดแต่ตัวเองทำให้เห็นก่อน แล้วทีนี้พอเด็กทำตามมั่งจะหาเหตุผลอะไรมาแก้ตัว

“น้องดาวอยากกินกาแฟ ก็ให้น้องดาวกินซิครับไม่เห็นยากเลย” คนที่ชอบนั่งริมในสุดอยู่ๆก็เดินมาสงบศึกระหว่างคุณครูกับลูกศิษย์ได้ทันเวลา

“ได้ไงล่ะคะ แกยังเด็กอยู่นะคะ” ครูสาวร้องห้าม ดูซิ! แทนที่จะมาช่วยกันเปลี่ยนความคิดเด็กกลับมาสนับสนุนซะนี่

“หวัดดีค่ะ น้องดาวจำเสียงได้ พี่คนที่เคยนั่งด้วยใช่ไหมคะ พี่ชื่ออะไรค๊ะ น้องดาวจาได้เรียกถูก” เด็กหญิงพนมมือป้อมๆขึ้นไหว้พร้อมทั้งยิ้มแป้นถูกใจที่ได้พวก

“น้องดาวเรียกพี่ว่า พี่โคม ก็ได้ครับ” จริงซินะรู้จักกันครั้งที่แล้ว เราไม่เคยแนะนำชื่อเสียงเรียงนามเลย และทางนู้นเขาก็ไม่ได้แนะนำชื่อตัวเองเหมือนกัน พงศ์ประภารู้จักชื่อของเด็กหญิงว่าน้องดาวกับครูสาวที่หนูน้อยเรียกว่าครูมุ ก็จากบทสนทนาของสองคนนี้เท่านั้น และเขาก็ถือโอกาสเรียกตามซะเลย

“พี่โคมขา ครูมุไม่ให้น้องดาวกินกาแฟ” แม่หนูเริ่มฟ้องคนที่น่าจะอยู่ข้างตัวเอง

“งั้นเดี๋ยวพี่สั่งกาแฟให้น้องดาวแล้วกันครับ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็นั่งร่วมโต๊ะอย่างเป็นทางการทำท่าเป็นเจ้าภาพซะเลย บริกรก็ดีใจหายไปยกเอากาแฟของเขาที่โต๊ะโน้นมาให้ด้วย เท่ากับว่าเขาได้ย้ายที่นั่งเป็นการถาวรแล้ว

“คุณ…เอ่อ คุณโคมคะ อย่าเลยค่ะ” ครูสาวรู้สึกลำบากใจที่จะเรียกชื่อของเขาซึ่งมันน่าจะเป็นชื่อเล่น ทำไมเขาไม่แนะนำตัวด้วยชื่อจริงนะจะได้เรียกได้สะดวกใจกว่านี้ ก็เราไม่ได้สนิทอะไรกับเขาซะหน่อย ดูซิสั่งอะไรกับบริกรก็ไม่รู้ พอกันเลยทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ห้ามก็ไม่ฟัง

มุฑิตาได้แต่นั่งนิ่งๆไม่สั่งอะไรสักอย่าง ชายหนุ่มยังมีน้ำใจหันมาถามเหมือนกันแต่หญิงสาวปฏิเสธบอกว่าไม่หิว ฝ่ายนู้นเลยถือโอกาสสั่งแทนเธอซะเลย หึ…สั่งกันไปเลยนะอยากกินอะไรก็ตามใจไม่ห้ามแล้ว

นั่งรอสัก สิบนาทีก็ได้ของครบตามสั่ง บริกรยกมาเสริฟพร้อมทบทวนเรียบร้อย “คาเฟ่ ลาตเต้เย็นหนึ่งที่ นมสดเย็นหนึ่งที่ เค๊กฝอยทองสามที่ แล้วก็รายการสุดท้ายของแถมครับ คือเรากำลังให้ลูกค้าช่วยชิม sweet heart คุ๊กกี้ลูกเกดรูปหัวใจครับ ชิมแล้วรบกวนช่วยติชมด้วยนะครับ”

เมื่อเรียบร้อยชายหนุ่มก็เริ่มชักชวนเด็กหญิงดื่ม คาเฟ่ ลาตเต้ ที่เขาได้บอกบริกรให้ใส่นมเยอะๆ กาแฟน้อยหน่อยเอาแค่พอหอมๆออกขมนิดๆ ตอนนี้แม่หนูน้อยรู้สึกไว้ใจเขามากกว่าคุณครูที่ขัดใจซะอีก ถึงขนาดย้ายมานั่งข้างๆให้ พี่โคมคอยดูแลจนครูสาวรู้สึกหมันไส้

“เดี๋ยวน้องดาวชิมกาแฟนะครับ แล้วบอกซิว่าอร่อยไหม” พงศ์ประภาค่อยๆบรรจงจับหลอดส่งใส่ปากน้อยๆ อย่างที่เคยเห็นครูมุทำ แต่พอแม่หนูดูดไปเต็มอึกใหญ่ก็หน้าเบ้

“อี๋ย์…..ขมปิ๊ดปี้ ไม่เห็นอร่อยเลย พี่โคมขาน้องดาวไม่กินแล้วค่ะ นมกับโกโก้ยังอร่อยกว่าอีก”

“ได้ไงล่ะคะน้องดาวพี่โคมเขาอุตส่าห์สั่งให้หนูนะ” มุฑิตานึกขำแม่ลูกศิษย์ตัวแสบบอกแล้วว่าอย่ากินอย่ากิน ก็ไม่เชื่อ ชอบกันเข้าไปได้ไงนะกาแฟเนี่ยไม่เห็นอร่อยเลย หญิงสาวก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่นิยมกาแฟ มองไปเห็น พี่โคม ของยายจอมแก่นอมยิ้มก็นึกขึ้นมาได้ว่า อ๋อ…นี่เขาคงวางแผนแล้วซินะถึงได้สั่งนมเย็นมาสำรองไว้

วิธีนี้ก็ดีเหมือนกันให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเด็กสมัยนี้แค่บอกคงไม่เชื่อยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ต้องให้รู้เองเจ็บเองโดยผู้ใหญ่คอยชี้แนะห่างๆดีกว่า จะได้ไม่เป็นการสั่งสอนที่เด็กรังแต่จะเบื่อและคอยต่อต้าน ทำทีเป็นว่าเข้าข้างเด็กพอผิดพลาดก็ไม่ซ้ำเติม แต่แนะนำแนวทางที่ถูกต้องให้ เราเป็นครูแท้ๆ ทำไมคิดไม่ถึงนะ

มุฑิตาพิจารณาดูผู้ชายตรงหน้าก็ออกทันสมัยไม่น่าเชื่อว่าจะมีมาตรการปราบเด็กเฮี้ยวได้ ในเมื่อใจนึกนิยม ริมฝีปากบางใสสีชมพูจางๆก็เผลอยิ้มออกมาให้กับชายหนุ่ม โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว

หากรอยยิ้มใสบริสุทธิ์นั้นทำให้อีกฝ่ายตะลึง มันไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกวูบวาบเหมือนรอยยิ้มเย้ายวนของสาวสวยร่วมสมัย แต่กลับทำให้หัวใจที่แห้งผาดชุ่มชื้น อา….มันช่างนุ่มนวลฉ่ำเย็นเหมือนละอองหมอกบางเบาในยามเช้า เหมือนต้นน้ำใสบริสุทธิ์บนยอดเขา และอุ่นละมุนดุจแสงแดดอ่อนๆยามอรุณรุ่ง





แรกที่เห็นเธอคนนี้มาขอนั่งร่วมโต๊ะด้วยคราวก่อน พงศ์ประภาแทบไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ เธอไม่มีอะไรที่ทำให้สะดุดตาแรกเห็น แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจที่จะมองเธอขึ้นมาก็คือน้ำเสียงเย็นๆพร้อมกิริยาอาการที่หาดูไม่ได้ง่ายนักในสมัยนี้ และสายตาอันแสนอบอุ่นและโอบเอื้อที่เธอมีให้ลูกศิษย์ตัวน้อย แล้วก็คิดเลยเถิดไปว่าจะดีแค่ไหนนะถ้าทุกวันเธอคนนี้จะมีรอยยิ้มแบบนี้ให้เขาก่อนจะออกไปทำงานอันเคร่งเครียดและเมื่อกลับบ้านในยามเย็นก็พบกับความฉ่ำชื่นแบบนี้ คงช่วยให้ความเหน็ดเหนื่อยในการใช้ชีวิตระหว่างวันกลับมาสดใสได้แน่ๆ เอ๊ะ! นี่เราเพ้อเจ้ออะไรใหญ่แล้ว…..

“ครูมุลองคาเฟ่ ลาตเต้หน่อยไหมครับ ความจริงผมกะสั่งมาให้คุณครูนั่นแหละ คิดไว้แล้วว่าน้องดาวคงไม่ชอบ” เห็นหน้าอีกฝ่ายเริ่มออกแดงๆ ความจริงพงศ์ประภาเองก็นึกเขินกับจินตนาการของตัวเองเมื่อครู่ จึงหาเรื่องพูดแก้เก้อ

“ดิฉัน...ไม่ทานกาแฟค่ะ” เรียกตัวเองว่าดิฉันคงเหมาะสมที่สุดแล้วนะ ครูสาวคิด

“ผมบอกให้เขาใส่กาแฟอ่อนๆ เน้นไปที่นมสด ลองดูเถอะครับเปลี่ยนรสชาติ สักแก้วก็ยังดี”

แม้จะไม่ค่อยชอบกาแฟแต่มุฑิตาก็ไม่สามารถปฏิเสธคำชวนของชายหนุ่มผู้มีน้ำใจคนนั้นได้ หญิงสาวค่อยๆจิบคาเฟ่ ลาตเต้ ซึ่งมีส่วนผสมหลักเป็นนมสด มีกาแฟปนอยู่บ้างพอให้ขมนิดๆและหอมแตะจมูก รสชาติที่ลิ้นสัมผัสจึงไม่ขมมากแต่เน้นไปที่ความมันเจือหวานของนมสด แค่นี้ก็ทำให้มุฑิตาไม่ต้องฝืนใจที่จะดื่มกาแฟเพื่อถนอมน้ำใจใครบางคนแต่หญิงสาวยินดีดื่มให้หมดเลยล่ะ มิหนำซ้ำหน้าที่ดูแลลูกศิษย์ยังตกไปอยู่กับเขา เห็นคอยตักเค๊กฝอยทองป้อนบ้างล่ะ หยิบคุ๊กกี้ใส่ปากให้บ้างล่ะ แม่ตัวแสบนั่นก็ดูจะลืมครูไปเลย ดีจริง! วันนี้ขอนั่งกินกาแฟสบายๆซักวัน

บรรยากาศในร้านไออุ่นเรียบเรื่อยไม่วุ่นวายเพราะมีลูกค้าเพียงสองโต๊ะ ผู้หญิงในชุดทำงานนั่งอ่านหนังสือเล่มเล็กๆ และอีกโต๊ะที่ดูคล้ายครอบครัวสุขสันติ์ที่คุณพ่อพาคุณแม่กับลูกน้อยมาทานอาหารนอกบ้าน และเสียงเพลงยังคงทำหน้าที่ขับไล่ความเงียบในยามเย็น…

จะมีกี่คนมองเห็นสายตาที่อ่อนโยน ฉันมองเห็นเธอ จะมีสักคนบ้างไหมเข้าใจในแบบเธอ และรู้ว่าเธอเป็นยังไง และตัวฉันเองก็มั่นใจ ว่าฉันรู้ดี

“พี่ตี๋ พี่จำผู้หญิงสวยๆ ที่เข้ามาในร้านเราวันไฟดับประมาณเดือนที่แล้วได้ไหม มาหาพี่เอสเปรสโซ่หน้าหล่อนี่แหละ” เมื่อว่างงานชงกาแฟนิติรุตต์ผู้รับหน้าที่เป็นทั้งคนชงกาแฟและเด็กเสริฟก็ซุบซิบกับตรีโกณรุ่นพี่ที่กลายมาเป็นเพื่อนร่วมงาน

“จำได้ซิ ตอนแรกพี่ยังคิดว่าดารานางแบบที่ไหนหลงเข้าร้านเราเลย”

“แล้วพี่ว่า ผู้หญิงคนนั้นกับคนที่กำลังนั่งอยู่ ใครสวยกว่ากัน? ผมว่าพี่เอสเปรสโซ่เนี่ยแกออกหล่ออย่างกับพวกแขกขาว แกคงชอบคนนั้นมากกว่านะออกหรูเลิศ แล้วมาทำท่าเหมือนจะจีบคนนี้อีกทำไม”

“สวยไปคนล่ะแบบ คนนั้นสวยผาดแต่คนนี้สวยพิศ” เมื่อเห็นไอ้รุ่นน้องจอมกวนทำหน้างง ตรีโกณก็อธิบายต่อระวังเสียงให้เบาพอได้ยินกันสองคน

“สาววันไฟดับน่ะสวยต้องตาโว้ย เห็นปุ๊บรู้เลยว่าโคตรสวยหุ่นเฟอร์เฟ็คแน่นเปรี๊ยะ แต่แล้วไงก็รู้แล้วนี่ว่าสวยจะต้องทำอะไรอีก อย่างมากก็แค่อยากรู้ว่าถ้าแก้ผ้าหมดจะขาวจั๊วน่าเจี๊ยะขนาดไหน ส่วนสาวที่นั่งอยู่เขาเรียกสวยต้องใจ เห็นครั้งแรกไม่สะดุดตาหุ่นรึก็แสนจะธรรมด๊าธรรมดา ออกจะเตี๊ยกว่ามาตรฐานหญิงไทยสมัยนี้ด้วยซ้ำไปมั้ง แกเองก็คงว่าเขาออกจะเชยๆล่ะซิ “ นิติรุตต์พยักหน้าหงึกๆ ยอมรับ

“แต่ไอ้รุตต์เอ๊ย!….ลองแกได้เห็นวิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่หนูน้อยตาบอดนั่น ทั้งท่าทางน้ำเสียง แววตา ที่ไม่ได้เสแสร้งดัดจริต ดูแล้วมันแสนซาบซึ้งประทับใจ แล้วก็อยากลงไปค้นหาว่าภายในจิตใจเธอคนนี้จะงามขนาดไหน และที่สำคัญถ้าชายใดได้ครอบครองคงจะมีความสุขมากแน่ๆ” เห็นไอ้คนที่เขารักเหมือนน้องชายยังอึ้งๆ ตรีโกณเลยอธิบายต่อ

“สมมุติให้ฉันวาดภาพเหมือนของผู้หญิงสองคนที่แกพูดถึง รายแรกน่ะแค่มองปุ๊บฉันก็วาดได้แล้ว อาจขอรูปถ่ายมาไว้ดูกันพลาดนิดหน่อย เพราะมันติดตาไงล่ะเห็นปุ๊บจำได้ปั๊บ แต่รายที่สองฉันคงต้องขอให้เขามานั่งเป็นแบบให้ เพราะดูยังไงก็ไม่ติดตา เลยต้องขอดูตัวเป็นๆ ขอดูแววตาใสบริสุทธิ์ของเขาที่รูปถ่ายไม่สามารถถ่ายทอดความสวยตรงนี้ออกมาได้ ขอดูรอยยิ้มละมุนละไมเพราะมันไร้สีลิปติกเพิ่มความจัดชัด ถ้าดูในรูปถ่ายมันคงจางจนแทบมองไม่เห็น แล้วภาพที่ออกมาของคนแรกก็คงจะสวยสะดุดตาเหมือนเจ้าตัวแต่ก็เป็นภาพแห้งๆ แต่ของคนที่สองไม่สะดุดตาหรอกแต่มันเหมือนมีชีวิตมากกว่า เข้าใจยังไอ้น้องชาย สวยพิศกับสวยผาดน่ะ”

ว่าแล้าตรีโกณก็เดินออกไปเก็บเงินลูกค้าขาประจำที่ชอบมานั่งอ่านหนังสืออยู่เรื่อย ปล่อยให้คนที่ถูกเรียกว่า ไอ้น้องชาย ยืนอึ้ง ไม่ใช่ไม่เข้าใจที่เขาพูด แต่เพราะไม่คิดว่าภายใต้กรอบแว่นและตาตี่ๆคู่นั้นจะมองอะไรได้ลึกขนาดนี้

เธอสวย...ทุกนาทีที่เคยสัมผัส รู้ทันทีว่าเธอคือคนพิเศษที่ฉันนั้นรอมานาน ที่ฟ้าให้มาเจอะกัน ให้ฉันมีเธอ

ลูกค้าขาประจำคาปูชิโน่ปั่นออกไปได้ไม่เท่าไหร่ คุณพ่อตัวจริงของเด็กหญิงดวงดาวก็เข้ามารับตัวลูกสาวคืน เด็กหญิงรีบรายงานว่า วันนี้เธอแข่งสุนทรพจน์ได้เข้ารอบสุดท้ายซึ่งจะต้องมาแข่งอีกทีสามวันข้างหน้า ซึ่งคราวนี้คุณพ่อมาดนักธุรกิจรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไปให้ได้

“พี่อยากมาเชียร์น้องดาวด้วยจัง ได้ไหมครับ” เสียงของคนที่ขอคุณพ่อของเด็กหญิงเป็นเจ้าภาพเลี้ยงกาแฟกับขนม โดยอ้างว่าได้ตกลงกับน้องดาวไว้ก่อนแล้วเอ่ยขึ้น

“ได้เลยค่ะพี่โคม ครูมุมาด้วยนะคะ” หลังจากนัดแนะกันเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสามคือ ผู้ปกครอง ลูกศิษย์ ครูสาวก็เดินจากร้านไป พงศ์ประภาอยู่ชำระเงินสักครู่ก็ออกไปเช่นกัน

เมื่อร้านปราศจากลูกค้า สมบูรณ์ ผจก.ใหญ่ แห่งร้านกาแฟเล็กๆ ก็ถือโอกาสหมุนวิทยุกลับไปคลื่นโปรด เป็นเพลง..เอ่อ โบราณอีกเช่นเคย

เปรียบเธอเพชรงามน้ำหนึ่ง หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า หยาดเพชรเกล็ดแก้วแววฟ้า หยาดมาจากฟ้าหรือไร...

บารีสต้าจอมกวนเตรียมขยับปาก แต่บริกรหน้าตี๋ส่งสายตาห้ามประมาณว่า น่า ปล่อยพี่แกไปสักวัน…นึกว่าทำบุญกับคนแก่ คราวนี้ท่าน ผจก. เลยได้คลอเพลงลั่นพร้อมรีวิวหมูละเมอจนจบ ก่อนที่จะมีลูกค้ารายใหม่เข้ามาอีกครั้ง

เอื้อมมือคว้าหยาดเพชรแก้ว เผลอรักแล้วจึงฝันใฝ่ หยาดเพชรหยาดละอองผ่องใส แม้อยู่ในความมืดมน ...





ขอบคุณเพลงเพราะๆค่ะ
“แม่ยอดรัก” โดย วินัย พันธุรักษ์
“แค่ได้พบเธอ” โดย P.O.P
“เธอสวย” โดย Double You
“หยาดเพชร” โดย วินัย พันธุรักษ์





Create Date : 21 มิถุนายน 2552
Last Update : 21 มิถุนายน 2552 2:01:08 น. 2 comments
Counter : 278 Pageviews.

 
โอ้โห เพลงนี่ยังเก่าได้อีกนะคะเนี่ย พี่เก๋


โดย: ต้นอ้อสีม่วง IP: 125.26.177.136 วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:10:57:01 น.  

 
555 น้องอ้อ เข้าใจพี่หน่อยนะ ตามไม่ทันวัฒนธรรม Jpop Kpop จริงๆ พี่ชอบเพลงเก่าๆอ่ะเพราะดี แล้วอีกอย่างเรื่องนี้แต่งตั้งแต่ปี 46 P.O.P (พี่นภ) คงยังไม่เก่าเท่าไหร่มั้ง

ตอนจะลงบล็อกคิดแวบๆเหมือนกันว่าจะเปลี่ยนไหม? แต่ตัดสินใจว่าไม่ดีกว่า เอามันไว้อย่างนั้นแหละ เก็บไว้ระลึกถึงบริบทของช่วงนั้นไง


โดย: พินทุอิ วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:1:30:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พินทุอิ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สระอะไรเอ่ย...ยิ้มได้? ก็ สระ "อิ" ไงจ๊ะ นี่แหละค่ะที่มาของชื่อ "พินทุอิ" สระที่มีหน้าตาเหมือนรอยยิ้ม (จริงๆนะ)
มาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและความสุขกันนะคะ

หมายเหตุ
งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำงานเขียนชิ้นใดไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากผู้เขียนโดยตรง
Friends' blogs
[Add พินทุอิ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.