Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
15 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๕ แผนร้ายพ่ายเล่ห์


แผนร้ายพ่ายเล่ห์

 

 

 

ชีวิตของฉันบนเรือสำเภาโบราณส่วนใหญ่อยู่แต่ในห้องครัวซึ่งเป็นทั้งห้องทำงานและห้องนอนไปในตัว โชคดีที่ฉันไม่ต้องไปนอนรวมกับพวกคนงานทาสที่ห้องใต้ดาดฟ้า ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถเก็บความลับของตัวเองไว้ได้

ไม่อยากเชื่อว่าชะตาจะนำพาฉันย้อนเวลามาอยู่ในร่างคนอื่นอีกครั้ง และเจ้าของร่างที่แท้จริงมีชื่อว่า ฮารุโกะ หญิงสาวอายุสิบเจ็ดปี ที่สำคัญคือเธอเป็นลูกสาวของแฮรอนที่เกิดจากหญิงญี่ปุ่น นั่นแสดงว่าฮารุโกะเป็นน้องสาวต่างมารดาของเบนซึ่งเป็นพ่อของสร้อย....อะไรจะอลวนให้มาจุดใต้ตำตอแบบนี้

แต่ที่ฉันรู้สึกแปลกใจยิ่งกว่าก็คือ...ตั้งแต่มาอยู่ในร่างฮารุโกะได้นับเข้าสู่วันที่ยี่สิบเอ็ดแล้วนั้น ฉันยังไม่ได้รับการสื่อสารจากเจ้าของร่างเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะฝันเห็นความทรงจำของเธอ...และฉันก็ยังเห็นหน้าของฮารุโกะไม่ชัดนัก เพราะต้องแอบส่องดูหน้าของเธอจากเงาในหม้อปรุงเท่านั้นเพราะบนเรือไม่มีกระจก

จากการลูบศีรษะของตัวเอง ฉันสัมผัสได้ว่าผมของฮารุโกะเริ่มยาวขึ้นกว่าเดิมพอสมควร มันไม่สั้นติดหนังศรีษะเหมือนที่ฉันเข้ามาอยู่ในร่างตอนแรก ๆ แล้ว...น่าจะยาวขึ้นประมาณหนึ่งนิ้ว

“นี่...ฮารุโกะ...เธอยังอยู่ในร่างนี้รึเปล่า” ฉันพยายามเรียกหาเธออีกครั้งหลังจากที่ได้พยายามสื่อสารถึงเจ้าของร่างมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับเข้ามาในหัวให้ได้ยิน “ถ้าเธอไม่ส่งสัญญาณอะไรตอบกลับมาบ้าง ฉันจะยึดร่างนี้แล้วนะ”

ฉันแกล้งขู่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้...หวังเพียงอยากให้เจ้าของร่างตอบกลับเพื่อรักษาสิทธิ์ในร่างตัวเอง

‘เด็กเพี้ยน...พูดอะไรอยู่คนเดียว’ เสียงภาษาดัทช์ที่ได้ยินนั้นดังลั่น แต่...ไม่ได้ดังอยู่ในหัวของฉัน มันดังมาจากตรงประตูทางเข้าห้องครัว...เมอเตอัสยืนทำหน้าเหวี่ยง ๆ อยู่ตรงนั้น 

‘เอ่อ...กัปตันต้องการอะไรรึเปล่าถึงได้เข้ามาที่ครัวด้วยตัวเอง’ ฉันถามขณะพยายามทำเหมือนกำลังสาละวนอยู่กับการต้มน้ำร้อนเพื่อเตรียมชงกาแฟให้คนบนเรือในตอนค่ำ

‘ฉันจะเข้ามาถามว่าแกต้องการอะไรมากักตุนไว้ทำอาหารบ้าง พรุ่งนี้เช้าเรือของเราจะเข้าเทียบท่าแถบนี้เพื่อหาน้ำจืดและอาหารมาเพิ่ม’

‘ฉันอยากได้ผลไม้สดเพิ่ม มันหมดไปตั้งนานแล้ว’ ฉันบอกอย่างรวดเร็ว ‘พวกเนื้อเค็มยังมีอีกมาก แต่ถ้าได้ปลาสดมาบ้างก็คงดี’

‘แถบนี้มีปลาใหญ่ชุกชุม ตัวหนึ่งอาจกินได้หลายสิบมื้อเชียวล่ะ ฉันจะหาเกลือมาเพิ่มด้วย แกจะได้ใช้หมักอาหาร ถึงแม้หลังจากนี้เราจะสามารถแวะตามเมืองท่าอื่นๆ  ได้ แต่เรายังต้องเดินทางต่ออีกเกือบสามหรือสี่เดือน การหาอาหารมาตุนไว้ให้มากพอตั้งแต่แรกจะเป็นการดีที่สุด’

ฉันพยักหน้ารับฟังที่เขาบอก เมื่อเมอเตอัสเดินเขย่งเท้าขวาออกไปจากครัวแล้วฉันจึงค่อย ๆ ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้กัปตันเรือคนนี้ไม่เคยมีทีท่าว่าจะรู้เรื่องที่ฉันไม่ใช่เด็กผู้ชาย แต่ฉันไม่เคยไว้ใจใครบนเรือสักคน

จากการที่แอบสอบถามลูกเรือคนหนึ่ง ฉันจึงพอจะรู้ว่าเมอเตอัสเป็นกัปตันเรือ และเรือลำนี้กำลังมุ่งหน้าไปที่ปัตตาเวีย เมืองท่าซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีการค้าแห่งใหญ่ของบริษัทอินเดียตะวันออกของดัทช์

ฉันได้ศึกษาประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมืองสิงหลา หรือสงขลาเก่าสมัยหัวเขาแดงในช่วงที่ฉันไปอยู่ในร่างของสร้อย ทำให้ฉันสนใจศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทอินเดียตะวันออกทั้งของอังกฤษและของดัทช์ไปด้วย จึงได้รู้ว่าบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ หรือ The British East India Company ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๑๔๓ หรือ ค.ศ. ๑๖๐๐  ในรัชสมัยแห่งสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ ที่ ๑ โดยรัฐบาลอังกฤษได้ออกประทานบัตรให้จัดตั้งบริษัทขึ้น  ถือเป็นบริษัทแห่งแรกที่มีทุนจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดสำหรับผู้ถือหุ้น ซึ่งต่อมาได้จัดตั้งสถานีการค้าขนาดใหญ่ในอินเดีย คาบสมุทรมลายู และญี่ปุ่น โดยยังมีสถานีการค้าเล็ก ๆ ในอีกหลายเมืองท่า

ส่วนบริษัทอินเดียตะวันออกของดัทช์ หรือ The Dutch East India Company ซึ่งมีชื่อย่ออีกชื่อว่า วี.โอ.ซี. (V.O.C) ตามชื่อเต็มของภาษาดัทช์ที่สะกดแบบเก่าว่า Vereenigde Oostindische Compagnie นั้น ก่อตั้งใน พ.ศ. ๒๑๔๕ หรือ ค.ศ. ๑๖๐๒ เป็นบริษัทที่เปิดโอกาสให้บรรดาพ่อค้าเข้าถือหุ้น ถือกำเนิดขึ้นด้วยการร่วมทุนของพ่อค้าและนายธนาคารดัทช์ บริษัทอยู่ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการใหญ่ โดยรัฐสภาแห่งเนเธอร์แลนด์มอบสิทธิขาดให้บริษัทในการปฏิบัติงานกิจการค้าแถบทวีปเอเชีย  อีกทั้งยังให้มีอำนาจผูกขาดการค้าเครื่องเทศในตะวันออก รวมถึงให้สามารถยึดครองดินแดนโพ้นทะเลที่ใดก็ได้ตามที่บริษัทเห็นชอบอีกด้วย  หลังก่อตั้งบริษัทได้ไม่นาน กองเรือของบริษัท วี.โอ.ซี. สามารถยึดดินแดนเมืองท่าที่โปรตุเกสครอบครองอยู่ในเอเชียได้ จากนั้นใน พ.ศ. ๒๑๖๒ ได้ตั้งสำนักงานใหญ่ในเอเชียตะวันออกที่เมืองท่าแห่งหนึ่งซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ปัตตาเวีย (Batavia) ตามชื่อเผ่าโบราณของชาวดัทช์ นอกจากนี้ บริษัทยังยึดหมู่เกาะเครื่องเทศ หรือ โมลุกกะ ได้อีก ทำให้ผลผลิตเครื่องเทศที่สำคัญ เช่น พริกไทย กระวาน กานพลู และจันทร์เทศ ล้วนอยู่ภายใต้การผูกขาดของดัทช์  โดยบริษัท วี.โอ.ซี. ยังมีบทบาทในการจัดซื้อสินค้าและผลผลิตจากอาณาจักรต่าง ๆ เช่น ปัตตานี อยุธยา กัมพูชา  เวียดนาม จีน และญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากการซื้อขายด้วยเหรียญทองคำแล้ว บริษัทยังได้ใช้ระบบการแลกเปลี่ยนสินค้ากับอาณาจักรเหล่านั้น คือแลกปืนใหญ่ ปืนไฟแบบตะวันตก กับผลผลิตพื้นเมืองที่บริษัทต้องการอีกด้วย

ข้อมูลโดยทั่วไปในอินเตอร์เน็ตแทบจะไม่ได้ระบุถึงเมืองสิงหลาไว้เลย ฉันจึงต้องค้นคว้าหาข้อมูลเชิงลึกที่นักประวัติศาสตร์ศึกษาไว้ ต่อมาจึงได้พบว่าที่จริงแล้ว บริษัท วี.โอ.ซี. ได้ติดต่อทำการค้ากับสิงหลาตั้งแต่ยุคต้นของสุลต่านสุลัยมาน ชาร์ เจ้าเมืองสิงหลา หรือ เจ้าเมืองสงขลาที่ ๑ ส่วนบริษัทของอังกฤษนั้นเริ่มเข้าไปติดต่อค้าขายกับสิงหลาในช่วงปลายสมัยขององค์สุลต่านสุลัยมาน ชาร์ และมีบทบาทมากขึ้นในสมัยองค์สุลต่านมุตตาฟาร์ หรือ เจ้าเมืองสงขลาที่ ๒ และนั่นทำให้บริษัทของดัทช์กับอังกฤษต้องแข่งขันทางการค้าที่สิงหลาเนื่องจากนโยบายของสิงหลานั้นได้เปิดโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ เข้าไปทำการค้าอย่างเสรี ไม่จำกัดผูกขาดให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว

ฉันรู้ว่าในยุคนี้ชาวดัทช์มีอิทธิพลการค้าทางทะเลครอบคลุมไปทั่ว เมืองท่าส่วนใหญ่ในแถบเอเชียล้วนอยูในความควบคุมของชาวดัทช์ และคู่แข่งสำคัญที่กำลังเพิ่มอิทธิพลมากขึ้นก็คืออังกฤษนั่นเอง ในขณะที่โปรตุเกสและสเปนเริ่มหมดอำนาจลงเพราะไม่สามารถต่อสู้กับกองกำลังและความสามารถในการเดินเรือของดัทช์และอังกฤษได้

‘กาแฟ...ได้รึยัง’ เสียงห้วน ๆ ปลุกฉันออกจากภวังค์ความคิด เมื่อหันไปดูจึงเห็นผู้ช่วยกัปตันร่างสูงใหญ่กำลังเดินเข้ามาในครัวโดยที่ฉันไม่รู้ตัวก่อนหน้านี้  ชื่อของเขาคือนูอาร์ เขาเดินถือเหยือกเหล็กใบใหญ่เข้ามาก่อนจะยื่นมาตรงหน้าของฉัน ‘ฉันจะยกไปให้กัปตัน’

‘แต่เขาสั่งไว้...ให้ฉันเป็นคนเสิร์ฟกาแฟให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น’ ฉันพอจะดูออกว่ากัปตันเมอเตอัสไม่ได้ไว้วางใจลูกเรือของเขาทุกคน เขาจึงต้องให้ฉันดื่มกาแฟต่อหน้าก่อนที่เขาจะดื่มต่อเสมอ

และคำอธิบายของชายผิวคล้ำจัดคือคมมีดแวววาวที่ยื่นออกมาจ่อตรงคอหอยของฉัน

‘ก็ดี...ฉันจะได้ไม่เสี่ยงมาก’ เขากระซิบข้างหูของฉันเบา ๆ ‘คนของฉันอยู่บนเรือนี่เกือบครึ่งหนึ่ง และฉันต้องการยึดเรือให้ได้ก่อนถึงท่าเรือพรุ่งนี้เช้า ถ้าแกให้ความร่วมมือแต่โดยดี ฉันก็จะไว้ชีวิตแก’

‘ต้องการให้ฉันทำอะไร’ ฉันได้ยินตัวเองถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทั้งที่ความจริงแล้วหัวใจกำลังเต้นโครมครามด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก...ฉันไม่ระแคะระคายอะไรมาก่อนเลยว่ามีพวกลูกเรือกำลังวางแผนจะยึดเรือของเมอเตอัสอยู่ กัปตันเองจะรู้บ้างหรือเปล่านั้นฉันก็ไม่สามารถเดาได้เลย

‘อมว่านดูดพิษนี่ไว้ในปากของแกก่อนจะดื่มกาแฟในห้องกัปตัน’ นูอาร์กระซิบบอกเสียงเหี้ยม ‘หลังจากนั้นก็แค่ปล่อยให้เขาดื่มกาแฟอย่างสบายใจ’

‘แล้วถ้าฉันไม่ร่วมมือ’ ฉันถามพยายามทำใจดีสู้เสือ

‘แกก็แค่...ตายอยู่ในครัวนี่ ฉันจะบอกว่าแกตั้งใจวางยาพิษคนบนเรือด้วยการผสมลงในกาแฟ แต่ฉันมาเห็นเข้าเสียก่อน และพลั้งมือฆ่าแกจนตาย’

ถ้าในสมัยนี้มีสมาร์ทโฟน หรืออย่างน้อยก็แค่เครื่องบันทึกเสียงล่ะก็ ฉันคิดว่าผู้ช่วยกัปตันไม่น่าจะหนีความจริงไปได้ แต่ปัญหาของฉันคือตอนนี้ไม่มีของเหล่านั้น และฉันก็ยังไม่อยากตาย ทางออกคือต้องยื้อเวลาหาทางเอาตัวรอดต่อไปให้ได้ก่อน

--------------------------------------------------------

นูอาร์ยัดว่านขม ๆ หนืดๆ เหนียวๆ ชิ้นหนึ่งใส่ในปากของฉัน เขาสั่งให้ฉันเดินถือเหยือกกาแฟที่ได้ผสมผงพิษบางอย่างให้เรียบร้อยแล้วเข้าไปในห้องกัปตัน หัวใจเต้นโครมคราวขณะจ้องมองเมอเตอัสซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างดูแผนที่เก่า ๆ บนโต๊ะทำงานในห้องนั้น เขารีบพับเก็บแผนที่นั่นไว้ในกระเป๋าเสื้อตัวในทันทีที่หันมาเห็นฉันเดินเข้าไปข้างใน ตาสีเขียวน้ำทะเลของเขาจ้องมองมาที่ฉันเหมือนกำลังไม่ไว้วางใจก่อนจะเอ่ยปาก

‘ทำไมเสิร์ฟกาแฟช้านัก...คืนนี้ฉันตั้งใจว่าจะไม่นอน เพราะยิ่งใกล้เข้าถึงเมืองท่าที่ไหนก็ตาม มักจะมีโจรสลัดคอยซุ่มดักปล้นเรืออยู่’

‘พวกเราคอยเฝ้าระวังอยู่แล้ว’ นูอาร์บอกก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตรงข้ามกับเมอเตอัส

ฉันวางเหยือกกาแฟลงบนโต๊ะ พยายามไม่ให้มือสั่นขณะเทน้ำกาแฟลงในแก้วที่ฉันต้องดื่มพิสูจน์ให้เมอเตอัสเห็นก่อนที่เขาจะดื่ม ฉันแอบชำเลืองสายตาไปที่นูอาร์ก่อนจะตัดสินใจดื่มกาแฟเข้าไป ทว่ารสชาติที่กระทบลิ้นกลายเป็นความหวานคล้ายโกโก้จนน่าแปลกใจ  ...ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่านูอาร์ให้ฉันอมว่านอะไร

เมอเตอัสจ้องมองฉันอย่างเพ่งพิจารณาเหมือนทุกครั้งที่ฉันต้องทดลองดื่มและกินอาหารก่อนเขา

‘เด็กนี่ไม่น่าจะมีพิษภัยอะไร อยู่กับเรามาเกือบเดือนแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรให้คิดมาก’ นูอาร์พูดขึ้นขณะรินกาแฟลงในแก้วอีกใบ เขาซดน้ำกาแฟเสียงดังซู๊ดราวกับว่ากาแฟนั้นไม่มียาพิษที่เขาเป็นคนใส่ลงไปเอง...ฉันจึงรู้ทันว่านูอาร์อมว่านไว้ในปากเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

กัปตันเมอเตอัสหัวเราะลั่นก่อนจะพูด ‘นูอาร์เพื่อนรัก...อย่าได้ประมาทเชียว กัปตันเรือตายเพราะยาพิษมานักต่อนักแล้ว คนครัวบนเรือจึงต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้เท่านั้น’

‘ท่านไม่ไว้ใจเด็กนี่ แล้วให้เป็นคนครัวทำอาหารทำไมกัน’ นูอาร์ถามน้ำเสียงกังขา

‘พ่อครัวที่ฉันหามาตายกระทันหัน หาสาเหตุไม่ได้แบบนั้น คนอื่น ๆ ก็ทำอาหารไม่ได้ เด็กนี่มาได้จังหวะพอดี...ที่สำคัญเขาทำอาหารอร่อยถูกปากฉัน’

ทั้งเมอเตอัส และนูอาร์ส่งเสียงหัวเราะลั่นออกมา ในขณะที่ฉันเผลอกลืนน้ำลายดังเฮือก โชคดีที่ว่านไม่ได้หลุดลงลำคอไปด้วย ฉันตัดสินใจกัดว่านออกเป็นสองส่วนก่อนจะดื่มกาแฟจากแก้วที่ฉันใช้ดื่มพิสูจน์อีกครั้ง และครั้งหลังนี้ฉันคายว่านชิ้นหนึ่งทิ้งลงไปในแก้วกาแฟด้วย หลังจากนั้นก็รินกาแฟใส่แก้วอีกใบ...ฉันใช้ช่วงเวลาประเดี๋ยวเดียวที่นูอาร์ยกแก้วกาแฟของเขาขึ้นดื่มนั้นเพื่อสลับแก้วของฉันกับเมอเตอัส

‘เด็กนี่ชงกาแฟได้เข้มข้นถูกใจฉันจริง ๆ’ นูอาร์บอกเสียงใส

เมื่อผ่านไปชั่วครู่เขาคงเห็นว่าทั้งฉันและนูอาร์ต่างไม่มีอาการผิดปกติหลังดื่มกาแฟ เมอเตอัสจึงซดกาแฟแก้วที่ฉันวางให้ตรงหน้าด้วยท่าทีและดวงตาที่ผ่อนคลายลง

‘แกออกไปได้...เฟอลิต’ หลังดื่มกาแฟเข้าไปแล้ว เมอเตอัสก็สั่งเสียงดังโดยไม่ได้หันมามองหน้าฉัน แต่ฉันซึ่งยังคงจ้องมองเขาอยู่สังเกตเห็นเมอเตอัสทำท่าเอามือไปกุมท้องไว้ ฉันรู้สึกใจหายที่ว่านในถ้วยกาแฟของเขาไม่สามารถดูดซับพิษได้ทั้งหมด ขณะพยายามขบคิดหาทางช่วยเหลือเมอเตอัสอยู่นั้น นูอาร์ก็ส่งเสียงหัวเราะลั่นขึ้นมาอีกครั้ง

‘ไม่นึกว่าจะง่ายดายขนาดนี้ ฉันน่าจะกล้าทำมาตั้งนานแล้ว’ นูอาร์แผดเสียงขึ้น ‘ก่อนตาย ฉันขอบอกความจริงว่า คนครัวของแกถูกฉันวางยาพิษ โทษฐานที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับฉัน’

ฉันยืนขาแข็งทื่อขณะมองดูนูอาร์ชักปืนพกออกมาเล็งไปที่เมอเตอัส

‘แกไม่ยิงฉันหรอกนูอาร์’ เมอเตอัสพูดเสียงเบาแหบพร่า ‘แกอยากได้ของจากฉัน แต่แกก็ยังไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าแกฆ่าฉัน’

นูอาร์หัวเราะลั่น เขาเบี่ยงลำกล้องปืนมาที่ฉันอย่างที่ฉันเองก็คาดไว้ไม่มีผิด นูอาร์ให้ฉันวางยาพิษเมอเตอัส แล้วเขาก็จะฆ่าฉัน โดยคงตั้งใจบอกคนอื่น ๆ ว่าฉันเป็นคนลอบวางยาพิษเมอเตอัสนั่นเอง

โชคดีที่นูอาร์ไม่ได้เร่งรีบที่จะเหนี่ยวไกปืนแต่อย่างใด ฉันจึงสามารถหยิบมีดที่ซ่อนไว้ที่เอวขว้างใส่นูอาร์อย่างรวดเร็วก่อนจะรีบก้มลงหลบกระสุนที่สวนออกมา  ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขา หวังเพียงแค่จะปลดอาวุธของเขาเท่านั้น

เสียงนูอาร์ร้องดังอ๊ากลั่นห้อง เมื่อเงยหน้าออกไปดู จึงเห็นนูอาร์ชักกระตุกก่อนจะล้มตัวลงนอนแน่นิ่ง เลือดจากหน้าอกของเขาไหลนองลงบนพื้นกระดานเรือ โถ่....ฉันพลาดขว้างมีดไปถูกตรงหน้าอกของเขา 

‘ยาพิษ...นูอาร์ใส่ยาพิษลงในกาแฟ ฉันแอบใส่ว่านถอนพิษลงไปในแก้วนั่นแล้ว แต่มันคงไม่พอที่จะดูดพิษได้หมด’ ฉันตะโกนบอกเมอเตอัส ‘ฉันจะไปหาว่านถอนพิษมาให้’

แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าในปากของฉันอมว่านนั่นไว้ จึงคิดอะไรออก ฉันรีบคายว่านออกมายื่นให้เมอเตอัส

‘กินว่านนี่เข้าไป มันอาจจะช่วยดูดซับพิษได้ทัน’ คำพูดของฉันก็เป็นเพียงแค่การคาดเดาเท่านั้น เมอเตอัสดื่มพิษเข้าไปแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้ว่าว่านจะดูดพิษได้ทันหรือเปล่า

‘ถ้าแกไม่เปลี่ยนแก้วกาแฟนั่น...ฉันคงฆ่าแกไปแล้ว’ เสียงเมอเตอัสเหี้ยมเกรียมขณะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาเดินไปที่ร่างแน่นิ่งของนูอาร์ ‘แค่เห็นคราบสีเหลืองรอยว่านดูดพิษที่มุมปากของแก...ฉันก็พอจะเดาทางนูอาร์ออกแล้วตั้งแต่แรก’

‘แสดงว่าท่านรู้เรื่องที่พ่อครัวตายด้วยใช่ไหม’ ฉันเริ่มเห็นภาพคำตอบของเรื่องราวที่สงสัย

‘ฉันพอจะรู้ แต่กำลังสืบว่าเป็นฝีมือใคร นูอาร์ไม่กล้าสู้กับฉันซึ่งหน้า...น่าเสียดายที่ต้องมาตายด้วยแผนการของตัวเอง’

‘ฉะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเขา’ ฉันใจสั่นเต้นแรงด้วยความตกใจ...เมื่อเห็นเลือดของนูอาร์เริ่มไหลนองลงบนพื้นห้องมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมอเตอัสดึงมีดออกจากหน้าอกของนูอาร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาใช้ชายเสื้อของนูอาร์เช็ดมีดเล่มนั้นก่อนจะเหน็บมีดไว้ที่เอวของเขา

‘มีดปอกผลไม้ของแกอยู่โน่น’ เมอเตอัสบอกพลางชี้ไปที่ฝาผนังห้องอีกด้าน ฉันหันตามไปดูจึงเห็นว่ามีมีดปักอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ‘แกต้องฝึกปามีดให้แม่นกว่านี้...เวลาขว้างอย่าได้กระพริบตาเด็ดขาด’

‘นี่...แสดงว่าฉันไม่ได้ฆ่านูอาร์ใช่ไหม’ ฉันถามย้ำอีกครั้งด้วยความโล่งใจขณะเดินไปดึงมีดของตัวเองที่ปักอยู่ตรงฝาหนังห้องของกัปตัน ‘ฉันไม่อยากฆ่าใคร’

‘เพื่อป้องกันตัวเอง...แกเลี่ยงไม่ได้หรอก’ เมอเตอัสบอก ‘ขอบใจที่แกตัดสินใจช่วยฉัน...ไม่อย่างนั้น  แกก็ต้องตายด้วยฝีมือของฉันเอง’

ฉันรู้สึกทึ่งกับฝีมือของเมอเตออัสเป็นอย่างมาก เขาทำให้ฉันแอบคิดว่าเขาตาไวราวกับเหยี่ยว คืนนั้นฉันนอนไม่หลับเลยสักนิด ศพของนูอาร์ยังอยู่ในห้องของกัปตันเมอเตอัส เขาสั่งกำชับไม่ให้ฉันบอกเรื่องนูอาร์กับใคร เมอเตอัสตั้งใจจะทำอะไรต่อไปนั้น ฉันเดาทางไม่ถูกจริงๆ

ทว่า...รุ่งเช้าวันต่อมาฉันก็ได้รับคำตอบ เมื่อพบว่าศพของนูอาร์ถูกนำมาแขวนกับเสากระโดงเรือ กัปตันเมอเตอัสเรียกบรรดาลูกเรือทั้งหมดให้ออกไปดูโดยพร้อมเพียงกัน

‘นี่เป็นตัวอย่างของคนทรยศ...ผู้ช่วยกัปตันนูอาร์ เพื่อนรักของฉันคิดจะกำจัดฉันเมื่อคืนที่ผ่านมา’ กัปตันเมอเตอัสประกาศกร้าว แต่ดวงหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มจนฉันรู้สึกขนลุก ‘ใครก็ตามที่รู้เห็นเป็นใจกับเจ้าคนทรยศ ฉันขอสั่งให้เปลี่ยนใจ ก่อนที่จะได้รับผลเช่นเดียวกับนูอาร์’

ไม่มีเสียงใด ๆออกมาจากปากของบรรดาลูกเรือ ฉันได้ยินเพียงเสียงคลื่นในทะเลเท่านั้น

‘เอาศพมันโยนลงทะเล...ศพของนูอาร์จะได้มีประโยชน์กับสัตว์น้ำแถบนี้’ เมอเตอัสสั่งก่อนจะเดินไปประจำการที่หัวเรือโดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นคนทำงานชิ้นที่เขาได้สั่งไป

ฉันวิ่งกลับเข้าไปในครัว พยายามกลั้นอาการที่จะอาเจียนไว้อย่างสุดกำลัง...ฉันรู้ว่าความโหดร้ายบนเรือสำเภาในสมัยโบราณนั้นมีอยู่จริง แต่ฉันไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มาประสบพบเจอด้วยตัวเอง

--------------------------------------------------------

แม้ว่าจะผ่านเหตุการณ์การตายของนูอาร์มาแล้วกว่าสิบวัน แต่ฉันก็ยังทำใจไม่ได้ ในขณะที่เมอเตอัสสั่งให้ฉันเข้าไปกินอาหารเป็นเพื่อนเขาแทนนูอาร์ในห้อง และนั่นทำให้ฉันอึดอัดมากขึ้นไปอีก

‘แกกินอาหารน้อยไปจึงได้ผอมแห้งแบบนี้’ เมอเตอัสบอกหลังจากดื่มน้ำปิดท้ายอาหารมื้อเย็นวันหนึ่ง ‘ทำงานบนเรือต้องดูแลร่างกายให้พร้อมสู้อยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นอาจจะตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บ หรือไม่ก็พวกโจรสลัด’

‘หรือไม่ก็พวกทรยศที่อยู่บนเรือด้วยกันเอง...ทำไมนูอาร์คิดจะฆ่าท่าน แค่หวังยึดเรือลำนี้จริง ๆ หรือ’ ฉันโพล่งถามออกไปตามที่ใจสงสัย

‘นูอาร์เป็นเพื่อนของฉัน...ถ้าเขาต้องการเรือสักลำ  ฉันหาให้เขาได้สบาย’ เมอเตอัสบอก เขาจ้องตาฉันเขม็ง ‘ยินดีจะยกเรือนี่ให้แต่โดยดีด้วยซ้ำไป’

‘ฉันไม่เข้าใจ..แล้วนูอาร์อยากได้อะไรที่ท่านให้ไม่ได้อย่างนั้นหรือ’

‘ฉลาด...แกนี่ท่าทางไหวพริบดีเกินเด็ก’ คำพูดของเขาทำให้ฉันถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่มออกมา ‘แต่แกอย่ารู้เลยดีกว่า....ไม่อย่างนั้น...แกอาจกลายเป็นนูอาร์ไปอีกคน’

คำพูดนั้นเป็นสัญญาณเตือนให้ฉันหยุดถามซอกแซกต่อไป นูอาร์ต้องการอะไรบางอย่างซึ่งสำคัญมากสำหรับเมอเตอัสจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเพื่อนคงไม่คิดจะฆ่ากันเอง

--------------------------------------------------------

ท่ามกลางชีวิตบนเรือสำเภาโบราณขนส่งสินค้าที่ต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก มีอีกสิ่งหนึ่งที่ฉันแปลกใจมาก คือ ฉันมาอยู่ในร่างฮารุโกะเกือบสี่เดือนแล้ว แต่ฉันยังไม่มีประจำเดือนอย่างผู้หญิงโดยปกติทั่วไปเลย แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันหายหวาดวิตกคือฮารุโกะไม่ได้ตั้งท้องอย่างที่ฉันหวาดหวั่นในช่วงแรก ๆ ที่รู้ว่าร่างนี้ผิดปกติจากหญิงทั่วไป และความผิดปกตินี้กลายเป็นความโชคดีที่สุดของฉันในการใช้ชีวิตท่ามกลางเหล่าบรรดาผู้ชายบนเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตาคมเฉี่ยวว่องไวยิ่งกว่าเหยี่ยวของกัปตันเมอเตอัส

‘โชคดีที่การเดินเรือเที่ยวนี้เราไม่เจอพายุ ฉันคาดว่าอีกไม่น่าจะเกินสิบวันเราก็จะเดินทางถึงปัตตาเวีย’ ชายเจ้าของดวงตาสีเขียวน้ำทะเลบอกในเที่ยงวันหนึ่ง หลังจากดื่มกาแฟที่ฉันยกไปให้หมดแก้วแล้ว

‘หลังจากนั้น อีกนานไหมกว่าที่ท่านจะเดินทางต่อไปที่สิงหลา’ ฉันกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีหลังจากรู้สึกเบื่อหน่ายมาหลายวัน

‘ทำไมเด็กชาวดัทช์อย่างแกจึงรู้จักเมืองท่าเล็ก ๆ นั่น’ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

‘ฉันฟังมาจากเพื่อนของพ่อ ว่าพ่อของฉันเดินเรือไปที่นั่น ก่อนจะหายตัวไป’ ฉันแต่งเรื่องอีกแล้ว ‘ฉันอยากไปตามหาพ่อของฉัน’

‘พ่อของแก...ชื่ออะไรนะ...ฟาน ฟลิต ใช่ไหม’

‘เอ่อ...ใช่ ๆ’ ฉันเกือบลืมเรื่องที่เคยบอกไปแล้ว

‘ฉันก็ตั้งใจจะไปหาพ่อกับน้องชายที่นั่นเหมือนกัน...น้องชายของฉันติดพ่อมาก เขาออกเดินทางมาแถบตะวันออกพร้อมกับพ่อตั้งแต่เขาอายุไม่ถึงสิบขวบ’

มะเตโอส...ฉันเรียกชื่อนั้นอยู่ในใจหลังได้ยินเมอเตอัสพูดถึงน้องชายของเขาขึ้นมา อีกไม่นานฉันก็จะได้กลับไปที่สิงหลาอีกครั้ง แต่ฉันอยากรู้นักว่าชะตาอะไรกันที่นำพาฉันให้ต้องย้อนกลับไปในเวลาก่อนหน้าที่ฉันเคยไปอยู่ในร่างสร้อยมาแล้วตั้งสิบเก้าปี 

และเท่าที่ฉันจำได้เป็นอย่างดีคือ...ตลอดหนึ่งปีกว่าที่อยู่ในร่างสร้อยนั้น ฉันไม่เคยได้ยินว่ามีใครเอ่ยถึงคนที่ชื่อเฟอลิตเลยสักครั้ง...บางทีคราวนี้ฉันอาจจะไปอยู่สิงหลาในช่วงสั้น ๆ อีกครั้ง และอาจไม่ได้มีประวัติอะไรอยู่ในความทรงจำของใครก็เป็นได้

แล้วเนปาล่ะ...เท่าที่รู้จากคำบอกเล่า เนปาเป็นลูกบุญธรรมของเมอเตสซึ่งเป็นพ่อของกัปตันเมอเตอัส เนปาจะเดินทางมาถึงสิงหลาเมื่อไหร่ และเมื่อถึงเวลานั้น ฉันจะยังอยู่ที่สิงหลาอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้

คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวราวกับดอกเห็ด บวกกับเรื่องราวความสงสัยหลายอย่างที่ยังไม่ได้คำตอบคลี่คลายสมัยที่เคยมาอยู่ในร่างของสร้อยยิ่งทำให้ฉันยิ่งรู้สึกสับสนไปหมด

‘ท่าทางเหมือนแกจะไม่สบาย...เฟอลิต’ เสียงเมอเตออัสดังขึ้นข้าง ๆ หู เขาเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ‘กลับไปนอนพักที่ห้องครัวของแกได้แล้ว ฉันไม่อยากให้แกป่วยบนเรือก่อนจะเดินทางถึงปัตตาเวีย’

* * * * * * * * * * * * * *




Create Date : 15 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2556 12:54:52 น. 19 comments
Counter : 1129 Pageviews.

 
ได้เจิมบล็อคคุณแกะ


โดย: pantawan วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:22:49:32 น.  

 
ส่งกำลังใจด้วย
โหวต-ไลท์ค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: pantawan วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:22:50:26 น.  

 
สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะ


โดย: pantawan วันที่: 17 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:35:07 น.  

 
สวัสดีค่า

ตกลงเรื่องข้างบนเป็นนิยายที่แต่งเองใช่หรือเปล่าคะ
ท่าทางน่าสนุก มีจินตนาการล้ำเลิศ
แต่เรายังอ่านไม่จบหรอกนะ มาเอาตอนที่ 5 แล้วด้วย แหะ ๆ

ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นะคะ
ขอบคุณที่แวะไปทักทายด้วยค่ะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 17 พฤศจิกายน 2556 เวลา:14:13:03 น.  

 
สวัสดีค่า พี่แกะ ^^
มาแล้วค่ะ วันนี้โผล่ออกมาจากถ้ำ อิอิ

หายไปหลายวันไม่ค่อยได้ตามงานเพื่อนๆพี่ในบล็อคค่ะ
รอๆอาเนปาอยู่นะ เมื่อไหร่จะปรากฏตัวเนี่ย ^^



โดย: lovereason วันที่: 17 พฤศจิกายน 2556 เวลา:16:29:27 น.  

 



ไปลอยกระทงหรือเปล่าคะพี่แกะ


โดย: กาปอมซ่า วันที่: 17 พฤศจิกายน 2556 เวลา:21:38:53 น.  

 
ตามมาครับป๋ม

วันหยุดไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ ทาสีรั้วบ้าน และซื้อของใช้เข้าบ้านแค่นั้นเอง เหนื่อย...อิอิ

สุขสันต์วันจันทร์นะจ๊ะ


โดย: au_jean วันที่: 18 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:15:57 น.  

 

แวะมาสวัสดี ตอนสายค่ะ



โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 18 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:23:51 น.  

 
อุต๊ะ! เริ่มมาตอนห้า ยังไม่เคยอ่านตอนแรกๆเลยครับ ไว้เดี๋ยวตามไปเก็บเกี่ยวเอาทีหลังแล้วกัน แอหะ


โดย: ชีริว วันที่: 18 พฤศจิกายน 2556 เวลา:20:56:20 น.  

 
ตะกี้เคอร์เซอร์ไม่ขึ้นในกล่องเม้นท์ กดไปกดมาส่งเม้นท์เฉยเลย -*-

เข้ามาอ่านได้ทั้งบรรยากาศการเดินทางทางทะเลแล้วก็ประวัติศาสตร์ของอีสต์อินเดียที่มีอิทธิพลกับพื้นที่ชายทะเลแถวๆบ้านเราเมื่อหลายร้อยปีก่อนด้วยนะครับ

เมอเตอัสดื่มกาแฟที่นางเอกตุ๋ยว่านลงไป มุฮ่าๆ แต่ก็ไม่พ้นโดนพิษอยู่ดี...ดีว่ากัปตันมือไวปามีดใส่ทันนะครับ
แถมนูอาร์ยังได้กลายเป็นปุ๋ยทะเล มีประโยชน์ต่อสัตว์น้ำ


โดย: ชีริว วันที่: 18 พฤศจิกายน 2556 เวลา:21:07:13 น.  

 
สวัสดีจ้าพี่แกะ ^^ตอน5นี่เป็นฉากเรือสำเภาที่ห้องใต้ดินด้วยน่าติดตามลุ้นสุดๆเลยนะค่ะเฮะพี่แกะเขียนนิยายยาวได้น่าติดตามมากๆเก่งนะค่ะ แพมมาโหวตให้น๊ามีความสุขมากๆนะค่ะ จุ๊บๆ
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog


โดย: mastana วันที่: 19 พฤศจิกายน 2556 เวลา:19:39:06 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog

เย้ ... อ่านจบแล้วค่า
เยี่ยมเลยค่ะ ลูกล่อลูกชนครบครัน
ตื่นเต้นหวาดเสียวอีกต่างหาก

ขอบคุณสำหรับโหวตที่บล็อกนะคะ
หลับฝันดีค่า


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 19 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:26:32 น.  

 
ดีจ้าคุณแกะ เมื่อวานเปิดเทอมวันแรก ก็เลยหัวปั่น วันนี้ก็มีเรียนแต่ก็แว้บมาทักทายกันก่อนจ้า

คิดถึงเหมือนกันนะ ถ้ากลับไทย เราจะมีอกาสได้เจอกันไหมหนอ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog


โดย: au_jean วันที่: 20 พฤศจิกายน 2556 เวลา:6:07:14 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog


ขอบคุณกำลังใจที่มอบให้ค่ะ


โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 20 พฤศจิกายน 2556 เวลา:19:34:51 น.  

 
แวะมาทักทายจ้าคุณแกะ งานยุ่งหรือเปล่าเอ่ย สู้ๆน๊า


โดย: au_jean วันที่: 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา:7:43:19 น.  

 
ถ้ามานิวจริงๆต้องแวะมาโอ๊คแลนด์นะแล้วมาพักกับอุ๊ อิอิ


โดย: au_jean วันที่: 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา:13:18:53 น.  

 
แอบไปอ่านเรื่องหลอน ๆ มาแล้วค่ะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา:10:47:03 น.  

 
สวัสดียามค่ำคืนครับ

มาติดตามสิงหลา ภาคสองทะเล:๕ ด้วยครับ

โหวต และไลค์ส่งกำลังใจไปให้จขบ.ด้วยครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog


โดย: **mp5** วันที่: 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา:22:32:18 น.  

 
สวัสดียามค่ำคืนครับ

มาติดตามสิงหลา ภาคสองทะเล:๕ ด้วยครับ

โหวต และไลค์ส่งกำลังใจไปให้จขบ.ด้วยครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog


โดย: **mp5** วันที่: 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา:22:32:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.