Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
15 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๓๒ เลือด...ข้นกว่ารัก

ความสำเร็จของทัพองค์สุลต่านมุตตาฟาในการแผ่ขยายอำนาจไปจนถึงเมืองไชยา ทำให้ที่ท่าเรือเมืองสิงหลายิ่งมีความคึกคักคราคร่ำไปด้วยเรือสำเภาจากต่างเมืองที่เข้ามาติดต่อทำการค้าขายเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเห็นศักยภาพและอำนาจของเจ้าเมืองสิงหลาที่จะช่วยกระจายสินค้าไปยังเมืองในปกครองตามภูมิภาคแถบนี้ได้มากขึ้น

ที่สำคัญ ส่วนหนึ่งนั้นเป็นบรรดาพ่อค้าซึ่งได้ย้ายฐานการค้าขายจากเมืองปตานีมายังเมืองสิงหลาแทน ซึ่งฉันก็ได้แต่เดาว่านี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เมืองทั้งสองเกิดศึกปะทะกันขึ้นในอีกไม่นานนี้

‘ฉันดีใจเหลือเกิน ที่ในที่สุดก็ได้มีโอกาสกลับมาเจอเธออีก’ เนปาโผเข้ามาสวมกอดฉันไว้แน่นทันทีที่ได้เจอกันที่ตลาดท่าเรือในเวลาเย็นใกล้ค่ำแล้ว

ฉันรู้ว่าเขาเดินทางกลับมาพร้อมทัพใหญ่ขององค์สุลต่านมุตตาฟาเมื่อห้าวันก่อน แต่ด้วยภารกิจทางทหารที่เขาต้องดำเนินการต่อทำให้เรายังไม่มีโอกาสได้พบกันตั้งแต่ตอนแรกที่เขามาถึง แต่เมื่อรู้ว่าเนปาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายทหารประจำการที่ฐานทัพท่าเรือ ฉันจึงมาดักรอพบเขาที่นี่

‘ฉันรู้เพียงว่าท่านจะต้องกลับมาสิงหลาอย่างแน่นอน...แต่ไม่รู้เลยว่าท่านจะได้รับบาดเจ็บขณะรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ที่เมืองไชยาหลังชนะศึกแล้ว’ ฉันบอกน้ำเสียงสั่น ๆ ด้วยความดีใจอย่างที่สุดที่ได้มีโอกาสอยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของเขาอีกครั้ง

‘ความพยายามเฮือกสุดท้ายของพวกเขาที่จะกอบกู้เมือง...แต่แปลกนัก...ที่ฉันกลับไม่รู้สึกโกรธพวกเขาเลย ไม่โกรธแม้กระทั่งคนที่ลอบดักซุ่มทำร้ายฉันจนได้รับบาดเจ็บ’ เนปาบอกเล่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ‘ทหารในศึกสู้รบ ไม่มีใครถูกผิด มีแต่หน้าที่ความรับผิดชอบที่ต่างฝ่ายต่างต้องทำเพื่อบ้านเมืองของตัวเอง’

‘ได้ข่าวว่ามีการกวาดต้อนผู้คนมาจากเมืองไชยาด้วยหรือ’ ฉันเพิ่งรู้ว่าในอดีตมีคนจากไชยามาอยู่ที่สิงหลา นึกว่าจะมีแต่คนสิงหลาที่จะถูกกวาดต้อนไปอยู่เมืองไชยาเมื่อถึงคราที่ต้องพ่ายแก่อโยธยาในปี พ.ศ. ๒๒๒๓ 

‘เป็นกลยุทธ์ที่จะควบคุมเจ้าเมืองไชยาให้ยอมขึ้นกับเรา’ เนปามีน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปก่อนจะจ้องตาฉันคล้ายกำลังพยายามสแกนหาภาพคำตอบในดวงตาก็ไม่ปาน ‘หากเธอรู้เรื่องบางอย่าง...เธออาจจะเสียใจก็เป็นได้’

‘น้ำเสียงของท่าน...บ่งบอกว่ากำลังจะเย้าแหย่ฉันเล่นเสียมากกว่า’ ฉันบอกอย่างรู้ทัน 

‘บุตรสาวของเจ้าเมืองไชยา...เดินทางมาที่สิงหลาด้วย...ตอนนี้นางอยู่ในวังองค์สุลต่าน’

‘ฉันค่อนข้างเชื่อว่า...นางมิได้ถูกหักหาญน้ำใจ...ใช่หรือไม่’

ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษและความเป็นหนุ่มรูปงามขององค์สุลต่านมุตตาฟา ฉันคิดว่าขณะอยู่ที่เมืองไชยา น่าจะทำให้บุตรสาวเจ้าเมืองมีใจให้แก่องค์สุลต่านอย่างแน่นอน

‘เพื่อเป็นการให้เกียรติเจ้าเมืองไชยา องค์สุลต่านจึงได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นเรียบร้อยแล้วที่เมืองไชยา ก่อนจะเดินทางกลับมาที่สิงหลา’

‘ว่าแต่ท่านเล่า...ไปอยู่ไชยาตั้งนาน ไม่พบรักปักใจกับสาวใดบ้างหรือ’ ฉันอดแหย่เนปาไม่ได้

‘ใจของฉันมีแต่เธอคนเดียว...เพนนี’ เขากุมสองมือฉันไว้แน่น น้ำเสียงเนปาขึงขังจริงจังเสียจนฉันรู้สึกใจหาย...แล้วเพราะอะไรกันนะ ในอนาคตเขาจึงมีท่าทีเย็นชากับเพนนีเหลือเกิน

‘ฉันก็เช่นกัน...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ขอให้เชื่อมั่นว่า...ฉันรักท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น’ ฉันพูดยืนยันความรู้สึกในใจ เน้นย้ำให้เขาจดจำความรักที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ‘ฉันรักท่านมานานมากเหลือเกิน...นานจนท่านอาจจะนึกไม่ถึง...และจะรักตลอดไปไม่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม’

‘มะรืนนี้...ฉันจะไปพบท่านเมอเตส’ เนปาบอกแผนการณ์ที่ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกตื้นตันใจอย่างที่สุด ‘ไปบอกเขา...เรื่องที่เรารักกัน...และฉันจะแต่งงานกับเธอ’

แม้จะรู้สึกดีใจมากมายขนาดไหน ฉันก็ทำได้เพียงโอบกอดเนปาไว้ด้วยความสับสนและจำต้องภาวนา...ภาวนาให้เรื่องราวของเราไม่เป็นไปอย่างที่ฉันเคยรู้เห็นในอนาคตนั่นเอง

* * * * * * * * * * * * * *


‘ขอบใจที่ยังให้เกียรติฉันอยู่บ้าง...ในฐานะพ่อบุญธรรม’ น้ำเสียงท่านเมอเตสที่พูดกับเนปาซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ฉันนั้น ฟังดูราบเรียบ คล้ายไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายอะไรกับสิ่งที่เนปาได้บอกกล่าว ‘พวกเธอโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว...เท่าที่ฟังมา...คล้ายเพียงมาบอกกล่าว...หาใช่มาขออนุญาตแต่อย่างใด’

‘พวกเธอจะแต่งงานอยู่กินกันที่สิงหลาได้อย่างไรเล่า...หากชาวเมืองรู้ความจริงเรื่องที่เพนนีเป็นพี่สะไภ้ของเนปา’ เสียงมะเตโอสดังมาจากตรงประตูห้องทำงานของท่านเมอเตส ‘ตอนที่บริษัท วี.โอ.ซี. พยายามต่อรองให้องค์สุลต่านสุลัยมานทำสัญญายอมให้พวกเราไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายจารีตประเพณีของสิงหลา...เธอเองมิใช่หรือ..เพนนี...ที่ขัดขวางจนสัญญานั้นต้องล้มพับไปเอง’

‘แต่กัปตันเมอเตอัส...อดีตสามีของเพนนีก็เสียชีวิตไปแล้ว...และเนปาก็เป็นเพียงลูกบุญธรรมของท่านเมอเตสเท่านั้น’ เสียงวิเลียนแทรกตามหลังขึ้นมาไม่นานนัก ‘แล้วทำไมพวกเขาจะแต่งงานกันไม่ได้เล่า’

เมื่อหันไปดูจึงเห็นทั้งมะเตโอสและวิเลียนต่างยืนจ้องหน้ากันด้วยความรู้สึกขุ่นเคือง...ฉันยอมรับว่าไม่สบายใจนักที่ทำให้ทั้งสองต้องมีเรื่องขัดใจกัน

‘มีหลักฐานอะไรที่บ่งบอกอย่างแน่ชัดว่าพี่ชายฉันตายไปแล้วจริง ๆ เล่า’ มะเตโอสขึ้นเสียงสูงขณะเดินเข้ามาในห้อง ‘ตอนที่เกิดเรื่อง...ฉันอาจยังไม่คิดอะไรซับซ้อน...แต่ตอนนี้พอมาทบทวนเหตุการณ์ดูแล้ว...มันง่ายเกินไปที่พี่เมอเตอัสจะถูกโจรสลัดฆ่าตาย และดูใจดำเกินไปที่ท่านพ่อจะไม่ได้ให้คนนำร่างของเขามาทำพิธีฝังศพให้เรียบร้อย’

ความเงียบเข้ามาปกคลุม ท่านเมอเตสหันมาสบตากับฉันแว่บหนึ่งเท่านั้น...แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดความจริงออกมาแต่อย่างใด

เท่าที่ฉันจำได้ มะเตโอสเคยบอกกล่าวกับฉันตอนที่มาอยู่ในร่างของสร้อย...ว่าเขาโกรธแค้นเพนนี เพราะเธอเป็นสาเหตุที่ทำให้เมอเตอัสถูกโจรสลัดฆ่าตาย

แต่ทำไมตอนนี้เขากลับพูดเหมือนกับรู้ความจริงแล้วว่าพี่ชายของเขายังไม่ต่ายกันเล่า

‘หากวันหนึ่ง พี่ชายที่แท้จริงของฉันกลับมาทวงเมียของเขาคืน...จะทำอย่างไร...ท่านพี่ชายกำมะลอ’ มะเตโอสพูดจ้องหน้าเนปา แววตาสีหน้ายียวนของเขาบ่งบอกว่ากำลังถือไพ่ที่เหนือกว่า

‘ท่านเคยสัญญากับฉันไว้ว่า...หากฉันช่วยเจรจากับองค์สุลต่านเพื่ออนุญาตให้ท่านก่อสร้างห้างร้านตลาดในเขตเมืองชั้นนอกได้...ท่านจะไม่ขัดขวางฉันกับเนปาอีกต่อไป’ ฉันหยิบข้อตกลงระหว่างฉันกับมะเตโอสขึ้นมาทวงถามในที่สุด ‘เมื่อวานนี้ฉันได้ทำตามข้อตกลงของเราแล้ว...ใบอนุญาตการก่อสร้างก็อยู่กับท่านเรียบร้อย...เพราะอะไรจึงสร้างแผนการณ์มาขัดขวางการแต่งงานของฉันกับเนปาอีก’

‘ไม่...เธอกำลังเข้าใจฉันผิด...ที่พูดมาทั้งหมดนี่...ฉันไม่ได้ขัดขวาง...แค่พูดความจริงในประเด็นที่ฉันเป็นห่วง....ก็เท่านั้น’ มะเตโอสหัวเราะกวนอารมณ์ฉันเป็นที่สุด ‘ใครจะไปขัดขวางความรักของพวกเธอได้เล่า...แต่งงานอยู่กินกันอย่างเปิดเผยได้เลย...ฉันก็อยากรู้นักว่า...จะมีเรื่องสนุก ๆ อะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นบ้าง’

มะเตโอสหัวเราะลั่นก่อนจะเดินออกไปจากห้อง วิเลียนซึ่งเดินมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ ได้บีบมือฉันไว้เบา ๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเนปาโดยตรง

‘ฉันขอโทษแทนมะเตโอสด้วย เขาสร้างเรื่องที่ว่ากัปตันเมอเตอัสยังไม่ตาย ...ฉันจะไปพูดขอร้องกับเขาว่าอย่าแพร่เรื่องจอมปลอมนี่ออกไปให้ท่านทั้งสองต้องเดือดร้อน’

‘เขาไม่เผยแพร่เรื่องนี้ออกไปหรอก...เขาเพียงใช้เป็นเครื่องมือต่อรองให้ฉันยอมตกอยู่ใต้อำนาจของเขามากกว่า’ ฉันคิดว่านี่แหล่ะคือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของมะเตโอส

‘แต่ถึงอย่างไร ฉันก็จะพยายามพูดขอร้องไม่ให้เขาทำอะไรร้าย ๆ ไปมากกว่านี้’

วิเลียนออกไปจากห้องหลังจากพูดจบ ปล่อยให้ความเงียบเข้ามาปกคลุมในห้องอีกครั้ง...ก่อนที่เนปาจะเป็นฝ่ายถามท่านเมอเตสหลังจากที่ทั้งคู่ต่างเงียบกันมานาน

‘เรื่องที่มะเตโอสบอกมาว่ากัปตันเมอเตอัสยังไม่ตาย...ท่านช่วยบอกความจริงได้หรือไม่...ว่าเป็นเพียงแผนการณ์ของมะเตโอส...หรือเป็นเรื่องจริงกันแน่’

‘กัปตันเมอเตอัสยังไม่ตาย’ คำตอบที่เนปาได้รับนั้น เป็นฉันที่ตัดสินใจบอกความจริงเขาไป ‘แต่ความจริงอีกอย่างที่ท่านยังไม่รู้คือ...การแต่งงานระหว่างฉันกับกัปตันเมอเตอัส...เป็นเรื่องจอมปลอม...เราแต่งงานกันเพียงในนามเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับหญิงที่ท่านเมอเตสหามาให้เท่านั้น...นั่นก็คือ...วิเลียน’

‘เท่าที่ฉันรับรู้...เรื่องราวเป็นไปอย่างที่เพนนีบอก...ลูกชายคนโตของฉัน...เมอเตอัส...เขายังไม่ตาย’ ท่านเมอเตสพูดออกมาในที่สุด ‘แต่ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้...ฉันยังไม่ได้เปิดเผยให้มะเตโอสรู้แต่อย่างใด’

‘เขาสร้างเรื่องที่ว่าเมอเตอัสยังไม่ตาย...แต่บังเอิญมาตรงกับความจริงอย่างนั้นหรือ’ ฉันพูดกับตัวเองมากกว่าที่จะถามออกไป

‘มะเตโอสมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จด้านการงาน...และฉันก็พร้อมที่จะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่’ เมอเตสพูดต่อหลังจากนั้น ‘ฉันจะไม่คัดค้านเรื่องการแต่งงานหรอก...เนปา...แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกเธอทั้งสองกระทำการเป็นอุปสรรคขัดขวางการทำงานของมะโอสอีกล่ะก็...เราจะได้เห็นดีกัน...เพราะเรื่องการแต่งงานจอมปลอมระหว่างเพนนีกับเมอเตอัส...มีเพียงฉันเท่านั้นที่จะเป็นพยานยืนยันให้ได้’

จากคำพูดของเขาทั้งหมด...นั่นก็เป็นข้อยืนยันได้เป็นอย่างดี...ว่าท่านเมอเตสเลือกที่จะเข้าข้างลูกชายที่แท้จริงของเขา มากกว่าลูกชายบุญธรรมอย่างเนปา

* * * * * * * * * * * * * *

 ‘ทำไมเธอไม่บอกความจริงกับฉันมาตั้งแต่แรก...ว่าการแต่งงานของเธอกับกัปตันเมอเตอัส เป็นเพียงการแต่งงานหลอก ๆ เท่านั้น’ เนปามีอาการงอนแบบเด็ก ๆ จนฉันอดนึกขำไม่ได้...ผู้ชายตัวใหญ่ล่ำบึกแบบชายชาติทหารกำลังยืนทำปากปลิ้นอยู่ตรงหน้าฉันที่หน้าบ้านริมคลองท้ายหมู่บ้านวิลันดา

บ้านที่เนปาตั้งใจสร้างเป็นเรือนหอของเราทั้งสองคน และวันนี้เขาพาฉันมาดูบ้านที่สร้างเสร็จและตกแต่งเรียบร้อยแล้ว โดยเราตั้งใจว่าจะย้ายมาอยู่ด้วยกันที่นี่หลังเข้าพิธีแต่งงานในโบสถ์ของหมู่บ้านวิลันดา

‘ฉันขอโทษ...ฉันเห็นว่าท่านไม่ได้ติดใจอะไรกับประเด็นนี้...หรือว่า...ที่ผ่านมาท่านติดใจคิดเรื่องนี้อยู่ลึก ๆ’ ฉันลองใจแกล้งแหย่ถามไปตรง ๆ

‘เปล่าเลย...ฉันไม่ได้ติดใจเรื่องนั้น...เพียงแต่ลึก ๆ ฉันก็เคยแอบคิดกังวลเรื่องกัปตันเมอเตอัส’ เนปาเปลี่ยนอารมณ์ทำท่าทางขึงขังจริงจัง ’มะเตโอสชอบพูดให้ฉันรู้สึกผิดต่อกัปตัน และขู่ว่ากัปตันอาจจะกลับมาหาเธอไม่วันใดก็วันหนึ่ง...เพราะมะเตโอสเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่ากัปตันอาจจะยังไม่ตาย’

‘ใช่...กัปตันเมอเตอัสยังไม่ตาย’ ฉันตัดสินใจบอกความจริง ‘ในตอนนั้นเขาไม่ได้ถูกโจรสลัดฆ่าตายหรอก เขาเพียงรักการเดินทางท่องเที่ยวสำรวจโลกมากกว่าอะไรทั้งหมด แต่เขาก็ยังเป็นห่วงกลัวว่าฉันจะลำบากที่สิงหลา เขาจึงขอร้องให้ท่านเมอเตสรับฉันอยู่ด้วยในฐานะลูกสะไภ้ต่อไป และให้ช่วยปิดบังเรื่องนี้ไว้’

‘แสดงว่ากัปตันรักเธอมาก...เพนนี...แต่ทำไมเขาจึงเลือกที่จะจากไป...หรือไม่ก็ต้องพาเธอไปด้วย’ สีหน้าของเนปาแสดงออกให้รู้ว่าสงสัยมากจริง ๆ

‘เพราะเขารู้ความจริงที่ว่า...ใจของฉันมีใครคนหนึ่งอยู่เต็มหัวใจ ต่อให้เขาหักหาญบังคับให้ฉันเดินทางไปกับเขา...แต่เขาจะได้ฉันไปเพียงแต่ตัวเท่านั้น’ ฉันเฉลยความจริงให้รู้อย่างหมดเปลือก ขณะนึกขำในใจว่าเมื่อไหร่เราทั้งสองจะได้เดินขึ้นไปบนเรือนสักที เพราะตอนนี้ฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว

‘ใครคนหนึ่ง...ในตอนนั้นเธอยังมีใครอีกคนที่เธอรักอีกหรือ’ เนปาทำสีหน้าหงุดหงิดก่อนจะเดินหันหลังให้ไปหยุดยืนอยู่ที่ท่าไม้จอดเรือริมคลอง ‘แล้วตอนนี้เขาคนนั้นหายไปไหน’

ฉันเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างหลังของเนปาก่อนจะสวมกอดเขาไว้ทางด้านหลัง ความอบอุ่นจากเรือนกายแผ่นหลังของเขาทำให้ฉันอยากจะยืนซบอยู่ต่อไปอย่างนั้นนาน ๆ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาคงกำลังกังวลใจรอฟังคำตอบจากฉันอยู่...เพราะสัมผัสได้ว่าหัวใจของเขาช่างเต้นแรงเหลือเกิน

‘ใครคนนั้น...ก็คือคนที่ฉันกำลังกอดอยู่ในตอนนี้อย่างไรเล่า’

เมื่อฉันคลายอ้อมแขน เนปาก็หันมาเผชิญหน้ากับฉันทันที...สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความสงสัยเสียเต็มประดา

‘แต่...ฉันเพิ่งเดินทางมาถึงสิงหลา...เราเจอกันครั้งแรกในพิธีแต่งงานของเธอและกัปตัน...ที่สำคัญตอนนั้น ฉันแทบจะไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย...เธอจะมารักคนจรผอมบักโกรก แถมยังชอบทำอะไรบ้าบอคลุ้มคลั่งอย่างฉันได้อย่างไร’

‘ฉันเคยบอกมาหลายครั้งแล้วมิใช่หรือ...ว่าฉันรักท่านมานานมาก...นานจนท่านอาจนึกไม่ถึง..รักมาก่อนที่ท่านจะมาเจอฉันในพิธีแต่งงานนั่นอีก...เราเจอกันมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว...เนปา...แต่ตอนนี้ฉันยังไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี...เรื่องมันช่างวกวนซับซ้อนเหลือเกิน...แต่หลังจากนี้ ฉันจะเล่าให้ท่านฟัง...หากท่านเปิดใจที่จะรับฟังความจริง’

เนปาใช้สองมือกุมศีรษะของเขาไว้แน่น ดวงตากรอกไปมาคล้ายกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก...ฉันคิดว่าเขาคงมีอาการปวดขึ้นมาอีกแล้ว แต่คราวนี้แทนที่ฉันจะรีบพยุงตัวพาเขาขึ้นไปพักผ่อนบนเรือน...ฉันกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะกล้าทำมาก่อน

ความกดดันอึดอัดในความรักของฉันที่มีต่อเนปา ถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานในการจู่โจมประทับรอยจูบอย่างดูดดื่มให้กับเขาท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกพรั่งพรูลงมาจากท้องฟ้า

ฉันไม่รู้หรอกว่าอาการปวดศีรษะของเนปาจะหายไปหรือเปล่า รู้แต่ว่าสองแขนของเขาก็ตระหวัดรัดรอบกายฉันไว้เช่นกัน

* * * * * * * * * * * * * *





Create Date : 15 สิงหาคม 2558
Last Update : 17 สิงหาคม 2558 10:54:24 น. 2 comments
Counter : 429 Pageviews.

 
สวัสดีจ้าคุณแกะ คิดถึงเหมือนกันนะคะ


โดย: au_jean วันที่: 17 สิงหาคม 2558 เวลา:6:09:16 น.  

 
ขอตัดบทกุ๊กกิ๊กตอนท้าย ๆ ออกดีกว่านะคะ

เขียนเองเขินเองค่ะ...ไม่รักษาภาพพจน์ให้เพนนีเล๊ยยยยย


เอาเป็นว่า....จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้เนอะ
55555555


โดย: ~My Birthday is on April 14~ วันที่: 17 สิงหาคม 2558 เวลา:11:15:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.