Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๑๖ เกมนักค้า

วันต่อมาฉันทราบข่าวจากวิเลียนว่าองค์สุลต่านสุลัยมานได้มีคำสั่งเรียกให้เมอเตสนำตัวสองเด็กหนุ่มชาวดัตช์ที่จับโจรสลัดได้เข้าเฝ้าในวันรุ่งขึ้น แต่ปัญหาคือเนปาไม่ยอมบอกความจริงว่าเด็กหนุ่มอีกคนนั้นเป็นใครอยู่ที่ไหน เรื่องนี้ทำให้เมอเตสรู้สึกขุ่นเคืองใจที่เนปาไม่ยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี

‘ท่านเมอเตสไม่พอใจเรื่องที่เนปาพาชายแปลกหน้าเข้าไปพักในสถานีการค้า ส่วนเนปายืนยันว่าเขากับชายแปลกหน้าต่างฝ่ายต่างช่วยชีวิตกันไว้ แต่เขาไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าชื่ออะไร อยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ’ วิเลียนสรุปความให้ฟังในตอนท้าย ‘ฉันเองก็น้ำท่วมปาก...บอกเรื่องที่เธอปลอมตัวเป็นชายคนนั้นไม่ได้เหมือนกัน...ตอนนี้ท่านเมอเตสสั่งให้คนของเขาสืบเรื่องนี้ ข้อมูลที่เขารู้จากคนงานที่สถานีการค้า คือชายแปลกหน้าพูดภาษาดัตช์ได้คล่องมาก’

‘ถ้าตามหาตัวชายแปลกหน้าไม่ได้ ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่...ท่านเมอเตสนำเนปาไปเข้าเฝ้าองค์สุลต่านคนเดียวก็ได้...เป็นเรื่องไปรับความดีความชอบ ไม่ใช่การส่งตัวคนร้ายสักหน่อย’

‘ถ้าให้ฉันเดา...ท่านเมอเตสคงติดใจว่าชายแปลกหน้าคนนั้นเป็นใคร เพราะหากเป็นชาวดัตช์เหมือนพวกเรา เขาควรจะต้องมาอยู่ในความดูแลของท่านเมอเตสเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในหมู่ชาวดัตช์ที่มาอาศัยอยู่ที่เมืองสิงหลา’

‘ฉันผิดมากที่ทำให้ทั้งท่านเมอเตส และเนปาต้องพบกับความลำบากใจ...ฉันจะแก้ปัญหานี้เอง’ ฉันบอกวิเลียนเพื่อให้เธอสบายใจขึ้น

ตกค่ำวันนั้น เมื่อเนปาต้องมาค้างคืนที่บ้านเมอเตสเพื่อรอไปเข้าเฝ้าในวันรุ่งขึ้น ฉันจึงสบโอกาสที่จะได้พูดคุยกับเขา

‘ทำไมท่านจึงไม่บอกความจริงไปล่ะ’ ฉันกระซิบถามทันทีที่มีจังหวะ ‘เมอเตสจะได้ไม่เข้าใจผิดในตัวท่าน’

‘ถ้าคนอื่น ๆ รู้ว่าชายคนนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นเธอ...เป็นผู้หญิง...ต่อไปเธออาจอยู่ลำบาก’ เนปาสอดสายส่ายตาระแวดระวังขณะพูดเสียงเบาหวิว...เขาดึงแขนฉันให้ออกไปยืนคุยกันที่ใต้ต้นไม้หลังบ้านซึ่งปลอดผู้คน

‘ขอบคุณที่ท่านเป็นห่วง’ ฉันยิ้มกว้างออกมาได้ทั้งที่อีกฝ่ายมีสีหน้าเคร่งขรึม ‘แต่ฉันดูแลตัวเองได้ ท่านเห็นฝีมือฉันมาแล้วนี่ อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็จัดการโจรสลัดได้’

‘อย่าประมาท ยิ่งทำเป็นเก่งก็ยิ่งหาเรื่องเข้าตัวมากขึ้นเท่านั้น ระมัดระวังตัวเองไว้จะดีกว่า’ เนปาบ่น ‘ถึงแม้ความทรงจำจะหายไป แต่ฉันก็ได้เรียนรู้วิธีเอาตัวรอดระหว่างที่ต้องเร่ร่อนใช้ชีวิตอยู่กับพวกโจรสลัดในทะเลก่อนจะพบกับท่านเมอเตส’

‘ความทรงจำแรกที่ท่านมีอยู่คืออะไร’ ฉันสนใจประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นอย่างมาก

เนปามีแววตาครุ่นคิดก่อนจะเล่ายืดยาว

‘ทุกอย่างที่เห็นมืดไปหมด...คืนนั้นฉันลอยคออยู่กลางทะเลสีดำน่ากลัว...คว้าได้เพียงขอนไม้ประคองร่างไม่ให้จมลง ฉันไม่รู้ว่าหมดสติไปอีกตอนไหน จนกระทั่งเช้าต่อมาเมื่อรู้สึกตัวอีกที ฉันก็อยู่บนเรือโจรสลัดลำนั้นแล้วและถูกใช้เป็นแรงงานทาสบนเรือ  ต่อมาเมื่อถูกพวกนั้นรังแกมากเข้า ฉันก็เริ่มต่อสู้และนั่นทำให้ฉันได้รู้ว่าตัวเองมีความสามารถเรื่องการใช้ปืนและดาบได้เป็นอย่างดี หัวหน้าโจรซึ่งบอกว่ารู้สึกถูกชะตากับฉันจึงให้ฉันร่วมทีมออกปล้นด้วย และเรือลำแรกที่ฉันร่วมปล้นคือเรือของท่านเมอเตส พวกโจรสลัดชนะในตอนแรก เมอเตสถูกควบคุมตัว ฉันถูกสั่งให้จัดการฆ่าเขา ฉันกำลังจะเหนี่ยวไกปืนปลิดชีวิต แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้ฉันเปลี่ยนใจและช่วยเขาให้รอดชีวิตมาได้ ก่อนที่เรือของทหารดัตช์จะมาช่วยจัดการพวกโจรสลัดได้ทันเวลา’

‘ท่านจำอดีตก่อนหน้าที่จะลอยคออยู่กลางทะเลสีดำไม่ได้เลยหรือ’

เนปาส่ายหน้าเป็นคำตอบ แววตาดูเครียดกังวลมากขึ้น

“ดิน...คุณเข้าใจที่ฉันพูดในตอนนี้ได้ไหม” ถึงจังหวะนี้ ฉันตัดสินใจลองพูดกับเขาด้วยภาษาไทยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เราได้เจอกันที่สิงหลา “คุณจำแก้วได้ไหม...ดิน”

เนปามีอาการชะงักงัน  เขาอ้าปากค้างคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง ก่อนจะสะบัดศีรษะไปมา สองมือกุมขมับคล้ายกำลังเจ็บปวดอย่างมาก 

“เนปา...คุณเป็นอะไร” ฉันรู้สึกตกใจที่เห็นอาการแปลกๆ ของเขา แต่ฉันก็ยังคงพูดกับเขาด้วยภาษาไทย

“ไม่รู้...พอทำท่าจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...ก็รู้สึกปวดแปลบในหัว” คำตอบเป็นเสี่ยงสั่น ๆ ด้วยภาษาไทยออกมาจากปากของเนปา ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนท้องฟ้ากำลังสว่างไสวในยามราตรี

เนปาทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นดิน สองมือกุมขมับไว้แน่นทำท่าเหมือนจะอาเจียนออกมา ทำให้ฉันรู้สึกใจคอไม่ดี

“คุณไม่สบาย...ฉันว่าเข้าไปพักในบ้านก่อนดีกว่า” ฉันบอกก่อนจะช่วยประคองตัวเนปาให้ลุกขึ้นและพาเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน

เมื่อถึงประตูทางเข้า คนที่ฉันไม่อยากเจอมากที่สุดในเวลานี้ก็ก้าวออกมาขวางประตูไว้พลางส่งเสียงยียวนทักทายขึ้น ฉันไม่นึกว่าเขาจะกลับมาบ้านในวันนี้เพราะวิเลียนบอกว่ามะเตโอสจะต้องนอนค้างคืนที่ห้างสินค้านอกเมือง

‘โอ้ว...โอ้ว...โอ้ว...โอ้ว  แค่ไปยืนพร่ำพรอดกันแค่นั้น ถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรงเลยรึ...ท่านพี่เนปา’

‘หลีกทางไปเสียดีกว่า...เนปาจะต้องไปพักผ่อน’ ฉันรีบบอกเสียงเข้ม ในขณะที่เนปายังเอามือข้างหนึ่งกุมศรีษะตัวเองไว้แน่น ‘และถ้าท่านเห็นการยืนพูดคุยของพวกเราเป็นการพร่ำพรอดล่ะก็...นับว่าท่านตาถั่วมาก’

‘แล้วทำไมต้องแอบไปคุยกันไกลหูไกลตาคนอื่นด้วยเล่า’ มะเตโอสยังไม่ยอมจบ แม้จะยอมหลีกทางให้ฉันกับเนปาเดินผ่านประตูเข้ามาในบ้านแล้วก็ตาม ‘แกล้งทำเป็นปวดหัว ไม่มีแรงให้เพนนีช่วยพยุงพาเข้าห้องแบบนี้...จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันไม่บังเอิญมาเจอเข้าเสียก่อน...อย่าลืมว่าเพนนีเป็นพี่สะไภ้ของท่านนะ...ท่านพี่ชายกำมะลอ’

‘เก็บปากเน่า ๆ ของท่านไว้กินซุปดีกว่า...มะเตโอส’ ฉันชักเหลืออดแต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้ ‘อย่านึกว่าฉันจะไม่กล้าสั่งสอนท่านอีก...ไว้สู้ตัวต่อตัวกันก็ยังได้นะท่าน’

มะเตโอสมีสีหน้าโกรธเกรี้ยวมากขึ้นหลังคำท้าทายของฉัน โชคดีที่วิเลียนเข้ามาช่วยแยกมะเตโอสออกไปได้เสียก่อน

‘เนปาปวดหัวอีกแล้วใช่ไหม...เขาได้นอนพักแล้วคงดีขึ้น’ เมอเตสถามทันทีที่ฉันเข้าไปพบเขาในห้องทำงาน ‘เขาเคยบอกฉันว่ามีอาการแบบนี้ทุกครั้งที่ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว...แต่เขาก็ยังจำไม่ได้อยู่ดีว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน’

ฉันยืนนิ่งเงียบฟังเมอเตสพูด ในใจรู้สึกสับสนแทนเนปา...ฉันคิดว่าอาจยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกความจริงให้เนปารับรู้เรื่องราวที่แท้จริงของเขา

‘เธอมาที่นี่ก็ดีแล้ว...ฉันมีเรื่องบางอย่างที่ต้องการความจริง’ เมอเตสทำให้ฉันสะดุ้ง แม้จะทำใจมาแล้วว่าต้องบอกความจริงออกไป

‘ฉัน...คือเด็กหนุ่มคนนั้น เนปาไม่บอกท่านเรื่องนี้เพราะเขาไม่ต้องการให้ฉันเดือดร้อนในอนาคต’

‘ฉันเองก็สงสัยแต่ไม่แน่ใจเท่าไหร่ เด็กหนุ่มพูดภาษาของเราได้ ซ้ำยังไม่มีที่มาที่ไปจนน่าแปลกใจ’ เมอเตสหัวเราะในลำคอก่อนจะพูดต่อ ‘ว่าแต่เธอจะยอมเล่าความจริงต่าง ๆ ให้ฉันฟังไหม’

ด้วยแววตาพร้อมที่รับฟังของเมอเตสทำให้ฉันตัดสินใจเล่าเรื่องที่เนปาไปช่วยฉันให้พ้นจากพวกนักเลงจนได้รับบาดเจ็บ

‘ตอนนี้ข่าวแพร่กระจายในกลุ่มทหารสิงหลาแถวท่าเรือว่าเด็กหนุ่มผู้จับโจรสลัดเป็นคนของฉันที่สถานีการค้า...เราจึงมีความจำเป็นต้องไปเข้าเฝ้าองค์สุลต่านด้วยกัน’ บทสรุปจากเมอเตสทำให้ฉันแทบเข่าอ่อน ‘ความดีความชอบของพวกเธอทั้งสองจะช่วยให้บริษัท วี.โอ.ซี. ของเรามีโอกาสได้เปรียบพวกโปรตุเกสที่กำลังพยายามเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดที่สิงหลาได้มากขึ้น’

ฉันเดินออกมาจากห้องทำงานของเมอเตสด้วยความรู้สึกอันสับสน ก่อนจะเขกศรีษะตัวเองเบา ๆ ในเวลาต่อมาเพราะคิดเหตุผลได้ว่าเมอเตสเป็นผู้ที่มีจิตใจดีเมตตาโอบอ้อมอารีกับบริวารว่านเครือมากก็จริง...แต่อีกบทบาทเขาก็เป็นผู้แทนการค้าของบริษัท วี.โอ.ซี. การใดที่จะเป็นประโยชน์ในการทำการค้าของบริษัท เขาก็ต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ใช้เป็นเครื่องมือ

* * * * * * * * *

การเข้าเฝ้าองค์สุลต่านสุลัยมานในครั้งนี้ ฉันต้องไปในชุดแต่งกายของสตรีชาวดัตช์ซึ่งเมอเตสสั่งให้วิเลียนช่วยจัดการแต่งองค์ทรงเครื่องให้

‘ไม่มีประโยชน์ที่จะไปเท็จทูลว่าเธอคือผู้ชาย...เพนนี’ เมอเตสให้ข้อคิดที่ทำให้ฉันรู้สึกผิด ‘หากความจริงเรื่องเธอเป็นหญิงเปิดเผยในภายหน้า...ทั้งเธอ...ฉัน...และบริษัท วี.โอ.ซี. จะไม่ได้รับความไว้วางใจใด ๆ’

‘ผมของเธอยาวพอที่จะรวบมัดเป็นหางม้าได้แล้ว’ วิเลียนบอกก่อนจะจัดแจงมัดแต่งผมให้ตามที่พูด

ฉันได้แต่เฝ้าดูตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกขนลุกขนชัน...ดวงหน้าสวยหวานคมโฉบเฉี่ยวของเพนนีที่ฉันเคยเห็น...ที่แท้คือคือฉันเองในเวลานี้

เนปาปรากฏตัวให้เห็นที่ห้องโถงในชุดสูทเสื้อแขนยาวมีระบายที่แขน ด้วยความที่เขามีกล้ามเนื้อสมบูรณ์ขึ้นกว่าแต่ก่อนทำให้ดูสง่าเป็นหนุ่มขึ้นมาก เขาหันมาจ้องมองฉันชั่วครูก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นคล้ายไม่ได้สนใจอะไรฉันสักเท่าไหร่

 ‘เพนนี...เธอสวยมากจริง ๆ...เนปาตะลึงไปเลย’ วิเลียนกระซิบบอก เธอยังคงทำตาวิ้ง ๆ ชื่นชมผลงานการแต่งตัวให้ฉัน ก่อนจะทำตาโตเหมือนจะคิดอะไรได้ ‘แต่...ดูเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง...ตุ้มหู...ใช่แล้ว...เธอน่าจะมีตุ้มหูเป็นเครื่องประดับอีกสักชิ้นนอกจากสร้อยคอนั่น...เสียดายที่เธอยังไม่ได้เจาะหู...และคงไม่เหมาะถ้าฉันจะเอาตุ้มหูของฉันมาเจาะใส่หูเธอในเวลานี้’

ฉันเผลอลูบหูทั้งสองข้างของตัวเองเบา ๆ เมื่อได้ยินวิเลียนพูด...ภาพของเพนนีที่ฉันเคยเห็นปรากฎขึ้นในความทรงจำ...เพนนีผู้สวมตุ้มหูไข่มุกเพียงข้างเดียว

‘ตุ้มหูไข่มุกสีขาวเม็ดใหญ่มรดกจากพ่อสู่พี่ชายบุญธรรมกำมะลอของฉัน และสุดท้ายตกไปอยู่กับเพนนี...หญิงหม้ายสามี...พี่สะใภ้ของฉัน’

คำพูดของมะเตโอสที่เคยบอกฉันไว้ลอยเข้ามาในความทรงจำราวกับเจ้าตัวกำลังมายืนกระซิบบอกอยู่ใกล้ ๆ

ฉันหันไปมองเนปาซึ่งยืนหลังตรงมองออกไปนอกหน้าต่าง ท่าทีเฉยเมยของเขาทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก ในขณะที่มะเตโอสเดินผิวปากเข้ามาในห้อง สีหน้าท่าทางของเขายียวนกวนประสาทฉันเหลือเกิน...โชคดีที่การปะทะคารมระหว่างฉันกับมะเตโอสไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเมอเตสเข้ามาเสียก่อน

การเดินทางในสมัยนี้ยังไม่มีรถม้าเป็นพาหนะเข้าวัง เมอเตสพาฉัน เนปา และคณะผู้ติดตามขนของกำนัลแก่องค์สุลต่านลงขบวนเรือลำเล็กเพื่อเดินทางเข้าไปในเขตวัง หลังจากนั้นจึงค่อยเดินเท้าไปยังราชสำนักซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนต้องถูกตรวจค้นตัวก่อนเข้าเฝ้าองค์สุลต่าน

ก่อนจะได้เวลาเข้าเฝ้านั้น ฉันรู้สึกว่าเม็ดเหงื่อของตัวเองเริ่มผุดโปรยออกมาด้วยความตื่นเต้น ฉันเคยเห็นภาพวาดขององค์สุลต่านสุลัยมาน ชาร์ ที่หลุมศพของท่าน แม้นักประวัติศาสตร์จะอธิบายว่าไม่ได้เป็นภาพเหมือนของท่าน เป็นเพียงภาพที่ผู้เขียนวาดจำลองขึ้นตามคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมาเท่านั้น แต่ฉันก็จำภาพวาดนั้นได้ไม่ลืม...ไม่อยากเชื่อว่าในเวลานี้ฉันจะมีโอกาสได้เห็นองค์จริงใกล้  ๆ กว่าตอนที่เคยเห็นท่านในขบวนทัพทหาร

ทว่าเมื่อถึงเวลาเข้าเฝ้า ฉันก็ต้องพบกับความผิดหวังที่ไม่ได้เห็นองค์สุลต่านสุลัยมานชัด ๆ เพราะท่านประทับอยู่บนที่นั่งว่าราชการในห้องซึ่งมีม่านกั้นแยกคนเข้าเฝ้าให้อยู่ห่างออกมา มีบรรดาขุนนางราชสำนัก นายทหารชั้นผู้ใหญ่อยู่ในห้องว่าราชการชั้นในนั้น สักพักต่อมาเมื่อขุนนางเรียกชื่อเมอเตส เขาจึงได้เข้าไปข้างใน

ชื่อของเนปา ฟานเมอเตส และเพนนี ฟานเมอเตส ถูกเรียกในเวลาต่อมาหลังจากเมอเตสเข้าไปแล้วสักพักใหญ่ ฉันกับเนปาจึงได้เข้าไปในห้องว่าราชการชั้นใน แม้จะอยากเงยหน้ามององค์สุลต่านให้เต็มตา แต่ฉันคิดว่าคงไม่สมควรจึงได้แต่นั่งนิ่งฟังเมอเตสแนะนำตัวของฉันและเนปาอีกครั้ง

‘เนปา บุตรชาย และเพนนี ลูกสะไภ้’

‘เจ้าทั้งสองช่างกล้าหาญ น่านับถือ’ เสียงองค์สุลต่านสุลัยมานมีความหนักแน่นและน่าเกรงขามในความรู้สึกของฉัน...แต่สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกชื่นชมมากขึ้นไปอีกคือท่านพูดภาษาดัตช์ได้ด้วย 

ฉันคาดว่าองค์สุลต่านสุลัยมาน คงมีปรีชาสามารถพูดได้หลายภาษาแน่ ๆ เพราะการเป็นเจ้าเมืองสิงหลาต้องติดต่อค้าขายกับต่างเมือง ทั้งบรรดาพ่อค้ายุโรป จีน สยาม และชวา

‘ทหารรายงานว่าสองเด็กหนุ่มช่วยเหลือราชการโดยสกัดจับโจรสลัดไว้ได้...แต่จริงแล้วคนหนึ่งนั้นเป็นหญิง...ช่างน่าประทับใจ...โอกาสนี้ข้าขอตอบแทนในความกล้าหาญอันเป็นความดีความชอบของพวกท่านด้วยป้ายตรารัฐสุลต่านสิงหลา ชั้นสาม’

ฉันพอจะรู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่าป้ายตรารัฐสุลต่านสิงหลาจะมีหลายระดับ ซึ่งใช้สำหรับแบ่งชั้นของขุนนาง ทหาร และบริพารขององค์สุลต่าน แม้จะยังไม่รู้ว่าแต่ละระดับชั้นมีความแตกต่างในเรื่องอะไรบ้าง แต่การที่ฉันได้ป้ายดังกล่าวมาประจำตัว ก็เท่ากับว่าอย่างน้อยฉันได้สิทธิ์ในการเข้าออกประตูเมืองโดยไม่ต้องถูกตรวจตราเข้มงวดเท่ากับคนทั่วไป

ช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ ในการเข้าเฝ้า ไม่สามารถสร้างความกล้าหาญมากพอให้ฉันเงยหน้าขึ้นมององค์สุลต่านสุลัยมานได้ เมื่อออกมาข้างนอกแล้วฉันจึงมีแต่ความรู้สึกเสียดายโอกาสเป็นอย่างมาก

ขณะเดินทางออกจากอาคารราชสำนักนั้น ชายกลุ่มหนึ่งในชุดขุนนางผู้ใหญ่ประจำราชสำนักองค์สุลต่านก็ได้ปรากฏกายขึ้นและกำลังจะเดินสวนทางกับกลุ่มของพวกเรา...ถ้าฉันจำไม่ผิด...หนึ่งในนั้นเป็นคนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดี

‘ท่านอิบรามัน’ ฉันได้แต่ขานชื่อนั้นอยู่ในใจเงียบ ๆ ขณะแอบมองเขาเดินสวนทางไป

* * * * * * * * *

ฉันรีบเปลี่ยนชุดแต่งกายทันทีที่กลับถึงบ้านเมอเตส เพราะการนุ่งชุดรัดหน้าอกกระโปรงสุ่มบานยาวทำให้ฉันเดินไม่สะดวกเลยสักนิด วิเลียนได้แต่บ่นว่าเสียดายอยากให้มีคนวาดภาพฉันในชุดนั้นเก็บไว้...ฉันเชื่อว่าถ้าวิเลียนอยู่ในยุคของฉันล่ะก็ เธอต้องเป็นคนหนึ่งที่ชอบถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลเน็ตเวิร์กแน่ ๆ

‘ฉันขอเลือกชุดทะมัดทะแมงแบบนี้ดีกว่า’ ฉันบอกหลังจากแต่งตัวด้วยกางเกงขายาวและเสื้อตัวหลวมโคร่งแขนยาวสีน้ำตาลเรียบร้อยแล้ว

‘ฉันอยากให้เธอดูดีสมกับเป็นสะไภ้บ้านเมอเตสบ้าง’ วิเลียนตัดพ้อ

‘เธอก็กำลังจะได้แต่งงานกับมะเตโอส เป็นสะไภ้บ้านเมอเตสอีกคนหนึ่ง...เธอสามารถกู้ชื่อเสียงให้สะไภ้บ้านเมอเตสได้แน่นอน’ ฉันแกล้งสัพยอกวิเลียน ‘อ้อ...รึถ้าจะให้ฉันดูดีขึ้นมาบ้างล่ะก็...เธอช่วยตัดเย็บเสื้อผ้าแบบที่ชายชาวยุโรปสวมให้ฉันหน่อยสิ’

‘แบบไหนกัน’ วิเลียนทำหน้างง

‘แล้วฉันจะวาดแบบเสื้อผ้าที่อยากได้ให้เธอลองหัดเย็บดูนะ...รับรองเธอต้องร้อง...ว้าว’

‘ตกลง...ฉันอยากรู้จริงว่ามันจะออกมาเป็นยังไง’  วิเลียนยิ้มหวานก่อนจะยิ้มเขิน ๆ ‘แต่ตอนนี้ฉันขอตัวไปตัดเย็บชุดแต่งงานของฉันกับมะเตโอสก่อนนะ’

เมื่อเห็นวิเลียนหันไปสนใจกับกองเสื้อผ้าที่กำลังตัดเย็บอยู่ตรงหน้า ฉันจึงได้เวลาเดินทางกลับไปที่บ้านริมคลองสักที

แต่ระหว่างทางใกล้จะถึงบ้าน ฉันก็ได้เจอกับกลุ่มพวกนักเลงที่เคยรุมรังแกยายจันทร์เข้าโดยบังเอิญ...แต่ฉันคิดว่าเป็นความตั้งใจมาดักรอของพวกนั้นมากกว่า

‘ไอ้เคว็ดไม่ได้โกหก...แกอยู่ที่บ้านริมคลองท้ายหมู่บ้านวิลันดาจริง ๆ ด้วย’ ไอ้คนอ้วนหัวหน้ากลุ่มแสยะยิ้มน่าเกลียด ‘คราวนี้คงไม่มีคนมาช่วยแกทันอีกเหมือนครั้งก่อนหรอก’

‘นี่พวกแกไปบังคับถามจากไอ้เคว็ดมาเหรอ’ ฉันรู้สึกเป็นห่วงครอบครัวยายจันทร์ขึ้นมาทันที

‘พวกฉันไม่ได้เป็นโจร...ไอ้เคว็ดมันเป็นหนี้ฉันเพราะแพ้พนันชนไก่...พอถูกทวงมันกลับชิ่งหนี...ฉันก็ต้องไปเอาเงินจากแม่ของมันสิ...แต่วันนั้นแกกับเพื่อนมายุ่งไม่เข้าเรื่อง...ในเมื่อไอ้เคว็ดไม่มีเงินให้ฉัน...แกก็ต้องช่วยจ่ายแทนมัน โทษฐานแส่ไม่เข้าเรื่อง’

‘เสียเวลาเปล่า...ตอนนี้ฉันไม่มีเงินทองติดตัวหรอก...ต้องรอให้ได้เงินค่าจ้างจากเจ้านายก่อน’ ฉันพยายามพูดเจรจาดีๆ เมื่อรู้ว่าพวกเขาก็แค่วัยรุ่นนักเลงการพนันเท่านั้น ซึ่งต้องหาทางสั่งสอนให้เข็ดหลาบ จะได้ไม่มายุ่งกับฉันและครอบครัวยายจันทร์อีก ‘ไอ้เคว็ดเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่’

‘สองเหรียญทองสิงหลา’ หัวหน้ากลุ่มบอกเสียงดังฟังชัด

‘เอาอย่างนี้ดีกว่าไหม...ในเมื่อไอ้เคว็ดมันเป็นหนี้เพราะแพ้พนันชนไก่...งั้นให้ฉันเล่นแก้ตัวแทนไอ้เคว็ดก่อนได้ไหม...หากฉันแพ้ พวกพี่เอาไปสองเท่าจากหนี้เดิม แต่ถ้าชนะ ก็ต้องล้มล้างหนี้ให้ไอ้เคว็ด’

‘สองเท่าจากหนี้เดิมนี่มันเท่าไหร่วะ’ ตัวหัวหน้าทำหน้ามึนด้วยความสงสัย

‘สี่เหรียญทองสิงหลา’ ฉันให้คำตอบก่อนจะถามย้ำอีกครั้ง ‘ตกลงไหม...สัญญาแบบลูกผู้ชาย’

พวกนั้นมองหน้ากันไปมาสักพัก คนที่เป็นหัวหน้าก็ตอบตกลง

* * * * * * * * *




Create Date : 14 กรกฎาคม 2557
Last Update : 19 กรกฎาคม 2557 13:30:17 น. 5 comments
Counter : 791 Pageviews.

 
เดี๋ยวดึกๆมาค่า พี่แกะ^^


โดย: lovereason วันที่: 15 กรกฎาคม 2557 เวลา:14:53:04 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ฝากเธอ2 Music Blog ดู Blog
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: pantawan วันที่: 15 กรกฎาคม 2557 เวลา:23:37:16 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
แวะมาเยี่ยมคะ


โดย: pantawan วันที่: 16 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:13:57 น.  

 
มะไรจะมาคะ


โดย: คิดถึงมาก IP: 157.7.205.214 วันที่: 28 กรกฎาคม 2557 เวลา:15:14:12 น.  

 
เป็นอย่างไรบ้างคะ
คิดถึงนะคะ


โดย: pantawan วันที่: 1 สิงหาคม 2557 เวลา:23:15:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.