Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
21 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๑๔ เพื่อนสนิท

หญิงสาวเจ้าของดวงตากลมโตสีน้ำตาลเป็นประกายส่งยิ้มกว้างมาให้ ผมสีน้ำตาลของเธอเหยียดตรงสลวยยาวถึงกลางหลัง ผิวสีแทนยิ่งขับให้ดวงหน้านั้นหวานคมเข้มมีเสน่ห์สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น...เสียงหวาน ๆ ที่เอื้อนเอ่ยออกมาให้ได้ยินนั้น ทำให้ฉันฉุกใจได้ว่า...เธอน่าจะเป็นแม่ของสร้อยในอนาคต 

‘เกิดอะไรขึ้น...ทำไมป้าต้องพาคนเจ็บมาที่บ้าน’ เจ้าของเสียงหวานถามขณะยื่นหน้าเข้าไปดูเนปาใกล้ ๆ ‘ท่าทางไม่น่าจะใช่ชาวบ้านธรรมดา...หน้าตาเหมือนพวกฮอลันดา...พวกเขามีหมอดูแลกันเองไม่ใช่รึป้าจันทร์’

‘ฉันถูกพวกไอ้เถิดมันรุมจะปล้นทำร้าย แต่พ่อหนุ่มนี่มาช่วยไว้’ ยายจันทร์ชี้มือมาที่ฉัน ‘สักพักพ่อหนุ่มอีกคนก็มาช่วยอีกแรง แต่เขาพลาดท่าถูกไอ้เถิดฟันเข้าที่ท้อง...ฉันจึงต้องรีบพาเขามาให้ลุงเอ็งรักษาก่อน’

‘แผลไม่ลึกมาก...แต่ก็ต้องไม่เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่อย่างนั้นเลือดจะออกมาอีก’ สามียายจันทร์บอก ‘นี่ก็ค่ำแล้ว...คงต้องให้คนเจ็บนอนที่บ้านเราก่อน’

‘ฉันขอค้างที่นี่ด้วยได้ไหม...ฉัน...เอ่อ...อยากดูแลเขาด้วยตัวเอง’ ฉันรีบบอกทันที ‘เขาช่วยชีวิตฉันไว้’

‘ได้สิ...ฉันต้องขอบใจพ่อหนุ่มทั้งสองคนที่ช่วยชีวิตฉันไว้’ ยายจันทร์น้ำตาซึมขณะพูดก่อนจะหันไปสั่งหลานสาวทั้งสอง ‘ไปจัดกับข้าวกับปลามาให้พ่อหนุ่มสองคนนีเร็วเข้าสิ...นี่ก็ค่ำแล้วพวกเขาคงหิวเต็มที’

‘แล้วแกล่ะจันทร์  ...แกเพิ่งกลับมา คงยังไม่ได้กินข้าวมื้อเย็น’ สามียายจันทร์ถามสีหน้าห่วงใย

‘ฉันกินที่บ้านพ่อบุญเรียบร้อยแล้วหลังทำคลอดเมียเขาเสร็จ’

เมื่อเจ้าของบ้านทั้งสี่คนลุกออกไปแล้ว ฉันจึงได้ยินเสียงออกมาจากปากของเนปาซึ่งก่อนหน้านี้ได้แต่มองคนนั้นทีคนนี้ที...นั่นอาจเป็นเพราะเขาไม่เข้าใจภาษาที่คนอื่น ๆ กำลังคุยกันอยู่เป็นแน่

‘ฉันต้องกลับไป’ เนปาพูดขณะทำท่าเหมือนจะพยุงตัวลุกขึ้น ‘ฉันต้องไป’

‘ท่านจะไปไหน...ท่านต้องอยู่นิ่ง ๆ จนกว่าเลือดจะหยุดไหล’ ฉันทำเสียงเข้มเพื่อหวังห้ามปรามพลางจับดันไหล่เขาให้นอนลงไปเหมือนเดิม ‘ท่านควรนอนพักที่นี่’

‘นี่ก็ค่ำแล้ว...ไม่ได้...ฉันต้องไป...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้’

‘ท่านจะไปไหนตอนนี้ไม่ได้...ไม่อย่างนั้นเลือดจะออกมาอีก’

‘ปล่อยฉัน...ไม่อย่างนั้นแกจะเจ็บตัว’ เนปาขู่เสียงกร้าว แสงไฟจากตะเกียงทำให้เห็นว่าเขากำลังขมวดคิ้วเข้มอย่างเคร่งเครียด สีหน้ามีกังวลอย่างชัดเจน

‘ท่านกำลังบาดเจ็บ...ทำไมจะต้องฝืนตัวเองกลับไปด้วย’

‘เรื่องของฉัน...อย่ามายุ่ง’ เนปาตวาดลั่นขณะฝืนแรงจะลุกขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้ฉันก็สังเกตุเห็นเลือดไหลซึมออกมาจากห่อผ้าสมุนไพร

‘อย่าดื้อสิ...เนปา’ ฉันส่งเสียงอ้อนวอน

‘แก...แกรู้จักฉันด้วยรึ’ เนปาชะงักหยุดการดิ้นรนที่จะลุกขึ้นไปชั่วคราว ‘นั่นสิ...แกเป็นใคร...ทำไมต้องไปวนเวียนอยู่ที่บ้านริมคลองท้ายหมู่บ้านวิลันดา’

ถึงตอนนี้ฉันก็พอจะเดาความได้ว่าเนปาไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร...อาจเป็นเพราะฉันแต่งตัวแบบผู้ชาย แถมยังใช้เขม่าฟืนมาทาหน้าทาตัว โพกผ้าปิดศีรษะและหน้าตาไว้นั่นเอง

แม้ตอนนี้ผ้าที่โพกศีรษะไว้จะหลุดลุ่ยลง...แต่เนปาคงยังดูไม่ออก เพราะเป็นเวลามืดค่ำแล้ว...แสงไฟจากตะเกียงไม่สว่างมากพอที่จะทำให้เขารู้ความจริงว่าฉันเป็นใคร

‘บ้านริมคลองท้ายหมู่บ้านวิลันดา’ ฉันทวนคำพูดท้ายประโยคของเขาด้วยความสงสัย ‘ท่านรู้ได้อย่างไร’

เนปาเงียบไม่ให้คำตอบกลับมา...แต่ฉันคิดได้ว่าการที่เนปามาพบเหตุการณ์และช่วยฉันจากคนร้ายได้ทันเวลานั้น...ไม่น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เขาเดินทางผ่านมาโดยบังเอิญแน่ ๆ เพราะถนนดินเส้นนั้นไม่ได้เป็นเส้นทางไปที่หมู่บ้านวิลันดาแต่อย่างใด

‘ท่าน...แอบสะกดรอยตามฉันใช่ไหม’ ฉันพยายามพูดเสียงเข้มและทุ้มหนาขึ้นเมื่อนึกแผนการณ์อะไรบางอย่างออก ‘และทำไมท่านถึงรู้ว่าฉันไปวนเวียนที่บ้านริมคลองท้ายหมู่บ้านวิลันดา’

‘จากที่เห็นว่าแกมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น...ฉันคิดว่าแกอาจเป็นคนดี’ เนปาพูดเหมือนจะเกริ่นเรื่องราวก่อนจะย้อนถามคำถามเดิมอีกครั้ง ‘แต่แกต้องตอบมาก่อนว่าไปที่บ้านหลังนั้นทำไม’

‘ถ้าฉันไม่ตอบล่ะ’ ฉันแกล้งแหย่เพื่อลองใจเนปา

‘ถ้าไม่ตอบก็จงปล่อยให้ฉันกลับไปเดี๋ยวนี้’ เนปาตวาดเสียงกร้าว ‘และขอเตือนแกไว้ว่า...อย่าคิดทำอะไรไม่ดีกับผู้หญิงที่อยู่บ้านหลังนั้นเด็ดขาด...ไม่อย่างนั้น...ฉันจะฆ่าแก’

อาการตกตะลึงอึ้งกิมกี่เกิดขึ้นโดยฉับพลันราวกับว่ามีใครมาแอบลอบฉีดยาชาเข้าให้...และนั่นทำให้เนปาใช้จังหวะนั้นผลักฉันออกก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ

‘ฉันไม่ได้คิดร้ายกับ...เพนนี’ ฉันตัดสินใจตะโกนบอกเมื่อเห็นเนปาเดินโซเซไปจนใกล้บันไดตรงนอกชาน ‘ฉัน..ได้รับคำสั่งให้ไปคอยดูแลเพนนีที่บ้านหลังนั้น’

เนปาหยุดเดิน เขาหันหลังกลับมาที่ฉัน

‘ใครสั่ง...คงไม่ใช่ท่านเมอเตส เพราะเขารู้แล้วว่าฉัน...’

‘เกิดอะไรขึ้น...แล้วนั่นพ่อหนุ่มจะไปไหน’ เสียงยายจันทร์ดังขัดจังหวะขึ้น ‘นั่นเลือดไหลออกมาอีกแล้ว’

‘วีเลียน...วิเลียนให้ฉันไปคอยดูแลความปลอดภัยให้เพนนี...เธอเป็นห่วงที่เพนนีต้องอยู่ที่บ้านหลังนั้นคนเดียว’ ฉันแต่งเรื่องเพื่อหวังให้เนปาสบายใจขึ้น ในขณะที่หัวใจของฉันเองกำลังพองโตเมื่อได้รู้ความจริงแล้วว่าเนปาคอยแอบดูแลฉันอยู่ห่าง ๆ มาตลอด

ในที่สุดเนปาก็สงบลงด้วยความช่วยเหลือของลุงทอง แม้ก่อนหน้านั้นเนปาจะไม่ยอมเปลี่ยนความคิดที่จะลงไปจากบ้าน กระทั่งลุงทองมาบอกแผนการณ์ให้ฉันพยายามเกลี้ยกล่อมให้เนปายอมใช้สมุนไพรปิดแผลใหม่อีกครั้ง

‘เขาหลับไปแล้วใช่ไหม...ลุงทำได้อย่างไร’ ฉันถามด้วยความแปลกใจ แม้จะเห็นกับตาแล้วว่าหลังจากใช้ผ้าสมุนไพรพันปิดบาดแผลให้เนปาเสร็จแล้ว ลุงจันทร์ก็ใช้เข็มยาวด้ามหนึ่งปักลงไปที่แขนของเนปา

 ‘นอกจากจะเป็นหมอสมุนไพรแล้ว...ลุงทองเป็นหมอฝังเข็มด้วยนะ...ลุงแกเรียนมาจากหมอชาวจีนคนหนึ่งที่รอดจากเรือแตกกลางทะเลมาขึ้นฝั่งที่สิงหลาเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน’ ยายจันทร์เป็นคนอธิบาย ‘พ่อหนุ่มแค่หลับไปเท่านั้น...สบายใจได้’

เมื่อเนปาหลับไปแล้ว ฉันจึงได้มีโอกาสจ้องมองดูเขาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น แสงไฟจากตะเกียงส่องประกายผมสีน้ำตาลแดงของเขา ทำให้ความทรงจำของฉันเจิดจรัสมากยิ่งขึ้น...เนปาในวัยนี้ มีใบหน้าผอมซูบกว่านายทหารเนปาที่ฉันเคยเห็นมาก่อน คิ้วเข้มและจมูกที่โด่งเป็นสันรับกับปากรูปกระจับสวยใต้ไรหนวดนั้น ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะลูบดวงหน้าของเขาเบา ๆ ด้วยความรู้สึกอันหลากหลายสับสนจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป

* * * * * * * * * * * * * *

เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ฉันก็พบว่าเนปาได้เดินทางออกไปก่อนหน้าที่ฉันจะตื่นได้ไม่นานนัก

‘เขาคงไม่เข้าใจภาษาของเรา...ฉันบอกให้เขากินยาก่อนจะไป เขาก็ไม่ยอมกิน’ ฉายเป็นคนบอกเมื่อฉันถามหาเนปา  ‘ว่าแต่...หน้าท่านเปื้อนเขม่าฟืนมาใช่ไหม...ฉันเห็นมันลอกออกมากแล้ว...ไปล้างหน้าที่ท่าน้ำหลังบ้านก่อนเถอะ’

‘ขอบใจมาก...ฉันต้องไปแล้วเหมือนกัน’ ฉันรีบบอกหญิงสาวซึ่งกำลังมีแววตาสงสัยขณะจ้องหน้าฉัน ‘ฝากบอกยายจันทร์...เอ่อ...ป้าจันทร์ของเธอด้วยว่า...ฉันจะแวะมาเยี่ยมเยียนอีก’

เมื่อลงจากบ้านของยายจันทร์ ฉันก็เห็นว่าเนปากำลังเดินตัวงอก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก

‘ท่านจะไปไหน...ฉันจะไปส่ง’ ฉันรีบวิ่งไปประคองตัวเขาไว้ได้ทันก่อนที่เนปาจะทรุดตัวลง

‘ฉันต้องไป...ที่บ้านหลังนั้น’

‘บ้านหลังไหน...อย่าบอกนะว่า...ท่านจะไปที่บ้านของเพนนี’

‘เมื่อคืนคงไม่มีใครไปคอยดูแลความปลอดภัยให้...เพราะแกก็อยู่กับฉัน’ เนปาให้คำตอบที่ทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นที่สุด ‘ผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียว...อาจมีอันตราย’

‘เพนนีไม่เป็นอะไรหรอกน่า...แต่ท่านนี่ล่ะ...จะมีอันตรายถ้าหากยังดื้อดึงเดินต่อไป’ ฉันบอกก่อนจะหาทางออกได้ในที่สุด ‘รออยูที่นี่...ฉันจะไปขอยืมเรือยายจันทร์พายไปส่งท่านที่บ้านของเพนนี...ขืนเดินโซเซไปแบบนี้ อีกนานกว่าจะถึง นั่งเรือไปเร็วกว่าเยอะ’

และแล้วเนปาก็ยอมที่จะทำตามที่ฉันบอก...โชคดีที่ยายจันทร์ให้ความช่วยเหลือพวกเราเป็นอย่างดี และสั่งให้หลานชายเป็นคนพายเรือไปส่ง...และนั่นทำให้ฉันได้มีโอกาสเจอลุงเคว็ดในวัยหนุ่ม...เขายังไม่ได้อ้วนลงพุงมากสักเท่าไหร่ แต่ศีรษะล้านเลี่ยนเตียนโล่งเรียบร้อยแล้ว

เมื่อส่งเนปาขึ้นฝั่งตรงท่าน้ำหน้าบ้านของเพนนีแล้ว ฉันก็ทำทีเป็นนั่งเรือกลับมากับลุงเคว็ด ก่อนจะขอลงจากเรือเมื่อเห็นว่าพ้นจากสายตาของเนปาแล้ว

ฉันเดินลัดเลาะต้นไม้ริมคลองกลับไปที่บ้าน  เห็นเนปายืนด้อม ๆ มอง ๆ อยู่หลังต้นไม้ข้างบันไดบ้านคล้ายกำลังรอให้คนที่เขาคิดว่าอยู่บนบ้านหลังนั้นปรากฎตัว...กระทั่งเวลาผ่านไปนานพอสมควร เนปาก็เริ่มมีอาการกระสับกระส่ายทำท่าจะเดินขึ้นไปบนบ้านแต่แล้วก็เปลี่ยนใจกลับมาหลบอยู่หลังต้นไม้เหมือนเดิม

แม้จะรู้สึกดีใจที่เห็นว่าเนปาเป็นห่วงฉันมากขนาดไหน แต่ฉันก็รู้สึกสงสารและเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเขาเป็นอย่างมาก...ฉันคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดคือจะต้องทำให้เนปาเห็นว่าเพนนีอยู่ที่บ้านอย่างปลอดภัยแล้วนั่นล่ะ  เขาถึงจะยอมกลับไปและรักษาบาดแผลของตัวเอง

เมื่อนึกแผนออก ฉันจึงค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในคลอง จัดแจงล้างหน้าล้างตัวเพื่อล้างเขม่าฟืนออก ก่อนจะว่ายน้ำไปที่ท่าน้ำหน้าบ้าน

‘นั่นใครน่ะ’ ฉันแกล้งส่งเสียงตะโกนถามเสียงแหลมสูงเหมือนกำลังตกใจ ‘มาแอบดูอยู่หน้าบ้านของฉันทำไม’

เนปาสะดุ้งโหยงจนฉันต้องเผลอหัวเราะออกมา เขาหันมาตามเสียงของฉัน สีหน้าซีดเผือดของเนปาทำให้ฉันหยุดหัวเราะโดยฉับพลันด้วยความเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเขา

‘ท่านเมอเตส...ให้ฉันมาดูว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง’ เนปาให้คำตอบด้วยสีหน้าเฉยเมยจนฉันแอบหมั่นไส้กับการวางท่าของเขา แถมยังเอาเมอเตสมาอ้างอีกต่างหาก ‘ว่าแต่...เธอไปอยู่ในน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่...ทำไมตอนมาฉันจึงไม่เห็นเธอเลย’

‘ฉันว่ายน้ำเล่นไปทางโน้น’ ฉันชี้ไปทางคลองสายใหญ่ ‘พอเห็นเรือพายเข้ามาที่คลองสายเล็กนี่ก็เลยว่ายกลับมาดู...และก็ได้เห็นว่าท่านแอบมายืนด้อม ๆ มอง ๆ อยู่หน้าบ้าน’ 

‘ไม่ได้แอบ’ เนปาทำเสียงสูง

‘นั่น...ท่านบาดเจ็บนี่’ ฉันแกล้งทำสีหน้าตกใจ ‘เกิดอะไรขึ้น...แล้วทำไมท่านเมอเตสยังให้ท่านมาที่นี่อีก ทั้ง ๆ ที่ท่านบาดเจ็บแบบนี้’

เนปากระอึกกระอักจนฉันต้องยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจที่ดักทางเขาได้

‘ท่านมาที่นี่ทุกวันจริงหรือ’ ฉันแกล้งเดาสุ่มโยนหินถามทาง

‘ทะ...เธอ...เธอรู้ได้ยังไง’ เนปามีอาการตกใจมากขึ้นไปอีก แต่ฉันรู้สึกดีใจเป็นที่สุด

‘คนของวิเลียนบอกฉัน...เขาเพิ่งนั่งเรือกลับไปพร้อมชายหัวล้าน  ฉันได้คุยกับเขาตอนที่ฉันว่ายน้ำกลับมาพอดี’ ฉันอำต่อไป

‘เอิ่มมมม...เธอเคยมีบุญคุณช่วยเหลือฉันไว้...ฉันจึงไว้ใจว่าเธอคงเป็นเพื่อนกับฉันได้...ผู้หญิงอยู่เพียงลำพัง...ฉันกลัวว่าเธอจะมีอันตราย’ เนปาบอกน้ำเสียงจริงจังก่อนจะเปลี่ยนมาทำเสียงดุ ‘ขึ้นมาจากน้ำเถอะ...จะแช่น้ำอยู่ทำไม’ 

‘จะขึ้นไปได้ยังไง...ฉัน...ฉันนุ่งผ้าผืนเดียวอยู่นะ’ ฉันออกอุบาย ‘ท่านต้องหันหน้าไปทางอื่น  ห้ามหันมามองฉันเด็ดขาด’

แน่ล่ะ...ถ้าเนปาหันกลับมามอง...เขาก็จะเห็นว่าฉันอยู่ในชุดของผู้ชายคนที่อยู่กับเขาเมื่อคืนนั่นเอง

* * * * * * * * * * * * * *

‘หน้าของท่านซีดมาก...ท่านควรพักอยู่ที่นี่ เดี๋ยวฉันจะไปตามหมอเฟอนันให้มารักษาท่าน’

‘ไม่ได้...หากมีใครรู้ว่าฉันมาที่นี่...เธอจะเสียหายได้’ เนปาให้เหตุผลที่ฉันนึกไม่ถึง ‘โดยเฉพาะมะเตโอส’

‘อืมมมม....ไหนท่านบอกว่าท่านเมอเตสสั่งให้ท่านมาที่นี่’ ฉันอดที่จะดักคอไม่ได้ ‘แต่ช่างเถอะ...ก่อนหน้านี้ท่านก็พูดแล้วว่ามาดูแลฉันในฐานะเพื่อนที่เคยช่วยเหลือกันไว้...มาตอนนี้...ชีวิตของเพื่อนอย่างท่านก็สำคัญสำหรับฉันมากกว่าอะไรทั้งหมด’

‘ขอบใจ’ เนปามีท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามลง

‘ไม่ต้องขอบใจหรอก...เป็นเพราะฉัน...ท่านจึงต้องมาเดือดร้อนแบบนี้’

‘เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย...ฉันถูกทำร้ายบาดเจ็บเพราะไปช่วยคนกำลังถูกรุมรังแกต่างหาก’

‘ฉันหมายถึง...ท่านต้องเดือดร้อนเพราะต้องคอยมาดูแลความปลอดภัยให้ฉัน  ทั้ง ๆ ที่ยังบาดเจ็บอยู่แท้ ๆ’

‘แค่ถาก ๆ เท่านั้น...ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกน่า’ เนปายังคงดื้อรั้นจนฉันอยากจะหยิกให้เนื้อเขียว

‘อีกอย่างกว่าท่านจะเดินทางกลับไปถึงสถานีการค้าที่ท่าเรือ...คงได้มีเลือดออกมาอีกแน่ ๆ ...เพราะฉะนั้น นอนพักที่นี่ ฉันจะหาทางให้หมอเฟอนันมารักษาท่านโดยไม่ให้มีใครรู้’

เมื่อเนปายอมนอนพักอยู่ที่บ้านแล้ว ฉันจึงรีบเดินทางไปหาวิเลียน โชคดีที่มะเตโอสไม่อยู่บ้าน วิเลียนทำตามแผนโดยสั่งให้คนรับใช้ขี่ม้าไปรับหมอเฟอนันที่สถานีการค้าและพาไปรักษาอาการป่วยให้เพนนีที่บ้าน

‘เพนนีไม่ได้ป่วยหรอกหรือ’ หมอเฟอนันมีสีหน้าแปลกใจทันทีที่เห็นฉันกับวิเลียนนั่งยิ้มอยู่บนบ้าน

เมื่อฉันบอกว่าคนที่ต้องการหมอคือเนปา หมอเฟอนันก็มีสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที

‘เกิดอะไรขึ้น...เนปาออกมาจากสถานีการค้าตั้งแต่เมื่อเที่ยงวาน ท่านเมอเตสเข้าใจว่าเขากลับไปที่บ้าน’

‘ฉันถูกทำร้ายบาดเจ็บ...มีหมอสมุนไพรช่วยรักษาไว้ เมื่อคืนฉันนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านของหมอคนนั้น’ เนปาเป็นคนอธิบาย ‘เพิ่งให้คนมาส่งที่บ้านเพนนีเมื่อเช้า  เพื่อ...เพื่อ...’

‘เพื่อให้ฉันไปตามหมอมาช่วยไงเล่า’ ฉันเสริมเมื่อเห็นเนปาไปต่อไม่ได้ ‘แต่ที่ให้คนไปบอกว่ามารักษาฉันแทน  เพราะไม่อยากให้มะเตโอสและคนของเขารู้เรื่องที่เนปามาพักรักษาตัวที่บ้านหลังนี้’

‘เอาเป็นว่า...ฉันจะไม่บอกใครเรื่องนี้ก็แล้วกัน’ หมอเฟอนันบอกในที่สุด

ฉันคิดว่าเขาคงเข้าใจถึงปัญหาการบาดหมางของคนในครอบครัวเมอเตสเป็นอย่างดี

ต่อมาในเวลาสายของวันนั้น เนปาก็นั่งเรือกลับไปที่สถานีการค้าพร้อมกับหมอเฟอนัน แม้ฉันจะเป็นห่วงเนปาและอยากจะตามไปช่วยดูแลเขามากเพียงใดก็ตาม แต่ก็ต้องห้ามใจตัวเองไว้...เพราะถึงอย่างไรเสีย ในสายตาคนอื่น ๆ นั้น...เนปาถือเป็นน้องสามีของเพนนี  แม้จะเป็นเพียงน้องบุญธรรมก็ตาม

นอกจากเมอเตอัสกับฉันแล้ว มีเพียงเมอเตสที่รู้ความจริงว่าการแต่งงานระหว่างฉันกับเมอเตอัสเป็นไปเพียงแค่ในนามเท่านั้น

* * * * * * * * * * * * * *




Create Date : 21 มิถุนายน 2557
Last Update : 22 มิถุนายน 2557 1:19:45 น. 3 comments
Counter : 735 Pageviews.

 
สวัสดีค่า พี่แกะ ^^
เพิ่งมาค่ะ
แปะโป้งไว้พรุ่งนี้มาอ่านนะคะ
ต้องใช้สมาธิมาก ^^

แต่ชื่อตอนนี่แบบว่า เพนนีแก้วกับเนปาแน่ๆเลย >//<
พรุ่งนี้มาใหม่ค่า





โดย: lovereason วันที่: 22 มิถุนายน 2557 เวลา:1:33:01 น.  

 
หวัดดีจ้าน้องนุ่น^^

ตอนนี้มีแอบหยอดหวานนิดนึง

หลังจากนี้เพนนีจะเจอบทหนักแล้วค่ะ อิอิ


โดย: ~My Birthday is on April 14~ วันที่: 22 มิถุนายน 2557 เวลา:8:20:04 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณนุ่น
ขอโทษที่ไม่ค่อยได้แวะมาเยี่ยม งานยุ่งมากๆ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


 ~My Birthday is on April 14~Literature Blogดู BlogดาวริมทะเลTravel Blogดู Blogคนบ้า(น)ป่าHome & Garden Blogดู BlogTristyFood Blogดู Blogเฉลิมลาภ ทราบแล้วเปลี่ยนMusic Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: pantawan วันที่: 6 กรกฎาคม 2557 เวลา:0:12:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.