Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
15 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๑๓ เสียงที่คุ้นเคย

 

ผู้แทนการค้าเมอเตสตัดสินใจหาทางออกเพื่อยุติเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างมะเตโอสกับฉัน โดยการยอมให้ฉันออกจากบ้านตามที่ฉันเป็นผู้ร้องขอ หลังจากที่มะเตโอสอาละวาดแผลงฤทธิ์ว่าจะไม่ยอมให้อภัยถ้าหากยังมีฉันให้เห็นหน้าอยู่ในบ้าน

‘ฉันขอแสดงความรับผิดชอบทั้งหมด...เป็นความผิดของฉัน...ที่เผลอใช้อาวุธทำให้มะเตโอสบาดเจ็บ’

‘แต่ฉันรู้มาว่าเธอทำไปโดยไม่เจตนา’ เมอเตสมีน้ำเสียงแสดงความเห็นใจ

‘เพื่อปกป้องไอ้เด็กโจรสลัดนั่น’ มะเตโอสเสียงแหวขึ้น ‘ท่านพ่อคงสบายใจที่ฉันเป็นคนบาดเจ็บ  แทนที่จะเป็น...’

‘แต่ท่านเป็นคนก่อเรื่องก่อน’ วิเลียนแทรกขึ้นบ้าง

‘พอเถอะ...เอาเป็นว่า...ฉันเป็นคนทำร้ายมะเตโอส...ฉันขอรับผิดชอบ’ ฉันพูดเสียงดังหนักแน่น เพื่อตัดความไม่ให้มะเตโอสกับวิเลียนต้องทะเลาะกันอีก ‘ให้ฉันออกไปจากที่นี่น่ะดีแล้ว...เพราะบางทีฉันอาจเผลอทำร้ายเขาอีกก็ได้’

‘เห็นไหมท่านพ่อ...ในที่สุดเพนนีก็ยอมรับออกมาแล้วว่าคิดจะทำร้ายฉัน’ มะเตโอสยุทันที ‘ผู้หญิงคนนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เมอเตอัสตาย...ท่านไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ’

‘เอาล่ะ...ฉันจะไม่ให้เพนนีอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกต่อไปแล้ว’ เมอเตสพูดเสียงราบเรียบด้วยสีหน้านิ่งสงบ ‘และเพื่อตัดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ฉันจะให้เนปาย้ายไปอยู่ที่สถานีการค้าท่าเรือ’

ฉันหันไปดูคนที่ยืนเงียบไม่มีปากไม่มีเสียงอยู่ตรงข้างประตูห้องทำงาน...เนปาก้มศีรษะรับคำสั่งของพ่อบุญธรรมด้วยท่าทีอ่อนน้อม แต่เมื่อฉันหันไปเห็นสีหน้าชื่นมื่นปนเยาะเย้ยถากถางของมะเตโอสแล้วก็ให้นึกหมั่นไส้ขึ้นมาเป็นที่สุด

แม้ยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่อาศัยที่ไหน แต่ฉันก็จัดการเก็บเสื้อผ้าข้าวของที่มีอยู่น้อยชิ้นใส่ห่อผ้าและเตรียมตัวเดินทางออกจากบ้านของท่านเมอเตสหลังจากกินอาหารมื้อเที่ยงเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้าพ้นออกจากประตูห้อง เสียงคนสนิทของท่านเมอเตสก็ดักทางไว้เสียก่อน

‘ท่านเมอเตสต้องการพบที่ห้องทำงาน’

เมื่อเข้าไปพบเมอเตสตามคำสั่ง...สิ่งที่ได้รับรู้ในเวลาต่อมาทำให้ฉันอดที่จะน้ำตาซึมไม่ได้...เมอเตสเสนอให้ฉันไปอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง...บ้านที่เขาตั้งใจจะสร้างเป็นเรือนหอให้ฉันกับเมอเตอัสอยู่ด้วยกันหลังแต่งงาน

‘บ้านยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์นัก แต่ก็พอจะใช้อยู่อาศัยไปก่อนได้’

‘แต่ถ้ามะเตโอสรู้ว่าท่านให้บ้านฉันอยู่...เขาคงไม่พอใจ’

‘มะเตโอสไม่รู้เรื่องที่ฉันสร้างบ้านอีกหลัง...แม้จะอยู่ในหมู่บ้านวิลันดา แต่มันก็อยู่ห่างออกไปจากที่นี่มากพอสมควร ฉันยังไม่ได้บอกเรื่องบ้านหลังนั้นกับลูก ๆ เพราะต้องการเก็บไว้เป็นความลับ...ตั้งใจว่าเมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะให้เป็นเรือนหอของเมอเตอัส’ ท้ายประโยคของเมอเตสเป็นเสียงสั่นเครือ...ฉันคิดว่าเขายังคงเสียใจและคิดถึงลูกชายคนโตของเขาเสมอ ‘เอาล่ะ..ฉันจะให้คนไปส่งเธอที่บ้านหลังนั้น’

*  *  *  *  *  *  *  *  *

ฉันเดินตามคนของเมอเตสไปจนถึงบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับคลอง บรรยากาศบริเวณนอกบ้านเงียบสงัด มีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ...แต่สิ่งที่สำคัญกว่าและทำให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูบ้านในเวลาต่อมาคือ...บ้านหลังนี้คือบ้านของเพนนีที่ฉันในร่างสร้อยเคยสะกดรอยตามมาจนเจอเพนนีบาดเจ็บและได้รู้ว่าเธอคือหญิงชุดดำนั่นเอง

แม้ตอนนี้สภาพบ้านจะไม่เหมือนกับที่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งคงเพราะยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อยตามที่เมอเตสบอกไว้ แต่สภาพของบ้านก็พร้อมที่จะเข้าอยู่ได้แล้วสำหรับฉัน...อย่างน้อยก็มีห้องให้ซุกหัวนอน

คนของเมอเตสกลับไปแล้วในตอนเย็น ฉันจึงลงมือเช็ดทำความสะอาดพื้นห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเศษไม้ หลังจากนั้นก็ออกไปอาบน้ำที่คลองหน้าบ้านซึ่งเป็นคลองสายเล็กแยกมาจากคลองสายใหญ่ที่ใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนลำเลียงสินค้า

ฉันคิดว่าโชคดีมาก เพราะคลองเล็กมาสุดสายจบที่บ้านหลังนี้พอดี...ซึ่งนั่นหมายถึงว่าจะไม่มีเรือผ่านไปมาหน้าบ้านของฉันอย่างแน่นอน

เมื่อเวลาใกล้ตกค่ำ หรีดหริ่งเรไรเริ่มสยายปีกช่วยขับกล่อมให้ฉันหายจากอาการหวาดกลัวลงได้บ้าง แต่อาการหิวจนท้องร้องนั้น...ช่วยไม่ได้จริง ๆ 

ในขณะที่กำลังนั่งนึกสะระตะถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่นั้น เสียงกุก ๆ กัก ๆ ที่ดังมาจากหน้าประตูบ้านทำให้ฉันสะดุ้งรีบลุกขึ้นยืน  มือถือมีดสั้นเตรียมพร้อมขณะเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ประตู

‘นั่นใคร’ ฉันใจดีสู้เสือตะโกนเสียงดุถามออกไป

‘ฉันเอง...เนปา’

ชื่อท้ายประโยคที่ได้ยิน และเสียงที่ตอบกลับมานั้นเกือบทำให้หัวใจของฉันหยุดเต้น

เมื่อเปิดประตูออกไป เนปายืนหน้านิ่งขรึมสองมือกำลังถือข้าวของพะรุงพะรัง ฉันอ้าปากค้างด้วยคาดไม่ถึง...ดูเหมือนหัวใจจะพองโตออกมาจนฉันรู้สึกได้

เนปาไม่ได้มามือเปล่า  แต่ขนข้าวของเครื่องใช้บางอย่างมาด้วย...รวมถึงอาหารมื้อเย็นสำหรับฉัน

‘ท่านเมอเตสช่างมีเมตตาเหลือเกิน’ ฉันรำพึงขณะสำรวจดูข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกนำมาวางลงบนพื้นห้อง 

‘นี่อาหาร...ฝีมือวิเลียน’ เนปาบอกขณะยื่นห่อข้าวให้

ฉันรู้ตัวว่ามือสั่นขณะยื่นออกไป...สัมผัสปลายนิ้วมืออุ่นไอภายในชั่ววินาทีขณะรับห่อข้าวจากมือเนปาทำให้ฉันเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

‘เธอคงหิว...ขอโทษ...ที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะฉัน’ เนปาพูดเสียงเบา แต่ฉันได้ยินอย่างชัดเจน ‘ฉันต้องไปแล้ว...ดูแลตัวเองด้วย’

เขาพูดจบก็หันหลังเดินออกไปจากห้อง ก่อนจะเดินลงจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว...ด้วยความที่มัวแต่อึ้งทำอะไรไม่ถูก ทำให้ฉันยืนนิ่งเหมือนถูกมนต์สะกด เมื่อรู้ตัวว่ามีเรื่องราวมากมายที่ต้องการพูดคุยกับเขาก็ช้าไปเสียแล้ว

* * * * * * * * * * * * * *

การแยกมาอยู่เพียงลำพังถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งของฉัน เพราะจะได้มีอิสระในการตามหาบรรดาผู้คนที่ฉันเคยเจอสมัยที่มาอยู่ในร่างของสร้อย ซึ่งยายจันทร์คือคนหนึ่งที่ฉันต้องการพบและคิดว่าขณะนี้เธอน่าจะอยู่ที่เมืองสิงหลาแล้ว

แต่บ้านของยายจันทร์ตรงเชิงเขาในเขตเมืองที่ฉันเคยปลอมตัวเป็นคนท้องเข้าไปทำคลอดนั้น...ในตอนนี้ยังไม่ปรากฏ...และแน่นอนว่ากระท่อมริมเขาที่ฉันพบกับครอบครัวลุงเคว็ดและพ่อในวัยเด็กนั้นก็ยังไม่มี ฉันตั้งต้นตามหายายจันทร์โดยการสืบหาบ้านที่มีหญิงตั้งครรภ์และกำลังใกล้คลอด เพราะอย่างที่รู้...ยายจันทร์มีอาชีพเป็นหมอตำแย

และแล้วบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านตรงที่ราบใกล้กำแพงเมืองฝั่งทิศตะวันออกก็คือเป้าหมายที่ฉันจะต้องคอยวนเวียนรอคอยการมาของหมอตำแย...และหวังเป็นที่สุดว่าหมอตำแยของบ้านนี้จะเป็นยายจันทร์

ยายจันทร์ในวัยประมาณห้าสิบต้น ๆ ปรากฏตัวขึ้นตามที่ฉันคาดหวัง เธออยู่ในชุดผ้าพันรอบอกและผ้าถุงยาวกรอมเท้า แม้ใบหน้านั้นจะดูมีน้ำมีนวลอวบอิ่มกว่ายายจันทร์ในอนาคต แต่แววตาของเธอยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาเช่นเคย

ฉันรอคอยจนกระทั่งยายจันทร์เสร็จสิ้นภารกิจการทำคลอดและเดินลงมาจากบ้านหลังนั้นในเวลาใกล้ค่ำแล้ว ตั้งใจว่าจะแอบเดินสะกดรอยตามไปเพื่อจะได้รู้ที่อยู่ของเธอ...เพราะฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเข้าไปทักทายและแนะนำตัวเองกับเธอว่าอย่างไรดี ยิ่งฉันอยู่ในชุดสีดำแต่งกายปลอมตัวเป็นผู้ชายด้วยแล้วอาจจะทำให้ยายจันทร์ตื่นตกใจไปกันใหญ่

ยายจันทร์ในวัยนี้เดินเหินอย่างคล่องแคล่ว ยิ่งเมื่อไปถึงทางเปลี่ยวห่างออกมาจากหมู่บ้าน เธอก็เร่งสาวเท้าให้เร็วขึ้นจนตะกร้าที่ถืออยู่แกว่งไปมาจนฉันรู้สึกผิดสังเกตุเพราะเธอมีทีท่าราวกับว่าจะรู้ตัวว่ามีใครแอบเดินสะกดรอยตามอยู่...ทว่าไม่นานนักฉันก็ได้รับคำตอบว่าสิ่งที่ยายจันทร์กลัวนั้นไม่ใช่การสะกดรอยตามของฉัน แต่เป็นชายวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่วิ่งกรูกันออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ริมถนนดิน

‘ไอ้เคว็ดมันก่อเรื่อง...ป้าเป็นแม่ของมันก็ต้องรับกรรมแทนลูก’ ฉันแปลคำพูดจากชายวันรุ่นคนหนึ่งได้ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าภาษาปักษ์ใต้โบราณของชาวพื้นเมืองจะผสมผสานกันไประหว่างภาษายาวี ชวา เปอร์เซีย และขอม...จากประสบการณ์ที่เคยอยู่ในร่างสร้อยทำให้ฉันรู้สามารถเข้าใจภาษาปักษ์ใต้โบราณได้มากขึ้น

‘แต่ลูกป้าไม่ได้เป็นฝ่ายก่อเรื่อง’ เสียงยายจันทร์กร้าวไม่น้อย ท่าทางของยายจันทร์ดูจะไม่เกรงกลัวพวกวัยรุ่นนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวที่ยืนล้อมกรอบเธออยู่สักเท่าไหร่นัก...ฉันแอบคิดว่ายายจันทร์ตอนสาว ๆ น่าจะห้าวเอาการอยู่เหมือนกัน

‘ปากดีทั้งแม่ทั้งลูก...ถ้าอย่างนั้นขอสั่งสอนคนแก่สักหน่อยดีไหม’ คนหนึ่งขู่เสียงกร้าวพลางกระชากตะกร้าออกไปจากมือของยายจันทร์ ‘เอาเงินมาให้พวกฉันเสียดี ๆ...ค่าที่ไอ้เคว็ดทำพวกฉันเจ็บ’

‘เอาของฉันกลับมานะ’ ยายจันทร์ตะโกนโวยวายเอื้อมมือไปยื้อยุดฉุดตะกร้ากลับมา ในขณะที่วัยรุ่นคนอื่น ๆ เริ่มเข้าไปรุมจับและค้นตัวของเธอ พวกนั้นส่งเสียงหัวเราะแหลมกวนประสาท

‘หยุดนะ’ ฉันส่งเสียงดุออกไป พวกนั้นต่างหันมามองที่ฉันเป็นจุดเดียวพลางทำสีหน้าแปลกใจ...อาจเพราะไม่ได้สังเกตเลยว่าฉันเดินตามหลังยายจันทร์มาไม่ห่างนัก

‘ไอ้น้องชาย...อย่ามายุ่งถ้าไม่อยากเจ็บตัว’ คนที่น่าจะเป็นหัวโจกถุยน้ำลายหลังจากพูดจบ

‘ปล่อยยายจันทร์...แล้วฉันจะไม่ยุ่ง’ ฉันพยายามเดินหลังตรงให้ดูองอาจเข้าไปหากลุ่มคนพวกนั้น เห็นยายจันทร์ดึงตะกร้ากลับมาได้แล้ว เธอวิ่งมาหลบข้างหลังฉันอย่างว่องไว

‘พ่อหนุ่มช่วยป้าด้วย พวกนี้มันอันธพาลชอบรังแกเด็กกับคนแก่ที่ไม่มีทางสู้’ ยายจันทร์บอกเสียงสั่น ‘เป็นเด็กเป็นเล็ก...ริหัดเป็นโจร’

ลำพังสารรูปของชายวัยรุ่นหุ่นผอมเก้งก้างตูดปอดทั้งห้าคนที่ฉันเห็นไม่ได้น่ากลัวสักเท่าไหร่ในความคิดของฉัน ทว่าดาบยาวที่อยู่ในมือของคนที่เป็นหัวโจกทำให้ฉันต้องตั้งสติก่อนสตาร์ท

‘ไปให้พ้นทางของฉัน...ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน’ ฉันพยายามทำเสียงให้เข้ม ทุ้ม หนาน่าเกรงขามเข้าไว้  โชคดีที่เนื้อเสียงของฮารูโกะออกจะห้าว ๆ คล้ายผู้ชายอยู่บ้างเล็กน้อย

‘ระวังตัวด้วยพ่อหนุ่ม...พวกนี้มันหมาลอบกัด’ เสียงยายจันทร์เตือนมาจากด้านหลังของฉัน

‘ยายจันทร์...หลบไปก่อน’ ฉันกระซิบบอก

‘ห้าต่อหนึ่ง...ควรจะเป็นแกที่ต้องไปให้พ้นทางพวกฉัน’ คนพูดชี้ดาบมาที่ฉัน ก่อนจะถ่มน้ำลายออกมาอีกครั้งจนฉันรู้สึกสะอิดสะเอียน ขณะเดียวกันก็รู้สึกคุ้น ๆ หน้าคุ้นตาชายคนนั้นพอสมควร...แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าเหมือนจะเคยเจอที่ไหนมาก่อน

‘หมาหมู่...แน่จริงตัวต่อตัวกันไหม’ ฉันท้าทายไอ้ตัวหัวหน้ากลุ่ม

เอาน่าเผื่อฟลุ๊ค...ดีกว่าโดนรุมมาทีเดียวห้าคนละกัน

‘แกไม่รู้จักห้าเสือซะแล้ว...พวกเรา...ลุย’

สิ้นเสียงคำสั่งของหัวหน้า อีกสี่คนที่เหลือก็วิ่งเข้าหาฉันทันที

* * * * * * * * * * * * * *

ฉันประมาทร่างผอมแห้งของพวกนั้นมากเกินไป เพราะถึงอย่างไรกำลังของผู้หญิงก็สู้ผู้ชายไม่ได้อยู่ดี...มีดสั้นของฉันช่วยอะไรไม่ได้เลยสำหรับการต่อสู้ระยะประชิดตัวที่คู่ต่อสู้มีดาบยาว...ฉันจำไม่ได้หรอกว่าการต่อสู้ระหว่างฉันกับกลุ่มชายหมาหมู่ห้าคนนั่นเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าฉันคงเพลี่ยงพล้ำให้พวกนั้นแน่ ๆ ถ้าไม่มีใครมาช่วยไว้ได้ทันก่อนที่ฉันจะต้านไม่อยู่

เมื่อมีคนมาช่วยและรับมือกับชายสามคน ฉันจึงมีแรงพอที่จะต่อกรกับชายอีกสองคนที่เหลือ พวกเขาไม่มีอาวุธ ฉันจึงเหนือกว่าเพราะมีมีดสั้นอยู่ในมือ...และจากนั้นไม่นานมาก พวกวายร้ายทั้งห้าก็เผ่นแนบหายไปอย่างรวดเร็ว

‘พ่อหนุ่มบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า’ เสียงยายจันทร์แหวกอากาศมาทางด้านหลัง

‘เปล่า...ฉันปลอดภัยดี’ ฉันตอบ แต่เมื่อหันไปจะขอบคุณคนที่มาช่วยเหลือไว้ก็ต้องตกใจ เพราะเขากำลังค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่ง มือกุมหน้าท้องไว้..ฉันเห็นเลือดไหลย้อยซึมชายเสื้อสีเนื้อออกมา...แต่สิ่งที่ทำให้ตกตะลึงยิ่งกว่าเมื่อมองเห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจนในเวลาต่อมา...เนปาเป็นคนทีมาช่วยฉันไว้

‘พ่อคนนี้บาดเจ็บ...ฉันเห็นเขาถูกฟันเข้าที่ท้อง’ ยายจันทร์เป็นคนให้ความกระจ่างก่อนจะหันมาสั่งฉัน ‘พยุงเขาให้ลุกขึ้นก่อน...ไป...ไปรักษาบาดแผลที่บ้านฉัน...อีกไม่ไกลจากนี่ก็จะถึงแล้ว’

ฉันพยุงร่างของเนปาให้ลุกขึ้นก่อนจะประคองเขาให้ก้าวเดิน...แม้เลือดจะไหลออกมาอีกเรื่อย ๆ แต่เขาไม่ส่งเสียงโอดครวญออกมาสักคำระหว่างการเดินทางไปบ้านยายจันทร์

‘สามีของฉันเป็นหมอสมุนไพร’ ยายจันทร์บอกหลังจากช่วยประคองร่างของเนปาให้นอนลงบนพื้นบ้านของเธอเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้นยายจันทร์ก็ตะโกนโหวกเหวกเรียกหาสามีที่อยู่หลังบ้านให้มาดูอาการของเนปา ส่วนฉันเริ่มใจไม่ดีที่เห็นเลือดของเนปาไหลออกมาไม่ยอมหยุด

‘ไหน...ขอดูแผลพ่อหนุ่มหน่อย’ สามียายจันทร์บอกขณะนั่งลงดูอาการของเนปา หลังจากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาและมีสีหน้าโล่งอกขึ้น ‘บาดแผลเป็นทางยาว...แต่ไม่ลึกมาก’

ชายชราเอาน้ำอะไรก็ไม่รู้ในโถกระเบื้องมาล้างแผลก่อนจะพันปิดห้ามเลือดด้วยผ้าห่อสมุนไพรกลิ่นฉุน...ฉันได้แต่มองดูด้วยความกังวลใจว่าการรักษาแบบโบราณจะช่วยเนปาไว้ได้หรือเปล่า...โดยลืมนึกไปเลยว่า...ถึงอย่างไรเนปาจะต้องรอดชีวิตจากบาดแผลครั้งนี้แน่ ๆ

‘ยาที่ลุงให้ฉันเอาไปอุ่นไฟมาแล้ว’ เสียงผู้หญิงดังมาจากหลังบ้านก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าดังโครมครามใกล้เข้ามา ‘เอ้า...นี่ยาที่ลุงสั่ง’

ฉันเงยหน้าเพื่อจ้องมองเจ้าของเสียงแล้วก็ต้องผงะ...เธอคือหญิงที่ฉันเห็นในความทรงจำของสร้อย...แม้รูปร่างของเธอในตอนนี้จะผอมบางไม่ได้อวบอ้วนก็ตาม

ป้าของสร้อยในยามนี้เป็นหญิงสาวผิวสีแทน หน้าตามอมแมม ผมของเธอดำขลับตรงสลวยยาวเคลียไหล่ ดวงตาสีน้ำตาลกระพริบถี่ ๆ ขณะจ้องมองฉันด้วยสีหน้าแปลก ๆ เช่นกัน

‘แล้วยาอีกตัวอยู่ไหนล่ะแม่เปลื้อง’ สามีของยายจันทร์ถามขึ้นหลังจากกรอกยาให้เนปาดื่มจนหมดขันแล้ว

‘แม่ฉายกำลังต้มอยู่’ ป้าของสร้อยในวัยสาวแรกรุ่นให้คำตอบ

‘ไปช่วยดูน้องต้มยาเร็วเข้า...ต้องให้คนเจ็บกินยานั่นคู่กับยาตัวแรก’ ยายจันทร์สั่งเสียงเข้ม

เสียงวิ่งโครมครามลั่นบ้านจึงดังขึ้นอีกครั้ง...แต่ก็ไม่เท่ากับตอนขากลับซึ่งรู้สึกว่าจะดังเพิ่มขึ้นกว่าเก่าอีกสองเท่าเพราะคราวนี้มีหญิงสาววิ่งเข้ามาพร้อมกันสองคน

‘เป็นหญิงเป็นนาง...เดินให้มันเรียบร้อยหน่อยได้ไหม’ ยายจันทร์หันไปดุคนที่กำลังยื่นขันทองแดงมาให้ ‘อ้าว ๆ ๆ ระวัง ๆ หน่อยสิ...ประเดี๋ยวยาก็หกหมด’

‘หกก็ไปเอามาใหม่สิป้า...ฉันต้มเผื่อทำหกไว้มากโข’ เจ้าของเสียงหวานหัวเราะคิกคักหลังจากพูดจบ

อาการขนลุกซู่เกิดขึ้นกับฉันอย่างฉับพลันเมื่อได้ยินเสียงหวานและลักษณะการหัวเราะนั่น...เพราะเป็นเสียงที่ฉันเคยได้ยินในหัวตอนอยู่ในร่างสร้อยนั่นเอง...ใช่แล้ว...เสียงของสร้อยไม่มีผิดเพี้ยน

* * * * * * * * * * * * * *




Create Date : 15 มิถุนายน 2557
Last Update : 16 มิถุนายน 2557 4:23:49 น. 3 comments
Counter : 559 Pageviews.

 
สวัสดีค่า พี่แกะ ^^
สงสัยนุ่นต้องติดตอนนี้ไว้พรุ่งนี้แล้วค่ะ
อ่านไม่ทันแล้ว ง่วงสุดๆค่ะ

ขอบคุณพี่แกะค่าที่แวะไปตะพาบบอลโลก เชียร์อัศวินสีส้มเหรอคะ
คราวนี้ชนะสเปนใสๆเลยนะคะ 55 แต่นุ่นไม่ได้เชียร์หรอกค่ะ
ไม่กล้าเชียร์ละ เชียร์ทีมไหนแพ้ตลอดสงสารเค้า

พรุ่งนี้มาอ่าน+เมนท์อีกทีค่า

ขอบคุณมากๆค่ะพี่แกะ




โดย: lovereason วันที่: 16 มิถุนายน 2557 เวลา:1:04:14 น.  

 
โหว สร้อย แก้ว เพนนี เนปา
วนเวียนมาเจอกันจนได้
แก้วในร่างเพนนี
เนปากลายเป็นอาของสร้อย
สนุกมากค่ะพี่แกะ
กว่านุ่นจะได้มาอ่านปาไปข้ามวันเลย
แสดงว่าบ้านที่อยู่นี่คือบ้านของเพนนีสินะคะ ทีเ่พนนีอยู่ประจำ อยากรู้เรื่องตุ้มหูข้างเดียวที่มาอยู่กับเนปาด้วยค่ะ
รอๆนะคะ
ขอบคุณมากค่ะพี่แกะ



โดย: lovereason วันที่: 18 มิถุนายน 2557 เวลา:1:20:45 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


 น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขาPhoto Blogดู Blog
ร่มไม้เย็นDharma Blogดู Blog
เนินน้ำFood Blogดู Blog~My Birthday is on April 14~Literature Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

สวัสดีคุณแกะ
นานๆมาทีเขียนได้ยาว อ่านจุใจเลย



โดย: pantawan วันที่: 19 มิถุนายน 2557 เวลา:23:32:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.