Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
8 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๑๒ คลื่นเวลา

 

'เมอเตอัส...ตายแล้ว’ ผู้แทนการค้าเมอเตสพูดเสียงสั่นเครืออยู่ในลำคอหลังจากที่ลูกชายคนเล็กวิ่งหน้าตั้งเข้ามาสอบถามถึงการหายไปของพี่ชาย

 

ฉันจำต้องยืนนิ่งดูความเป็นไปของสองพ่อลูก ทั้งที่ในใจอยากบอกความจริงกับมะเตโอสว่าพี่ชายของเขายังไม่ตาย...เพียงแต่ข้อความในจดหมายที่เมอเตอัสเขียนกำชับไว้นั้นระบุสั่งไว้ว่า...ห้ามบอกใครว่าเขายังมีชีวิตอยู่


ความจริงฉันไม่ควรได้อ่านจดหมายฉบับนั้น แต่เมอเตสเป็นคนยื่นส่งมาให้ฉันอ่านต่อภายหลังที่เขาได้อ่านจนจบแล้ว


...ถึงท่านพ่อ

ลูกขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย...โปรดกรุณารับเพนนีไว้ให้อยู่กับครอบครัวเมอเตสต่อไปในฐานะลูกสะไภ้ของท่าน เชื่อว่าเธอจะสามารถช่วยเหลือและดูแลท่านได้เป็นอย่างดี...และเพื่ออนาคตของเพนนีที่จะได้มีชีวิตเป็นของตนเองต่อไป ไม่ต้องถูกพันธนาการกับเมอเตอัสในฐานะภรรยา...ขอให้ท่านแจ้งกับทุกคนด้วยว่า...เมอเตอัส...เสียชีวิตไปแล้ว....รักท่านพ่อเสมอและตลอดไป


‘ไม่จริง...ไม่จริงใช่ไหม’ เสียงมะเตโอสตะโกนถามเสียงสั่นก่อนจะมาหันมาทางฉันด้วยแววตาระแวงสงสัย ‘แล้วทำไม...เพนนีจึงมายืนอยู่ที่นี่ได้’


‘ฉัน...หลบซ่อนตัวอยู่’ ฉันตัดสินใจบอกออกไป...บอกเรื่องราวที่เคยได้รับรู้จากมะเตโอสมาก่อนนั่นล่ะ ‘แต่พอรู้ว่า...กัปตัยเมอเตอัสไม่ได้เป็นอะไรแล้ว...ฉันจึงกลับมาที่นี่’


‘พี่ชายของฉันเที่ยวออกตามหาเธอไปทั่ว...เขาคงคิดว่าเธอหนีขึ้นเรือออกทะเลไปแล้ว  เขาจึงตามออกไป’ มะเตโอสจองมองฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออยู่ชั่วครูก่อนจะหันไปทางเมอเตสที่ยังคงนั่งอยู่ด้วยแววตานิ่งเฉย ‘เมอเตอัสตายได้อย่างไร...เขาออกเรือไป...รึหมายถึง...โจรสลัดปล้นเรืออย่างนั้นหรือ’


ฉันรู้สึกได้ว่ามะเตโอสเป็นคนที่ช่างมีจินตนาการ...หรือที่วัยรุ่นในยุคของฉันเรียกกันว่า...มโน ..นั่นล่ะ


ทั้งฉันและเมอเตสต่างนิ่งเงียบ...ฉันไม่รู้จะพูดอะไรออกไป...ส่วนเมอเตสนั้น...ฉันไม่รู้ได้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่


รู้แต่ว่า...ฉันรู้สึกหนาววาบขึ้นมาทั้งตัว...เพราะตอนนี้เรื่องราวที่มะเตโอสเข้าใจผิดนั้น...ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ฉันเคยรับรู้มาก่อนเลย


* * * * * * * * * * * * * *


แม้มะเตโอสจะแสดงอาการรังเกียจรังงอน...แต่ฉันก็ได้อยู่ในบ้านเมอเตสต่อไปตามที่เมอเตอัสขอร้องผู้เป็นพ่อไว้...และนั่นทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของผู้แทนการค้าเมอเตสเป็นอย่างมาก


หลังจากเมอเตอัสเดินทางจากไปเกือบเดือนแล้ว...ฉันก็เริ่มที่จะปรับตัวในการอยู่กับครอบครัวเมอเตสได้พอสมควร....แม้จะถูกสายตาของมะเตโอสจ้องมองมาด้วยความชิงชังเสมอก็ตาม


เนปาซึ่งอยู่ในฐานะลูกบุญธรรมของท่านเมอเตสก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกมะเตโอสพูดจาว่าร้ายทำลายจิตใจอยู่เสมอ...ทั้งที่ฝ่ายเนปานั้น  ได้แต่นิ่งเงียบ  ทำหน้ามึน ๆ งง ๆ อยู่ตลอดเวลา...ฉันเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้...แต่นั่นยังไม่เท่ากับความรู้สึกเสียใจที่ถูกเนปาเดินถอยหนีไปทุกครั้งที่ฉันพยายามเข้าไปพูดคุยด้วย...ดูเหมือนเขายังไม่ยอมพูดจากับใครสักเท่าไหร่...นอกจากท่านเมอเตส


‘ฉันรู้สึกว่าเธอ...พยายามเข้าหาพี่ชายบุญธรรมของฉันหลายครั้งแล้ว’ เสียงมะเตโอสดังมาจากด้านหลัง ในขณะที่ฉันกำลังยืนมองตามเนปาซึ่งวิ่งหายไปทางด้านหลังบ้านแล้ว


‘พูดจาน่าเกลียดจริง...เข้าหาอะไรกัน...ฉันเห็นเพนนีแค่จะเดินเข้าไปคุยกับเนปาเท่านั้น...และนี่ก็เป็นห้องครัว...มีฉันอยู่ด้วยทั้งคน’ วิเลียนเป็นคนแก้ข้อครหาให้ฉันก่อนจะเปลี่ยนไปถามอีกประเด็น ‘ว่าแต่...ท่านเข้ามาในครัวนี่ทำไม’


‘ท่านพ่อให้มาแจ้งว่า...ช่วงนี้ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าออกไปที่ท่าเรือ...ให้อยู่ที่หมู่บ้านจะปลอดภัยกว่า’


‘เกิดอะไรขึ้น’ ฉันถามขึ้นทันควัน


‘ได้ข่าวว่ามีกองโจรสลัดรุกล้ำเข้ามาในเขตทะเลสาบแล้ว...ตอนนี้ทหารสิงหลาและกองพลประจำการของบริษัทกำลังจัดการอยู่’ มะเตโอสพูดเสียงฟังคล้ายกำลังกังวลใจอยู่ไม่น้อย ‘ท่านพ่อต้องอยู่ดูแลสถานีการค้าที่ท่าเรืออย่างเข้มงวดมากขึ้น...แต่ฉันสงสัยจริง...ว่าทำไมท่านพ่อไม่ให้ลูกรักของตัวเองไปอยู่ที่นั่นด้วย’


‘ลูกรัก...นี่ท่านเหน็บแนมเนปาอีกแล้วใช่ไหม’ วิเลียนจับทางได้เช่นเดียวกับที่ฉันเองก็รู้ว่ามะเตโอสมีปมเรื่องเนปา...เขาคิดว่าเมอเตสรักเนปามากกว่าเขา


‘เธอก็ควรเลือก....วิเลียน...ว่าควรเอาใจมาอยู่ข้างฉัน  หรือจะมีใจให้ไอ้โจรสลัดนั่นอีกคน’ มะเตโอสชักสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจนก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้องครัว


‘เขาช่างคิดตื้นจริง ๆ’ วิเลียนมีน้ำเสียงน้อยใจ  ‘ป่านนี้แล้ว...เขายังดูไม่ออกอีกรึ...ว่าฉันคิดยังไงกับเขา’


ประโยคนั้นของวิเลียนทำให้ฉันต้องดึงมือของเธอมาจับไว้เบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบใจ


‘เชื่อฉัน...สักวันเขาจะต้องรู้ว่าเธอรักและเป็นห่วงเขามากขนาดไหน’


‘ขอบใจที่ปลอบโยนฉัน...ว่าแต่...ฉันเองก็สังเกตเห็นเช่นเดียวกันว่า...ว่า...ดูเหมือนเธอจะแอบมองเนปาอยู่เสมอ...พยายามจะคุยกับเขาทุกครั้งที่มีโอกาส’


‘เขาเคยช่วยชีวิตฉันมาก่อน’ ฉันไม่สามารถอธิบายความจริงให้วิเลียนเข้าใจได้ทั้งหมด ‘แต่ตอนนี้...เขากลับจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเขาเองเป็นใคร...ฉันแค่อยากพูดคุยกับเขาบ้างเท่านั้น’


‘อีกไม่นานเขาอาจดีขึ้น...ความทรงจำเขาคงกลับมาในไม่ช้านี้...อย่ากังวลไปเลย’


ฉันอยากให้เป็นอย่างที่วิเลียนปลอบใจ...แต่ในความจริง...ฉันรู้ดีว่าความทรงจำของเนปาจะไม่ฟื้นกลับมาในเร็ววันแน่ ๆ 

* * * * * * * * *

 

สภาพบ้านเรือนโดยทั่วไปของชาวบ้านแถบตัวเมืองชั้นนอกในสมัยนี้มีความหนาแน่นกว่าในสมัยของสร้อย นั่นอาจเป็นเพราะน้ำยังไม่ท่วมที่ราบใกล้กำแพงเมืองฝั่งทิศตะวันออกนั่นเอง จากข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ฉันเคยสืบค้นพบว่าเกิดมรสุมหนักที่ซัดทำลายบ้านเรือนผู้คนและน้ำทะเลขึ้นสูงท่วมบริเวณที่ราบชายฝั่งและกำแพงเมืองด้านตะวันออก...น่าจะประมาณในปี พ.ศ. ๒๒๐๙ ซึ่งนั่นหมายถึงไม่น่าจะเกิน ๖ ปี หลังจากนี้...ซึ่งแน่นอนว่าบ้านเรือนถูกทำลาย ผู้คนล้มตายจำนวนมาก มีการอพยพบ้านเรือนไปอยู่ในเขตที่ราบข้างเขาแดงฝั่งทิศเหนือมากขึ้น


จากการที่ใช้เวลาว่างเดินสำรวจสภาพเมืองสิงหลาในปัจจุบัน ทำให้ฉันเห็นว่ายังไม่มีการก่อสร้างกำแพงเมืองและป้อมปราการที่ใช้สำหรับกั้นบริเวณเมืองชั้นในกับชั้นนอก...นั่นอาจเป็นเพราะสิงหลายังไม่ประสบกับมรสุมที่พัดทำลายเมืองชั้นนอกและน้ำยังไม่ท่วมกำแพงเมืองด้านิศตะวันออกนั่นเอง


ฉันบังเอิญได้มีโอกาสเห็นขบวนขององค์สุลต่านสุลัยมาน ชาร์ ขณะนำทีมทหารออกไปนอกกำแพงฝั่งทิศเหนือ...ชาวบ้านต่างส่งเสียงแห่ร้องให้กำลังใจยามขบวนทัพทหารผ่านหน้าไป...ฉันคิดว่าสิงหลาคงมีศึกด้านทิศเหนือซึ่งเป็นชายแดนระหว่างเมืองนครกับสิงหลา


‘เพนนีกลับมาแล้วหรือ...รีบ ๆ ไปช่วยเนปาเร็วเข้า  เขากำลังถูกคนของมะเตโอสรุมทำร้าย’ เสียงวิเลียนดังแหลมสูงขณะลากฉันให้รีบเข้าไปในบริเวณบ้าน หน้าตาของเธอดูตื่นกลัว ‘มะเตโอสอ้างว่าจะฝึกอาวุธไว้ป้องกันตัว  แต่เขาถือโอกาสตอนที่ท่านเมอเตสไม่อยู่...สั่งให้เนปาเป็นคู่ซ้อม’


‘อะไรนะ...พวกเขาอยู่ที่ไหน’ ฉันถามทันทีด้วยความเป็นห่วงเนปา


‘ลานหลังบ้าน...เร็วเข้า’


ฉันวิ่งนำหน้าวิเลียนไปยังจุดหมายทันที...แต่ภาพที่ฉันเห็นคือคนของมะเตโอสประมาณห้าถึงหกคนกำลังล้มตัวกองอยู่บนพื้นดิน ในขณะที่เนปากำลังยืนใช้เท้าขวาเหยียบหน้าอกของชายคนหนึ่งไว้และส่งเสียงขู่ฟ่อ ๆ


ขณะกำลังยืนอึ้งกับภาพที่เห็น หางตาของฉันก็เห็นมะเตโอสสาวเท้าก้าวเร็วในมือของเขามีดาบยาวและกำลังเงื้อเข้าหาเนปาอย่างสุดกำลัง


ฉึก...


‘โอ้ยยยย’ เสียงร้องลั่นของมะเตโอสทำให้รู้ว่าฉันเผลอขว้างมีดสั้นเข้าใส่มะเตโอสไปโดยอัตโนมัติด้วยความกลัวว่าเนปาจะถูกทำร้าย


มีดสั้นของฉันปักอยู่ที่ขาซ้ายของมะเตโอสซึ่งทรุดตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น วิเลียนวิ่งเข้าไปถึงตัวมะเตโอสก่อนหน้าฉัน


‘เธอทำอะไรลงไปเพนนี...ทำไมต้องถึงขนาดทำร้ายเขาด้วย’ วิเลียนตวาดดังลั่นขณะมองฉันกับมะเตโอสสลับกันไปมา....และฉันเพิ่งได้รู้ว่ามะเตโอสเป็นคนกลัวเลือด...เพราะเขาเป็นลมแน่นิ่งไปแล้วหลังจากอ้าปากหวอตาโตมองดูเลือดตัวเอง


‘ฉันแค่ป้องกัน...เอ่อ...ไม่ให้เขาทำร้าย...เนปา...เท่านั้น’ เสียงของฉันเบาหวิวขณะเห็นเลือดของเนปาไหลออกมาจากบาดแผล ‘แต่...ฉันว่าตอนนี้เรารีบช่วยมะเตโอสก่อนเถอะ’


ฉันมือสั่นขณะเงื้อง่าเพื่อหวังจะดึงมีดสั้นออกจากขาของมะเตโอส แต่คนที่เร็วกว่า..คือเนปา  เขาดึงมีดออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ผ้าผื้นหนึ่งมัดบาดแผลเพื่อห้ามเลือดให้มะเตโอส  และเป็นคนอุ้มตัวมะเตโอสเข้าไปในบ้านทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองในตอนนี้ผอมบางกว่ามะเตโอสอยู่มาก


‘เอาเหล้ามาล้างแผลให้เขา’ เนปาสั่งเสียงเข้มด้วยภาษาดัตช์...แต่มีฉันเพียงคนเดียวที่เข้าใจในทันที...เพราะนั่นไม่ใช่ภาษาที่ชาวดัตช์ในสมัยนี้พูดกัน ‘เร็วเข้า’


'ไปเอาเหล้า...จะใช้ล้างแผลให้มะเตโอส’ ฉันบอกวิเลียนด้วยภาษาดัตช์โบราณ


หลังจากได้เหล้ามาแล้ว เนปาจัดการล้างแผลให้มะเตโอสด้วยตัวเอง เขาพันแผลให้อย่างชำนาญจนฉันนึกแปลกใจ...ทำไมเนปาช่วยเหลือมะเตโอสทั้งที่ก่อนหน้านี้มะเตโอสกำลังกลั่นแกล้งเขาอยู่แท้ ๆ


ไม่นานนัก...หมอประจำบริษัท วี.โอ.ซี. ก็เดินทางมาถึงหลังจากคนงานวิ่งไปตาม โชคดีที่หมอไม่ได้ไปอยู่ที่สถานีการค้าท่าเรือด้านนอก แต่กำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเมอเตสมากนัก


‘แค่เป็นลมไปเท่านั้น’ หมอบอกเสียงดังฟังชัด และนั่นทำให้ฉันหายใจได้ทั่วท้องขึ้น ‘พาเขาเข้าไปพักผ่อนในห้องดีกว่า’


เนปาเป็นคนอุ้มน้องชายบุญธรรมของเขาเข้าไปในห้องนอน ในขณะที่คนของมะเตโอสต่างส่งเสียงบอกหมอว่าให้ช่วยดูอาการของพวกเขาด้วยเพราะถูกเนปาต่อยจนน่วมไปตาม ๆ กัน


‘ขอบใจ...ที่ช่วยฉันไว้’ เนปาพูดเสียงราบเรียบหลังออกมาจากห้องของมะเตโอสแล้ว ‘แต่ฉันดูแลตัวเองได้’


แม้จะฟังดูห่างเหิน  และสายตาคู่นั้นยังดูเมินเฉย แต่นั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก...เนปายอมพูดคุยกับฉันแล้วในที่สุด


‘ฉัน...’ ฉันอ้าปากพูดได้แค่นั้นหลังจากยืนอึ้งอยู่นาน ในขณะที่เนปาเดินสาวเท้าตรงเข้าไปในห้องของเขาและปิดประตูดังปัง


ฉันเริ่มลังเลใจว่า...บางทีเนปาอาจไม่ต้องการความช่วยเหลือจากฉันมากกว่าก็เป็นได้


* * * * * * * * *

 




Create Date : 08 มิถุนายน 2557
Last Update : 8 มิถุนายน 2557 18:04:57 น. 6 comments
Counter : 1128 Pageviews.

 
โหยยย อ่านแล้วก็นึกถึงภาค 1 ค่ะ
เพนนีที่ภาค 1 เป็นครูสอนทั้งมีดสั้น ทั้งวิชาต่อสู้ให้แก้ว ก็ได้เอามาใช้ในภาค 2 ซืึ่งก็คือตัวเอง 0__o

ข่าวลือของเมอเตสที่ว่าตายเพราะงี้เองเพนนีเลยเป็นม่ายสินะคะ เลยสนิทกับเนปามาก่อนเพราะแบบนี้เอง

พี่แกะผูกเรื่องสุดยอดมากค่ะ ชอบๆๆ แฟนตาซีนี่แบบนี้เอง

ยังนึกถึงเขาแดงอยู่ว่าใช่ฝั่งสิงหนครที่มีท่าเรือข้ามฟากรึเปล่าคะ อ่านแล้วนีกถึงตรงนั้นเลยค่ะ

ขอบคุณมากๆค่า พี่แกะ



โดย: lovereason วันที่: 8 มิถุนายน 2557 เวลา:22:40:41 น.  

 
สิงหลา แปลว่าอะไรคะคุณนุ่น
ชักอยากรู้ ต้องตามมาอ่านซะหน่อย อิอิ
สวัสดียามดึกค่ะ ฝันดีค่ะ


โดย: ลอยละล่อง บล็อกแกงค์ IP: 1.47.135.3 วันที่: 8 มิถุนายน 2557 เวลา:22:40:50 น.  

 
สวัสดีจ้าน้องนุ่น...ใช่แล้วค่ะ ท่าแพขนานยนต์ ฝั่งเขาแดง สิงหนคร ที่เห็นคือเมืองสงขลาเก่าค่ะ

คุณลอยละล่อง...ขอบคุณที่มาเยือนสิงหลาค่ะ^^



โดย: ~My Birthday is on April 14~ วันที่: 8 มิถุนายน 2557 เวลา:23:33:51 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
หายไปนานได้อ่านสิงหลาต่อแระ
คิดถึงเด้อ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กาปอมซ่า Diarist ดู Blog
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog
~My Birthday is on April 14~ Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: pantawan วันที่: 9 มิถุนายน 2557 เวลา:23:36:59 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณแกะ
แวบมาแล้วก็หายหน้าไปอีก
หรอกให้ดีใจแล้วก็หนีไป


โดย: pantawan วันที่: 13 มิถุนายน 2557 เวลา:23:53:02 น.  

 


ไม่หายจ้าไม่หาย 5555

มาแว้ว ๆ ๆค้า


โดย: ~My Birthday is on April 14~ วันที่: 16 มิถุนายน 2557 เวลา:0:13:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.