Group Blog
 
<<
เมษายน 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
20 เมษายน 2561
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๔๖ ปราการด่านกบฎ








'ตอนนี้พวกพ่อค้าพาณิชย์บริษัทอินเดียตะวันออกของวิลันดา กับอังกฤษ มีความบาดหมางมากขึ้นแล้ว ตามที่ท่านได้จ้างให้ข้าคอยยุแหย่' ฉันบอกแก่อิบรามันในวันที่เขาเรียกพบเพื่อพูดคุย...แน่นอนว่าฉันแสร้งทำให้เขาเข้าใจไปแบบนั้น 'แต่ข้าสงสัยว่า ปกติพวกเขาเป็นคู่แข่งกันทางการค้า ย่อมขัดแย้งกันโดยปกติอยู่แล้วทำไมท่านจึงให้ข้าเร่งโหมไฟด้วยล่ะ'


'ไม่จำเป็นที่ข้าต้องบอกเรื่องนี้แก่เจ้า'  อิบรามันยิ้มยิงฟัน แววตาบ่งบอกถึงความรังเกียจฉันออกมาตรง ๆ ขณะยื่นถุงทองมาให้ 'นี่ทองสิงหลา เงินรางวัลของเจ้า'


'แล้วเรื่องบุตรชายท่านเล่า...ข้าไม่เห็นว่าเขาจะทำการใดผิดปกติ' ฉันแหย่แจ้งข้อมูลไป 'เว้นเสียแต่...มีพฤติกรรมส่วนตัวบางอย่างที่...ไม่เหมือนเดิม'


'ข้อนี้ข้ารู้ดี...ว่าเขาไม่เหมือนยูซุบคนเดิม' อิบรามันเน้นคำท้ายประโยค ชวนให้สงสัยมากขึ้น 'ข้าจึงให้เจ้าคอยดูเขาไว้อย่างไรเล่า'


'แล้วเหตุใด...ท่านจึงคิดร้ายต่อท่านหญิงปารีซา โดยส่งคนไปลอบฆ่าท่านหญิงที่เกาะยอ'


'ข้าไม่ได้คิดฆ่าท่านหญิงจริงๆ หรอก...ทำไปเพียงเพื่อจะใช้สถานการณ์ใส่ร้ายพวกพ่อค้าพาณิชย์อังกฤษเท่านั้น...หากในวันนั้นไม่มีหญิงชุดดำมาซ้อนแผน...ข้าก็ได้สั่งให้พวกนั้นปล่อยตัวท่านหญิงเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจอยู่ดี'


'แต่ก็คิดหวังให้เนปาตาย และใส่ร้ายพวกของแฮรอน' ฉันดักทางต่อไป


'ไม่มีเหตุที่ข้าต้องปฏิเสธเรื่องนี้แก่เจ้า ใช่หรือไม่...เพนนี' อิบรามันแสยะยิ้มแต่หน้าเคร่งเครียด 'แต่นี่...ก็ไม่ใช่การคิดคดต่อองค์สุลต่านแต่อย่างใด...เจ้าก็รู้...และองค์สุลต่านก็ย่อมรู้'


'แต่การวางแผนลอบวางยาท่านมุสซาร์...ข้อนี้ถือว่าร้ายกาจนัก'


'ข้าไม่ได้วางแผนการณ์ทำการนั้น' อิบรามันน้ำเสียงราบเรียบ 'ข้าจะคิดร้ายกับท่านมุสซาร์ไปด้วยเหตุใด...เขาเป็นประหนึ่งญาติของข้า..และหากผูกมิตรกับเขาได้...ทหารคุ้มกันเรือพ่อค้าเปอร์เซียก็จะหนุนปกป้องเมืองสิงหลา...และข้าเองก็สนับสนุนพวกพ่อค้าเปอร์เซียมากกว่าพวกวิลันดาและอังกฤษเป็นไหนๆ'


'แต่คนของท่าน...มิรายา...ฆ่าทหารที่ทำการเพื่อปิดปากพวกนั้น...ตามคำสั่งท่าน'


'ใช่...ข้าให้มิรายาปิดปากพวกนั้น...แต่ข้าไม่ใช่คนวางแผนการณ์ฆ่าท่านมุสซาร์ตั้งแต่ต้น'


'แสดงว่า...ท่านรู้ว่าคนร้ายตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังการณ์นี้...เป็นใคร' ฉันจ้องมองตาเขาตรง ๆ เพื่อเค้นหาคำตอบในดวงตาคู่นั้น 'มิรายาเองก็ย่อมรู้ข้อนี้ดีสินะ...เพราะนางไม่อยากให้ท่านหญิงแต่งงานกับท่านมุสซาร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว'


'ข้าไม่รู้...และเป็นเจ้าที่ต้องช่วยสืบหาความจริงนี้ไม่ใช่รึ...เพนนี'


เมื่อแยกทางกับอิบรามันที่ท้ายตลาดเบอลันดา ฉันสังเกตุเห็นหญิงคนหนึ่งแอบเดินตามหลังเขาไปห่างๆ ...และนั่นทำให้ฉันติดใจสงสัยว่าหญิงผู้นั้นเป็นใคร และคอยแอบติดตามอิบรามันมาตั้งแต่เมื่อไหร่


เมื่อรื้อฟื้นความทรงจำสมัยมาอยู่ในร่างสร้อยคราวก่อน...จึงจำได้ว่าเคยแอบได้ยินมิรายาคุยแผนลับกับหญิงคนหนึ่ง...มิรายา รับคำสั่งจากหญิงคนนั้นอีกทอดหนึ่ง ไม่ได้รับคำสั่งจากอิบรามันโดยตรง


ฉันพยายามลอบสอบถามมิรายาเกี่ยวกับหญิงคนนั้น...แต่มิรายาไม่ยอมให้คำตอบแก่ฉันแต่โดยดี...แต่ฉันก็จำต้องยอมใช้ไม้อ่อนไม่รบเร้าเธออีก


กลางเดือนมกราคม ค.ศ. ๑๖๘๐ หรือ พ.ศ. ๒๒๒๓ ของยุคปัจจุบัน แฮรอนเดินทางกลับมาถึงเมืองสิงหลา...เขาเรียกฉันไปพบเพื่อสอบถามฉันเกี่ยวกับบุตรสาวของเขาอีกคนหนึ่งที่ชื่อ “ฮารูโกะ”


ฉันหวนนึกถึงเมื่อตอนที่มาอยู่ในร่างของฮารูโกะ...ฉันยังจำวันนั้นได้ดี...เบน..พี่ชายของฮารูโกะบุตรชายที่เสียชีวิตไปแล้วของแฮรอน เป็นผู้ไขความกระจ่างให้แก่ฉันในตอนนั้น

‘ฮารูโกะ...ฉันคิดว่าเธอพักผ่อนต่อดีกว่าจะได้หายเป็นปกติความทรงจำจะได้กลับคืนมา’

‘ฮารูโกะ’ ฉันทวนชื่อที่ได้ยิน ‘คุณเรียกฉันว่า...ฮารูโกะ’

‘ก่อนวันที่โจรสลัดเข้าปล้นเรือฉันจับผิดเธอได้ เธอรับสารภาพว่าเธอคือหญิงสาวชาวญี่ปุ่น อายุสิบเจ็ดปี ชื่อฮารูโกะและต้องการเดินทางมาอังกฤษเพื่อตามหาพ่อของเธอ’

‘ตามหาพ่อ’

‘ใช่...และสร้อยของเธอ...ทำให้ฉันคิดว่า...พ่อของฉันกับพ่อของเธอ...คือคนๆ เดียวกัน’

‘ใคร...ใครคือพ่อของฉัน’

‘แฮรอน’ เขาตอบมาสั้น ๆ ก่อนจะเปิดฝากล่องไม้เล็ก ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ

‘แฮรอน’ ฉันทวนชื่อที่แสนคุ้นเคยนั้นด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม ‘อย่าบอกว่า...คุณคือ...เบน...ลูกชายของแฮรอน’

‘เธอจำได้แล้ว... และนี่สร้อยของเธอที่ฉันเก็บไว้ให้หลังช่วยเธอขึ้นมารักษาบาดแผลในห้องนี้’

เดาว่า...ตอนนี้แฮรอนคงมีข้อมูลชัดเจนแล้วว่า..ฮารูโกะ...บุตรสาวคนนั้นของเขามีสร้อยล็อกเก็ตประจำตัวอีกคน...และฉันคือคนที่มีสร้อยล็อกเก็ตนั้นและเคยสวมมาให้เขาเห็นโดยเจตนาอยู่หลายครั้งก่อนหน้านี้ นั่นก็เพื่อหวังให้เขาประติดประต่อเรื่องได้เองในสักวันหนึ่งว่าเขาได้เจอกับบุตรสาวแล้ว...และวันนั้นก็มาถึง


เพียงแต่ความจริงที่ว่า...ฉันไม่ใช่ฮารูโกะ...จำต้องเป็นความลับต่อไป


'ฉันได้เจอทั้งลูกสาว...และหลานสาว...ที่เมืองสิงหลาแห่งนี้...ช่างเป็นพรหมลิขิตจริงๆ' แฮรอนน้ำตาไหลหยดข้างแก้ม 'เธอใจร้ายนัก...ที่ไม่ยอมบอกความจริงกับพ่อ...ฮารูโกะ...แต่ก็สาสมแล้วสินะกับความผิดของพ่อที่ทำไว้กับแม่ของเธอ'


ฉันปล่อยให้แฮรอนเข้าใจไปแบบนั้น...เพราะไม่สามารถบอกได้จริงๆ ว่าฉันคือแก้ว...หญิงจากโลกยุคอนาคต และไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าตอนนี้ดวงจิตของฮารูโกะอยู่ที่ไหน...รู้แต่ว่า...ฮารูโกะไม่ได้อยู่ในร่างนี้แล้วตั้งแต่ต้นนับแต่ดวงจิตของฉันเข้ามาอยู่ที่นี่ เมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมา


แถมตอนนี้...ยังมีอีกหนึ่งดวงจิตอีกช่วงเวลาของฉันมาอยู่ในร่างของสร้อย...หลานสาวของเขาอีกด้วย


รู้แต่ว่า...พวกเราต่างมีความเกี่ยวพันแห่งโชตชะตากันเป็นแน่


ฉันบอกเล่าเรื่องราวความจริงว่าทำไม...ฮารูโกะสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นอังกฤษ จึงกลายเป็นเพนนี ฟาน เมอเตส คนในตระกูลของชาวดัทช์นามว่า เมอเตส ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าสถานีการค้าบริษัทอินเดียตะวันออกของวิลันดา คู่แข่งทางการค้าของอังกฤษ


‘เมอเตสเป็นคู่แข่งทางการค้าที่ฉันยอมรับฝีมือคนหนึ่ง ตอนนี้เขายังประจำการอยู่ที่เมืองปัตตาเวีย บริษัทดัทช์ยึดครองแถบนั้นได้หมดสิ้นแล้ว’ แฮรอนเอ่ย หลังรับฟังเรื่องราวจากฉัน


‘บริษัทอังกฤษเองก็กำลังรุ่งเรืองที่เมืองปตานี...หากเกิดการสู้รบระหว่างสองเมืองนี้...ท่านจะสนับสนุนเมืองใด’ ฉันยิงคำถามแบบตรงไปตรงมา เพราะเมื่อตอนมาอยู่ในร่างสร้อย...ฉันได้รับรู้แล้วว่าแฮรอนก็หวังใช้สิงหลาเป็นเมืองฐานการค้าของอังกฤษในแถบภูมิภาคนี้เช่นกัน


‘เราอยู่นอกเหนือการสู้รบระหว่างเมืองของแถบภูมิภาคนี้...เมื่อเสร็จสิ้นการสู้รบเราย่อมไม่เสียเปรียบต่อการพ่ายแพ้หรือชนะของเมืองใด...หากยังไม่มีคำสั่งการใดมาจากกษัตริย์อังกฤษ...เราก็ไม่สามารถช่วยเหลือฝ่ายใดได้’


‘แต่หากพวกดัทช์คอยช่วยเหลือเมืองสิงหลาอยู่ล่ะ....หากฝ่ายนั้นชนะ...อังกฤษก็ต้องออกไปจากเมืองอยู่ดี’ ฉันคัดค้านเสียงหนักแน่น เพราะรู้เท่าทันว่าบริษัทอังกฤษเองก็ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธแก่เมืองปตานี และบริษัทดัทช์ของมะเตโอสได้คอยช่วยสนับสนุนสิงหลาอยู่  ‘ เพราะฉะนั้น...คงไม่เสียหายอะไรนักหากอังกฤษจะช่วยสนับสนุนอาวุธให้แก่สิงหลาเท่ากับที่สนับสนุนแก่เมืองปตานี...หรือหากจะมากกว่า ก็ถือเป็นความกรุณาในฐานะที่ท่านเป็นพ่อของฉัน...ฉันผู้ซึ่งมีหัวใจภักดีต่อองค์สุลต่านสิงหลาเป็นที่สุด’


ฉันรู้ว่าแฮรอนยอมรับฟังเสียงของบุตรสาว...ไม่อย่างนั้นบริษัทอังกฤษคงไม่ลักลอบส่งมอบอาวุธปืนให้แก่เมืองสิงหลาในเวลาต่อมาหรอก


*********************************

เนปา ต้องไปประจำการถาวรที่ป้อมปืนฝั่งเขาแดงอีกครั้งในภาวะที่การข่าวแจ้งเรื่องทัพอโยธยาเตรียมยกกำลังมาบุกสิงหลาอีกครั้ง


ฉันแจ้งข้อมูลแก่องค์สุลต่านมุสตาฟาตามความเป็นจริงทุกประการว่า กองกำลังเรือรบจากเมืองนครก็ได้เริ่มเดินทางมาบุกสิงหลาและกำลังมีการระดมกำลังพลของปตานี พร้อมทั้งทหารเรือบริษัทดัทช์ที่ประจำการอโยธยา นักรบโปรตุเกสทุกฝ่ายกำลังรวมกำลังกับทัพทหารเมืองอโยธยา โดยมีพระยารามเดโช...เจ้าเมืองนครเป็นผู้นำทัพมาในครั้งนี้


‘ศึกนอกนั้นไม่น่ากลัวเท่ากับคนในของสิงหลาเอง’ ฉันเตือนองค์สุลต่านมุสตาฟา อีกครั้ง


...ฝ่ายอโยธยาใช้กลลวงทหารแห่งองค์สุลต่านสิงหลาให้เอาใจออกห่างจากผู้เป็นนายและช่วยเปิดประตูนำทหารเมืองนครบุกเข้าเผาทำลายเมืองจนเป็นเหตุให้สิงหลาพ่ายแพ้และล่มสลาย...


แต่ท้ายข้อความบรรยายการพ่ายแพ้และล่มสลายของเมืองสิงหลาตามบันทึกประวัติศาสตร์ของชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งนั้น...ฉันยังไม่อาจที่จะข่มใจบอกแก่องค์สุลต่านได้จริงๆ


‘อิบรามัน คุมทหารฝ่ายในอยู่ถึงหนึ่งในสี่...การจะทำการใดกับเขาจะต้องมีหลักฐานมัดตัวเขาอย่างชัดเจน...ไม่อย่างนั้น อาจเกิดกระแสโต้กลับเราได้’องค์สุลต่านเตือนฉันเช่นกัน


‘ข้าเตือนท่าน...เพราะรู้ว่าจะมีคนในทำการทรยศต่อสิงหลาจริงๆ’


‘เพนนี...แม้ข้าไม่อาจบังคับให้เจ้ายอมเอ่ยบอกชะตาเมืองสิงหลาในอนาคตได้สักที...แต่แววตาของเจ้า...ได้บอกบางอย่างแก่ข้าหมดแล้ว’องค์สุลต่านพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังออกว่าท่านรู้สึกเศร้าเสียใจมากนักหนา'ดังนั้น...ขอมอบเรื่องสืบหาคนในที่ว่านี้แก่เจ้า...หากรู้ว่าเป็นใคร...และมีหลักฐานยืนยันมั่นเหมาะ...แม้เป็นญาติหรือคนใกล้ชิดมิตรสหาย...ข้านี่ล่ะ...จะปลิดชีพมันด้วยมือของข้าเอง’


อิบรามัน...คือผู้ที่หลุดจากข้อสงสัยที่ว่าจะกบฏต่อสิงหลาและองค์สุลต่านมุสตาฟา...เพราะความร้ายกาจของเขานั้นมุ่งร้ายเพียงพวกต่างชาติต่างศาสนาเป็นหลัก


แต่บุตรชายของเขา...ยูซุบยังไม่หลุดพ้นจากความสงสัยนี้ ฉันจึงต้องคอยแอบสืบตามดูพฤติกรรมของเขาอย่างใกล้ชิดกว่าเดิม


ความผิดปกติอย่างหนึ่งของเขาหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คือ ลูกน้องของฉันแอบเห็นยูซุบดื่มเหล้าในเรือนพัก ทั้งที่ยูซุบนั้นเคร่งครัดศาสนามากเช่นเดียวกับอิบรามันผู้เป็นพ่อ


และต่อมา ลูกน้องได้ส่งข่าวมาว่ายูซุบแอบปลอมตัวเป็นชายชาวพื้นเมืองและกำลังเดินทางไปที่ร้านเหล้าตลาดท่าเรือ ฉันจึงตามไปเพื่อดูให้เห็นกับตา


หน้าร้านเหล้า...ฉันบังเอิญได้เจออีกหนึ่งจิตของฉันในร่างสร้อยพร้อมกับท่านหญิงที่แอบปลอมตัวมาที่ตลาดท่าเรือ แต่ฉันจำเป็นต้องแอบตามยูซุบไปมิให้คลาดสายตา...และรู้ดีว่าตอนนี้ท่านหญิงแอบปลอมตัวมาเพื่อสืบข่าวของท่านมุสซาร์ผู้เป็นคู่หมั้นเท่านั้น และจะไม่มีอันตรายใด


ในร้านเหล้า...ยูซุบเข้าไปในห้องรับรองซึ่งจัดไว้เป็นการส่วนตัวมิดชิดแยกไปจากห้องโถงด้านนอก...ฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าเขาสนิทสนมกับลูกน้องคนหนึ่งของมะเตโอสซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองและมะเตโอสไว้วางใจให้ช่วยดูแลกิจการร้านเหล้าที่ท่าเรือแห่งนี้


ด้วยเป็นร้านเหล้าของมะเตโอสที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีจึงสามารถเปลี่ยนชุดปลอมเป็นหญิงชาวจีนบริการรินเหล้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว


‘ท่านพ่อของข้ากำลังคิดการณ์ใหญ่เกินตัว...แม่ข้าจะห้ามปรามก็ไม่เป็นผล...มิหนำซ้ำยังคิดร้ายกับข้า...ไม่ไว้วางใจข้าอีกด้วย’เสียงยูซุบบอกเล่าเรื่องราวแก่ลูกน้องของมะเตโอส...ฉันเพิ่งรู้ว่ายูซุบสามารถพูดภาษาพื้นเมืองของสิงหลาได้ชัดเจน‘คนของเขาล้วนอยู่รายรอบข้า...องค์สุลต่านก็ไม่วางใจข้าแล้ว จึงปลดจากตำแหน่งรององค์รักษ์’


ยูซุบระบาย...ฉันสังเกตเห็นว่าเขาไม่แตะต้องเหล้าที่ฉันรินใส่แก้วบนโต๊ะให้เลยสักนิด


‘แต่ข้าไม่อาจทำร้ายพ่อตัวเองได้...ไม่สามารถที่จะบอกใครได้ว่าเขาคิดทำการอะไรอยู่...แต่ที่ข้ามาระบายให้เจ้าฟัง...เพราะเจ้าเป็นเพื่อนสนิทข้า...และหวังว่าเจ้าจะไม่บอกใคร...พ่อข้ามีแผนการยึดอำนาจจากองค์สุลต่าน...เอ่อ...ให้หญิงผู้นี้ออกไปก่อนเถอะ...แม้จะเป็นหญิงชาวจีนแต่ข้าไม่ไว้ใจนัก’


‘เจ้าออกไปก่อน’ลูกน้องมะเตโอสสั่งการด้วยภาษาจีน ฉันจึงจำเป็นต้องออกมาจากห้องนั้นเสียก่อนที่จะได้รู้เรื่องราวทั้งหมดที่ยูซุบบอกแก่ลูกน้องของมะเตโอส


แต่เท่านี้...ฉันก็พอจะจับทางได้แล้วว่าอิบรามันไม่ได้คิดกบฏต่อเมืองสิงหลาก็จริง...แต่เขาคิดหวังยึดอำนาจจากองค์สุลต่าน


คนในที่คิดหักหลังองค์สุลต่าน...คืออิบรามัน...คนที่ฉันเคลือบแคลงใจมาตั้งแต่ตอนอยู่ในร่างสร้อยแล้วนั่นเอง


ฉันจำได้ว่าเขาร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนเสียสติในวันที่สิงหลาพ่ายแพ้แก่อโยธยา...เพราะเขาไม่ได้หวังให้สิงหลาล่มสลาย...เพียงแต่ทำการไปทุกอย่างเพื่อยึดอำนาจองค์สุลต่านเท่านั้นเอง...เมื่อสิงหลาพ่ายแพ้...ความฝันของเขาที่จะขึ้นเป็นใหญ่จึงสูญสลายไปด้วยนั่นเอง


น่าเสียดายที่สมัยนี้ยังไม่มีเครื่องมือบันทึกเสียงพูดของยูซุบไว้เป็นหลักฐานมัดตัวอิบรามันได้...แต่ตัวยูซุบนี่ล่ะ...คือพยานปากเอกซึ่งฉันจะต้องหาทางให้เขายอมบอกความจริงเรื่องนี้แก่องค์สุลต่านด้วยตัวเขาเอง


ในขณะที่กำลังพยายามจะลอบดักฟังยูซุบอยู่นั้นโชคก็เข้าข้างอีกครั้ง เมื่อเห็นห้องข้าง ๆนั้นว่างอยู่...ฉันจึงสามารถเข้าไปแอบเงี่ยหูฟังยูซุบบอกเล่าได้ว่าอิบรามันกำลังวางแผนการณ์ทำอะไรต่อไป


เย็นวันนั้น ฉันจึงรีบแจ้งองค์สุลต่านมุสตาฟาและวางแผนซ้อนไว้ได้ทันการณ์พอดี


ยูซุบพูดว่า...พวกอิบรามันวางแผนจะจับท่านหญิงเป็นตัวประกันอีกครั้ง เพราะรู้ว่าองค์สุลต่านรักและห่วงน้องสาวต่างมารดาคนนี้มากนัก


ฉันจึงให้คนไปรับตัวท่านหญิงไปซ่อนไว้ส่วนฉันก็ไปดูแลสร้อย...หรือในอีกความหมาย ก็คือดูแลตัวเองในร่างสร้อยให้ปลอดภัย


มิรายาถูกจับกุมตัวไปจากเรือนรับรองของท่านหญิง ส่วนอิบรามันถูกทีมองครักษ์ขององค์สุลต่านมุสตาฟาจับกุมตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน


ยูซุบยอมเป็นพยานมาให้การในที่สุด แต่...อิบรามัน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในขณะที่มิรายาไม่ยอมให้ความใด ๆ ทั้งสิ้น


‘ขังพวกมันไว้...เมื่อเสร็จศึกแล้ว...ข้าจะสังหารพวกมันให้สิ้นด้วยตัวข้าเอง’ องค์สุลต่านสรุปความหลังสิ้นสุดการโต้แย้ง

สิ้นคำกล่าวขององค์สุลต่าน...ฉันบังเอิญได้สังเกตุเห็นสีหน้าแย้มยิ้มที่มุมปากของยูซุบ...ราวกับว่าเขากำลังสะใจอยู่ลึกๆ...ผิดวิสัยของลูกในยามที่พ่อกำลังจะถูกประหาร...แม้จะมีเรื่องราวไม่เข้าใจกันทางความคิดระหว่างพ่อลูกมาก่อนก็ตามที


*********************************


ทัพเรือปตานีเริ่มทำการยิงจู่โจมทัพเรือสิงหลาเป็นลำดับแรกแล้ว  ส่วนทัพอโยธยา และทัพจากเมืองนครโดยการนำของพระยารามเดโชใกล้เข้ามายังเมืองสิงหลาทุกขณะ


องค์สุลต่านประจำการในเขตเมือง องค์อัสซันนำทัพเรือป้องกันน่านน้ำสิงหลา  องค์อุสเซนนำทัพบกต้านทหารเมืองนครด้านทิศเหนือ ...บุตรชายทั้งสามขององค์สุลต่านสุลัยมาน ซาห์ ได้รวมกันทำหน้าที่ปกป้องเมืองสิงหลาไว้อย่างสุดกำลัง สมเกียรติ และสมภาคภูมิยิ่งนัก


กองกำลังคุ้มกันเรือพาณิชย์ของท่านมุสซาร์ก็เป็นแนวร่วมป้องกันเมืองอย่างเข้มแข็งในขณะที่มะเตโอสก็ประกาศให้ทหารประจำสถานีการค้าของดัทช์ร่วมป้องกันเมืองสิงหลาอีกด้วย...ส่วนแฮรอนก็ได้ส่งมอบอาวุธปืนและกระสุนเพิ่มเติมแก่สิงหลาจำนวนมาก


เนปายังคงประจำที่ป้อมปืนบนหัวเขาแดง เรายังไม่ได้มีโอกาสเจอกันนับแต่เขาขึ้นไปประจำการและเมื่อนับวันที่ทัพศึกใหญ่ของพระยารามเดโชจะมาถึงสิงหลานั้น...ฉันรู้ได้ว่า...เหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้น


องค์สุลต่านประกาศแจ้งให้ทุกเรือนในเขตเมืองทำเสบียงส่งให้ทหาร...ท่านออกไปเยี่ยมเยียนสร้างขวัญกำลังใจแก่ทหารที่วางกำลังตามชายแดนทิศเหนือด้วยตัวเองโดยฉันได้ตามท่านไปด้วยในครั้งนี้เมื่อมอบยาสมุนไพรเพิ่มเติมแก่หมอทหาร


‘เรายังมีปืนใหญ่ ทั้งบนเขาและป้อมปราการในทะเล พวกทหารบกจากนครไม่สามารถผ่านกำแพงเมืองฝั่งทิศเหนือมาได้ง่ายๆ’ องค์สุลต่านประกาศกร้าว ‘แต่พวกเราจงอย่าได้ประมาท...ต้องร่วมกันต้านศึกนี้ให้จงได้เพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของพวกเรา...ชาวสิงหลา’


‘ประตูเมืองทิศเหนือนี้...จะต้องให้คนที่ไว้ใจได้เท่านั้นมาประจำการ’ฉันเตือนองค์สุลต่านขณะที่พวกเรากำลังขี่ม้ากลับเข้ามาในเขตเมือง


...ฝ่ายอโยธยาใช้กลลวงทหารแห่งองค์สุลต่านสิงหลาให้เอาใจออกห่างจากผู้เป็นนายและช่วยเปิดประตูนำทหารเมืองนครบุกเข้าเผาทำลายเมืองจนเป็นเหตุให้สิงหลาพ่ายแพ้และล่มสลาย...


เพราะจากบันทึกประวัติศาสตร์และภาพความทรงจำสมัยอยู่ในร่างสร้อย...ทหารนคร บุกเข้าเมืองได้สำเร็จจากการเปิดประตูเมืองของหนอนบ่อนไส้ทางด้านทิศเหนือแห่งนี้


ดังนั้น...ไม่ว่าองค์สุลต่านจะมอบหมายใคร...ผู้นั้นก็คือผู้ทรยศเปิดประตูเมืองให้ข้าศึกอย่างนั้นน่ะหรือ


เมื่อองค์สุลต่านคัดเลือกนายทหารหัวหน้าประจำการประตูเมืองได้แล้ว...ฉันจ้องหน้าเขาอยู่ครู่ใหญ่...เพราะรู้จักเขาดีพอสมควร...เป็นทหารที่ทำศึกร่วมทีมกับองค์อุสเซ็นมานาน...และไม่มีพฤติการณ์หรือประวัติใดบ่งบอกว่าเขาจะทรยศได้เลย


‘ข้าไว้ใจเจ้ามากที่สุด...เพนนี’องค์สุลต่านแย้มยิ้มกว้าง ‘หากเจ้าเป็นชายชาติทหาร ข้าคงส่งเจ้ามาประจำการจุดนี้ตามที่เจ้าแนะนำ...แต่นี่....เจ้าเป็นหญิงต่อให้เก่งกาจเพียงใด...ข้าก็อดห่วงเจ้าไม่ได้หรอก...ในยามนี้...เจ้าจงอยู่ใกล้ข้าไว้เถอะนะ’


ด้วยความกังวลนานัปการฉันจึงได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ กลับไป


‘แต่...หัวใจเจ้า...ก็คงอยู่ที่ป้อมปืนเขาแดง...อยู่กับเนปาตลอดเวลา’องค์สุลต่านบอก ก่อนจะหัวเราะเสียงดังและตบหลังฉันเบา ๆ เป็นการหยอกล้อในที


ฉันจึงได้แต่เงียบ ไม่ปฏิเสธ...เพราะหัวใจฉันบินไปหาเนปาแล้วจริงๆ ตามที่องค์สุลต่านกล่าวไว้


ตอนนี้ความทรงจำของเนปา คงฟื้นกลับคืนมามากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว...เขาเองก็คงกำลังสับสนไม่แพ้ฉันเช่นกัน


สิงหลา อโยธยา นคร และปตานี...ในยามนี้ก็คือ สยาม หรือประเทศไทยในอนาคต...แต่การสู้รบในยุคนี้จะต้องผ่านพ้นไปในที่สุด...การสูญเสียย่อมเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้


ฉัน กับ เนปาซึ่งมาจากอนาคตจึงย่อมรู้สึกเจ็บปวดหัวใจนักหนา ที่ต้องมายืนอยู่ ณ จุด ๆ นี้ ...และคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย


*********************************





Create Date : 20 เมษายน 2561
Last Update : 21 เมษายน 2561 0:27:41 น. 3 comments
Counter : 429 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse, คุณ**mp5**, คุณlovereason


 
ส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 24 เมษายน 2561 เวลา:18:30:14 น.  

 
อัพเดทต่อหลังพฤษภาคม 61 นะคะ...เนื่องจากตอนนี้ติดภารกิจสำคัญเร่งด่วน


โดย: ~My Birthday is on April 14~ วันที่: 2 พฤษภาคม 2561 เวลา:16:26:14 น.  

 
โอย ไม่ได้เข้ามานาน พี่แกะมาอัปต่อแล้วววววว
เอาไว้จะมาตามอ่านค่า


โดย: lovereason วันที่: 21 พฤษภาคม 2561 เวลา:23:41:58 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.