Group Blog
 
<<
เมษายน 2561
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
12 เมษายน 2561
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๔๕ แผนซ้อนซ่อนปม





ฉันกับเนปาตกลงกันว่า จะยังไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเราที่กลับมาคืนดีกันให้ใครได้ล่วงรู้นอกจากองค์สุลต่านมุสตาฟา

ขุนอาบไม่ยอมให้คำตอบตรง ๆ กับฉันว่าทำไมเขาจึงรู้ล่วงหน้าว่าฉันจะเดินทางไปเมืองนครและได้พบกับพระยารามเดโช...บอกแต่เพียงว่าทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ท่านพระครูเมืองอโยธยาได้บอกแก่ออกหลวงชำนาญไว้เท่านั้น

คณะทูตจากอโยธยาได้เดินทางมาถึงเมืองสิงหลาอีกครั้ง...ออกหลวงชำนาญเป็นหัวหน้าคณะทูติ...ฉันไปดักรอเขาที่เรือนพักรับรองแต่ออกหลวงชำนาญให้คำเฉลยเพียงแค่ว่าท่านพระครูแจ้งไว้เพียงแค่นั้น...ทั้งเขาและขุนอาบต่างทำในสิ่งที่ท่านพระครูแจ้งไว้และตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าท่านพระครูเดินทางไปธุดงค์ที่ใด

ในวันที่คณะทูติอโยธยาได้รับอนุญาตเข้าพบองค์สุลต่านนั้นฉันจำได้ว่าจะเป็นวันที่เปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของฉันในร่างสร้อยอีกครั้งหนึ่ง...ด้วยรู้ดีว่าสร้อยสามารถโน้มน้าวให้ฉันซึ่งอยู่ในร่างเดียวกันกับเธอวางแผนเข้าไปหาอัสฟาในเขตเมืองชั้นในจนได้ฉันจึงต้องเตรียมความพร้อมหลายอย่างเพื่อช่วยเหลือให้ปลอดภัย...ขณะเดียวกันก็มีเหตุการณ์ทับซ้อนขึ้นนั่นคือเหตุลอบทำร้ายทูติอโยธยาที่เรือนรับรอง

ฉันวางแผนให้ยายจันทร์นำสร้อยมาที่เรือนเพราะไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต้องโดนทหารจับตัว ฐานที่แอบเข้ามาในเขตวังและเป็นผู้ต้องสงสัยลอบทำร้ายทูติอโยธยา

ทหารค้นบ้านยายจันทร์ในเขตวังชั้นนอกเพราะเห็นสร้อยเข้ามาซ่อน...ฉันในชุดดำต้องล่อทหารขึ้นไปบนเขา เมื่อโดนล้อมกรอบจึงต้องพาสร้อยหนีลงจากเขาโดยใช้เครื่องร่อนที่เตรียมไว้เป็นพาหนะเดินทางไปยังชายหาดเก้าเส้ง

เนปาเป็นคนช่วยฉันประดิษฐ์เครื่องร่อน เราได้ทดลองและฝึกใช้เครื่องร่อนด้วยกันในเวลากลางคืนที่ผ่านมา

“เหมือนว่าผมเคยบินอยู่บนฟ้าได้แบบนี้มาก่อน...แต่ยังนึกไม่ออกว่าที่ไหนยังไง” เนปาบอกเมื่อเราทดลองใช้เครื่องร่อนบินข้ามไปยังฝั่งบ่อยางได้สำเร็จ

“คุณเป็นนักรบ...ทั้งในยุคนี้ และยุคปัจจุบันของคุณเองค่ะ” ฉันเฉลย

เนปายิ้มตอบรับแต่ก็บอกว่ายังจำไม่ได้อยู่ดี

เมื่อผลการทดลองเป็นที่พอใจพวกเราจึงนำเครื่องร่อนไปซ่อนไว้บนเขา ฉันบอกเล่าแผนการทุกอย่างให้เนปารับรู้เพราะต้องการความช่วยเหลือจากเขาเป็นสำคัญด้วย

“ถ้าขืนปล่อยให้สร้อยอยู่ที่บริษัทอังกฤษอาจถูกมะเตโอสจับได้สักวัน...สู้หาทางให้สร้อยเข้ามาอยู่ในเขตวังและอยู่ในสายตาของพวกเราจะเป็นการดีกว่า”

เนปาจึงเป็นผู้นำเรือออกไปจับตัวสร้อยที่ปากทางเข้าเมืองสิงหลาด้วยตัวเอง...ในข้อหาแอบขโมยป้ายทองประจำตัวของท่านหญิงปารีซา... แต่ข้อกล่วหากรณีเป็นผู้ลอบทำร้ายทูติอโยธยานั้นเป็นการกระทำของฝ่ายอื่นซึ่งฉันในฐานะเพนนี กำลังติดตามอยู่ว่าเป็นฝีมือใคร

เนปาช่วยเล่นละครให้ฉันในร่างสร้อยรวมทั้งสร้อยรู้สึกกลัวได้อย่างแนบเนียนจนพวกเราหายซ่าไปนานพอควร...การถูกขังในคุกหลวงเป็นสิ่งที่ฉันในตอนนั้นไม่คาดคิดว่าจะสามารถรอดมาได้อีก จนกระทั่งการปรากฎตัวของท่านหญิงปารีซา เธอช่วยเหลือสร้อยไว้ให้รอดจากการถูกประหาร ทั้งนี้...ท่านหญิงยื่นข้อแลกเปลี่ยนว่าฉันจะต้องเป็นครูสอนวิชาต่อสู้ป้องกันตัวตามที่เธอเคยร้องขอไว้ก่อนหน้านี้ด้วย

ท่านหญิงปารีซาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่แสดงได้สมบทบาทเหลือเกิน...นี่ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันและฉันเป็นกรรมการผู้ตัดสินรางวัลตุ๊กตาทองล่ะก็...ท่านหญิงปารีซากับเนปา จะต้องได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมเป็นแน่

เนปาต้องแสร้งทำทีว่ายังมีอาการบาดเจ็บจากการออกศึกที่สตรึงเพรียะเมื่อหลายวันก่อน ฉันใช้ถุงผ้าใส่ลูกหว้าป่าและผงสมุนไพรกลิ่นคล้ายสนิม เหน็บไว้ที่เอวของเนปาทำให้มองดูคล้ายเลือดเนปาไหลเปรอะออกมาจากบาดแผล ทั้งนี้ เพื่อตบตาผู้ต้องสงสัยว่าเขาพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนตลอดเวลา...แต่ที่จริงแล้วในเวลากลางคืนเนปากับฉันลอบออกหาข่าวและติดตามผู้ต้องสงสัย

ยุซุบ คือหนึ่งในนั้นตอนนี้เขาไม่ได้ทำหน้าที่รองหัวหน้าองครักษ์เหมือนเดิมแล้วสืบเนื่องจากความผิดที่ยังคลุมเครือเมื่อครั้งจับตัวท่านหญิงปารีซาไป แต่ในเมื่อยังไม่มีหลักฐานมัดตัวเขาได้แน่นพอ องค์สุลต่านมุสตาฟาจึงแค่ปลดเขาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าองครักษ์และให้ทำหน้าที่เป็นครูฝึกทหารองครักษ์ในวัง

ฉันเล่าให้เนปารับรู้เรื่องที่อิบรามันว่าจ้างให้ฉันเฝ้าจับตาดูยุซุบ...เนปาจึงยินดีที่จะช่วยฉันอีกแรงเพราะโดยส่วนตัวนั้นเขาเชื่อว่ายุซุบเป็นคนร้ายจับตัวท่านหญิงปารีซาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อฉันยืนยันหนักแน่นว่า คนร้ายถูกปามีดสั้นใส่และได้รับบาดเจ็บ ทว่ายุซุบในวันสอบความนั้นไม่ปรากฏบาดแผลใด ๆ บนตัวเลย เนปาจึงจำต้องยอมตามหลักฐานที่ฉันให้การ

ในที่สุดเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่วางแผนไว้ สร้อยก็ได้มาอยู่ที่เรือนท่านหญิงปารีซาในฐานะผู้คุ้มกัน

ฉันเองในนามของเพนนี ฟาน เมอเตส จึงต้องคอยดูแลทั้งสร้อยและท่านหญิงปารีซา...ในบทบาทของครูผู้ฝึกสอนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวให้กับท่านหญิงปารีซาและสาวน้อยจอมแก่นผู้คุ้มกันทั้งหลาย

มันไม่ง่ายเลยที่จะอดกลั้นอาการขำตัวเองในร่างสร้อยตอนที่พยายามกระเสือกกระสนเรียนรู้วิชาการต่อสู้ต่างๆ...มิหนำซ้ำ ยังต้องทำทีแสร้งเป็นร้ายกาจกับสร้อยอีกด้วยเพื่อมิให้มิรายาเคลือบแคลงใจ

* * * * * * * * * * * * * *

องค์สุลต่านเรียกให้ฉันเข้าพบในวันต่อมา เพราะออกหลวงชำนาญได้กล่าวอ้างถึงฉันภายหลังการเจรจาทางการทูติผ่านไป

‘เพนนี...หัวหน้าทูติผู้นั้นกล่าวไว้ว่า เจ้าคือผู้ที่ข้าควรรับฟัง ว่าเหตุใดสิงหลาจำต้องยอมสวาภิภักดิ์ต่อสมเด็จพระนารายณ์กษัตริย์อโยธยา’

ฉันกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เมื่อถึงเวลานี้...คิดครุ่นว่านี่คือความหมายของข้อความ‘...ช่วยอโยธยารวมผืนดิน...’ ตามที่ท่านพระครูแจ้งไว้อย่างนั้นหรือเปล่านะและถ้าฉันทำตามนั้น จะช่วยเปลี่ยนแปลงอนาคตของเมืองสิงหลาได้อย่างไรกันล่ะในเมื่อความจริงในอนาคตนั้น...เมืองสิงหลาล่มสลายกลายเป็นซากปรักหักพังไปสามร้อยกว่าปีแล้ว

‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในภายภาคหน้า...หากท่านยอมสวามิภักดิ์แก่องค์สมเด็จพระนารายณ์กษัตริย์อโยธยา ...เลือดสิงหลา จักครองแผ่นดินส่องหล้าสืบไป’ ฉันตัดสินใจสื่อความบอกเพียงนัย ๆ เท่านั้น

‘บังอาจ...นี่เจ้ากำลังล่อลวงกลใดเพื่อหวังให้องค์สุลต่านยอมตกลงอยู่ภายใต้อโยธยาอย่างนั้นรึ’อิบรามันตวาดขึ้นเสียงดัง ‘อย่าคิดว่าข้ารู้ไม่ทันพวกต่างชาติอย่างเจ้าที่คิดหวังแต่จะเอาเปรียบพวกเรา ทั้งพวกอังกฤษ พวกวิลันดาล้วนแล้วแต่จ้องจะตะครุบผลประโยชน์จากสิงหลาอยู่ทั้งสิ้น’

‘แล้วเพนนีจะได้ประโยน์อันใดจากการยุให้ข้ายอมสวามิภักดิ์ต่ออโยธยาเล่า’องค์สุลต่านปรามด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบและสีหน้านิ่งเฉยจนฉันไม่รู้ว่าท่านคิดอย่างไรกันแน่

‘นางเป็นพวกวิลันดา แถมยังเป็นนักล่ารางวัล...มิหนำซ้ำยังเคยเดินทางไปอโยธยามาก่อนแล้ว...เราจะไม่คิดไว้บ้างหรือว่า นางอาจได้รับเงินรางวัลจากอโยธยา หากเกลี้ยกล่อมพวกเราสำเร็จ’ อิบรามันยังค้านต่อไป

‘หากเพนนีเห็นแก่เงินจริง...เหตุใดนางจึงบริจาคเงินทองของตัวเองมากมายเพื่อตั้งโรงทานโรงสอนภาษา และโรงหมอให้แก่พวกชาวบ้านที่ยากจนด้วยเล่า’ ข้าหลวงผู้ใหญ่คนหนึ่งในที่ประชุมตั้งข้อสังเกตุแย้งอิบรามัน

อิบรามันนิ่งเงียบไปชั่วครู่ภายหลังข้อโต้แย้งนั้นก่อนจะสรุปความด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดต่อไป

‘แต่ข้าไม่เคยไว้ใจพวกนอกศาสนา...โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกนอกรีตที่มาได้ประโยชน์จากสิงหลา’

‘ถ้าอย่างนั้นท่านก็คงเห็นแย้งกับบิดาและปู่ข้ามาตลอดสินะ...อิบรามัน...ท่านอย่าลืมว่าสิงหลาได้พวกต่างชาติที่ท่านตั้งแง่รังเกียจคอยเกื้อหนุนสิงหลามายาวนานเช่นกัน...วิทยาการสมัยใหม่ของพวกเขาช่วยให้สิงหลารุ่งเรืองในภูมิภาคนี้และมีป้อมปราการที่ข้าศึกมิอาจทัดทานได้มาตลอด...แม้แต่กองกำลังจากอโยธยา ปตานีและนคร ยังมิอาจทำอะไรสิงหลาได้เลย’ ท่านสุลต่านมุสตาฟามีน้ำเสียงขึงขังและเด็ดขาด‘และในเมื่อสิงหลาตั้งอยู่ในยุทธภูมิที่มั่นคงมากเช่นนี้...จึงไม่มีสาเหตุใดที่ข้าจะยอมอยู่ใต้อาณัติแห่งอโยธยา...ข้าขอสืบสานความตั้งใจของบิดา...เมืองสิงหลาต้องเป็นอิสระสืบไปและขยายอาณาเขตออกให้กว้างใหญ่จนสุดแหลมมลายูในสักวัน’

เมื่อองค์สุลต่านตัดสินใจเช่นนั้น...จึงไม่มีเหตุอันใดที่ฉันหรือใคร ๆ ในที่ประชุมจะออกความเห็นอีก

ขุนอาบได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกหลวงและกลับไปพร้อมกับคณะทูติอโยธยา...คราวนี้เนปาไม่ยอมให้ฉันขึ้นไปส่งคณะทูติบนเรือสำเภาของอโยธยาอีก...พวกเราจึงยืนคุยกันที่ริมน้ำท่าเรือ

“น่าเสียดายที่สิงหลาตัดโอกาสอันสำคัญยิ่งนี้...ข้าขอบอกว่า นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่อโยธยาจักส่งทูติมายังสิงหลาเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยให้ยอมสวามิภักดิ์ต่ออโยธยาและยุติการสู้รบกับปตานี” ออกหลวงชำนาญมีสีหน้าเคร่งขรึมขณะแจ้งข่าวนั้น

ฉันนิ่งเงียบยอมรับความจริง...เพราะรู้ว่าหลังจากนี้อโยธยาจะรวมกำลังกับปตานี และนคร เพื่อทำศึกกับสิงหลาอย่างหนักหน่วงเพียงใด

* * * * * * * * * * * * * *

เรือกัปตันโจนาธานกลับมาถึงท่าเรือเมืองสิงหลา  โดโลฮอฟในตอนแรกนั้น ยังไม่รู้ความจริงว่าแกลรี่ ก็คือ สร้อยนั่นเอง...เขาได้สารภาพความในใจกับแกลรี่ด้วยความสับสนในตัวเองเป็นที่สุด ต่อเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วแกลรี่ไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นสร้อย และเป็นสาวน้อยที่เขาเคยแอบชอบมาก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ...ทำให้โลโลฮอฟไปต่อแทบไม่ถูกเลยทีเดียว

ฉันซึ่งตามเฝ้าดูพวกเขาอยู่ห่างๆ จึงได้แต่เอาใจช่วยอยากให้โลโลฮอฟ สมหวังกับสร้อยจริง ๆ ...แต่คงหมดโอกาสนั้นแล้ว เพราะในวันที่เมืองสิงหลาพ่ายแพ้นั้น โดโลฮอฟถูกคนของมะเตโอสทำร้ายจนตกน้ำเสียชีวิตและฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าชะตากรรมของสร้อยจะเป็นอย่างไรหลังจากที่ฉันออกจากร่างสร้อยและกลับไปอยู่ในยุคปัจจุบันของตัวเองเมื่อคราวก่อน

ฉันช่วยฝึกวิชาการต่อสู้ให้กับทีมคุ้มกันท่านหญิงต่อไปจนกระทั่งถึงเวลาสำคัญ นั่นคือ การพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อผู้เป็นนาย...แม้ฉันจะทัดทานท่านหญิงไปแล้วและขอเลื่อนการทดสอบในช่วงนี้ แต่ท่านหญิงปารีซายังคงกำหนดการตามแผน คือทดสอบจิตใจของสร้อยและผู้คุ้มกันคนอื่น ๆ โดยใช้เกาะยอ เป็นสถานที่ปฏิบัติการ

ฉันจึงต้องหาทางออก โดยเสนอท่านหญิงว่าให้เนปาเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ด้วย เพราะเนปาคือคนที่สร้อยรักและเคารพ...หากใช้เนปาเป็นผู้ทดสอบจะสามารถรู้ใจของสร้อยได้ว่า เธอภักดีต่อท่านหญิงจริงหรือไม่

แต่ส่วนหนึ่งนั้น ฉันต้องการให้ทีมทหารรับจ้างของเนปาไปคอยดูแลความปลอดภัยแก่ท่านหญิงปารีซาด้วยเพราะรู้ว่าจะมีคนร้ายคอยแอบซุ่มโจมตีอยู่ที่เกาะยอนั่นเอง

ฉันได้ปฏิเสธการเดินทางไปเกาะยอพร้อมกับท่านหญิงโดยอ้างว่าต้องไปสืบข่าวนอกเมือง แต่ที่จริงได้แต่งชุดดำแอบไปดักคอยดำเนินการเพื่อซ้อนแผนคนร้ายตัวจริงที่คิดจะทำร้ายท่านหญิงอีกต่อหนึ่ง

เหตุการณ์ที่สร้อยตกน้ำในตอนนั้น... ทำให้เธอหายเงียบออกไปจากร่าง...ปล่อยให้ฉันอยู่ในร่างของเธอเพียงลำพัง

จากที่แอบซุ่มดูอยู่บริเวณชายป่าจึงทำให้ฉันได้รู้ว่าคนที่ช่วยผายปอดให้ฉันฟื้นกลับมาในร่างสร้อย คือ เนปา...ไม่ใช่โดโลฮอฟอย่างที่ฉันเคยเข้าใจ

และนั่นเองที่เป็นสาเหตุทำให้โดโลฮอฟแอบเคืองสร้อยและเนปาไปหลายวัน...เพราะเขาไม่รู้ว่านั่นไม่ใช่การจูบแต่เป็นการผายปอดช่วยชีวิต

พวกคนร้ายวางแผนผิดตรงที่ปลอมตัวแต่งชุดดำปิดบังอำพรางหน้าเลียนแบบทีมนักล่ารางวัล...ฉันจึงซ้อนแผนโดยจัดการกับลูกน้องคนหนึ่งของพวกมันและแฝงตัวเข้าไปร่วมทีม

แต่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในส่วนที่ทับซ้อนนี้ฉันไม่ได้บอกเนปาไว้ก่อนล่วงหน้า เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะไม่ยอมให้ฉันลุยเดี่ยวอย่างแน่นอน

ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จ ทุกคนปลอดภัยกลับมาจากเกาะยอ และเนปาสามารถนำตัวคนร้ายมาขังไว้ในคุกหลวง

คนร้ายที่ถูกจับไม่ยอมสารภาพว่าใครจ้างให้กระทำการดังกล่าวและชิงฆ่าตัวตายไปเองเสียก่อน...แต่เมื่อฉันแอบเข้าไปตรวจสภาพโดยการผ่าศพดูแล้วก็ได้คำตอบว่าเขาถูกวางยาพิษในอาหาร...ฉันรายงานเรื่องนี้แก่องค์สุลต่านมุสตาฟาท่านจึงสั่งมิให้แพร่งพรายเรื่องที่เราล่วงรู้เรื่องนี้ออกไป เพื่อหวังให้คนร้ายที่อยู่เบื้องหลังตัวจริงปรากฎตัวออกมา

‘คนทำการหวังยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว’ฉันแจ้งแก่องค์สุลต่าน ‘มีคนคิดหวังกำจัดท่านหญิง เนปา และใส่ร้ายหัวหน้าพาณิชย์บริษัทอังกฤษ’

‘เจ้าสงสัยใครบ้าง’องค์สุลต่านถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

‘การร้ายครั้งนี้...ข้าสงสัยอิบรามัน’ ฉันตอบไปตามตรงแม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเป็นมั่นเหมาะ‘

‘แล้วการที่ท่านอิบรามันจ้างวานให้เพนนีเฝ้าตามดูยูซุบ...เขาต้องการอะไรกันแน่นะ’เนปาเสริมขึ้นมาบ้าง

‘อิบรามัน กับยูซุบมีความเห็นไม่ค่อยลงรอยกันมาแต่ไหนแล้ว...ข้าเองก็ใช่จะวางใจยูซุบ พักหลัง ๆ นี้สหายคนสนิทของเขาแจ้งว่า หลังฝึกทหารเสร็จในแต่ละครา เขามักปลีกตัวออกไปไม่เหมือนเมื่อก่อน’

‘อิบรามันอาจจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกาะยอ...เพราะเขาจงเกลียดจงชังพ่อค้าต่างชาตินักจึงหวังคิดใส่ร้ายแฮรอน พ่อค้าชาวอังกฤษ’ ฉันแจ้งความสงสัยอันซับซ้อนนี้เพิ่มเติมทั้ง ๆ ที่ยังหาหลักฐานใด ๆ มามัดตัวอิบรามันไม่ได้สักที ‘แต่ข้ายังหาเหตุผลที่เขาคิดกำจัดท่านหญิงไม่ได้’

‘เขาจะทำอย่างนั้นไปทำไม...หากกำจัดบริษัทอังกฤษได้...เบอลันดาก็จะได้เปรียบ....อย่างที่เราต่างรู้ว่าอิบรามันนั้นเกลียดพ่อค้าเบอลันดามากกว่าเป็นไหนๆ เพราะสัญญาของเบอลันดาได้เปรียบสิงหลามากกว่าอังกฤษ’องค์สุลต่านยังไม่เห็นด้วยกับฉันในเรื่องนี้ ‘แม้ข้าจะไม่ชอบแนวความคิดของอิบรามันเรื่องเป็นปรปักษ์ต่อพ่อค้าต่างชาตินัก...แต่เราไม่มีหลักฐานใดบ่งบอกว่าอิบรามันคิดทรยศต่อข้าได้เลย...เขาเป็นญาติผู้ใหญ่...มีพรรคพวก มีผู้นับถือมากมายเช่นกัน...หากเราทำการใดโดยขาดหลักฐานแน่ชัด ก็ใช่จะเป็นการดีนัก’

‘ถ้าอย่างนั้น...ข้าก็จะเร่งสืบตามหาหลักฐานมามัดตัวอิบรามันให้ได้โดยเร็วต่อไป’ฉันรับปากหนักแน่น

หลังจากนั้นฉันก็แอบสืบตามผู้อยู่ในข่ายต้องสงสัยแบบเงียบ ๆ ต่อไป และก็ต้องรับมือกับความวุ่นวายอันเกิดจากท่านหญิงปารีซาซึ่งวางแผนให้ฉันในร่างสร้อยปลอมตัวเป็นซอรียาเพื่อสืบความเกี่ยวกับคู่หมั้นที่ถูกหมั้นหมายไว้ตั้งแต่เล็ก...ซึ่งก็คือท่านมุสซาร์ นั่นเอง

ฉันเตือนเนปาเรื่องการลอบวางยาพิษที่เรือนรับรองท่านมุสซาร์ แต่ไม่ได้บอกเขาว่าแท้จริงแล้วซอรียาเป็นใคร...เนปาแอบเตือนท่านมุสซาร์เรื่องยาพิษในกาแฟ ทั้งสองจึงไม่ได้ดื่มกาแฟที่ถูกนำมาให้แต่อย่างใด

ฉันแอบซุ่มดูในครัวเพื่อดักรอดูว่าใครกันที่ปลอมตัวเป็นคนชุดดำมาแอบวางยาพิษในโถเครื่องดื่ม แต่ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีใครที่ไหน...และในที่สุดก็ได้คำตอบว่าคนชุดดำที่แม่ครัวเคยบอกซอรียาไว้นั้น ที่แท้ก็คือฉันเองที่แอบเข้ามาในครัว...แล้วการที่แม่ครัวแจ้งว่าคนชุดดำเป็นคนวางยาพิษนั้นก็เป็นเรื่องโกหก

เพราะที่แท้จริงแล้วแม่ครัวนั่นล่ะเป็นผู้ใส่ยาพิษลงไปในโถกาแฟ ...แต่ที่เธอบอกกับซอรียาแบบนั้นเพราะต้องการให้ซอรียาเป็นพยานว่าเธอไม่ได้เป็นคนลอบวางยาพิษ และหวังใส่ร้ายคนชุดดำ

ด้วยเหตุเพราะแม่ครัวสติแตกตื่นตูมไปก่อน...เธอไม่ทันได้เห็นว่าท่านมุสซาร์กับเนปา ดื่มกาแฟหรือไม่...ความร้อนรนของเธอทำให้แผนแตก....ฉันจึงเดาได้ว่าแม่ครัวเองก็หวาดกลัว ด้วยถูกใช้มาอีกต่อหนึ่งนั่นเอง

เหตุการณ์กวาดล้างฆ่าคนครัวทั้งหมดในคืนนั้นเป็นคำตอบให้เป็นอย่างดีว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษ...แต่แม่ครัวตัวการกลับหายตัวไป

ฉันแจ้งให้เนปารู้ล่วงหน้าแล้วว่าซอรียาจะถูกคนร้ายจับตัวไปจากเรือนพักรับรองท่านมุสซาร์ เนปาจึงสามารถช่วยเหลือไว้ได้ทัน

ดูเหมือนคนร้ายพวกนั้นจะเกิดการหักหลังกันเอง เหตุการณ์ฆาตกรรมหญิงคนครัวเพื่อปิดปากมิให้ความลับรั่วไหลจึงเกิดขึ้นในเวลาต่อมา

ฉันจึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนฆ่าแม่ครัวเพราะคนร้ายตัวจริงเจตนาทิ้งไข่มุกที่เนปาทำหลุดหล่นในป่าไว้กับศพ โดยหารุ้มั้ยว่าไข่มุกนั่นเป็นของปลอม เพราะฉันหวังจะซ้อนแผนพวกเขาอีกที...ฉันโรยผงยาสะท้อนแสงไว้บนตุ้มหูไข่มุกปลอม หากใครจับต้องมัน จะมีผงยาติดที่มือและเห็นได้ในเวลากลางคืนเท่านั้น...ฉันจึงต้องเร่งตามหาผู้ร้ายให้ได้ก่อนที่ผงยาจะสลายหายไปก่อน

เมื่อสามารถสืบตามหาว่าคนร้ายคือ มิรายา...ฉันก็ถึงบางอ้อ..เพราะจำได้ว่า..มิรายาเคยบอกฉันในร่างสร้อยว่า...เธอหลงรักท่านหญิงปารีซาและจะไม่ยอมให้ท่านหญิงตกเป็นของคนอื่น...มิรายาจึงคิดกำจัดท่านมุสซาร์ไปให้พ้นทาง

ในค่ำวันต่อมาฉันกับเนปาได้แอบสะกดรอยตามมิรายากับพวกอีกคนซึ่งเดินทางออกไปพบใครคนหนึ่งที่ชายป่าเขาแดง

ฉันกับเนปาปะทะกับมิรายาและคนร้ายอีกสองคนในป่า...ฉันพลาดถูกยิงเข้าที่ขา ส่วนเนปาช่วยฉันจากการถูกยิงซ้ำจนเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บ...ฉันรู้ตัวว่าถูกมิรายายิงด้วยธนูอาบยาพิษจึงต้องรีบผละไปรักษาตัวเองที่ถ้ำซอกหินหลังกำชับบอกให้เนปาตามคนร้ายทั้งสองไปโดยไม่ต้องเป็นห่วงฉัน...ด้วยรู้ดีว่าจะมีคนมาช่วยฉันไว้

และก็เป็นอย่างที่เคยเกิดขึ้น เมื่อเข้าไปในถ้ำเพียงชั่วครู่เดียว...ฉันในร่างสร้อยก็มาช่วยไว้ได้ทัน

ในขณะที่ฉันในร่างสร้อยกลับไปเอารถม้ามารับตัวฉันนั้น...บัวกับพ่อบ้านบราวน์ก็มารับฉันกลับไปรักษาตัวที่บ้านริมคลองได้ทันการณ์พอดีตามที่ฉันแจ้งข่าวพวกเขาไว้ล่วงหน้า

พ่อบ้านบราวน์เดินทางไปช่วยดูอาการบาดเจ็บของเนปาให้ในช่วงเช้า เพราะคืนที่ผ่านมานั้นฉันละเมอหาถึงแต่เนปาตลอดเวลาด้วยพิษยา...เป็นเหตุให้ฉันในร่างสร้อยแอบตามเขามาที่เรือนริมคลองด้วย

ขณะเดียวกันอิบรามันก็ส่งคนมาตามดูฉันที่เรือนเช่นกัน...นั่นเท่ากับพวกเขาสงสัยว่าฉันคือคนชุดดำที่ถูกมิรายายิงธนูใส่เมื่อวาน และต้องการมาดูให้เห็นกับตานั่นเอง

***********************







Create Date : 12 เมษายน 2561
Last Update : 13 เมษายน 2561 11:20:57 น. 1 comments
Counter : 220 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**


 
 สวัสดีปีใหม่ไทยครับ



โดย: **mp5** วันที่: 16 เมษายน 2561 เวลา:10:58:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.