Group Blog
 
 
มีนาคม 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 มีนาคม 2561
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล: ๔๐ เด็กชายตามคำทำนาย



‘สิงหลายังมิอาจชนะศึกปตานีได้ แม้ท่านจะเป็นผู้ออกนำทัพด้วยตัวเอง’

ฉันบอกความจริงต่อองค์สุลต่านมุตตาฟาเมื่อถูกเรียกตัวเข้าไปเพื่อให้ทำนายชะตาเมือง ด้วยองค์สุลต่านต้องการชนะศึกปตานีให้จบสิ้นไป ไม่ต้องการยืดเยื้อให้นานกว่านี้

‘กำลังพลของปตานี มีมากกว่าสิงหลาหลายเท่านักการที่สิงหลาส่งทหารไปตั้งรับบริเวณชายแดนไว้ย่อมดีกว่าทุ่มกำลังบุกเมืองปตานีเพราะรังแต่จะถูกตีโต้กลับมาเสียหายหนักขึ้นไปอีก...แต่ที่เบาใจได้คือปตานีก็ไม่สามารถชนะศึกสิงหลาด้วยเช่นกัน’

‘หมายความว่า ศึกปตานีกับสิงหลา จะยังคงยืดเยื้อต่อไปอีกนานอย่างนั้นหรือ...เจ้าไม่รู้จริงๆ รึ ว่าศึกนี้จะจบลงเมื่อใด’ องค์สุลต่านมุตตาฟาจ้องเขม็งเพื่อคาดคั้นคำตอบ

‘จบแล้วก็เริ่มใหม่...ข้าไม่อาจบอกได้ว่าเมื่อใดจะยุติ’ ฉันจำเป็นต้องบอกไปเพียงแค่นั้น...ด้วยรู้จากประวัติศาสตร์เพียงคร่าวๆ ว่า ศึกสองเมืองเรื้อรังยาวนาน

‘ถ้าอย่างนั้น ข้าจำต้องคงตามแผนเดิม ไม่นำทัพและกองกำลังไปเสริมทัพน้องชายข้า ทว่า...ข้าจะให้เนปานำกำลังทหารเรือส่วนหนึ่งไปตรึงเสริมเพื่อต้านการรุกจากปตานี แม้ใจข้าอยากจะเผด็จศึกปตานีให้สิ้นลงเพียงใดก็ตาม...แต่ข้าเชื่อเจ้า ...เพนนี’

‘ที่ท่านหวังรีบเผด็จศึกปตานีให้เสร็จสิ้น นั่นเพราะขณะนี้มีปัญหาภายในอีกครั้งใช่หรือไม่’ ฉันวกเข้าสู่เรื่องที่พอจะทราบมาแล้วอยู่บ้าง

‘อย่างที่เจ้าเองก็รู้...แม้ดือรามันจะถูกจับกุมคุมขังมานาน...แต่เขาก็ยังไม่ยอมเปิดปากบอกเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิด...เขายืนกรานว่าได้วางแผนกระทำการเพียงลำพัง’

‘เท่าที่ข้าประมือกับคนร้ายในครั้งก่อนนั้น...เขาเป็นคนมีฝีมือในการต่อสู้เป็นอย่างดี’ ฉันยืนยันว่าจะต้องมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกแน่นอน ‘และเขาคนนั้น ได้แผนผังบางอย่างไปจากเปอลุส’

‘ผังนั่นถูกค้นพบในห้องของดือรามันในวันที่ถูกจับกุม...เป็นหลักฐานมัดดือรามันได้อย่างแน่นหนา’ องค์มุตตาฟาเดินไปมาอย่างกำลังครุ่นคิด ‘และดูเหมือนทุกอย่างได้กลับมาเป็นปกติหลังดือรามันถูกคุมขัง....จึงเคยหลงคิดไปว่าคนร้ายนั่นคงกระทำการเพื่อหวังเพียงเงินค่าจ้างจากดือรามันก็เท่านั้น...แต่ตอนนี้กลับมีเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าคุกหลวง และลอบฆ่าดือรามันเมื่อคืนนี้...และที่ข้าสงสัยคือดือรามันถูกคุมขังมานานนักแล้วทำไมผู้อยู่เบื้องหลังจึงเพิ่งคิดมากระทำการในเวลานี้’

ฉันกำลังจะเอ่ยถามถึงอิบรามัน...แต่หัวหน้าองครักษ์ของสุลต่านมุตตาฟาได้เข้ามาแทรกเสียก่อนเขาเข้าไปกระซิบความใกล้ ๆ องค์สุลต่านฉันซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่จึงไม่ได้ยินสิ่งที่องครักษ์กระซิบ

‘ได้เวลาที่เจ้าจะต้องออกไปจากที่นี่แล้ว’ องค์สุลต่านมุตตาฟาแจ้งในเวลาต่อมา ‘ที่ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้...ด้วยสายของข้าสืบพบว่ามีการแอบซ่องสุมกองกำลังลับๆ บริเวณชายแดนด้านทิศเหนือของสิงหลาโดยที่ไม่รู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง...และยังไร้หลักฐานการกระทำผิดใดๆ อย่างโจ่งแจ้ง’

‘ท่านต้องการให้ข้าดำเนินการประการใดต่อไป’ ฉันถามเข้าเป้าทันที

‘เจ้ามีลูกสมุนที่เป็นชาวบ้านธรรมดาไม่เปิดเผยตัวตน...นั่นเหมาะกับการสืบความเรื่องนี้มากที่สุด และข้ามั่นใจว่าเจ้าเองก็รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการซ่องสุมกำลังลับนั่น...เพราะนี่คือสาเหตุที่ข้ากังวล...ศึกนอกอย่าง ปตานียังไม่เท่าศึกในที่กำลังซ่องสุมรอเวลาทีเผลอ...และข้ากังวลว่ากองกำลังนั่นอาจจะเกี่ยวพันข้องเกี่ยวกับผู้อยู่เบื้องหลังภายในวัง’

เมื่อรับการสั่งความจากองค์สุลต่านเรียบร้อยแล้วฉันจึงลอบออกจากวังเงียบ ๆเพื่อมิให้ใครล่วงรู้การเข้าพบองค์สุลต่านมุตตาฟาในครั้งนี้

คืนวันนั้นเมื่อรู้ว่าเนปาไม่ได้ไปประจำการที่ค่ายทหารเช่นปกติ ฉันตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านของเขาในหมู่บ้านวิลันดาด้านทิศเหนือ เพราะรู้ว่าอีกไม่นานเขาจะต้องเดินทางนำทัพเรือออกไปต้านศึกปตานีอีกครั้ง แต่เนปากลับวางท่าทีเฉยเมย เหมือนเคย

‘มีธุระเรื่องอะไร จึงได้มาหาในเวลาดึกดื่นขนาดนี้’ เนปาส่งสายตาเย็นชาผ่านแสงตะเกียงริมที่นอนมาให้ในทันทีที่ฉันเปิดประตูลับบนพื้นบ้านขึ้นไป

ฉันเดินขึ้นไปนั่งไม่ห่างจากเขานัก ในขณะที่เนปาลุกขึ้นนั่งบนเสื่อที่นอนและเร่งแสงตะเกียงให้สว่างจ้าขึ้นกว่าเดิม ฉันจึงได้เห็นคิ้วขมวดและดวงตาเย็นชาของเขาชัดมากขึ้น

“ท่านจะใจร้ายไปอีกนานมั้ย”ฉันพูดด้วยภาษาไทยปัจจุบัน เพื่อหวังให้เขาฉุกคิดนึกย้อนเพื่อรับฟังความจำเป็นที่ฉันจะต้องเดินทางไปอโยธยาในครั้งก่อน“ฉันมีเหตุผลที่จะต้องไป”

“เหตุผลอะไรรึที่จะสำคัญยิ่งกว่าการที่ข้าขอร้องไม่ให้เจ้าไปกับเขา” เนปายังมีน้ำเสียงเฉยเมยแม้จะยอมพูดด้วยสำเนียงภาษาไทยแบบโบราณกลับมาแล้วก็ตาม

ซึ่งฉันคิดว่าสำเนียงภาษาไทยโบราณของเขา น่าจะมาจากการได้พูดคุยกับบัวมาบ้างมากกว่าที่จะจำความทรงจำของตัวเองในยุคที่แท้จริงได้

“เพราะฉันต้องการรู้เหตุผลว่าทำไมเราต้องมาอยู่ที่นี่” ฉันเน้นย้ำคำว่า..เรา...เพื่อให้เนปาพยายามไตร่ตรองความเป็นมาเป็นไปที่แท้จริง

"เรา...อย่างนั้นรึ...ตลอดเวลาที่เจ้าจากไปอโยธยาข้าเหมือนคนบ้า ที่ไม่สามารถหาเหตุใด ๆ ได้เลย ว่าทำไมเจ้าต้องทำอย่างนั้น เมื่อถูกซักถาม...ข้าจึงมิอาจบอกอะไรใครได้เลยในเมื่อมันเป็นความต้องการของเจ้า ความต้องการที่จะไปกับมันผู้นั้น’ เนปาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ‘ถ้าอย่างนั้น...ไหนบอกมาสิ...เจ้าได้รู้เหตุผลที่เจ้าต้องการรึยัง และเหตุผลนั้น คืออะไร’

“เหตุผลที่เราต่างต้องมาอยู่...ในยุคนี้...มาอยู่ที่นี่...คือ เพราะเราต่างมีพันธะที่จะต้องมากระทำให้ลุล่วง”

“แล้วพันธะที่ว่านั่น...คืออะไร’

“ฉัน...ก็ยังไม่รู้”ถึงตอนนี้ฉันชักปวดหัวขึ้นมาเหมือนกัน จะอธิบายเนปาไปได้อย่างไรในเมื่อสิ่งที่ท่านพระครูบอกมานั้น ฉันเองก็ยังงง ๆ อยู่เลย

‘กลับไปเถอะ...อย่าเสียเวลามาที่นี่อีก’ เนปาตัดบทด้วยภาษาดัตซ์อย่างรวดเร็ว

ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจทั้งของตัวเองและของเนปาดังขึ้นไล่เลี่ยกัน

‘สักวันหนึ่งท่านจะเข้าใจ’ฉันจำต้องหยุดการเซ้าซี้ไว้เพียงแค่นั้น

‘พรุ่งนี้ ข้าจะปิดประตูลับนั่น อย่าเสียเวลามาที่นี่อีกเลย’เสียงเนปาดังตามหลังมาก่อนที่ฉันจะทันปิดประตูเหนือศีรษะ

คำพูดนี้ของเขาทำให้ฉันยิ้มออกมาได้...เนปาไม่ได้ตัดเพนนีฟาน เมอเตส ออกไปจากใจจริง ๆ อย่างที่ปากพูดได้หรอก...เพราะฉันรู้ว่าประตูลับนี่ไม่ได้ถูกปิดตายลงจริง ๆ

หลังจากนั้นไม่นานนักเนปาและทัพเรือ ก็เดินทางไปต้านศึกปตานีอีกครั้ง ในขณะที่ฉันก็ต้องเร่งสืบความจริงเพื่อหาผู้อยู่เบื้องหลังของกองกำลังลับชายแดนด้านทิศเหนือตามคำสั่งองค์สุลต่านมุตตาฟา

จากการติดตามสืบความเป็นมาเป็นไปของกองกำลังลับบริเวณชายแดนด้านทิศเหนือของสิงหลาฉันได้พบข้อมูลว่าพวกเขาส่วนใหญ่ล้วนเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ต้องการฝึกอาวุธเพื่อป้องกันตัวเองจากโจรชายแดนเท่านั้นเมื่อรายงานการสืบข่าวดังกล่าวต่อองค์สุลต่าน ท่านจึงสั่งให้คอยติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดต่อไป

* * * * * * * * * * * * * *

และแล้วต่อมาซึ่งเป็นวันเวลาที่ฉันเองก็รอคอยในปลายปี พ.ศ. ๒๒๑๘ เรือสำเภาขนส่งสินค้าของกัปตันโจนาธาน ก็เดินทางจากอังกฤษมาเทียบท่าเมืองสิงหลา

‘ท่าน...ท่านคือ เพนนี ฟาน เมอเตส นักล่ารางวัลผู้เลื่องชื่อและนักพยากรณ์อันแม่นยำ’ พ่อครัวเจฟทำตาโตเมื่อฉันแนะนำตัวเอง หลังจากจงใจเดินชนเขาเข้าอย่างจังที่ตลาดท่าเรือ

พ่อครัวชาวอังกฤษจ้องสำรวจฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

‘ระหว่างการเดินทางมายังสิงหลาข้าได้ยินคำล่ำลือถึงท่านจากคนเรือผู้หนึ่ง...ให้บังเอิญแท้ ๆ ที่พอมาถึงสิงหลาข้าก็ได้พบท่านโดยบังเอิญ’

สำหรับพ่อครัวเจฟ...เขาย่อมคิดว่าเป็นการบังเอิญ...แต่สำหรับฉันแล้ว รู้สึกเมื่อยขาเป็นอันมากที่ต้องยืนดักรอพบเขาตั้งแต่รุ่งเช้าของวันนั้นจนกระทั่งสายจึงจะได้เจอกันเสียที

เมื่อลองเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามถึงโดโลฮอฟ...เจฟกลับบอกว่าเขาไม่รู้จักเด็กชายวัยรุ่นชาวอังกฤษที่ชื่อโดโลฮอฟแต่อย่างใด ฉันจึงถึงบางอ้อว่า...ทั้งสองยังไม่ได้พบกัน

ฉันใช้กลอุบายให้พ่อครัวเจฟศรัทธาในคำพูดของฉัน...โดยพูดถึงเรื่องราวหลายอย่างในชีวิตของเขาที่ผ่านมา...ซึ่งแน่นอนว่าล้วนเป็นสิ่งที่เจฟเคยเล่าให้ฟังสมัยที่ฉันอยู่ในร่างสร้อยนั่นเอง

เมื่อเจฟเชื่อถือและรบเร้าให้ช่วยทำนายอนาคตของเขา...ฉันจึงออกอุบายว่า..ชีวิตของเจฟจะดีขึ้นเรื่อยๆ และประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังหากได้ช่วยเหลือเด็กผู้ชายสองคน

เมื่อเจฟรบเร้าว่าเด็กชายสองคนนั้นเป็นใคร...ฉันจึงยอมบอกว่าเด็กชายคนแรกกำลังลำบากอยู่ที่อังกฤษ...เขามีชื่อว่า...โดโลฮอฟ...หากเด็กคนนั้นขอความช่วยเหลือ...ให้เจฟช่วยเหลือเขาโดยเร็วที่สุด

แต่เมื่อเจฟรบเร้าถามถึงเด็กชายคนที่สอง...ฉันก็บอกไปเพียงว่า

‘เมื่อถึงเวลา...จะมีคนบอกแก่ท่านเอง...และขอให้ท่านเก็บเรื่องที่ฉันบอกไว้เป็นความลับ...ไม่อย่างนั้น...ชะตาชีวิตของท่านจะเปลี่ยนไป’

‘เด็กชายตามคำทำนาย...ช่างน่าตื่นเต้นเสียนี่กระไร’ พ่อครัวเจฟทำตาโตก่อนจะวกถามเรื่องโน้นเรื่องนี้ในสิงหลาซึ่งฉันได้ให้ข้อมูลบางอย่างแก่เขาไปเพื่อประโยชน์ต่อการกระทำสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตให้สะดวกขึ้น

* * * * * * * * * * * * * *

กลางปีช่วงหน้าฝน พ.ศ. ๒๒๑๙ เมื่อสถานการณ์รบระหว่างสิงหลาและปตานีเบาลงเนื่องด้วยอยู่ในช่วงฤดูฝน  องค์สุลต่านมุตตาฟาสั่งถอนกำลังทหารส่วนหนึ่งกลับจากปตานีเนปาคือหนึ่งในนั้น เขากลับมาประจำการที่ป้อมปืนใหญ่บนเขาแดง ...เมื่อได้มีโอกาสเจอเขาอีกครั้งเนปาไม่แสดงอากัปกิริยาใด ๆ ต่อฉันที่ไปคอยเฝ้ารอเพื่อที่จะเจอเขาที่ท่าเรือ...ทว่าเมื่อเห็นเชือกที่ห้อยคอของเขาโผล่พ้นคอเสื้อออกมาก็พอจะทำให้ฉันยิ้มออกมาได้บ้างเพราะรู้ว่าเขายังคงห้อยตุ้มหูไข่มุกของฉันอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

พ่อของฉันโตขึ้นเรื่อยๆ ...เขาเป็นเด็กผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรง หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ...สร้อยคอยช่วยเลี้ยงดูเขาเหมือนน้องแท้ๆ...ทำให้ฉันแอบน้ำตารินเสมอเมื่อเห็นภาพพวกเขาอยู่ด้วยกัน

บัวได้แต่งงานออกเรือนในเวลาต่อมา...เธอย้ายไปอยู่กับครอบครัวของสามีซึ่งเป็นชาวประมงอยู่นอกเขตเมืองฝั่งทิศตะวันออกนาน ๆ ครั้งจึงจะกลับเข้ามาเยี่ยมเยียนกัน

เนปาแวะลงมาเยี่ยมหาสร้อยอยู่เสมอทุกครั้งที่ออกจากประจำการป้อมปืนใหญ่...โดยมีฉันคอยไปดักรอเพื่อหวังพูดคุยกับเขาแต่ดูเหมือนทั้งเนปาและสร้อยต่างจงใจเลี่ยงการพูดคุยกับฉันในทุกครา

ด้วยชื่อเสียงการเป็นหัวหน้านักล่ารางวัลและนักพยากรณ์อันเลื่องชื่อทำให้ฉันได้มีโอกาสพูดคุยสนิทสนมกับแฮรอนมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุด แฮรอนก็ได้ว่าจ้างฉันให้ตามหาหลานของเขา...แต่ฉันคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่แฮรอนจะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับสร้อย

และแม้จะดีใจขนาดไหนที่ต่อมาก็ได้เจอกับพ่อบ้านบราวน์แม่บ้านสาวที่ชื่อพิกา รวมทั้งสองผู้ช่วยผู้แทนการค้า พอตต์ และพัตเตอร์...แต่ฉันซึ่งอยู่ในฐานะเพนนีฟาน เมอเตส ก็จำเป็นต้องแอบซ่อนเก็บความรู้สึกไว้ เพื่อไม่ให้เป็นที่แปลกประหลาดใจของเหล่าบรรดาชาวอังกฤษที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองสิงหลา

‘เป็นสตรีที่แต่งกายด้วยกางเกงบุรุษ...แปลกพิกลนัก...จะน่าเชื่อถือได้รึว่าเป็นนักพยากรณ์’

ฉันแอบได้ยินพ่อบ้านบราวน์นินทาลับหลังขณะกำลังเดินออกมาจากห้องทำงานของแฮรอน ซึ่งพ่อบ้านบราวน์กำลังซุบซิบอยู่กับพอตต์และพัตเตอร์

‘ในวันที่ท่านวิ่งไล่ตามเด็กคนหนึ่ง และบังเอิญได้เจอฉันโดยบังเอิญ...ท่านก็จะรู้ว่า...เราต่างมีชะตาเกี่ยวพันกัน’ ฉันทิ้งปริศนาไว้ให้เขา เพราะรู้ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นจริง ๆ ในอนาคตของพ่อบ้านบราวน์อย่างแน่นอน

* * * * * * * * * * * * * *


สร้อยในวัย ๑๓ ปี เริ่มส่อเค้าความสวยคมคายแปลกตาในแบบฉบับลูกครึ่ง...และอัสฟาเริ่มแสดงท่าทีหวงเด็กสาวแรกรุ่นที่เขาเคยช่วยเลี้ยงดูแลมาตั้งแต่เด็ก...

ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้แต่พยายามปลูกฝังให้อัสฟารักสร้อยแบบน้องสาวอย่างบริสุทธิ์ใจ ต่อเมื่อใกล้ปลายปีพ.ศ. ๒๒๑๙ อัสฟาได้เข้าเป็นทหารรับจ้างในสังกัดของเนปาความห่างของพวกเขาจึงทำให้ฉันเบาใจลงได้บ้าง แต่ก็รู้ดีว่าในอนาคตใจอัสฟาและสร้อยนั้นคิดอย่างไร

กลางปีพ.ศ. ๒๒๒๐ เรือสำเภากัปตันโจนาธานกลับมาที่เมืองสิงหลาอีกครั้ง คราวนี้โดโลฮอฟเดินทางมากับพ่อครัวเจฟด้วย...เจฟบอกว่าเขารอดชีวิตมาได้เพราะโดโลฮอฟและชีวิตของเขาดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามคำทำนายอย่างที่ฉันกล่าวไว้

‘ทำไมจะไม่ดีขึ้นเล่าโดโลฮอฟคอยช่วยงานในครัวท่านอย่างหนักนี่นา’ ฉันแอบคิดในใจขณะชำเลืองมองพ่อครัวเจฟก่อนจะนึกถึงแผนการขั้นต่อไป

‘เด็กชายคนที่สองล่ะท่าน...ข้าจะได้เจอเมื่อใด’ พ่อครัวรีบถามเมื่อฉันเอ่ยปากขอตัวแยกไปอีกทาง

‘ตอนนี้ฉันยังไม่เห็นภาพนั้น...รู้แต่ว่าเมื่อถึงเวลาท่านก็จะกระจ่างเอง’ ฉันแกล้งทิ้งปมไว้ให้เจฟขบคิดทั้งที่ความจริงฉันได้คิดแผนออกแล้ว

ฉันเห็นโดโลฮอฟเจอสร้อยที่ตลาดท่าเรือโดยบังเอิญ...เขาเดินสะดุดจนเกือบล้มขณะจ้องมองเธอจนเหลียวหลัง...แถมโดโลฮอฟยังไปเพ้อถึงสร้อยอีกด้วย...ฉันซึ่งแอบปลอมตัวตามดูโดโลฮอฟอยู่ด้วยความเป็นห่วงและคิดถึงเพื่อนรักนั้น...เดาอาการออกว่าโดโลฮอฟอาจจะตกหลุมรักสร้อยเข้าให้แล้วก็เป็นได้

มิน่าล่ะ...เมื่อโดโลฮอฟได้เจอสร้อยในร่างแกรรี่ที่มีความละม้ายคล้ายสร้อย...เขาจึงให้ความเอ็นดูเป็นพิเศษ...ยิ่งเมื่อรู้ความจริงในเวลาต่อมาว่าแกรรี่ก็คือสร้อยนั่นเอง...เขาจึงรักสร้อยหนักหนา

ฉันอดน้ำตาไหลไม่ได้ในทุกครั้งที่หันหลังให้โดโลฮอฟ...เพราะรู้ว่าในอนาคต...โดโลออฟจะต้องจากไปในสภาพอย่างไร

****************

ในที่สุด ลูกน้องที่ฉันสั่งให้ปลอมตัวไปเป็นชาวบ้านร่วมฝึกอาวุธที่หมู่บ้านชายแดนทิศเหนือของสิงหลามาเป็นระยะเวลานานก็ได้รายงานข่าวที่ทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจ...นั่นคือ ยูซุบ รองหัวหน้าองครักษ์วังชั้นในได้ปรากฏตัวที่หมู่บ้านแห่งนั้น

ที่สำคัญกว่าคือ รองหัวหน้าองครักษ์ที่ชื่อยูซุบ คนนี้ เป็นบุตรชายคนเล็กของอิบรามัน

ในขณะที่ฉันเองแม้ใจจริงต้องการที่จะปรับความเข้าใจกับเนปาให้ได้...ทว่ากลับมีความจำเป็นที่จะต้องทำทีเป็นเข้าหาตีสนิทรองหัวหน้าองครักษ์ยูซุป เพื่อหวังสืบความลับจากเขา

ในทุกครั้งที่มีโอกาสได้เจอกันที่วังชั้นในฉันจึงมักหลอกล่อเลียบ ๆ เคียง ๆ ให้ยูซุบรู้ว่า ฉันจับไต๋เข้าได้ถึงกรณีแอบซ่องสุมกองกำลังเพื่อหวังให้เขาหลุดแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา

แต่ยูซุบกลับมีเพียงท่าทีปกติไร้ข้อที่ควรจะสงสัยจนฉันยังนึกแปลกใจ

‘เพิ่งรู้ว่ารองหัวหน้าองครักษ์กับ หัวหน้านักล่ารางวัล มีความสนิทสนมกัน’ มะเตโอสพูดน้ำเสียงยั่วเย้าแหย่ขณะเดินมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ ฉันกับยูซุบ ‘ท่านยูซุปเป็นถึงรองหัวหน้าองครักษ์ หนุ่มฟ้อหน้าตาหล่อเหลา อนาคตไกล สมกันยิ่งนักกับอดีตพี่สะไภ้...ถึงแม้จะอายุต่างกันอยู่โขก็เถอะ’

มะเตโอสได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยเนื่องจากองค์สุลต่านมีข้อหารือเกี่ยวกับส่วนแบ่งทางการค้าที่ต้องการจะแก้ไขในสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้...แฮรอนหัวหน้าพาณิชย์บริษัทอังกฤษ ได้นำเสนอสัญญาที่แบ่งสัดส่วนกำไรเอื้อต่อสิงหลามากกว่าบริษัทดัตช์

‘อย่าได้หลงคารมณ์อดีตพี่สะไภ้ของข้าเป็นอันขาดเชียวนะท่าน...เพราะอาจขัดใจกับนายทหารรับจ้างคนที่ยืนคิ้วขมวดอยู่ตรงโน้นได้’มะเตโอสไม่พูดเปล่า ยังผายมือไปทางเนปาซึ่งกำลังเดินออกจากห้องโถงประชุม ‘คนรักเก่าของเพนนี ฟานเมอเตส ...อีกคน’

ฉันเดาว่ามะเตโอสคงสังเกตุเห็นว่าฉันเป็นฝ่ายเดินเข้าไปทักทายและพูดคุยกับยูซุบก่อนนั่นเองเมื่อยูซุบเดินจากไปเพื่อสมทบกับทีมองครักษ์ ฉันจึงหันมายิ้มให้มะเตโอส

‘ก็สุดแล้วแต่ท่านจะพูดไป...แต่ไม่นึกว่าการกระทำของฉัน จะอยู่ในสายตาของท่านตลอดเวลา’

‘อย่าหลงตัวเองนักเพนนี ฟาน เมอเตส...ข้าไม่หลงมาเสียเวลาอยู่กับการเฝ้าดูเจ้าอยู่ตลอดเวลาหรอก’

‘นั่นสิ...ท่านควรเอาเวลาไปใส่ใจเพื่อเอาชนะบริษัทอังกฤษมากกว่า...ดูท่าว่าอาจจะถูกแบ่งปันผลกำไรไปมากทีเดียว...ข้ายังอดเป็นห่วงท่านไม่ได้ กลัวท่านเมอเตส จะผิดหวัง’

ฉันหัวเราะเสียงดังด้วยความสะใจก่อนจะหันหลังผละจากมาทันที

เมื่อออกมาจากวังชั้นใน ฉันขี่ม้าเดินทางกลับบ้านริมคลองและรู้ตัวว่ามีคนแอบสะกดรอยตามมา

กระทั่งถึงค่ายกลที่ฉันทำไว้บริเวณริมชายป่าก่อนถึงทางเข้าบ้านริมคลองฉันจึงได้มีโอกาสปะทะฝีดาบกับชายลึกลับคนนั้น และนั่นทำให้ฉันหวนนึกถึงชายที่ทำร้ายเปอลุส

น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถเปิดหน้าชายลึกลับได้เมื่อเขารอดหนีไป ฉันจึงได้แต่สงสัยว่า...เขาเป็นใครกัน และทำไมจึงมาปรากฏตัวอีกครั้งในเวลานี้

และยูซุบ คือคนที่ฉันสงสัยที่สุด...เขาอาจทำท่าทีเป็นไม่รู้ความที่ฉันพยายามสื่อออกไป..แต่สุดท้ายก็แอบตามมาลอบทำร้ายเพื่อหวังปิดปากนั่นเอง

ทว่าหลังจากนั้นฉันก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานมาเอาผิดยูซุบได้แม้ว่าจะปลอมตัวเข้าไปที่หมู่บ้านชายแดนด้านทิศเหนือของสิงหลาแล้วก็ตาม เพราะยูซุบไม่ปรากฎตัวให้เห็นที่นั่นอีกเลย

ก่อนวันที่เรือกัปตันโจนาธานจะเดินทางออกจากท่าเรือสิงหลาฉันปลอมเป็นหญิงชุดดำไปพบพ่อครัวเจฟ และจ้างวานให้เขาช่วยเหลือเด็กชายคนหนึ่งในวันที่เรือเดินทางกลับมายังสิงหลาครั้งต่อไปในปลายปีหน้า

‘เด็กชายตามคำทำนาย...’ เจฟอ้าปากค้าง ‘ท่านคือ...เพนนี ฟาน เมอเตส’

‘คำทำนายงี่เง่าอะไรกัน’ ฉันซึ่งอยู่ในชุดดำแกล้งทำเป็นไม่รู้ความหมายในสิ่งที่ได้ยิน‘เมื่อได้ยินเสียงผิวปาก ขอให้ท่านรีบโยนบันไดเชือกลงไปเป็นพอ’

‘แต่การลักลอบนำคนขึ้นเรือ...มีความผิดเสี่ยงถูกกัปตันตัดหัวขาดเชียวนะ’ พ่อครัวเจฟทำสายตาเลิกลั่กด้วยความตกใจกลัว

‘ก็แล้วแต่ท่าน’ ฉันบอกพลางทำท่าจะดึงถุงทองในมือของพ่อครัวเจฟกลับคืนมา...เพราะรู้ว่าเจฟอยากได้ทองจำนวนมากนี้ไปใช้หนี้พนันผู้ช่วยกัปตันคนหนึ่ง

พ่อครัวเจฟกุมถุงทองไว้แน่นและรีบดึงกลับไปถือไว้แนบอก

‘แค่โยนเชือกเท่านั้น...ท่านจะได้ทองมากกว่านี้อีกหลายเท่า’ ฉันสำทับแกมขู่ต่อไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง ‘แต่ถ้าท่านไม่ทำตามที่บอก...หัวของท่านใช่ว่าจะรอดอยู่บนบ่าได้’

เจฟพยักหน้าหงึกหงักรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ...ซึ่งฉันเชื่อว่าชายผู้นี้จะทำตามที่เขารับปากไว้ทุกประการ

************




Create Date : 30 มีนาคม 2561
Last Update : 30 มีนาคม 2561 19:42:16 น. 0 comments
Counter : 214 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#14


 
~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.