Group Blog
 
<<
มีนาคม 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๓๖ พิษมายา







ฉันเล่าเรื่องราวที่แท้จริงของตัวเองให้เนปาฟังทุกอย่าง...และดูเหมือนเขาจะลำบากใจกับความจริงนั้นอยู่มากพอสมควร ยิ่งเป็นเรื่องของเขาเองด้วยแล้ว...เนปามีอาการปวดหัวกำเริบจนถึงขนาดอาเจียนออกมา

‘ที่เธอบอกว่า...ฉันเองก็มาจากยุคอนาคตนั้น...มันว่างเปล่าราวกับความฝันที่ฉันสัมผัสไม่ได้จริง ๆ...ไม่มีแม้แต่ความเลือนราง รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องเล่าของคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันเลยสักนิด’

และนั่นทำให้ฉันตัดสินใจไม่คะยั้นคะยอให้เขาพยายามนึกทบทวนความทรงจำอีกต่อไป

แม้ฉันกับเนปาจะปรับความเข้าใจต่อกันแล้ว แต่เราก็จำเป็นต้องแสร้งทำท่าทีห่างเหินต่อกันเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น ยิ่งฉันต้องเดินตามแผนการที่องค์มุตตาฟาวางไว้ ก็ยิ่งทำให้เรามีโอกาสแอบเจอกันได้น้อยลงเรื่อย ๆ

แม้จะอึดอัดขัดใจอยู่บ้างที่ต้องห่างกับเนปา แต่ฉันก็ไม่อยากให้วันเวลาในช่วงปีนี้เคลื่อนไปตามกาล ยิ่งรู้ว่าวิเลียนจะต้องเดินทางไปเตรียมตัวคลอดลูกที่ปัตตาเวียก็ยิ่งทำให้ฉันใจหายและหวาดกลัว

‘ที่ปัตตาเวียมีหมอชาววิลันดามือฉมังในการทำคลอด หากฉันไปอยู่ที่โน่น...ลูกของฉันจะได้ปลอดภัย’ วิเลียนบอกเหตุผลที่ฉันได้แต่รับฟัง 

‘สัญญากับฉันนะวิเลียน...ว่าเธอกับลูกจะต้องกลับมาที่สิงหลาอีก...อย่าทิ้งฉันไปเลย’

‘เธอพูดราวกับว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก’ วิเลียนเป็นฝ่ายกอดปลอบใจฉันซึ่งน้ำตากำลังจะไหลออกมา ‘หากฉันและลูกแข็งแรง และเขาโตพอที่จะเดินทางได้แล้ว ฉันจะพาเขามาหาเธออย่างแน่นอน’

‘ฉันจะรอ...วิเลียน...ฉันรักเธอ...เธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉันเหลือเกิน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้เจอกัน...ฉันขอขอบคุณสิ่งนั้น’ ฉันบอกเพื่อนรักด้วยความรู้สึกยากที่จะข่มใจ...จะให้บอกเธอความจริงไปได้อย่างไร เพราะในอนาคตที่ฉันเคยรู้มานั้น วิเลียนไม่เคยปรากฎตัวให้เห็นที่สิงหลา...และสร้อยยังเคยบอกว่าภรรยาของมะเตโอสเสียชีวิตไปนานแล้ว

เมื่อวิเลียนออกเดินทางจากเมืองสิงหลาไปพร้อมกับมะเตโอส...สิ่งเดียวที่ฉันจะทำได้คือภาวนาขอให้สิ่งที่ฉันรับรู้ในอนาคตเกี่ยวกับวิเลียน นั้น...เป็นเรื่องไม่จริง

* * * * * * * * *

เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๒๑๔ มาถึง อโยธยาได้ส่งทูติมาเจรจาเพื่อให้สิงหลา กับ ปตานี ยอมสงบศึกต่อกันดังที่เคยแจ้งข่าวมาล่วงหน้าจริง

แต่สิ่งที่ฉันไม่ได้คาดคิดคือ...ขุนอาบมาปรากฎตัวพร้อมกับคณะทูติชาวอโยธยาด้วย...และที่น่าตกใจคือ เนปาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้มารับขบวนของคณะทูติเพื่อเดินทางเข้าเขตเมืองชั้นใน  

จากการยืนดูอยู่ท่ามกลางกลุ่มชาวมุงท่าเรือ ฉันคิดว่าเนปาน่าจะจำขุนอาบได้ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาให้เป็นที่โกลาหล ได้แต่หันมามองจ้องฉันด้วยสีหน้าบึ้งตึงขณะขี่ม้านำคณะทูติอโยธยาเข้าไปในเขตเมือง

การเจรจาทางการทูติระหว่างสิงหลาและอโยธยาไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งก็เป็นไปตามประวัติศาสตร์ที่ได้บันทึกไว้ว่า อโยธยาส่งทูติมาเจรจาขอให้สิงหลากับปตานีสงบศึกต่อกัน เนื่องด้วยอโยธยานั้นได้รับผลกระทบในการส่งสินค้าไปยังเมืองทางตอนใต้นั่นเอง

คณะทูติอโยธยาเดินทางกลับในอีกสองวันถัดมา แต่บัวมาแจ้งข่าวให้รู้ว่าขุนอาบไม่ได้กลับไปพร้อมคณะด้วย

“ฉันห้ามติดต่อกับเขาอีก แม่บัวขัดคำสั่ง” ฉันเอ็ดแบบจริงจัง พลางยังนึกแอบเคืองที่บัวปกปิดความจริงจนทำให้ฉันกับเนปาต้องเข้าใจผิดกันมาแล้ว...แต่เหตุผลที่แม่บัวบอกว่าเธอไม่รู้ว่าเนปาเป็นใครก็ทำให้ฉันพอจะอภัยให้ได้

“ข้าใคร่เพียงอยากเห็นหน้าค่าตาชาวอโยธยาที่มาเยือนสิงหลา...มิอาจรู้ว่านายท่านผู้มีคุณจักเดินทางมาเนื่องด้วย...แลเมื่อสาย ข้าไปแอบดูที่ท่าเรือเห็นขบวนอโยธยาล้วนขึ้นเรือสำเภาเดินทางออกจากท่า...เว้นเสียก็แต่...ขุนอาบเจ้าค่ะ” บัวรีบอธิบายเร็วปร๋อ

“คณะทูติมีกำหนดกลับวันนี้ และเขาไม่มีอภิสิทธิ์อยู่ต่อที่สิงหลาได้” ฉันบอกตัวเอง

“ว่ากระไรเจ้าคะ”

“ช่างเถอะ...ว่าแต่เขาอยู่ที่ไหนในตอนนี้” ฉันตัดบทด้วยขี้เกียจอธิบายหญิงสาวที่กำลังนั่งทำตาปริบ ๆ สงสัยใคร่รู้

“เขาถูกทหารกักกันตัวไว้ที่ท่าเรือเจ้าข้า”

ไม่ทันจะสิ้นคำบัว ฉันก็พอจะเดาได้ว่าขุนอาบจงใจที่จะอยู่ต่อเพื่อรอพบฉัน แต่ปัญหาที่เจอเมื่อเดินทางไปถึงฐานทัพทหารท่าเรือก็คือ เนปายืนหน้านิ่งขรึม คิ้วผูกโบว์รอต้อนรับการไปเยือนของฉันเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ขุนอาบกำลังถูกควบคุมนำตัวลงเรือลำเล็ก

“เพนนี...ข้าดีใจนักที่ได้เห็นหน้าเจ้า...แม้เพียงไกล ๆ ข้าก็อุ่นใจยิ่งแล้ว” ขุนอาบตะโกนบอก ก่อนจะตัวคู้ลงไปหมอบนั่งอยู่กลางลำเรือเพราะถูกทหารนายหนึ่งเตะเข้าให้ 

‘อย่าทำร้ายทหารอโยธยา’ เนปาตะโกนเสียงดังเข้มเพื่อห้ามปราม ‘ข้าสั่งแล้วมิใช่รึ’

‘นั่น...จะพาขุนอาบไปไหน’ ฉันเผลอมองเนปาด้วยความระแวง เพราะกลัวว่าขุนอาบจะได้รับอันตราย

‘แค่คุมตัวไปขึ้นเรือสำเภาของคณะทูตอโยธยา ฉันให้เรือเร็วของทหารไปแจ้งข่าวพวกนั้นให้รอรับตัวเขาแล้ว’ เนปาปรายตามามองฉันคล้ายกำลังน้อยใจขึ้นมาอีก...แต่พอฉันเผลอตัวจะเข้าไปงอนง้อเอาใจ เขาก็รีบเดินถอยหลังพลางทำตาดุใส่ ฉันเดาว่าเขาทำไปเพื่อเตือนให้ฉันรู้ตัวว่ากำลังมีพวกทหารกลุ่มหนึ่งคอยดูอยู่

‘นี่ท่านกำลังแสดง หรืองอนขึ้นมาจริง ๆ’ ฉันกระซิบถามเบา ๆ ก่อนจะถอยออกมายืนห่าง ๆ เหมือนเดิม

‘เขายืนกรานที่จะขอพบหัวหน้านักล่ารางวัล...แต่ไม่นึกว่าเธอจะเดินทางมาพบเขาได้ทันใจขนาดนี้’ น้ำเสียงราบเรียบรอดไรฟันของเนปาทำให้ฉันมีอาการสะอึก สายตาขึ้งโกรธของเขาเลยระดับความงอนไปมากโข

‘อย่ามาหึงในเวลานี้เลย...ฉันแค่อยากมาบอกให้เขารีบออกไปจากสิงหลาก็เท่านั้น’ ฉันแกล้งทำสายตายียวนหน้านิ่งกลับไปบ้าง

‘ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในฐานะคณะของทูติอโยธยาอีกแล้ว...และมีความผิดที่ไม่ยอมเดินทางกลับออกไปตามกำหนด’ เนปาเสียงแข็งและดังขึ้นอย่างจริงจัง ‘ฉันไม่ฆ่ามันตอนปะทะดาบกันเมื่อครู่นี้ก็ดีเกินพอ’

ฉันไม่แกล้งต่อคารมโต้เถียงอะไรกับเนปาอีกเพราะเกรงว่าจะทำให้เขามีอาการไม่พอใจมากขึ้น ได้แต่ยืนมองเรือเล็กของทหารสิงหลาที่กำลังคุมตัวขุนอาบเดินทางออกไปจากท่าเรือด้วยความเบาใจ...อย่างน้อยตอนนี้ขุนอาบก็ปลอดภัยไปจากสิงหลาเรียบร้อยแล้ว

* * * * * * * * *

ต้นปี พ.ศ. ๒๒๑๕ ปตานีเริ่มเพิ่มกำลังทหารรุกทางบกมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมานั้นไม่สามารถเอาชนะกลยุทธ์การสู้รบทางทะเลของสิงหลาได้ เมื่อการศึกเปลี่ยนมาเป็นทางบกเพื่อหวังประชิดรุกคืบเข้าใกล้เขตทะเลสาบฝั่งทิศใต้ กลยุทธ์ในการป้องกันเมืองของสิงหลาก็ต้องปรับทิศทางรับมือในรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และเกาะยอก็เป็นแหล่งวางฐานกำลังทหารที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของสิงหลา 

‘เราต้องส่งกำลังทหารไปซุ่มดักกองกำลังฝ่ายโน้นที่แผ่นดินใหญ่ด้านทิศใต้ให้มากขึ้น’ เนปาบอกกับฉันในคืนหนึ่งที่เราได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน เพราะเนปากลับจากการออกลาดตระเวนทางทะเล มาเข้าเฝ้าองค์สุลต่านและวางแผนการศึก

แน่นอน...ฉันเป็นฝ่ายแอบไปหาเขาเอง โดยใช้ประตูลับใต้ถุนเรือนที่ฉันจัดการสร้างขึ้นมา

‘ฉันคิดว่า หากทหารสิงหลาอ้อมไปดักทางตีกองกำลังขนเสบียงของปตานี จะยิ่งทำให้มีโอกาสชนะเร็วมากขึ้น เพราะกำลังทหารปตานีที่รุกคืบบุกเข้ามาใกล้ชายฝั่งทะเลสาบแล้วนั้นจะอดอาหารและลดเรี่ยวแรงในการสู้รบ’ ฉันเสนอตามช่องโอกาสที่เห็น

‘เธอเคยบอกว่า ปตานีไม่สามารถจะเอาชนะสิงหลาได้...แต่ดูเหมือนเธอเองมีความกังวลมาก’  เนปาถามหลังเสียงถอนหายใจอย่างหนักของฉัน

‘ฉันไม่ชอบการสู้รบ ไม่อยากให้มีศึกใด ๆ ทั้งสิ้น...แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้...ทุคยุคทุกสมัยมีการต่อสู้กันอยู่เสมอ’

‘ยุคของเราในอนาคต...มีการสู้รบเช่นนี้ด้วยรึ’ เนปาทำตาหรี่ขมวดคิ้วถาม

ฉันไม่แน่ใจว่าเพราะเขากำลังพยายามค้นหาความทรงจำของตัวเองจนมีอาการปวดหัวด้วยหรือเปล่า

‘หลายแถบทั่วโลกยังมีการต่อสู้กันอยู่ ไม่ศึกรบเพื่อแย่งชิงดินแดนโดยตรง ก็เป็นศึกในรูปแบบความศรัทธาอื่น ๆ...ที่น่าห่วงก็คือศึกจากความคิดความเชื่อที่แตกต่างกันของคนภายในชาติเดียวกันแท้ ๆ’

‘ที่เธอเคยเล่าว่า ยุคเวลาในอนาคต คนเราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลกนั้นดึงดูดใจฉันมาก...เหลือเชื่อที่ฉันเองก็มาจากยุคเดียวกันกับเธอ แต่ฉันนึกภาพไม่ออกสักนิด’

‘น่าเสียดายที่ยุคนี้ยังไม่มีกระป๋อง ไม่อย่างนั้นฉันจะประดิษฐ์โทรศัพท์กระป๋องให้ท่านได้เข้าใจหลักการของมัน’ ฉันบอกก่อนจะหัวเราะนึกขำตัวเองที่เคยพยายามเอากะลามาใช้แทนกระป๋อง แต่ไม่เกิดผลใด ๆ 

‘พรุ่งนี้ ฉันจะแจ้งแผนการให้ทหารสิงหลาอ้อมไปสกัดดักโจมตีกองกำลังส่งเสบียงของปตานีให้องค์สุลต่านได้รับทราบ...น่าเสียดายที่เธอต้องแสร้งทำเป็นห่างเหินกับองค์สุลต่าน ไม่อย่างนั้นจะได้บอกเรื่องนี้ด้วยตัวเอง’

‘ท่านบอก...ก็เหมือนกับฉันบอกอยู่แล้ว...เพราะเราเป็นคน ๆ เดียวกันมิใช่รึ’ ฉันแกล้งกระเซ้าเย้าแหย่เนปาเล่น

แต่หลังจากนั้น เนปากลับไม่ยอมให้ฉันได้เอ่ยปากพูดคุยอะไรออกมาเลย

* * * * * * * * *

ในที่สุด กลยุทธ์ที่ฉันบอกผ่านเนปาไปนั้น ก็สามารถทำให้กองกำลังทหารปตานีล่าถอยไปได้ แต่เมื่อผ่านไปราวห้าเดือน พวกเขาก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกองกำลังที่มากขึ้นกว่าเท่าตัว

ท่ามกลางศึกสิงหลากับปตานีที่ยังคงยืดเยื้อกันในเวลาต่อมา มีเหตุการณ์ลอบวางยาพิษองค์สุลต่านมุตตาฟาในที่พักฐานทัพบนเขาเขียว แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือเนปาถูกจับกุมขัง

องค์สุลต่านมุตตาฟาปลอดภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของเนปาดีขึ้น จากการสืบข่าวหาความทำให้ฉันทราบว่า เนปาเป็นผู้นำน้ำดื่มเข้าไปถวายองค์สุลต่านด้วยตัวเอง บรรดาทหารองครักษ์ก็ไม่ได้เข้มงวดตรวจตราก่อนเพราะเข้าใจกันว่าเนปานั้นคือนายทหารคนสนิทขององค์สุลต่าน และท่านเป็นคนขอให้เนปาขึ้นไปตรวจตราฐานทัพและป้อมปืนบนภูเขาด้วยกัน

ที่สำคัญคือ น้ำดื่มในโถใหญ่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับองค์สุลต่าน ไม่มีพิษแต่อย่างใด...แต่ในขันเล็กที่เนปาถวายให้องค์สุลต่านนั้นกลับมีพิษร้ายที่อันตรายถึงชีวิต โชคดีที่องครักษ์ขององค์สุลต่านมียาถอนสารพัดพิษ ท่านจึงรอดชีวิตมาได้

โทษของเนปานั้นถึงขั้นประหารชีวิต และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมก่อนถึงวันดำเนินการ

ฉันนึกโทษตัวเองที่ไม่สามารถสืบทราบถึงแผนการของคนที่คิดร้ายองค์สุลต่านได้ล่วงหน้า และจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังที่แท้จริง เพราะเท่าที่สืบทราบมานั้นมีหลายกลุ่มที่น่าสงสัยแต่หลักฐานไม่แน่ชัดพอที่จะมัดตัว โดยเฉพาะอิบรามัน...เขาไม่มีหลักฐานหรือการประทำใดบ่งบอกว่ากำลังคิดร้ายต่อองค์สุลต่านเลยสักนิด

อย่างไรเสีย ฉันเชื่อมั่นว่าเนปาไม่ได้เป็นผู้ทำการร้ายดังกล่าวอย่างแน่นอน...และเขาจะต้องรอดชีวิตอยู่ต่อไป

‘สวัสดีพี่สะไภ้ที่รัก...ไม่นึกว่าฉันจะได้ยินข่าวดีหลังกลับมาจากปัตตาเวียในครั้งนี้’ มะเตโอสพูดจากวนโมโหในทันทีที่เห็นหน้าฉัน ก่อนจะบอกให้คนของเขาออกไปจากห้องทำงาน

ฉันเห็นชายคนนั้นเดินยิ้มกระหยิ่มผ่านหน้าไป...ถ้าให้เดาเขาคงเป็นคนคาบข่าวเรื่องเนปามารายงานมะเตโอสนั่นเอง

นี่ถ้าไม่เพราะใจนั้นนึกเป็นห่วงวิเลียนและต้องการทราบข่าวคราวของเธอล่ะก็...ไม่มีวันที่ฉันจะเสนอหน้าไปหามะเตโอสที่สถานีการค้าของบริษัท วี.โอ.ซี. เป็นอันขาด

‘วิเลียนสบายดีหรือไม่’ ฉันพยายามข่มใจให้เย็นไว้ในระดับมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ‘นางกับลูกปลอดภัยดีใช่ไหม’

‘เมียกับลูกสาวของฉันปลอดภัยสบายดี...แต่พี่ชายบุญธรรมนี่สิ...น่าเป็นห่วงมิใช่รึ...ได้ข่าวว่าถึงขั้นประหารชีวิต’

‘ฉันมาเพื่อถามไถ่ถึงวิเลียน...เมื่อทราบว่าเธอกับลูกปลอดภัย...ฉันก็ไม่มีธุระอันใดกับท่านอีก’ ฉันตัดบทก่อนจะหันหลังกลับทันที...ได้ยินเสียงหัวเราะแหลมของมะเตโอสดังตามไล่หลังมาแล้วนึกอยากกลับไปชกหน้าหมอนั่นสักหมัดสองหมัดอยู่เหมือนกัน

เมื่อออกจากสถานีการค้าบริษัท วีโอซี. ฉันเดินทางไปเยี่ยมสร้อย พาข้าวของที่ซื้อหามาจากตลาดท่าเรือไปให้มากมายเหมือนเคย

“หากมิรู้จักกันมาก่อน ข้าก็อดคิดเสียมิได้ว่าสร้อยเป็นลูกของท่านรึเยี่ยงไร...จึงจัดหาข้าวของเครื่องใช้มาให้มิว่างเว้น” แม่บัวเอ่ยขณะทำการขนบรรดาสารพัดข้าวของขึ้นไปเก็บบนบ้าน

“แล้วนี่...แม่ไม่อยู่รึ” ฉันถามสร้อยด้วยภาษาไทยเมื่ออยู่กันตามลำพัง

“แม่...เพิ่งลงจากเรือนเมื่อครู่นี้...ไปหาพ่อ” สร้อยแสดงสีหน้าไม่สบายใจให้เห็นจนฉันนึกสงสัยไม่ได้ แต่ต่อมาสร้อยก็เฉลยให้เข้าใจ “แม่ร้องไห้...พ่อออกจากเรือนไป...ตั้งแต่ยังมืด”

สร้อยพยายามพูดภาษาไทยกับฉันแบบกระท่อนกระแท่น แต่นั่นก็ดีมากนักหนาแล้ว เพราะสร้อยต้องฝึกพูดหลายภาษามาตั้งแต่เด็ก

ฉันไม่อยากคาดคั้นเรื่องราวให้สร้อยทุกข์ใจ จึงเบี่ยงไปพูดคุยถามไถ่เรื่องสัพเพเหระ ก่อนยายจันทร์จะเดินลงมาสมทบกับพวกเราซึ่งนั่งคุยกันอยู่ใต้ถุนเรือน

‘สร้อย...หลานช่วยไปเก็บสมุนไพรที่ตากแดดอยู่หลังเรือนให้ที นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว’ ยายจันทร์บอกหลานสาวพลางยืนส่งกระจาดสมุนไพรให้

เมื่อสร้อยคล้อยหลังไป ยายจันทร์ก็รีบพูดประเด็นที่ตรงกับความอยากรู้ในใจของฉันทันที

‘พักนี้ อย่าให้แม่บัวมาอยู่ค้างที่นี่เลย ให้นางกลับไปนอนที่เรือนของเจ้าเถิด...ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับนางอีกต่อไปแล้ว...เมื่อลูกเขยของข้าได้พยายามเข้าหานางเมื่อคืนที่ผ่านมา...ดีที่เปลื้องเห็นเข้าเสียก่อนที่เขาจะทันเข้าไปในห้องของบัว’

‘เปอลุส...’ ฉันเผลอเอ่ยชื่อสามีของแม่เปลื้องออกมาโดยไม่รู้ตัวด้วยความตกใจ...เพราะเขาเป็นคนที่ฉันพยายามหลีกเลี่ยงไม่เจอด้วยมาตลอด ‘สร้อยบอกว่า...เปลื้องออกไปหาเขา’

‘อยู่กันมาตั้งนาน...ข้าเพิ่งเคยเห็นแม่เปลื้องถูกผัวตบตีก็เมื่อคืนที่ผ่านมานี่เอง’ ยายจันทร์น้ำตาซึม ฉันนึกสงสารแต่ก็ทำได้เพียงกอดปลอบใจ

เวลาเปลี่ยน...ใจของชายชั่วก็เปลี่ยนตาม...ฉันสรุปนิยามของเปอลุสได้อย่างนั้น

‘ข้าเป็นห่วงเปลื้อง...ดื้อดึงไปตามหาเขาอย่างนี้...ไม่รู้จะถูกทำร้ายอีกหรือไม่’

ฉันเข้าใจสิ่งที่ยายจันทร์ต้องการ จึงเรียกบัวมาถามไถ่ แต่หญิงอโยธยาหาได้รู้ไม่ว่าเมื่อคืนกำลังจะมีภัยมาเยือนถึงตัว

เมื่อสั่งให้นางเก็บข้าวของกลับไปอยู่ที่บ้านริมคลองของฉันแล้ว จึงรับปากกับยายจันทร์ว่าจะไปตามเปลื้องกลับมา เพราะรู้ว่าขณะพักจากภารกิจประจำการลาดตระเวณทางทะเล นั้น เปอลุสมักจะไปขลุกอยู่ที่ร้านเหล้าในตลาดวิลันดา

* * * * * * * * *

ฉันไม่พบแม่เปลื้องที่ร้านเหล้า แต่ก็ไม่เสียเที่ยวเพราะได้แอบเห็นเปอลุสและคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีท่าทีระแวดระวังเข้าไปในห้องที่ถูกจัดไว้สำหรับแขกสำคัญที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

เมื่อตัดสินใจที่จะสืบความ ฉันจึงต้องปลอมตัวเป็นหญิงบริการชาวอินเดียคนหนึ่งซึ่งบัดนี้นอนสลบไสลอยู่ใต้เตียงด้วยฤทธิ์จากยานอนหลับที่ฉันเป่าฝังเข็มให้เรียบร้อย และสาเหตุที่ฉันเลือกสาวอินเดียคนนี้ ก็เพราะได้ยินจากชายคุมร้านว่าคนในห้องเล็กต้องการงานบริการจากสาวอินเดียที่เพิ่งเดินทางมาถึงสิงหลาสด ๆ ร้อน ๆ....จึงเบาใจได้ว่าบรรดาลูกค้ายังไม่มีใครเห็นหน้าค่าตาของเธอ และด้วยชุดที่เผยให้เห็นเพียงนัยน์ตา จึงไม่ยากสำหรับฉันที่จะสวมตัวเป็นเธอ

ทันทีที่ถูกนำตัวเข้าไปในห้อง ฉันเห็นเปอลุสรับของบางอย่างจากชายคนหนึ่ง เขารีบเก็บมันไว้ในถุงเสื้อด้านในอย่างรวดเร็ว

‘นายท่านทั้งหลาย บัดนี้นางรำคนใหม่มาแล้ว ข้าใคร่นำเสนอ’ ชายอินเดียเจ้าของร้านพูดด้วยภาษาสิงหลาแบบไม่ค่อยชัดนัก

งานหนักใจหล่นใส่เข้าอย่างจัง ถ้าเกิดต้องเต้นรำขึ้นมาจริง ๆ ฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าจะต้องทำอย่างไร

‘วันนี้ นางจะมาในลีลาการเต้นที่ตระการตา แม้แต่ข้าก็ยังมิเคยยล บัดนี้ถึงเวลา มาเชยชมว่าจะสมดังคำร่ำลือเพียงใด’ ชายเจ้าของร้านยังพล่ามนำเสนอต่อไป

เสียงปี่กลองดังขึ้นในทันทีหลังจากนั้น ฉันรู้สึกว่าคิดผิดไปถนัดที่ดันเลือกปลอมตัวเป็นสาวนางรำคนนี้ เมื่อถูกทุกสายตาในห้องนั้นจับจ้อง...สะโพกของฉันก็ต้องขยับไปตามเสียงดนตรี...เต้น ๆ เน้นส่ายไปแบบที่เคยเห็นการเต้นรำของสาวอินเดียในรายการโทรทัศน์

ฉันเพิ่มความกล้าเต้นยั่วยวนขึ้นเมื่อได้ยินเสียงปรบมือและแววตาหื่นกระหายจากบรรดาชายในห้อง นับจำนวนรวมเจ้าของร้านแล้วก็หกคน

เปอลุสยกแก้วเหล้ากระดกเข้าปากก่อนจะเดินออกมากลางห้องที่ฉันกำลังเต้นรำอยู่  แต่ฉันแกล้งรีบเต้นส่ายสะโพกเข้าไปหาชายอีกคน ซึ่งจำได้ว่าเขาเป็นคนยื่นของบางอย่างให้เปอลุสนั่นเอง

‘สวยไปทุกสัดส่วน’ ชายคนดังกล่าวพูดด้วยภาษาถิ่นสิงหลา น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ซึ่งฉันต้องสะกดความสะอิดสะเอียนไว้ขณะเบือนหน้าหนีจากการโถมตัวเข้าหาของเขา ‘คืนนี้ เจ้าควรต้องเป็นของข้าก่อนใครอื่น’

ฉันไม่เคยเห็นชายคนดังกล่าวที่สิงหลามาก่อน ดูจากลักษณะท่าทีที่ชายคนอื่น ๆ ปฏิบัติต่อเขาก็พอจะเดาได้ว่าเขาเป็นหัวหน้าของกลุ่ม แต่มีความสัมพันธ์กับเปอลุสอย่างไรนั้น ฉันยังเดาไม่ออก

‘แต่เพื่อพิสูจน์ว่าข้านั้นจริงใจต่อสหายเพียงใด...ข้าจึงยกนางให้เจ้าได้ลิ้มลองเป็นคนแรก...เปอลุส’ เขาบอกด้วยเสียงอันดังก่อนจะผลักฉันไปปะทะกับร่างของเปอลุสซึ่งอ้าแขนรออยู่ก่อนแล้ว

‘ขอบใจท่านนัก’ เปอลุสพูดด้วยภาษาสิงหลาเช่นกัน ก่อนที่จะช้อนร่างฉันขึ้นไปอุ้มและเดินพาตรงไปที่มุมห้องซึ่งถูกจัดเตียมไว้เป็นที่นอนมีเพียงฉากไม้กั้นบังสายตาจากคนอื่น ๆ ในห้อง

‘ข้ามีสาว ๆ อีกมากมายไว้สำหรับทุกท่าน...ขอเชิญสำราญตามอัธยาศัย’ เสียงชายเจ้าของร้านนำเสนอบริการ ก่อนจะมีสาว ๆ เข้ามาในห้อง ฉันหันไปดูผ่านช่องม่านไม้ฉากกั้น ทุกนางล้วนแต่งกายนุ่งน้อยห่มน้อยยั่วยวนยิ่งกว่าชุดนางรำของฉันเป็นไหน ๆ

เมื่อแผ่นหลังสัมผัสฟูกที่นอนแข็ง ๆ ฉันก็ต้องหาทางเอาตัวรอดจากเปอลุสในทันที เมื่อมือสามารถหยิบเข็มอาบพิษยานอนหลับที่ซ่อนไว้ที่ต้นขาอ่อนได้ ก็จัดการปักมันลงไปที่เส้นเลือดหลังคอของเปอลุสอย่างแม่นยำ

‘โอ้วว...’ เขาร้องออกมาได้แค่นั้น ก็หยุดการลวนลาม

ฉันรู้ว่ามือเท้าของเขากำลังอ่อนเปลี้ยไปเพราะฤทธิ์ยา และอีกไม่ช้าเขาก็จะหลับ ฉันจึงต้องรีบอาศัยจังหวะเวลานี้ ประคองตัวเขาให้ลุกขึ้นและฉุดลากออกมาจากที่นอนมุมห้องนั้น

ในห้องนั้น ชายหญิงแต่ละคู่ต่างกำลังนัวเนียกันอยู่ ถือเป็นโชคดีของฉันที่มีโอกาสลากตัวเปอลุสออกมาให้พ้น ๆ และห้องพักของนางรำที่ฉันปลอมตัวเป็นที่ๆ เปอลุสต้องนอนแผ่หราสลบไสลไม่ได้สติ

เมื่อค้นตัวของเปอลุส ก็พบห่อกระดาษเล็ก ๆ ห่อหนึ่ง คลี่ดูก็พบผงคล้าย ๆ ยาอะไรสักอย่าง ฉันตัดสินใจแบ่งครึ่งเพื่อนำไปพิสูจน์ว่ามันคืออะไร จึงยังคงเหลืออีกครึ่งไว้ให้เปอลุสเพื่อไม่ให้เขาสงสัยว่าห่อยาหายไป

หลังจากนำตัวหญิงนางรำที่สลบอยู่ใต้เตียงขึ้นไปไว้บนเตียงข้างเปอลุสเรียบแล้ว ฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเผ่นออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว

* * * * * * * * *

ฉันรีบส่งสาส์นลับถึงองค์สุลต่านมุตตาฟาในทันทีที่พิสูจน์ได้ว่า ผงยาที่ได้จากเปอลุสคือยาพิษ และต้องการให้หมอประจำตัวขององค์สุลต่านยืนยันว่าเป็นพิษเดียวกับที่เนปาใช้ลอบวางยาในน้ำดื่มขององค์สุลต่านหรือไม่

‘เป็นพิษชนิดเดียวกัน’ องค์มุตตาฟาเป็นผู้เฉลยความสงสัยในที่สุด ภายหลังแอบออกมาพบฉันในชุดชาวบ้านธรรมดาที่ร้านเหล้าท่าเรือซึ่งฉันเป็นเจ้าของ โดยเปิดไว้ใช้บังหน้าเพื่อเป็นที่พบปะของนักล่ารางวัล ‘เปอลุสเป็นถึงรองผู้บังคับกองทหารรับจ้าง หน่วยกำลังในความดูแลของเนปา ยิ่งเป็นการผูกมัดข้อกล่าวหาของเนปาให้หนักขึ้น....แม้ข้าจะเชื่อในความบริสุทธิ์ของเขาก็ตามที’

‘แม้ทั้งสองจะเป็นทหารชาววิลันดา แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนิทสนมหรือมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นการส่วนตัว’ ฉันยืนยันก่อนจะเท้าความไปถึงเหตุการณ์ที่เนปาสงสัยเปอลุสเมื่อคราวเกิดพายุน้ำท่วมเมืองชั้นนอกของสิงหลา

‘เจ้าต้องเป็นผู้หาความจริงในเรื่องนี้ให้จงได้ อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้แล้วว่า ใครที่เกี่ยวข้องกับยานั่นบ้าง’

‘น่าเสียดายที่ตอนนี้ข้าไม่รู้ว่าชายคนที่ส่งมอบยาให้เปออลุสนั้นเป็นใคร แต่จะสืบให้รู้โดยเร็วที่สุด’

 เมื่อองค์มุตตาฟากลับไปแล้ว ฉันก็ให้สมุนที่มีความชำนาญในการวาดภาพ เร่งวาดหน้าชายที่ส่งมอบยาให้เปอลุสในทันที ก่อนจะกระจายให้นักล่ารางวัลออกหาข่าวต่อไป

แต่สุดท้าย ฉันกลับได้รับรายงานว่าไม่มีใครพบเห็นชายคนดังกล่าวที่สิงหลาอีกหลังจากนั้น แม้แต่ชายอินเดียเจ้าของร้านเหล้าที่ตลาดวิลันดาเอง ก็ยืนยันเพียงว่าเพิ่งเห็นชายแปลกหน้ามาพบกับเปอลุสในคืนนั้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสำคัญที่ได้มาคือ ชายคนนั้นมีเงินสิงหลามากมายพอที่จะจ่ายแก่เจ้าของร้านแลกกับการขอใช้ห้องส่วนตัวและจ้างสาวบริการในร้าน รวมทั้งให้นางรำหน้าใหม่ปรนเปรอเปอลุสด้วย

ดังนั้น เปอลุสจึงเป็นคนเดียวที่สามารถตอบได้ว่าชายคนดังกล่าวเป็นใครกัน และยานั่น เปอลุสจะใช้เพื่อการใดอีก

 ความสงสัยเกี่ยวกับยานั้น ได้รับคำตอบเมื่อมีทหารสิงหลากว่าครึ่งร้อยเข้ามาล้อมรอบบ้านริมคลองของฉันในเย็นวันต่อมา

‘ข้าได้รับรายงานจากการสืบความว่าเจ้าเป็นผู้ส่งมอบยาพิษที่นายทหารเนปาใช้ลอบปลิดชีพองค์สุลต่าน’ นายทหารพูดเสียงดังกร้าวในทันทีที่ฉันถามไถ่ถึงการมาของพวกเขา

ฉันรู้ว่านายทหารสิงหลาคนดังกล่าว มีนามว่าเสรายัน เขาเป็นหัวหน้าผู้ทำการสืบความคดีประจำราชสำนักสิงหลา

‘ท่านมีหลักฐานใดเล่า’ ฉันถามด้วยความแปลกใจ

‘หากเจ้ายอมให้ข้าค้นเรือนแต่โดยดี โทษของเจ้าจักน้อยลง’ เสรายันให้คำตอบห้วน ๆ ก่อนจะสั่งให้ทหารควบคุมตัวฉันไว้

พวกทหารรื้อข้าวของกระจุยกระจาย และในที่สุดก็ไปจบลงที่กระจาดยาสมุนไพรใบย่อมซึ่งยายจันทร์เพิ่งจะให้บัวนำเอามาให้ฉันเมื่อก่อนเย็นนี้เอง

‘นี่อย่างไรเล่า...หลักฐาน’ เสรายันยื่นห่อยาเล็ก ๆ คุ้นตามาต่อหน้าของฉัน ‘มีห่อยานี่ตรงกับการข่าวที่เราได้รับรู้มาจริง ๆ’

‘ห่อยาอะไรกันรึ’ ฉันรู้แล้วว่าห่อยานั่นเป็นห่อเดียวกับที่เคยอยู่กับเปอลุส แต่มันมาอยู่ในกระจาดยาที่ยายจันทร์ส่งมาให้ฉันได้อย่างไร

‘คุมตัวนางไปรับโทษ ข้อหาสมรู้ร่วมคิดหวังปลิดชีพองค์สุลต่าน’ เสรายันประกาศเสียงดังกร้าว ทหารรีบทำตามทันที

แต่แล้วจู่ ๆ ยายจันทร์ก็พรวดพราดขึ้นมาบนเรือน โดยมีทหารกลุ่มหนึ่งวิ่งไล่หลังมา...ฉันไม่รู้ว่ายายจันทร์เอาเรี่ยวแรงวิ่งมาจากไหนกัน

‘ยานั่น อยู่ในกระจาดสมุนไพรของข้า หาใช่ของนายหญิงเพนนีไม่’ ยายจันทร์ละล่ำละลักบอกพลางหอบฮั่ก ๆ ‘ข้าขอเป็นพยาน ว่ายานั่น...เป็น...ของข้า...ข้าเผอเรอใส่ไว้ตอนเตรียมสมุนไพรเพื่อจัดส่งให้นายหญิง’

‘ข้า...ข้าเพิ่ง...นำกระจาดนี่...มาให้นายหญิง...นายหญิงไม่รับรู้ด้วย’ เสียงบัวสั่น ๆ ขณะพูดด้วยภาษาสิงหลาแบบกระท่อนกระแท่น

‘นำตัวหญิงทั้งสามคนนี้ไปคุมขังเพื่อสอบความ’ เสรายันสรุปความอย่างรวดเร็วจนฉันแปลกใจ

ฉันแน่ใจว่าเวลาการมาของเขาช่างเหมาะเจาะจำเพาะกับการมาถึงของห่อยาพิษนั่นเสียเหลือเกินราวกับรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

เมื่อพิสูจน์ได้ว่ายาห่อเล็กนั่นเป็นยาพิษชนิดเดียวกับที่ใช้ลอบปลิดชีพองค์สุลต่านมุตตาฟาจริง ยายจันทร์ให้การยืนยันต่อหน้าองค์สุลต่านว่านางเป็นเจ้าของห่อยาพิษ และฉันไม่ได้เป็นผู้สั่งยาจากนาง แต่นางก็ไม่ให้การต่อว่าได้ยามาจากไหนและจะใช้เพื่อการใดอีก...ยายจันทร์ไม่ตอบคำถามนั้น ได้แต่ร้องไห้ และพร่ำบอกว่าให้ประหารนางเสีย เพราะนางคือเจ้าของห่อยานั่น

‘เจ้าจะยอมรับว่า...เจ้าเป็นผู้จัดหายาพิษนี่ให้นายทหารเนปามาก่อนด้วยหรือไม่’ องค์มุตตาฟาเป็นผู้ถามคำถามสำคัญนี้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ฉันเดาได้ว่าองค์มุตตาฟาคงรู้สึกแปลกใจกับการยอมรับผิดแต่ผู้เดียวของยายจันทร์เช่นกัน

‘ข้าเป็นคนจัดหายาพิษนี่ให้นายทหารเนปาจริง...ข้าขอยอมรับโทษนี้ด้วยชีวิตข้า’ ยายจันทร์ตอบน้ำหูน้ำตาไหล ก่อนจะหันมาที่ฉันโดยตรง ‘ได้โปรด...คนอื่น ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย  ได้โปรดช่วยพวกเขาด้วย’

‘เพนนีเป็นนักล่ารางวัลที่ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน นางอาจจัดหายานั่นให้คนของนายทหารรับจ้างอีกทอดหนึ่ง’ ข้าหลวงผู้ใหญ่คนหนึ่งรีบดักทางไว้ทันที ‘นางเป็นผู้สั่งซื้อยานั่นอย่างแน่นอน’

‘ในเมื่อแม่หมอชรายอมรับว่าเป็นผู้กระทำการแต่ผู้เดียว ท่านมีหลักฐานอันใดมัดว่าเพนนี ฟาน เมอเตส คือผู้กระทำการด้วยเล่า’ อิบรามันเป็นผู้สอบถามโดยที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะเป็นเขา เพราะนั่นเท่ากับว่าเขาไม่ได้รู้เห็นกับแผนการนี้เลย เว้นแต่เขาแสดงได้แนบเนียนเป็นอย่างมาก

‘พวกข้าตามสืบเรื่องนี้มานาน ห่อยาพิษอยู่ในเรือนของนาง คนที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นพรรคพวกของนางทั้งสิ้น เราควรจบเรื่องนี้ได้แล้ว...สั่งประหารพวกนี้เสียให้สิ้นเถิด’

ดือรามัน คือชื่อของข้าหลวงคนดังกล่าว ฉันไม่เคยระแคะระคายเกี่ยวกับเขามาก่อน...ฉันแอบเห็นองค์มุตตาฟายิ้มกว้างออกมา ก่อนจะประกาศคำตัดสิน

* * * * * * * * *

 

 





Create Date : 13 มีนาคม 2559
Last Update : 1 เมษายน 2559 15:43:16 น. 2 comments
Counter : 634 Pageviews.

 
เย้ ดีใจอัพบล็อคแล้ว
แฟนคลับรอนานมาก
สบายดีนะคะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้ 

ผู้เขียน Blogหมวดเนื้อหาBlog ได้รับโหวต
ร่มไม้เย็นDharma Blogดู Blog
mambymamMusic Blogดู Blog
kae+aoeParenting Blogดู Blog
เศษเสี้ยวPhoto Blogดู Blog
คนบ้านป่าPet Blogดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อFood Blogดู Blog
haikuArt Blogดู Blog
ดาวริมทะเลMusic Blogดู Blog
~My Birthday is on April 14~Literature Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: pantawan วันที่: 16 มีนาคม 2559 เวลา:23:31:09 น.  

 
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:16:17:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.