Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
2829 
 
7 กุมภาพันธ์ 2559
 
All Blogs
 
สิงหลา ภาคสองทะเล : ๓๕ กลแห่งกาล

เนปากลับมาถึงเมืองสิงหลาอีกครั้งหลังปีใหม่ พ.ศ. ๒๒๑๔ เขาหลบหน้าไม่ยอมพบฉัน ไม่เคยย่างกรายไปที่บ้านริมคลองดังที่เคยลั่นวาจาไว้ แต่ไปอยู่อาศัยที่บ้านอีกหลังหนึ่งของเขาที่อยู่ติดชายป่าใกล้ประตูเมืองทางทิศเหนือ

ฉันรู้ว่าเนปาเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับขุนอาบ...แต่จะทำอย่างไรได้...นอกจากต้องทำใจและตามง้อทุกครั้งที่มีโอกาส

เนปามีท่าทีเย็นชาใส่ฉันอย่างชัดเจนและเปิดเผย สภาพความอึมคลึมระหว่างฉันกับเนปาทำให้วิเลียนเป็นห่วงและสั่งให้คนของเธอเรียกฉันมาสอบถาม

‘ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สะไภ้และพี่ชายบุญธรรมของฉันกันแน่...แต่ฉันรู้สึกมีความสุขพิลึก’ มะเตโอสพูดด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมทันทีที่ฉันเดินออกมาจากห้องพร้อมวิเลียน

เขายืนรออยู่หน้าประตู คงกำลังแอบยืนฟังมานาน...แต่ไม่ได้ข้อมูลอะไรกลับไป เพราะถึงแม้ฉันจะได้คุยกับวิเลียน...แต่ฉันก็ไม่ได้อธิบายเหตุผลที่แท้จริงให้เธอเข้าใจ

ได้แต่บอกเธอไปว่า...เนปามีความเข้าใจผิดบางอย่าง และเรากำลังปรับความเข้าใจกัน

‘บางทีอาจเป็นเพราะเขาเบื่อของเก่าก็เป็นได้’ มะเตโอสยังคงพูดต่อไปคล้ายกำลังจะหยั่งเชิงอะไรบางอย่าง เมื่อฉันไม่ได้พูดสวนอะไร เขาก็เฉลยความในประเด็นที่ต้องการให้ฉันรับรู้ ‘ฟีร่าดูท่าทางจะมีความหวังแล้วสิ...แอบมีใจให้พี่บุญธรรมของฉันมาตั้งนาน...บางทีเราควรสนับสนุนให้คนของเราได้สมหวังในความรักที่แท้จริงนะ...วิเลียน’

‘ฟีร่า...’ ฉันทวนชื่อหญิงสาวช่างเย็บเสื้อผ้าของวิเลียน

‘อย่าคิดมากไปเลย...มะเตโอสพูดจาหาประเด็นก่อกวนไปเท่านั้นเอง’ วิเลียนพูดเสียงเค้น ๆ คล้ายต้องการตำหนิสามีของเธอมากกว่า

‘พูดจาก่อกวนอย่างนั้นหรือ...ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ฟีร่าอยู่ไหนเล่า...ถ้าให้เดา ไม่ได้อยู่ที่ร้านของเธอในตลาดเป็นแน่ เพราะเดี๋ยวนี้ฟีร่ามีคนสำคัญ นั่นก็คือ...นายทหารเนปาที่สาว ๆ ทั้งเมืองพากันหลงไหล...ฟีร่ายอมลงทุนปิดร้านเพื่อคอยติดตามรับใช้เนปาไม่ใช่หรือ’

ฉันบอกลาวิเลียนในทันที ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดกับมะเตโอสแต่ อย่างใด ...ได้ยินเสียงหัวเราะลั่นของเขาตามมาขณะขี้ม้าผ่านรั้วบ้าน พาลให้นึกโกรธตัวเองที่มีจุดอ่อนให้มะเตโอสหัวเราะเยาะ

แม้จะไม่ได้เชื่อคำพูดของมะเตโอส แต่ลึก ๆ ในใจกลับมีอะไรบางอย่างบังคับให้ฉันเดินทางไปที่ร้านตัดเย็บเสื้อผ้าของฟีร่าในตลาดวิลันดาจนได้

ฟีร่าไม่ได้ปิดร้าน...ฉันเห็นว่าเธอยังอยู่ที่นั่น ไม่ได้เป็นไปตามที่มะเตโอสว่าไว้...ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกขณะจะบังคับให้ม้าเลี้ยวหัวเพื่อเดินทางกลับ แต่แล้วเมื่อฟีร่าเดินออกจากมุมห้อง...ฉันก็ได้เห็นแผ่นหลังอันแสนคุ้นเคยของเนปา...เขาอยู่ในร้านของฟีร่า

ฉันรีบกระโดดลงจากหลังม้าทันที...เพิ่งรู้ตัวว่าความหึงหวงมันเป็นอย่างนี่นี่เอง...ใจเต้นโครมครามร้อนรุ่มกระวนกระวายจนแทบจะแตกกระจายออกมาเป็นเสี่ยง ๆ

เมื่อเข้าไปในร้าน ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือฟีร่ากำลังโอบกอดเนปาทางด้านหลัง...ฉันไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น กระทั่งฟีร่าหงายหลังลงไปกองอยู่บนพื้น ส่วนเนปาคว้าตัวฉันไว้และตะคอกใส่เสียงดังลั่นจนฉันได้สติ

‘หยุดเดี๋ยวนี้...เพนนี...เธอบ้าไปแล้วรึ’

‘นี่คือเหตุผลที่ท่านหลบเลี่ยงไม่ยอมฟังคำอธิบายใด ๆจากฉันใช่ไหม...เพราะท่านเองต่างหากที่มีหญิงอื่น’

‘ฉันน่ะหรือ...มีหญิงอื่น’ เนปาทำหน้าตาคล้ายกำลังจะหัวเราะ แต่แล้วก็กลับกลายเป็นขึ้งโกรธ ‘เธออย่ามากล่าวหาว่าฉันประพฤติตัวแบบเดียวกับเธอเลย...เพนนี’

‘แล้วที่นางโอบกอดท่านอยู่เล่า...หมายความว่าอะไร’ ฉันเถียงทันควัน

‘นางกำลังใช้เชือกวัดตัวเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าให้ข้า’

คำตอบของเนปาทำให้ฉันถึงกับอึ้ง ได้แต่ยืนมองเนปาที่กำลังประคองตัวฟีร่าให้ลุกขึ้นยืน ...ในมือของเธอมีสายเชือกวัดตัวเป็นหลักฐานคำพูดของเนปา

‘ให้นางวัดตัวทหารรับจ้างคนอื่น ๆ ครบหมดแล้ว...มีแต่ฉันเองที่ถูกลืม... วันนี้ผ่านมาก็เลยถือโอกาสให้ฟีร่าวัดตัวเสียที’ เนปาบอกด้วยน้ำเสียงเร็วปร๋อจนฉันเผลอยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่อย่างน้อยเขาก็ยอมพูดจากับฉันแล้ว

‘หน่วยทหารรับจ้างของท่านเนปา ว่าจ้างให้ฉันเป็นคนตัดเย็บเสื้อผ้าให้ ...หลายวันมานี่ ฉันก็เลยต้องปิดร้าน และเดินทางตะลอน ๆ  ไปวัดตัวให้พวกทหารที่ค่าย’ ฟีร่าให้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะเดินกระโผลกกระเผลกไปนั่งที่เก้าอี้

‘เธอเจ็บเท้าหรือ...ฟีร่า’ เนปารีบตามไปดูอาการทันทีจนฉันรู้สึกใจหาย เขาใช้มือลูบที่ข้อเท้าของฟีร่าเบา ๆ ก่อนจะบีบนวดให้

ไม่เคยเห็นเนปามีอาการห่วงใยหญิงสาวคนใดแบบออกนอกหน้าอย่างนี้มาก่อน...ทำให้ฉันรู้สึกตัวหมุนเคว้งด้วยพิษหึงอีกครั้ง แต่ก็ต้องรีบดึงสติ...และใช้น้ำเย็นเข้าลูบใจตัวเองไว้

‘เหมือนเท้าจะแพลงตอนล้มลงไป’ ฉันบอกขณะเข้าไปเบียดแทรกเนปาให้ออกห่างจากฟีร่า ‘ฉันจะดูแลนางเอง...เป็นความผิดของฉัน’

‘แหม่...ดีใจจังที่ไม่พลาดภาพที่หมายมาดไว้’ เสียงมะเตโอสดังมาจากหน้าร้าน

ไม่ต้องหันไปมองเจ้าของเสียง ฉันก็พอจะเดาได้ว่ามะเตโอสมีอาการหน้าระรื่นสะใจขนาดไหน

‘รักสามเส้า....เป็นอย่างนี้นี่เอง’ มะเตโอสยังยียวนไม่เลิก

‘ฟีร่า...ฉันขอโทษที่ทำให้เธอพลอยเดือดร้อนไปด้วย...ฉันขอตัวก่อน ไว้สะดวกเมื่อใดจะมาให้วัดตัวใหม่’เนปาพูดแค่นั้นก็ลุกพรวดพราดออกไปจากร้านทันที

เขาไม่หยุดแม้วิเลียนที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้านจะเรียกไว้ก็ตาม

‘อ้าว...ฟีร่า เกิดอะไรขึ้น เธอบาดเจ็บหรือ’ วิเลียนหันมาถามไถ่อาการลูกน้องที่ยังทำหน้าเหยเกด้วยฝีมือของฉันที่กำลังบีบนวดคลายเส้นให้

‘บอกแล้วว่าให้รีบลงมาจากรถม้า จะได้ไม่พลาดเหตุการณ์สนุก ๆ’ มะเตโอสพูดพลางหัวเราะพลาง

‘ฉันรู้สึกวิงเวียน ลุกเหินเดินเร็วไม่ได้’ วิเลียนพูดเสียงเบา ๆ คล้ายกำลังอ่อนแรง

ฉันหันไปดูก็เห็นว่าวิเลียนมีสีหน้าซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด จึงรีบลุกขึ้นไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง เมื่อจับชีพจรดูก็พบความไม่ปกติ

‘ฉันกำลังตั้งท้องอ่อน ๆ’ วิเลียนเฉลยความสงสัยโดยไม่ต้องรอให้ฉันซักถามเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยอาการ ‘เมื่อเช้าตั้งใจจะบอกอยู่แล้วเชียว แต่เธอรีบผลุนผลันออกมาเสียก่อน’

‘เธอน่าจะพักอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องมาอยู่ที่ร้านนี่หรอก’ มะเตโอสมีน้ำเสียงอ่อนโยนลงทันทีที่พูดคุยกับวิเลียน ‘เมียจอมดื้อ น่าจะพักผ่อนอยู่กับบ้าน เธอทำให้ฉันต้องเป็นห่วงอยู่เสมอเลยรู้ตัวไหม’

นี่เป็นความน่ารักอย่างหนึ่งของมะเตโอสที่ฉันต้องยอมรับ เขาเป็นสามีที่ดีของวิเลียน...จนฉันยังนึกภาพไม่ออกว่าทำไมเขาจึงได้กลายไปเป็นพ่อค้าหื่นในอนาคต

และความคิดสงสัยนั่นเอง ทำให้ฉันเผลอกอดวิเลียนไว้ด้วยความใจหาย...เพื่อนรักของฉันจะจากไปเมื่อใดกันนั้น ฉันไม่อาจรู้ได้จริง ๆ

* * * * * * *

ในช่วงนี้ สถานการณ์ระหว่างเมืองสิงหลา กับเมืองปตานี เปลี่ยนแปลงมาอยู่ในลักษณะต่างฝ่ายต่างคุมเชิงตั้งรับในพื้นที่ของตนเองเป็นหลัก เนื่องจากที่ผ่านมาฝ่ายบุกไม่เคยตีเมืองตรงข้ามได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นสิงหลาหรือปตานี ต่างก็สูญเสียกำลังพลไปไม่น้อย 

เนปาทำหน้าที่นำทัพเรือลาดตระเวนทางน้ำเป็นสำคัญเพื่อป้องกันการบุกรุกโจมตีทางทะเล และดูเหมือนเขาเองก็ตั้งใจที่จะไม่ขึ้นฝั่งหากไม่มีคำสั่งจากองค์สุลต่านมุตตาฟาให้เข้าพบ

เขาทำหน้าเหมือนไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นฉันอยู่ในที่ประชุมลับทางทหารด้วย

‘ข้าคิดว่า...เราควรหารือกันเฉพาะฝ่ายทหารเท่านั้น...หญิงนักล่ารางวัลไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนแต่ก่อน’

ไม่อยากเชื่อว่าเนปาจะตั้งประเด็นขึ้นมาในลักษณะเย็นชาและพูดจาห่างเหินต่อฉันขนาดนี้

‘ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าทั้งสองขัดเคืองกันด้วยเรื่องอะไร...เพนนีทำคุณให้กับสิงหลามาตลอด แม้นางจะผันตัวเองออกไปไม่เกี่ยวข้องกับราชสำนักแล้ว...แต่ใครไม่ยอมรับบ้าง...ว่าการข่าวของนางนั้นไม่เคยผิดพลาด’ องค์มุตตาฟาตัดทอนการโต้แย้งในทันควัน ‘เรื่องหมางใจส่วนตัวของพวกเจ้า ขอให้กลับไปเจรจาความกันเองในภายหลังเถิด’

‘ข้าไม่มีเรื่องอันใดต้องเจรจากับนางอีก’ เนปาพูดน้ำเสียงหนักแน่นจนฉันต้องพยายามบอกตัวเองให้นิ่งอดกลั้นไว้

‘ถ้าอย่างนั้น ก็เริ่มประชุมได้แล้ว...อย่าเสียเวลาด้วยเรื่องของอดีตคู่รักชาววิลันดาอีกเลย’ อิบรามันพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเย้ยหยันอยู่ในที

การประชุมเชิงกลยุทธิ์ทางการศึกกับปตานี มีความเห็นออกเป็นสองฝ่าย...ฝ่ายหนึ่งต้องการให้นำทัพออกประชิดปตานีอีกระรอก เพราะที่ผ่านมานั้นเกือบจะทำการสำเร็จอยู่แล้ว หากไม่เพลี่ยงพล้ำถูกปตานีวางแผนตลบหลัง...แต่อีกฝ่ายโดยมีฉันเป็นแกนนำ ได้เสนอให้สิงหลาตั้งมั่นอยู่ในพื้นที่เพื่อลดการสูญเสียในระยะยาว

โชคดีที่เสียงส่วนใหญ่ โดยเฉพาะองค์สุลต่านยอมฟังคำทัดทานของฉันที่ว่าสิงหลาไม่สามารถตีเมืองปตานีได้สำเร็จ ด้วยกำลังทหารของปตานีนั้นมีมากกว่าหลายเท่านัก ขณะเดียวกันปตานีก็ไม่สามารถบุกมาโจมตีเมืองสิงหลาได้สำเร็จเพราะความได้เปรียบด้านที่ตั้งของสิงหลาเอง ดังนั้น สิงหลาจึงควรตั้งมั่นอยู่ในพื้นที่ของตนต่อไป เว้นเสียแต่ว่าหากสิงหลาถูกโจมตีเมื่อใดก็จะย้อนศรบุกปตานีกลับไปทางบกโดยไม่ทันให้ตั้งตัวบ้าง

‘ศึกปตานี้นั้นไม่ได้น่ากลัวเท่าอโยธยาที่กำลังรอให้สิงหลา หรือปตานีเพลี่ยงพล้ำ’ องค์สุลต่านมุตตาฟาชูประเด็นสำคัญต่อไป ‘หากฝ่ายเราพ่ายแพ้และเสียกำลังพลมากเกินไป ก็อาจจะไม่สามารถตั้งรับการโจมตีของอโยธยา แม้เราจะยังคงได้เปรียบทางสมรภูมิที่ตั้งของเมืองก็ตาม’

‘แต่องค์พระนารายณ์ได้ให้คนส่งสาสน์เจรจาแจ้งขอให้สิงหลากับปตานียุติศึกต่อกัน....ข้าคิดไม่ตกว่าอโยธยาจะมาแผนการใดแน่’ อิบรามันหันมามองที่ฉันราวกับว่าต้องการความเห็นจากฉันโดยตรง

‘การสู้รบระหว่างสิงหลากับปตานีกระทบการค้าของอโยธยาเช่นกันอย่างไรเล่า...เพราะเส้นทางลำเลียงสินค้าของอโยธยาไปยังแถบชวา โดยเฉพาะช้าง ม้า วัว ควาย ต้องผ่านเส้นทางเดินเท้าที่เราใช้สู้รบกับปตานี’ ฉันบอกเล่าไปตามเรื่องราวที่ได้อ่านเจอในบันทึกประวัติศาสตร์ ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างได้จึงแกล้งเดินไปจ้องหน้าเนปาแล้วพูดชัดถ้อยชัดคำออกไป ‘นี่เป็นการข่าวที่เชื่อถือได้เป็นอย่างยิ่ง เพราะข้ามีสายข่าวอยู่ที่อโยธยา...เพราะฉะนั้นโปรด...ไว้ใจ...และ...ให้เกียรติต่อความภักดีของข้าด้วย’

‘เจ้าคงติดต่อกับสายข่าวของเจ้าอยู่ตลอดเวลา...มิน่า...จึงได้รู้เรื่องราวการข่าวของอโยธยาได้อย่าง...ลึกซึ้ง’ เนปาพูดด้วยน้ำเสียงรอดไรฟันออกมา

แต่ฉันสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงนั้นอ่อนโยนลงมากกว่าเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว...อารมณ์น่าจะเป็นอาการหึงหวงเสียมากกว่ากระมัง...ฉันคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้นจึงยิ้มให้เขาไปอย่างยียวน

‘ในสาสน์แจ้งว่าปลายปีนี้ อโยธยาจะส่งคณะทูติมายังสิงหลาเพื่อเจรจาความ...ดังนั้น ข้าคิดว่าควรรอให้ถึงเวลานั้นก็คงเป็นการดีกว่าผลีผลามทำอะไรไปในช่วงเวลานี้’ องค์สุลต่านมุตตาฟาสรุปความอย่างชาญฉลาด

หลังจากนั้น ในที่ประชุมก็เป็นการปรึกษาความด้านอื่น ๆ ทั่วไปในการฝึกกำลังพลรุ่นใหม่เพื่อทดแทนกำลังพลที่สูญเสียไป การจ้างทหารรับจ้างเพิ่มเติม และการสั่งซื้ออาวุธไว้เตรียมพร้อมมากขึ้น

เมื่อประชุมเสร็จแล้ว องค์สุลต่านได้สั่งปิดประชุม แต่ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ท่านได้กระซิบสั่งให้ฉันไปรอที่สวนหลังวังด้วยมีภารกิจบางอย่างจะให้ดำเนินการ

‘รออยู่ที่นั่นจนกว่าข้าจะไปถึง’ องค์สุลต่านกำชับด้วยน้ำเสียงกระซิบแต่เด็ดขาดนัก

เมื่อไปถึงที่นัดหมายตามคำสั่ง กลับพบเนปากำลังยืนรออยู่ใต้ต้นหมากเพียงลำพัง เขาเองก็มีสีหน้าแปลกใจเช่นกัน...นี่คงเป็นแผนขององค์สุลต่านที่หวังดีให้ฉันกับเนปาได้มีโอกาสทำความเข้าใจกันเสียที

‘ท่านกำลังเข้าใจฉันผิดในสิ่งที่ท่านเห็นที่เรือนวันนั้น...ฉันกับขุนอาบไม่ได้มีอะไรเกินเลยต่อกัน....และฉันมีความจำเป็นที่จะต้องช่วยชีวิตเขาให้รอดปลอดภัย’

เนปายังคงมีสีหน้านิ่งเฉยจนฉันรู้สึกอึดอัด ก่อนที่เขาจะหันหลังและทำท่าเหมือนจะเดินจากมา

‘องค์สุลต่านสั่งให้เรารออยู่ที่นี่จนกว่าท่านจะมามิใช่หรือ’ ฉันหาข้ออ้างรั้งเนปาไว้ทันที ก่อนจะพูดเพื่อวางหมากตัวต่อไป ‘หรือเพียงเพราะท่านมีหญิงอื่นจึงหมดน้ำใจรักต่อฉันแล้ว แม้แต่หน้าหรือเสียงก็คงไม่อยากได้เห็นได้ยิน’

เนปาซึ่งกำลังก้าวเดินจากไป ชะงักเท้าหยุดกึกก่อนจะหันมาสบตาฉันตรง ๆ

‘วันนั้นเมื่อฉันเห็นเธอในเขตวังองค์สุลต่าน ฉันดีใจนักที่จะได้พบเธอหลังจากกันไปนาน...แต่สิ่งที่ได้ยินคือเธอกำลังดูแลคนที่มีความสำคัญสำหรับเธอมาก...เมื่อแอบตามไปที่บ้านริมคลอง  เห็นหญิงคนหนึ่งกำลังต้มยา...นางบอกว่าห้ามฉันขึ้นไปรบกวนนายหญิงเป็นอันขาด เพราะนายหญิงกำลังอยู่บนเรือนกับนายผู้ชาย แล้วภาพที่เห็นเต็มตาก็ตอกย้ำให้ชัดเจนขึ้น’

‘ท่านฟังบัวพูดรู้เรื่องด้วยหรือ นางพูดได้แต่ภาษาอโยธยาเท่านั้น’ ฉันตั้งใจถามสะกิดเนปาในประเด็นนี้...ขณะเดียวกันก็คิดว่าต้องกลับไปจัดการกับบัวที่ไม่บอกว่าพบเห็นเนปาในวันนั้น

‘ฉันเข้าใจความแม้นางพูดภาษาอโยธยา’ เนปายืนยันสีหน้าหนักแน่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วสีหน้างุนงง ‘แต่ที่ยังไม่เข้าใจ...คือฉันรู้ภาษานั่นได้อย่างไร’

‘เพราะจริง ๆ แล้ว...ท่านเองก็มีเชื้อสายอโยธยาอยู่ในจิตวิญญาณเหมือนกับ...’

ลูกดอกที่พุ่งมาปักฉึกตรงกลางลำต้นของต้นหมากเป็นตัวขัดขวางคำอธิบายของฉันอย่างไม่รู้เวลา เนปาโผเข้ามาบังร่างฉันไว้ทันก่อนที่ลูกดอกลูกใหม่จะพุ่งเข้าใส่ แต่ด้วยความว่องไวของเนปา เขาก็สามารถปัดลูกดอกให้พ้นไปจากตัวได้ หลังจากนั้นก็มีกลุ่มคนพุ่งออกมาจากที่หลบซ่อนตัว ทุกคนถือดาบยาวอยู่ในมือ ในขณะที่ฉันกับเนปาไม่มีอาวุธอยู่กับตัวเลย เพราะกฎเหล็กของการอยู่ในเขตวังองค์สุลต่านคือห้ามพกพาอาวุธ เว้นแต่ทหารองครักษ์ขององค์สุลต่านเท่านั้น

เสียงหัวเราะลั่นขององค์สุลต่านมุตตาฟาที่กำลังเดินเข้ามาในสวน ทำให้ฉันกับเนปาได้แต่มองหน้ากันไปมาด้วยความสงสัย...ก่อนที่ทหารองครักษ์จะถอยออกไปยืนไกล ๆ ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย

* * * * * * *

 ‘ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าโกรธเคืองกันด้วยเรื่องอันใด’ องค์สุลต่านกล่าวในทันทีที่บรรดาองค์รักษ์เดินออกไปแล้ว ‘แต่การที่พวกเจ้ายังคอยปกป้องกันและกันจากอาวุธของพวกองครักษ์เมื่อครู่นี้ ทำให้แน่ใจได้ว่า...พวกเจ้ายังมีใจรักต่อกันมิใช่หรือ’

ฉันยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยิน แต่เมื่อหันไปทางเนปา เห็นเขายังคงทำสีหน้าเครียดอยู่เหมือนเดิม

‘ข้าจะไม่ถามเนปาอีกต่อไปแล้ว ว่าเหตุใดเขาจึงมีท่าทีโกรธเคืองเจ้านักหนา...เพนนี’ องค์สุลต่านเดินมาหยุดยืนตรงหน้าของฉันโดยตรง....ก่อนจะถามคำถามที่ทำให้ฉันต้องคิดหนัก ‘แต่เจ้าจะยอมบอกความจริงได้หรือไม่...ว่าเพราะเรื่องอันใดที่ทำให้เขาขึ้งโกรธเจ้าได้...และคำถามของข้านี้ หาใช่คำถามขององค์สุลต่านเมืองสิงหลา แต่เป็นคำถามของมิตรที่หวังดีต่อพวกเจ้าทั้งสองเท่านั้น’

ฉันรู้สึกอึ้งกับคำกล่าวนั้น ในฐานะแห่งมิตร ฉันควรจะยอมเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดของตัวเองให้องค์สุลต่านได้รับรู้ความจริงด้วย...แต่หากบอกไปแล้ว ท่านจะเชื่อและเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริงได้หรือเปล่า

‘เนปา...เข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของข้า...กับ...สายข่าวชาวอโยธยาของข้าคนหนึ่ง...เขาได้รับบาดเจ็บหนักเพราะช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าจึงต้องช่วยชีวิตเขาโดยการพาไปรักษาตัวที่เรือน และช่วยพาหนีออกจากสิงหลาไปโดยปลอดภัย’ ฉันตัดสินใจบอกความจริงเฉพาะส่วนที่เนปาเข้าใจผิดไปเท่านั้น

‘ข้ารู้ว่าเจ้ามีสายข่าวเป็นสมุนมากมายในฐานะหัวหน้านักล่ารางวัล....มิหนำซ้ำบรรดาลูกน้องของเจ้าล้วนเป็นผู้ชาย...แต่ไม่นึกว่าจะมีใครที่มาทำให้เนปากังวลใจถึงขั้นหึงหวงได้’ องค์สุลต่านหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี พลอยทำให้ฉันหายใจได้ทั่วท้องขึ้น

‘ใช่...เขาหึงหวงข้าไปเองก็เท่านั้น ไม่ยอมรับฟังคำอธิบายใด ๆ จากข้าแม้เพียงนิด’ ฉันรีบสำทับทันที

‘แต่ถือเป็นการดีแล้ว...เพราะข้าจะใช้สถานการณ์นี้ของพวกเจ้าเพื่อกระทำการบางอย่าง’ องค์สุลต่านเสียงเข้มจริงจังขึ้นในทันที ‘พวกเจ้าจงคงสถานะโกรธเคืองและห่างกันแบบนี้ต่อไป เพื่อแยกกันทำงานให้ข้า’

‘งานแบบไหนกัน’ ฉันถามออกไปตรง ๆ ด้วยความสงสัยเต็มประดา

‘งานนี้ เจ้าจะต้องแสดงให้เห็นอย่างโจ่งแจ้ง ว่าเจ้าสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อเงินรางวัล ทรยศได้แม้แต่ข้าอย่างไรเล่า...เพนนี’ องค์สุลต่านอธิบายความ ‘และอีกไม่นาน พวกที่คิดร้ายกับข้าก็จะติดต่อหาเจ้าเอง....เพียงแต่ตอนนี้พวกเขายังไม่แสดงตัวออกมาให้ข้าจับได้เท่านั้น’

ฉันขี่ม้าด้วยสีหน้ายิ้มหน้าระรื่นขณะเดินทางกลับออกจากวัง เมื่อได้รับรู้แผนการณ์บางอย่างขององค์สุลต่านมุตตาฟา แม้ว่าแผนนั้นจะทำให้ฉันกับเนปาจะต้องแยกกันอยู่และทำท่าทีเหมือนยังโกรธเคืองกันต่อไปก็ตาม

* * * * * * *

ในเมื่อต้องทำตามแผนการขององค์มุตตาฟา ทำให้ฉันกับเนปาไม่สามารถพบเจอติดต่อกันได้โดยเปิดเผย ฉันจึงเป็นฝ่ายลักลอบแอบไปพบหาเนปาที่เรือนของเขาเสียเอง

‘นี่...เธอใช่ไหม’ เนปาทำสีหน้าอึ้ง เมื่อเห็นฉันซึ่งปลอมตัวมาในชุดทหารรับจ้าง

‘แน่นอน...ชุดนี้ฉันไปแอบยืมมาจากร้านฟีร่าโดยไม่บอกให้เธอรู้ก็เท่านั้นเอง’

เนปารีบดึงตัวฉันเข้าไปข้างในทันที ก่อนจะปิดประตูสลักกลอนคล้องโว่แน่นหนา

‘เธอกำลังขัดคำสั่งองค์สุลต่าน’

‘ตามแผนการณ์ ฉันต้องทำให้องค์สุลต่านไม่พอใจและมีปัญหากันไม่ใช่รึ...นี่อาจจะเข้าแผนที่วางไว้ก็ได้’ ฉันแกล้งเฉไฉ ‘อย่ากลัวเลย...มืดออกขนาดนี้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นฉันที่มาหาท่าน’

‘เจ้าบ้าบิ่น ทำอะไรที่เสี่ยงเกินไป’

‘สำหรับฉัน ไม่มีอะไรที่บ้าบิ่นและเสี่ยงเกินไปอีกแล้ว...เพราะฉันเจอกับอันตรายมาทุกตอนเลย ..และจะเสี่ยงมากขึ้นอีกเยอะ’ ฉันเผลอบ่นกับโชคชะตามากกว่าจะบอกกับเนปา ก่อนจะเบี่ยงประเด็น ‘นี่ก็ดึกมากแล้ว...ท่านจะอนุญาตให้ฉันนอนค้างที่นี่ หรือจะไล่กลับไปที่บ้านริมคลองอีกเล่า’

เนปาเดินถือตะเกียง นำไปยังที่นอนมุมห้อง

‘ที่นี่มีเพียงเสื่อนอน ไม่มีฟูกนุ่มให้เจ้านอนสบาย ๆ เหมือนที่เรือนริมคลองหรอกนะ’ เนปาบอกเสียงเบา ๆ แต่แปลกที่ทำให้ฉันหัวใจพองโตมีความสุขนักหนา

‘แค่มีท่านอยู่ด้วยก็พอแล้ว’ ฉันอ้อนก่อนจะเดินไปกอดเขาไว้แน่นทางด้านหลัง

เมื่อเนปาดับไฟในตะเกียงที่ถืออยู่ ฉันก็รู้ว่าต่อจากนี้เราจะได้อยู่ในอ้อมแขนของกันและกันเสียที หลังจากที่เนปามีอาการงอนมาเนิ่นนานเกินไปแล้ว

* * * * * * *

 




Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2559 12:10:22 น. 3 comments
Counter : 532 Pageviews.

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจไปให้จขบ.ครับ


โดย: **mp5** วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:16:45:06 น.  

 
แปะหัวใจฝากไว้ก่อนนะ
เดี๋ยวมาโหวตให้ค่ะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ~My Birthday is on April 14~ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 5 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


โดย: pantawan วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:23:08:41 น.  

 
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:16:40:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.