Group Blog
 
<<
เมษายน 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
6 เมษายน 2561
 
All Blogs
 

สิงหลา ภาคสองทะเล : ๔๓ จิตผู้พิทักษ์






...มอบผ้ายันต์แก่บิดา...แลช่วยอโยธยารวมผืนดิน...เลือดสิงหลาหาสูญสิ้น...ครองแผ่นดินส่องหล้าสืบกาล...

ก่อนนอนฉันมักจะอ่านทวนข้อความบนผืนผ้าซึ่งท่านพระครูฝากแจ้งไว้ด้วยความครุ่นคิดอันสับสนและสงสัยว่าในข้อความนั้น ได้สื่อความหมายใดไว้กันแน่

ฉันยังไม่มีโอกาสได้เจอกับพ่อ...ซึ่งก็คือเด็กชายแสง...ในช่วงเวลานี้ เพราะลุงเคว็ดได้พาครอบครัวเดินทางไปอยู่ที่พัทลุงเหมือนเดิมแล้ว ซึ่งฉันก็กำลังหาเวลาที่จะเดินทางไปเยี่ยมพ่อและมอบผ้ายันต์ให้ท่านตามความที่ท่านพระครูแจ้งไว้

แต่ข้อความที่ว่า...แลช่วยอโยธยารวมผืนดิน...เลือดสิงหลาหาสูญสิ้น...ครองแผ่นดินส่องหล้าสืบกาล...ทำให้ฉันได้แต่ทอดถอนหายใจด้วยความหวาดหวั่น

ฉันจะช่วยอโยธยาได้อย่างไรในเมื่อหัวใจของฉันนั้นอยู่กับสิงหลาและจงรักภักดีต่อองค์สุลต่านมุสตาฟามากมายหนักหนา 

ทั้งในฐานะมิตรผู้มีคุณคอยช่วยเหลือฉันมาหลายครั้ง และผู้ครองเมืองสิงหลาเจ้าเหนือหัวชีวิต

“หาจำเป็นไม่หรอก...เพราะดวงตาเจ้าบอกว่าข้าจักปลอดภัยมิเป็นอันตรายใด...แลรู้ความข้างหน้ามาด้วยว่า...ชะตาเจ้าย่อมอยู่เคียงข้ายังอโยธยาหาใช่เจ้ากับนายทหารรับจ้างนามเนปาที่สิงหลานี่”

ยิ่งนึกหวนถึงคำเพ้อของขุนอาบยิ่งทำให้ฉันอดกังวลใจไม่ได้...เมื่อคาดเดาเอาเองไปต่างๆ นาน...ถ้าสิ่งที่ขุนอาบบอกมานั้นไม่ใช่อาการมโนเพ้อพก แต่เป็นเพราะท่านพระครูได้บอกกล่าวคำทำนายนั้นไว้ให้แก่ขุนอาบล่ะ

เหตุการณ์ตอนอยู่ในร่างสร้อยวกกลับมาตอกย้ำด้วยว่า เมื่อสิงหลาพ่ายแพ้ต่อทัพอโยธยานั้นเนปาถูกทหารอโยธยาจับกุมตัว...แต่เมื่อฉันถูกอัสฟานำตัวไปซ่อนไว้ในถ้ำซอกหินและจิตหวนกลับสู่ยุคปัจจุบันของตัวเอง ทำให้ฉันไม่สามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสร้อย เพนนี เนปา อัสฟา และบรรดาคนที่นี่บ้าง

เพียงรู้จากประวัติศาสตร์ที่พยายามศึกษาค้นคว้าในเวลาต่อมาว่า ในช่วงยุคเวลานี้ สมเด็จพระนารายณ์แห่งอโยธยา ได้ส่งพระยารามเดโชมาครองเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อกำหราบปราบเมืองสิงหลา ปตานี และรวมเมืองใกล้เคียงให้อยู่ในอาณัติแห่งอโยธยา

เมื่อการศึกสำเร็จสามารถปราบสิงหลาลงได้ในปี พ.ศ. ๒๒๒๓ สมเด็จพระนารายณ์ได้สั่งให้นำตัวองค์สุลต่านมุสตาฟาและครอบครัวทั้งหมดไปยังอโยธยา  เมื่อได้พบปะพูดคุยกันแล้ว สมเด็จพระนารายณ์ได้ตัดสินใจไว้ชีวิตองค์สุลต่านมุสตาฟาและเสนอให้รับราชการต่อกรุงสยาม ด้วยมีความเมตตาเห็นว่าบุตรหลานแห่งตระกูลองค์สุลต่านสุไลมาน ชาร์ ผู้ครองเมืองสิงหลา ได้แข็งเมืองต่ออโยธยาในยุคพระเจ้าปราสาททองก็เนื่องด้วยมีความจงรักภักดีต่อพระเจ้าทรงธรรม ประกอบกับสมเด็จพระนารายณ์มีความชื่นชมในความฉลาดและปรีชาสามารถอันหลากหลายขององค์มุสตาฟาจึงหวังใช้ประโยชน์จากความรู้ความสามารถนั้นมาช่วยดูแลบ้านเมือง   

เมื่อองค์มุสตาฟายอมรับราชการสนองเบื้องพระยุคลบาทแห่งองค์สมเด็จพระนารายณ์  ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระยาศรีวิชัยสงคราม กาลต่อมายังได้ครองเมืองไชยาอย่างสงบสุข

ในส่วนขององค์ฮัสซัน และองค์อุสเซน ผู้มีความชำนาญศึกด้านการรบทางทะเล ได้ถูกนำตัวสู่อโยธยาและรับราชการในช่วงสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ดำรงตำแหน่งแม่ทัพเรือสืบเนื่องต่อไป  โดยองค์อุสเซนได้เป็นปลัดเมืองไชยา และองค์ฮัสซันครองตำแหน่งพระยาราชวังสัน

ครั้นเมื่อสิ้นองค์สมเด็จพระนารายณ์ในปีพ.ศ. ๒๒๓๑ เปลี่ยนราชวงศ์จากปราสาททองเป็นบ้านพลูหลวง พระเพทราชาได้ทรงมอบตำแหน่งเจ้าเมืองพัทลุงให้องค์ฮัสซันได้ครองเมืองและรั้งดำรงตำแหน่งพระยาจักรี โดยท่านถูกส่งมาเป็นเจ้าเมืองพัทลุงเพื่อปราบพระยารามเดโชหรือเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ผู้ซึ่งจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนารายณ์ และได้กระทำการแข็งข้อต่อพระเพทราชา กษัตรย์อโยธยาในเวลาต่อมา และถูกพระเพทราชาตั้งข้อหาเป็นกบฎมีโทษประหารเด็ดขาด

ทว่าเป็นที่น่าเสียดายว่า ในกาลต่อมา องค์ฮัสซัน...เจ้าเมืองพัทลุง กลับต้องโทษประหาร ณ เมืองนครศรีธรรมราช ด้วยถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เพราะแม้ได้ชนะศึกแก่พระยารามเดโชแล้ว..แต่กลับปล่อยให้พระยารามเดโชรอดชีวิตไปได้  เพราะคำกล่าวหานั้นฟังขึ้นด้วยพื้นฐานที่ว่า องค์ฮัสซัน และพระยารามเดโชเคยเป็นเพื่อนทหารนำทัพร่วมรบในศึกปลายสมัยสมเด็จพระนารายณ์มาก่อนนั่นเอง

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์บางช่องทาง ระบุไว้ว่า “เชื้อสายของพระยาจักรี (ฮัสซัน) สืบเชื้อสายเป็นขุนนางไทยมาจนถึงสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนใหญ่ได้ดำรงตำแหน่งพระยาราชบังสัน หรือพระยาราชวังสันมีอำนาจหน้าที่ทางด้านทัพเรือ หนึ่งในจำนวนนี้ คือพระยาราชวังสัน (หวัง) ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกท่านตั้งเคหสถานอยู่ติดวัดหงษ์รัตนาราม ในคลองบางกอกใหญ่ ฝั่งธนบุรี

พระยาราชวังสัน (หวัง) และคุณหญิงชู ภรรยาเอก มีธิดาด้วยกันสามคนหนึ่งในนั้น มีชื่อว่า...เพ็ง...ได้สมรสกับพระยานนทบุรี (จันท์) เจ้าเมืองนนทบุรี...คุณหญิงเพ็งมีธิดาชื่อว่า...เรียม

...ต่อมาคุณเรียมได้ถวายตัวเข้ารับราชการฝ่ายใน เป็นพระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยท่านเป็นเจ้าจอมมารดาของพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าทับ กรมหลวงเจษฎาบดินทร์

...ซึ่งเมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๒ แล้ว กรมหลวงเจษฎาบดินทร์ ก็ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติด้วยความเห็นชอบของ"อเนกมหาชนนิกร สโมสรสมมุติ" คือจากที่ประชุมกันของขุนนางผู้ใหญ่และพระบรมวงศานุวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๓ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ นั่นคือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

...ส่วนเจ้าจอมมารดาเรียม ต่อมาก็ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระศรีสุลาไลย...ซึ่งชื่อนี้ได้รับการสันนิษฐานว่า "สุลาไลย" เป็นการแผลงคำจาก "สุไล"ซึ่งเกี่ยวโยงไปถึงชื่อสุลต่านสุไลมาน ชาร์ ต้นตระกูลเดิมของเจ้าจอมมารดาเรียมนั่นเอง

...ถึงแม้ว่าพระราชโอรสในสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้มีพระองค์ใดได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าฟ้า และมิได้ครองราชย์สืบต่อมา แต่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ในพระราชวงศ์จักรีนับแต่รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ล้วนสืบเชื้อสายจากสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ทั้งสิ้น

...ทั้งนี้ ด้วยเหตุเพราะพระราชินีในรัชกาลที่ ๔...สมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์...เดิมคือ หม่อมเจ้ารำเพย พระธิดาในพระองค์เจ้าศิริวงศ์ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๓ (สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) ....สมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์จึงทรงเป็นพระนัดดา หรือ " หลานปู่" ในสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงเป็น"เหลนทวด" ในสมเด็จพระศรีสุลาไลย

...พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ของสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นสมเด็จพระบรมอัยกาธิราชในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ...

...เชื้อสายของสุลต่านสุไลมาน จึงเกี่ยวข้องกับราชวงศ์จักรีผ่านทางสมเด็จพระศรีสุลาไลย และสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยประการนี้”

เมื่อหวนนึกทวนความทรงจำเกี่ยวกับบทความทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่บางส่วนที่ฉันเคยได้ศึกษาค้นคว้ามานั้น...ทำให้สามารถเข้าใจข้อความส่วนหนึ่งของท่านพระครูได้ในที่สุด

...เลือดสิงหลาหาสูญสิ้น...ครองแผ่นดินส่องหล้าสืบกาล...

ทว่า...ข้อความที่ฉันไม่สามารถเข้าใจได้คือ “...แลช่วยอโยธยารวมผืนดิน...” นั้น จะเป็นหน้าที่ของฉันได้อย่างไร เพราะในฐานะเพนนีฟาน เมอเตส ขณะนี้ มีแต่ความจงรักภักดีต่อองค์สุลต่านมุสตาฟา และเมืองสิงหลาอย่างสุดหัวใจ

* * * * * * * * * * * * * *

ฉันได้มีโอกาสเจอกับเนปาอีกครั้งในอีกหลายวันต่อมาเมื่อองค์สุลต่านมุสตาฟาเรียกพวกเราเข้าพบ...แววตาของเนปาเปลี่ยนไป จากที่เคยเย็นชา ดูเหมือนจะมีร่องรอยแห่งความสงสัยมาแทนที่...ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิด เขาคงสงสัยทั้งเรื่องของสร้อย ของเพนนีและเรื่องของเขาเอง...หลายครั้งที่สบตากัน เหมือนเขาต้องการจะถามอะไรบางอย่างแต่ด้วยสถานการณ์บีบคั้นอันเนื่องจากการสู้รบชายแดนด้านทิศเหนือ...พระยารามเดโชเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ได้สั่งทัพทหารเข้าซุ่มโจมตี แม้องค์อุสเซนจะนำทัพสิงหลาไปตั้งรับไว้แล้ว แต่ก็มีกระแสสั่งจากองค์สุลต่านมุสตาฟากำชับมิให้กองกำลังทหารสิงหลาชะล่าใจ และท้ายสุด ท่านสั่งให้เนปานำทัพทหารรับจ้างไปสมทบทำให้เขาจำต้องเร่งออกจากเมืองไปโดยที่ยังไม่ได้พูดคุยกับฉัน

ส่วนฉันเองได้รับมอบหมายให้จับตายูซุบ...คราวนี้ไม่ได้เป็นคำสั่งจากองค์สุลต่านมุสตาฟา...แต่กลับเป็นการว่าจ้างของอิบรามัน

‘ท่านเป็นพ่อของเขาเหตุใดจึงให้ข้าจับตาดูบุตรชายตนเอง’

‘ถ้าเจ้าได้คำตอบจากการสืบความ...เจ้าก็จะได้คำตอบนี้ด้วยตัวเจ้าเอง’ อิบรามันบอกเพียงแค่นั้นก่อนจะโยนถุงหรียญทองสิงหลามาให้และเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

แฮรอนมาจ้างวานให้ฉันหาคนนำทางไปเกาะยอ หรือเกาะผลไม้ตามที่ชาวอังกฤษขอบเรียกขาน

เมื่อรู้ว่าแฮรอนจะเดินทางไปเกาะยอ..ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นที่สำนักงานบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษในวันที่แฮรอนไปเกาะยอนั่นเอง...

เมื่อเขาไม่เลื่อนวันเวลาเดินทางตามที่ฉันแนะนำและพ่อบ้านบราวน์ยืนยันว่าไม่ขอเดินทางไปด้วยเพราะกลัวการนั่งเรือลำเล็ก ๆ ...ฉันจึงอาสาเป็นผู้นำทางให้แก่เขาเองเพราะรู้ว่าจะมีคนคอยซุ่มลอบทำร้ายพวกเขาที่เกาะยอ 

ฉันพาทีมงานลูกน้องไปด้วยอีกสามคนเพื่อช่วยแบกหามสิ่งของที่แฮรอนซื้อจากเกาะ

ที่เกาะยอ มีคนแอบซุ่มยิงพวกเราโดยที่ไม่มีใครทราบเหตุผลตามที่ฉันเคยรับรู้ข้อมูลนี้มาจากพิกาเมื่อคราวอยู่ในร่างสร้อยจริงๆ

ฉันสั่งให้ลูกน้องสองคนอยู่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้แฮรอนและนำลูกน้องอีกสองคนตามคนร้ายไป...คนร้ายสองคนหนีลงเรือและพายไปทางฝั่งเขาเขียวฉันกับลูกน้องจึงพายเรือตาม...แต่เมื่อถึงชายป่าเขาเขียว คนร้ายก็หลุดรอดสายตาไปจนได้

ฉันได้ม้าตัวหนึ่งมาจากทหารที่รักษาประตูเมืองฝั่งเขาเขียวด้วยความสนิทเพราะเคยช่วยรักษาบาดแผลให้เขารอดชีวิตมาก่อน

‘ข้าต้องเร่งกลับไปที่สำนักงานบริษัทอังกฤษ...พวกเจ้าอยู่สอดส่องติดตามหาคนร้ายฝั่งนี้ต่อไปด้วย...แต่หากไม่มีวี่แววอะไรแล้วก็ให้รีบกลับไปสมทบกับข้า’ ฉันสั่งความลูกน้อมก่อนจะเร่งควบม้าจากมาอย่างรวดเร็ว

เมื่อถึงเข้าถึงประตูเมืองชั้นในและกำลังจะขี่ม้าผ่านเขตเมืองชั้นในเพื่อทะลุไปยังเขตเมืองชั้นนอกฝั่งตะวันออกก็ได้ทันเห็นเนปาออกจากเขตวังโดยบังเอิญพอดี เมื่อสอบถามจากทหารรับจ้างนายหนึ่ง จึงทราบว่าเนปากลับจากศึกชายแดนเพื่อแจ้งข่าวการล่าถอยทัพของทหารนครศรีธรรมราชต่อองค์มุสตาฟา

ด้วยความดีใจที่เนปากลับมาแล้ว...ทำให้ฉันตัดสินใจตามเขาไปที่เรือน...โดยลืมไปอย่างสิ้นเชิงแล้วว่า วันนั้นฉันในร่างสร้อยได้แอบตามเนปาไปที่เรือนเช่นกัน

‘ฉันกำลังไปหาแฮรอน...เขานัดฉันไว้ที่สำนักงาน’

เมื่อเขาขยิบตาและส่งสัญญาณทำท่าว่าไม่สะดวกที่จะพูดคุยกัน...ฉันจึงบอกเนปาไปอย่างนั้น...เพื่อหวังให้เขารู้ว่าฉันกำลังจะไปที่ไหน...

หากเขาเองก็ต้องการพูดคุยกับฉันเช่นกัน เขาย่อมแอบตามไปดักพบฉันแถวนั้นและนั่น...อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาสามารถไปช่วยสร้อยไว้ได้ทันในเวลาต่อมา

ฉันรีบอำพลางตัวอยู่ในชุดดำปกปิดหน้ามิดชิดแอบตามสร้อยซึ่งปลอมตัวอยู่ในฐานะแกลรี่ไปห่าง ๆ...เมื่อเธอพบกับยายจันทร์...ฉันจึงจำได้ว่ายายจันทร์บอกเล่าเรื่องราวที่เด็กชายแสงไปบวชเรียนอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราชแล้ว

แต่ขณะแอบฟังยายจันทร์กับสร้อยคุยกันนั้นฉันกลับถูกซุ่มยิงด้วยฝีมือของผู้ซึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลนัก...ฉันจึงจำเป็นจะต้องวิ่งหนีออกมาให้พ้นจากกระท่อมที่ยายจันทร์กับสร้อยอยู่ข้างใน...เพื่อปกป้องคนทั้งสองไม่ให้โดนลูกหลงไปด้วย

บุคคลลึกลับสวมชุดดำปิดหน้าเช่นเดียวกับฉัน...เขามีปืนในมือฉันจึงต้องใช้วิธีหลบหนีมากกว่าที่จะปะทะกับเขา...แต่ขณะที่วิ่งหนีศัตรูบริเวณชายป่านั้นฉันก็ยังสังเกตุเห็นเปลวเพลิงที่กำลังโหมลุกไหม้ห้างสินค้าของแฮรอนได้

พ่อบ้านบราวน์....ฉันนึกขึ้นได้ว่าเขาจะได้รับอันตรายเพราะถูกบาเดร็กแทงจนเสียชีวิตในอ้อมแขนของฉันในร่างสร้อย

...ไม่สิ...พ่อบ้านบราวน์ยังรอดชีวิต...เขาปรากฏตัวอีกครั้งในวันที่สิงหลาถูกทัพอโยธยาบุกโจมตีและฉันในร่างสร้อยได้ฝากให้เขาช่วยดูแลแฮรอนก่อนจะขึ้นเรือของบริษัทอังกฤษหนีเข้าไปในทะเลสาบเพื่อความปลอดภัย

แล้วใครกันนะ...ที่มาช่วยพ่อบ้านบราวน์ไว้

ฉันได้แต่สงสัยขณะวิ่งหนีคนร้าย...เมื่อถึงจุดที่มีก้อนหินใหญ่ฉันจึงรีบกระโดดหลบเข้าไปกำบังตัวไว้...เพราะคิดว่าขืนมัวแต่หนีก็อาจจะถูกตามจนอ่อนแรงได้...ตัดสินใจ กลับมาเป็นฝ่ายตั้งรับดีกว่า

โชคดีที่เป็นไปอย่างที่หวัง...คนร้ายหันซ้ายทีขวาทีเหมือนคลาดสายตาไปจากฉันแล้ว...ชั่วพริบตานั้นฉันตัดสินใจปามีดสั้นใส่อย่างแรง...ได้ผล...มีดสั้นปักฉึกลงไปที่หน้าท้องนั้นทันที...ร่างนั้นทรุดตัวลงมือทิ้งปืนก่อนจะกุมหน้าท้องตัวเองไว้แน่น

ฉันรีบกระโดดไปคว้าปืนมาเก็บไว้ทำท่าเล็งขู่ไปที่ร่างนั้น

‘แกเป็นใคร’ ฉันพูดภาษาสิงหลา

ไม่มีเสียงตอบหลุดรอดออกมา...มีแต่เสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวด...ฉันจึงตัดสินใจจะกระชากผ้าคลุมหน้าของเขาออก

แต่ทันใดนั้นฉันได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกนัด...คราวนี้ดูเหมือนลูกกระสุนจะเฉียดฉันไปแค่เพียงสัมผัสปลายผิวเนื้อ...แต่ก็รู้สึกปวดแสบได้

ฉันไม่รู้ว่าคนร้ายมีมากกว่าหนึ่งคนและไม่แน่ใจว่าจะมีจำนวนมากแค่ไหน...จึงตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะต้องหนีออกมาจากที่นั่นทันที...แม้จะเสียดายที่ไม่ได้เห็นโฉมหน้าของคนร้ายที่ซุ่มแอบตามฉันอยู่ก็ตาม

เมื่อพ้นจากเขตชายป่า ฉันเห็นกองเพลิงที่กำลังกัดกินห้างสินค้า และกำลังลามเข้าไปในสำนักงานทำให้ฉันต้องตัดสินใจอีกครั้ง...ฉันรีบกระโดขึ้นหลังม้าที่ผูกไว้ชายป่าก่อนจะสั่งให้วิ่งสวนกับบรรดาคนงานที่กำลังวิ่งหนีกันออกมา

‘แฮรอน อยู่ที่เกาะผลไม้...รีบนำเรือไปรับท่านกลับมาด้วย’ ฉันตะโกนบอกพวกคนงาน แต่ดูเหมือนไม่มีใครสนใจฉันเลย

ฉันจำเป็นต้องกล้าหาญฝ่าเข้าไปในสำนักงานให้ไกล้พ่อบ้านบราวน์และแกลรี่ให้มากที่สุด...คิดหวังจะได้รู้ความจริงว่าใครกันที่มาช่วยพ่อบ้านบราวน์ไว้....จึงได้ทันเห็นเนปามาช่วยอุ้มร่างของสร้อยออกไปจากสำนักงาน...เมื่อเขาจะกลับเข้ามาอีกครั้งไฟก็ได้ลามเข้ามาถึงในห้องที่บราวน์นอนแน่นิ่งอยู่...มีเพียงฉันซึ่งอยู่ในสำนักงานนั้นอีกด้านหนึ่งเพียงลำพัง

เมื่อมาถึงจุดๆ นี้...ฉันจึงเข้าใจได้ในที่สุดว่า...เพนนี ฟาน เมอเตส นั่นเอง ที่เป็นผู้ช่วยพาร่างของพ่อบ้านบราวน์ออกมาจากกองเพลิงโดยลากร่างของเขาออกมาได้ทันก่อนที่หลังคาสำนักงานที่โดนเพลิงกัดกินจะหล่นลงมาทับร่างนั้น

ฉันพาตัวเขาไปรักษาที่เรือนริมน้ำโดยไม่บอกใคร...ด้วยเหตุผลเพื่อความปลอดภัยของพ่อบ้านบราวน์นั่นเอง

‘ท่าน...ท่านช่วยฉันไว้รึ’พ่อบ้านบราวน์ถามในทันทีที่ลืมตาขึ้นมาได้

‘อย่าเพิ่งถามความอะไรมากนักในตอนนี้...ดื่มยาสมุนไพรในถ้วยนี้ให้หมด...อาการปวดแผลของท่านจะทุเลาลงยิ่งขึ้น’ฉันบอกพลางยื่นถ้วยยาสมุนไพรส่งให้ชรา

‘ทำไมถึงช่วยฉันไว้’บราวน์ยังดื้อถามก่อนยื่นมือมารับถ้วยยา

‘ตอบแทนที่ท่านช่วยฉันเล่นละครหลอกตามะเตโอสให้ตายใจในวันที่เขาตามไปจับตัวแกลรี่...และขอบคุณที่ท่านนำสร้อยล็อกเก็ตไปคืนให้แก่สร้อย...แทนฉัน’

‘ทำไม...ท่านจึงช่วยแกลรี่’ ชายชรายังมีแววตาเต็มไปด้วยข้อซักถาม

‘คุณปู่บราวน์...ทานยาก่อนเถอะ’ ฉันเรียกเขาตามที่เคยเรียกเหมือนสมัยที่ฉันอยู่ในร่างสร้อย

ชายชราชะงักงัน แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย...อ้าปากทำท่าจะต่อความยาว...ฉันจึงยิ้มกว้างให้ก่อนจะชิ่งหนีโดยการลุกเดินออกมาจากในห้องนั้น

คืนนั้นฉันเรียกลูกน้องมาวางแผนงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวและคนของแฮรอนจากบาเดร็กที่จะกระทำการระเบิดคลังสินค้าของแฮรอนที่ท่าเรือในวันต่อมา

เมื่อทุกอย่างลุล่วงไปตามแผนการ ฉันจึงสามารถช่วยเหลือตัวเองในร่างสร้อยไว้ได้ทัน

‘ฉันเก็บดินปืนที่เขาแอบขโมยมาจากคลังไปซ่อนไว้หมดแล้วตามที่ท่านบอก แล้วนำขี้เถ้ามาใส่ไว้ในลังไม้นี่แทน’ พิกาหันมาบอกกับฉันด้วยเสียงอันสั่นเทา

พิกา...คือคนที่ฉันติดต่อขอความช่วยเหลือให้ทำตามแผนการเพื่อยับยั้งบาเดร็กด้วยอีกคน

ในขณะเดียวกันนั้น ฉันจึงได้เห็นว่าพอตต์สามารถเก็บซ่อนอาการความร้ายกาจในฐานะผู้ยุยงอยู่เบื้องหลังบาเดร็กได้อย่างแนบเนียนมากจริงๆ

* * * * * * * * * * * * * *

การข่าวชายแดนแจ้งว่ากองกำลังทหารจากเมืองนครศรีธรรมราชเริ่มต้นบุกเข้ามาประชิดชายแดนอีกครั้ง แม้นองค์อุสเซนยังสามารถนำทัพตั้งรับและไล่ทหารนครศรีธรรมราชออกไปได้แต่องค์มุสตาฟาก็ไม่ได้วางใจ 

ท่านสุลต่านคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำว่า นั่นอาจเป็นแผนส่วนหนึ่งของสมเด็จพระนารายณ์เพื่อลวงกลยุทธ์ให้สิงหลาโถมกำลังไปสู้ศึกทางบกกับนครศรีธรรมราชจนอาจละเลยศึกทางทะเลอันมาจากฝั่งทัพปตานี ซึ่งตอนนี้ปตานีได้ยอมสวามิภักดิ์ต่ออโยธยาแล้วหลังจากแข็งเมืองมากว่า ๔๐ ปีนั่นก็เพราะต้องการรวมกำลังกับอโยธยาเพื่อหวังเอาชนะสิงหลานั่นเอง

‘ที่ข้าคาดการณ์เช่นนี้...ถูกแล้วใช่หรือไม่...เพนนี’ องค์สุลต่านมุสตาฟาถามฉันหลังจากแจ้งแผนการตอบโต้แก่แม่ทัพนายทหารที่ถูกเรียกมารวมพลก่อนแยกย้ายไปกระทำการยุทธ์ตามแผนนั้น

ฉันพยักหน้ายอมรับนับถือในความปรีชาสามารถด้านยุทธศาสตร์การศึกขององค์สุลต่านแห่งสิงหลา

และด้วยความชาญฉลาดมีไหวพริบการศึกดีเยี่ยมเช่นนี้...ฉันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในอนาคตสมเด็จพระนารายณ์ กษัตริย์แห่งอโยธยา จึงทรงชื่นชมและไว้ชีวิตองค์สุลต่านและมอบหมายให้ครองหัวเมืองไชยาในที่สุด

‘ทัพต้านนครศรีธรรมราชทางบกครั้งนี้ให้กองกำลังทหารรับจ้างของเนปาเป็นหน่วยซุ่มจู่โจมเหมือนคราวที่แล้ว เพราะนี่เป็นกลเด็ดของพวกเราที่ฝ่ายตรงข้ามยังมิอาจต้านทานได้...กาลเดียวกัน ตอนนี้ให้แจ้งเตือนแก่ชาวบ้านเป็นการภายในมิให้กระโตกกระตากให้พวกเขาเริ่มกักตุนอาหารและเสบียงไว้ด้วย เผื่อการศึกนั้นจะยืดเยื้อยาวนานและกระทบต่อการค้าทำมาหากิน’ องค์สุลต่านสั่งความ  

ฉันจึงเข้าใจที่มาแล้วว่า เหตุใดตอนที่พอตต์พาฉันไปเมืองสตรึงเพรียะ จึงได้เห็นกองกำลังทหารรับจ้างของเนปาเดินทางผ่านไปยังชายแดนนครศรีธรรมราช...แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้เห็นว่ามีเนปาในกลุ่มทหารนั้นด้วย เห็นแต่เพียงเพนนี ที่สวนทางกันกับฉันที่ท่าเรือ ...ยังจำได้ว่าเพนนีรีบลงเรือเล็กไปทั้งๆ ที่ฝนกำลังตกลงมาอย่างหนัก

ฉันเผลอสลัดหน้าอย่างแรงเมื่อนึกถึงความทรงจำนั้น...ก็เพนนีในตอนนี้คือตัวฉันเอง...แสดงว่ามีเหตุให้ฉันต้องตามเนปาไปอย่างนั้นสินะ

เมื่ออยู่ตามลำพังที่เรือนริมคลอง ฉันนำผืนผ้าที่ท่านพระครูให้ไว้ออกมาดูอีกครั้ง...แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าข้อความหลงเหลือแต่เพียง

...มอบผ้ายันต์แก่บิดา...

ส่วนประโยคต่อ ๆ มา ที่ว่า...แลช่วยอโยธยารวมผืนดิน...เลือดสิงหลาหาสูญสิ้น...ครองแผ่นดินส่องหล้าสืบกาล...ได้หายไปจากผืนผ้าจนหมดสิ้น

ส่วนสัญลักษณ์ในผ้ายันต์อีกผืนยังคงอยู่ปกติ

จากการตรวจดูผ้าผืนที่เขียนข้อความอย่างละเอียด...ฉันก็ได้รู้ว่าหาใช่การใช้มนต์คาถาใด ๆ ให้เหนือธรรมชาติไม่...แต่เป็นเพราะข้อความที่เลือนหายไปนั้นถูกเขียนโดยน้ำยาชุบสมุนไพรบางชนิดที่ทำให้เลือนหายเมื่อผ่านเวลาช่วงหนึ่งไปแล้วนั่นเอง

ฉันจึงคิดว่า...นี่อาจเป็นเพราะท่านพระครูต้องการสื่อให้ฉันต้องเร่งเดินทางไปพบพ่อซึ่งบวชอยู่ที่นครศรีธรรมราชก็เป็นได้....แม้ฉันจะไม่รู้เหตุผลเบื้องลึกใดๆ ของท่านพระครูก็ตาม

และด้วยเหตุนี้เอง...ฉันจึงได้คำตอบว่าทำไมเพนนี ฟาน เมอเตส จึงต้องเร่งลงเรือไปทั้งที่ฝนกำลังตกลงมาอย่างหนัก

เมืองนครศรีธรรมราช คือเป้าหมายที่ฉันจะต้องไปนั่นเอง

* * * * * * * * * * * * * *





 

Create Date : 06 เมษายน 2561
1 comments
Last Update : 8 เมษายน 2561 11:21:08 น.
Counter : 280 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**

 

แวะมาเยี่ยมสวัสดีครับ

 

โดย: **mp5** 6 เมษายน 2561 21:02:47 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.