Group Blog
 
<<
เมษายน 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
2 เมษายน 2561
 
All Blogs
 

สิงหลา ภาคสองทะเล : ๔๒ สองชะตา






แม้ล่วงรู้ว่าเนปาจะปลอดภัยกลับมาในที่สุด แต่ในช่วงเดินทางไปสมทบกำลังทหารสิงหลานั้น ฉันก็ให้รู้สึกหวาดหวั่นใจมากพอสมควร เพราะทหารสื่อสารแจ้งว่ามีทัพเรือปตานีล้อมกองเรือของสิงหลาไว้ และหมายจะใช้ต่อรองกับองค์สุลต่านมุสตาฟาให้ยอมแพ้เพื่อช่วยเหลือน้องชายและนายทหารคนสำคัญหลายคน

แต่เนื่องด้วยองค์ฮัสซัน แม่ทัพเรือสิงหลา ประกาศยอมพลีชีพเสียดีกว่ายอมเป็นตัวประกัน...ทีมของพวกเราจึงต้องเร่งตลบหลังซุ่มตีกองเรือปตานีอีกชั้นหนึ่ง

ทว่า...กองเรือเล็กซุ่มโจมตีของเราใช่จะสามารถเข้าไปใกล้กองเรือปตานีได้ง่ายอย่างที่คาดหวัง และหากทีมของเราทำไม่สำเร็จ...ทุกอย่างก็จบ

แต่ก่อนที่ทีมกองกำลังเรือซุ่มโจมตีของเราจะไปถึงนั้น กลับพบว่ากองเรือปตานีล่าถอยไปเสียก่อนแล้วด้วยความปรีชาสามารถเชิงกลยุทธ์ขององค์ฮัสซัน แม่ทัพเรือสิงหลา ที่เห็นว่าวิถีกระสุนปืนจากเรือรบของทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยิงถึงเรือรบฝ่ายตรงข้ามได้ แต่ฝั่งเรือรบสิงหลานั้น มีแรงลมหนุนช่วยท่านจึงใช้กลยุทธ์ระดมยิงธนูไฟใส่เรือรบปตานีจนต้องยอมล่าถอยไป

ภารกิจที่สำคัญของฉันจึงมีเพียงช่วยดูแลอาการบาดเจ็บของเนปาซึ่งถูกยิงเข้าที่แขน

‘บาดแผลไม่ได้ลึก แต่ถูกลูกดอกอาบยาพิษของทหารปตานีที่ซุ่มดักรอยิงในป่าขณะสิงหลานำกำลังขึ้นบก...กองซุ่มในป่าของปตานี ร้ายยิ่งกว่ายุง แม้เราจะเอาชนะศึกทางเรือเข้าไปบนฝั่งได้แต่การบุกเข้าไปถึงยังเมืองปตานีนั้นยากนักหนา’  องค์ฮัสซันแจ้งในเวลาต่อมา

‘ช่วงแรก ๆ เขายังไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรมาก แต่เมื่อห้าวันที่ผ่านมา เริ่มหมดเรี่ยวแรง ...ข้าจึงชะลออาการไว้ด้วยว่านดูดพิษ’ หมอทหารประจำเรือรบสิงหลาบอกเสริมข้อมูล  ‘แต่ข้าฝังเข็มได้ไม่ชำนาญนักกลัวว่าหากทำพลาดไปจะกลายเป็นร้ายต่อท่านเนปา  จึงเพียงฝังเข็มจุดที่ไม่สำคัญเพื่อให้เขาหลับและไม่เคลื่อนไหวตัวเท่านั้น ซึ่งช่วยชะลอพิษได้’

ฉันรีบถอดเสื้อผ้าของเนปาออกก่อนจะลงมือฝังเข็มให้เขาซึ่งสลบไม่ได้สติด้วยพิษร้ายแต่ระหว่างนั้น ก็ได้ยินเสียงเพ้อจากเขามาประปราย

‘เพน..นี อย่าไป...อย่าไป...จากข้า’

‘ข้าอยู่กับท่านนี่แล้ว ได้โปรดฟื้นคืนมาหาข้าด้วยเถอะนะ’ ฉันกระซิบข้างหูเนปาก่อนจะเหลือบเห็นเชือกร้อยตุ้มหูไข่มุกที่คอของเขา

เท่านี้ฉันก็ใจชื้นขึ้นมากมาย...เนปาไม่ได้ตัดใจจากเพนนีตามที่ปากพูดจริง ๆ

‘เพื่อความปลอดภัยของเนปาและทหารหลายคนที่บาดเจ็บสาหัส ข้าจะส่งพวกเขากลับสิงหลาก่อน...ส่วนข้าจะยังคงตรึงกำลังเรือรบไว้ปลายน่านน้ำสิงหลาเพื่อต้านรับมิให้ทัพเรือปตานีหึกเหิมบุกสิงหลาได้’  องค์ฮัสซันแจ้งแผนการหลังจากที่ฉันฝังเข็มให้เนปาเสร็จแล้ว ‘ฝากเจ้าช่วยดูแลทหารคนอื่น ๆ บนเรือด้วย’

องค์ฮัสซันยิ้มมุมปากให้เบาๆ ตามประสาชายชาตินักรบผู้เคร่งขรึม ทว่าฉันรู้ดีว่าองค์ฮัสซันนั้นจิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาต่อทหารร่วมศึก

แต่ด้วยเหตุแห่งความมีเมตตาต่อมิตรสหายนี่เอง...ที่จะนำภัยมาสู่ท่านในกาลภาคหน้า

ฉันแอบมองตามหลังองค์ฮัสซันไปด้วยความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของท่าน

เมื่อองค์ฮัสซันเดินออกไปพร้อมกับหมอทหารแล้ว  ฉันกุมมือเนปาไว้แน่นด้วยความรู้สึกอันสับสน

คืนนั้นเขามีอาการชักกระตุกอย่างน่าตกใจแต่การฝังเข็มแบบดูดพิษช่วยให้อาการของเขาบรรเทาลงในยามรุ่งสาง

องค์ฮัสซันให้นำตัวเนปาและบรรดาทหารที่ได้รับบาดเจ็บแยกลงเรือลำที่จะเดินทางกลับสิงหลา เมื่อเนปามีอาการทรงตัวขึ้นในตอนสายฉันจึงช่วยดูแลทหารที่บาดเจ็บคนอื่น ๆ ด้วยในระหว่างการเดินทางกลับ

เมื่อกลับไปที่ห้องพักของเนปาบนเรือเขายังไม่ตื่น ดูจากสีหน้าของเขาบ่งบอกว่าอาการบรรเทาลงมากแล้วฉันจึงเช็ดตัวเพื่อเตรียมฝังเข็มใหม่อีกรอบ

‘เจ้า...นี่ข้าฝันไปรึ’ เสียงแหบพร่าของเนปา ทำให้ฉันสะดุ้งขณะกำลังก้มลงหยิบเข็มชุดใหม่ขึ้นมาเตรียมการณ์ฝังเข็ม‘นี่ข้าอยู่ที่ไหนกัน’

‘เรากำลังเดินทางกลับสิงหลา’

‘แล้วองค์ฮัสซันล่ะ...เกิดอะไรขึ้น...’ เนปาทำหน้าเหยเกด้วยอาการปวดหัว ‘ทำไมข้าไร้เรี่ยวแรงแบบนี้’

‘ทัพเรือปตานีพ่ายถอนกำลังแล้ว...องค์ฮัสซันให้ทหารที่บาดเจ็บกลับสิงหลาส่วนท่านตรึงกำลังเรือรบไว้ที่ปลายน่านน้ำ’ ฉันอธิบายพลางนึกในใจว่านี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะได้พูดคุยกับเนปาโดยที่เขาไม่มีโอกาสบิดเบือนหนีหน้าไปไหนได้...ในเมื่ออยู่บนเรือกลางทะเลด้วยกันแบบนี้

ที่สำคัญเขายังไร้เรี่ยวแรงจะเดินหนีด้วย...อยากรู้นักว่าคนใจแข็งปากแข็ง จะยอมอ่อนลงบ้างหรือไม่

‘เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร’ ดูเหมือนเนปาจะยังคงมีคำถามสงสัยมากมาย

‘ข้าก็นั่งเรือมาน่ะสิ...คงไม่บินมาหรอกสมัยนี้ยังไม่มีเครื่องบิน’ ฉันยอกย้อน เมื่อเห็นเขาทำหน้านิ่วก็เลยหวานเข้าใส่  ‘ข้ามาพร้อมกำลังทหารกองซุ่มที่มาเสริมทัพ เพราะทราบข่าวว่าท่านบาดเจ็บสาหัส’

‘ไม่จำเป็นที่เจ้าจะต้องมาเดือดร้อนไปด้วย’ เนปายังมีเรี่ยวแรงที่จะเย็นชาต่อไป

‘ข้าจะปล่อยให้สามีตายไปได้อย่างไรล่ะ’  ฉันติดสินใจหน้าด้านพูดออกไปแบบโต้ง ๆ ตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมก่อนจะแกล้งยียวนเขาเล่น ‘เมื่อคืนท่านก็ส่งเสียงเรียกข้าทั้งคืน... แต่พอตื่นขึ้นมากลับทำเย็นชาใส่...รู้อย่างนี้ข้าฝังเข็มให้ท่านหลับต่อดีกว่า จะได้เรียกหาข้าตลอดเวลา’

เนปาเงียบนิ่งไปขณะจ้องมองฉันกลับมาเขาทำท่าเหมือนจะเอ่ยพูดอะไร แต่ก็หุบปากไม่พูดอะไรอีก

ฉันจับตัวเนปาให้นอนคว่ำลงก่อนจะลงมือฝังเข็มอีกชุด

‘เมื่อฝังเข็มเสร็จ ท่านจะหลับไปอีกสักพัก เรี่ยวแรงของท่านจะกลับมาไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ’

‘เมื่อข้าตื่นมา...เจ้าจะยังอยู่กับข้าใช่ไหม...เพนนี’ ประโยคคำถามนี้ของเนปาทำให้ฉันยิ้มกว้างออกมาได้ในที่สุด

ฉันกุมมือเขาเป็นคำตอบและเมื่อมองไปยังดวงหน้าที่กำลังจะผลอยหลับ... รอยแย้มยิ้มกว้างจากเขาเสมือนแสงสว่างยามเช้าที่ทำให้ฉันมีความสุขเหลือเกิน

****************

ช่วงเวลาสามวันบนเรือขณะเดินทางกลับสิงหลาเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้เนปาจะยังมีท่าทีเย็นชาอยู่บ้าง แต่ก็อ่อนโยนลงมาก

ทว่าเมื่อกลับถึงท่าเรือสิงหลา ความสุขของฉันก็ถูกสะกัดจากฟีร่าซึ่งมารอพบกับเนปาที่ตลาดท่าเรือ

ฉันไม่รู้ว่าฟีร่ามากระซิบกระซาบบอกอะไรกับเนปา...แต่ไม่นานนักฉันก็ได้คำตอบ

‘สร้อยกลายเป็นทาสของมะเตโอส...ด้วยคำยุงยงจากเจ้าจริงหรือไม่...เพนนี’  เนปาหันมาถามด้วยสีหน้าโกรธขึ้ง ‘ข้าไม่เข้าใจ  ไหนเจ้าบอกรักสร้อยนักหนา’

ฉันนิ่งไม่ปฏิเสธ เพราะรู้ว่าฟีร่าคงได้รับทราบเรื่องราวมาจากคนในบ้านของมะเตโอสนั่นเอง

‘ข้าผิดหวังเหลือเกิน...เพนนี’

‘ข้ามีเหตุผล...ข้า...’

‘เจ้ามีเหตุผล มีเหตุจำเป็นเสมอ...และข้าคงผิดเองที่ไม่เคยเข้าใจในเหตุผลของเจ้าเลยสักที...ต่อจากนี้...ข้าจะไม่หลงเชื่อเล่กลเจ้าอีก...เพนนี’ เนปามีสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะรีบเดินจากไปพร้อมกับฟีร่า

ยายจันทร์เดินทางจากพัทลุงมาถึงสิงหลาก่อนหน้านั้น  หลายวันแล้วนางร่ำไห้เสียใจเมื่อรู้ว่าชะตาของสร้อยเป็นอย่างที่ฉันบอกไว้ทุกอย่าง

‘มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้’  ฉันปลอบใจ ขณะพายายจันทร์เดินทางออกจากบ้านของเคว็ดไปพักอาศัยอยู่ที่เรือนของฉันเขตวังชั้นใน

‘แต่ทำไมจึงเปลี่ยนแปลงไม่ได้บ้าง...ไม่อย่างนั้น...เจ้าจะมายุคนี้ไปเพื่อะไรกัน...เจ้ามาเพื่อช่วยสร้อยมิใช่รึ’ ยายจันทร์ให้ข้อคิดเห็นแย้ง

‘บางที...อาจจะมีเหตุผลอื่นที่นอกเหนือจากเรื่องของสร้อยซึ่งฉันยังไม่รู้เหมือนกันว่า คืออะไร’  ฉันได้แต่อธิบายแก่ตัวเองไปอย่างนั้นเมื่อหวนนึกถึงคำพูดของท่านพระครูวัดหน้าพระเมรุเมืองอโยธยา

เคว็ด เมียและลูกบุญธรรม ซึ่งก็คือพ่อของฉัน ยังอาศัยอยู่ในกระท่อมเขตชายป่าด้านนอก เพราะเมียของเคว็ดยืนยันจะอยู่ที่นั่นด้วยสะดวกกับการเดินทางไปค้าขายที่ตลาดท่าเรือ

ฉันแอบตามเฝ้าดูความเป็นไปของสร้อย พบว่ามะเตโอสเองก็ดูแลสร้อยเป็นอย่างดีและยังไม่มีทีท่าว่าจะหลงรักทาสสาวจนถึงขั้นจะขอแต่งงานด้วย  จนกระทั่งถึงวันที่อัสฟาออกประจำการและได้ลงจากเขาเขียวมาเยี่ยมเยียนสร้อยที่เรือนมะเตโอสพร้อมกับเนปา

สร้อยซึ่งไม่รู้ชะตาอะไรของตนจึงไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไรมากนัก เพราะเธอยังมีอิสระที่จะออกไปพบกับอัสฟาได้อยู่บ้าง....แต่นั่นก็เพราะมะเตโอสยังไม่รู้นั่นเอง

ต่อเมื่อมะเตโอสรู้ระแคะระคายว่าสร้อยมีใจรักต่อทหารอัสฟา...และเนปาให้การสนับสนุนพวกเขาทั้งสอง  มะเตโอสจึงต้องการเอาชนะเนปาด้วยการได้สร้อยมาเป็นเมีย

‘ท่านมีใจรักนางอยู่ด้วยไม่ใช่รึ ทำไมจะต้องหักหาญใจนางเพื่อรีบเอาชนะเนปาด้วยเล่า  รอเวลาให้สร้อยพึงใจท่านเองไม่ดีกว่าหรือ” ฉันพยายามหาทางพูดรอมชอมกับมะเตโอส

‘อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปเลย...ที่เจ้าสนับสนุนข้ากับสร้อยเพราะดูออกใช่หรือไม่ ว่าเนปาเองก็แอบมอง ๆสร้อยอยู่ในที...ข้าเป็นผู้ชายย่อมดูกันเองออก’ มะเตโอสแขวะย้อนกลับมา ‘เนปาน่ะ ร้ายใช่น้อย...ทำทีเป็นสนับสนุนให้รักกับอัสฟา แต่ข้าดูสายตาแปลก ๆ ของเขาออกในยามที่มองสร้อย’

‘แต่เมื่อวันก่อนท่านบอกข้าว่าเนปารักและคบหาอยู่กับฟีร่ามิใช่รึ” ฉันย้อนกลับไปบ้าง  เพราะรู้ว่าความสุขของมะเตโอสคือการทำให้ฉันรู้สึกปวดใจ

เพราะเท่าที่ฉันตามสืบความเนปากับฟีร่าคบหากันเพียงในฐานะฉันมิตรที่ดีต่อกัน  แม้ใจฟีร่าจะหวังมากไปกว่านั้นก็ตาม

มะเตโอสไม่ยอมรอตามที่ฉันบอก  เขาเร่งรัดการแต่งงานกับสร้อย  ในที่สุดจึงเกิดเหตุการณ์ที่สร้อยกับอัสฟานัดหมายกันหนีออกจากสิงหลานำพาไปสู่ชะตาดวงจิตของฉันในอีกช่วงเวลาที่ต้องมาอยู่ในร่างเดียวกันกับสร้อย ในช่วงปลายปี พ.ศ.๒๒๒๑

และแล้ว...ก็ถึงวันอันแสนสับสนของฉันซึ่งอยู่ในร่างของเพนนี...และอีกหนึ่งดวงจิตในร่างของสร้อย

ฉันไม่สามารถอธิบายได้เลยจริงๆ  ว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นร่างของสร้อยที่กำลังหลบซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้...ร่างที่มีอีกหนึ่งดวงจิตของฉันมาสิงซ้อนอยู่

ฉันได้แต่นึกหวนถึงคำพูดของท่านพระครูที่อโยธยา ‘บอกได้แต่เพียงว่า...เมื่อต่างกรรมต่างเวลา ดวงจิตนั้นหนาก็ย่อมต่างชะตา ต่างใจ’

ฉันจำเป็นต้องตามจับสร้อยที่เรือนพักของเนปา เพราะรู้ว่าหากปล่อยไป เนปาก็จะเดือดร้อนไปด้วย

ความรู้สึกที่แท้จริงนั้นบอกได้เพียงว่า...ไม่ง่ายเลยกับการที่จะต้องใจแข็งเป่าเข็มวางยาสลบตัวเองในอีกร่างหนึ่ง

ทันทีที่ลูกน้องของมะเตโอสเปิดฝาลังไม้ที่มีสร้อยอยู่ข้างใน  ได้สบตากับตัวเองในร่างสร้อยทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ แต่ในเมื่อรู้ว่าตัวเองในร่างสร้อยจะต้องหาทางหลบหนีไปทางไหนบ้างฉันจึงสามารถไปดักรอตัวเองได้ในทุกทาง

ยิ่งเมื่อได้มาพบกับจิตตัวเองในร่างของสร้อย  ฉันจึงเข้าใจแล้วว่า ความคิดความอ่านของเราในอดีตบางทีก็ขัดแย้งกับความคิดของเราเองในปัจจุบัน นี่ยังไม่นับในอนาคต ที่เราก็อาจไม่เห็นด้วยกับการกระทำหรือความคิดของเราเองในปัจจุบัน

และแล้ว แผนการช่วยเหลือสร้อย...หรือจะบอกให้ถูกต้องก็คือ...ช่วยพา‘ตัวเอง’ ในร่างสร้อยหนีขึ้นเรือของกัปตันโจนาธานก็เป็นไปตามที่กำหนดไว้

หลังจากนั้นก็ดำเนินแผนการต่อไปเพื่อพาสร้อยลงจากเรือไปอยู่กับแฮรอนอย่างปลอดภัย  กระทั่งนำพามาถึงเหตุการณ์แหกตามะเตโอสว่าสร้อยเสียชีวิต

แกลรี่ จึงเป็นอีกชื่อของฉันแต่แน่นอน...ไม่ว่าจะใช้ชีวิตในชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร...ฉันในตอนนั้นก็เกลียดเพนนีฟาน เมอเตส ตามสร้อยไปด้วยแล้ว โดยไม่รู้เลยว่านางปีศาจที่สร้อยเรียกนั้นก็คือตัวฉันเองในอนาคต

* * * * * * * * * * * * * *

ขุนอาบลักลอบเข้าเมืองสิงหลาอีกครั้งตามที่ฉันคาดการณ์ไว้...คราวนี้ฉันไม่สามารถช่วยให้เขารอดไปได้อีก...ขุนอาบจึงตองโทษคุมขังกักกันตัวไว้ที่สิงหลา

องค์สุลต่านมุสตาฟาไม่ได้สั่งลงโทษประหารชีวิตขุนอาบในทันที ด้วยความเป็นลูกผู้ชายไม่คิดฆ่าศัตรูไร้อาวุธและไม่มีทางต่อสู้ นอกจากนี้ยังหวังจะใช้ขุนอาบเป็นผู้ส่งสารอีกด้วย แต่ก็จำต้องขังไว้สักระยะหนึ่งก่อน เพื่อหวังให้ขุนอาบคายความลับของฝ่ายโยธยาออกมาแลกกับคำขู่ประหารหากไม่ให้ความร่วมมือ

“เดาว่าตอนนี้ท่านได้ถูกอวยยศเป็นขุนจริงๆ แล้วสินะ...แต่ท่านจะหาเรื่องใส่ตัวเองไปอีกนานเท่าไหร่ ทำไมจึงยังมาที่นี่” ฉันแอบไปเยี่ยมเขาที่คุกหลวง  “ดีเท่าไหร่ที่ตอนนี้องค์สุลต่านยังไว้ชีวิตท่านซึ่งข้าก็ยังไม่รู้ว่าท่านจะถูกประหารเมื่อใด”

“แม้ข้าจักถูกสั่งการให้มาสืบความเป็นไปที่นี่  แต่ข้าก็เต็มใจเพราะจักได้พบเจ้าอีกครา...เพนนี’ ขุนอาบยังคงยิ้มแย้มผิดวิสัยคนที่กำลังถูกคุมขังจนฉันรู้สึกเหนื่อยใจแทนกับความบ้าบิ่นของเขา

“จากเนื้อผ้าของชุดแต่งกาย ดูเหมือนท่านจะไม่ได้มาจากอโยธยาโดยตรง” ฉันแอบสังเกตและคาดการณ์จากเสื้อผ้าชุดแต่งกายของขุนอาบ “ผ้าของชาวเมืองนครศรีธรรมราช...หรือถ้าจะให้เดา ตอนนี้ท่านถูกสั่งมาอยู่ยังเมืองนครศรีธรรมราช และเป็นทหารในสังกัดของพระยารามเดโชเจ้าครองนครศรีธรรมราชแล้วใช่หรือไม่”

อาการอ้าปากค้างของขุนอาบเป็นคำตอบให้ฉันได้เป็นอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องคาดคั้นอะไรอีก

ในเวลานี้  จากประวัติศาสตร์ ทำให้ฉันพอจะรู้ว่าสมเด็จพระนารายณ์ได้ส่งพระยารามเดโชมาครองเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อหวังให้กำหราบเมืองสิงหลา ปตานีและรวมเมืองใกล้เคียงให้อยู่ในอาณัติแห่งอโยธยานั่นเอง

“ออกหลวงชำนาญแจ้งไว้กับข้าว่า เมื่อข้ามายังนครศรีธรรมราช ให้หาทางพบเจ้าให้จงได้ เนื่องจากท่านพระครูได้ธุดงค์ออกเดินทางไปจากเมืองอโยธยาแล้วก่อนเดินทาง ท่านพระครูได้ฝากความไว้แก่เจ้า”

คำบอกเล่าของขุนอาบทำให้ฉันชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะรบเร้าถามเขาเกี่ยวกับความที่ท่านพระครูแจ้งไว้

ขุนอาบล้วงเข้าไปในชายพกก่อนจะยืนผ้าสองผืนเล็กมาให้ ผืนหนึ่งนั้นเป็นผ้ายันต์ลงลายอักขระภาษาบาลีสันสกฤตโบราณซึ่งฉันอ่านไม่ออก แต่อีกผืนหนึ่งมีข้อความเขียนไว้ด้วยภาษาไทย

...มอบผ้ายันต์แก่บิดา...แลช่วยอโยธยารวมผืนดิน...เลือดสิงหลาหาสูญสิ้น...ครองแผ่นดินส่องหล้าสืบกาล...

ฉันแทบหยุดหายใจเมื่อได้อ่านข้อความนั้นก่อนจะตั้งสติรีบเก็บผ้าทั้งสองผืนไว้ทันที ขุนอาบจ้องมองแต่ไม่พูดกล่าวอะไรอีก

“ท่านไม่คิดจะร้องขอให้ข้าช่วยท่านหลบหนีไปเลยรึ”

“หาจำเป็นไม่หรอก...เพราะดวงตาเจ้าบอกว่าข้าจักปลอดภัยมิเป็นอันตรายใด...และรู้ความข้างหน้ามาด้วยว่า...ชะตาเจ้าย่อมอยู่เคียงข้ายังอโยธยาหาใช่เจ้ากับนายทหารรับจ้างนามเนปาที่สิงหลานี่”

ฉันได้แต่อึ้งก่อนจะถอนหายใจอย่างหนักตัดสินใจไม่ฟังเขาเพ้ออะไรต่อไปอีก

จริงอยู่ที่เขาเดาถูกเรื่องแรก...คือเขาปลอดภัยไปจากสิงหลา เพราะฉันรู้ว่าองค์สุลต่านมุสตาฟาจะปล่อยตัวเขาไปแจ้งข่าวยังเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชและสมเด็จพระนารายณ์ว่า สิงหลาจะไม่มีวันยอมอยู่ใต้อาณัติแห่งอโยธยาเป็นเด็ดขาด

แต่อีกเรื่องที่เขาเพ้อนั้น...ฉันไม่สามารถรับได้จริงๆ

และไม่รู้เป็นความบังเอิญหรือความตั้งใจของเนปากันแน่ฉันพบเขายืนอยู่หน้าทางเข้าคุกหลวง


‘เดาไว้ถูกไม่มีผิด ว่าเพนนี ฟาน เมอเตสจะต้องมาหาทหารอโยธยาจนได้’


‘ข้ามาพบเขาเพราะ...’


‘มีเหตุผล’ เนปาชิงพูดดักทางก่อนที่ฉันจะพูดจบด้วยซ้ำ “สักวันหนึ่ง คุณจะเข้าใจ”


ประโยคหลังเนปาพูดด้วยภาษาไทยยุคปัจจุบันแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ


“ฉันก็หวังให้คุณเข้าใจความเป็นจริงสักวัน...ไม่ใช่แค่เรื่องเกี่ยวกับเหตุผลของฉัน...แต่เป็นเรื่องราวของตัวคุณเอง...ดิน”


‘ท่านเนปาอยู่ที่นี่เองพวกเราตามหาตั้งนาน...ใกล้จะได้เวลาแล้ว รีบไปกันเถอะท่าน’


ทหารหน้าบากลูกน้องคนสนิทของเนปาวิ่งกระหืดหระหอบมาขวางการสนทนาเสียก่อน


เนปายังคงหันหลังกลับมาดูฉันในขณะที่ฉันเองจำต้องรีบเดินทางไปที่เรือนของท่านหญิงปารีซาเพื่อสอนภาษาดัตช์ให้นางในเย็นวันนั้น


‘เมื่อไหร่ข้าจะได้เรียนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวสักที’ท่านหญิงปารีซารบเร้า ‘ท่านรีบช่วยขออนุญาตองค์สุลต่านให้เร็วๆ เข้า'


‘หลังจากนี้อีกไม่นาน แต่ต้องหลังจากที่ข้าคัดเลือกทีมองครักษ์ให้แก่ท่านหญิงเรียบร้อยแล้ว’


ดวงตาของท่านหญิงปารีซาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นดีใจ


‘นี่หมายความว่า องค์สุลต่านยินยอมให้ข้าเรียนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวแล้วใช่หรือไม่’


ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบพลางนึกถึงมิรายาา และให้สงสัยว่าตอนนี้หญิงคนนั้นได้เดินทางมาอยู่ที่บ้านอิบรามันเรียบร้อยแล้วหรือยัง


วันรุ่งขึ้นจึงได้คำตอบว่าเธอมาอยู่ในเขตเมืองชั้นในอาศัยที่เรือนของอิบรามันแล้ว  ฉันจึงร้องขอต่ออิบรามันเพื่อทาบทามให้มิรายาเป็นหนึ่งในทีมงานดูแลความปลอดภัยแก่ท่านหญิงปารีซา


ตอนแรกมิรายาปฏิเสธงานนี้ แต่วันต่อมาอิบรามันเดินทางมาแจ้งด้วยตัวเองว่า มิรายาให้คำตกลงแล้ว

* * * * * * * * * * * * * *

สายของหลายวันต่อมา ฉันได้เจอกับตัวเองในร่างสร้อยอีกครั้งที่บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ เมื่อเห็นตัวเองปลอมเป็นเด็กชายแกลรี่แล้วก็ให้นึกขำ ผมสีน้ำตาลหยักเป็นลอนปลายสั้นเคลียติ่งหูทำให้ให้ฉันอดหัวเราะขำตัวเองไม่ได้ และก็รู้ดีว่าคงทำให้ตัวเองในร่างสร้อย รวมทั้งสร้อยหมั่นไส้มากเพียงใด


‘นางผีดิบเพนนี...’ฉันจำได้ว่าสร้อยเรียกขานฉันแบบนั้น

เมื่อพ่อบ้านบราวน์เดินถือชุดถ้วยน้ำชามาวางไว้ให้ฉันก็รู้แล้วสิว่า...ฉันกับสร้อยร่วมมือกันหวังจะแกล้งเพนนีอย่างไร

‘ได้ข่าวว่าท่านรับเด็กแกลรี่เป็นหลานบุญธรรมชักอยากเจอแล้วสิ’ ฉันเอ่ยปากขณะทำทีแสร้งทำเป็นจิบชา

แฮรอนจึงสั่งพ่อบ้านบราวน์ให้ไปตามแกลรี่มาที่ห้องด้วยความเผลอตัว ดีใจที่ได้เห็นใกล้ ๆ ฉันจึงส่งยิ้มให้ด้วยความยินดี

‘หน้าตาเด็กผู้ชายคนนี้น่ารักมาก...มิน่าท่านจึงให้ความเอ็นดู’ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไปดี ฉันจึงพูดเสียงเกร็ง ๆ ไปแบบนั้น

‘วันนี้...ท่านคงไม่ได้เพียงต้องการเจอหลานของฉันเท่านั้นหรอก...ใช่ไหม’ แฮรอนถามฉันก่อนจะหันไปทางแกลรี่ ‘กลับไปช่วยงานพ่อบ้าน..แกลรี่’


เมื่อแกลรี่ออกไปจากห้องแล้วฉันจึงบอกจุดประสงค์ของการมาที่แท้จริงแก่แฮรอน


‘ท่านเนปาคงยืนยันแก่ท่านแล้วว่า...สร้อย หรือแกลรี่ คือลูกของเบน’


เมื่อแฮรอนพยักหน้าฉันจึงยิ้มออก


‘ฉันมาเพื่อยืนยันในสิ่งที่เนปาบอกกับท่าน แต่ดูท่าว่าสร้อยจะไม่เข้าใจอะไรง่าย ๆ หรอก...ตอนนี้ก็ให้เธอเชื่อไปก่อนว่าท่านรับนางไว้เป็นหลานบุญธรรม เวลาจะทำให้เธอเข้าใจทุกอย่างเอง’


‘ฉันก็รอเวลานั้นจะไปบังคับเด็กให้ยอมเชื่อหรือเข้าใจอะไร ๆ ของผู้ใหญ่ในเวลาอันจำกัดไม่ได้หรอก’


‘หลังจากนี้จะมีเหตุการณ์พลิกผันในชีวิตของสร้อยอีกมาก เมื่อถึงเวลานั้น หวังว่าท่านจะเข้าใจเช่นกัน’


‘นี่คือคำทำนายของเจ้าใช่หรือไม่...หากเกิดอะไรกับสร้อย...ท่านยืนยันได้ใช่หรือไม่ว่าเธอจะปลอดภัย’


‘อย่างน้อยขอให้เชื่อใจว่าฉันจะช่วยดูแลความปลอดภัยแก่เธอเหมือนเป็นอีกหนึ่งชีวิตของฉัน’


‘เหมือนเป็นอีกหนึ่งชีวิต...’ แฮรอนทวนคำ ก่อนจะพยักหน้าและไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติม


ฉันเดาได้ว่าเขาไม่เข้าใจความหมายที่ฉันสื่อไปมากกว่า เมื่อออกมาจากห้องทำงานของแฮรอน ฉันเหลือบเห็นแกลรี่แอบด้อม ๆ มอง ๆ อยู่หลังประตู แต่ก็แกล้งทำตีเนียนว่ามองไม่เห็นเธอ ก่อนจะกระโดดขี่ม้าควบออกมาจากหน้าสำนักงานของแฮรอน


นึกขำในใจว่าป่านนี้ฉันเองในร่างสร้อยคงกำลังซดน้ำชาเค็มปี๋ด้วยฝีมือตัวเองเข้าให้แล้ว


***************************





 

Create Date : 02 เมษายน 2561
0 comments
Last Update : 8 เมษายน 2561 11:19:24 น.
Counter : 294 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.