Group Blog
 
<<
เมษายน 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 เมษายน 2561
 
All Blogs
 

สิงหลา ภาคสองทะเล: ๔๑ แผนเมียทาส








ด้วยเหตุใดก็ตามแม้ยูซุบจะไม่มีข้อพิรุธให้ถูกจับได้ แต่ที่น่าแปลกใจคือทุกครั้งที่ฉันผละจากยูซุบ ก็มักจะถูกสะกดรอยตามอยู่เสมอ

และนั่นทำให้ฉันตัดสินใจย้อนแผนให้ลูกน้องปลอมตัวเป็นเพนนี ฟาน เมอเตส ส่วนตัวฉันเองปลอมเป็นชาวบ้านธรรมดาเพื่อแอบสะกดรอยตามผู้ที่มาสะกดรอยเพนนีอีกต่อหนึ่ง

และให้บังเอิญที่ชายคนนั้นเดินทางกลับเข้าไปในเขตวังชั้นใน ฉันจึงตัดสินใจบุกถ้ำเสือ โดยการหาโอกาสเข้าไปประจำอยู่ในวังชั้นในอีกครั้ง...คราวนี้ได้อาสารับหน้าที่เป็นครูสอนภาษาดัตซ์ให้แก่ท่านหญิงปารีซา ตามที่องค์สุลต่านมุสตาฟาเสนอ

‘เพนนี ฟาน เมอเตสไม่นึกว่าจะเป็นท่านที่จะมาเป็นครูสอนภาษาแก่ข้า...ข้าได้ยินชื่อเสียงท่านมานักแล้ว แต่...ข้าต้องการให้ท่านสอนวิชาการต่อสู้ให้กับข้ามากกว่า’ท่านหญิงปารีซาจอมแก่นทำท่าหาวหวอดเมื่อฉันเริ่มสอนในอีกไม่กี่วันต่อมา‘ท่านมาในเวลาบ่ายเกือบเย็นเช่นนี้ ข้าง่วงเหลือเกิน’

ฉันได้แต่แอบอมยิ้มไม่ให้ท่านหญิงปารีซาสังเกตุเห็นด้วยความรู้สึกเอ็นดูปนขำ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ฉันเคยอยู่ในร่างสร้อยและจับพลัดจับผลูมาร่วมเรียนวิชาต่อสู้ป้องกันตัวกับท่านหญิง โดยมีเพนนี ฟานเมอเตส เป็นครูผู้สอนเหล่าบรรดาจอมแก่นทั้งหลาย

‘สักวันท่านอาจจะได้ตามที่หวัง’ ฉันปลอบใจ

‘แต่องค์สุลต่านห้ามสตรีฝึกอาวุธ’ ท่านหญิงทำปากจู๋เหมือนโดนขัดใจ

‘รอดูไปเถิด’

‘ถ้าท่านบอกแบบนี้ ข้าก็เชื่อได้ว่าสักวันข้าจะได้เรียนวิชาฝึกอาวุธเป็นแน่...เพราะใคร ๆ ก็บอกว่าท่านเป็นนักพยากรณ์ที่แม่นยำที่สุดในสิงหลา...ว่าแต่จะอีกนานรึไม่’

ยังไม่ทันที่จะได้ตอบสายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งแอบมายืนด้อม ๆ มอง ๆ ที่ต้นไม้ข้างเรือนท่านหญิง...จากลักษณะรูปร่างของเขาทำให้ฉันต้องผุดลุกขึ้นทันที เพราะเขาน่าจะเป็นคนที่คอยสะกดรอยตามฉันอยู่นั่นเอง

‘ท่านหญิงฝึกเขียนประโยคที่ข้าสอนนี้ไปพลางก่อน พรุ่งนี้ข้าจะกลับมาสอนประโยคใหม่’ ฉันตัดบทหยุดการสอนเสียดื้อ ๆ เพราะใจได้กระโดดไปถึงบุคคลลึกลับที่กำลังผลุบโผล่อยู่ข้างเรือนแล้ว

‘แต่...ท่านเพิ่งสอนข้าเพียงประโยคเดียวเท่านั้น’

ฉันได้ยินเสียงท่านหญิงปารีซาดังตามไล่หลังมาขณะกำลังกระโจนลงเรือนอย่างรวดเร็ว ทันได้เห็นหลังไว ๆที่กำลังวิ่งออกไปจากที่ซ่อนตัวใต้ต้นไม้

ฉันแอบตามเขาไปจนกระทั่งถึงเรือนหลังหนึ่งและไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นที่พักของรองหัวหน้าองครักษ์ยูซุบ

‘ข้าไปดูที่เรือนของท่านหญิงมาแล้วคิดว่านั่นจะเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดในการกระทำการ ด้วยเรือนท่านหญิงจะเป็นพื้นที่ที่องค์สุลต่านห้ามมิให้บรรดากำลังทหารเข้าไปยุ่มย่ามเขตภายในเรือน’

‘และเมื่อองค์สุลต่านไปที่นั่นในครั้งหน้า ก็จะเป็นวันเวลากระทำการของเรา’

เสียงพูดภาษาสิงหลาของคนที่ดังขึ้นทีหลังทำให้ฉันใจหาย....ยูซุบคิดจะทำการใดต่อองค์สุลต่านกันแน่นะ

‘มีพวกคิดร้ายต่อองค์สุลต่านรึนี่’

เสียงเล็ก ๆ ที่ดังอยู่ด้านหลังทำให้ฉันเผลอสะดุ้งเมื่อหันหลังไปชนเข้ากับร่างบางนั้น เสียงร้องว้ายของเจ้าตัวยิ่งทำให้ฉันตกใจมากขึ้นไปอีก

‘ท่านหญิง’ ฉันกระซิบเรียก ก่อนจะทำมือจุ๊ปากไม่ให้ท่านหญิงส่งเสียงอะไรออกมาอีก

แต่ดูเหมือนจะช้าไปแล้ว เพราะมีเสียงวิ่งดังมาจากบนเรือนพร้อมกับเสียงตะโกนถามลั่น

‘นั่นใครบังอาจมาซุ่มแอบฟัง’

ฉันไม่สนใจที่จะหันหลังไปดูเจ้าของเสียงบนเรือนได้แต่ดึงตัวท่านหญิงให้ออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนจะช้าไป เพราะถูกชายอีกสองคนดักรออยู่แล้วพวกเขาเข้ามาขวางไว้ได้ทันและจับตัวท่านหญิงปารีซาไปอย่างรวดเร็ว

‘ข้าคือท่านหญิงปารีซา...พวกเจ้าอยากหัวขาดรึ’ท่านหญิงแหวใส่ แต่ดูเหมือนพวกนั้นจะไม่สนใจ

‘ข้าไม่ทำอันใดให้ระคายหรอกท่านหญิง’ เสียงยูซุบดังขึ้นขณะที่ฉันจำต้องยอมถูกมัดผ้าปิดตาและปิดปากแต่โดยดีจึงไม่ทันจะได้เห็นว่าสีหน้าแววตาของผู้พูดนั้นสื่อว่าจะเป็นจริงดังคำที่กล่าวหรือไม่

‘เอาตัวทั้งสองคนขึ้นรถม้าเดี๋ยวนี้’เสียงของชายลึกลับอีกคนพูดขึ้น ฉันเดาว่าเขาคือคนที่คอยสะกดรอยตามฉันนั่นเอง ‘ไปที่หมู่บ้านชายแดน’

ฉันถูกมัดมือมัดเท้า แม้จะรู้สึกว่าไม่ได้มัดไว้อย่างแน่นหนาเท่าที่ควรแต่ฉันก็แกล้งทำเป็นนิ่งเฉยไม่คิดขัดขืน เพราะต้องการไปยังที่ที่พวกเขาจะนำตัวไปนั่นเอง

เสียงทหารยามตรงประตูเข้าออกเขตวังชั้นในส่งเสียงทักทายรองหัวหน้าองครักษ์ยูซุบทำให้ฉันอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาจึงวางแผนหละหลวมนัก

ฉันสามารถแก้ผ้าที่มัดมือและเท้าออกได้อย่างง่ายดายจึงช่วยแก้มัดท่านหญิง และกระซิบเตือนเพื่อไม่ให้ท่านส่งเสียงอันใด เมื่อแอบมองผ่านทางช่องผ้าจึงเห็นคนบังคับม้าเพียงคนเดียวเท่านั้น

รถม้ายังคงเคลื่อนตัวผ่านเขตเมืองชั้นนอกไปโดยไม่มีอุปสรรคผ่านตลาดท่าเรือมาไกลพอสมควร และมาหยุดนิ่งยังจุดใกล้ป่าชายเลน

แม้จะเป็นเวลาค่ำ ทว่าแสงจันทร์เต็มดวงช่วยฉายให้เห็นดวงหน้าของยูซุบได้ขณะที่เขาหันหลังกลับมามองด้านหลัง

‘มีคนร้ายเพียงคนเดียวท่านพาข้าหนีเร็วๆ เถิด...ข้า...’ ท่านหญิงกระซิบ

‘รององครักษ์ยูซุบ’เสียงเรียกมาจากอีกด้าน ทำให้ฉันต้องรีบใช้มือปิดปากท่านหญิงไว้ก่อน‘จะทำอย่างไรต่อไป’

‘ได้สองนางมาเป็นตัวประกันพวกท่านคิดว่าจะมีประโยชน์มหาศาลเพียงใดเล่า’ ยูซุบหัวเราะเสียงแหลมสูงแปลกหูฉันนักเพราะเท่าที่รู้จัก รององครักษ์ยูซุบคนนี้เป็นคนหน้านิ่งและชอบหัวเราะเสียงทุ้มในลำคอ

ชายอีกสองคนเดินเข้ามาใกล้ พวกเขาล้วนมีผ้าปิดหน้าไว้มิดชิด

‘ไปลากตัวมาแล้วนำขึ้นเรือ’ เสียงชายลึกลับคนหนึ่งสั่งการ ชายอีกคนจึงเดินเข้ามาเปิดผ้าบนเก๋งรถม้าทันที

ด้วยไม่ทันระวัง เขาจึงได้รับพลังเท้าของฉันเตะเข้าไปที่เบ้าหน้าเป็นการตอบแทนยูซุบหันมาทำสีหน้าตื่นตกใจและรีบกระโดดลงไปจากหลังม้าทันที

‘พวกเจ้าช่วยกันจับพวกนางไว้สิ’ ยูซุบสั่งการหน้าเหรอหราจนฉันแปลกใจ

แต่ที่แปลกใจมากขึ้นไปอีกคือการวิ่งหนีของชายลึกลับทั้งสองคน พวกเขาปล่อยให้ยูซุบเผชิญหน้ากับฉันเพียงลำพัง และไม่น่าเชื่อที่ยูซุบเองก็วิ่งหนีฉันอย่างรวดเร็วเช่นกัน...แต่ก็ไม่ทันมีดสั้นของฉันที่ปาตามไปโดนหลังไหล่

ยูซุบล้มลงแต่ยังฝืนใจดึงมีดสั้นออก ก่อนจะวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

‘เขาได้รับบาดเจ็บ’ ฉันบอกท่านหญิงขณะก้มเก็บมีดสั้นที่มีรอยเลือดของยูซุบไว้‘ท่านหญิงขี่ม้ากลับไปแจ้งทหารที่ประตูเมืองก่อน...ส่วนข้าจะตามพวกมันไป’

‘แต่ข้า...ขี่ม้าไม่เป็น’

‘อย่าล้อเล่น...ท่านหญิงขี่ม้าเก่งที่สุดในกลุ่มพวกเรา’ ฉันยืนยันตามความเป็นจริงก่อนจะรีบหุบปากตัวเองไว้ทัน...รู้ตัวว่าเผลอพูดในสิ่งที่เป็นอนาคตของท่านหญิงไปแล้ว

เมื่อเห็นท่านหญิงอ้าปากทำท่าจะถามฉันจึงต้องรีบตัดบท

‘งั้นไปด้วยกัน...เร็วเข้า’

ฉันให้ท่านหญิงขึ้นไปนั่งในเก๋งด้านหลังก่อนจะรีบกระโดดขึ้นขี่ม้าและบังคับให้วิ่งกลับไปยังเส้นทางเดิมซึ่งจะต้องผ่านตลาดท่าเรือ

และดูเหมือนว่า ฤทธิมีดสั้นจะทำให้ยูซุบช้าลงมากจนฉันทันเห็นหลังของเขาไว ๆ ก่อนจะหายเข้าไปในร้านโคมเขียวแห่งหนึ่ง

‘ท่านหญิงรอข้าอยู่ในนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด’ ฉันตะโกนสั่งเสียงเข้มขณะกระโดดลงจากหลังม้า

ฉันคิดว่ายูซุบฉลาดนักที่เลือกหลบหนีเขาไปในร้านหญิงคณิกาของพ่อค้าชาวจีน เพราะที่นี่มีบรรดาชายหนุ่มน้อยใหญ่มาป้วนเปี้ยนอยู่เต็มไปหมด

‘ท่างเพงนี...ลมอะไรหอบท่างมาถึงที่นี่’ เจ๊เจ้าของร้านคนสวยทักทายขึ้นทันที

ด้วยความที่สนิทชิดเชื้อกันมาตั้งแต่สมัยที่ฉันอาศัยเรือสำเภาจีนเดินทางกลับมาจากอโยธยาทำให้ฉันตัดสินใจถามนางไปตรง ๆ

‘ข้าเห็นรององครักษ์ยูซุบเข้ามาที่นี่...ข้าจึงขออนุญาตตรวจค้นห้องทุกห้อง’

‘องค์รักษ์...ฮ้อ ๆ ..ข้าไม่รู้จักเป็งกางส่วงตัวหรอกนะ แต่ได้ยิงคงเรียกขางชื่อคงๆ นึง...ยูซง ยูซุบ อะไรนี่ล่ะท่าง’

‘เขาเพิ่งเข้ามาใช่หรือไม่’

‘ฮ่อ ๆ ช่าย ๆ เมื่อกี๊นี่เองท่าง’

ขณะที่ฉันกำลังจะตามเจ๊เจ้าของร้านเข้าไปข้างในเสียงเนปาก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

‘เกิดอะไรขึ้น’

เมื่อหันไปดูจึงเห็นท่านหญิงยืนอยู่ข้างๆ เขาอีกคน เหล่าบรรดาทหารลูกน้องของเนปาอีกสี่คนก็ยืนพร้อมอยู่ด้วย...ฉันเดาว่าเนปาน่าจะรู้เรื่องยูซุบจากท่านหญิงปารีซาเรียบร้อยแล้ว

‘ช่วยกันตามจับตัวยูซุบ...เร็วเข้า’ ท่านหญิงปารีซาเป็นผู้สั่งการด้วยตัวเอง

เมื่อไปถึงหน้าห้องๆ หนึ่งที่เจ๊เจ้าของร้านนำไป ประตูห้องก็ถูกเปิดออก...รององครักษ์ยูซุบเป็นผู้เปิดประตูบานนั้นออกมาเอง

‘จับตัวเขา’ ท่านหญิงสั่งเสียงดุ

หลังจากนั้นยูซุบจึงถูกจับกุมตัวเข้าไปขังไว้ยังคุกหลวงรององครักษ์ได้แต่ตะโกนถามว่าเขาทำผิดเรื่องอะไร

องค์สุลต่านสั่งให้นำตัวเขาออกมาสืบความในเช้ารุ่งขึ้นที่ห้องโถงตัดสินความ

‘ข้าแอบตามเพนนีไปที่เรือนของยูซุบและได้ยินแผนคิดร้ายที่เขาหวังกระทำต่อองค์มุสตาฟา ต่อเมื่อล่วงรู้ว่าข้ากับเพนนีรู้แผนการเข้า จึงจับตัวเราไปหวังฆ่าปิดปาก’ ท่านหญิงปารีซาให้ข้อมูล

‘ข้าไม่รู้ในสิ่งที่ท่านหญิงกล่าว...เมื่อวานตอนเย็นข้าออกจากเขตวังด้วยเป็นเวลาพักประจำการ จึงไปเที่ยวตลาดท่าเรือ ...ต่อเมื่อค่ำข้ากลับถูกจับกุมตัวมาที่นี่ในระหว่างที่ข้ากำลังจะตามจับคนที่มาก่อกวนหาเรื่องข้า’ รองหัวหน้าองครักษ์ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

‘เจ้ามีผู้ใดเป็นพยานหรือไม่ในเวลาดังกล่าว’ หัวหน้าองครักษ์ตวาดเสียงเข้ม ‘ช่างบังเอิญดีแท้ที่เจ้าไม่มีสหายอยู่ด้วยในเวลานั้นสักคน...เพราะข้าได้สอบความมาแล้ว’

‘ปกติข้าชอบไปเที่ยวตลาดท่าเรือเพียงลำพัง’ ยูซุปตอบเสียงเบาลง ‘ด้วยเป็นเพียงเหตุผลส่วนตัวของข้า’

‘เมื่อเจ้าไม่มีพยาน...ข้าก็ไม่อาจตัดสินเป็นอย่างอื่นได้นอกจากเชื่อว่าเจ้าคิดคดทรยศต่อข้า’ องค์สุลต่านมุสตาฟากล่าวด้วยสีหน้าแสดงความเจ็บปวดในใจ‘ข้าไว้ใจเจ้านัก...ยูซุบ’

‘ข้าขอเป็นพยานให้แก่ท่านยูซุบ’ ฉันบอกไปในที่สุด ‘จากการปะทะกัน ชายคนนั้นไม่น่าจะใช่ท่านยูซุปที่กำลังถูกจับกุมไต่สวนอยู่ในขณะนี้’

เสียงอื้ออึงดังขึ้นในห้องโถงตัดสินความอีกครั้งหลังจากเงียบงันมาได้ชั่วครู่

ฉันตัดสินใจพูดสวนทวนกระแสไปตามความเป็นจริงหลังจากสำรวจหารอยแผลบนไหล่ของรององครักษ์ยูซุบไม่เจอ

‘เจ้าเชื่อมั่นได้อย่างไรกัน...เพนนี’ องค์สุลต่านมุสตาฟามีท่าทีครุ่นคิดหนักอย่างหนัก

‘เพราะชายคนนั้นจะต้องมีบาดแผลที่หลังหัวไหล่ด้านซ้าย...เขาถูกข้าปามีดสั้นใส่ ก่อนจะหลบหนีไปได้ รอยเลือดยังติดอยู่บนมีดสั้นของข้าอยู่นี่’ ฉันส่งมีดสั้นที่มีรอยคราบเลือดให้หัวหน้าองครักษ์ ‘แต่ดูท่านยูซุปในขณะนี้เล่า...ไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ เลยสักนิด’

‘เจ้าแน่ใจรึ’ อิบรามันซึ่งเงียบมาตลอด ส่งเสียงถามด้วยสีหน้ามีความหวังขึ้นมาอย่างชัดเจน

ฉันคิดในใจว่าน่าเสียดายที่ยุคนี้ไม่มีการตรวจชันสูตรดี. เอ็น. เอ. จากรอยเลือด มิอย่างนั้นคงสามารถพิสูจน์ให้รู้แจ้งชี้ชัดกันไป

‘อีกอย่าง ข้าคิดว่าหากยูซุบเป็นผู้กระทำการจริง ออกจะดูตื้นเขินเกินไปหน่อย...จะมีเหตุผลกลใดที่จะต้องมาหลอกล่อให้ข้าตามไปพบตัวเขาเองกำลังส่งเสียงดังลั่นวางแผนคิดร้ายต่อองค์สุลต่านเช่นนั้น’ ฉันให้การสนับสนุนเพิ่มเติม

‘กุมขังเขาไว้ในคุกหลวงจนกว่าจะหาหลักฐานเพิ่มเติมมายืนยันได้ว่า รองหัวหน้าองครักษ์ยูซุบเป็นผู้กระทำการจริง’

ในที่สุด...องค์มุสตาฟาก็ตัดสินด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดก่อนจะเดินออกไปจากห้องโถง

‘เพนนี...ข้า...ข้าขอบใจเจ้ามากที่เป็นพยานให้กับบุตรชายข้า’ อิบรามันหันมาพูดด้วยดวงตาแดงก่ำ ‘ข้าเชื่อว่ายูซุบไม่มีทางคิดทรยศต่อองค์สุลต่าน...เขาภักดีต่อองค์สุลต่านยิ่งกว่าภักดีต่อข้าผู้เป็นพ่อเสียอีก’

‘ข้าพูดไปตามความเป็นจริงไม่ได้ต้องการช่วยใครทั้งสิ้น’ ฉันตัดบท

‘ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น’ เนปาซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักเดินเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง ก่อนจะกระซิบใกล้ ๆ หู ‘แต่ที่ข้าไม่แปลกใจก็คือ เพนนี ฟาน เมอเตสมักจะมีใจเข้าข้างและช่วยเหลือชายที่นางมีใจให้เสมอ...นับตั้งแต่ทหารอโยธยาเมื่อครั้งศึกชายแดนนครโน่นแล้ว’

‘ข้ากระทำ...ในสิ่งที่มีเหตุผลบนความถูกต้องเท่านั้น’ ฉันย้ำเสียงดังฟังชัด ก่อนจะจงใจหันไปสบตากับเนปา ‘ซึ่งก็หวังว่าท่านจะเข้าใจในเหตุผลนั้นสักวัน’

องค์สุลต่านมุสตาฟาเรียกฉันเข้าพบเป็นการส่วนตัวเพื่อสอบถามเกี่ยวกับกรณีรององครักษ์ยูซุบ

ฉันยืนยันไปอีกครั้งว่า...ชายผู้ก่อเหตุอาจจะไม่ใช่ยูซุบแต่คนร้ายตัวจริงอาจมีดวงหน้าคล้ายกัน

‘และบางทีอาจทำไปเพื่อคิดร้ายต่อยูซุบมากกว่าคิดร้ายต่อองค์ท่านสุลต่านตามที่พยายามสร้างสถานการณ์’

‘คนที่น่าจะช่วยอธิบายเรื่องนี้ได้ คือ...อิบรามัน ในฐานะบิดาของยูซุบ’ องค์สุลต่านสรุปความได้ตรงใจฉันนัก ‘ขอให้เจ้าตามดูอิบรามันและเครือญาติของเขาให้แน่ชัด ว่ามีผู้ใดคิดการใหญ่อยู่หรือไม่’

สามวันต่อมารององครักษ์ถูกปล่อยตัวออกจากคุกหลวง ฉันเห็นอิบรามันเดินทางมาที่เรือนพักของยูซุบตั้งแต่เช้าพร้อมด้วยหมอประจำตัวของเขา

‘มีใครในเรือนนี้เป็นอะไรรึ’ ฉันแอบถามแม่ครัวประจำเรือนพักของทหารองครักษ์

‘ก็ท่านยูซุบอย่างไรเล่า คงป่วยหนักตอนที่อยู่ในคุกหลวง’ แม่ครัวแอบกระซิบตอบกลับมาขณะเทยาหม้อลงในโถใบเล็ก ‘ข้าต้องรีบนำไปให้ท่านอิบรามัน เขาอาสาดูแลบุตรชายด้วยตนเอง ไม่มีใครเข้าไปใกล้ท่านยูซุบได้เลย’

แม้จะสงสัยในพฤติการณ์นั้นของอิบรามันแต่ก็ต้องยอมรับในเวลาต่อมาว่าไม่มีหลักฐานอื่นใดจะสมทบได้ว่าเขาและบุตรชายคิดทรยศต่อองค์สุลต่าน

แต่สิ่งที่ฉันมั่นใจคือมีผู้คิดร้ายอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน ...เพราะไม่อย่างนั้น คงไม่มีเหตุการณ์จับตัวท่านหญิงปารีซาที่เกาะยอในอนาคตอีกเป็นแน่

******************

ฉันได้มีโอกาสเจอเนปาอีกครั้งที่ตลาดท่าเรือคราวนี้เขาลงจากประจำการบนป้อมปืนใหญ่พร้อมกับอัสฟา...แน่นอนว่าความเย็นชาเท่านั้นที่เขามีให้ต่อฉัน

และให้บังเอิญเจอสร้อยในเวลาไร่เรี่ยกันนั้นเองฉันรับรู้ว่าสร้อยเริ่มมีความรู้สึกรักเชิงหนุ่มสาวต่ออัสฟาแล้วเช่นกัน

ซารีนะบุตรสาวผู้ใหญ่ข้าราชวังองค์สุลต่านก็เริ่มเข้ามาในชีวิตของอัสฟามากขึ้น...แต่จากที่เฝ้าติดตามดูอยู่อย่างห่วงๆ กลับไม่มีทีท่าว่าอัสฟาจะมีใจรักให้ใครอื่นอีกนอกจากสร้อยเพียงคนเดียวเท่านั้น

ต้นปี พ.ศ.๒๒๒๑ ทัพทหารปตานีเริ่มบุกสิงหลาอย่างหนักในทางบก โดยหวังตีฝ่ามาทางทะเลสาบด้านในองค์สุลต่านมุสตาฟาจึงใช้แผนตีโต้กลับไปทางบก และรุกโจมตีทางทะเล...เนปาจึงต้องออกไปกับทัพเรือเพื่อทำศึกกับปตานีอีกครั้ง

สร้อยยังคงอยู่กับครอบครัวของลุงไม้ซึ่งทำงานรับจ้างลำเลียงขนส่งสินค้าเข้าเมืองโดยเรือเล็กให้มะเตโอส...ฉันใช้แผนให้บัวชวนสร้อยมาอยู่ด้วยกันที่บ้านริมคลองหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่สร้อยทะเลาะกับป้าสะไภ้...แต่เมื่อสร้อยรู้ในตอนหลังว่าเป็นบ้านของเพนนี...เธอจึงอาละวาดและหนีกลับไปอยู่กับครอบครัวลุงไม้เช่นเดิม

ฉันสืบจนรู้ว่าป้าสะไภ้คิดจะขายสร้อยให้กับพ่อค้าชาวจีนแถมยังมีแผนสำรองขายให้คนอื่น ๆ อีก...หากปล่อยให้เป็นแบบนั้น ฉันคิดว่าเป็นการยากที่จะช่วยเหลือสร้อยได้...เพราะสร้อยเองนั้นปฏิเสธการช่วยเหลือของฉันอย่างเด็ดขาด...แม้ฉันจะให้เงินทองแก่ป้าสะไภ้ของสร้อยเพื่อเป็นการปกป้องแต่ดูเหมือนป้าสะไภ้ผู้โลภมากจะไม่ยอมเพียงพอเสียที...กลับใช้สร้อยมาขู่เรียกเงินจากฉันไม่จบสิ้น

เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของฉัน...ก็คือสร้อยนั่นเอง

ฉันเกลี้ยกล่อมขอให้ลุงเคว็ดมารับสร้อยไปอยู่กับยายจันทร์ที่พัทลุงแต่สร้อยก็ไม่ยอมไป...นั่นก็เพราะเธอไม่อยากไปไกลจากอัสฟา ฉันจึงขอให้ยายจันทร์ ลุงเคว็ดและครอบครัวมาอยู่ที่บ้านอีกหลังของฉันในเขตเมืองชั้นในและออกเงินซื้อเรือหาปลาให้ลุงเคว็ดเพื่อจะได้ย้ายมาอยู่ช่วยดูแลสร้อยที่สิงหลา...ในตอนแรกลุงเคว็ดไม่ยอมเพราะเขาคิดเหมือนสร้อยว่าเพนนีเป็นสาเหตุทำให้เปลื้องต้องตายจากไป...ฉันจึงจำเป็นต้องเล่าเรื่องราวความจริงทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นกับสร้อยให้ยายจันทร์รับรู้ทั้งหมด...ยายจันทร์จึงยอมตกลงและจะเดินทางมาอยู่ที่เรือนของฉันเพื่อหวังจะได้ช่วยเหลือสร้อยตามที่ฉันวางแผนไว้

มีข่าวแจ้งจากทหารสื่อสารว่าเนปาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการสู้รบกับกองกำลังทหารปตานีเพราะถูกซ้อนแผนซุ่มโจมตีกลับขณะยกพลขึ้นบก...แต่เนปายังไม่สามารถกลับมารักษาตัวได้เพราะเรือรบของสิงหลากำลังถูกล้อมวงโจมตีอย่างหนักมีเพียงทางเดียวคือต้องนำทัพเรือไปสมทบล้อมทัพเรือปตานีอีกชั้นหนึ่งรวมทั้งส่งหมอมือดีที่สุดไปช่วยรักษาเนปาให้ทันการณ์ เพราะขณะนี้อาการของเขาน่าเป็นห่วง บวกกับทหารและหมอที่จะเข้าไปถึงทัพเรือสิงหลาได้นั้นจะต้องหาทางฝ่าวงล้อมของทัพเรือปตานีเข้าไปอีกด้วย...ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอาการสำหรับหมอธรรมดาคนอื่นๆ

แม้จะเชื่อมั่นว่าเนปาจะต้องรอดปลอดภัยกลับมา...แต่ฉันกลับรู้สึกได้ว่า...หมอที่จะไปช่วยรักษาชีวิตเนปาได้สำเร็จนั้น...ก็คือตัวฉันเอง

ในวันที่ฉันต้องออกเดินทางไปกับทัพเรือสิงหลานั้นยายจันทร์กับครอบครัวลุงเคว็ดยังมาไม่ถึงสิงหลา...ด้วยความเป็นห่วงสร้อยในขณะที่ฉันไม่สามารถอยู่ช่วยเหลือได้...ฉันจึงตัดสินใจเลือกแผนสุดท้ายเพื่อให้สร้อยรอดจากการถูกป้าสะไภ้ขายให้พ่อค้ารายอื่นนั่นคือ การไปขอให้มะเตโอสช่วยแย่งรับซื้อสร้อยไว้แทน

สุดท้าย...ก็เป็นฉันเองที่เปิดทางให้มะเตโอสได้ตัวสร้อยไป...แต่นั่นก็เป็นเพราะฉันเห็นลู่ทางในอนาคตแล้วว่าจะสามารถช่วยเหลือสร้อยกลับมาได้อย่างไรเพราะหากปล่อยให้สร้อยไปอยู่ในมือคนอื่นฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์จะกลับตาลปัตรเป็นอย่างไรหรือไม่

** * * * * * * * * * * * *





 

Create Date : 01 เมษายน 2561
0 comments
Last Update : 1 เมษายน 2561 14:00:56 น.
Counter : 222 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.