หมึกสีดำของไผ่สีทอง
ความโศกทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้มีจิตมั่นคง ไม่ประมาท เป็นมุนี ศึกษาในทางปฏิบัติถึงมโนปฏิบัติ เป็นผู้คงที่ ระงับแล้ว มีสติทุกเมื่อ,, การไม่ทําบาปทั้งปวงหนึ่ง การยังกุศลให้ถึงพร้อมหนึง การชําระจิตใจของตนให้ผ่องแผ้วหนึ่ง นี่แลเป้นคําสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
Group Blog
 
 
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
29 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
นางฟ้าปลาทู

>

นางฟ้าปลาทู




ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลาย วันนี้ก็มาคุยกันถึงเขตของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ความจริงการบันทึกวันนี้ เป็นการบันทึก วันที่ ๒๐
ธันวาคม ๒๕๓๑
แต่ว่ารายการที่พูดเป็นรายการของ วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๑ เพราะภาพนิมิตที่เห็น เห็นเมื่อวันที่ ๑๘
ธันวาคม



ขอทบทวนนิดหนึ่งว่า มีนางฟ้ากลุ่มหนึ่งที่นิมิต อาตมานิมิตไปว่าไปสำนักของ ท่านปัญจสิกขเทพบุตร
ไปตามคำแนะนำของท่านนายบัญชีใหญ่ เมืองนรก ซึ่งท่านบอกว่า พระชื่อไสวที่ตายมาแล้วไม่มีในบัญชีนรก ถ้าต้องการอยากจะทราบจริง ๆ ว่าอยู่ที่ไหนให้ไปถาม
ปัญจสิกขเทพบุตร ซึ่งเป็นเลขานุการหรือนายบัญชีชองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตามนิมิตนั้น



พอพูดจบภาพก็ลอยปุ๊บเดียวมันก็ถึง ในเมื่อถึงแล้ว ก็ถามท่านปัญจสิกขเทพบุตรว่า เวลานี้คนชื่อไสวที่เป็นพระตายมาเมื่อวันที่ ๑๒
ธันวาคม ๒๕๓๑ มีในบัญชีสวรรค์ไหม
ท่านก็ชี้ให้ดูเทพบุตรองค์หนึ่งว่า คนชื่อไสว คือ เทพบุตรองค์นี้
ตามนิมิตเป็นอย่างนี้นะบรรดาท่านพุทธบริษัท



คำว่า “นิมิต” เป็นภาพที่ปรากฏในขณะที่จิตเป็นสมาธิ เป็นภาพที่ไม่สามารถจะบังคับได้ ในเมื่อบังคับไม่ได้ ก็ต้องปล่อยไปตามสภาพนิมิต
จะเป็นอย่างไรก็ว่ากันตามนิมิต จะผิดหรือจะถูกก็เป็นเรื่องของนิมิต



ต่อมาก็มาพบนางฟ้าชุดหนึ่ง ๘ คนด้วยกัน เธอมีรูปร่างหน้าตาสะสวย แต่ทว่านางฟ้า ๘ คนนี้มีลักษณะแปลกจุดหนึ่ง นั่นคือเบื้องหลังออกไป
มีภาพนางยักษิณี ตัวใหญ่มาก ลอยอยู่เบื้องหลัง จึงได้ถามท่านปัญจสิกขเทพบุตรว่า
บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตามที่เคยมาแล้วไม่ปรากฏอย่างนี้ อยากจะถามว่า ภาพประเภทนี้มีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นประจำหรือ




ท่านปัญจสิกขเทพบุตรก็บอกว่า ไม่มีเป็นประจำ และไม่เคยมีมาก่อน ภาพอย่างนี้ที่ปรากฏ
ก็ปรากฏเฉพาะเมื่อท่านขึ้นมาแล้วหญิงพวกนี้มานั่ง ภาพเกิดข้างหลังนี้แสดงว่า หญิง ๘ คนนี้ เวลานี้เป็นนางฟ้า คือเป็นนางฟ้าของชั้นดาวดึงส์บ้าง
เป็นนางฟ้าของชั้นยามาบ้าง แต่ว่าทุกคนมีบาปอยู่เบื้องหลัง นั่นก็หมายความว่าในระยะต้นทำบุญบ้าง ทำบาปบ้าง บาปก็มีกำลังดีพอสมควร



แต่ทว่าเวลาใกล้จะตาย ทำบุญ จิตยอมรับนับถือสิ่งที่เป็นกุศลในขณะจะตาย บุญก็พามาสวรรค์ก่อน ฉะนั้นภาพที่ปรากฏขึ้นนี้จึงแสดงออกว่า เขาบอกว่า color="green">หญิงทั้ง ๘ คนนี้ยังมีบาปคอยอยู่เบื้องหลัง ถ้าจุติจากนางฟ้าเมื่อไร ไม่บำเพ็ญกุศลต่อ บาปก็ดึงลงอบายภูมิทันที



นี่แหละ บรรดาท่านพุทธบริษัท ฟังแล้วก็คิดไว้ด้วย รวบรวมกำลังใจไว้เพื่อความดี วันนี้ก็จะขอคุยรายการของวันที่ ๑๘ ธันวาคมต่อไป ยังเหลืออยู่



ขณะที่คุยกับนางฟ้าปูทะเลเสร็จ ก็มีนางฟ้าคนที่ ๒ เลื่อนเข้ามา นางฟ้าปูทะเลถอยออกไป เธอมองหน้าแล้วก็ยิ้ม คนนี้มองหน้าแล้วก็ยิ้มเหมือนกัน

ถามเธอว่า เธอเคยรู้จักฉันหรือ

เธอก็ตอบง่าย ๆ ว่า ตัวต่อตัวไม่เคยรู้จักกัน นั่นก็หมายความว่าในสมัยที่มีชีวิตอยู่ไม่เคยรู้จักกัน
แต่ทว่าเคยเห็นภาพถ่ายตามหนังสือพิมพ์บ้าง เคยดูโทรทัศน์พบ ที่เทศน์โทรทัศน์บ้าง จำได้ แล้วก็ได้ยินชื่อเสียงอยู่เสมอ คนเขาพูดให้ฟัง
แต่เวลาที่จะไปหาจะไปคุยด้วยไม่มี เพราะมีธุระมาก



ถามเธอว่า เวลานี้เธอเป็นนางฟ้าของสวรรค์ชั้นไหน

เธอก็ตอบว่า เป็นนางฟ้าของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ก็ถามเธอว่า วิมานของเธอสวยไหม

เธอก็ตอบว่า วิมานสวย สวยกว่าบ้านที่เมืองมนุษย์มาก

ถามว่า บ้านที่เมืองมนุษย์ของเธอเป็นบ้านไม้หรือบ้านตึก



เธอก็ตอบว่า ตอนแรก ๆ เดิมทีเดียวเป็นบ้านไม้ ภายหลังเป็นบ้านตึก ตึกสร้างเองไม่ได้เช่าเขา แต่ว่าเป็นตึกย่อม ๆ ๓ ห้องนอน
พออยู่ระหว่างพ่อแม่และลูก


ก็ถามว่า เธอมีอาชีพอะไร

เธอก็ตอบว่า เดิมทีเดียวเป็นคนทำปลา ขนปลาจากเรือตังเก

ลืมบอกบรรดาท่านพุทธบริษัทไปว่า เรื่องนี้ให้ชื่อว่า นางฟ้าปลาทู จำให้ดีนะ ม้วนที่แล้วเป็น นางฟ้าปูทะเล คนนี้ เป็น นางฟ้าปลาทู



เธอก็บอกว่า ตามปกติเธอเป็นลูกจ้างเขา ขนปลาจากเรือตังเก แล้วก็แยกส่วนของปลา ปลาที่เธอสนใจมากที่สุดก็คือ ปลาทู เพราะเรือตังเกจะได้ปลาทูมามาก
ถ้าวันไหนได้ปลาทูมามาก เจ้าของทำการค้าเขาก็แบ่งให้มาก วันไหนได้น้อยเขาก็แบ่งให้น้อย แต่ค่าจ้างแรงงานนั้นมีอยู่ สำหรับปลานี้เขาแจกให้คนงาน
เพื่อให้ไปกินที่บ้านตามสมควร เธอก็บอกว่า ชีวิตของเธอ นอกจากค่าแรงงาน ก็ได้อาศัยปลาทูและปลาทะเลบางส่วน ช่วยให้ทรงชีวิตได้ นอกจากจะรับจ้างเขาแล้ว



ต่อมาก็มาดำริว่า บรรดาลูกจ้างทั้งหลายมีเงินน้อย แต่ละวันนายจ้างก็เลี้ยง แต่ว่าอาหารบางส่วนอาจจะไม่เป็นที่พอใจของลูกจ้าง เพราะกินซ้ำ ๆ ซาก ๆ
ก็มีการซื้อพิเศษกินกันในตอนบ่าย นอกเวลาที่เขาเลี้ยง เธอก็พยายามทำข้าวแกง และอาหารบางส่วน สิ่งใดที่คนงานชอบก็ทำสิ่งนั้นทำแล้วก็ให้ลูกสาวหาบไปขาย
เธอทำงานรับจ้าง ลูกสาวอยู่บ้าน หาบเอาไปขาย ก็รวมความว่าการขายอาหารหาบนี้เป็นปัจจัยให้เกิดความสุขมาก เป็นปัจจัยให้ก่อฐานะได้ดี วิธีขายของเธอก็



๑. ตักข้าวให้มาก

๒. แกงหรือกับให้สมควรแก่ข้าว

และก็ประการที่ ๓. ๑ จาน ราคาถูกกว่าที่อื่น ๑ บาท

ข้าวของเธอก็ร้อนเสมอ หุงข้าวใส่หม้อไป แต่ว่าทำซึ้งไว้นึ่ง นึ่งข้าวให้ร้อน แกงก็ทำเตานึ่ง นึ่งให้ร้อน ทำอย่างนี้ เป็นที่ถูกใจของคนกินมาก



ต่อมาเมื่อฝีมือเป็นที่ชอบใจของคนงาน ก็ขยายงานออกไปตอนเช้าตรู่ ก็จ้างคน ๒-๓ คน มาช่วยหาบและช่วยตัก เอาไปขายที่ท่าเรือ เรือเขามาจอด เรือเมล์มาจอด
คนขึ้นลงมาก ตอนเช้าตรู่คนหิว เธอไปขายที่นั่นก็ทำแบบนั้น ขายราคาถูก ๑ บาท แล้วข้าวก็มาก แกงก็มาก คนก็ชอบใจ



เป็นอันว่าเป็นเหตุให้เธอได้สตางค์มาก กำไรน้อยก็จริงแต่คนจองมาก ถ้าเธอยังไม่ไป ส่วนใหญ่เขาจะไม่ซื้อคนอื่นกิน จนกว่าว่าถ้าวันไหนสายแล้วเธอไม่ไปจริง
ๆ เขาจึงจะซื้อคนอื่นกิน การค้าแบบนี้เป็นเหตุให้เธอเกิดความร่ำรวย



แล้วก็ถามเธอว่า การขายแบบนั้นมันได้กำไรหรือไม่ขาดทุนหรือ

เธอก็บอกว่า กำไรจริง ๆ เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าการขายข้าวแกงกำไรมาก แต่เธอก็บอกว่า เธอไม่ได้เสียค่าเช่าที่
ไม่ได้เสียค่าเช่าห้อง เป็นบ้านของตัวเองก็มีกำไรตอนนี้ด้วย คนงานส่วนใหญ่ก็เป็นลูก จ้างคนงานเขามาเพิ่ม ๓ คน ตอนเช้าขายที่ท่าเรือ ตอนบ่าย ๆ
หลังจากเที่ยงไปแล้วก็ขายตามโรงงาน แยกกันขาย เป็นเหตุให้ได้สตางค์มาก



ถามเธอว่า เธอมาในกลุ่มของภาพนางยักษิณีติดตามมา เธอมีบาปอะไรหรือ

เธอก็ตอบว่า ถ้าถามถึงบาปจริง ๆ ก็มีหลายอย่าง อย่างการฆ่าสัตว์ก็เคยฆ่า ปลาก็เคยฆ่า มดก็เคยฆ่า ยุงก็เคยฆ่า ฆ่าหลายอย่าง
แต่ฆ่าไม่หนักนัก ถึงอย่างนั้นก็บาป สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดที่ติดตามมาก็คือว่า จิตใจพอใจในปลา พอใจในปลาที่เจ้านายเขาได้มาจากเรือตังเก
วันไหนถ้าเรือตังเกนำปลามามาก วันนั้นก็ดีใจ วันไหนได้ปลามาน้อยก็ดีใจน้อยไปหน่อย ก็ใจเสียไปนิดหนึ่ง ที่ดีใจมากเสียใจ ก็เพราะว่า
ถ้าวันไหนเขาได้ปลามากได้แบ่งมาก วันไหนได้ปลาน้อยเขาแจกให้น้อย การที่เขาแจกปลาให้ ไม่ต้องมีการลงทุนในการซื้อปลา




ก็ถามเธอว่า การดีใจกับการไม่ดีใจ ในเมื่อเขาได้ปลามากปลาน้อยก็ไม่น่าจะเป็นบาป

เธอก็ตอบว่า มันต้องบาป เพราะยินดีในการหามาได้ของเขา นั่นคือหาล่าชีวิตของปลามา ก็ถามว่า ยินดีเฉย ๆ มันจะบาปได้อย่างไร
เธอก็แสนฉลาด พอถามเธอแล้ว



เธอก็ยิ้ม เธอก็ตอบว่า พระคุณเจ้าคงลืมไปว่า คนใดที่เขาทำบุญ คนที่ไม่มีทรัพย์จะทำบุญ โมทนาย่อมได้อานิสงส์พิเศษ
คือพลอยได้บุญกับเขาด้วย ถ้าเจ้าของบุญเป็นเทวดาได้ คนนั้นก็เป็นเทวดาได้ เจ้าของบุญเป็นนางฟ้าได้ คนนั้นก็เป็นนางฟ้าได้
ถ้าเจ้าของบุญหัวหน้าบุญเป็นพระอรหันต์ได้ คนนั้นก็เป็นพระอรหันต์ได้




ตัวอย่างท่านคหบดี เจ้านายของพระอนุรุทธ คือในที่สุด ลูกจ้างซึ่งถวายทานกับพระปัจเจกพุทธเจ้า และเจ้านายโมทนา ในชาติสุดท้ายพระอนุรุทธได้เป็นพระอรหันต์
เจ้านายซึ่งเกิดมาเป็นลูกของเพื่อน ก็เป็นพระอรหันต์ด้วย อย่างนี้เพราะอาศัย ปัตตานุโมทนามัย



ก็สำหรับฉันนี่โมทนากับเจ้านายเขาทุกวัน ยินดีทุกวันยินร้ายทุกวัน ยินร้ายก็ไม่ร้ายมาก ยินร้ายแต่เพียงว่าได้น้อยไปหน่อย วันนี้ได้ปลาไม่ถึงถัง
วันนี้ได้ปลา ๑ ถัง ที่เขาแบ่งให้ ถ้าได้มาก มากจริง ๆ เขาให้ถึง ๑ ถัง ความจริงเงินเดือนก็ได้ อาหารเขาก็เลี้ยง แถมก็ได้ปลาเป็นพิเศษ ก็ดีใจ color="green">ตัวดีใจในการทำบาปของเขา ก็พลอยมีบาปไปด้วย มันดีใจทุกวันรวมความว่า โมทนากับเขาทุกวัน บาปมันก็สั่งสมตัวเอง และบาปอย่างอื่นก็มี
ฉะนั้นบาปจึงติดตามมา



ก็ถามเธอว่า นอกจากบาปมีอย่างนี้แล้ว อยากจะทราบว่าในสมัยที่มีชีวิตเป็นคนอยู่ เธอทำบุญอะไรไว้

เธอก็ตอบว่า เรื่องบุญนี้หาเวลาทำยาก ก็มีโอกาสบ้าง บางทีพระมาบิณฑบาตในตลาด บางครั้งก็ได้ใส่บาตร
บางครั้งก็ไม่ได้ใส่บาตร การใส่บาตร ก็ใส่บาตรเป็นธรรมเนียมมากกว่า เห็นเพื่อนเขาใส่ก็ใส่ ที่จะมีความเลื่อมใสจริง ๆ ก็ยาก เรียกว่า ใส่ตามประเพณี
ตามเพื่อนเขา เมื่อเพื่อนเขาใส่ เราไม่ใส่บาตร เพื่อนเขาก็ว่า ก็ใส่มาอย่างนั้น แต่ไม่ได้ใส่ทุกวัน



ถามเธอว่า มีเวลาฟังเทศน์ไหม

เธอก็ตอบว่า ไม่มีเวลาฟังเทศน์ เวลาไม่ว่าง

ขอดูภาพเดิม ภาพที่เป็นมนุษย์ คุยกันในฐานะที่เป็นนางฟ้า เธอมันสวยมากไป ตัวภาพเดิมของเธอ ก็เป็นหญิงที่มีอายุมาก ตายเวลาอายุประมาณสัก ๖๐ ปีเศษ ๆ
นิดหน่อย แต่ผิวขาว ร่างใหญ่ ลักษณะแบน ดูลีลาแล้วก็เป็นลูกจีน ลูกจีนชัด ๆ



ถามเธอว่าเธอเป็นฮวนนั่งหรือตึงนั้งเกี๊ยะ (เขาแปลว่า อะไรก็ไม่รู้) ถามว่า เธอเป็นลูกครึ่ง พ่อแม่เป็นไทย พ่อเป็นเจ๊ก แม่เป็นไทย
หรือพ่อเป็นเจ๊ก แม่เป็นเจ๊ก


เธอก็ตอบว่า ทั้งสองเจ๊ก คือพ่อเป็นเจ๊ก แล้วก็แม่เป็นจีน นั่นก็หมายความว่า พ่อเป็นเจ๊ก คือผู้ชายเขาเรียกว่าเจ๊ก
ถ้าผู้หญิงเขาเรียกว่าจีน เธอก็พูดมีตลก ๆ รู้สึกว่านางฟ้าองค์นี้ใจดี พูดแล้วยิ้มตลอดเวลา นี่ดูถึงภาพเดิมของเธอนะ



ก็ถามว่า การที่เธอมาเกิดเป็นนางฟ้า เพราะอาศัยบุญอะไรสำคัญมาก การจะเป็นนางฟ้าหรือเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้มันยาก />
เธอก็ตอบว่า บุญสำคัญมีอยู่ ๒ อย่าง นั่นคือถวายสังฆทานเป็นปกติ แต่คำว่าปกติไม่ได้ทำทุกวัน color="green">และประการที่ ๒ มีพระองค์หนึ่งท่านแนะนำให้นึกถึงท่าน ก็เลยสงสัยว่าท่านแนะนำให้นึกถึงท่านในลักษณะไหน



ถามต่อไปว่า ขณะที่ไปหาพระนี่ ในระยะที่พระให้นึกถึงท่าน เป็นระยะความเป็นสาว หรือวัยกลางคน หรือค่อนข้างแก่

เธอก็ตอบว่า ในขณะที่ไปหาพระนี่อายุค่อนข้างแก่ ตอนนี้ขายไม่ออกแล้ว ไม่มีใครต้องการ ถ้าจะขาย แถมเงินให้เขาด้วย
ก็ไม่มีใครเขาเอา เพราะแก่

เลยถามว่า พระให้นึกถึงท่านทำไมล่ะ ในเมื่อเธอไม่ใช่คนสาว และพระท่านคงไม่อยากจะแต่งงานด้วย



เธอก็ยิ้ม เธอถามว่า พระแต่งงานได้หรือ

ก็ตอบว่า ตามปกติของพระ ไปในงานแต่งงานได้ คนเขาแต่งงานกัน เขาก็เชิญพระไปในงานแต่งงาน แต่ว่าพระไม่ได้เป็นเจ้าบ่าว

เธอก็ตอบว่า การที่ท่านให้นึกถึง มันเป็นอย่างนี้ จะเล่าประวัติให้ฟัง



ท่านบอกว่า ต่อมาระยะที่เป็นคนแก่ ก็ลาออกจากงานจัดปลา จัดให้ลูกไปทำแทน ตัวเธอก็ไปจัดการควบคุมขายข้าวแกงหาบ ไม่ยอมตั้งร้าน
เพราะตั้งร้านมันต้องเสียภาษี มันต้องยุ่งยากมาก ต้องรอคนมาซื้อ ทีนี้เธอก็จัดการเป็นพิเศษ ที่ไหนบ้าง ที่เราจะขายเป็นประจำ เวลาตอนเช้า ตอนสาย ตอนบ่าย
ตอนเย็น ที่นั่นก็หาที่ตั้งเตา ตั้งเตาสำหรับอุ่น เป็นซึ้ง ๒ ซึ้งอุ่นข้าว



เวลาอุ่นก็อุ่น ๒ ทาง ให้มันร้อน ตักซึ้งนี้เกือบจะหมด ก็เอาข้าวใส่ แล้วก็ตักซึ้งนี้ขาย ข้าวก็ร้อนเสมอ แกงก็ร้อนเสมอ แล้วก็ตั้งหม้อน้ำลูกใหญ่ ๆ ไว้
๒ เตา ให้น้ำเดือด จานที่จะใส่ข้าว ก่อนที่จะใส่อาหารให้แก่คนรับประทาน ต้มเสียก่อน อยู่ในน้ำเดือด หยิบออกมาจากน้ำเดือด แล้วก็ใส่อาหารให้เขา
เขาก็ไว้วางใจ



ถามว่า ตอนหลังนี่ ลดราคา ๑ บาทหรือเปล่า

เธอบอกว่า การลดราคา ๑ บาท ทำได้ระยะแรก และตอนกลาง ๆ ตอนหลังนี่เกิดอารมณ์ริษยาจากคนอื่น เขาหาว่าหักหน้าเขา
เกือบจะมีเรื่องหลายครั้ง
เลยไม่ลด ๑ บาท ขายราคาเท่าเก่า แต่ว่าข้าวมากกว่าเขาอีกประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แกงก็ท่วมข้าว เรียกว่าโชก ต้องทดลองก่อน
ข้าวขนาดนี้ใช้แกงขนาดนี้พอไหม ใส่จานลงไป เห็นพอดี ลองกินดูก่อน ถ้าเท่านี้พอ ก็จัดเอาสูตรนั้น ระดับนั้น การทำแบบนี้เป็นเหตุให้เธอฐานะดีขึ้น
มีคนกินประจำมาก



แล้วระยะนั้น ในขณะที่มีเรื่องวุ่นวายมาก ๆ มีคนเขากลั่นแกล้ง เขาหาว่าหักหน้าเขา ก็พยายามหาหมอดู หมอดูมีที่ไหนไปที่นั่น ถ้าหมอดูเป็นพระ
โดยมากนิยมหมอดูที่เป็นพระ เพราะราคาไม่แพง จะให้เท่าไรท่านก็ไม่ว่า จะไม่ถวายเลยท่านก็ไม่ว่า ก็เลยนิยมไปหาหมอดูทุกอาทิตย์
อาทิตย์หนึ่งไปหาหมอดูครั้งหนึ่ง



การไปหาหมอดูครั้งหนึ่ง ก็มีปิ่นโตไปเถาหนึ่ง ก็มีข้าวไปหม้อย่อม ๆ เฉพาะ ๑ หม้อ เอาแกงกับและขนมใส่ปิ่นโต แล้วก็มีหม้อเขียวใส่ข้าวไป ไปถวายพระเวลาเพล
พระท่านฉันหลายองค์ เวลานั้นก็ไม่ทราบว่าเป็นสังฆทาน แต่จริง ๆ แล้ว เวลาตายได้อานิสงส์ เขาบอกว่า นี่เป็นอานิสงส์สังฆทาน/>


ก็ถามเธอว่า อานิสงส์ใหญ่จริง ๆ ที่เธอได้ คืออานิสงส์สังฆทานอย่างเดียวหรือ ภาพที่เป็นนางฟ้าเธอผ่องใสมาก

เธอก็บอกว่าไม่ใช่ มีภาพกรรมฐานด้วย คือ ทำสมาธินึกถึงพระ

ก็เลยถามว่า เธอปฏิบัติตามคณาจารย์ไหน



เธอก็บอกว่า ไม่มีคณาจารย์เป็นแต่เพียงว่า มีพระองค์หนึ่ง ท่านดูแม่นมาก ท่านดูทางใน คำว่าดูทางใน ใช้สมาธิดู เวลาถามท่าน
ท่านก็หลับตานิดหนึ่ง แล้วท่านก็ตอบ ท่านตอบมาทีไร ถูกทุกที




ต่อมาท่านก็สั่งว่า โยมเอาอย่างนี้ก็แล้วกันเพื่อความสะดวก โยมมาหาอาตมาทุกอาทิตย์ แล้วก็เอาของมาถวายพระทุกอาทิตย์ อาตมาก็ขอโมทนาด้วย ดีมาก
แต่ว่าถ้ามีอะไรขัดข้องเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เพื่อเป็นการช่วยเหลือได้ง่าย อาตมาใช้วิธีดูทางใจ โยมก็รับทางใจ
ต่อนี้ไปเพื่อเวลาโยมบูชาพระให้นึกถึงภาพอาตมาสักคราวละ ๒ นาทีพอ แค่เพียงเท่านี้การดู การพยากรณ์ การช่วยเหลือ จะเป็นได้โดยง่าย เพราะใจตรงกัน



เธอก็หวังแต่การแค่ให้พยากรณ์ให้แม่น นึกถึงพระองค์นั้นเป็นปกติ ท่านสั่งว่าหลังจากบูชาพระแล้ว นึกถึงท่าน ๒ นาที มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น มันนึกทั้งวัน
ถ้าว่างอยู่มันนึกถึงหน้าพระองค์นี้ ลักษณะพระองค์นี้ แต่ว่าไม่ใช่นึกในด้านกามารมณ์ นึกนิยมในความแม่นยำในการดูของท่าน และใจก็ดี หัวเราะต่อกระซิกเสมอ
ไปก็ยิ้มแย้มแจ่มใส



เธอบอกว่าอาศัยกำลังใจที่นึกถึงพระ นึกถึงแบบเบา ๆ ไม่ได้นั่งขัดสมาธิกับเขา แต่ว่านึกถึงได้ทั้งวันทุกวัน พอมีเรื่องอะไรปั๊บก็บันทึก เราจะไปถามพระ
อย่างนี้จิตก็นึกถึงพระ พอมีเรื่องอะไรขึ้นมานิด ก็เราจะไปถามพระ ท่านเป็นที่ปรึกษาได้ดี เรื่องการค้าการขาย เรื่องการติดต่อการงาน ติดต่อกับคน
ท่านบอกได้ถูกต้องหมด



ตอนนี้จิตเป็นสมาธิใน สังฆานุสสติกรรมฐาน แบบไม่รู้ตัว เธอก็บอกว่า จะถือว่าเป็นฌานนักก็ไม่ได้ กำลังใจเป็นแค่ อุปจารสมาธิ ตายจากความเป็นคน
ก็เป็นนางฟ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก มีวิมานแก้ว ๓ ประการ เป็นที่อาศัย มีนางฟ้า ๕,๐๐๐ คนเป็นบริวาร วิมานสวยมากสว่างมาก



ก็ถามเธอว่า อยากจะดูวิมานของเธอดูได้ไหม

เธอก็ตอบว่าได้ เธอก็ให้วิมานลอยเข้ามาใกล้ ๆ พอวิมานลอยเข้ามาใกล้ ๆ ก็เห็นว่าได้หม้อเขียวที่ใส่ข้าวกับปิ่นโตของเธอ
มันแขวนรอบวิมานหมด และหม้อเขียวไม่ใช่เขียว เป็นหม้อทองคำประดับเพชร แพรวพราวเป็นระยับ ปิ่นโตก็เป็นปิ่นโตทองคำประดับเพชร เพราะถวายสังฆทานอาทิตย์ละครั้ง
ไม่ใช่เรื่องเล็ก



ก็ถามเธอว่า เธอถวายสังฆทานกี่ครั้ง ทำไมมากขนาดนี้

เธอตอบว่า ปริมาณของที่แขวนนี่ มากกว่าเวลาถวายสังฆทาน

จึงได้ถามเธอว่า ในเมื่อเธอถวายไม่มากเท่านี้ ทำไมของแขวนมากอย่างนี้ ก็เป็นการหลอกลวงน่ะซิ

เธอก็ตอบว่า ไม่ใช่ให้ดูเรื่องราวของ ลาชเทวธิดา



ลาชเทวธิดานั่นเธอถวายข้าวแก่ พระมหากัสสป เพียงขันเดียว (ข้าวตอก) และครั้งเดียว และก็ตายทันที
ตายจากความเป็นคนมาเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก มีวิมานทองคำเป็นที่อยู่ มีนางฟ้า ๑,๐๐๐ เป็นบริวาร และรอบ ๆ วิมานของเธอ มีขันทองคำ
เต็มไปด้วยข้าวตอกทองคำรอบวิมาน ก็นั่นลาชเทวธิดา



เธอถวายครั้งเดียวในชีวิต ก็ฉันตอนแก่อายุประมาณ ๕๐ ปี อย่างนี้ ทำสังฆทานทุกอาทิตย์เดือนหนึ่งก็ ๔ อาทิตย์บ้าง ๕ อาทิตย์บ้าง
ก็รวมความว่าถ้าอย่างน้อยฉันก็ถวายสังฆทานเดือนละ ๔ ครั้ง

แต่ความจริงไม่รู้เรื่องเลยว่าสังฆทาน คิดแต่เพียงว่าพระท่านเป็นหมอดู เราไปให้ท่านดู ค่าจ้างก็ไม่มี ท่านก็ไม่เรียกไม่ร้องอะไรทั้งหมด แม้แต่กาแฟ ๑
ถ้วย ท่านก็ไม่เรียกพระองค์นี้ไม่เคยรบกวนเลย เห็นหน้าไป ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส คิดว่าท่านดี ก็เลยตั้งใจถวายอาหารแก่ท่าน และท่านก็ไม่ได้ฉันองค์เดียว
ท่านฉันรวมกัน ๕ องค์บ้าง ๗ องค์บ้าง บางทีก็ถึง ๑๐ องค์ พระที่มาให้ดู การถวายอย่างนี้เป็นสังฆทานไปในตัว จึงได้มีอานิสงส์อย่างนี้



เอาละ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย เวลาที่ตั้งไว้ไม่ถึงนาทีนัก ก็ขอลาก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล
จงมีแด่บรรดาท่านพุทธศาสนิกชนผู้รับฟังและผู้อ่านทุกท่าน สวัสดี




Create Date : 29 กันยายน 2554
Last Update : 29 กันยายน 2554 23:03:25 น. 0 comments
Counter : 343 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมึกสีดำ
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมึกสีดำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.