หมึกสีดำของไผ่สีทอง
ความโศกทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้มีจิตมั่นคง ไม่ประมาท เป็นมุนี ศึกษาในทางปฏิบัติถึงมโนปฏิบัติ เป็นผู้คงที่ ระงับแล้ว มีสติทุกเมื่อ,, การไม่ทําบาปทั้งปวงหนึ่ง การยังกุศลให้ถึงพร้อมหนึง การชําระจิตใจของตนให้ผ่องแผ้วหนึ่ง นี่แลเป้นคําสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
7 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
สมาบัติ ตอนที่ 4



ตติยฌานหรือตติยสมาบัติ

ปฐม แปลว่าที่ ๑ ทุติยะ แปลว่าที่ ๒ ตติยะ แปลว่าที่ ๓ ตติยฌานจึงแปลว่า ฌานที่ ๓ ตติยสมาบัติ แปลว่า การเข้าถึงอารมณ์ฌานที่ ๓ ฌานที่ ๓ นี้ มีอารมณ์ ๒ คือ

๑. สุข ได้แก่ความสุขที่ปราศจากปีติ คือความสุขทางจิตโดยเฉพาะ ไม่มีความสุขที่เนื่องด้วยกาย

๒. เอกัคคตา มีอารมณ์เป็นหนึ่ง ที่ไม่มีอารมณ์ห่วงใยในกาย เป็นอาการที่สงัดจากกายฌานนี้ท่านว่าเป็นฌานที่กายกับจิตแยกกันเด็ดขาด

อาการของฌานที่ ๓ นี้ เป็นอาการที่จิตตัดปีติ ความเอิบอิ่มใจในฌานที่ ๒ ออกเสียได้เมื่ออารมณ์จิตเข้าถึงฌานที่ ๓ นี้ จะรู้สึกว่า อาการขนพองสยองเกล้าก็ดี น้ำตาไหลก็ดี กายโยกโคลงก็ดี อาการซู่ซ่าทางกาย คล้ายกายเบา กายใหญ่ กายสูงจะไม่ปรากฏเลย มีอาการทางกายเครียดคล้ายกับใครมาจับมัดไว้จนแน่น หรือคล้ายหลักที่ปักจนแน่นไม่มีการโยกโคลงได้ฉันนั้น จงจำไว้ว่าตั้งแต่ฌานที่ ๒ เป็นต้นมา ไม่มีการภาวนาเลย ถ้ายังภาวนาอยู่ และหูได้ยินเสียงชัด แต่ไม่รำคาญในเสียง เป็นฌานที่ ๑ ตั้งแต่ฌานที่ ๒ มาไม่มีการภาวนา และเรื่องเสียงเกือบไม่มีความหมาย คือไม่มีความสนใจในเสียงเลย เสียงมีอยู่ก็เหมือนไม่มี เพราะจิตไม่รับเสียง ลมหายใจจะค่อยๆ น้อยอ่อนระรวยลงทุกขณะ ในฌานที่ ๓ นี้ลมหายใจยังปรากฏ แต่ก็รู้สึกเบาเต็มที่มีอาการคล้ายจะไม่หายใจ แต่ก็พอรู้สึกน้อยๆ ว่าหายใจ จิตสงัดไม่มีการหวั่นไหว ไม่มืด มีความโพลงอยู่มีอารมณ์แน่นในสมาธิมากจนรู้ตัวว่าอารมณ์แนบแน่นกว่าสองฌานที่ผ่านมา อย่างนี้ท่านเรียกว่าเข้าถึงฌานที่ ๓ ต้องฝึกเข้าฌานออกฌานให้แคล่วคล่องว่องไวตามที่กล่าวมาแล้ว


เสี้ยนหนามของฌานที่ ๓

ปีติ เป็นเสี้ยนหนามของ ฌานที่ ๓ เพราะฌานที่ ๓ ตัดปีติเสียได้ แต่ถ้าอารมณ์ ตกลงไปปีติจะปรากฏขึ้น ถ้าปีติปรากฏขึ้นเมื่อไร พึงทราบเถิดว่า ขณะนี้อารมณ์จิตเคลื่อนจากฌานที่ ๓ มาอยู่ระดับฌาน ๒ แล้วถ้าปรากฏว่ามีการภาวนาด้วย แต่จิตยังไม่รำคาญในเสียงก็ยิ่งร้ายใหญ่ เพราะอารมณ์สมาธิไหลออกจนเหลือเพียงฌาน ๑ ท่านให้ระมัดระวังด้วยการทรงสติสัมปชัญญะ อย่าให้อารมณ์สมาธิรั่วไหลเป็นอันขาด เพราะจะเป็นอันตรายแก่ฌาน ๓

อานิสงส์ฌานที่ ๓

ฌานที่ ๓ นี้ ถ้าทรงไว้ได้จนตาย ในขณะตาย ตายในระหว่างฌานที่ ๓ ท่านว่าจะไม่หลงตาย เมื่อมีชีวิตอยู่ ก็จะเป็นคนมีอารมณ์แช่มชื่นเบิกบานตลอดเวลา หน้าตาสดชื่นผ่องใส เมื่อตายแล้ว ฌาน ๓ ย่อมส่งผลให้เกิดเป็นพรหม คือ

๑. ฌานที่ ๓ หยาบ ให้ผลไปเกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๗

๒. ฌานที่ ๓ กลาง ให้ผลไปเกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๘

๓. ฌานที่ ๓ ละเอียด ให้ผลไปเกิดเป็นพรหมชั้นที่ ๙

ฌาน ๓ ที่เป็นโลกียฌานให้ผลอย่างนี้ ถ้าเอาฌาน ๓ ไปเป็นกำลังของวิปัสสนาญาณวิปัสสนาจะมีกำลังกล้า ตัดกิเลสให้เด็ดขาดได้โดยรวดเร็ว อาจได้บรรลุมรรคผลเบื้องสูงในชาตินี้โดยไม่ชักช้านัก ผลของท่านที่ทรงฌาน ๓ ไว้ได้มีผลดังกล่าวมาแล้วนี้

จตุตถฌาน หรือ จตุตถสมาบัติ

จตุตถะ แปลว่าที่ ๔ จตุตถฌานจึงแปลว่าฌานที่ ๔ ฌานที่ ๔ นี้มีอารมณ์ ๒ เหมือนฌาน ๓ แต่ผิดกันที่ฌาน ๓ มีสุขกับเอกัคคตา สำหรับฌานที่ ๔ นี้ ตัดความสุขออกเสียเหลือแต่เอกัคคตา และเติมอุเบกขาเข้ามาแทน ฉะนั้น อารมณ์ของฌาน ๔ จึงมีอารมณ์ผิดแผกจากฌาน ๓ ตรงที่ตัดความสุขออกไป และเพิ่มการวางเฉยเข้ามาแทนที่

อาการของฌาน ๔ เมื่อปฏิบัติถึง

ฌาน ๔ เมื่อนักปฏิบัติ ปฏิบัติถึงมีอาการดังนี้

๑. จะไม่ปรากฏลมหายใจเหมือนสภาพฌานอื่นๆ เพราะลมละเอียดจนไม่ปรากฏว่ามีลมหายใจ ในวิสุทธิมรรคท่านว่าลมหายใจไม่มีเลย แต่บางอาจารย์ท่านว่า ลมหายใจนั้นมี แต่ลมหายใจละเอียดจนไม่มีความรู้สึกว่าหายใจ ตามนัยวิสุทธิมรรคท่านกล่าวถึงคนที่ไม่มีลมหายใจไว้ ๔ จำพวกด้วยกัน คือ ๑. คนตาย ๒. คนดำน้ำ ๓. เด็กในครรภ์มารดา๔.ท่านที่เข้าฌาน ๔ รวมความว่า ข้อสังเกตที่สังเกตได้ชัดเจนในฌาน ๔ ที่เข้าถึงก็คือ ไม่ปรากฏว่ามีลมหายใจการที่ฌาน ๔ เมื่อเข้าถึงแล้ว และขณะที่ทรงอยู่ในระดับของฌาน ๔ ไม่ปรากฏว่ามีลมหายใจนี้เป็นความจริง มีนักปฏิบัติหลายท่านที่พบเข้าแบบนี้ถึงกับร้องเอะอะโวยวาย บอกว่าไม่เอาแล้ว เพราะเกรงว่าจะตายเพราะไม่มีลมหายใจ บางรายที่อารมณ์สติสมบูรณ์หน่อย ก็ถึงกับค้นคว้าควานหาลมหายใจ เมื่ออารมณ์จิตตกลงระดับต่ำกว่าฌานที่ ๔ ในที่สุดก็พบลมหายใจ ที่ปรากฏอยู่กับปลายจมูกนั่นเอง

๒. อารมณ์จิตเมื่อเข้าสู่ระดับฌาน ๔ จะมีอารมณ์สงัดเงียบจากอารมณ์ภายนอกจริง ๆดับเสียง คือ ไม่ได้ยินเสียง ดับสุข ดับทุกข์ทางกายเสียจนหมดสิ้น มีอารมณ์โพลงสว่างไสวเกินกว่าฌานอื่นใด มีอารมณ์สงัดเงียบ ไม่เกี่ยวข้องด้วยร่างกายเลย กายจะสุข จะทุกข์ มดจะกิน ริ้นจะกัดอันตรายใดๆ จะเกิด จิตในระหว่างตั้งอยู่สมาธิที่มีกำลังระดับฌาน ๔ จะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เพราะฌานนี้กายกับจิตแยกกันเด็ดขาดจริงๆ ไม่สนใจข้องแวะกันเลย ดังจะเห็นในเรื่องของลมหายใจ ความจริงร่างกายนี้จำเป็นมากในเรื่องหายใจ เพราะลมหายใจเป็นพลังสำคัญของร่างกาย พลังอื่นใดหมดไปแต่อัสสาสะ ปัสสาสะ คือลมหายใจยังปรากฏ ที่เรียกกันตามภาษาธรรมว่า ผัสสาหารยังมีอยู่ ร่างกายก็ยังไม่สลายตัว ถ้าลมหายใจที่เรียกว่าผัสสาหารหยุดเมื่อไร เมื่อนั้นก็ถึงอวสานของการทรงอยู่ของร่างกายฉะนั้น ผลการปฏิบัติที่เข้าถึงระดับฌาน ๔ จึงจัดว่าลมหายใจยังคงมีตามปกติ ที่ไม่รู้ว่าหายใจก็เพราะว่าจิตแยกออกจากกายอย่างเด็ดขาดโดยไม่รับรู้อาการของร่างกายเลย

อาการที่จิตแยกจากร่างกาย

เพื่อให้เข้าใจชัดว่า จิตแยกออกจากร่างกายได้จริงเพียงใด เมื่อท่านเจริญสมาธิถึงฌาน ๔ จนคล่องแคล่วชำนิชำนาญดีแล้ว ให้ท่านเข้าสู่ฌาน ๔ แล้วถอยจิตออกมาหยุดอยู่เพียงอุปจารฌานแล้วอธิษฐานว่า ขอร่างกายนี้จงเป็นโพรงและกายอีกกายหนึ่งจงปรากฏ แล้วเข้าฌาน ๔ ใหม่ ออกจากฌาน ๔ มาหยุดอยู่เพียงอุปจารฌาน ท่านจะเห็นกายเป็นโพรงใหญ่ มีกายของเราเองปรากฏขึ้นภายในกายเดิมอีกกายหนึ่ง ที่ท่านเรียกในมหาสติปัฏฐานว่ากายในกาย จะบังคับให้กายในกายท่องเที่ยวไปในร่างกายทุกส่วน แม้แต่เส้นประสาทเล็กๆ กายในกายก็จะไปได้สะดวกสบายเหมือนเดินในถ้ำใหญ่ ๆต่อไปจะบังคับกายใหม่นี้ออกไปสู่ภพใด ๆ ก็ไปได้ตามประสงค์ ที่ท่านเรียกว่า "มโนมยิทธิ แปลว่ามีฤทธิ์ทางใจนั่นเอง" พลังของฌาน ๔ มีพลังมากอย่างนี้ ท่านที่ได้ฌาน ๔ แล้วท่านจะฝึกวิชชาสาม อภิญญาหก หรือปฏิสัมภิทาญาณ ก็ทำได้ทั้งนั้น เพราะวิชชาการที่จะฝึกต่อไปนั้น ก็ใช้พลังจิตระดับฌาน ๔ นั่นเอง จะแตกต่างกันอยู่บ้างก็เพียงอาการในการเคลื่อนไปเท่านั้น ส่วนอารมณ์ที่จะใช้ก็เพียงฌาน ๔ ซึ่งเป็นของที่มีอยู่แล้วเปรียบเสมือนนักเพาะกำลังกาย ถ้ามีกำลังกายสมบูรณ์แล้วจะทำอะไรก็ทำได้ เพราะกำลังพอ จะมีสะดุดบ้างก็ตรงเปลี่ยนแนวปฏิบัติใหม่ จะยุ่งใจบ้างในระยะต้นพอเข้าใจเสียแล้วก็ทำได้คล่อง เพราะกำลังพอ ท่านที่ได้ฌาน ๔ แล้วก็เช่นเดียวกัน เพราะงานส่วนอภิญญาหรือวิชชาสาม ก็ใช้พลังจิตเพียงฌาน ๔ เท่านั้น ท่านที่ได้ฌาน ๔ จึงเป็นผู้มีโอกาสจะทำได้โดยตรง

เสี้ยนหนามของฌาน ๔

เสี้ยนหนาม หรือศัตรูตัวสำคัญของฌาน ๔ ก็คือ "ลมหายใจ" เพราะถ้าปรากฏว่ามีลมหายใจปรากฏเมื่อเข้าฌาน ๔ ก็จงทราบเถิดว่า จิตของท่านมีสมาธิต่ำกว่าฌาน ๔ แล้ว จงอย่าสนใจกับลมหายใจเลยเป็นอันขาด

อานิสงส์ของฌาน ๔

๑. ท่านที่ทรงฌาน ๔ ไว้ได้ ในขณะที่มีชีวิตอยู่ จะมีอารมณ์แช่มชื่นตลอดวันเวลา จะแก้ปัญหาของตนเองได้อย่างอัศจรรย์

๒. ท่านที่ได้ฌาน ๔ สามารถจะทรงวิชชาสาม อภิญญาหก ปฏิสัมภิทาญาณได้ถ้าท่านต้องการ

๓. ท่านที่ได้ฌาน ๔ สามารถจะเอาฌาน ๔ เป็นกำลังของวิปัสสนาญาณชำระกิเลสให้หมดสิ้นไป อย่างช้าภายใน ๗ ปี อย่างกลางภายใน ๗ เดือน อย่างเร็วภายใน ๗ วัน

๔. หากท่านไม่เจริญวิปัสสนา ท่านทรงฌาน ๔ ไว้มิให้เสื่อม ขณะตาย ตายในระหว่างฌานที่จะได้ไปเกิดในพรหมโลกสองชั้นคือ ชั้นที่ ๑๐ และชั้นที่ ๑๑


**********************
ปล. สมาบัติ มีทั้งหมด 5 ตอนโปรดติดตามอ่านนะครับ
ที่มา เวปพลังจิต
ทำนองเพลง ลาวม่านแก้ว





Create Date : 07 สิงหาคม 2552
Last Update : 7 สิงหาคม 2552 22:34:11 น. 21 comments
Counter : 682 Pageviews.

 
สวัสดียามดึกค่ะ พี่ไผ่

มาอ่านสมาบัติ ตอนที่ 4 ค่ะ

อารมณ์จิตเมื่อเข้าสู่ระดับฌาน ๔ จะมีอารมณ์สงัดเงียบจากอารมณ์ภายนอกจริง ๆดับเสียง คือ ไม่ได้ยินเสียง ดับสุข ดับทุกข์ทางกายเสียจนหมดสิ้น

เคยได้อารมณ์นี้ค่ะ รู้สึกสงบมากๆ
และมีความสุขมากด้วยค่ะ

โมทนานะคะ
ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ



โดย: พ่อระนาด วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:22:37:21 น.  

 

ยากมากนะคะ
แค่ได้เข้ามาอ่านก็เป็นบุญแล้ว
ส่วน"หมึกดำ"ผู้สรรหามาฝากเพื่อนๆบล็อค
ยิ่งได้บุญหนัก...
สาธุ สาธุ สาธุ
Keep on doing..the good things



อย่าลืมดูและตัวเองด้วยนะคะ
ปิกจมูกและปากเมื่ออยู่ในที่ชุมชน


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:23:01:58 น.  

 

สาธุ สาธุ สาธุ...
สวัสดีค๊าพี่ไผ่....
อ่านแล้วซาบซึ่งด้วยอารมณ์อันอ่อนไหว
ในรู้สึกแห่งธรรม หนุนนำสู่แสงสว่างแห่งใจ
ปล...ชอบงานเรื่องเล่าที่พี่ไผ่ไปวางที่บ้านจังเลยยยค่ะ
Good Night naka-->…juppppp..



**
★★★`• • mastana …mastana…mastana. • •`★★★
*♥´¨)
¸.-´¸.-♥´¨) ¸.-♥¨)
(¸.-´ (¸.-` ♥♥´¨) ♥.-´¯`-.- ♥



โดย: mastana วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:23:30:10 น.  

 
เอาคำแปล ตงหมงเหมียวขือ มาฝาก ก๊ากๆๆๆ

แถมรอยยิ้มเพิ่มด้วย ต้นฉบับ อาร์ตตัวแม่
คลิกที่ภาพก็จะทะลุมิติไปคลังพี่โน้ตเยย 555+

">

โจจัง


โดย: พลังชีวิต วันที่: 7 สิงหาคม 2552 เวลา:23:31:06 น.  

 
คุณพี่ไผ่คะ

จากรูปนั้น
ถ่ายที่ไหนหรอคะ
ไม่เคยเห็นเลย
เป็นวัดอะไรหรอคะ


โดย: บุปผาลีลาวดี วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:0:24:34 น.  

 
ราตรีอรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านหมึกฯ



โดย: คนสาธารณะ วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:3:10:34 น.  

 

ธัญอ่านแล้ว..ซึ้งค่ะ
และจะพยายามทำให้ได้นะคะ
.............



วันนี้คุณไผ่มีความสุขกับวันพักผ่อนให้มากๆนะคะ



โดย: tanjira วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:8:35:12 น.  

 
๐ ยามแสงทองผ่องฟ้า.........อำไพ
เรืองรุ่งขับขานไข................ทั่วหล้า
มวลวิหกผกผินไกล.............แดนถิ่น
รีบรุดหมายเติบกล้า.............พักพร้อมเผชิญฯ

๐ เจริญรอยพวกพ้อง...........สืบมา
บาทวิถีนำพา......................แต่ครั้น
กาลเลยล่วงนานนา..............เวียนว่าย จริงนอ
จักหยุดวังวนนั้น..................เนิ่นช้าเพียงใดฯ

สวัสดียามเช้าค่ะ พี่ไผ่
วันนี้ขอยกโคลงมาแจมนะคะ
แต่งเล่นๆ แต่กลายเป็นลงท้ายด้วยธรรม ซะง้าน


โดย: พ่อระนาด วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:9:26:00 น.  

 


เอาน้ำขิงร้อนๆ มาฝากค่ะ พี่ไผ่ จะได้มีแรงลุยงาน



โดย: พ่อระนาด วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:9:44:25 น.  

 
เมื่อคืนอัพบล๊อกใหม่ชะด้วย......
ไม่ได้เข้ามาตอนดึก เลยไม่ได้ติดตามข่าวสาร
สงสัย....เมื่อคืนนอนดึก
เลยยังไม่ตื่น.......

เอากาแฟมาเตรียมไ้ว้ให้ดีกว่า........อย่าลืมทานนะค่ะ



เมื่อคืนคงดึกมาก สงสัยต้องหลายถ้วยหน่อย


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:12:33:50 น.  

 
สวัสดีครับพี่











โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:12:47:28 น.  

 
สวัสดี ค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำชาค่ะคุณไผ่

ทานมื้อเที่ยงยังเอ่ย



โดย: นางฟ้าในโลกไซเบอร์ วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:13:03:25 น.  

 
มาอ่านสมาบัติ ตอนที่ 4 ค่ะ อนุโมทนาสาธุค่ะ นับว่าเป็นบุญวาสนาได้ความรู้และรู้จักคำว่า สมาบัติ เพิ่มขึ้นค่ะคุณไผ่ ขอให้เจริญในธรรมค่ะ


โดย: Budratsa วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:13:52:09 น.  

 
สมองเสื่อมตามวัย แต่ก็พยายามอ่านนะค่ะ
หลานให้แต่สิ่งดีๆ มีประโยชน์
สาธุ สาธุ สาธุ.......ค่ะ





โดย: กัดหมอน วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:18:20:15 น.  

 
Tags Maker is a Text Image Generator to write Messages, Comments or Tags on Pictures

หวัดดียามเย็นวันเสาร์ค่ะพี่ไผ่
พี่ไผ่ ไปถึงขั้นไหนแล้วคะ
มันยากจริง ๆ เลยนะคะมินว่า


โดย: มินทิวา วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:18:30:35 น.  

 




โดย: tanjira วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:19:44:18 น.  

 


คุณจะใช้ชีวิตอย่างไรก็เป็นทุกข์อยู่ดี
แต่โดยแท้ที่จริงแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องเป็นทุกข์ก็ได้

ดังตฤณ


สุขสันต์วันหยุดค่ะ
วันนี้คุณไผ่มอบยิ้มให้คนใกล้ตัวแล้วหรือยังคะ


คมคำ : ยิ้ม เป็นสิ่งดีๆที่เรามอบให้กันได้โดยไม่ต้องซื้อหา





โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:20:14:50 น.  

 
มาขอบคุณ สำหรับน้ำชาค่ะ


โดย: tukta IP: 125.24.223.176 วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:22:17:02 น.  

 
ราตรีสวัสดิ์ครับพี่




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:22:39:42 น.  

 
นึกว่าวันนี้จะไม่เจอคุณไผ่ชะแล้ว......
ตอบคำถามนะค่ะ....ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าคืออะไร

เมื่อกี้เพิ่งเดินจงกรมเสร็จ เมื่อก่อนสองชั่วโมงนานมาก แต่พอได้เดินบ่อยเข้า ชักจะเริ่มคุ้น อะไรๆก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนจริงๆเลยนะค่ะ......

หลับฝันดีค่ะ.......




โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:22:48:30 น.  

 
ขอบคุณค่ะ.....
ว่าแต่ยังไม่นอนอีกเหรอ.......


โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 8 สิงหาคม 2552 เวลา:23:42:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

หมึกสีดำ
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมึกสีดำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.