Group Blog
 
 
ธันวาคม 2547
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 ธันวาคม 2547
 
All Blogs
 
มาลองเล่นเกมตามล่าค้นหาตัวเองกันดีกว่า

คลิกที่คำว่า comment แล้วเข้ามาอ่านแบบเต็มๆ กันดู


Create Date : 25 ธันวาคม 2547
Last Update : 25 ธันวาคม 2547 20:43:44 น. 46 comments
Counter : 448 Pageviews.

 
การที่เราตั้งเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งเอาไว้ แม้ว่าจะมีสาระหรือไม่มีสาระมากน้อยขนาดไหนก็ตาม ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่า ชีวิตของเรานั้น ยังเต็มไปด้วยพลัง ยังเต็มไปด้วยแรงกาย แรงใจ ความฝัน ความคิดสร้างสรรค์ และอะไรอีกหลายอย่าง ที่ทำให้มนุษย์ปุถุชนคนเดินดินธรรมดาๆ คนหนึ่ง กลายเป็นบุคคลที่น่าสนใจ และพร้อมต่อโลกอย่างแท้จริงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว มันไม่ต่างอะไรกับการไปโรงเรียนเมื่อตอนเด็กๆ นั่งเรียนอยู่ดีๆ แล้วก็หัดโดดเรียนเป็นครั้งแรกในชีวิต และบางคนก็อาจติดใจด้วยซ้ำ มันไม่ต่างอะไรกับการที่เราจะเดินทางจากบ้านไปที่ทำงานหรือโรงเรียน แต่แทนที่จะนั่งรถยนต์ไปเหมือนทุกๆ วัน ลองเปลี่ยนสีสันให้กับชีวิตด้วยการปั่นจักรยานสักวันจะเป็นอะไรไป


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:11:26 น.  

 
การผจญภัยของผมเริ่มต้นเมื่อเวลาประมาณ 10.15 น. วันนี้อากาศดีชะมัด แดดแรงๆ อย่างที่พวกฝรั่งชอบมาอาบกันนักแล ผมเดินจากวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ (อยู่ข้างๆ ซาฟารีเวิลด์) มาทางกิโลเมตรที่แปด เป็นถนนเล็กๆ ที่มีรถวิ่งอย่างเบาบาง แต่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง บางครั้งเราจะเห็นวิวของทุ่งนากว้างโล่ง ที่ผมผ่านตอนเช้าตอนไปโรงเรียนทุกวัน ก็จะเห็นหมอกปกคลุมในบางวัน แต่ในเวลานี้ สีเขียวของต้นข้าวที่สะท้อนแสงอาทิตย์ยามสาย ลมพัดแรงๆ ทีนึง ทำให้ต้นข้าวเหล่านั้นลู่พลิ้วไปต่างทิศหลายทาง นกน้ำในบริเวณต่างพลอยบินหนีไปด้วย ช่างเป็นภาพที่สวยตรึงตาจริงๆ แต่น่าเสียดายที่พื้นที่สีเขียวเหล่านี้นับวันจะน้อยลงเรื่อยๆ ด้วยหมู่บ้านจัดสรรที่เข้ามาแทนที่ อีกไม่นานแถวนี้ก็คงจะเจริญขึ้น มีตึกรามบ้านช่อง ถนนสายเล็กๆ นี้คงไม่พอต่อความต้องการแล้วสินะ


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:11:36 น.  

 
ผมเดินไปเรื่อยๆ พักนึง ก็พบกับเทศบาลที่เราเคยเห็นเขากวาดขยะตามถนน แต่คราวนี้เขาเปลี่ยนจากไม้กวาดเป็นจอบแทน ผมเห็นเขากำลังขุดหลุมเลียบไปกับถนนหลายสิบหลุมอย่างขะมักเขม้น ตอนแรกก็นึกแปลกใจว่าทำไมทำเช่นนั้น แต่พอเดินผ่านเขาไปไม่นานก็พอรู้ หลุมที่ขุดเอาไว้พวกนั้นถูกเติมเต็มด้วยต้นอ่อนของไม้ใหญ่พันธุ์ต่างๆ นี่เอง อืม ดีๆ (ถึงตอนนั้นผมยังไม่เมื่อยไม่เหนื่อย แต่ก็ไม่บังอาจพอไปแย่งงานเขาหรอกนะ)

ผมเดินไปอีกไกล แต่เมื่อเทียบกับนั่งรถยนต์แล้ว ผมเพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่น้ำเอง แต่ช่างมันเถอะ ไปเรื่อยเรื่อย เหนื่อยก็พัก คือคติก่อนการเดินทางของผมในครั้งนี้ ผมก็เดินไปเจอชุมชนเล็ก ซึ่งดูเหมือนจะเป็นชุมชนชั่วคราว สังเกตได้จากบ้านที่ก่อขึ้นด้วยสังกะสี บ้างผุ บ้างขึ้นสนิม บ้างเป็นสังกะสีใหม่ คงจะเป็นบ้านพักของชาวกรรมกรก่อสร้างบ้านแถวนี้ละมั้ง ลองนึกภาพหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ในหนังแบบคาวบอยตะวันตกดู มีผู้ชายสองสามคนมานั่งเล่นดูรถดูถนน แม่คนกำลังอุ้มเด็กอ่อน และลมพัดแรงๆ ทีนึงก็ทำให้พื้นทรายตลบได้ ถึงตอนนี้รถกระบะที่ตามผมมาแต่ไกลได้แซงผมไป และเลี้ยวเข้าไปในชุมชนดังกล่าว เมื่อเข้าไปถึงใจกลาง รถคนนั้นก็หยุด และมีเสียงตะโกนจากโทรโข่งว่า “ข้าวสารมาขายแล้วคร้าบ” ท้ายรถกระบะนั้น มีกระสอบมอมแมมอยู่ประมาณ 4-5 กระสอบ แต่บรรจุข้าวสารดิบเอาไว้ประมาณกระสอบละครึ่งหนึ่ง ผมไม่เห็นอะไรมากนักเพราะรถได้เข้าไปลึกเกินกว่าสายตาจะสังเกตได้หมด แต่ก็คงพอรู้ว่า ในขณะที่เราอยู่บ้านนั่งกินข้าวมียี่ห้อ มีราคา มีคลาสและมีคุณภาพซื้อในห้างใหญ่ๆ ก็ยังมีคนอื่นๆ อีกมาก ที่ต้องนั่งทานข้าวที่ยัดใส่กระสอบสกปรกๆ มาขาย ทานกันในบ้านสังกะสีแคบๆ ข้าวสารเหล่านั้นอาจจะเหลือมาจากการคัดคุณภาพเพื่อจะนำมาบรรจุขายในห้างก็ได้ใครจะไปรู้ เราควรเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ ที่เรามี ไม่ใช่เฉพาะข้าว เพราะยังมีคนอีกมากรอบตัวเราที่มีชีวิตที่ยากลำบากกว่าเยอะ


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:11:52 น.  

 
ตอนนี้ผมเดินมาเกินครึ่งชั่วโมง “ปิ๊นๆ” เสียงแตรรถคันหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ ผม พอเห็นแล้วคุ้นมาก อ๋อ รถเพื่อนผมนั่นเอง ผมเพิ่งบอกเค้าว่าวันนี้จะเดินกลับบ้าน แล้วแยกกันที่วิทยาลัย แต่เขาบอกว่าเขาไม่เชื่อ เพราะเหตุนี้เองมั้งที่ทำให้เขาขับรถออกนอกเส้นทางกลับบ้านเขาเอง มาดูให้เห็นกะตา ข้างๆ คนขับก็ยังมีเพื่อนคนหนึ่งนั่งมาด้วยเหมือนกัน ตอนแรกผมจะไม่ขึ้นไปแล้วเชียว แต่เห็นว่าเออไหนๆก็ขับมาถึงนี่แล้ว เลยขึ้นรถไปนั่งทางด้านหลัง แล้วก็บึ่งรถออกไปในที่สุด

ขณะรถวิ่ง เพื่อนพูดว่า ผมเดินมาได้นิดเดียวเอง ผมก็ตอบไปว่า ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร และเค้าก็ยังบอกกับผมอีกหลายๆ อย่าง อย่างเช่น ไม่เห็นมีเหตุผลที่จะต้องทำไรแบบนี้ แถมยังคิดเสียอีกด้วยว่า ผมมีปัญหาอะไรในใจรึเปล่า คุยกับเค้าได้ เอ้า ไปกันใหญ่ แล้วก็นั่งรถแอร์เย็นๆ ที่ขับไปอย่างรวดเร็ว ขับไปทางห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ส่งเพื่อนคนหนึ่งที่นั่งมาด้วยที่หน้าห้าง แล้วขับต่อไปตามถนนรามอินทรา แล้วยูเทิร์นกลับมา ซึ่งเป็นทางกลับบ้านของเจ้าของรถคันนี้นั่นเอง


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:12:05 น.  

 
สุดท้ายก่อนทางเข้าไปในซอยบ้านเขา เขาถามย้ำอีกครั้งว่า ผมจะเดินกลับจริงๆ เหรอ ผมพยักหน้ารับอย่างนิ่งๆ เค้าก็เปิดประตูรถ ปล่อยให้ผมเดินไปแต่โดยดี โดยทิ้งท้ายให้ว่า กลับบ้านดีๆ นะ

ตอนนี้เป็นเวลา 11 โมงเห็นจะได้ แดดเริ่มร้อน พระอาทิตย์อยู่ทางด้านหลังเยื้องไปทางขวา รอยขาดของรองเท้าข้างขวาด้านในทำให้ฝีเท้าทุกก้าวที่ผมเดินกระทบลงสู่พลาสติกหนาเป็นสันเข้าอย่างจัง และตอนนี้มันทำให้ส้นเท้าข้างขวาของผมเริ่มเจ็บเข้าแล้ว

หลังจากที่เดินผ่านโรงพยาบาลสินแพทย์ไปได้ประมาณ 2 ป้าย ผมก็นั่งลง จัดระเบียบรองเท้าใหม่ โดยเลื่อนแผ่นรองเท้าให้กระชับขึ้น และลุกขึ้นเดินต่ออย่างกระตือรือร้น จนมาถึงแยกกิโลเมตรที่แปด รถและควันพิษตรงแยกนี้เยอะเหลือเกิน ผมเดินเลี้ยวซ้ายไปยังถนนนวมินทร์-สุขาภิบาล 1 เพื่อมุ่งหน้าสู่บ้านผมในแฮปปี้แลนด์

โห ... เหลืออีกตั้งไกล ผมคิด ตอนนั้นเดินผ่านป้ายรถเมล์แล้วรถเมล์ที่ผ่านบ้านผมก็มาจอดเข้าพอดี ถ้าหากเราเลิกล้มแล้วนั่งรถก็คงจะถึงในไม่ช้า แต่ก็ได้แต่คิดอีกนั่นแหละ เพราะถ้าขึ้นรถไปเดี๋ยวนั้น วันหน้าผมก็ต้องมาเดินใหม่อยู่ดี วันนี้เราต้องซื่อสัตย์กะตัวเอง สักวัน ให้ได้สิน่า...


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:12:24 น.  

 
ตั้งแต่เช้า ผมดื่มแค่กาแฟถ้วยเดียว แซนด์วิช 1 อันกับขนมปังปิ้งอีกนิดหน่อย เมื่อผมเดินผ่านร้านสมพงษ์หมูกะทะ จึงคิดถึงเรื่องอาหาร มันทำให้ท้องผมร้องขึ้นมาอีกครั้ง คิดได้ว่า หากเดินท้องว่างต่อไปอย่างนี้ ท้องฟ้าคงมัวมืดก่อนเวลาเป็นแน่ แต่ก็ยังเดินต่อไปนะ ตอนนี้ถึงซอยปัญจมิตร 1 เห็นแม่ค้าส้มตำเข็นรถขายของออกมาจากซอย มุ่งหน้าไปทางเดียวกับผม เห็นร่มคันใหญ่นั่น บวกกับส้มตำ หมูย่าง ปลาดุกย่างร้อนๆ เห็นแล้วมันน่าเข้าไปช่วยเข็นจัง

ผมเดินไปถึงโรงพยาบาลศรีสยาม เท้าผมเจ็บมากขึ้นแต่ก็ยังเดินได้เต็มเท้าอยู่ แม่ค้ายังเดินตามผมมาติดๆ จนตอนผมนั่งพักที่หน้าเทสโก้ โลตัสสุขาภิบาล 1 แม่ค้าก็ยังรักษาระดับความเร็วอย่างคงเส้นคงวา และกำลังจะแซงผมไปในไม่ช้า สัญชาตญาณนักแข่งมีอยู่ในทุกคน (ตามโฆษณายางไฟร์สโตน) ผมจึงลองเข้าไปตีสนิทด้วย (ตีสนิทกะศัตรู อิอิ ล้อเล่น) ผมเดินค้อมหัวเข้าไปในร่ม (ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับเชิญ) ร่มคันใหญ่นี้ป้องกันแดดทุกทิศทางจริงๆ แล้วผมก็เริ่มสนทนากับแม่ค้า


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:12:36 น.  

 
แม่ค้าเป็นหญิงรูปร่างผอมเล็กอายุประมาณ 30-40 ได้ ผิวมีสีคล้ำและมีส่วนหนึ่งที่ใบหน้าที่เหมือนถูกแดดเผา สิ่งที่น่ารักมากคือเวลาแกยิ้มแกจะไม่สนเลยว่ารอยเหี่ยวย่นที่หน้าจะทำให้เสียความมั่นใจ ฟันเหลืองๆ แต่ยังเรียงได้ครบแทบทุกซี่คือความจริงใจที่เห็นแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ระหว่างทางที่เดินด้วยกัน ผมได้รู้ว่าแม่ค้าเป็นคนจังหวัดนครปฐม มาอยู่ กทม. ได้สิบกว่าปี มีลูกสาวหนึ่งคนเรียนอยู่โรงเรียนเอกชน ลูกสาวแกอายุเท่าๆ ผม เมื่อผมได้รู้ผมจึงถามกลับไปว่าทำไมไม่เรียนรัฐบาล เพราะลูกสาวแกก็เรียนสาขาเดียวกันกับสาขาที่วิทยาลัยของผมมี แม่ค้าได้ให้เหตุผลว่า ลูกสาวแกกลัวจะไม่มีรถเข้าถึงโรงเรียนหรืออะไรแบบนั้น ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรดี แต่เห็นว่าน่าเสียดายที่เข้าเรียนโรงเรียนเอกชนค่าเทอมเป็นหมื่นแทนที่จะเข้าโรงเรียนรัฐบาลซึ่งไม่เสียค่าเทอมสักบาท แล้วภาระค่าใช้จ่ายก็มาตกอยู่ที่ผู้เป็นแม่ซึ่งมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายส้มตำ และเดินเข็นมาขายไกลไกล๊ไกล


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:13:05 น.  

 
ประมาณ 11.30 น. แม่ค้าก็มาถึงหน้าธนาคารแห่งหนึ่ง เมื่อเข็นรถไปตั้งที่ประจำซึ่งแม่ค้าคนอื่นๆ ยังเหลือที่ไว้ให้แกอย่างพอดิบพอดี แม่ค้าแกถูกแซวจากเพื่อนร่วมงาน ว่าวันนี้ควงหนุ่มมาด้วยน้า ก็ขำไปตามๆ กันหลายร้าน ดูแล้วอบอุ่นดีจัง คิดถึงตอนที่เราออกฝึกงานเทอมหน้าหรือตอนทำงานตอนโตจริงๆ จะมีเพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตรกับเราอย่างนี้มั้ยนะ ตอนนี้ผมคลายเหนื่อยลงไปเยอะ ก่อนอำลา ผมได้อุดหนุนหมูปิ้งมา 5 ไม้พร้อมข้าวเหนียวอีกสามบาท (หมูปิ้งได้น้อยเพราะตอนนี้หมูแพง ปกติแกจะขายแต่ไก่ย่าง แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นหมูย่างกับปลาดุกย่างไปก่อน) แล้วก็เดินต่อไป

ผมเดินหาเซเว่นอีเลฟเว่นอยู่นาน เพราะอยากซื้อน้ำดื่ม ตอนนั้นยังไม่ค่อยหิวน้ำ แต่อยากซื้อเอาไว้กินกับหมูย่าง แล้วก็เจอร้านอาหารตามสั่งริมถนนแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเองที่ผมได้จ่ายเงินไป 5 บาทเพื่อแลกกับน้ำเปล่าขวดขนาด 1 ลิตร เป็นพลาสติกบางๆ แล้วก็เดินต่อไปจนถึงโรงเรียนเบญจมินทร์ ที่นั่นมีป้ายรถเมล์ป้ายหนึ่งใกล้ๆ มีหลังคาคุ้มแดดได้ดี เอาล่ะ ใกล้เที่ยงแล้ว ทานอาหารเที่ยงเสียเลย ผมก็นั่งลง ป้ายรถเมล์นี้มีคนมารอรถน้อยประมาณ 2-3 คน ผมหยิบเอาหมูย่างไม้แรกออกมาแล้วทานหยุบหยับด้วยความหิวตามด้วยปุ้นข้าวเหนียว ผมทานไปด้วยนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าไปด้วย ก็คนมันกำลังมีความสุขนี่นา รถเมล์มาจอดกี่คันๆ คนบนรถก็มองมาที่เราทั้งนั้น ปากเราก็เคี้ยวตุ้ยๆ มองกลับไป คิดดูแล้วก็น่าขำเหมือนกัน


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:13:19 น.  

 
ที่ป้ายรถเมล์นี้เองที่ผมได้เจอพ่อแม่ลูกครอบครัวหนึ่ง เป็นลูกชายอายุไม่น่าจะเกิน 2 ขวบ สวมถุงเท้าสีสดใสและรองเท้าผ้าใบสุดเท่ แต่ด้วยประสาของเด็ก เด็กชายน้อยๆ คนนี้ก็ได้เอามือเอื้อมไปยืดๆ ถุงเท้า เพียงสองสามครั้งเท่านั้นแหละ แม่ก็เพี้ยะเข้าให้ อะโห ทำเอาหมูย่างผมสะดุ้งเลย แล้วเด็กคนนั้นก็ปล่อยโฮ ตามด้วยคำดุของแม่ที่บอกว่า ทำทำไมถุงเท้ายืดหมด แพงนะ แล้วก็พากันเดินจากไปจากป้ายรถเมล์ ไอ้เราก็คิดว่าเด็กมันผิดตรงไหนวะ? สงสารจริงเชียวมีพ่อแม่แบบนี้

แล้วผมก็เดินผ่านปัฐวิกรณ์ ที่ซึ่งวันนี้มีงานกีฬากระชับมิตรอาชีวะ ซึ่งทางรัฐบาลเห็นว่า การนำเด็กอาชีวะมาเล่นกีฬาด้วยกันคงจะทำให้รักกันดี ไม่ต่อยตีมีเรื่องอย่างที่เป็นข่าวครึกโครมไปไม่นาน ผมก็ไม่รู้ว่ามันได้ผลรึเปล่า แต่รู้ว่า ผมไม่ชอบพวกนี้เอาเสียเลย (พวกที่ไม่ดีน่ะ) ผมเห็นเดินกันเป็นหมู่ใหญ่นับสิบ ครองถนนเดินเรียงหน้ากระดานแบบ อะโห ข้าใหญ่มั่ก


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:13:31 น.  

 
เราเดินข้ามฟากไปยังฝั่งตรงข้ามเพื่อหลีกเลี่ยง และเมื่อถึงแยกนวมินทร์ – เกษตรตัดใหม่ ก็ข้ามกลับมาฝั่งเดิมเพราะมันร่มกว่า แล้วจากนั้นก็เริ่มอาการ จุก มากๆ เพราะตอนข้ามถนนเราวิ่ง วิ่ง วิ่ง เจ็บท้องหมดเลย แล้วก็ถึงสันติอโศกจนได้ ถึงตรงนี้อาการจุกท้องเริ่มดีขึ้นจนแทบหาย แต่สิ่งที่เจ็บปวดแทนที่คือ ขาที่เริ่มไร้ความรู้สึก และเท้าที่เจ็บทั้งสองข้าง ถึงตรงนี้ แทบไม่ไหวแล้ว เรานั่งพักที่ป้ายรถเมล์สันติอโศกสักพัก พร้อมหยิบขวดน้ำดื่มคู่ใจขึ้นมาดื่มจนเหลือประมาณ 1/4 แล้วก็จะถอดรองเท้าเพื่อจัดระเบียบเป็นรอบที่หลายสิบอยู่ แล้วทันใดนั้นเอง! เท้าซ้ายก็ถูกกิน! โดยตะคริว! เจ้าประคุณเอ๊ย เก็บสีหน้าเอาไว้ข้างใน เก็บสีหน้าเอาไว้ในใจ เป็นสีหน้าที่เปิดเผยไม่ได้เชียวล่ะ แต่ยังไงเราก็ต้องเดินต่อไป พอค่อยยังชั่วขึ้น จึงเดินกระเผกต่อไป ผ่านอะไรมั่งตอนนั้นไม่ได้สนใจแล้ว บทจะหมดสภาพก็หมดเอาดื้อๆ เลย ทั้งแดด ทั้งเหนื่อย สุดจะบรรยาย ทีนี้เข้าใจเลย คนสมัยก่อนที่ยังไม่มีรถ เดินข้ามเขาเป็นอาทิตย์, เด็กนักเรียนในชนบทที่ไม่มีรถรับส่งต้องเดินเท้ากว่าจะถึงโรงเรียน และผู้ที่หลงทางอยู่กลางทะเลทราย สุดยอด


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:13:42 น.  

 
ผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางก่อนถึงศรีนครพัฒนาไม่มากนัก เดินแทบร่วงผล็อยไปยังเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้หญิงกำลังมองเราด้วยสีหน้าแปลกประหลาด เหมือนกับชาวบ้านที่เดินผ่านเราไปอีกหลายคนก่อนหน้า ที่เห็นสภาพของเราก็คงสะดุดตาอยู่เหมือนกัน เราสั่งน้ำแข็งเปล่ากับโค้ก 1 ขวดด้วยเสียงอันแผ่วเบาจนต้องสั่งใหม่เป็นครั้งที่สอง เค้าคงงงว่าเราไปเหนื่อยไหนมาถึงสภาพขนาดนี้ เราไปนั่งรอที่โต๊ะในร้าน เมื่อได้นั่งเก้ากี้กลม ถึงแม้จะเป็นไม้แข็งกร้าวและไร้พนักพิง แต่ก็เหมือนขึ้นสวรรค์ทั้งเป็นทีเดียว เมื่อน้ำมาถึงเราก็จัดแจงจ่ายเงินไปเลย มือสั่นเทาข้างขวาเทโค้กลงแก้วที่จับอย่างแน่นด้วยมือข้างซ้าย และใช้หลอดดูดน้ำเข้าไปประหนึ่งขาดน้ำมานานเป็นวันๆ จากนั้นอีก 5 นาที หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มดีขึ้น ผมควบคุมสติ และคิดตริตรองเรื่องต่างๆ เฮ้ เราเดินมาเกินครึ่งทาง ค่อนทาง เกือบจะถึงปลายทางอยู่แล้วนี่นา เราท้อถอยไม่ได้หรอก ระหว่างที่คิดๆ อยู่ เสียงมือถือก็ดังขึ้น เรารับสาย ปรากฏว่าเป็นแฟนเราเอง เราก็คุยอย่างไม่เต็มเสียงและเสียงสั่นๆ เพราะเหนื่อย เมื่อเค้ารู้ว่าเราเดินกลับบ้านก็ว่าเราเลยว่าหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ เดี๋ยวก็เป็นไข้ไม่สบายขาเดี้ยงขึ้นมาหรอก รีบนั่งแท็กซี่กลับบ้านไปเลย เราก็เลยขอต่อด้วยเหตุผลว่า เดี๋ยวรอให้เดินถึงแยกแฮปปี้แลนด์ แล้วจะนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าบ้าน 10 บาท เมื่อวางสายเสร็จ เอาล่ะ พลังงานกลับคืนมาบ้างและสภาพร่างกาย (รวมถึงสภาพหน้าตา) ก็คงจะดีขึ้นมามากแล้ว เราก็เดินออกจากร้านทันที


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:13:54 น.  

 
ตอนนี้เวลาประมาณบ่ายแล้ว ดวงอาทิตย์ที่เคยอยู่กลางศีรษะค่อยๆ เคลื่อนตัวไปด้านหน้า เราต้องเร่งฝีเท้าเข้าหน่อย ไม่เช่นนั้น ต้องเดินสวนฝ่าแสงอาทิตย์ที่อาจจะไม่ต่างอะไรเท่าไหร่กับการเดินฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำเมื่อเทียบกันกับสภาพเราขณะนี้แน่ๆ

ผมเดินมาถึงคลองพังพวยจนได้ และนี่ถือว่าเป็นแยกสุดท้ายก่อนถึงแยกแฮปปี้แลนด์แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างคุ้นตาและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะนี่คือที่ที่เรามาขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนทุกเช้ารวมถึงเมื่อเช้านี้ด้วย ยิ่งเดินเข้าใกล้แยกแฮปปี้แลนด์ ยิ่งดีใจ ที่เราเกือบทำสำเร็จ เราเดินมาได้ขนาดนี้ บ่ายโมงสิบห้านาทีแล้ว เหลือแค่วิ่งข้ามแยกนี้ไปสินะ

ว่าแล้วเราก็วิ่งข้ามแยกไป แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เท้าขวาที่เจ็บมาตลอดอยู่แล้วต้องกลับต้องมายอมแพ้ยอมอ่อนข้อให้กับตะคริวอันร้ายกาจเสียอีกข้างนี่แล้ว เท้าซ้ายยังไม่หายดีเลย โอย คราวนี้ยิ่งกว่าอะไรเลย เมื่อผ่านแยกมาไม่นานก็นั่งพักที่ป้ายรถเมล์ก่อน ดื่มน้ำซะจนเกือบหมดขวด ได้แรงฮึดสุดท้าย ตะคริวก็ตะคริวดิวะ ลุกขึ้นมองซ้ายขวาถนนว่างแล้ววิ่งปรู๊ดข้ามไปอีกฝั่งนึงอย่างรวดเร็ว ขวดน้ำที่อยู่ในมือก็เอาขึ้นมาซดจนไม่เหลือแม้หยดสุดท้าย ทิ้งลงถังขยะแล้วเดินอย่างขะมักเขม้นที่สุด เหนื่อยก็เหนื่อยดิ เมื่อยก็เมื่อยดิ อีก 5 นาทีถัดมา มือขวาเราพร้อมชูนิ้วขึ้นในทันใด มอไซเห็นรีบมารับเราแบบไม่รอช้าในทันที

ตอนนั้นแทบจะทรุดลงพื้นอยู่แล้ว มอไซพาซิ่งมาถึงหน้าบ้าน เราจ่ายเงินไป 10 บาทแล้วแถบจะคลานเข้าบ้านเลย พอมาถึงก็เดินขึ้นไปด้านบน แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอันนุ่มสบายคละไอแดดยามบ่าย นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่จำได้ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งเกือบห้าโมงเย็น

การออกเดินทางจากโรงเรียนเข้ามาบ้านครั้งนี้ มีความหมายเท่าชีวิตเราทีเดียว แม้เราจะเหนื่อยสุดขาดใจ แต่ก็เหนื่อยสุดขาดใจพร้อมไปกับความภาคภูมิใจกับความสำเร็จ และถึงจะเป็นความสำเร็จแบบเล็กๆ แต่ก็เป็นความสำเร็จแบบเล็กๆ ที่ได้ประสบการณ์มากมาย เราได้เห็นชีวิตคนข้างนอกนั่น ได้บทเรียน ได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เปิดโลกของตัวเองให้กว้างขึ้น พรุ่งนี้เราคงขาเดี้ยงหรือปวดหัวแน่ๆ เลย แต่มันก็คุ้มค่านะ ลองเอาไปคิดดู สุดท้ายนี้ขออภัยที่เรื่องยาวมากเกินไป เป็นอย่างไรช่วยคอมเม้นต์กันมั่งนะคับ


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:14:07 น.  

 
เราก็ชอบเดินดูข้างทางไปเรื่อยๆนะ

ถ้าเราลดความสนใจต่อตัวเองลง
สนใจผู้อื่นมากขึ้น
เราจะเห็นอะไรหลายอย่างที่เราไม่เคยได้เห็น
แล้วจะรู้สึกว่าโลกใบนี้ยังมีส่วนที่งดงามอยู่มาก
ดีใจที่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์


โดย: รักวันที่แสงแดดสดใสที่สุด (maple_syrup ) วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:29:49 น.  

 
ง่า
เล่ายาวเชียวววว


โดย: บอกอกูรู วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:44:31 น.  

 
อ๋า เจอบักแฮะ

สมมุติว่ากระทู้นี้เป็นโมฆะ


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:44:33 น.  

 
อ๋า เจอบักแฮะ

สมมุติว่ากระทู้นี้เป็นโมฆะ


โดย: ++peter++ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:20:44:56 น.  

 
อย่าสมมุติเลยค่า....อุดส่าอ่านมาตั้งนาน...T_T


โดย: ~cherry cheerleader~ วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:21:49:50 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดด น้องเตอร์ ที่รัก

ว่าแต่ เอ็งจาสมมุติทามมายหว่า


โดย: แมวเหมียวพุงกาง วันที่: 25 ธันวาคม 2547 เวลา:22:33:22 น.  

 


โดย: กำปงพิราเทวี วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:1:31:46 น.  

 
เล่าซะยาวเชียว



โดย: นู๋เองง่ะ วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:2:15:47 น.  

 
มาเยี่ยมนะคับ

: )



โดย: A r t F u l l Y วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:9:49:01 น.  

 
แล้ววันต่อต่อไปจะเดินอีกมั๊ยครับ...น้องเตอร์...
:)


โดย: zanzan วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:12:40:47 น.  

 
เล่นอารายเนี่ย หุหุหุ


โดย: เสือดาว วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:12:58:48 น.  

 
แวะมาเยี่ยม อ่านแล้วหิวอ่ะ ไม่รู้ทำไม


โดย: prncess IP: 61.90.53.85 วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:13:21:40 น.  

 
อ่านเพลินค๊า


โดย: LILY (สาวหน้าใส ) วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:17:57:54 น.  

 
มาอ่านต่อ



โดย: นู๋เองง่ะ วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:21:01:09 น.  

 
หุหุหุ

อ่านแล้ว.. ได้รสชาติมาก..บั๊ดดี้


โดย: ลูกสาวอีฟ (ลูกสาวอีฟ ) วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:22:18:16 น.  

 
• [ แวะมาเยี่ยมไดฯ น่ารัก ๆ ครับ !] •


ไปดู Weblog ผมบ้างนะครับ
คลิกเลยครับ


โดย: เจ้า ก.ไก่ ประกายกาโม่ วันที่: 26 ธันวาคม 2547 เวลา:23:39:33 น.  

 
พี่แวะมา เพราะ เพราะ ตอนนี้เข้าได้แล้ว

55555555555


โดย: พี่เกเร IP: 203.150.101.88 วันที่: 27 ธันวาคม 2547 เวลา:0:16:10 น.  

 
มาแจมครับผม

อ่านไปได้ครึ่งนึงพรุ่งนี้จะกลับมาอ่านต่อนะครับ


โดย: 7-11 Online 24 Hours วันที่: 27 ธันวาคม 2547 เวลา:0:58:27 น.  

 
เข้ามาหาน้องเตอร์ ^^*


โดย: I'M NAN วันที่: 27 ธันวาคม 2547 เวลา:19:13:41 น.  

 



มาสบตาน้องเตอร์คนดี คิคิ




***กลับไปสบตาพี่เกเร***
คลิกตรงนี้..แล้วเจอกัน


 



โดย: เกเร อารมณ์ดี IP: 203.150.99.165 วันที่: 28 ธันวาคม 2547 เวลา:0:18:21 น.  

 

สวัสดีจ้า peter แวะมาทักทายจ้า

สารภาพตามตรงว่าไม่ได้อ่านง่า (มันยาว) -"-



โดย: ฮิปโปปาร์ตี้ วันที่: 28 ธันวาคม 2547 เวลา:17:16:49 น.  

 




มาค้นหาน้องเตอร์...



++ไปเยี่ยมนางผีได้ที่นี่เจ้าค่ะ++

โดย: เชรุมิซัง IP: 203.209.112.126 วันที่: 30 ธันวาคม 2547 เวลา:12:19:04 น.  

 
สวัสดีอีกรอบจ้า..ง่า..เงียบอ่ะ


โดย: ฮิปโปปาร์ตี้ วันที่: 30 ธันวาคม 2547 เวลา:15:24:28 น.  

 

ชะเิวิ๊บบบ ชะแว๊บบบบ มีหน่วยมากู้ชีวิตเราแหล้วววว

ปล น้องเตอร์อัพบล๊อกมั่งป่าวคะเนี่ย
Let's go *Meow-PungGang*

โดย: สวย รวย ดูดี มีชาติตระกูล (แมวเหมียวพุงกาง ) วันที่: 30 ธันวาคม 2547 เวลา:20:35:15 น.  

 


สวัสดีปีใหม่นะจ๊าน้องเตอร์
มีความสุขมากๆ ค่ะ~






+++ ค ลิ๊ ก ที่ นี่ +++
BlogGang ของกำปงค่ะ


โดย: กำปงพิราเทวี วันที่: 1 2548 เวลา:4:01:24 น.  

 
น้องเตอร์ สุขสันต์วันปีใหม่นะจ๊ะ ^^*






*^_^*HAPPY NEW YEAR YAHoo!!!!!!!!!!!!

ปีใหม่นี้ขอให้มีความสุขมากๆนะค๊า... *^_^*





...............*^_^*.................
แวะมาทักทายก็ได้....ไม่กัด งั่มๆ



โดย: I'M NAN วันที่: 1 2548 เวลา:8:34:22 น.  

 
Happy New Year 2005


โดย: ladydunce วันที่: 1 2548 เวลา:16:15:51 น.  

 
พี่เตอร์ จากโรงเรียนพี่เตอร์ถึงบ้านกี่กิโลฯอะ

เดี๋ยวไม่แน่วันไหนบ้าๆ จะลองเดินจากโรงเรียนมาบ้านมั่ง

แต่ว่า สงสัยถ้าได้ทำ ได้น็อคแถวหน้าม.ก่อนแน่เลย


โดย: rommunee วันที่: 1 2548 เวลา:23:58:39 น.  


 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^
ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะค่ะ


...เสือดาว...


 





โดย: เสือดาว วันที่: 2 2548 เวลา:0:37:45 น.  

 


*~ มาทักทายเพื่อนเก่า ~*



ไปเยี่ยมเรามั่งเน้อ
^_________^



โดย: โคอาล่าบ้องแบ๊ว วันที่: 3 มกราคม 2548 เวลา:10:56:21 น.  


 
สวัสดีครับ...สบายดีมั้ยครับ


โดย: กระบี่สามแจ้ง IP: 203.150.217.117 วันที่: 11 มกราคม 2548 เวลา:1:52:00 น.  

 
ไง


โดย: Teru IP: 203.156.47.110 วันที่: 17 มกราคม 2548 เวลา:16:24:05 น.  

 
0831153741
โทหาบ้างนะ


โดย: น้ำอิง IP: 125.27.93.126 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:40:17 น.  

 
เรียนเก่งๆนะ ..... รักนะ จากจุ๊


โดย: คนหน้ารัก IP: 61.19.121.180 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:20:09:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

++peter++
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





You Always Give Me Rights
Make Me See the Truths
For This Fascinate Life
I Also Got From You

In This Crazy World
And the Books of Lies
Without You Here With Me
I would Defenitely Die....







ส่งหลังไมค์ถึง ++peter++
Friends' blogs
[Add ++peter++'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.