Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
30 มกราคม 2554
 
All Blogs
 

ดีใจทุกครั้งที่ได้กลับเมืองไทย แต่ไม่ใช่ครั้งนี้...




ถ้าจะได้กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ เราจะรู้สึกดีใจทุกครั้ง

เพราะยังไงซะ เมืองไทยก็คือบ้าน

บ้านที่เราอยู่มาตั้งแต่เกิด บ้านที่เราโตมา บ้านที่เราอาศัยมาตั้งแต่เล็กจนโต



คิดถึงอะไรหลาย ๆ อย่างที่เมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง อาหารการกิน ฯลฯ

ฉะนั้น เวลาจะได้กลับเมืองไทยทีไร รู้สึกดี๊ด๊าทุกที


แต่ไม่ใช่ครั้งนี้...


ไม่ใช่ครั้งที่ต้องกลับไปร่วมงานศพใครก็ตาม






เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มกรา 54 ที่ผ่านมา

พอเราเปิดคอมได้สักพัก ก็เห็นลูกพี่น้องโทรมาหา ซึ่งปกติเขาจะไม่โทรหาเราก่อน


น้องก็ถามหาบัตร MK เราใบเก่า เพราะเราได้บัตรใหม่ซึ่งเขาส่งมาให้ที่บ้าน

แต่ต้องเอาหมายเลขในบัตรเก่าไปยืนยันเสียก่อน

เราก็บอกว่างั้นเดี๋ยวไปเอาให้ รอแป้บ



แต่ก่อนที่เราจะไปหยิบัตรให้นั้น แล้วเราก็ได้ยินน้องถามเราว่า "พี่เปิ้ลรู้ยัง"

แล้วน้าเราก็เบรกเอาไว้ เขาบอกว่า "เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งบอก"


เราก็เริ่มงงล่ะสิ อะไรหว่า



แต่น้องเรามันก็ตัดสินใจพูดเลย ไม่รออะไรทั้งนั้น


"รู้หรือยังว่าปู่ตายแล้ว"


แน่นอนแหล่ะว่า พอได้ยิน เราก็ตกใจและงง แต่ก็คิดเดี๋ยวนั้นแหล่ะว่าปู่ใครวะ

เพราะปู่น้องเราเขาเสียไปหลายสิบปีแล้ว ฉะนั้นมันก็เหลือแต่ปู่เราสิ



แต่ตอนนั้น ในใจมันยังค้านอยู่ว่า ไม่ใช่หรอก ต้องไม่ใช่ปู่เรา ก็เลยถามไปว่า


"ปู่ใครแอม"


"ปู่พี่เปิ้ลแหล่ะ"



ตอนที่ได้ยินก็งงนะ ทำอะไรไม่ถูก จำได้ว่าร้องออกมาว่า


"หา !"



แล้วก็ถามว่า "ทำไมอ่ะ ปู่เป็นไร"


น้องก็บอกว่าไม่รู้



เท่านั้นแหล่ะ ไม่รู้ว่าน้ำตามันมาจากไหน

จำได้ว่าร้องโหมาก อย่างแรง จนสามีตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น





เราเองก็ทำอะไรไม่ถูก ก็เลยลุกขึ้น เดินไปหยิบหมายเลขบัตรมาบอกน้อง

แล้วก็บอกให้น้องรอก่อนอย่าเพิ่งออฟไลน์



เราก็เลยร้องไห้ไป บอกสามีไปว่า ปู่เราเสียแล้ว


พอสามีเห็นเราร้องไห้ เขาก็ทนไม่ไหวร้องตามเหมือนกัน



จากนั้นนึกขึ้นได้ก็เลยโทรหาแม่ ถามแม่ว่าปู่เป็นอะไร

แม่ก็บอกว่าไม่รู้ เพราะโทรหาอาเราไม่ติด รู้แต่ว่าอาเรากำลังนั่งรถกลับบ้านอยู่


คุยกับแม่ไปก็ร้องไห้ไป


แม่เลยปลอบเราว่า "ปู่เขาไปสบายแล้วนะ"



แม่ก็บอกว่า เมื่อวานเพิ่งจะไปเยี่ยมปู่มาเอง ยังดีนะที่ได้ไปหาปู่ก่อน


แล้วเราก็เลยวางหูกับแม่ แล้วก็ไปบอกน้องต่อว่าให้โทรหาน้องชายเรา


แล้วบอกว่า ให้บอกอาว่า ให้สวดหลาย ๆ คืน รอเราก่อน



ตอนนั้นคิดได้แค่ว่า ปู่อาจจะเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า เพราะปู่แข็งแรง ไม่เจ็บไข้



จากนั้นเราก็จัดแจงรีบหาตั๋วกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุด


เช็คจากเว็บไซต์ของ EVA ก็ยังโชคดีที่ตั๋วของวันที่ 4 มกรายังว่างและราคาไม่ถึงพันยูโร

จากนั้นก็ลองเช็คตามเว็บเอเจนซี่ต่าง ๆ เผื่อจะมีถูกกว่านี้



ก็เลยหันไปถามสามีว่า ถ้าได้ตั๋วราคาถูกมาก ๆ เธอจะกลับกับฉันไหม

สามีบอกว่าอยากกลับ



แต่เอาเข้าจริง สามีเรากลับกับเราไม่ได้หรอก เพราะเราไม่มีเงินจ่ายค่าตั๋วของทั้ง 2 คน

แล้วถ้าเขาไม่ทำงาน พอเรากลับมา พวกเราจะลำบาก

เพราะทุกวันนี้รับเงินเป็นรายชั่วโมง วันไหนไม่ไปทำงานก็ไม่ได้เงิน



แต่เราอยากให้สามีเรากลับด้วย เพราะเรากลัวว่าเราจะร้องไห้คนเดียว แล้วจะทำอะไรไม่ถูก


สามีเราก็เลยโทรบอกแม่เขา ว่าปู่เราเสีย

และบางทีถ้าเราจะไปเมืองไทยทั้งคู่ อาจต้องยืมเงินแม่ไปก่อน

อันนี้แม่สามีเราไม่ได้ว่าอะไร โอเคทุกอย่าง

สุดท้ายเราก็ไม่ให้สามีไปด้วย เพราะไม่งั้นจะลำบากกันทีหลัง



หลังจากเช็คราคาตั๋วแล้ว ไปถามราคาเองจากเอเจนซี่ถึงที่เลยก็แล้ว

สรุปว่า เราได้ราคาที่ดีกว่าจากเว็บไซต์สายการบิน EVA เอง



ยังโชคดีที่บัตรเครดิตเรายังไม่ได้ยกเลิก แถมวงเงินยังเหลือ

เลยเอาบัตรเครดิตเราซื้อตั๋วไป แล้วค่อยกดเงินไปจ่ายค่าตั๋วกับบัตรเครดิตที่เมืองไทย


โชคยังดีที่ยังพอมีเงินไว้จ่ายค่าตั๋วครั้งนี้ แต่ก็หมดตัวเลยเหมือนกัน




ก่อนซื้อตั๋วก็ตัดสินใจว่าจะเอาบุ๊กกิ้งคลาสไหนดี ราคาต่างกันไม่ถึงร้อยยูโร

แต่ถ้าเอาบุ๊กกิ้งคลาสต่ำสุด แล้วเกิดจำเป็นต้องเปลี่ยนตั๋วมา มันเปลี่ยนไม่ได้

แถมสะสมไมล์ไม่ได้อีกด้วย


ก็เลยขยับมาบุ๊กกิ้งคลาสที่สูงขึ้นมาอีกนิด เพราะถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนตั๋วขึ้นมา

ก็จะเสียค่าธรรมเนียมอีกร้อยกว่ายูโร (ถ้าจำไม่ผิด)


สรุปแล้วได้ตั๋วที่ราคา 8 ร้อยต้น ๆ ค่อยยังชั่วหน่อย เสร็จไปหนึ่งอย่าง



เมื่อได้ตั๋วเรียบร้อยก็จัดแจงบอกน้องไปว่าเราจะกลับวันไหนถึงเมืองไทยเมื่อไหร่

น้องจะได้มารับถูก




ต่อมาก็เตรียมตัวไปรร.ในวันอังคาร คือวันพรุ่งนี้


มีเรียนบ่ายโมง แต่ตอนสายต้องเตรียมตัวโทรบอกอำเภอว่าเราจะขาดรร.

ก็จัดแจงโทรหา contactpersoon ก็บอกเหตุผลไป พร้อมกับบอกว่าจะขาดไปกี่วัน

เขาก็บอกว่าไม่มีปัญหา


เสร็จไปอีกหนึ่ง ก็เหลือแต่เตรียมตัวเก็บของกับบอกครูที่รร.




ไปเรียนบ่ายโมง มีเรียนห้องคอมฯ ก่อน พอดีครูเราเดินมาเช็คพอดี


แกก็ทักทายตามปกติ ถามไถ่ว่าสบายดีไหม

เราก็บอกว่า "ไม่ค่ะ"

ครูก็ถามว่าทำไม เราเลยบอกว่าปู่เราเสีย แล้วเราต้องกลับเมืองไทยคืนนี้

แล้ววันนี้ก็ขออนุญาตกลับบ้านเร็ว เพราะต้องไปเตรียมตัวเก็บของ

ครูก็แสดงวามเสียใจแล้วก็อนุญาตให้กลับเร็วได้



ได้เวลาสามีก็มารับที่รร. พอดีเขามารับได้เพราะเขาต้องไปทำงาน 4 โมงเย็น

แต่เราขอออกก่อนเวลา เขาเลยมารับ จะได้ไม่ต้องขึ้นรถเมล์กลับบ้านเอง



แล้วเดี๋ยวประมาณ 17.30 แม่สามีกับพ่อเลี้ยงสามีจะมารับเราที่บ้านเพื่อไปส่งที่สนามบิน

ที่สามีไม่ไปส่ง เพราะเราบอกว่าไม่เป็นไร ไปทำงานเถอะ

ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดก็คือ เงิน ถ้าไม่ทำก็ไม่มี



เราก็กลับบ้านเพื่อเตรียมตัว อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว เก็บของลงกระเป๋า


แต่พ่อแม่สามีดันมาถึงเร็ว เรากำลังอาบน้ำอยู่ยังไม่เสร็จ

พออาบเสร็จก็เลยรีบยัดเสื้อผ้าที่กองไว้ลงกระเป๋า

แต่งตัวเสร็จก็รีบยกกระเป๋าลงมา สำรวจดูบ้านช่องว่าปิดเรียบร้อย แล้วก็ไป





ตอนอยู่บนเครื่อง ก็ได้นั่งติดกับคุณน้าคนไทย

แกก็บอกว่า แกก็กลับไปงานศพเหมือนกัน แม่แกเสีย

เราเลยบอกว่า หนูก็กลับไปงานศพปู่เหมือนกันค่ะ


แกเลยบอกว่า แหม ประจวบเหมาะ คนตั้งเยอะ ได้มานั่งติดกัน

แถมต้องกลับไปงานศพเหมือนกันอีก

แกก็เลยบอกว่า อย่าลืมโทรหาน้าบ้างนะ แกก็บอกเบอร์ไว้





พอถึงเมืองไทย ก็เลยรู้ว่าปู่เสียคงเพราะเป็นลม

เพราะญาติ ๆ กันที่อยู่บ้านใกล้กัน เขาเห็นปู่ฟุบลงกับโต๊ะ

พอเข้าไปใกล้ก็รู้ว่าปู่เสียแล้ว





วันเผา เรากลั้นน้ำตาแทบตายตอนที่เขาเปิดโลงศพ

อดีตลูกสะใภ้อย่างแม่เราก็ร้องไห้ด้วย เพราะเราเห็นแม่ตาแดง จมูกแดง





เรายังรู้สึกดีอยู่นิดหน่อยที่เมื่อเดือนตุลาได้กลับไปก็ได้กลับไปเยี่ยมปู่

มีเวลาเมื่อไหร่ก็จะต้องไปหาปู่ แม่เราก็จะไปบ้างนาน ๆ ครั้ง

ไปทีไรก็จะเอาของกินของใช้ไปให้ปู่ทุกที




นี่ถ้าเราไม่ได้ไปเยี่ยมปู่มาเลยเมื่อกลับไทยไปครั้งล่าสุด เราคงรู้สึกเสียใจยิ่งกว่านี้



ย้อนนึกไปถึงว่า เคยฟังธรรมะ พระท่านเคยพูดว่า


คนเราบางคน เมื่อตอนที่พ่อแม่ ญาติพี่น้องมีชีวิตอยู่

ไม่เคยไปเหลียวแล ไม่เคยไปเยี่ยม

แต่พอตอนท่านเหล่านั้นเสียขึ้นมา จะมาร้องไห้เสียใจว่าตนยังไม่ได้ดูแลท่านเหล่านั้นเลย



ก็แล้วเมื่อตอนที่ยังมีเวลา กลับบอกว่า ไม่มีเวลาบ้างหล่ะ ไม่ว่างบ้างหล่ะ เดี๋ยววันหลังนะ ฯลฯ


คนเรามีเวลาเท่ากันทุกคนนะคุณโยม แต่มันขึ้นอยู่กับว่าจะบริหารเวลายังไงต่างหาก



คนบางคนบอกไม่มีเวลากลับไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่กลับมีเวลาไปเที่ยวกับแฟน


คนบางคนบอกยังหาเวลาว่างติด ๆ กันเพื่อกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ไม่ได้

แต่กลับหาเวลาว่างไปเยี่ยมพ่อแม่แฟนได้


คนบางคนไม่เคยกลับไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่เลย กลับไปอีกทีก็พ่อแม่จำหน้าลูกแทบจะไม่ได้


คนบางคนบอกงานยุ่ง ลางานไม่ค่อยได้ ต้องทำงาน

แต่สามารถหาเวลาลางานเพื่อไปเที่ยวได้


คนบางคนหาเวลาว่างได้อีกที ก็ตอนที่ต้องกลับไปงานศพพ่อแม่ญาติพี่น้องนั่นแหล่ะ




ได้ฟังพระท่านพูด แล้วก็ยังทำให้นึกได้อีกอย่างหนึ่งว่า


"อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง"





เมื่อได้เวลากลับเมืองไทย เราก็กลับมาพร้อมอาการหวัด


ขึ้นเครื่องมาก็กินยาแล้วก็หลับเป็นตาย หลับตลอด

เด็กร้องไห้พร้อมกันทั้งหน้า หลัง เรายังแทบไม่รู้สึกตัวตื่นเลย

ค่อยยังชั่ว ไม่งั้นคงแย่แน่








 

Create Date : 30 มกราคม 2554
21 comments
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2554 4:26:01 น.
Counter : 1090 Pageviews.

 

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
คุณปู่ท่านไปสบายแล้ว..

 

โดย: kamaron 30 มกราคม 2554 23:45:39 น.  

 

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ

 

โดย: autumnAii 31 มกราคม 2554 0:24:19 น.  

 

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ.. มันเป็นธรรมดาของโลกค่ะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย .. ท่านไปสบายแล้วค่ะ

เราพยายามกลับเมืองไทยอย่างน้อยปีละครั้งเพราะพ่อกับแม่เราอายุเยอะแล้ว อยากทำดีเยอะๆกับท่านก่อนที่ท่านจะเสีย เพราะจะได้ไม่เสียใจทีหลังว่าตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ไม่ได้ดูแล

ตอนคุณย่าเราเสีย เราไปงานศพไม่ได้ค่ะ ตอนนั้นอยู่เมืองไทยนะคะ ติดเวร ขอแลกเวรกับใครก็ไม่ได้ เราเสียใจมากๆเลย เพราะเวลาใครให้เราอยู่เวรแทน หรือแลกเวรกับใคร เราก็ให้เค้าตลอด ถึงเวลาของเรา เรามีความจำเป็นกลับไม่มีใครสนใจเลย

อย่างน้อยคุณก็ได้ร่วมงานศพท่านนะคะ เสียใจได้แต่อย่าเสียใจนาน เพราะคุณปู่คงไม่สบายใจค่ะ ..ตอนนี้ทำดีกับคนที่เหลืออยู่ให้มากที่สุดนะคะ

 

โดย: ลูกแม่ดอกบัว 31 มกราคม 2554 0:27:58 น.  

 

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ ดิฉันเองกลับไทยแต่ละปีก็จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้นานที่สุดค่ะ บางครั้งก็จะให้สามีไปเที่ยวกับเพื่อนหรือว่าครอบครัวเขา ส่วนดิฉีนขออยู่บ้านกับคุณแม่ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ดิฉันท่านแยกทางกัน อยู่คนละบ้านค่ะ ดิฉันจะไปเยี่ยมคุณพ่อทุกครั้งที่กลับไทย และจะไปนอนค้างที่บ้านท่านด้วย ถ้ามีโอกาสก็จะพาคุณแม่และคุณพ่อ(แต่แยกทริปกันนะคะ) ไปเที่ยวที่ๆท่านอยากจะไปค่ะ ซื้ออาหารที่ท่านอยากทานไปให้ มีอยู่ครั้งนึงคุณพ่อท่านไม่สบายต้องนอนโรงพยาบาลค่ะ แต่ท่านห้ามพี่น้องดิฉันบอกดิฉันค่ะ พอดิฉันรู้ทีหลังที่ท่านออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว ดิฉันก็เสียใจมากและก็ร้องไห้มากมายเลยค่ะ พาลนึกเกลียดตัวเองที่ย้ายมาอยู่กับสามีที่นี่ คุณพ่อดิฉันท่านพูดกับดิฉันว่าที่ไม่บอกเพราะไม่อยากให้ดิฉันไม่สบายใจค่ะ ท่านว่าถ้าท่านเป็นอะไรไปดิฉันก็คงจะไปดูใจท่านไม่ทันแน่ๆ ดิฉันว่าอย่างไรท่านก็ต้องรอดิฉันค่ะ คุณพ่อคุณแม่ของดิฉันท่านอายุมากแล้วค่ะ คุณแม่สุขภาพค่อนข้างแข็งแรงเพราะไม่เคยเจ็บป่วย ส่วนคุณพ่อท่านมีโรคประจำตัวค่ะ ดิฉันคงทำได้ดีที่สุดก็แค่ตอนกลับไทยแต่ละครั้งค่ะ ทำดีที่สุดเท่าทีจะทำได้ในตอนที่ยังมีเวลาให้แก่กันค่ะ

 

โดย: sunisaogkim IP: 87.72.241.38 31 มกราคม 2554 3:59:53 น.  

 

สวัสดีคุณ sunisaogkim ค่ะ

เราเองก็คิดแบบเดียวกันค่ะ คือพยายามจะกลับเมืองไทยทุกปีถ้าเป็นไปได้

เพราะอย่างน้อยเวลาเรากลับไป เราก็ยังได้อยู่กับครอบครัวญาติพี่น้อง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมา อย่างน้อยก็ยังบอกกับตัวเองได้ว่า

"เราก็ยังได้เจอเขา ใช้เวลาอยู่กับพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย"

 

โดย: อารีรัตน์ 31 มกราคม 2554 4:18:44 น.  

 

ขอแสดงความเสียใจย้อนหลังกับการสูญเสียคุณปู่ด้วยคนนะจ๊ะเปิ้ล ขอเป็นกำลังใจให้นะ ทุกคนต่างก็มีวาระสุดท้ายเป็นของตัวเองนะเปิ้ล เว้นแต่ว่ามันจะมาถึงเมื่อไหร่ ขอเพียงแต่เมื่อมีชีวิตอยู่ก็กระทำแต่ความดีและตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาทเนาะ

พี่ไล่ไปไล่มาเหมือนว่าเราอยู่อยู่เมืองไทยช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเลยนะ (พี่ไปเมืองไทย 10-25 มกราอ่ะจ้ะ) ช่วงอยู่เมืองไทยพี่ไม่ค่อยเข้าเน็ตเพราะที่บ้านไม่มีคอมฯอ่ะจ้ะ ไปใช้เครื่องที่ร้านก็ไม่ทันใจ เม้นหาเพื่อนๆได้ไม่กี่คนเอง บางคนคลิกเข้าไปกะจะเม้นแล้วก็แฮ้งค์ไปเลย

ยังไงเสียพี่ตาก็ยังยืนอยู่ข้างๆเปิ้ลเน้อ

 

โดย: พี่ตา (เกลือหนึ่งกำน้อย ) 1 กุมภาพันธ์ 2554 16:57:48 น.  

 

อืม นั่นสิ เรากลับไปไทยสองอาทิตย์เหมือนกันเลยอ่ะจ้ะ ต่างวันกันนิดหน่อยเองเนาะ แต่จะว่าไป..ถึงพี่รู้ เราก็คงไม่ได้เจอกันง่ายๆอยู่ดีนะ เพราะเปิ้ลก็ยุ่งกับงานฌาปณกิจศพคุณปู่และกับครอบครัวที่เมืองไทย บ้านพี่อยู่กาญจน์อ่ะจ้ะ เปิ้ลอยู่ใกล้พี่อ๊ะเปล่า? ถ้าใกล้งวดหน้าจะได้นัดพบกันไง อิๆๆ

 

โดย: เกลือหนึ่งกำน้อย 1 กุมภาพันธ์ 2554 17:45:24 น.  

 

มาอยู่ที่นี่สิ่งที่กลัวที่สุดคือเสียงโทรศัพย์จากทางบ้านเพราะนั่นหมายถึงเหตุการณ์ไม่ปกติ
พยายามจะคิดว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาแต่ทำไม่ได้สักที
ส่วนเรื่องเงิน สู้สู้นะเปิ้ล เงินไปเที่ยวเดี๋ยวก็มา

 

โดย: makampom-ta 1 กุมภาพันธ์ 2554 22:16:12 น.  

 

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ




คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ




คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

 

โดย: ภายใต้ 3 กุมภาพันธ์ 2554 11:18:53 น.  

 

ใช่เลยค่ะ น้องเปิ้ล
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง
กับคนที่เรารักเนี่ย ทำทุกวันให้ดีที่สุดจ้ะ


กร๊ากส์ ..บัตรใหม่ งามกว่าจ้ะน้องเปิ้ล
หน้าบานมั่กๆๆๆ
หน้าหนาวเพลินกินชีสเยอะไปหน่อย

 

โดย: Sao'Padlung 4 กุมภาพันธ์ 2554 0:54:12 น.  

 

เสียใจด้วยค่ะ เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราไม่อยากให้คนที่เรารักจากไป

 

โดย: พนอจัน (พนอจัน ) 4 กุมภาพันธ์ 2554 7:18:25 น.  

 

คลายเศร้าเรื่องคุณพ่อหรือยังจ๊ะ? ไปเที่ยววัดกับพี่ตากันนะ

 

โดย: เกลือหนึ่งกำน้อย 6 กุมภาพันธ์ 2554 18:37:28 น.  

 

ขอบคุณที่มาเม้นใน Blog นะครับ แม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกันก็ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ

 

โดย: GuruPAUL@JBS 7 กุมภาพันธ์ 2554 19:12:26 น.  

 

เสียใจเรื่องคุณปู่ด้วยค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้คุณอารีรัตน์และครอบครัวค่ะ ยังไงก็ขอให้เข้มแข็งนะคะ คุณปู่ท่านหลับสบายแล้วค่ะ ท่านไม่ต้องทุกข์โศกใด ๆ เหมือนพวกเราที่อยู่บนโลกนี้ ต้องดิ้นรนกันไป ชีวิตคนเราบางทีมันก็สั้นเสียจริง ๆ ค่ะ บางอย่างเกิดขึ้นอย่างที่เราคาดไม่ถึง แต่เรื่องความตายเราไม่สามารถหลีกหนีไปได้ สักวันหนึ่งก็ต้องเป็นวันของเรา อย่าเสียใจเลยนะคะ ยีนส์เชื่อว่าคุณปู่คงเฝ้าดูแลคุณและครอบครัวอยู่ไม่ไกลค่ะ

หนึ่งกำลังใจที่มี ขอมอบให้คุณอารีรัตน์และครอบครัวค่ะ

 

โดย: roslita 8 กุมภาพันธ์ 2554 12:13:11 น.  

 

เสียใจด้วยนะคะ
ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีและขอให้จขบ.กลับมาเข้มแข็งเร็วๆค่ะ ท่านไปสบายแล้วนะคะ เดินทางไปกลับ ปลอดภัยและโชคดีนะคะ

 

โดย: ภายใต้ 8 กุมภาพันธ์ 2554 13:46:32 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ สบายดีนะคะ
วาเลนไทน์, หมี, AG, น่ารัก




Have a good time นะคะ ^_^

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ


มาส่งกำลังใจค่ะ

 

โดย: ภายใต้ 9 กุมภาพันธ์ 2554 11:49:10 น.  

 

 

โดย: ภายใต้ 11 กุมภาพันธ์ 2554 11:01:58 น.  

 

สวัสดีจ้ะเปิ้ล สบายดีหรือไร? วาเลนไทน์นี้ขอให้มีความสุขและความรักหวานชื่นทุกคืนวันเน้อ

 

โดย: พี่ตา (เกลือหนึ่งกำน้อย ) 13 กุมภาพันธ์ 2554 16:04:13 น.  

 

กลัวเหมือนกัน เราไปอยู่ไกล แม่คิดถึงแย่เลย และถ้าเกิดอะไรขึ้น ทำงัย

 

โดย: ริน IP: 101.108.143.51 11 มิถุนายน 2554 17:46:13 น.  

 

สวัสดีคะ ดิฉันอยากรู้จักคุณค เเละอยากได็ความรู้เกีี่ยวกับชายดัช เพาระดิฉันคบกับคนที่amsterdam about 1 years แต่ยังไม่รู้อะไรมาก คะ ขอควา กรุณาคุณ ได้ไหมคะ Thanita praikheaw facebook ka i hope u help me soon thank you

 

โดย: bungkee IP: 125.26.174.100 10 กุมภาพันธ์ 2555 17:34:46 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณ bungkee

ดิฉันไม่ได้เข้าบล็อกเลยค่ะ เพราะหาเวลาว่างนาน ๆ ไม่ได้เลยค่ะ

ดิฉันหาชื่อคุณที่เฟสบุ๊กไม่เจอนะคะ เสริชแล้วค่ะแต่ก็ไม่เจอค่ะ

เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากจะถมคำถาม แนะนำให้อีเมลมาดีกว่าค่ะ เพราะดิฉันเช็คเมลทุกวันค่ะแต่อาจจะไม่ได้ตอบเมลทุกวันค่ะ เพราะเช็คเมลจากมือถือค่ะเนื่องจากโน้ตบุ๊คมีปัญหาค่ะ

alexchocball@yahoo.com

เปิ้ล

 

โดย: อารีรัตน์ 8 เมษายน 2555 0:40:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อารีรัตน์
Location :
N/A Netherlands

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




เปิดอ่านได้ทุก Group Blog เลยนะคะ ไม่หวงค่ะ
เพราะตั้งใจเขียน Blog มาเพื่อให้ทุกคนอ่าน
เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้อื่นบ้าง
เลยอยากแบ่งปันเรื่องราวให้รับรู้กันค่ะ



ภาพใด ๆ ในบล็อกนี้ หากต้องการนำไปใช้
กรุณาช่วยขออนุญาตเจ้าของบล็อกก่อนนะคะ
ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add อารีรัตน์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.