เธอเท่านั้นที่จะเติมสิ่งที่ขาดหาย..ให้สมบูรณ์ <

pennoom
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอบคุณทุก ๆ ท่าน ที่ร่วมเติมเต็ม ความทรงจำอันอบอุ่น
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add pennoom's blog to your web]
Links
 

 

ประสบการณ์ท้องแรก





เห็นคนเค้าเขียนประสบการณ์เรื่องนมแม่กัน เลยอยากจะเอาประสบการณ์จริงของตัวเองออกมาแชร์บ้าง ขอย้อนไปท้องแรก เมื่อปีที่แล้ว (ปี 2552) แค่พอรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ก็เห่อกันอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะตัวเราเองหรือเฮีย (สามี) ซึ่งปกติเป็นคนเงียบๆ ขรึมๆ แต่พอรู้ว่าจะเป็นพ่อคนเท่านั้นแหล่ะ ก็ดูอาการตื่นเต้นของเฮียได้อย่างชัดเจน
เนื่องจากเป็นท้องแรก ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องการดูแลครรภ์ เราได้ซื้อหนังสือ คู่มือการตั้งครรภ์มาเพียบ ไม่ว่าจะเป็นสื่อด้านอื่น แผ่นพับ หรือ วีซีดี ดูแลครรภ์ พัฒนาการของลูกตอนอยู่ในครรภ์ แม้หนังสือที่เกี่ยวกับการดูแลลูกหลังคลอด เราก็ไม่ลืมที่จะศึกษามัน และโรงพยาบาลที่เราให้ความไว้วางใจในการฝากครรภ์ ก็ถือว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านฝั่งธนฯ (บ้านเราอยู่ฝั่งธนฯ ค่ะ) และแน่นอน เมื่อมีการจัดสัมมนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เราสองสามีภรรยา ไม่เคยพลาดสักครั้งที่จะเข้าร่วมกิจกรรม และ โดยเฉพาะตัวเราเอง จะศึกษา เกี่ยวกับประสบการณ์คลอดของแม่ๆ ใน bloggang และห้องชานเรือน หรือ search ในกูลเกิ้ล เราคิดว่า เราน่าจะมีความรู้มากพอสำหรับการเตรียมตัวคลอด
แต่สิ่งหนึ่งที่เรามองข้าม และไม่เคยสนใจมันเลยก็คือ การทำการบ้านเรื่องการให้นมแม่ สิ่งนี้ทำให้เราพลาดโอกาสดีๆ ในการให้นมแม่ โชคดีที่เรามีแม่เรา และ แม่สามีคอยดูแลหลังคลอด แต่ทั้งแม่เราและแม่สามี ก็ไม่ได้เคร่งครัดในเรื่องการให้นมแม่ ทำให้เราไม่ได้กังวล หรือ เตรียมพร้อมเรื่องพวกนี้เลย
เราได้ทำการผ่าคลอด และ ต้องให้น้ำเกลือถึง 3 กระปุก ก่อนที่จะเอาสายปัสสาวะและสายน้ำเกลือออก จากนั้นคุณหมอก็อนุญาตให้เราเดินไปมา เพื่อป้องกันไม่ให้แผลเป็นพังผืด จากประสบการณ์ของแม่ๆ ท่านอื่น บอกว่า การเดินก้าวแรกหลังผ่าคลอดเป็นอะไรที่เจ็บมาก เราได้เตรียมใจกับตรงนี้ไว้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ก็รู้สึกว่า มันก็ไม่ได้เจ็บมากมายเกินกว่าจะอดทนได้ เราเองสามารถเดินจากห้องพัก ไปหาลูกที่ห้องเนิร์สได้ (ในช่วงที่คลอดมีไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 ระบาด ทาง รพ. ไม่อนุญาต ให้นำลูกมาเลี้ยงเองที่ห้องพัก เนื่องจากกลัวติดเชื้อ)

ครั้งแรกที่เราเข้าไปในห้องเนิร์ส ก็เห็นแม่ๆ ท่านอื่น กำลังนั่งให้นมลูกกัน ซึ่งทุกคนต่างใส่ชุดสีชมพูซึ่งเป็นชุดของโรงพยาบาล แววตาที่แม่แต่ละคนมองลูก มันแฝงไปด้วยความเมตตา และ รักอย่างอธิบายไม่ถูก เราเองพอล้างมือ ใช้สำลีเช็ดหัวนมเสร็จ ก็แจ้งชื่อของลูก พยาบาลประจำห้องเนิร์ส อุ้มลูกชายของเรามาให้ และสอนวิธีให้ลูกกระตุ้นน้ำนม ขณะนั้นสังเกตุว่า นะโม(ชื่อลูกชายเรา) กำลังหลับ และทุกครั้งที่มาให้นมนะโม เค้าก็หลับ พอยัดหัวนมเข้าปากได้ เท่านั้นแหล่ะ นะโมก็กระหน่ำดูดนมเพื่อเป็นการกระตุ้นใหญ่เลย เราก็งง ลูกชั้นไปฝึกดูดนมมาจากไหนฟ่ะ ทำไม มาถึงก็ดูดเก่งแบบนี้ แต่ก็ดีนะ ไม่สร้างปัญหาให้เราดี เราให้เค้าดูดข้างละ 15 -20 นาที ตามคำแนะนำของพยาบาล แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำผิด และละเลยที่จะไม่ทำตามคำแนะนำของพยาบาลก็คือ วิธีการให้ลูกเลิกงับหัวนม พยาบาลสอนให้เราใช้นิ้วเขี่ยที่มุมปากเบาๆ แล้วลูกก็จะผละจากเต้าเอง เรารู้สึกว่าเขี่ยแล้วเค้าก็ไม่ผละจากเต้าสักที เลยต้องขยับเต้าออกมาเอง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิด ทำให้การให้นมของเราต้องหยุดไปประมาณ ครึ่งวันเนื่องจากหัวนมเราแตก อาจเป็นเพราะนะโม งับเฉพาะหัวนม คือ งับไม่ถึงลานนมนั่นเอง ก็ปากลูกเราเล็กนิดเดียว ลานนมออกกว้าง จะงับถึงได้ยังไง ประมาณครึ่งวัน เราก็บอกพยาบาลว่า หายเจ็บแล้ว พร้อมให้นมลูกได้แล้ว ทั้งที่จริง มันก็แค่บรรเทา แต่ยังไม่หายดี แต่เราก็อยากจะให้นมลูกต่อ เราก็ทนให้นมนะโม ทุกๆ 3 ชั่วโมง (ยกเว้นตอนกลางคืน) แม้หัวนมจะยังแดงๆ และเจ็บทุกครั้งที่ลูกดูด เราเองก็ไม่รู้หรอกว่านมเราออกมาเยอะหรือยัง หรือมีน้ำนมออกมาจริงมั้ย จนคุณหมอที่ทำคลอดมาเยี่ยมไข้เรา และ สอบถามเรื่องการให้นม คุณหมอขอบีบที่หัวนมเรา ก็มีน้ำออกนิดหน่อย หมอบอกว่านมกำลังมาแล้ว ให้นมลูกต่อไปไห้ เราเองก็ยังเฉยๆ ยังไม่ได้ตื่นเต้นกับการให้นมลูกมากเท่าไหร่นัก แม้ระหว่างวัน ในเมนูอาหารที่ทาง รพ.จัดให้จะมีน้ำขิงด้วย เราเองก็ไม่ได้ขยันที่ดื่มมัน เราคิดว่า ถึงเวลาน้ำนมเราก็มาเอง และนมเราก็ต้องมีเยอะแบบคนทั่วไป
และเมื่อถึงวันที่ต้องกลับบ้าน ทาง รพ.ได้ให้นมผสมมา 1 กระป๋อง พร้อมชุดของขวัญอีกมากมายซึ่งประกอบด้วยขวดนมยี่ห้อดังหลายขวด เราเองก็ได้แต่คิดว่าดีเน๊อะ ได้ของฟรี ไม่ต้องซื้อ
พอกลับถึงบ้านซึ่งก็บ่ายมากแล้ว คงถึงเวลาหิวของนะโมแล้วสิ พอได้เวลานะโมก็ร้องแหกปากใหญ่เลย รู้เลยว่าลูกหิวนม พอเอาเข้าเต้าเท่านั้นแหล่ะ ยิ่งร้องหนัก เหมือนโมโหหิว สงสัยน้ำนมเราจะยังไหลนิดเดียว เลยไม่ทันใจลูก ทำไงดีล่ะ หันไปเห็นนมผสมที่ทาง รพ.เตรียมมาให้ ก็จัดการชง และ พยายามใช้สลิง ป้อน เนื่องจากพยาบาลได้กำชับว่า ถ้าให้ลูกกินนมจากขวด จะทำให้ลูกไม่ติดเต้า เรากับเฮียช่วยกันป้อนอย่างทุลักทุเล นะโมก็ร้องไม่ยอมหยุด แม่สามีได้แต่มองหน้าและพยายามช่วย ขณะนั้นเอง แม่และพี่สาวเรามาเยี่ยมพอดี พอเห็นหลานร้องก็รีบเอานมที่ชงในขวดนมยัดเข้าปาก เท่านั้นแหล่ะ นะโมก็หยุดร้องและรีบดูดนมจากขวด อึก อึก เหมือนหิวกระหายมานาน เรากับเฮียงี้ ปาดเหงื่อกัน รู้สึกโล่งใจ ได้ยินลูกร้องแล้วยิ่งเครียด ได้แต่คิดว่า ลูกไม่ได้ดื่มนมแม่ไม่เป็นไร อย่าร้องไห้แบบนี้อีกก็แล้วกัน
จากนั้นเราก็เริ่มเอาเครื่องปั๊มนม ที่เตรียมไว้ ซึ่งเป็นแบบเครื่องปั๊มไฟฟ้า สองเต้า ซึ่งราคาก็สูงอยู่เหมือนกัน เอามาปั๊มนมเพื่อให้นะโมได้กิน เราเองก็ไม่ได้ศึกษาวิธีการใช้เครื่องอย่างถี่ถ้วน ได้แต่ปรับระดับแรงปั๊มเป็นแบบแรงสุด เพราะรู้สึกว่า น้ำนมมันพุ่งปรี๊ดๆ ดี ออกเยอะดีด้วย เราได้ปั๊มนมทุกๆ 3 ชั่วโมง เพื่อให้นะโมได้กิน น้ำนมที่ออกมาครั้งแรกก็เป็นสีเหลืองเข้ม ซึ่งตามทฤษฏีแล้ว ถือว่าเป็นน้ำนมแรกที่มีประโยชน์สูงสุด และสร้างความภูมิใจให้เราอย่างยิ่งเมื่อเห็นลูกได้ดื่มนมเหลืองนั้น แม้จะเป็นการดูดจากขวดก็ตาม
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เราก็มีอาการเจ็บที่หัวนมอย่างมาก ระหว่างปั๊มนม ก็มีเลือดผสมออกมาด้วย กลายเป็นนมสตอเบอรี่ ต้องเททิ้งกันทีเดียว แต่เราเองก็รู้สึกว่าอาการเจ็บหัวนมนั้นมันรุนแรงมากขึ้น และเราก็หาสาเหตุเจอว่า ที่แท้เกิดจากการใช้เครื่องปั๊มนมผิดวิธีนั่นเอง จริงๆ แล้วเราควรใช้รอบการปั๊มตามแรงระดับการปั๊มที่ถูกต้อง แต่นี่เราดันใช้ระดับแรงปั๊มที่เร็วสุดทุกครั้ง หัวนมเลยอักเสบ มันเจ็บมากจนทนแทบไม่ไหว เราร้องไห้ทุกครั้งที่มันเจ็บ จนต้องจิกมือกับผ้าปูที่นอน จนเฮียสงสารเรา และบอกว่า ถ้าให้นมลูกไม่ได้ ก็ไม่ต้องฝืน เราเองก็ คิดเช่นนั้น เพราะกำลังอยู่ในอารมณ์แบบเจ็บมาก และเราก็ได้พบทางสว่าง เมื่อโซ้ยโกว ซึ่งเชียวชาญในการใช้เครื่องปั๊มยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ดี มาอธิบายให้ฟัง ทำให้เราเข้าใจและฮึดที่จะให้นมแม่ต่อ ระหว่างนั้นเราไม่ได้ปั๊มนมออก ก็เกิดอาการคัดนม คุณยาย(แม่เราเอง) ไปซื้อไปพลูมาให้เราลูบที่เต้านม ตามความเชื่อโบราณบอกว่าจะทำให้นมไม่หลงรู อันนี้เป็นศัพท์ของคุณยาย ซึ่งอาจแปลว่า ท่อน้ำนมไม่อุดตันนั่นเอง เราก็ทำตาม ทุกอย่าง และยังทานยาแก้อักเสบและยาพอนสแตนท์ ทุก 4 ชั่วโมง เพื่อระงับอาการเจ็บ แต่เรายังปั๊มนมต่อ โดยใช้รอบการปั๊มที่เบาลง ก็รู้สึกดีขึ้น กว่าหนึ่งสัปดาห์อาการหัวนมอักเสบก็ทุเลาลง ทำให้เรามีกำลังใจในการปั๊มนมมากขึ้น
ย้อนไประหว่างการอยู่เดือน เราต้องขอบคุณแม่สามีที่คอยเอาใจใส่เรื่องอาหารอยู่เดือน เราได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผัดขิง แกงเลียง กระเพาะหมู ซึ่งแม่สามีก็พยายามนำมาประกอบอาหารให้หลากหลาย เราได้กินอย่างไร คนในบ้านก็กินเหมือนเรา จนเฮีย แกล้งแซวว่า กินอาการบำรุงจนคัดนมตามเราไปแล้ว
ในช่วงเดือนแรก น้ำหนักเราลดไปประมาณ 10 กก. อาจเพราะเราปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอ และทุกครั้งที่เราปั๊มนมก็สังเกตุว่าจะมีน้ำคาวปลาออกมาเยอะ คงเป็นเพราะเกิดการหดตัวของมดลูก จึงขับน้ำคาวปลาออกมา อันนี้ถือเป็นข้อดีของการให้นมแม่จริงๆ แต่เราก็ไม่ใช่คนนมเยอะ แค่มีพอให้นะโมกินเท่านั้นเอง แม้บางมื้อจะไม่พอก็ชงนมผสมบ้าง เพื่อไม่ได้เป็นการกดดันให้เราเครียดจนเกินไป เรารู้สึกได้ถึงความแข็งแรง ของลูก ที่ได้รับภูมิคุ้มกันจากการทานนมแม่ ลูกเราไม่ป่วยเลย จนกระทั่ง 11 เดือน ก็เกิดอาการท้องเสียและเป็นไข้หวัด ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้ให้นมลูกแล้ว
เราเองให้นมนะโมได้แค่ 6 เดือน เนื่องจากเราได้ตั้งท้องต่อ หากเราให้นมนะโมต่อ จะเกิดการบีบตัวของมดลูกทุกครั้งที่ปั๊มนม อาจเกิดการแท้งได้ ดังนั้นเราต้องหยุดการปั๊มนม เพื่อสุขภาพของเราและเจ้าตัวเล็กในพุง
จากประสบการณ์ท้องแรก ทำให้เรามองเห็นข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไขในท้องสองนี้ เราเองก็มีความพร้อมที่จะให้นมลูก แต่ขาดความรู้เท่านั้นเอง ท้องนี้เราคิดว่าเราทำการบ้านเรื่องการให้นมลูกได้ดีพอแล้ว คิดว่าจะให้นมลูกอย่างน้อย 1 ปี หากคืบหน้ายังไง จะมาอัพเดทข้อมูลต่อนะคะ




















 

Create Date : 27 ตุลาคม 2553
8 comments
Last Update : 12 พฤษภาคม 2554 8:40:08 น.
Counter : 434 Pageviews.

 

แวะมาทักทายค่ะ..
ยินดีด้วยค่ะ..คุณแม่คนใหม่
ผ่าท้องคลอดเหมือนกันเลยยย..
ขอให้สุขภาพแข็งแรงไวไวนะ
..มีความสุขมั่กๆๆๆค่ะ

 

โดย: วาดะจัง 27 ตุลาคม 2553 14:32:22 น.  

 

อู๊ย เพิ่งรู้ว่าผ่าคลอดเค้าให้คุณพ่อเข้าไปด้วย ดีจังเน๊อะ ภาพแรกของน้องเพียบเลย

 

โดย: j a r n i k 28 ตุลาคม 2553 22:39:23 น.  

 

น้องนะโมตัวใหญ่มากเลยคะ ดีแล้วเอาน้ำหนักให้ลูกเยอะ
แม่จะได้ไม่ต้องมาลดน้ำหนักกันมากภายหลัง

มีคนรอบข้างให้กำลังใจดี ก็ดีแล้วคะ จะได้ไม่เครียด
สู้ สู้ เพื่อนมแม่ไหลมาเทมาคะ

 

โดย: Azizan 5 พฤศจิกายน 2553 10:32:52 น.  

 

อิจฉาอ่ะค่ะ รูปแรกเกิดเยอะมากๆๆๆๆๆๆ

 

โดย: asita 13 พฤศจิกายน 2553 2:45:00 น.  

 

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมโมเสสนะคะ น้องน่ารักจังค่ะ จ้ำม่ำมากเลยย

 

โดย: mariabamboo 15 พฤศจิกายน 2553 16:58:12 น.  

 

ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทายคะ

37 วีคหมอก็นัดผ่าเลยหรอค่ะ ทำไมผ่าเร็วจัง ของโมคุณหมออยากให้คลอดเองค่ะ โมก็เลยต้องรอไปเรื่อยๆๆ

ยังไงขอให้คุณแม่และน้องแข็งแรงนะค่ะ แล้วมาเล่าประสบการณ์อีกนะค่ะ จะรออ่านค่ะ

 

โดย: Miss Suika 6 ธันวาคม 2553 14:14:26 น.  

 

น่ารักทั้งคุณลูกชาย คุณพ่อและคุณแม่เลยค่า

 

โดย: MommyKitchen 7 ธันวาคม 2553 2:16:51 น.  

 

ดูแล้วตื่นเต้นไปด้วยค่ะ ขอให้โตขึ้นเป็นเด็กที่มีความสุขนะคะ

 

โดย: winlovemac 23 สิงหาคม 2554 16:50:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.