ธันวาคม 2559

 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
อสังขตธรรม ไปนิพพาน


  สังขตธรรม   เกิดกรรม เกิดภพ เกิดชาติ 
  คิด ดี คิด ชั่ว ต้องไปใช้กรรม
 อสังขตธรรม  ไปนิพพาน
สังขารธรรม  จิตมีวิญญาณ มีเวทนา มีสัญญา มีสังขาร
จิต  รับรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส  
จาก  ตา หู จมุก ลิ้น กาย
วิญญาณ รู้  รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
สัญญา จำ  รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
เวทนา รู้สึก รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
ว่าเป็นสุข เป็นทุกข์ หรือเฉยๆ 
ที่ได้รับรู้ถึง รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
สังขาร จงใจคิดถึง  รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
ว่าดี ไม่ดี ชอบ ไม่ชอบ รัก ไม่รัก เกลียด ไม่เกลียด
จิตเกิดกิเลส ตัณหา อุปาทาน
ตามที่สังขารจงใจคิดปรุงแต่งรสอารมณ์ที่เกิดใน
รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส

ขณะที่จิตเกิด   เวทนา  
วิญญาณรับรู้ อารมณ์ ที่ เป็นสุข เป็นทุกข์ เฉยๆ
ช่วงนี้   จิตจะบริสุทธิ์ 
จากการคิดปรุงแต่งอารมณ์   ว่าอยาก ไม่อยาก
  ชอบ ไม่ชอบ   รัก ไม่รัก เกลียด ไม่เกลียด
ของสังขาร   
สติ สัมปชัญญะ ตัวระลึกตัวรู้ 
จับอารมณ์ที่เกิดที่จิตว่า 
อารมณ์ ที่ เป็นสุข เป็นทุกข์ เฉยๆ 
จิตดู อารมณ์ ที่ เป็นสุข เป็นทุกข์ เฉยๆ 
อย่างมีสติ สัมปชัญญะ  
แล้วรู้จักวางอารมณ์นั้น
อย่าไปจงใจคิด ปรุงแต่งในรสอารมณ์ที่ 
เป็นสุข เป็นทุกข์ เฉยๆ 
 ว่าชอบ ไม่ชอบ รัก ไม่รัก 
อยาก ไม่อยาก เกลียด ไม่เกลียด
จิตจะเห็นธรรมชาติของ  เวทนา 
ตามความเป็นจริง ที่ไม่มีสังขารไปปรุงแต่ง
จิตจะรู้รสอารมณ์ ที่เกิดขึ้น โดย สติสัมปชัญญะ
จิตจะเห็น อารมณ์ที่เกิด ดับ ไม่เที่ยง
จิตเห็นสังขตธรรม
จิตเห็น วิญญาณขันธ์ เป็นวิญญาณธาตุ
จิตเห็น เวทนาขันธ์ เป็นเวทนาธาตุ
จิตเห็น สัญญาขันธ์ เป็นสัญญาธาตุ
จิตเห็น สังขารขันธ์ เป็นสังขารธาตุ
จิตเห็นจิตเป็นธาตุ  เห็นอสังขตธรรม 
จิตไม่ใช่ตน  ตนไม่ใช่จิต
จิตไม่เกิด  จิตไม่มีการแปรผัน  จิตไม่ดับ
จิตเป็นของเที่ยง จิตเป็นอนัตตา จิตเป็นนิพพาน












Create Date : 11 ธันวาคม 2559
Last Update : 11 ธันวาคม 2559 10:38:10 น.
Counter : 84 Pageviews.

1 comments
  
เวลานี้ฝึกกสินรวม อยู่
เอาแสงสว่างของท้องฟ้าเป็นกสินแสงสว่าง เกิดอุคหนิมิต แล้วทำให้ชำนาญเป็นปฏิภาคนิมิต
อากาศรอบโลก ทั่วจักรวาล เป็นกสินอากาศ
เอาลมในอากาศรอบกายเป็นกสินลม
ทะเลเป็นกสินน้ำ
เอาโลกเป็นกสินดิน
เอาความร้อนเป็นกสินไฟ
เอากายเป็นกายานุสติกรรมฐาน
เอาอวัยวะภายในเป็น อาหาเรปฏิกูลกรรมฐาน
เอาร่างกายเรา มีกสินไฟ มีกสิน ดิน มีกสิน น้ำ มีกสินลมอยู่ด้วย
เอาร่างกายเราเป็นกสินอสุภะ ความเน่าเหม็น
เอาลมหายใจเป็นอานาปานสติกรรมฐาน
เอาลมหายใจเป็นกสินลม
เอาต้นไม้เป็นกสินสีเขียว
เอาพื้นดินเป็นกสินสีดำ
เอาไฟเป็นกสินสีแดง
เอาแสงแดดเป็นกสินสีขาว
เรานั่งอยู่บนโลกคนเดียว ไม่มีคน สัตว์ สิ่งของ มีแต่ธรรมชาติ
ท้องฟ้ารอบโลก อากาศรอบโลก ลมเต็มโลก เห็นโลกกลม
เห็นจักรวาลกว้างใหญ่ไพศาล กายเบาใจเบา ไม่ยุ่งกับกิเลสของใคร
และกิเลสก็ไม่มายุ่งกับเรา ไม่ไปยุ่งกับอารมณ์ของใครและอารมณ์ก็ไม่มายุ่งกับเรา
เรานั่งอยู่บนโลกคนเดียว กับธรรมชาติในอุดมคติ ที่เป็นปฏิภาคนิมิต
หายใจเข้าสติระลึกเห็นลมหายใจเข้าสั้นออกสั้น เข้ายาว ออกยาว
ลมหายใจเข้าจมูกออกทั่วสรรพางค์กายทุกรูขุมขนสติเห็นหมด
หายใจออกลมหายใจไหลย้อนจากรูขุมขนออกจมูก สติเห็นทั่วหมด
เห็นลม 6กองภายในกาย ทั่วกาย สติภายในกาย ภายนอกกาย สม่ำเสมอ
เบื้องบนฉันใด เบื้องล่างฉันนั้น เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังฉันนั้น
ครอบคลุมไปทั่วโลก จิตไม่มีอะไรห่อหุ้ม สว่างมีญาณทัศนะ
เห็นว่า กลางวันฉันใด กลางคืนฉันนั้น กลางคืนฉันใด กลางวันฉันนั้น สบายจริงๆๆ
โดย: เวลานี้ฝึกกสินรวม อยู่ (สมาชิกหมายเลข 3481473 ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:13:33:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments
MY VIP Friends