ลมหายใจของใบไม้
Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
3 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
:::หยุดให้คิดถึงสักหนึ่งใจ:::





หลายวันที่จับเจ่าติดตามข่าวสารจากสื่อรอบตัว
ภาพทะเลสาบสีขุ่นขยายอาณาเขตไปทั่วระแหง
ความเดือดร้อนกระจายไปทุกมุมเมือง
นึกถึงใบปลิวพระคัมภีร์ที่ร่อนไปคลุมเกือบทุกพื้นที่ก่อนหน้า
บางสิ่งบางอย่างเหมือนจะตอกย้ำหมุดความเชื่อสีดำ
ฉันไม่มีความเห็น บางอย่างอาจต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง


ทุกวันนี้มีใบปลิวออกมามากมายฉันอ่านจนหน้ามืดตาลาย
ไม่รู้จะเชื่ออะไรดี ขอเชื่อพระคัมภีร์นอกวัดไปพลางก่อนได้ไหม
ยังมองเห็นอักษรบาลี บนวัตถุสีเหลืองด้วยตาเปล่า
เสื้อสีเหลืองอย่างที่เห็นเป็นกราวภาพส่งออกประทับใจทั่วโลก
อักษรบาลีที่คุ้มครองใครต่อใครนับครั้งไม่ถ้วนยามคับขัน
ผิดไหมหากวันนี้จะมีใครบางคนหลับตาเห็นแต่เสื้อเหลือง
ประทับตัวอักษรบาลีใต้พระนามาภิไธย


ขอพระราชทานบารมีของพระองค์ปกปักรักษาให้ทุกชีวิตปลอดภัย
หลายคนคงกำลังประสบภัยที่มาจากน้ำฉันเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นดีที่สุด


ไม่ใช่แค่น้ำเพียงอย่างเดียว ภัยหลายอย่างที่แฝงมาด้วย
ฉันเองคงไม่ลืมไปชั่วชีวิต แม้จะไม่ประสบภัยตรงตรง
แต่ในความรู้สึกแล้ว พวกเราเจอเข้าเต็มเต็ม
ไม่ลืมวันที่หอบดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้บรรพบุรุษ
วันเข้าไปขอบคุณที่ท่านสร้างที่พักปลอดภัยให้พวกเรา


ภาพช็อคฉันวันนั้นคือเจดีย์บรรจุอัฐฐิบรรพบุรุษที่ถูกน้ำพัดพาโค่นทลาย
ไม่ลืมวันที่ใช้สองมือกอบเถ้าอัฐถิที่ถูกทิ้งกอง
เดนมนุษย์กลุ่มซ้ำเติมคนลำบาก ช่วงชิงได้แม้โกฏกระดูกในเจดีย์เก่า
บรรพบุรุษ คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า แป้งนม ในโกฏสลักโบราณ
ไม่มีแล้ว..


วันนั้นฉันละล้าละลัง ปล่อยไว้ช้าไปฝนก็ทำท่าจะลงมาอีก
โทรศัพท์ถามความเห็นสมาชิกไม่มีใครรับสาย
ไม่รู้ว่าเป็นบรรพบุรุษของตระกูลไหนบ้าง กองรวมกันไปหมด
กลัวกลัวกล้าอย่างไรไม่รู้ หนึ่งประสบการณ์ช็อคของฉัน
กราบนมัสการหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัด นิมนต์บังสกุล
หลังจากนั้นฉันนำเถ้าทั้งหมดไปลอยอังคารกลางแม่น้ำ


ใจหายในส่วนลึก หมดที่พึ่งทางใจแล้ว
ก็ที่นั่นฉันเคยมานั่งสงบใจ ที่ที่ฉันนั่งคุยกับพ่อ
วันนี้ยังมีคนอีกมากมายที่ทุกข์กว่า
รู้สึกเสียใจและหดหู่สุดจะบรรยายกับข่าวที่รับรู้
ทุกข์กระหน่ำจริงจริง ได้แต่หวังให้มันผ่านไปโดยเร็ว
ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ปกปักรักษา คุ้มครอง
ให้ทรัพยากรชีวิตและสิ่งแวดล้อมปลอดภัย สูญเสียน้อยที่สุด
ขอส่งขวัญและกำลังใจมาถึงด้วยความเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง

ญาติของฉันที่นับได้ว่ามีอยู่ทางภาตใต้มีเพียงครอบครัวเดียว
บ้านนาสาร สุราษฏร์ธานี เมืองเล็กเล็กแต่สงบน่าอยู่
ฉันเคยได้เข้าไปนั่งในสวนไผ่ถ่ายภาพกับท่านพุทธทาสภิกขุที่สวนโมกข์
เป็นมหามงคลจริงจริง หลายคนบอกว่าฉันโชคดี
เพราะหลายคนในพื้นที่ไม่มีโอกาสได้พบท่านเลย
น่าเสียดายที่หาภาพประวัติศาสตร์นั้นไม่พบ
จากภาพลักษณ์ที่ฉันมอง ฉันเคยลงความเห็นว่าชาวใต้ค่อนข้างดุ
จากดวงตา รูปหน้า ผิวพรรณ หรือภาษารัวเร็วนั่นก็ไม่รู้ซี

แต่ความคิดนั่นถูกลบล้างไปในวันที่ได้พบกับเขา..ผู้ชายลายสก็อต
ภาพที่เขาชะโงกหน้าลงมาจากบันไดรถไฟสายใต้ยังติดตาฉันอยู่เลย
ชายผอมสูงผิวคล้ำ ผมหยักศก ในกางเกงยีน เสือ้ลายสก็อตเล็กเล็ก
จำไม่ผิดว่าเเป็นพื้นขาวลายแดง รองเท้าพูม่าขาวคาดแดง
ที่จำได้เพราะมันเหมือนรองเท้าน้องรองที่ฉันเป็นคนเลือกซื้อ

หน่อง..หน่อง..ม่ายช๊าย.." ติดหูฉันด้วย
ไม่น่าเชื่อว่าฉันจำเขาได้เเสมอแม้ในวันนี้
พบเขาครั้งแรกและครั้งสุดท้ายบนเส้นทางสายกรุงเทพฯ - สุราษฏร์ธานี
จากตั๋วที่พี่รองจองให้ จบรั้วจปร.แล้วพี่รองลงตำแหน่งที่ที่สุราษฏร์
และไปพบรักที่นั่น ก็ให้ฉันไปดูตัวว่าที่พี่สะใภ้นั่นแหล่ะ
ทำความรู้จักซึ่งกันและกันมั้ง
เลือกน้องสาวแสนรักเป็นตัวแทนครอบครัวเลย

กับคำถามแรก .."หน่องหล่งไน๊.." ก็ฉันนั่งไปบนที่นั่งของเขาน่ะซี
'บ้านนาสาร" ฉันตอบเขาตรงตรง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่งที่นั่งของคนอื่น
และเจ้าของมาทวงที่แล้ว ก็ฉันชอบนั่งที่นั่งชิดริมใน
วันนั้นคนเยอะมาก หรือเป็นธรรมชาติของรถไฟสายใต้ก็ไม่รู้
ได้คุยกันเพียงเล็กน้อยเพราะฉันไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า
แล้วเขาก็หายไปคงไปได้ที่นั่งอื่น ไม่สนใจติดตามเลยสักนิด

วันนั้นรถช้ามากเหมือนจะจอดทุกสถานีแถมต้องจอดรอหลีกรถไฟขบวนอื่นๆ
ตื่นเต้นกับเส้นทางสายใต้ ผ่านสะพานตาปีตอนหกโมงเช้ามันสวยมากมาก
ท้องฟ้าเป็นสีชมพูกับลำน้ำกว้าง เรียบสงบ..ช่วงนั้นใต้ยังร้อนระอุกับ ขจก
เริ่มมองหาสถานีปลายทาง พี่รองบอกว่าผ่านสะพานตาปีไปก็ไกล้ถึง
ผ่านไปหลายสถานี..กังวล..เด็กนิ..เพิ่งจบยังไม่ได้ทำงาน
ท่าทางรุกรี้รุกรนของฉันจะปรากฏเป็นเป้าสายตาของใครหรือเปล่าไม่รู้

แต่ทันทีที่เท้าของฉันเหยียบพื้นส่วนหนึ่งของสุราษฎร์านี อย่างโดดเดี่ยว
พี่รองอ่ะไหนบอกว่าจะมารอรับ.ไม่มีแม้เงา...ความกลัวจับขั้วหัวใจเลย
ได้ยินเสียงคนเรียกอยู่บนหัว ก็เขายืนบนบันได ฉันลงมาเจ๋ออยู่ข้างล่างแล้ว
"หน่อง..หน่อง..ม่ายช๊าย..ย.." ชี้ให้ดูป้าย..
หันไปดูป้ายที่มีต้นอินทนิลบังส่วนท้าย
ป้ายตัวเบ้อเร่อ. "บ้านนา" ไม่มี "สาร" สักหน่อย
เอ่อ...ขอบคุณมาจริงจริง..ถ้าไม่มีเขา..ไม่อยากคิด..
ป่านนี้..เขาสบายดีไหมหนอ..ปลอดภัยดีหรือเปล่า.
ส่งความคิดถึงและห่วงใยมา..ขอให้คุณพระคุ้มครอง


ณ เวลานี้
หลายชีวิตหลายครอบครัวรอรับการช่วยเหลือ
ประเทศไทยวันนี้เป็นเมืองสามน้ำโดยปริยาย น้ำท่วม น้ำตา น้ำใจ
สายน้ำขุ่นนั่นเป็นธรรมชาติรับรู้กันอยู่ ต้องทำใจรับให้ได้ในที่สุด
ใครปรับตัวรับได้ทันก่อนก็ไม่ถึงหนักหนาสาหัส
ใครปรับตัวทำใจไม่ได้ก็..หมดทุน

เพื่อนเอย...ชีวิตยังต้องดำเนินไปอีกไกล รักษาตัวนะ
..อย่าท้อไปเสียก่อนนะ สู้ด้วยกำลังใจนะ
รักษาตัวจากสัตว์ร้ายที่หนีน้ำมาหลบอาศัย
รักษาตัวจากโรคภัยที่พร้อมซ้ำเติมคนบอบบางอ่อนแอ
รักษาตัวจากพวกมนุษย์สารพัดพิษที่จ้องแต่จะกอบโกยเอาประโยชน์ส่วนตน

วันนี้ประเทศชาติกำลังประสบปัญหาหนัก
สารพันปัญหาที่รุมเร้า ฉันทำได้แค่เลือกบริโภคสื่อที่ไม่บั่นทอนกำลังใจ
ฉันหวังให้สถานการณ์นี้ผ่านไปโดยเร็ว
ใครมือไม่พายก็อย่าเอาเท้าราน้ำเด็ดขาด
ไม่ใช่เวลาที่จะเอาชนะคะคานกันสักหน่อย
คิดว่าคงมีคนคิดเหมือนฉันบ้างละมัง

หากจะต้องปิดประเทศชั่วคราวเพื่อฟื้นฟูความมั่นคงภายใน
รักษาความบอบช้ำของสภาพจิตใจที่เรื้อรังมานาน
ก้าวช้าไปสักหน่อย แต่ไปพร้อมพร้อมกัน
รักษาความสมานฉันท์เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
น่าจะดูสง่างามกว่ากันเยอะเลย

คนไทยบนผืนแผ่นดินไทยไม่ต้องการความร่ำรวย
ไม่ต้องการอำนาจ ขอแค่ชีวิตที่สงบสุขก็พอแล้ว
ตั้งใจจะพูดอย่างนี้ใช่มั้ยซุปเปอร์มูน

" ตะวันรุ่งเรืองฉายปลายถวิล
อ้อมแขนดินรินรักใส่สายใยกรุ่น
ร้อยมาลัยฝากฟ้าเหนือมาเจือจุน
รับขวัญอุ่นใต้อ้อมฟ้าเอื้ออาทร "








Create Date : 03 เมษายน 2554
Last Update : 3 เมษายน 2554 23:00:33 น. 0 comments
Counter : 771 Pageviews.

Peakroong
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]





"หากต้องตัดสินใครสักคน

เริ่มจาก "ทำไม"คงจะดีกว่า"อย่างไร"

เพราะสิ่งที่มองเห็นไม่แน่ว่ามีอยู่จริง

สิ่งที่มองไม่เห็นใช่ว่าไม่มี

สิ่งที่คิดว่าใช่อาจไม่ใช่

สิ่งที่ไม่คิดว่าใช่สำหรับคุณ

มันอาจใช่เลยสำหรับใครอีกคน"


"
๐ ให้ลมหายใจของใบไม้เป็นบันทึกคนกล่อง
คำเขียนของคนล้มลุกคลุกคลาน
แต่ยังมีลมหายใจเป็นของตัวเอง
แม้ไม่ใช่ทุกอย่างที่มีหากเป็นทุกอย่างที่เป็น
เก็บความว่างเปล่าไว้เติมเต็ม..

๐ ขอบคุณตัวละครทุกตัว
ทั้งที่มีอยู่จริงและที่ไม่มีตัวตน
ขอบคุณวันเวลา-ครูบา-อาจารย์
ที่สอนให้เก็บเกี่ยว ฝึกให้คิด สอนให้เขียน

๐ ขอบคุณเพื่อนเพื่อนชาวไซเบอร์
ที่กรุยทางให้สร้างสรรรค์บล็อคได้เท่าใจ
ขอบคุณทุกภาพงดงามจากบล็อกน้องญามี่ขอบคุณ https://www.thaipoem.com
ที่ให้เพลงประกอบเป็นอมตะนิรันดร์กาล

๐ ขอบคุณความเป็นเธอ..
ที่ส่งผ่านการ"ให้"มาเสมอฝัน
ขอบคุณความเป็นฉัน..
คนเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างวันมาถักทอ


'ปีฆรุ้ง
27 มกราคม 2553


Friends' blogs
[Add Peakroong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.