Paulla
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
1 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 

เที่ยวเชียงคาน (ตะเข็บชายแดนไทย-ลาว) 2 วัน 2 คืน

หลังจากที่กลับมาจากเขาค้อเมื่อช่วงคริสมาสต์ที่ผ่านมา อากาศข้างบนเย็นมากและลมก็แรงมากด้วย แต่เสียดายที่พวกเราไม่มีโอกาสได้เห็นทะเลหมอก ผิดหวังอย่างแรงค่ะ ดังนั้น ทริปต่อไปต้องเห็นทะเลหมอกให้ได้
แต่จะไปไหนกันดี เพื่อนๆในกลุ่มก็เสนอเชียงคาน เมืองเล็กๆที่ธรรมชาติยังคงมีอยู่ เมื่อสรุปได้แล้วพวกเราจะเดินทางกลางคืนของวันศุกร์และกลับกทม.วันอาทิตย์ เอ๋..แล้วจะไปยังไงกันดี มีกันแค่ 4 สาว (โสต) จะนั่งรถทัวร์ไปลงเชียงคานกันเลยหรือว่าจะเช่ารถตู้ หรือว่าจะขับกันไปเอง เพราะเชียงคานเป็นเมืองเล็กๆ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆไม่ค่อยมี ถ้าไปรถขนส่งคงไม่สะดวก กลัวจะกดดันเรื่องเวลาในการเที่ยวค่ะ จะเช่ารถตู้ก็มีแค่ 4 คน คงเหงาน่าดูเนอะ สุดท้ายเพื่อนคนหนึ่งอาสาขับไปเองดีกว่า เป็นอันจบ

ก่อนที่เราจะไปเชียงคาน เราก็สำรวจที่พักกันก่อนว่าจะพักที่ไหนกันดี แน่นอนเราต้องนอนบนถนนคนเดินซึ่งมีที่พักมากมายจนเลือกไม่ถูก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าช่วงที่พวกเราไปคนจะไปกันเยอะมาก guesthouse ส่วนใหญ่เต็มค่ะ ถ้าเพื่อนๆมีแผนไปกันอย่าลืมจองที่พักล่วงหน้าน่ะค่ะ พวกเราจองกันเกือบ 1 เดือนเลยค่ะ

เมื่อได้ที่พักแล้วก็สบายใจ รอวันเดินทางอย่างเดียว คืนก่อนเดินทางพวกเราก็นอนกันเต็มที่เลยค่ะ เพราะจะได้นั่งเป็นเพื่อนคุยกันง่วง แถมได้ Redbull +น้ำแดง ช่วยได้มากเลยค่ะ (แถมอร่อยด้วย) พวกเราในกลุ่มไม่เคยไปเชียงคานสักคน ก็เลยศึกษาหาข้อมูลกันมาอย่างดี เราจะเดินทางกันยังไง เที่ยวที่ไหนกันดีระหว่างทาง ฯลฯ


(ขอบคุณแผนที่ละเอียดๆจาก คุณโฟมน่ารักน่ะค่ะ ไม่ได้แผนที่นี้แย่เลย)

ก่อนเราจะออกเดินทาง 4 ชม. ก็เกิดอุปสรรคซะแล้ว เริ่มจากรถที่พวกเราจะไปเกิดสตาร์รถไม่ติด ทั้งๆที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เลย จากที่จะออก 2 ทุ่มกลายเป็น 5 ทุ่ม ยังไม่พอแค่นี้ ช่วงเข้าเส้นสระบุรี พวกเราต้องขับตรงไป(ตามเส้นเหลือง)แต่เพื่อนขับขึ้นสะพานโค้งซึ่งเป็นเส้นทางเปิดใหม่ไปนครราชสีมาได้ แต่ทางนี้สามารถไปลพบุรีเข้าเพชรบูรณ์ได้ แต่พอขับไปขับมากลายเป็นพวกเราขับกลับมาวังน้อยซะงั้น เข้ากรุงเทพเฉยเลยเสียเวลาไป 1 ชม.เปล่าๆ (เศร้าจริง ) อุปสรรคยังไม่หมดเพียงเท่านี้ พอพวกเราถึงปั้มน้ำมันแถวหล่มสักประมาณ ตี 3.30 น. เจอกลุ่มนักท่องเที่ยว หน้าตาประมาณว่าคนพื้นที่กำลังจะไป camping ก็เลยสอบถามเส้นทางเพื่อความชัวร์ กลายเป็นว่าพวกพี่เขาแนะนำให้ไปเส้น อ.น้ำหนาว บอกว่าเส้นนั้นขับปลอดภัย ถ้าไปเส้นหล่มเก่า-ด่านซ้าย ขับขึ้นเขาอันตรายมาก พวกเราดันหลงเชื่อ เห็นว่าน่าจะเป็นผู้รู้และเคยมีประสบการณ์มาก่อน อยากตะโกนดังๆว่า "สุดยอดดดดด" ทางน้ำหนาวมันคือทางไปป่าดีๆๆนี่เองค่ะ พวกเราขับผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มีป้ายปักไว้ว่า "ระวังช้างข้าม" แล้วทางก็แคบๆ 2 เลนสวนกัน ทางโค้งไม่ต้องพูดถึง เยอะมากค่ะ ที่สำคัญอากาศหนาว หมอกเต็มถนนเลยค่ะ กว่าพวกเราจะฝ่าด่านออกมาได้ก็ตี 4.30 น. โชคดีที่เพื่อนเคยขับไปปายมาก่อน ไม่งั้นตัวใครตัวมันกันล่ะคราวนี้ (ต่อไปไม่เชื่อใครง่ายๆอีกแล้ว จะดูแผนที่เองดีกว่า อ้อ..ระหว่างทางถามคนแถวนั้นว่าเส้นน้ำหนาวกับเส้นหล่มเก่า-ด่านซ้ายทางไหนลำบากกว่ากัน ทุกคนส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้คับ ไม่เคยไปเส้นน้ำหนาว Smiley) กลายเป็นว่าจากทางเส้นเหลืองมาต่อเส้นแดงซะงั้น กว่าจะถึงเมืองเลยก็ 8 โมงเช้า หิวข้าวมากแต่หาตลาดไม่เจอ เลยคุยกันว่างั้นไปเชียงคานเลยไปหาไรกินที่นั่น
เพื่อนๆค่ะ บางทีการอ่านที่เขาโพสต์กันหลายคนก็ไม่ควรหลงเชื่อน่ะค่ะ ควรศึกษาเส้นทางมากๆดีกว่า ดังตัวอย่างนี้ค่ะ คือเขาบอกว่า จากอ.ท่าลี่ไปเชียงคานจะเป็นเส้นริมโขง ธรรมชาติสวยมากๆๆ ไม่ควรพลาด พอพวกเราเห็นป้ายบอกทางว่าไป อ.ท่าลี่ เลี้ยวซ้าย ก็เลี้ยวเลยค่ะ อยากเห็นจะสวยแค่ไหนเพราะขณะนั้นท้องฟ้าเป็นใจมากๆคือสีฟ้า-ขาว อากาศเย็นๆกำลังดี โอ้แม่เจ้า!! ผ่านไป 1 ชม. ยังอยู่ท่าลี่ไม่เห็นน้ำโขงสักที พอเห็นทหาร (เส้นอ.ท่าลี่กับอ.เชียงคาน คือตะเข็บชายแดนระหว่างไทย-ลาว) ก็เดินเข้าไปถามทางเลยค่ะ กว่าพวกเราจะถึงเชียงคาน ปาไป 10.45 น. พวกเราอ้อมเขาอีกแล้วค่ะ (จากเมืองเลยไปเชียงคานใช้ 48 กม. แต่พวกเราใช้ 80 กว่ากม. โฮกอีกแล้วค่ะท่าน) คราวนี้หนักกว่าเส้นน้ำหนาวอีก เพราะทางเล็กมากแถมผิวถนนขรุขระ โชคดีที่ทางไม่ตัดขาด ไม่งั้นก็...เพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลยค่ะ ถ้าพวกเราขับตรงไปไม่เข้าอ.ท่าลี่ ป่านนี้ถึงเชียงคาน 9 โมงแล้วค่ะ ขึ้นไปดูทะเลหมอกที่ภูทอกได้เลย เพราะหมอกสวยมากๆๆๆ กว่าหมอกจะจางก็ 11 โมงค่ะ พวกเลยพลาดโอกาสดีๆไปซะแล้ว ก็ภาวนาให้พรุ่งนี้เช้าจะสวยเหมือนวันนี้


แม่น้ำโขง เวลา 10.30 น.


ถึงแล้วเชียงคาน ดีใจมากๆค่ะ คนอื่นไปเชียงคานใช้เวลา 7 ชม. พวกเราไปเชียงคานใช้เวลา 12 ชม. อย่างกับไปปายเลยค่ะ (กรุงเทพ-เชียงคาน คนอื่นขับประมาณ 600 กม แต่พวกเราขับ 800 กม. เหนื่อยโฮก) อย่างแรกที่ทำคือเข้าที่พักก่อนเลย พวกเราจองที่ "แม่น้ำมีแก่ง" เป็น guesthouse น่ารักมากค่ะ เห็นแล้วชอบเลย เจ้าของชื่อ คุณโด่ง อัธยาศัยดี เป็นกันเอง ดูแลดีมากๆค่ะที่สำคัญแนะนำร้านอาหารอร่อยๆถูกใจพวกเราทุกคนเลยค่ะ





มาดูห้องนอนกันค่ะ ตอนมาถึงเตียงยังไม่ได้ปู คุณโด่งเห็นเข้ารีบจัดการปูเตียงให้กับมือเองเลยค่ะ


ห้องน้ำน่ารัก สีสรรถูกใจจริงจนอดถ่ายรูปไม่ได้เลยค่ะ




ระเบียงด้านบน ดูผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา


มุมนี้น่ารักค่ะ เหนื่อยๆนั่งตรงนี้รู้สึกสบายๆมากเลย หายเหนื่อยไปเยอะเลยค่ะ


หลังจากหายเหนื่อยจากการเดินทางแล้ว เราไปชมเมืองกันค่ะ ขอโทษด้วยน่ะค่ะ รูปในภายเมืองอาจจะน้อยไปหน่อยค่ะ เอามาเป็นตัวอย่างแล้วกันน่ะ






เห็นแก๊งส์นี้ที่พันธ์ทิพย์ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. แล้วตอนไปช่วงปลายเดือนก็ยังเห็นแก๊งส์นี้อยู่เลยค่ะ พวกเขาใส่ชุดดำ คลุมหัว ใส่แว่น ทุกอย่างสีดำหมดเลยค่ะ พวกเราเลยเรียกกลุ่มนี้ว่า "แก๊งส์นินจา" เพราะข้างตัวรถมีอักษรภาษาญี่ปุ่นด้วยค่ะ




วัดมหาธาตุ


หลังจากเดินจนเหนื่อย ก็เย็นๆพอดี คุณโด่งแนะนำร้านอาหาร "สาลาลาว" ค่ะบอกว่า ร้านนี้อร่อย ให้รีบไปก่อนโต๊ะเต็ม จะไม่ให้เต็มเร็วได้ไงมีแค่ 4 โต๊ะเอง พวกเราไปถึงประมาณ 17.00 น.ค่ะ บรรยากาศดียังไม่ค่อยมีคนมานั่งกิน


นั่งทานข้าวในบรรยากาศริมโขง สวยมากค่ะ


พอตกกลางคืน ผู้คนเริ่มทยอยมาเดินเที่ยวเล่นกันค่ะ คนเยอะมากผิดกับกลางวันเลยแทบจะไม่มีคนเดิน รูปด้านล่างอยู่ในร้าน coffee shop จำชื่อไม่ได้ เห็นปุ๊บเพื่อนๆรีบมานั่งถ่ายรูปกันเลยค่ะ


ก่อนเข้านอนทางเจ้าของร้านแจ้งว่าให้มาเจอกันด้านล่างเวลา 6.30 น.เพื่อมาใส่บาตรข้าวเหนียวค่ะ




ชุดตักบาตรของพวกเราค่ะ


บ้านข้างๆขายชุดตักบาตรข้าวเหนียวค่ะ ราคาชุดละ 50 บาท


หลังจากตักบาตรเสร็จ พวกเรารีบเดินทางไปภูทอกเลยค่ะ อยากเห็นทะเลหมอกเต็มทีแล้ว แต่พอขึ้นไปถึงผิดหวังอย่างแรงส์!!! เพราะว่าฝนตกค่ะ แม้ว่าจะมีหมอกแต่ท้องฟ้าไม่เป็นใจ ครึ้ม ไม่เหมือนเมื่อวานเลย เศร้ามากๆๆค่ะ คำภาวนาไม่เป็นผล


พอลงมาจากภูทอก ก็ไปที่แก่งคุดคู้กัน เพราะเป็นทางผ่าน ที่นี่สวยกว่าภูทอกอีกค่ะ


พอออกจากแก่งคุดคู้ พวกเราก็เดินทางกลับกรุงเทพ ใช้เส้นภูเรือ ด่านซ้าย หล่มเก่า อยากรู้นักว่ามันลำบากสักแค่ไหนกัน
นี่คือเส้นทางบนภูเรือมุ่งหน้าไปด่านซ้ายค่ะ ทางสบายๆไม่แคบมาก แต่เส้นด่านซ้ายไปหล่มเก่าที่บอกว่าโค้งเขาเยอะและอันตราย ถ้าเทียบกับเส้นน้ำหนาวที่พวกเราผ่าน ถือว่าสบายมากเลยค่ะ เพราะมี 3 เลน (เส้นกลับ 2 เลน เส้นไป 1 เลน) ทางโค้งก็กว้าง ไม่ได้หักศอกอะไรเลยค่ะ คิดแล้วเสียดายมากๆถ้ามาเส้นนี้ ป่านนี้ได้เห็นทะเลหมอกสวยๆตามเวปไซด์ที่เขาลงกันแล้วค่ะ


ระหว่างทางแวะพระธาตุศรีสองรัก


ภาพ guesthouse ในเชียงคานที่เพื่อนๆถ่ายมาค่ะ ตัวอย่างน้ำจิ้มค่ะ










กว่าจะถึงเพชรบูรณ์ก็ปาไป 4 โมงเย็น หิวข้าวมากๆ เลยแวะกินไก่ย่างวิเชียร ร้าน "ตาแป๊ะ" คนพื้นที่แนะนำค่ะ อร่อยกว่าร้านบัวตองค่ะ เพราะตอนไปเขาค้อลองทานร้านนี้ตามเวปที่เขาแนะนำ รสชาดไม่ค่อยถูกใจเท่าไรค่ะ (แล้วแต่คนน่ะ อย่าเชื่อถ้าไม่ได้ลอง)
ขอจบเพียงเท่านี้ ไว้ครั้งหน้าเจอกันใหม่ค่ะ บายบาย




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2555
1 comments
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2555 15:42:53 น.
Counter : 3462 Pageviews.

 

ข้อมูลละเอียดครบถ้วน ขอบคุณสำหรับบันทึกการเดินทางครั้งนี้

 

โดย: wanviaum IP: 58.8.32.55 3 กุมภาพันธ์ 2555 17:07:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


paulla_j
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ
เพื่อนๆคนไหนมีประสบการณ์ที่ประทับใจก็แชร์ได้น่ะค่ะ
ยินดีค่ะ ^o^
Friends' blogs
[Add paulla_j's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.